"คนยากไร้" ถึกทนกว่าคนทั่วไป?


35

หมอมักจะมองข้ามอาการเจ็บปวดของ "คนยากไร้" เพียงแค่เพราะอคติที่ว่า ดู "อดทน" ได้มากกว่าคนทั่วไป

คนทั่วไปมีแนวโน้มจะมองว่าคนยากจนและผู้มีการศึกษาน้อยกว่าตนเอง สามารถเผชิญความลำบากในชีวิต รวมทั้งอดทนต่อความเจ็บไข้และอาการเจ็บปวดทางร่างกายได้สูงกว่า ทำให้เกิดเป็นอคติ "คนจนไม่เจ็บ" ซึ่งทำให้เรามองผ่านเหล่าคนไร้บ้านที่นอนอยู่ข้างทางไปเหมือนเป็นอากาศธาตุ รวมทั้งทำให้หมอและพยาบาลไม่ค่อยสนใจต่อความเจ็บปวดของคนไข้อนาถาด้วย

 

ผลการทดลองทางจิตวิทยาสังคมโดยมหาวิทยาลัยเดนเวอร์ของสหรัฐฯ ซึ่งได้ลงตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Experimental Social Psychology ระบุว่าอคติที่เกิดจากความเหลื่อมล้ำด้านสถานะทางสังคมและเศรษฐกิจนั้นมีอยู่จริง และส่งผลกระทบต่อการบริหารสวัสดิการสังคมและบริการสาธารณสุขมากกว่าที่เคยคิดกันไว้

 

ก่อนหน้านี้มีงานวิจัยที่ชี้ว่า การที่คนไข้ซึ่งมีสถานะทางสังคมสูง สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่ได้มาตรฐาน รวมทั้งได้รับการดูแลและได้รับยาลดอาการเจ็บปวดต่าง ๆ มากกว่าผู้อื่นนั้น นอกจากปัจจัยในด้านทุนทรัพย์แล้ว ยังมีสาเหตุมาจากทัศนคติของคนส่วนใหญ่ในสังคมและการเหมารวมเชิงวัฒนธรรม (cultural stereotypes) เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่นคนอเมริกันผิวดำและกลุ่มผู้หญิง มักได้รับการประเมินจากแพทย์ว่ามีความรู้สึกเจ็บปวดในระดับที่ต่ำกว่าความเป็นจริง

 

 

รายงานวิจัยล่าสุดนี้ มาจากการทดลองทั้งหมด 10 ครั้ง กับกลุ่มตัวอย่างกว่า 1,500 คน โดยในการทดลองครั้งหนึ่ง ผู้เข้าร่วม 126 คน ต้องประเมินระดับความรู้สึกเจ็บปวดของชายผิวขาว 20 คน ใน 18 สถานการณ์ ผ่านการมองภาพถ่ายใบหน้าที่ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ รวมทั้งรับฟังข้อมูลประกอบเกี่ยวกับอาชีพและรายได้ของชายผิวขาวเหล่านี้ด้วย

 

ส่วนการทดลองครั้งอื่น ๆ มีขึ้นในลักษณะที่คล้ายกัน แต่มีการทดสอบตัวแปรบางอย่างที่ต่างออกไป เช่นให้ประเมินความเจ็บปวดโดยไม่มองดูภาพใบหน้า หรือให้ประเมินระดับความยากลำบากในชีวิตของคนในภาพไปด้วย รวมทั้งมีการเปรียบเทียบผลประเมินระหว่างกลุ่มคนทั่วไปกับบุคลากรทางการแพทย์โดยเฉพาะ

 


ผลการทดลองพบว่าความเหลื่อมล้ำในสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม นำไปสู่ความไม่เท่าเทียมในการประเมินความรู้สึกเจ็บปวดทางร่างกายอย่างชัดเจน เช่นบริกรในร้านอาหารจะถูกมองว่าสามารถทนทานต่อบาดแผลฉกรรจ์และ "ไม่น่าจะเป็นอะไรมาก" เมื่อเทียบกับผู้ประกอบอาชีพทนายความที่ได้รับบาดเจ็บในลักษณะเดียวกัน ซึ่งแพทย์พยาบาลมักจะให้ความสนใจประคบประหงม ลดความรู้สึกเจ็บปวดให้คนไข้รายหลังนี้มากกว่า เนื่องจากมองว่าเป็นผู้มีความบอบบางทางร่างกายและจิตใจสูง

 

 

ดร. เควิน ซัมเมอร์ส ผู้นำทีมวิจัยกล่าวสรุปว่า "แค่เราได้ทราบถึงสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมของคนแปลกหน้า ไม่ว่าจะเป็นการเดาผ่านข้อมูลที่เป็นถ้อยคำหรือสัญลักษณ์อื่น ๆ ที่ได้เห็นก็ตาม มันจะมีอิทธิพลต่อการประเมินความรู้สึกเจ็บปวดทรมานของคนผู้นั้นทันที"

 

 

"ส่วนคนที่รู้จักกันแล้วและทราบว่าอีกฝ่ายมีสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมต่ำกว่า อาจละเลยและขาดความเห็นอกเห็นใจกันได้ เช่นอาจบอกให้เพื่อนที่ได้รับบาดเจ็บแต่ไม่มีเงิน "ทนเอา" แทนที่จะช่วยเหลือให้ได้พบหมอ หรือนายจ้างอาจอนุมัติวันลาและมอบเงินชดเชยให้กับแรงงานระดับล่างที่ได้รับบาดเจ็บน้อยกว่า เมื่อเทียบกับลูกจ้างในตำแหน่งระดับสูง"

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา  BBC News


35