30 ขุนพลช้างศึก กับ 2 ประเด็นร้อน 


98

 

ถูกใจกันขนาดไหน กับ 30 ขุนพล ทีมชาติไทย ชุดซูซูกิคัพ

 

อย่างที่คาดการณ์ คือ ด้วยระยะเวลาที่ค่อนข้างกระชั้น ทำให้ มาโน โพลกิง เลือกจะใช้งาน คนที่คุ้นเคย มีประสบการณ์ไว้ก่อน เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาทำความเข้าใจกันนาน

 

เรียกว่าเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แกะซอง เติมน้ำร้อน รอซดเลย

 

ชื่อใหม่ๆ เซอร์ไพรส์ไม่ค่อยมี ประมาณว่า ถ้าเรียกตัวเมื่อ 2 ปีก่อน ก็คงได้ชุดนี้

 

แปลกหน้าหน่อย อย่าง โจนาธาน เข็มดี ซึ่งทำได้ดีในบอล 23 ปี เอเชีย รอบคัดเลือก แล้วก็ วีระเทพ ป้อมพันธ์

 

อืม อาจจะแค่นั้น

 

พิชา อุทรา เคยอยู่ในชุด 23 ปีมาก่อน รวมทั้ง กฤษดา กาแมน ก็ไม่ใช่ว่าใหม่

 

เห็นว่า แบ๊กซ้าย พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา จะถอนตัว เพราะเจ็บ มารอดูว่า คนที่เรียกเข้ามาจะเป็นใคร

 

คนนั้นติด คนนี้หลุด พูดกันไป ตามทรรศนะแต่ละคน แต่ที่น่าจะวิจารณ์กันเยอะคือ การติดทีมของ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ นายทวารจากโอเอช ลูเวิน

 

ถึงขนาด ข่าวที่ออกจากทีมประชาสัมพันธ์ ต้องให้ มาโน โพลกิง อธิบายเหตุผลที่เรียกเข้ามา โดย มาโน บอกว่า รู้จักกวินทร์ ดี มีความเป็นมืออาชีพ ประสบการณ์สูง ราวๆนั้น

 

กวินทร์ เคยบินเป็นมือ 1 ของไทย แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้ว นับจากย้ายไป ลูเวิน ก็ใส่สนับก้นยาว แล้วตำแหน่งโกล ถ้านั่งนานๆ พาลให้ความมั่นใจหมดไปด้วย จังหวะ จะโคน ไม่ลงล็อก

 

เลยมองกันว่า ในสภาพแบบนี้ เล่นก็ไม่ได้เล่น ก็ไม่น่าติด

 

โควตานายทวาร 3 คน แน่นอน 2 คน จอง คือ ฉัตรชัย บุตรพรม กับ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน และในสมัยนี้ กวินทร์ คงไม่ใช่ทางเลือกที่ 1 กับ 2 แล้ว

 

กระนั้นก็ตาม มองกันว่า หากการจะติดทีมชาติไทย วัดกันที่ผลงาน ทำไมไม่ให้คนที่เล่นไทยลีก แล้วได้ลงสม่ำเสมอติดทีม อย่างตำแหน่งโกล ก็ยังมี ปฏิวัติ คำไหม, วรวุฒิ ศรีสุภา ในรายชื่อชุดแรก หรือจะเป็น ชนินทร์ แซ่เอียะ, นนท์ ม่วงงาม ก็ได้

 

โอเคแหละ ชื่อที่ว่ามา อาจไม่ดีเลิศ มีหลุด มีเหวอ มีอะไรกันบ้าง แล้วรู้ได้ไงว่า กวินทร์ ดีกว่า ในปัจจุบัน

 

ถ้าเปรียบเป็นสนามสอบสมัครงาน พวก ปฏิวัติ, วรวุฒิ อาจจะทำคะแนนสอบได้ไม่ถึงกับเกรด A แต่อย่างน้อยก็เข้าสอบ มีคะแนนสอบ จากการลงเล่นกับต้นสังกัด ทว่ากับ กวินทร์ มันเหมือนกับไม่ได้เข้าห้องสอบด้วยซ้ำ แต่ได้รับเลือกเพราะผลงานเก่าๆ ปลายปีก่อน

 

คิดในทางของคนเลือก กวินทร์ น่าจะถูกวางเป็นมือ 3 และมุมมอง ของ มาโน คงไม่คิดว่าตำแหน่งนายทวารจะได้ใช้ถึงมือ 3 ดังนั้นจึงสละโควตานักเตะ 1 ที่ ให้กับรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์ เอามากระตุ้นรุ่นน้อง คอยช่วยเหลือโค้ช เหมือนกับที่ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล เคยติดทีมชาติในช่วงปลายๆ(แต่นั่นเขาก็ลงกับสโมสรสม่ำเสมอนะ)

 

ก็ว่ากันไป นานาจิตตัง

 

จากประเด็นถกเถียง มาสู่มุมที่น่าสนใจ กับการมาประสานงานกัน ของ 2 นักเตะขวัญใจ ต่างยุค

 

"เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ จาก คอนซาโดเล กับ "กัน" ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร จากเลสเตอร์ นักเตะแดนกลาง

 

ชนาธิป ยืนหนึ่งในดวงใจแฟนบอลอยู่แล้ว ฝีไม้ลายมือไม่ต้องพูดถึง ส่วน ธนวัฒน์ นั้น มาแจ้งเกิด ตั้งแต่ศึกคัดบอลโลก เมื่อเดือน มิ.ย. ต่อด้วยยู 23 เอเชีย รอบคัดเลือก

 

ตอนบอลโลก แคล้วคลาดกันไป เพราะ พี่เจ เจ็บ

 

แฟนบอลเห็น ธนวัฒน์ เล่น แล้วก็จินตนาการว่า หากร่วมกับ ชนาธิป มันจะสะเด่าทรวงขนาดไหน

 

แม้แต่ ชนาธิป ก็ยังบอกว่า สไตล์ของ เจ้ากัน น่าจะเข้ากับเขาได้ดี เพราะเป็นตัวรอง เก็บกวาด จ่ายได้ เป็นแบบที่หายากในทีมชาติไทย

 

เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ทั้งคู่จะได้มาประสานงานกันแล้ว ถ้าไม่มีอุบัติเหตุอะไรซะก่อน

 

น่าจะเริ่มตั้งแต่นัด 2 กับ เมียนมา วันที่ 11 พ.ย. เพราะนัดแรกกับ ติมอร์เลสเต พี่เจ มาไม่ทัน

 

คิดแล้วก็น่าตื่นเต้น กับการได้เข้าคู่กันของ 2 มิดฟิลด์ที่เปล่งประกายที่สุดของทีมชาติไทย

 

ถ้า "ช้างศึก" จะฝ่าอุปสรรคไปถึงแชมป์ เชื่อว่าการเข้าคู่ของ "กัน-เจ" นี่แหละ คือกุญแจสำคัญ

 

*** วุฒิ วานิช ***


98