Logo
variety iconlive icon
NewsAll
LIVES UPDATE
Politics2026 Mar 25 :: 10:57

“ยศชนัน” หอบกฎหมาย 10 ฉบับประเดิมประชุมสภาวันแรก แก้ไขปัญหาปากท้องปชช.

“ยศชนัน” หอบกฎหมาย 10 ฉบับประเดิมประชุมสภาวันแรก แก้ไขปัญหาปากท้องปชช.เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 69 ที่รัฐสภา ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวกรณีพรรคเพื่อไทยยื่นหนังสือถึงนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ถึงกฎหมายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน หลังจากยื่นอภิปรายในสภาผู้แทนยราษฎรถึงปัญหาเรื่องพลังงาน โดยกฎหมายที่ยื่นในวันนี้เป็นร่างพรบ.ทั้งหมด 10 ร่างกฎหมายที่ทำเรียบร้อย คือร่างกฎหมายพรบ.ส่งเสริมวิทยาศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม พรบ.โรงแรมและสถานที่พักที่ไม่ใช่โรงแรม พรบ.การปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตกรรม พรบ.ภาพยนต์ และพรบ.ส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะมีพรบ.เกี่ยวกับการศึกษาและการเข้าถึงบริการอย่า่งเท่าเทียม ซึ่งจะได้บริหการจัดการความเดือดร้อนของประชาชนซึ่งนอกกเหนือจากพรบ.ที่เสนอไปนั้นก็มีอีก 47 ร่างกฎหมายที่พรรคเพื่อไทยพยายามเตรียมและระหว่างนี้จะมีเรื่องกฎหมายต่างๆเพิมเติมอีกครั้งหนึ่ง ส่วนรายละเอียดแต่ละฉบับจะมีการขึ้นไว้บนเว็บไซต์ของพรรคเพื่อไทยรวมทั้งการสัมนา เสวนาเพื่อให้ประชาชนเข้าใจพรบ.ต่างๆให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งระยะเวลานั้นจะมีกระบวนการและอาจต้องมีการยื่นควบคู่ไปด้วย คาดว่าอย่างน้อย 1-2 ปีโดยบรรยากาศในการประชุมวันนี้ก็ค่อนข้างดีเพราะหากมีวาระเร่งด่วนก็จะมีการประชุมเพิ่มเติมในวันศุกร์เมื่อถามว่าบทบาทของพรรคเพื่อไทย จะเปลี่ยนประเทศไทยอย่างไรบ้าง ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ตรงนี้จะเป็นการร่างเพื่อแก้ปัญหาที่เปลี่ยนไป ทั้งเรื่องภาวะโลกร้อน เรื่องประชาธิปไตย ความเท่าเทียม ซึ่งเป็นประเด็นหลักสำคัญรวมทั้งรายได้ที่มีหลายพรบ.ไม่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ เรื่องปัญหาทางสังคมและการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ต้องดูแล วึ่งเป็นเรื่องทีมีความจำเป้นและต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์โลกและสภาพเศรษฐกิจ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"ทรัมป์" อ้างใกล้ชัยชนะ "อิหร่าน" ขู่ตอบโต้ ฟาก UNDP เตือนเศรษฐกิจพัง ว่างงานพุ่ง 4% สูญ 3.6 ล้านงาน
Global News2026 Apr 02 :: 14:16

"ทรัมป์" อ้างใกล้ชัยชนะ "อิหร่าน" ขู่ตอบโต้ ฟาก UNDP เตือนเศรษฐกิจพัง ว่างงานพุ่ง 4% สูญ 3.6 ล้านงาน

