บอนไซเพื่อไทย บัตรใบเดียวคืนชีพ


229

 

เรตติ้งตั้งท่ากู่ไม่กลับ “ลุงตู่” ขยับไปทางไหนมีแต่เสียงด่า

 

ปัญหาปากท้องประชาชนมีแต่แย่ลง แก้ผักชีแพงก็สั่งทหารเอาไปปลูกในค่าย พอน้ำมันแพง รถบรรทุกขู่สไตร์กหยุดวิ่ง ก็เตรียมใช้รถทหารมาวิ่งแทน 

 

ใช้ทหารผูกขาดการแก้ปัญหาแบบไทยๆ แต่ไม่เคยคิดไปแก้ที่ต้นตอ ล่าสุดค่าไฟจ่อทะยานขึ้นรับปีใหม่ ซ้ำเติมวิกฤตปากท้องคนไทยยุคผู้นำชื่อ “ลุงตู่” ต้องทนชะตากรรมของแพง ยกเว้นค่าแรงที่แสนถูก

 

มองไปทางไหนมีแต่เรื่องแย่ๆ พอๆกับความเป็นเอกภาพภายในรัฐบาล ถึงเกลียดกันเข้าไส้ ก็ต้องหวานอมขมกลืน ทนขี้หน้ากันต่อไป เพื่อความอยู่รอดของรัฐบาล

 

ถึงจะใช้แท็กทีมใช้มติรัฐสภาเซฟรัฐธรรมนูญปี 60 ตีตกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน ไม่ให้ “ระบอบประยุทธ์” ถูกถอนรากถอนโคน  ลากอำนาจไปอีกพักใหญ่ แต่ก็ต้องลุ้นปัญหาเฉพาะหน้า ความขัดแย้งในรัฐบาลจะแตกหักขึ้นมาเมื่อไร            

 

เพราะไม่ใช่แค่รอยร้าวในพรรคพลังประชารัฐ แต่ยังขยายแนวถึงเพื่อนร่วมรัฐบาลระหองระแหงหนักข้อกันอีก

 

ที่เห็นกันชัดๆก็ฉากเสียวไส้ โหวตแสดงตนเป็นองค์ประชุมพิจารณาร่างพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มีเสียงครบองค์ประชุมเส้นยาแดงผ่าแปด ส.ส.อยู่ร่วมเป็นองค์ประชุม 239 เสียง เกินครึ่งมาแค่เสียงเดียว หายหน้าไปครึ่งค่อนสภาจาก ส.ส.ทั้งหมด 475 คน

 

รายชื่อ ส.ส.พลังประชารัฐ ยกก๊วนหายวับร่วม 20 เสียง ผลพวงปัญหาลูกติดพันจากอาการขัดแย้งเรื้อรังในพรรคที่ยังเคลียร์ใจไม่จบสักที แต่ที่น่าจับตากว่าคือ เสียงจากพรรคประชาธิปัตย์ก็พลอยหายหน้าไปเกือบ 20 เสียงเช่นกัน เหมือนมีช็อตบาดอารมณ์แฝงอยู่เบื้องหลัง 

 

คล้ายๆแก้เผ็ดเอาคืนกองทัพพลังประชารัฐที่กำลังล่าอาณานิคมไปแดนด้ามขวาน ลูบคมเจ้าถิ่นประชาธิปัตย์ที่มีแต่ทรงกับทรุดในพื้นที่
 

ทีมประชาธิปัตย์โดนเจาะไข่แดงพรุนจากฝั่งพลังประชารัฐ งวดก่อนก็โดนตีท้ายครัวไป จ.นราธิวาส ต่อมาก็ขยับมาโซนอันดามัน จัดประชุมครม.จ.กระบี่ เข็นสารพัดโครงการซื้อใจคนใต้รัวๆ ล่าสุดเขยิบขึ้น จ.ชุมพร ไปแก้ปัญหาน้ำท่วม ปล่อยเจ้าถิ่นยืนมองตาปริบๆ

 

ถิ่นปักษ์ใต้ไม่ใช่ของตายประชาธิปัตย์อีกต่อไป กลายเป็นสมรภูมิช่วงชิงกันหนักหน่วงทั้ง “ภูมิใจไทย-พลังประชารัฐ -ประชาชาติ” ร่วมแชร์ส่วนแบ่งอีนุงตุงนัง การเลือกตั้งสมัยหน้า ประชาธิปัตย์อาจหมดลายแชมป์เก่าหลายสมัย เกิดปรากฏการณ์เสาไฟฟ้าล้มระเนระนาด

 

ความขัดแย้งเรื่องช่วงชิงฐานเสียงการเมืองทั้งในพรรคพลังประชารัฐและพรรคร่วมรัฐบาล ส่งผลกระทบเสถียรภาพในสภาถี่ๆ แม้ยังไม่ถึงจุดแตกหัก แต่ก็ประมาทไม่ได้ 

 

อย่างน้อยก็ต้องซ่องสุมกำลัง ทำฐานเสียงในพื้นที่ให้พร้อม รองรับอุบัติเหตุการเมืองที่เกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทุกพรรคแข่งขันลงพื้นที่หนัก เหมือนได้กลิ่นไอเลือกตั้งรอบใหม่ใกล้จะ coming soon

 

ตามสัญญาณแว่วๆอาจได้กาบัตรครั้งใหม่กลางปี 2565 เพราะเงื่อนปมวาระดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ตามรัฐธรรมนูญ มีแนวโน้มผลการตีความเก้าอี้นายกฯ “ลุงตู่” อาจสิ้นอายุขัยแค่เดือนส.ค.2565 เพราะให้เริ่มนับหนึ่งตั้งแต่การเป็นนายกฯสมัยคสช.ปี2557

 

ซีกการเมืองแข่งตุนแต้ม รอฟังเสียงลั่นระฆังลงสนามรอบใหม่ เหลือแค่เช็กสัญญาณรอบสุดท้าย จะสู้ตามกติกาฉบับใด เพราะพิมพ์เขียวฉบับใหม่ บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ไม่รู้จะได้ใช้หรือไม่ ตามสัญชาตญาณ ส.ส.-ส.ว.หลายคน มีเซนส์ตรงกันอาจไม่ได้ใช้ ตามผลพวงการเมืองที่กำลังพลิกคว่ำพลิกหงาย ไม่รู้จะออกมาในทิศทางใด

 

ภายใต้เครื่องหมายคำถาม หากไม่มีการโปรดเกล้าฯร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ลงมาภายใน 90 วัน จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญตกไปหรือไม่ 

 

ไปๆมาๆอาจกลับไปใช้กติกาเดิม บัตรเลือกตั้งใบเดียว กติกาเก่าที่หลายพรรคแฮปปี้ โดยเฉพาะพรรคเล็กเนื้อเต้น มีท่าทีฮึดสู้ต่อ เลิกควบรวมพรรค เพราะแต้มปาร์ตี้ลิสต์กลับมาคำนวณระบบเดิม มีแต้มหยิบมือ แค่หลักหมื่นก็ยังมีที่ยืนทางการเมือง ไม่ต้องเหนื่อยหนีตายหาแต้มเป็นหลักแสนแลกกับการไปต่อ

 

พลังประชารัฐ พรรคกลาง พรรคเล็ก รวมถึงน้องใหม่ก้าวไกลได้กลับมาแฮปปี้ ยกเว้นเพื่อไทย โอกาสสร้างแลนสไลด์กลับมาริบหรี่ ทัพ “นายใหญ่” สู้มาแทบตาย ไม่แคล้วโดนบอนไซต่อไป

#พยัคฆ์ศึก
 


229