"อานนท์" ลั่นเจอที่ศาลแน่ ฟ้องกลับ จนท.สลายการชุมนุม 18 พ.ย.


139

"อานนท์" ลั่นเจอที่ศาลแน่ ฟ้องกลับ จนท.สลายการชุมนุม 18 พ.ย. ทั้งทางแพ่ง-อาญา-วินัย ด้าน กมธ.การพัฒนาการเมือง เตรียมนำเรื่องเข้าวาระประชุม พฤหัสบดีนี้

 

 

เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2565 เวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา ตัวแทนคณะราษฎร ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน  สภาผู้แทนราษฎร ให้ตรวจสอบกรณีการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม บริเวณถนนดินสอ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา

 

นายบารมี ชัยรัตน์ ที่ปรึกษากลุ่มสมัชชาคนจน กล่าวว่าวันนี้พวกเราซึ่งเป็นผู้ได้รับความเสียหายจากการชุมนุม มาร้องเรียนต่อกรรมาธิการฯ โดยเห็นว่าที่ผ่านมาเราได้แน้งการชุมนุมโดยชอบด้วยกฎหมายทุกประการและได้ดำเนินการชุมนุมในกรอบของกฎหมาย แต่การขัดขวางเสรีภาพในการชุมนุม โดยที่ไม่ยอมให้เดินไปที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถือเป็นการขัดขวางที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เราคิดว่าเจ้าหน้าที่ไม่ควรที่จะใช้อำนาจอะไรมาขัดขวางได้ ณ ตอนนั้น และเมื่อมีการขัดขวางเราก็ต้องมีการกระทำเพื่อให้หยุดการขัดขวาง และเจ้าหน้าที่มีการใช้กำลังทุบตี ซึ่งใน 2 ครั้งแรกยังไม่รุนแรงเท่าไหร่ แต่ในครั้งที่ 3 มีการเปลี่ยนตัวบุคคลที่เข้ามาสลายการชุมนุม เป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนที่ใช้ผ้าพันคอสีเขียวเข้ามาสลายการชุมนุม ตนมองว่าการใช้กำลังเข้ามาสลายการชุมนุมเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำอ้างว่าใช้กฎหมายอาญาเป็นการกระทำผิดซึ่งหน้าไม่ได้ ถ้าเห็นว่าเราชุมนุมไม่ชอบก็ต้องไปร้องเรียนต่อศาล แต่นี่ไม่มีการไปร้องต่อศาลกลับใช้อำนาจเถื่อนเข้ามาทำร้ายพวกเราจนส่งผลให้มวลชนคนหนึ่งบาดเจ็บสาหัส ต้องเสียการมองเห็นไป ถือว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมที่เป็นประชาธิปไตย การใช้กำลังก็เป็นการใช้ที่ไม่ได้สัดส่วนกับการกระทำผิด สิ่งที่ตนถูกกล่าวหาคือมั่วสุมก่อความไม่สงบ และขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ สิ่งที่เจ้าหน้าที่ยึดไปได้คือ เตาอั้งโล่ ,กระทะ ,เชือกฟาง ,หุ้นฟาง และผ้าปิดปาก แต่สิ่งที่เราได้รับจากเจ้าหน้าที่คือ กระสุนยาง แก๊สน้ำตา ระเบิกควัน ถามว่าสิ่งเหล่านี้หรือที่เป็นการสลายการชุมนุมที่ได้สัดส่วน คิดว่าไม่ใช่ จึงอยากให้คณะกรรมาธิการฯ ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง

 

นายอานนท์ นำภา เปิดเผยว่า กำลังตามหาตัวคนที่ลั่นไกปืนใส่ประชาชน โดยกรณีนี้มีข้อสังเกตุว่าการกระทำแตกต่างจากที่ผ่านมา หลายคนตั้งข้อสังเกตุว่าอาจไม่ใช่ตำรวจ ส่วนประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บเราก็พยายามเยียวยาเบื้องต้นไปก่อน และจะมีการเรียกร้องทั้งทางวินัย อาญา และทางแพ่ง กับเจ้าหน้าีท่ที่ปฏิบัติมิชอบในครั้งนี้ ต้องทำทุกระดับชั้นและจะเรียกร้องกับทุกองค์กร หวังว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยจะทำงานในกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐผิดจริง ๆ ก็ต้องเอาผิด เพราะหลายกรณีที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่รัฐถูกปกป้องจากกระบวนการยุติธรรม  ซึ่งหากกรณีนี้สำเร็จก็จะเป็นการวางบรรทัดฐานใหม่และจะไม่มีใครกล้ากระทำเช่นนี้อีก แต่ถ้าเราไม่สามารถเอาผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ก็จะมีการกระทำเช่นนี้อีก ฝากถึงเจ้าหน้าีท่รัฐทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ว่า “เตรียมหาทนาย เจอกันชั้นศาลแน่นอน”

 

ด้านนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์  ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ระบุว่าเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ขณะที่มีการประชุม APEC ก็มีกลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้อง สะท้อนความเห็นไปยังผู้นำนานาชาติ แต่เกิดเหตุการณ์ปะทะกันเกิดขึ้น และวันนี้สิ่งที่ผู้เสียหายได้รวบรวมข้อมูล พยานหลักฐานมาส่งให้คณะกรรมาธิการฯ เพื่อนำเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมในวันพฤหัสบดีนี้ 

 

โดยหลังจากได้รับหนังสือจากกลุ่มผู้เสียหาย เพื่อให้คณะกรรมาธิการฯ ไปตรวจสอบหาผู้กระทำความผิดและตรวจสอบในเรื่องของขอ้กฎหมายต่าง ๆ ซึ่งการชุมนุมภายใต้ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะในขณะนี้สามารถกระทำได้ และสถานการณ์ประเทศไทยตอนนี้ก็ไม่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว การชุมนุมเป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย ยกเว้นผู้นำเผด็จการเท่านั้นที่รับไม่ได้ต่อเสียงของประชาชนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ และสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมานั้น คือ ความรุนแรงเกินอัตราส่วน จำนวนของประชาชนที่ออกมาเรียกร้องกับจำนวนตำรวจที่มาสลายการชุมนุม รวมถึงมาตรการจากเบาไปหาหนัก และภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่มีการยั่วยุมวลชน ขณะที่ผู้บังคับบัญชากำลังเจรจากับผู้ชุมนุม เรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นและมีการเผยแพร่ออกไป จนมีการตั้งคำถามเหมือนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนไม่ได้รับการฝึกอบรมมาเลย

 


139