"ทรัมป์" อ้างใกล้ชัยชนะ "อิหร่าน" ขู่ตอบโต้ ฟาก UNDP เตือนเศรษฐกิจพัง ว่างงานพุ่ง 4% สูญ 3.6 ล้านงานวันที่ 3 เม.ย. 2569 รายงานฉบับใหม่ของ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน อาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออกกลางสูงถึงเกือบ 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 6.5 ล้านล้านบาทรายงานประเมินว่า กลุ่มประเทศอาหรับอาจสูญเสียผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ระหว่าง 1.2 แสนล้านถึง 1.94 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่อัตราการว่างงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงสุด 4% ส่งผลให้ตำแหน่งงานหายไปราว 3.6 ล้านตำแหน่ง และอาจมีประชาชนอีกกว่า 4 ล้านคนตกอยู่ในความยากจน แม้สงครามจะยุติลงในระยะใกล้ ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมยังคงรุนแรงต่อเนื่องพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) และภูมิภาคลิแวนต์ ซึ่งอาจสูญเสียการเติบโตทางเศรษฐกิจกว่า 5.2% ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 2 และส่งผลให้ราคาพลังงานโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนหน้านี้ องค์การสหประชาชาติ ยังเตือนว่า หากอิหร่านสามารถปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะยิ่งผลักดันราคาสินค้าอาหารและปุ๋ยให้สูงขึ้น กระทบประเทศยากจนอย่างหนักขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงยืนยันว่ากองกำลังสหรัฐฯ ได้รับ “ชัยชนะอย่างท่วมท้น” และกำลังทำลายขีดความสามารถของอิหร่าน โดยระบุว่าเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ใกล้บรรลุแล้ว พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ จะเดินหน้าปฏิบัติการต่อไปอย่างไรก็ตาม ฝ่ายอิหร่านออกมาตอบโต้ทันที โดย อิบราฮิม ซอลฟากอรี จาก กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน ระบุว่า สงครามจะดำเนินต่อไปจนกว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลจะ “ยอมจำนน” พร้อมประกาศเพิ่มระดับการโจมตีให้รุนแรง กว้างขวาง และทำลายล้างมากขึ้นอิหร่านยังปฏิเสธข้ออ้างว่าสมรรถนะทางทหารอ่อนแอลง โดยยืนยันว่าการโจมตีที่ผ่านมาเป็นเพียงเป้าหมายที่ไม่มีนัยสำคัญ และสหรัฐฯ ยัง “ไม่เข้าใจศักยภาพที่แท้จริง” ของอิหร่านด้าน เอเลียส ฮาซราติ โฆษกของ มาซูด เปเซชเคียน วิจารณ์คำแถลงของทรัมป์ว่า “บ้าคลั่ง” และยืนยันว่าอิหร่านยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างแข็งแกร่งสถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนความตึงเครียดที่ยังไม่มีทีท่าคลี่คลาย และมีแนวโน้มส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทั้งเศรษฐกิจภูมิภาคและเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป.

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“คริส” เผย ตกใจ-เสียใจ-กลัว บอก “ปกรณ์วุฒิ” โทรเคลียร์ ปมชี้นิ้วคุกคาม ยันเดินหน้ายื่นจริยธรรมต่อ
Politics2026 Apr 02 :: 13:07

“คริส” เผย ตกใจ-เสียใจ-กลัว บอก “ปกรณ์วุฒิ” โทรเคลียร์ ปมชี้นิ้วคุกคาม ยันเดินหน้ายื่นจริยธรรมต่อ

“คริส” เผย ตกใจ-เสียใจ-กลัว บอก “ปกรณ์วุฒิ” โทรเคลียร์ ปมชี้นิ้วคุกคาม ยันเดินหน้ายื่นจริยธรรมต่อวันที่ 2 เม.ย. 2569 นายคริส โปตระนันท์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ เปิดเผยกับ The Room 44 ว่า นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.)ได้โทรศัพท์ติดต่อมาพูดคุย กรณีชี้นิ้วคุกคามในห้องประชุมสภาฯ โดย นายคริส ระบุว่า นายปกรณ์วุฒิ ได้โทรมาบอกว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้มีอะไร ไม่ได้ตั้งใจจะไปหาเรื่อง โทรมาไม่ได้จะต่อความยาว พร้อมกับยืนยันว่าเป็นการเดินไปคุยเป็นเรื่องปกติของวิป แต่ตนก็ได้ปฏิเสธไปว่าตนไม่ได้อยู่ในวิป“ผมยืนยันกับนายปกรณ์วุฒิ ว่าขอให้เป็นไปตามกระบวนการดีกว่า โดยน่าจะยื่นจริยธรรมต่อไป ขอให้นายปกรณฺ์วุฒิ รอไปชี้แจงเอา ผมยอมรับ ตกใจ เสียใจ และรู้สึกกลัว กับการกระทำดังกล่าว การที่บอกเดินมาหา แล้วบอกว่าเป็นเรื่องปกติ ก็เป็นมุมของ นายปกรณ์วุฒิ แต่ในมุมของผมมองว่าไม่ใช่เรื่องปกติ เพราะมีการเดินมาหาแบบนี้เกือบจะเป็นครั้งที่ 3 แล้ว วันนี้มีความรุนแรงขึ้น มีการกวักมือเรียก ท้าทายอย่างชัดเจน หลังจากนี้ให้เป็นไปตามกระบวนการต่อไป”

