เครือข่าย ปชช. กดดัน คณะกรรมการ ป.ป.ส. คัดค้านพิจารณานำ "กัญชา" กลับไปเป็นยาเสพติด


103

เครือข่ายประชาชน ชุมนุม กดดัน คณะกรรมการ ป.ป.ส. คัดค้านพิจารณานำ "กัญชา" กลับไปเป็นยาเสพติด ลั่นหากดึงดัน จะสู้จนกว่าจะชนะ 

 

 

วันนี้ 22 พ.ย. 2565 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล เครือข่ายประชาชนเพื่อการมีกฎหมายควบคุมกัญชาในประเทศไทย นำโดย นายประสิทธิชัย หนูนวล ,นายอัครเดช ฉากจินดา ได้ยื่นหนังสือถึง นายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องขอให้ผลักดัน พ.ร.บ.กัญชาเป็นกฎหมายบังคับใช้ โดยมีนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับเรื่อง

 

 

 


นายประสิทธิชัย หนูนวล แกนนำเครือข่ายฯ ได้อ่านแถลงการณ์ โดยมีข้อความระบุว่า ตามที่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการให้ประชาชนเข้าถึงกัญชาในฐานะพืชสมุนไพรมาโดยลำดับนั้น บัดนี้ถึงขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้เกิดการจัดการและควบคุมเชิงระบบสำหรับพืชกัญชา เพื่อเป็นหลักประกันต่อสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงพืชกัญชาในฐานะความมั่นคงทางยาของครัวเรือนและของประเทศชาติโดยรวม เครือข่ายประชาชนเพื่อการมีกฎหมายควบคุมกัญชาในประเทศไทย จึงมีข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี 2 ประการดังนี้ 

 

 

 

1.ขอให้แนวนโยบายของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับกัญชาจะต้องไม่นำกัญชาไปสู่การเป็นยาเสพติดโดยเฉพาะการดำเนินการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดหรือ ปปส. เพราะการนำกัญชาไปสู่ยาเสพติดเท่ากับเป็นการตัดสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงกัญชาและยังนำไปสู่การสร้างกติกาใหม่ที่เอื้อประโยชน์ให้กับคนบางกลุ่มเข้าถึงและดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับกัญชาได้ในขณะที่ประชาชนจะถูกกีดกัน ฉะนั้นหากรัฐบาลคำนึงถึงประชาชนจะต้องไม่นำพืชกัญชากลับไปสู่ยาเสพติดอีก  

 

 

 

2.เพื่อเป็นหลักประกันในสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงพืชกัญชาเพื่อความมั่นคงทางยารัฐบาลจะต้องผลักดันให้เกิดกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติเพื่อใช้สำหรับควบคุมกัญชาเชิงระบบ เพราะกฎหมายระดับพระราชบัญญัติจะระบุหลักการของการปฏิบัติต่อกัญชาในประเทศนี้เอาไว้ ข้อปฏิบัติใดที่จะเกิดขึ้นกับกัญชาจะต้องอยู่ภายใต้หลักการในพระราชบัญญัติ บัดนี้กรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎรได้จัดทำกฎหมายเสร็จสิ้นแล้วควรที่สภาผู้แทนราษฎรจะต้องพิจารณาบังคับใช้ ฉะนั้นรัฐบาลในฐานะผู้ใช้อำนาจบริหารประเทศจะต้องตระหนักว่าการไม่มีกฎหมายมาควบคุมกัญชาเชิงระบบเป็นความผิดพลาดร้ายแรงของการบริหารประเทศ เพราะจะก่อปัญหาหลายประการตามมา รัฐบาลจึงต้องดำเนินการเพื่อให้สภาบังคับใช้ พ.ร.บ.กัญชาที่กำลังจะเข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร

 

 

 

จึงขอให้ท่านพิจารณาว่าความมั่นคงทางยาจากพืชกัญชาจะสามารถทำให้สังคมไทยมีความพร้อมพอต่อการรับมือวิกฤติใดในอนาคตที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนและเลวร้ายมากขึ้นทุกที ภารกิจของการผลักดันกัญชาจึงมิใช่การแย่งชิงทางการเมืองแต่เป็นการสร้างความมั่นคงทางยาแก่ประเทศชาติ  และหากยังมีการดึงดันที่จะผลักดันให้กัญชาเป็นยาเสพติด พวกเราก็จะสู้จนกว่าจะได้รับชัยชนะ เพราะถือว่าท่านไม่มีความรับผิดชอบต่อประชาชน  

 

 

 

 

ด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษก กรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. … กล่าวว่า ขอยืนยันว่า กัญชาไม่ใช่ยาเสพติด นับตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 มีคนบางกลุ่มพยายามที่จะเอาเข้าที่ประชุม คณะกรรมการ ปปส. เพื่อให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติด ทำให้ ประชาชนหวาดวิตก แต่ในที่สุด พลังประชาชนที่ได้หล่อหลอมรวมกันในเวลาเพียงไม่กี่วัน จึงเป็นผลสัมฤทธิ์ ให้วันนี้ คณะกรรมการ ปปส.เปลี่ยนวาระเพื่อพิจารณา เหลือเพียงวาระเพื่อทราบ แต่ก็อย่าเพิ่งประมาทต้องรอดูกันต่อไป การมาที่นี่เพื่อเรียกร้องไม่ให้กัญชาเป็นยาเสพติด แสดงถึงเจตนารมณ์แน่วแน่ว่าจะยึดกัญชาเป็นสมุนไพรของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน และสิ่งที่ต้องรู้เท่าทัน คือ มีความพยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้กัญชา เป็นสิ่งที่ไม่มีกฎหมายมาควบคุม สิ่งนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่ง พวกคนเหล่านี้หวังดีแต่ประสงค์ร้ายต่อกัญชา ด้วยการอ้างว่า ห่วง เยาวชน สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร ถามว่าถ้าห่วงเยาวชน ทำไมไม่ออกกฎหมายมาควบคุม ถ้าเห็นด้วยกับการควบคุม ท่านจะต้องยกมือแก้ไขในสภาฯ รายมาตราไม่ใช่คว่ำกฎหมายทิ้ง ทั้งฉบับ เป็นการแสดงถึงความไม่รับผิดชอบ พรรคการเมืองใด นักการเมืองคนใด ที่ทำแบบนั้น ประชาชนจะสั่งสอนท่านเองในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กดติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Line : https://lin.ee/fz3kPXy
Facebook : https://www.facebook.com/theroom44
Tiktok: https://vt.tiktok.com/ZSWjC6o8/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCcoyY6gFDXBQBRhKZeleA_g


103