กรมศุลกากร ปล่อย “หมูเถื่อน” ลอบขายบนเขียงหมู


549

กรมศุลกากร ปล่อย “หมูเถื่อน” ลอบขายบนเขียงหมู ใช้กลเม็ดนำเข้าสำแดงเท็จเป็นอาหารทะเล

อัปสร พรสวรรค์
 
ปัญหาเนื้อหมูขาดแคลนในประเทศ ที่ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เกษตรกร และผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่การเลี้ยงหมู ร่วมแรงร่วมใจกันมาเกือบ 6 เดือน มีเป้าหมายร่วมกันเพื่อเติมเต็มผลผลิตที่หายไป 50% จากโรคระบาด ASF ให้กลับคืนมา มุ่งแก้ปัญหาของผู้บริโภคให้มีเนื้อหมูเพียงพอและราคาที่เหมาะสม โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดของสงครามในรัสเซีย-ยูเครน ทำให้วัตถุดิบอาหารสัตว์ขาดแคลนและราคาพุ่งขึ้นไปกว่า 30% เกิดเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตของภาคการผลิต
 

ทุกอย่างกำลังดีขึ้นเมื่อสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศไทย ประกาศร่วมมือกันเพิ่มผลผลิตและรักษาระดับราคาให้เป็นไปตามกลไกตลาดอย่างสมเหตุผล  เกษตรกรเริ่มนำหมูเข้าเลี้ยง...แต่กาลไม่เป็นอย่างที่คิดเหมือน “ผีซ้ำด้ามพลอย” มีกลุ่มที่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว “ไอ้โม่ง” ปฏิบัติการลักลอบนำเข้าหมูผิดกฎหมายจากต่างประเทศโดยสำแดงเท็จเป็นสินค้าอื่นๆ เช่น อาหารทะเลและวัตถุดิบอาหารสัตว์เลี้ยง ตบตากรมศุลกากร และตรวจพบในห้องเย็นในภาคกลางทั้งนครปฐม ราชบุรี ยึดของกลางและดำเนินคดีตามที่เป็นข่าวแพร่หลาย
 

อย่างไรก็ตาม การจับกุมผู้ลักลอบนำเข้าหมู เจ้าหน้าที่รัฐยังไม่เคยออกมาประกาศตัวผู้บงการเลย ทำให้ “หมูเถื่อน” ลอยนวล การนำเข้าผิดกฏหมายจึงเป็นเรื่อง “ซ้ำซาก” ในหลายพื้นที่ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง เข้ามาตามชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน และกระจายไปตามเขียงหมูในตลาดสดอย่างรวดเร็ว เพื่อทำลายหลักฐาน ที่สำคัญช่วงนี้ กรมศุลกากร ดูแผ่วไป ไม่เข้มงวด ตรวจ จับ ดำเนินคดี เหมือนช่วงแรกๆ .....ก็ไม่แปลกเมื่อผู้คุมกฎหย่อนยาน คนร้ายก็เหิมเกริม ผลร้ายตกอยู่ที่ผู้บริโภค ที่ได้ของแถมเป็นสารเร่งเนื้อแดงไปก่อมะเร็งในร่างกายโดยไม่รู้ตัว ส่วนเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูที่ตั้งหน้าตั้งตาลงเลี้ยงหมูใหม่ หวังจะลืมตาอ้าปากได้บ้างหลังโดนโรคระบาดกวาดไปเกลี้ยงเล้า ก็โดนพวก “ไอ้โม่ง” ฉวยโอกาสนั้นไปแล้ว  
 

 

ตอนนี้ ได้แต่หวังว่า “กรมศุลกากร” จะทำงานแบบ “ไฮบริด” ตรวจ จับ ดำเนินคดี เข้มแข็ง ไม่เว้นหน้าอินทร์-หน้าพรหม ล้างความเชื่อเก่าๆทำงาน “อืดเป็นเรือเกลือ” ให้สูญพันธ์ไป เพราะหมูลักลอบนำเข้าผิดกฎหมาย ภัยร้ายตายผ่อนส่งของคนไทย เป็นหน้าที่ของพวกท่านทีมีประสบการณ์ช่ำชองในการพินิจพิเคราะห์เอกสารนำเข้าเป็นหนักหนา แค่ปรายตามองก็อาจจะทราบได้ทันทีว่ามีสิ่งผิดปกติ ที่สำคัญคือต้องจับกุมอย่างจริงจัง เพราะของผิดกฎหมายมันทำให้เกิดความเสียหายหลายเด้ง ในกรณีเนื้อหมูนี้กระทบทั้งเศรษฐกิจประเทศ ผู้บริโภค เกษตรกร และห่วงโซ่การผลิตทั้งหมด หากไม่เร่งสร้างเกราะป้องกันประเทศไทยแบบองค์รวม ปัญหาก็คงจะเป็นวัวพันหลักไม่สิ้นสุด.


549