จบเอเปค ประยุทธ์ จัดทัพการเมืองแบ่งแยกอำนาจ


101

จบเอเปค ประยุทธ์ จัดทัพการเมืองแบ่งแยกอำนาจ

 

การประชุมสุดยอดผู้นำเอเซีย แปซิฟิกหรือเอเปค ด้วยความอลังการ จากงบประมาณในการจัดงาน 3,280 ล้านบาท จะเป็นการลงทุนด้วยงบประมาณที่มาจากภาษีประชาชนคุ้มค่าหรือไม่ ชาวบ้าน จะปลื้มไปด้วยหรือไม่กับการที่ประเทศไทยมีโอกาสต้อนรับผู้นำประเทศต่างๆ ไม่รู้ แต่ที่เป็นปลื้มมากที่สุดก็ คือพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา ผ่านวิบากกรรมนายกฯครบ8 ปีมาได้ และมาเป็นประธานจัดงานเอเปค ได้สำเร็จ เดินยิ้มแก้มแทบแตกทั้งวัน 

 

 

ในขณะที่ ลานอนุสาวรีย์ประชธิปไตย ฝุ่นตลบ ระหว่าง ม็อบราษฎรหยุดเอเปค กับ คฝ. ตำรวจควบคุมฝูงชน ผู้บังคับบัญชา สั่งยิงอย่างเดียว กลัวดาวจะกระเด็นก็เลย ส่องเข้าไปที่ เป้าตาของผุ้ชุมนุมจนตาบอด สื่อมวลชนที่ไปทำข่าว นอกจากจะตาเกือบบอด ยังถูกตีกบาลจนน่วม ตำรวจก็ยังลอยหน้าลอยตาแถลง ว่า ตำรวจก็บาดเจ็บถึง 14 นาย ก็เล่นตะลุมบอนเหมือนนักเลงตีกันอย่างนั้น ปราศจากยุทธวิธีในการสลายการชุมนุม จากเบาหาหนัก เล่นแต่ของหนัก อย่างเดียว

 

 

ทีนี้ก็เกิดดราม่า ฝ่ายหนึ่งก็ด่าม็อบ ทำให้งานใหญ่ของประเทศเสื่อมเสียภาพลักษณ์ อีกฝ่ายก็ตอบโต้ว่า เป็นการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตย ประเทศไหนก็มี แต่เจ้าหน้าที่ไม่ควรใช้ความรุนแรงและควรมีพื้นที่ให้ผุ้ชุมนุม

 

 

ว่ากันว่า ผู้นำเขตเศรษฐกิจระดับบิ๊กๆ ไม่ค่อยสนใจกับเนื้อหาสาระการประชุมเอเปคเที่ยวนี้ เท่าไหร่ ส่วนใหญ่ มาเพราะต้องการพบกับผู้นำประเทศต่างๆ และอีกส่วนก็อยากมาเที่ยวเมืองไทยมากินอาหารไทยแบบออริจินอล คณะผู้นำคนสำคัญว่ากันว่ามีผู้ติดตามไม่ต่ำกว่า 800 คน จึงไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ ที่จะเดินทางเป็นการส่วนตัวก็ไม่รู้ว่าไปช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจตรงไหน ต้องยอมรับว่า เรายังไม่พร้อมเต็มที่ ในการจัดการระดับชาติ แม้แต่การประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ ฟาดงบประมาณ ไป 400 ล้านบาทแต่งานออกมาจิ๊บๆ  อสมท. ได้ไปแค่ 30 ล้าน แต่งานเยอะกว่า

 

 

ไปสู่คำถามที่ว่า จัดงานเอเปคแล้วไทยได้อะไร

 

 

ที่คอการเมืองจับตากันมาก คือ หลังเอเปค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะประกาศทิศทางการเมืองอย่างไรให้ชัดเจนเสียที กับ กระแสว่าจะไปเป็นแคนดิเดตนายกฯ ให้ รวมไทยสร้างชาติ ให้กับ พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ จริงหรือไม่ จะไปเมื่อไหร่ หรือ จะยุบสภาวันไหน จะเป็นปลายเดือน ธ.ค. หลังงานเอเปค ตามที่ สัญญาไว้กับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่

 

 

มีสองกระแส ไปแน่ เป็นสมาชิกพรรคลงบัญชีรายชื่อด้วย กับอีกกระแส จะยังอยู่เป็นคาดิเดทนายกฯให้พลังประชารัฐ ซึ่งคุยกับหัวหน้าพรรคตัวจริง พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ อยู่ว่าจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ อันไหน ระหว่าง พล.อ.ประวิตร กับ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ ส่ง สุชาติ ชมกลิ่น หัวหน้าภาคตะวันออกไปอยู่กับรวมไทยสร้างชาติแน่ๆ

 

 

ก็มีผลกระทบตามมาอีก ถ้า พล.อ.ประยุทธ์  ยังอยู่แล้ว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะกลับมาได้หรือไม่  ถ้า ร.อ. ธรรมนัส กลับมา กลุ่ม สามมิตร กลุ่มบ้านใหญ่  กลุ่มสิงห์บุรี ยังจะอยู่ พลังประชารัฐต่อไป หรือไม่

 

 

หัวไม่ส่ายหางก็ไม่กระดิก การชิงพื้นที่ในพลังประชารัฐ ก็เป็นอีกเรื่อง การชิงพื้นทีระหว่าง พรรคร่วมรัฐบาล ก็เป็นอีกเรื่อง การจะไปจับมือกับฝ่ายค้าน ก็เป็นอีกเรื่อง การเมืองร้อนๆ ห้ามกระพริบตา

 

 

แต่ที่ไม่ต้องกระพริบตา สงครามตัวแทนกระชากหน้ากาก นายทุนจีนสีเทา ระหว่าง สันธนะ ประยูรรัตน์ กับ ชูวิทย์  กมลวิศิษฎ์ ก็ไม่ธรรมดา เล่นกันแบบขุดรากถอนโค่น ระหว่าง ป. กับ ต. โยงไปถึงคดีสำคัญนายตำรวจใหญ่ๆทั้งหลาย ตามยึดทรัพย์ ตัดวงจร กัน อุตลุต 

 

 

แม้แต่เรื่องเงินที่จะเอาไปซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลโลก ที่เลิ่กลั่ก กว่า จะลงตัว ก็เพราะนายทุน รอดูการขยิบตา ระหว่าง สอง ป.  เห็นอานุภาพของการเมือง ที่ชิงขั้วอำนาจวันนี้แล้ว เห็นเค้าราง มรสุมสึนามิการเมืองลูกใหญ่กำลังจะมาถล่มประเทศไทยอีกรอบ


101