มติใหม่! ฉีดไฟเซอร์บุคลากรทางการแพทย์ ด่านหน้า


249

 


วันที่ 2 ส.ค. 2564 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงมติคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ครั้งที่ 4/2564 วันที่ 1 ส.ค. 2564 เรื่อง คำแนะนำการให้วัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์ ในบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข มีรายละเอียดดังนี้


กลุ่มเป้าหมาย


บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าทุกคนที่ต้องสัมผัสผู้ป่วยโควิดจากการปฏิบัติงานทั่วประเทศ รวมทั้งนักศึกษาและเจ้าหน้าที่ที่ต้องสัมผัสผู้ป่วยโควิด-19 จากการปฏิบัติงาน เช่น แผนกผู้ป่วยนอก แผนกผู้ป่วยใน คลินิกทางเดินหายใจ ห้องฉุกเฉิน แผนกผู้ป่วยวิกฤติ โรงพยาบาลสนาม เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สอบสวนโรค เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในสถานที่กักกัน หรือปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับภารกิจการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 อื่นๆ ตามการพิจารณาของสถานพยาบาลหรือหน่วยงานต้นสังกัด 

 

หลักการให้วัคซีน


บุคลากรที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค (Sinovac) หรือซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ครบ 2 เข็ม พิจารณาให้วัคซีนไฟเซอร์ กระตุ้น 1 เข็ม
บุคลากรที่ได้รับวัคซีนใดๆ มาแล้วเพียง 1 เข็ม พิจารณาให้วัคซีนไฟเซอร์ เป็นเข็มที่ 2 โดยกำหนดระยะห่างระหว่างโดสตามชนิดของวัคซีนเข็มที่ 1 เป็นหลัก


บุคลากรที่ไม่เคยได้วัคซีนใดๆ มาก่อน พิจารณาให้วัคซีนไฟเซอร์ 2 เข็ม ห่างกัน 3 สัปดาห์

 

บุคลากรที่เคยติดเชื้อโควิด-19 และไม่เคยได้รับวัคซีน พิจารณาให้วัคซีนไฟเซอร์ 1 เข็ม โดยมีระยะห่างจากวันที่พบการติดเชื้ออย่างน้อย 1 เดือน

 

สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เคยได้รับวัคซีนดังต่อไปนี้

 

วัคซีนซิโนแวคเข็มแรก และวัคซีนแอสตราเซเนกาเข็มที่ 2 (สูตรสลับไขว้)


วัคซีนแอสตราเซเนกา 2 เข็ม


วัคชีนซิโนแวค 2 เข็ม และได้รับเข็มกระตุ้นด้วยแอสตราเซเนกา 1 เข็ม


คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า ขณะนี้ยังไม่แนะนำให้วัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็มกระตุ้น เพราะภูมิคุ้มกันอยู่ในระดับที่สูงเพียงพอเนื่องจากเพิ่งฉีดวัคซีนไม่นาน และยังไม่มีข้อมูลวิชาการสนับสนุนว่าจะฉีดวัคซีนกระตุ้นอีกครั้งเมื่อใด อย่างไรก็ตามจะให้บุคลากรกลุ่มนี้ขึ้นทะเบียนรายชื่อไว้ จะมีการพิจารณาข้อมูลวิชาการ และดำเนินการให้วัคซีนไฟเซอร์ตามข้อมูลวิชาการและจำนวนวัคซีนที่จะเข้ามาเพิ่มในระยะต่อไป

 

อธิบดีกรมควบคุมโรค ย้ำว่า การฉีดวัคซีนโควิด-19 ยังเป็นวัคซีนที่ใช้ในภาวะฉุกเฉิน และมีข้อมูลใหม่ๆ ออกมาตลอดเวลา ทั้งเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัย ภูมิต้านทานจะลดลงในช่วงไหนจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลทางวิชาการมากำหนดว่าควรจะฉีดวัคซีนอย่างไร เช่น การกลายพันธุ์ทำให้วัคซีนเกือบทุกชนิดมีภูมิคุ้มกันลดลง วิธีการเพิ่มภูมิคุ้มกันคือฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 (Booster Dose)

 

โดยเฉพาะในกลุ่มที่เสี่ยงสัมผัสเชื้อโรคสูง อาทิ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อให้บุคลากรทางแพทย์ทางสาธารณสุขด่านหน้ามีภูมิคุ้มกันเพียงพอ สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมั่นใจในการช่วยพี่น้องประชาชนต่อไปได้ และระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยไม่ลดหย่อนลง อย่างไรก็ตาม การรับวัคซีนยังคงเป็นตามหลักการเดิม คือ เป็นไปตามความสมัครใจ ไม่มีการบังคับ

 

 

เมื่อเปรียบเทียบเงื่อนไขบุคลากรทางการแพทย์ที่จะได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ดังนี้

แผนเดิม 


**เข้าเกณฑ์
-ได้ฉีดวัคซีน Sinovac ครบ 2 เข็ม

 

**ไม่เข้าเกณฑ์
-ฉีดวัคซีน AstraZeneca ครบ 2 เข็ม
-ฉีดวัคซีน AstraZeneca เข็มกระตุ้นเป็นเข็มที่ 3 แล้ว
-ฉีดวัคซีน Sinovac 1 เข็ม และ AstraZeneca 1 เข็ม
-ฉีดวัคซีน Sinovac หรือ AstraZeneca มาเพียง 1 เข็ม
-ฉีดวัคซีนอื่นๆ

 

แผนใหม่ 


**เข้าเกณฑ์
-ได้ฉีด Sinovac หรือ Sinopham ครบ 2 เข็มแล้ว จะได้ Pfizer 1 เข็ม
-ได้ฉีดวัคซีนอื่น เช่น AZ แล้ว 1 เข็มจะได้ Pfizer 1 เข็ม
-ยังไม่เคยได้วัคซีน จะได้ Pfizer 2 เข็ม
-เคยติดเชื้อมาแล้วและยังไม่เคยรับวัคซีน จะได้ Pfizer 1 เข็ม

 

**ไม่เข้าเกณฑ์
-ได้ฉีดวัคซีน AstraZeneca ครบ 2 เข็ม
-ได้ฉีดวัคซีน Sinovac 1 เข็ม และ AstraZeneca 1 เข็ม 
-ได้ฉีดวัคซีน Sinovac 2 เข็ม และ AstraZeneca 1 เข็ม

 


 


 


249