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"อิหร่าน" โต้ "ทรัมป์" ลั่นจะยกระดับสงคราม เตรียมโจมตีหนักกว่าเดิม
Global News2026 Apr 02 :: 11:34

"อิหร่าน" โต้ "ทรัมป์" ลั่นจะยกระดับสงคราม เตรียมโจมตีหนักกว่าเดิม

"อิหร่าน" โต้ "ทรัมป์" ลั่นจะยกระดับสงคราม เตรียมโจมตีหนักกว่าเดิมวันที่ 2 เม.ย. 2569 ภายหลังการแถลงของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่อ้างว่ากองกำลังสหรัฐฯ ได้รับ “ชัยชนะอย่างท่วมท้น” และสร้างความเสียหายอย่างหนักต่ออิหร่าน พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ กำลังทำลายขีดความสามารถของฝ่ายตรงข้ามในการคุกคามและแสดงแสนยานุภาพนอกประเทศ โดยยืนยันว่าเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์สำคัญใกล้บรรลุแล้วนั้นล่าสุด โฆษกกองทัพอิหร่านออกมาตอบโต้ทันที ระบุว่าสงครามจะดำเนินต่อไปจนกว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลจะเผชิญ “ความอัปยศ ความสูญเสีย และการยอมจำนน” พร้อมย้ำว่าอิหร่านจะยกระดับปฏิบัติการทางทหารให้ “รุนแรง กว้างขวาง และทำลายล้างยิ่งกว่าเดิม”อิบราฮิม ซอลฟากอรี โฆษกกองบัญชาการปฏิบัติการทางทหาร Khatam al-Anbiya ภายใต้ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน ระบุผ่านสื่อของรัฐว่า อิหร่านพร้อมตอบโต้ด้วยการโจมตีที่รุนแรงขึ้น พร้อมเตือนสหรัฐฯ ให้ “คาดหวังการตอบโต้ที่หนักหน่วงกว่าเดิม” หลังจากสร้างความเสียหายที่อิหร่านมองว่าเกิดขึ้นจากการรุกรานขณะเดียวกัน อิหร่านยังปฏิเสธคำกล่าวอ้างของทรัมป์ที่ว่าศักยภาพทางทหารของตนถูกบั่นทอน โดยย้ำว่าสหรัฐฯ “ไม่เข้าใจขีดความสามารถเชิงยุทธศาสตร์ของอิหร่าน” และชี้ว่าการโจมตีที่ผ่านมาเป็นเพียงเป้าหมายที่ “ไม่มีนัยสำคัญ” อีกทั้งข้อมูลของสหรัฐฯ และอิสราเอลยัง “ไม่ครบถ้วน”โฆษกยังยืนยันว่าแหล่งผลิตยุทโธปกรณ์สำคัญของอิหร่านอยู่ในพื้นที่ที่ฝ่ายตรงข้าม “ไม่รู้และไม่สามารถเข้าถึงได้” พร้อมประกาศว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่เกิดขึ้นด้าน เอเลียส ฮาซราติ โฆษกของ มาซูด เปเซชเคียน วิจารณ์ถ้อยแถลงของทรัมป์ว่า “บ้าคลั่งสิ้นดี” พร้อมระบุว่าคำพูดดังกล่าวกลับยิ่งเสริมความเป็นเอกภาพและความมั่นคงของอิหร่านทั้งนี้ ฮาซราติยังย้ำว่าอิหร่านยังคงควบคุม ช่องแคบฮอร์มุซ ได้อย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่ยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลาย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

เพจดังแฉยับ! จี้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ หลังรถหลวง-น้ำมันรัฐ ถูกใช้ร่วมงานวันเกิดปลัด ศธ.
Society2026 Apr 02 :: 11:29

เพจดังแฉยับ! จี้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ หลังรถหลวง-น้ำมันรัฐ ถูกใช้ร่วมงานวันเกิดปลัด ศธ.

