ยิ่งดี ยิ่งเด่น ยิ่งเสี่ยง 


193

 

วิเคราะห์การเมือง ยิ่งดี ยิ่งเด่น ยิ่งเสี่ยง 


ใจเย็นๆ ใจร่มๆ ก่อนดีกว่าไหม ไม่ทันไร “หมอกระเด็น” นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ก็ออกมาตีโพยตีพาย บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ วงจรอุบาทว์นำไปสู่การทุจริต 

 

เตรียมยื่นหนังสือให้ศาลรัฐธรมนูญวินิจฉัยล้มเลิก ไม่รู้เกลียดกลัวอะไรนักหนา คงเป็นไปตามที่คนนินทาหมาดูถูก พรรคเล็กไม่ชอบใจสิ่งนี้ เพราะโอกาสสูญพันธุ์สูงลิ่ว และตอนที่หมอยังไม่กระเด็นออกจากพรรคประชาธิปัตย์ คงมีปมด้อยฝังใจแพ้เพื่อไทยซ้ำซาก จนต้องลากการเมืองลงถนน

 

ระบบบัตร 2 ใบเพิ่งโปรดเกล้าฯลงมา แต่จะรีบไปยื่นศาล คนจะเข้าใจกันไปว่าไม่ยอมรับอำนาจสถาบัน เสียชื่อ “ไทยภักดี” นะคุณหมอ

 

งานนี้คนที่ตีปีกระริกระรี้หนีไม่พ้นค่ายใหญ่ฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทยของเครือข่ายนายใหญ่ ทักษิณ ชินวัตร หลังนอนฝันหวานมานาน จะกลับไปสู่ยุคเรืองรองครองอำนาจเป็นรัฐบาลพรรคเดียว ในระบบบัตร 2 ใบ

 

แต่ยังก่อน อย่าเพิ่งดีใจจนโอเวอร์ เพราะเหนืออื่นใดสำคัญสุดยอดคือต้องรอกติกากฎหมายลูก การคิดคำนวณคะแนน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ จะยังมีเพดานปิดล็อกไว้อยู่ตามเดิมหรือไม่ 

 

ถ้ายังเป็นเช่นนั้นปาร์ตี้ลิสต์เพื่อไทย อาจต้องกินไข่เหมือนเดิม แต่ถ้าหากรีเซ็ตกลับไปใช้การคำนวณตามคะแนนจริง แบบรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 “เพื่อไทยแลนด์สไลด์” ก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน

 

หรืออย่างน้อยๆถ้าไม่มโนโอเวอร์เกินไป เอาตามที่ สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. ผู้คลั่งไคล้หอเอน ณ เมือง ปิซ่า ประเมินให้เห็นภาพจากฐานคะแนนเลือกตั้งหนล่าสุด เพื่อไทยจะได้ปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มมาราวๆ 30 สวนทางกับก้าวไกลที่หายไป 30 กว่าคน 

 

เปรียบเทียบทุกพรรค ทุกค่ายแล้ว เพื่อไทยเข้าวินอันดับหนึ่งทิ้งขาดพลังประชารัฐ เกือบ 50 คน ดังนั้นเรื่องความชอบธรรมจัดตั้งรัฐบาลต้องยกให้เพื่อไทย ยกเว้นจะหน้าด้านหน้ามึน ไร้มารยาทจัดตั้งรัฐบาลแข่งเหมือนคราวก่อน ทั้งที่แพ้น่าเกลียดกว่าเดิม

 

เรื่องนี้เด็กอมมือยังรู้ มีหรือนักการเมืองผู้เชี่ยวกราก จะไม่รู้ใครต่อรอง ใครได้เปรียบเสียเปรียบ ไม่ต้องอื่นไกลพรรคร่วมฝ่ายค้านทำยังไงก็ไม่สามัคคี เรื่องนี้ เพื่อไทย-ก้าวไกล ขัดขากันชัดเจน 

 

เพื่อไทยอยากให้นับกันตามคะแนนดิบ แต่ก้าวไกลยังอยากให้มีเพดานตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เข้าตำรา “เกลียดตัวแต่กินไข่” เพราะเลือกตั้งล่าสุดกวาด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์กระจุยกระจาย 

 

แต่พักหลังๆเสียงเริ่มอ่อยๆไปนิด เหมือนรู้ลึกๆแก้นั่นแก้นี่ไปก็ป่วยการเสียเวลาเปล่า เพราะโอกาสรอดถูกยุบพรรคริบหรี่เลือนราง หมดแพสชั่นไปต่อ รอจังหวะก้าวเดินกันใหม่ เพราะก้าวไกลมาได้แค่นี้

 

ส่วนเพื่อไทยก็ใช่ว่าจะปลอดภัย ในฐานะจำเลยที่ 2 คดียุบพรรค ถูกจับเป็นตัวประกันรอเชือด ยุบก้าวไกล ไม่ยุบเพื่อไทย ก็เหมือนปล่อยเสือเข้าป่า ล่าแต้มสบายในสนามเลือกตั้ง ไม่มีตัวตัดแต้มในฐานเดียวกัน 

 

ยิ่งกระแสดี เข้าใกล้ “แลนด์สไลด์” มากเท่าไหร่ โอกาสถูกยุบพรรคก็ใกล้เข้ามาเป็นเงาตามตัว 

 

หมวยลำเค็ญ 

 
 
 


193