เมื่อตอปิโด ถล่มเรือแป๊ะ


83

 

มันเจ็บ แต่ไม่จบจริงๆ 

 

ความกังวลของพี่น้องประชาชนคนไทยที่มีมาตั้งแต่แรก เกรงว่ามาตรการล็อกดาวน์ที่รัฐบาล โดย ศบค. ประกาศบังคับใช้กับกลุ่ม 10 จังหวัดแรก แต่ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 และยอดผู้เสียชีวิต ก็ยังคงพุ่งไม่หยุดฉุดไม่อยู่


เลยต้องประกาศเพิ่มอีก 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และพระนครศรีอยุธยา ท่ามกลางตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันทะลุเกิน 1.1 หมื่นคน ยอดผู้เสียชีวิตเกิน 100 คนต่อวัน ต่อเนื่องมาหลายวัน

  
เป็นช่วงจังหวะที่ช่างบังเอิญซะเหลือเกิน กับช่วงที่รัฐบาลขยับกระชับกระบองอำนาจพิเศษ มีคนช่างสังเกตว่า ทำไมมาปล่อยตัวเลขยอดผู้ติดเชื้อยอดตายมโฬาร เอาตอนช่วงนี้พอดี๊..พอดี 

    
ทั้งที่กดตัวเลขมานาน..ยังกะอั้นหวย 
   
แถมรัฐยังขู่ว่าถ้าตัวเลขยังไม่ลดลง อาจต้องขยายวงการบังคับใช้อำนาจมากขึ้น ถึงขั้นบรรดาสลิ่มลืมกะทิ “ดร.สติเฟื่อง” อานนท์-นิด้า เสนอให้กองทัพถือกฎอัยการศึก ควบคุมสถานการณ์ในช่วงนี้ 

 
นี่..ไม่เพี้ยนจริงคงคิดไม่ได้แน่ 


บอกแล้วว่าเหรียญมันมี 2 ด้านเสมอ ในเมื่อรัฐบาลประยุทธ์ยัดยาแรงใส่ปากประชาชนมาตลอด 7-8 ปี สิ่งสะท้อนกลับย่อมเกิดแรงต้าน...มันคือธรรมชาติ พี่น้องประชาชนเริ่มทนไม่ไหวกับแรงกดทับ
    
1.เพราะการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด ของรัฐมองด้วยตา และความรู้สึกแล้วมันห่วยขั้นเทพของจริง

  
2.ยังมีประเด็นข้อสงสัยมีนอกมีใน กับกระบวนการจัดหาวัคซีน


และ 3.สำคัญที่สุด วัคซีนที่มีไม่เพียงพอที่จะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่สำหรับประชาชนคนไทย อันส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตพี่น้องประชาชน ไม่สามารถทำมาหากินได้ ขณะที่รายจ่าย+หนี้สินของทุกคน รออยู่พะเนินเกวียน 


จึงได้เกิดปรากฏการณ์ถนนทุกสาย ไล่รัฐบาล 

  
พอเห็นภาพของป้าแม่ค้าชาวกรุงเก่า ที่ยืนตอบโต้กับเจ้าหน้าที่รัฐมาถือกฎหมายมาบังคับใช้กับประชาชนคนหาเช้ากินค่ำอย่างเข้มข้น หรือสาวเน็ตไอดอลที่โพสต์ระบายความอัดอั้น ที่ทำมาค้าขายไม่ได้ จนห้างจะกลายห้างร้างไปทุกวัน ก็รู้แล้วว่าอารมณ์คนไทย มาถึงขีดสุดที่จะทนให้กดต่อไปแล้ว 

 
แรงต้านในลักษณะนี้ ยังจะเกิดขึ้นอีกหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีสิทธิมีเสียงในสังคม เริ่มทยอยออกมา Call Out กันรายวัน ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติที่รัฐบาลไม่ถืออำนาจพิเศษ จอดไม่ต้องแจวไปนานแล้ว 

 
ขืนยังคิดจะใช้อำนาจกดทับมากขึ้น รัฐบาลยิ่งจบเห่เร็วเมื่อนั้น

 
กระแสความไม่พอใจของคนในสังคมต่อรัฐบาล ยังพานไปฟาดงวงใส่กองทัพ ทำเอาความหวังอันสูงสุดของกองทัพเรือ ที่จะมีเรือดำน้ำตามยุทธศาสตร์เมื่อ 50 ปีที่แล้ว มีอันต้องพังพาบไปด้วย ทนแรงกดดันไม่ไหว สุดท้ายผบ.ทร. จำต้องยอมถอย ถอนงบฯจัดซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2-3 ออกไปจากงบฯปี 65 


ทำเอาฝ่ายค้านคึกสุดขีดคลั่ง ไล่บี้จะโละงบฯจัดซื้ออาวุธของกองทัพให้หมดทั้ง ทัพบก ทัพอากาศ 3 เหล่าทัพครบเซ็ต แถมยังเปิดประเด็นเพิ่มเติม ส่อว่าจะมีการล็อกสเป็กให้บริษัท China Shipbuilding Offshore International Co.,Ltd. (CSOC) จากประเทศจีน เจ้าเดียวกับผู้ขายเรือดำน้ำ ได้งานก่อสร้างท่าเทียบเรือดำน้ำไป ประกาศยื่นซองประกวดกัน 4 รอบ โดนล้มกระดานทั้ง 4 รอบ จนมาล็อกได้สำเร็จเอารอบที่ 5 นี่

 

ก็สมแล้วกับที่ทางฝ่ายค้านว่า ชาวบ้านกำลังจะอดตายกันอยู่แล้ว ยังคิดแต่จะซื้ออาวุธ 

 

พุทโธ่ ..พุดถัง รัฐบาลเส็งเคร็ง..สังคัง


#ปิ๊กกะจู้


83