เพจดังแฉยับ! จี้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ หลังรถหลวง-น้ำมันรัฐ ถูกใช้ร่วมงานวันเกิดปลัด ศธ.วันที่ 2 เม.ย. 2569 เฟซบุ๊ก ชมรมSTRONGต้านทุจริตประเทศไทย โพสต์ข้อความ ระบุว่า จับโป๊ะ! รถหลวง น้ำมันราษฎร์ จัดเต็มงานวันเกิดปลัด ศธ. เครือข่ายรายงานว่า พบเห็นความผิดปกติขบวนรถราชการ จาก 3 สถาบัน (ว.พณิชยการเชตุพน, ว.เทคนิคมีนบุรี และ ว.อาชีวศึกษาเชียงราย) พร้อมคนขับ ไปร่วมงานวันเกิด ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่บ้านพักส่วนตัว ตีรถเปล่าข้ามภาค สั่งรถตู้หลวงจากเชียงราย วิ่งยาวลงมารับ ผอ. ถึงสนามบินด้วยเงินภาษี รถตู้วิทยาลัยพณิชการเชตุพน ทะเบียน ฮง 6706 กรุงเทพมหานคร รถยนต์นั่ง 4 ประตู Isuzu mu-7 วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี ทะเบียน ฎอ 9313 กรุงเทพมหานคร รถตู้วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย ทะเบียน นค 1289 เชียงราย ปกปิดความผิดด้วยการทำ "โลโก้แม่เหล็ก" แปะข้างรถหลวง พอจะใช้สังสรรค์ส่วนตัวก็ลอกออก หวังตบตาประชาชนและหลบเลี่ยงการตรวจสอบตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี รถราชการต้องใช้เพื่อ "ประโยชน์ของทางราชการเท่านั้น" การนำรถหลวง น้ำมันหลวง และคนขับที่เป็นบุคลากรของรัฐ ไปสแตนด์บายรับส่งเพื่อสังสรรค์ประจบผู้บังคับบัญชา คือการ "ทุจริตต่อหน้าที่" อย่างชัดเจนพฤติกรรมเบียดบังทรัพย์สินแผ่นดินไปใช้ส่วนตัวเช่นนี้ เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งในอดีต ป.ป.ช. เคยชี้มูลความผิดและศาลสั่งจำคุกข้าราชการระดับสูงจากคดีลักษณะนี้มาแล้วหลายราย ถือเป็นการสะท้อนปัญหาระบบอุปถัมภ์ที่กัดกินสังคมไทยอย่างรุนแรงแจ้งประชาชนและหน่วยงานตรวจสอบด่วน กมธ. ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ สภาผู้แทนราษฎร สื่อสารองค์กร สำนักงาน ป․ป․ท․ สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ภัณฑิล” ฟาด หลังสภาใช้งบซื้อกล้อง 4K ตัวละ 11.6 ล้าน เรียกร้อง “รองปธ.สภา” ดูให้ชัดว่าจำเป็นหรือไม่
Politics2026 Apr 02 :: 09:42

“ภัณฑิล” ฟาด หลังสภาใช้งบซื้อกล้อง 4K ตัวละ 11.6 ล้าน เรียกร้อง “รองปธ.สภา” ดูให้ชัดว่าจำเป็นหรือไม่

