อาทิตย์อัสดง 


153

 

หงุดหงิดงุ่นง่าน คล้ายอาการคันในร่มผ้า หมอชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ทวงถามความคืบหน้าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับบัตร 2 ใบ โดนใจเพื่อไทย นายใหญ่ทักษิณ  

 

ถกเถียงกันมาเนิ่นนานกว่าจะคลอดมาได้แทบรากเลือด ผลักดันเข้าสภา 3 หน แท้งไป 2 หน งานนี้ไม่รู้จะตายทั้งกลมหรือแท้งก่อนคลอด  

 

หลังผ่านการพิจารณาจากสภามาแบบทะลุถุงยางมาเกิด ส.ว.ไม่คุมกำเนิดปล่อยผ่านหน้าตาเฉย เล่นเอาฝ่ายค้านงงในดงนายพล ไม่คิดว่าจะผ่านมาได้ เพราะที่แล้วๆมา ส.ว.สวมบทเป็นไอ้เข้ขวางคลองน้ำเน่า รัฐธรรมนูญข้าใครอย่าแตะ  

 

ไม่รู้ว่าเหตุผลกลใด แต่ตะหงิดๆในใจมันต้องมีอะไรเบื้องหลังแน่ กระนั้นเมื่อมาถึงขั้นตอนนี้ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ในมือนายกฯ ต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯสถานเดียว แต่ทำไม “บิ๊กตู่” ยังเล่นท่าชักช้าเหมือนรออะไรอยู่   

 

เหตุการณ์เป็นไปตามหน้าเสื่อเนื้อผ้า พรรคใหญ่เพื่อไทยได้เปรียบสุดๆ หากเลือกตั้งคราวหน้าใช้กติกาบัตร 2 ใบ ฝันหวาน ฝันเปียก ถึงเหตุการณ์ชนะถล่มทลายแลนด์สไลด์ กันหยาดเยิ้มแล้ว  

 

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่คนเพื่อไทยต้องออกหน้ามาทวงถามเรื่องนี้ และจะถามไปเรื่อยๆ เช้า สาย บ่าย เย็น เหมือนเจ้าหนี้ไล่ทวงค่าแชร์ เพราะเชื่อมั่นว่ากติกานี้มีแต่ได้กับได้ 

 

วิเคราะห์แบบไม่ต้องทายแต่แม่นกว่าโหร เลือกตั้งบัตร 2 ใบ ชั่วโมงนี้พรรคเพื่อไทยชนะขาด เพราะเป็นพรรคใหญ่มีฐานการเมืองที่ทำมายาวนาน และยึดครองพื้นที่ยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ ภาคเหนือ ภาคอีสาน พาดผ่านไปถึงลาว เขมร  

 

บวกกับกระแสเบื่อลุง เบื่อทหารบริหารโคตรห่วย คนหาเช้ารับประทานค่ำจึงหวนย้อนคิดถึงอดีต สมัยทักษิณบริหารบ้านเมืองแบบข้ามาคนเดียว ทำให้ชนชั้นรากหญ้ากลายเป็นรากแก้ว ขึ้นไปสู่ยอดหญ้าแบบตั้งตัวไม่ทัน ปลูกข้าว ปลูกผัก เหมือนปลูกทอง ต้องระวังโจรขโมยถึงขั้นไม่ได้หลับนอนกับเมีย!! 

