ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตร “นักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง” นยปส.รุ่นที่ 13 รับฟังการบรรยายจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการตรวจสอบการทุจริต

 

นางฐิติวรดา ประดิษฐ์เพชร ผู้อำนวยการสำนักเฝ้าระวังและประเมินสภาวการณ์ทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ผู้อำนวยการสำนักเฝ้าระวังและประเมินสภาวการณ์ทุจริต เปิดเผยถึงการทำหน้าที่ของสำนักเฝ้าระวังฯ ที่จะต้องติดตาม และประเมินสถานการณ์ที่บ่งชี้ว่ามีการทุจริตอย่างรวดเร็ว หรือเกิดจากกรณีที่คณะกรรมการป.ป.ช.มีเหตุอันควรสงสัย จะต้องทำการตรวจสอบว่ามีเหตุจริงหรือไม่ พร้อมทั้งสำรวจสภาวการณ์ทุจริตปีละ 1 ครั้ง เพื่อจัดทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นการกำหนดแนวทางป้องกันการทุจริตไว้ล่วงหน้า เน้นการทำงานเชิงรุกและบูรณาการร่วมกันกับเครือข่ายและภาคประชาสังคมนางสาววริศา รัตนสมัย ผู้อำนวยการสำนักมาตราการเชิงรุกและนวัตกรรมกล่าวว่าภารกิจของสำนักมาตราการฯคือการเสนอมาตราการและความเห็นเสนอแนะเกี่ยวกับการวางแผนโครงการส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตหรือกระทำความผิดต่อหน้าที่ พร้อมทั้งเสนอหรือปรับปรุงกฎ ระเบียบที่เป็นช่องทางการทุจริต ประพฤติมิชอบ นอกจากนี้ยังมีกระบวนการติดตามมาตราการ ขับเคลื่อน โดยบูรณาการร่วมกับ ป.ป.ช. จังหวัด ป.ป.ช. ภาคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นางสวรรยา รัตนราช ผู้อำนวยการสำนักต้านทุจริตการศึกษา กล่าวว่าสำนักต้านทุจริตฯเป็นหน่วยงานทางวิชาการ มีหน้าที่ปลูกฝังความรู้ ทัศนคติ ค่านิยม ความซื่อสัตย์สุจริต โดยกำหนดให้หน่วยงานของรัฐและประชาชนมีส่วนร่วมโดยการรวมตัวรณรงค์ให้ความรู้ ต่อต้าน หรือชี้เบาะแส หรือพยานหลักฐาน โดยมีเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี คือให้ประเทศไทยปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบด้วยการพัฒนาคนและระบบผ่านหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ ตั้งแต่ปฐมวัยถึงอุดมศึกษา

นางแก้วตา ชัยมะโน ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและบูรณาการการมีส่วนร่วมต้านทุจริต กล่าวว่าภารกิจของสำนักคือการส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกันให้ความรู้ ต่อต้าน ชี้เบาะแสโดยได้รับความคุ้มครอง โดยมีเครือข่าย Strong เป็นต้นแบบ และขยายไปยังองค์กรต่างๆ เพื่อให้องค์กรนั้นทำการป้องกันการทุจริต

ขณะที่ นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. บรรยายในหัวข้อ “การบังคับใช้กฎหมายเพื่อดำเนินคดีทุจริต” โดยกล่าวถึงสภาพปัญหาการทุจริตหรือบริบทของสังคมไทย ที่ทำให้เกิดสมมติฐานหรือปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นในประเทศไทย และปัญหาที่พบหรือมูลเหตุที่เกิดการกระทำผิด ซึ่งกระบวนการตรวจสอบภายในฝ่ายบริหาร เช่น การใช้อำนาจบังคับบัญชา การดำเนินการทางวินัย และการอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง ส่วนการควบคุมการตรวจสอบโดยองค์กรภายนอก ได้แก่ การควบคุมโดยศาลหรือกระบวนการยุติธรรม และการควบคุมโดยองค์กรอิสระ เช่น คณะกรรมการ ป.ป.ช.,คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

 

หลักการพิจารณาความผิด จะพิจารณาจาก ผู้มีอำนาจพิจารณาอนุมัติ อนุญาตตามกฎหมาย 2.ผู้มีอำนาจควบคุม กำกับดูแลหรือสั่งการ 3.ผู้มีอำนาจดำเนินการตามหน้าที่ 4. ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตามกำหมาย เช่น คณะกรรมการชุดต่างๆ/กำหนดคุณลักษณะ/ควบคุมงาน/ตรวจการจ้าง

การไต่สวนและพิสูจน์ความผิดผู้ถูกกล่าวหา ต้องดูสถานะความเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ถูกกล่าวหาตามกฎหมาย,อำนาจหน้าที่ของผู้ถูกกล่าวหา,การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาตามองค์ประกอบความผิด หลักการไต่สวนของ ป.ป.ช. เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าด้วยการตรวจสอบและไต่สวน พ.ศ.2563 ได้แก่ การไต่สวนในรูปองค์คณะ,การไต่สวนโดยปราศจากอคติไม่มีส่วนได้เสีย,การรับฟังความทุกฝ่าย,การเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาโต้แย้งชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในขั้นไต่สวนอย่างเต็มที่,การไต่สวนโดยปราศจากข้อสงสัยและคำวินิจฉัยต้องชัดเจน

การไต่สวนพยานหลักฐาน ได้มาจาก พยานหลักฐานที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. รวบรวม ได้แก่ พยานบุคคล พยานเอกสาร พยานวัตถุ พยานผู้เชี่ยวชาญ ,พยานหลักฐานที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้างได้แก่ พยานบุคคล พยานเอกสาร พยานวัตถุ และพยานผู้เชี่ยวชาญ


668