"เลือดสีฟ้า" ไหล ซบไหล่ "ลุงตู่"


79

"เลือดสีฟ้า" ไหล ซบไหล่ "ลุงตู่"

 

ตลอดสัปดาห์ที่แล้ว เราจะเห็นปรากฎการณ์ ส.ส. แตกรัง ย้ายขั้ว สลับค่ายกันชุลมุน รอรับการเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะมีขึ้นในอนาคต (ไม่รู้ว่าใกล้หรือไกล)

 

"พรรคประชาธิปัตย์" คืออีกพรรคที่กำลังเผชิญวิกฤตศรัทธาของคนภายในพรรคเอง เพราะมีข่าวแว่วว่า ส.ส. และสมาชิกพรรคบางส่วนจะย้ายไปสังกัด "พรรคลุงตู่"

 

"รวมไทยสร้างชาติ" คือพรรคที่ถูกพูดถึงมากที่สุดอีกพรรคหนึ่ง เพราะอาจเป็นพรรคใหม่ของ "ลุงตู่" ในการทำงานการเมืองครั้งหน้า เมื่อต้องจำใจย้ายออกมาจาก "พลังประชารัฐ"

 

ข่าวว่ากันว่า คนใน "ประชาธิปัตย์" จะพากันยกโขยงไปอยู่กับ "ลุงตู่" ดังตัวอย่างเช่น

 

"ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู" ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่มีข่าวว่าสนิทสนม กับ "พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" หัวหน้าพรรค "รวมไทยสร้างชาติ"  รวมถึง "รังสิมา รอดรัศมี" ส.ส.สมุทรสงคราม และอดีตแนวร่วม กปปส.  

 

และ "สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล" เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีต ส.ส.ตรัง ที่แจ้งความประสงค์จะลงเขตเลือกตั้งที่ 4 จ.ตรัง แต่แพ้ผลสำรวจความนิยมที่พรรคจัดทำ ท่ามกลางความเคลือบแคลงสงสัยของเจ้าตัว 

 

ซึ่ง "รวมไทยสร้างชาติ" ได้ทาบทามบุคคลดังกล่าวไว้แล้ว หากพรรค "ประชาธิปัตย์" ไม่ส่งลงเลือกตั้งครั้งหน้า ก็จะย้ายไป "รวมไทยสร้างชาติ" แน่นอน 

 

นอกจากนี้ยังมีชื่อ "พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร" ส.ส. นครปฐม ที่จะย้ายไปอยู่กับ "รวมไทยสร้างชาติ" ด้วย เนื่องจากมี "บิ๊กทหาร" เป็นคนเชื่อมประสาน

 

"รังสิมา รอดรัศมี" ส.ส.ผู้มากบารมีในสมุทรสงคราม กล่าวผ่านรายการ "ถึงข่าวถึงคน" ทาง THE ROOM 44 ว่า จากการเลือกตั้งครั้งที่แล้วที่ต้องเปลี่ยนจุดยืนของพรรค เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี 

 

มาถึงการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนในพื้นที่เรียกร้องให้ย้ายพรรค เพราะกระแสของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังดีอยู่ในพื้นที่ จึงมีการจ้างทำโพลสอบถามความเห็นประชาชนว่าถ้ายังอยู่กับประชาธิปัตย์เหมาะสมหรือไม่

 

"มีพรรคการเมืองต่างๆ มาชวนไปร่วมงานการเมือง รวมถึงพรรค "รวมไทยสร้างชาติ" ก็มาชวนด้วย เพราะเคยร่วมชุมนุมกันมาในสมัย กปปส. หากผลโพลออกมาบอกว่าให้ย้ายพรรค ก็ต้องย้ายพรรค ต้องฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่ที่บอกมา เราต้องเชื่อโพล ต้องเชื่อในหลักวิทยาศาสตร์ ยอมเสียเงิน เพราะถ้าสอบตกก็เหมือนหมาตัวนึง ต้องกลับไปขายหอยดอง" 

 

"ที่ผ่านมายังไม่เจอนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ จึงยังไม่ได้พูดคุยกัน การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่การขายตัว ไม่ใช่การทิ้งอุดมการณ์ หากย้ายพรรคจริงตามผลโพล คือการทำตามพลังของประชาชน อย่าฝืนพลังของประชาชน"

 

ตอกย้ำการทิ้งประชาธิปัตย์ ด้วยการลาออกของ "พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล"  ส.ส.นครศรีธรรมราช ที่ขอไปซบ "รวมไทยสร้างชาติ" อีกคน

 

และล่าสุด "ครอบครัวเสนพงศ์" ก็ประกาศลาออก "ประชาธิปัตย์" แบบยกตระกูล ด้วยเหตุผลว่าไม่มีชื่อเป็นผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช  

 

"พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์" อดีตผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช น้องชาย "เทพไท เสนพงศ์" อดีต ส.ส. นครศรีธรรมราชหลายสมัย ระบุว่า

 

"ครอบครัวเสนพงศ์ทุกคนของลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ นับว่าเป็นความชัดเจนที่พรรคประชาธิปัตย์เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช อย่างเป็นทางการ โดยไม่มีชื่อของตน ต่อจากนี้ไปตนขอประกาศตัดสินใจทางการเมืองด้วยตัวเอง"

 

"พรรคประชาธิปัตย์กลับไม่ให้ความสำคัญไม่เห็นคุณค่าของนักสู้ของพรรค ตัดสิทธิ์สมาชิกของครอบครัวตระกูลเสนพงศ์ ลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส. ในเขตเลือกตั้งเดิม แต่กลับให้สิทธิ์กับตระกูลอื่นลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ตระกูลละ 2 คน ถือได้ว่าเป็นการไม่ให้เกียรติกับคนที่เคยต่อสู้ให้กับพรรคประชาธิปัตย์"

 

"เมื่อแนวทางการเมืองของพรรคเป็นเช่นนี้ ตนจึงจำเป็นต้องพิจารณาตัวเองด้วยการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคทันที ขอยืนยันว่าสมาชิกในครอบครัวตระกูลเสนพงศ์ไม่ได้ทิ้งพรรคประชาธิปัตย์ แต่พรรคประชาธิปัตย์ต่างหากที่ทอดทิ้ง ไม่ให้โอกาสสมาชิกของคนในตระกูลเสนพงศ์ เมื่อเป็นเช่นนี้สมาชิกในครอบครัวทั้งหมดจะยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์"

 

งานนี้ "จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูไม่ค่อยจะยี่หระสักเท่าไหร่ ยังคงเดินสายหาเสียง ทำหน้าที่รัฐมนตรีพาณิชย์ และหัวหน้าพรรคไปตามกำหนดการเดิมที่วางไว้

 

"เลือด" ที่คนอื่นมองว่าไหลออก แต่สำหรับ "คนประชาธิปัตย์" ไม่รู้จะมองในมุมใด ขนาด "สามสีภูเขาทอง" "ไตรรงค์ สุวรรณคีรี" อดีตกรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ที่ลาออกจากพรรค "ประชาธิปัตย์" ยังไม่มีท่าทีรู้ร้อนรู้หนาวมากนัก

 

แต่ที่แน่ๆ เราเห็นปรากฎการณ์  "เลือดสีฟ้า" กำลังไหล ซบไหล่ "ลุงตู่" แน่นอน


79