 

เหตุการณ์แบบนั้นไม่เคยมีมานานแล้ว เพราะโดนรถถังฝังกลบไปนานนับ 10 ปี  

 

วันนี้ชีวิตสุดแสนลำเค็ญ ข้าวยากหมากแพง ลูกเด็กเล็กแดงแทบจะกินหญ้าเป็นอาหาร แม้แต่สลิ่มยังกลับใจ ไม่เอาทหารแล้วจะเอาไอ้หน้าเหลี่ยม อุตส่าห์เป็นแนวหน้าสู้แทบตาย สุดท้ายเนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่ง ซ้ำร้ายแกนนำยังโดนคดีพัวพันไปถึงเมียหลวง เมียน้อย ลูกกพร้า คนนินทา หมาดูถูก กรรมติดเทอร์โบเก่งแต่โง่ 

 

ด่าเสื้อแดงสู้แล้วรวย แต่แก๊งนกหวีดสู้แล้วควาย ไม่ตายก็ติดคุก จุดจบก็คล้ายกัน ลำบากนักดนตรีต้องไปสีซอให้ฟัง  

 

ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจ ทหารคิดอ่านอะไรไม่เห็นหัวนักการเมืองอยู่แล้ว ยิ่งกำลังอยู่บนอำนาจ วาสนา นาทีนี้คือนาทีทอง ไม่อยากทำให้เสียของเหมือนรุ่นพี่ รุ่นพ่อ อะไรที่นักการเมืองอยากได้ต้องค้านไว้ก่อน อะไรที่นักการเมืองอยากจะทำต้องหยุดไว้ก่อน  

 

แม้จะคิดอ่านไม่ลึกซึ้ง รู้ไม่เท่าทัน วางหมากเดินเกมช้ากว่าหลายก้าว แต่เมื่อเห็นนักการเมืองขยับถี่ๆ ซอยรัวๆ ช่วงล่าง ช่วงหลังขยับไวจนผิดสังเกตก็ต้องเบรกไว้ก่อน  

 

ไม่อยากไปเดินตามดมขี้ ดมตดอีกแล้ว เพราะยุคนี้ทหารต้องนำการเมืองนะจ๊ะ  

 

สรุปแล้วเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ พวกทหารที่ถนัดแต่ใช้กำลัง อำนาจ กำลังชั่งใจ ที่ทำกันมามันใช่หรือเปล่า โดนนักการเมืองเป่าหู ปั่นหัว สับขาหลอกหรือเปล่าว่ะ  

 

ยืนงงในดงเดือย คิดจนเปื่อยก็ยังคิดไม่ออก  

 

ง่ายนิดเดียวถ้าเลิกยึดติดอีโก้ เลิกฟังคำสอพลอ จากทั้งลิ่วล้อทหารเลว และนักเมืองชั้นเชิงสูง ปากหวานก้นเปรี้ยว แล้วใช้หัวคิดสักนิด ก็น่าจะมองออกว่ากำลังหลงทางเดินไปฝ่าดงตีน นักการเมืองรอจังหวะดักเตะกันอยู่  

 

งานนี้บอกคำเดียวรองเท้าไม่แห้ง...ไม่เลิก  

 

ก็มั่นหน้ามั่นโหนกกันมานาน อาการคันมันจึงทวีคูณ  

 

แต่ถ้าบรรดาทหารเฒ่า ผู้นำระดับสูงไหวตัวทัน นักการเมืองคงต้องเหนื่อยหน่อย เกมล้มกระดานแก้รัฐธรรมนูญต้องมาฉายหนังซ้ำแน่ อยู่ที่ว่าจะแนบเนียนแค่ไหน จะล้มที่ลุง ล้มที่ศาล หรือล้มที่นางตานีหิ้วหวีไปหิ้วหวีมา  

 

ผลก็คือรัฐบาลอยู่ได้นานขึ้นหน่อย ไม่มีอะไรน่าหนักใจไปกว่านั้น เพราะไม่ว่าจะจับกระแส จับกระไสย หรือจับยามสามตาแล้ว ในยามอาทิตย์อัสดง ดวงดาวแห่งโชคชะตารัฐบาลทหารเฒ่า มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันตกสถานเดียว 

 

ไม่อาจสัมผัสได้เลยถึงกระแสลมแม้เพียงแผ่วเบา ที่จะมาเปลี่ยนทิศทางให้รอดสันดอนจากสันดาน  

 

หมวยลำเค็ญ 


153