พิษโควิด-19 ทำสุขภาพจิตแย่ คนไทยเสี่ยงฆ่าตัวตาย 10 เท่า


109

กรมสุขภาพจิตห่วงสุขภาพจิดตคนไทยหลังเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 เป็นเวลานาน สำรวจพบผู้ตอบคำถามเสี่ยงฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า แนะใช้ `วัคซีนใจ’ ชุมชนไม่ทอดทิ้งกันลดอัตราการฆ่าตัวตาย เร่งขับเคลื่อนผ่านทุกระบบเครือข่าย

 

วันที่ 25 พ.ย. 2564 นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวระหว่างงานสัมมนา “ถอดรหัสนวัตกรรมวัคซีนใจในชุมชน 2564” ซึ่งกรมสุขภาพจิต จัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 พ.ย. ว่า ปัญหาด้านสุขภาพจิตที่เกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์การระบาดจะพบประชาชนมีความเครียด มีภาวะหมดไฟ มีภาวะซึมเศร้าและมีความคิดทำร้ายตนเองเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน

 

ปัญหาด้านสุขภาพจิตส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากปัจจัยทางสังคม สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ รายได้ ความจำเป็นและข้อจำกัดในการปรับตัวต่อวิถี New Normal และมาตรการป้องกันและควบคุมโรคต่างๆ จึงขอฝากนโยบายการเสริมสร้างวัคซีนใจในชุมชนให้ภาคีทุกภาคส่วนนำไปปฏิบัติ เพื่อร่วมกันดูแลจิตใจประชาชนชาวไทยทุกคนนั้นฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆไปได้ โดยใช้ทั้งความหวังและพลังใจเป็นเครื่องชี้นำเพื่อให้คนไทยมีสุขภาพจิตที่ดี

 

ด้าน พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า กรมสุขภาพจิตมีการดำเนินงานในระดับชุมชนร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งในและนอกระบบสาธารณสุข มาตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2563 เป็นต้นมา และประสบความสำเร็จใน 633 ชุมชนใน ทุกจังหวัด สามารถขยายผลให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

 

นอกจากนี้ยังมีการวิจัยการเสริมสร้างวัคซีนใจในชุมชนขึ้น เพื่อศึกษาต่อยอดองค์ความรู้ที่ได้จากการดำเนินงานในปี 2563 ที่ผ่านมา โดยใช้พื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ลำพูน กาฬสินธุ์ นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ ซึ่งเป็นตัวแทนจาก 4 ภาคทั่วประเทศ

 

ตั้งแต่เริ่มการแพร่ระบาดโควิด-19 กรมสุขภาพจิตได้ทำการสำรวจความเห็นพบว่า คนมีความคิดฆ่าตัวตายยังต่ำ อยู่ที่ 0.7-0.8% แต่ในช่วงเดือน ส.ค.ปี 2564 ซึ่งมีจำนวนผู้ติดเชื้อหลักหมื่นรายต่อวัน อัตราการเสียชีวิตหลายร้อยรายต่อวัน พบว่า ผู้ตอบคำถามเสี่ยงฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า หรือประมาณ 7-8 % และมีแนวโน้มสูงขึ้น สอดคล้องกับที่มีรายงานข่าวการฆ่าตัวตายผ่านสื่อต่างๆ สัปดาห์ละ 3-4 เหตุการณ์

 

อัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จในประเทศไทยเดิมอยู่ที่ 6-7 ต่อแสนประชากร ตอนนี้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 8 ต่อแสนประชากร ดังนั้นตั้งแต่ ส.ค. 2564 – ส.ค. 2565 เป็นเวลาทองที่เราต้องช่วยกันป้องกันไม่ให้ตัวเลขการฆ่าตัวตายสุงไปกว่านี้

 

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ที่น่าตกใจคือพบ ลักษณะการทำร้ายคนอื่น ก่อนทำร้ายตัวเองตาม ถือว่าเป็นเรื่องที่เราต้องเฝ้าระวังเพิ่มมากขึ้น ต้องขอบคุณสื่อที่เสนอข่าวเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น ไม่เสนอวิธีการฆ่าตัวตาย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการลอกเลียนแบบตามมา และอีกเรื่องที่ต้องทำคือเฝ้าระวังเข้มข้น และดักจับตั้งแต่ต้นทางที่พบความเสี่ยง


109