“ภัณฑิล” ฟาด หลังสภาใช้งบซื้อกล้อง 4K ตัวละ 11.6 ล้าน ชี้ ปัญหาไม่ใช่ความคมของภาพแต่คือความเป็นธรรม เรียกร้อง “รองปธ.สภา” ดูให้ชัดว่าจำเป็นหรือไม่ ซัด อย่าอ้างฝ่ายค้านซื้อของแพง ย้ำ รัฐสภาต้องคมที่การตรวจสอบไม่ใช่ภาพลักษณ์วันที่ 2 เม.ย. 69 ที่ รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวถึง กรณีที่สำนักข่าวอิศรา เผยแพร่ข่าวว่ารัฐสภามีการจัดซื้อกล้องโทรทัศน์สตูดิโอ 4k ตัวละ 11.6 ล้านบาท โดยในรายการระบุว่าไม่เพียงพอต่อการจัดมุมภาพของผู้อภิปราย โดยเฉพาะมุมภาพของสส.พรรคฝ่ายค้านที่น้อยกว่าพรรคฝ่ายรัฐบาล หวั่นว่าจะเกิดความเคลือบแคลงสงสัยถึงความเป็นกลางทางการเมืองและการเลือกปฏิบัติ ว่า ตนก็เอะใจ เพราะตนก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการงบประมาณปี 69 ว่าตนตัดรายการนี้ทิ้งไปหรือไม่ จนเพื่อนสมาชิกมาบอกให้ตนกลับไปตรวจสอบรายการนี้ ซึ่งในรายงานระบุว่าชำรุดและขอทดแทน แต่ครั้งนี้บอกว่าอาจไม่เป็นธรรมกับฝ่ายค้าน จึงอยากออกมาปกป้องตัวเอง ว่าเรากลายเป็นต้นเหตุหรือไม่ที่ต้องมีการจัดซื้อกล้องใหม่ ตัวละ 11.6 ล้านบาท โดยอยากถามว่าปัญหาที่แท้จริงอยู่ตรงไหน ภาพละเอียดไม่พอ หรืออยู่ที่ระบบการนำเสนอทางการเมืองที่ไม่เป็นธรรม สัดส่วนเวลา เช่นการอภิปรายสามารถหยิบขึ้นมาในการแบ่งเวลาของฝ่ายค้านและรัฐบาล หรือประชาชนยังเห็นสูทของ สส.ไม่ชัดพอ แต่ที่จริงแล้วสาระอยู่ที่การอภิปราย ไม่ได้อยู่ที่มุมกล้องสวยพอหรือไม่ ถ้าปัญหาคือความไม่เป็นธรรมทางการเมือง ก็ต้องแก้ที่กติกา ระบบ ไม่ใช่กระโดดไปซื้ออุปกรณ์ราคา 11.6 ล้านบาท"รัฐสภาไม่ใช่สตูถ่ายรายการ สิ่งที่ต้องคมที่สุด คือการตรวจสอบ ไม่ใช่ความละเอียดของภาพ นิติบัญญัติไม่ใช่งานโชว์ ภาพ 4K แต่การตรวจสอบรัฐบาลด้วยความจริงที่ลึกถ้าวันนี้เราใช้งบประมาณแผ่นดิน ทำให้ภาพของผู้มีอำนาจคมขึ้น แต่ยังไม่ตอบให้ชัดว่าประชาชนได้ประโยชน์อะไรอย่างแท้จริง คำถามคือเงินภาษีถูกใช้ เพื่อเนื้อหาและเพื่อภาพลักษณ์อะไรกันแน่ คำถามนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กเพราะกล้องที่กำลังจะจัดซื้อ เป็นชนิด 4k สเปคสูง เลนส์ซูมไม่น้อยกว่า 45 เท่า เป็นการแก้ไขปัญหาแบบพอเพียงหรือต้องการอัพเกรดในพื้นที่อำนาจ " นายภัณฑิล กล่าวนายภัณฑิล กล่าวว่า จึงอยากเรียกร้องไปยังรองประธานสภาฯที่ดูแลเรื่องนี้ ว่ามีความจำเป็นขนาดนั้นหรือไม่ ดังนั้นต้องตอบเรื่องนี้ให้ชัด ไม่ใช่เอะอะซื้อกล้อง ต้องเปิดให้เห็นว่าปัญหาอยู่ตรงไหน เสียกี่จุด บอดกี่มุม ใช้งานไม่ได้จริงหรือไม่ มีทางเลือกอื่นที่ถูกกว่าหรือไม่ และทำไมถึงไม่เลือกจากการจัดผังกล้องที่มีอยู่ ให้เพิ่มเฉพาะจุดแก้ไขระบบควบคุม หากภาพประชาธิปไตยต้องใช้เงิน 11.6 ล้านบาท เพื่อให้มุมกล้องสวยขึ้น แสดงว่าเราน่าจะเข้าใจคำว่าประชาธิปไตยผิด เพราะรัฐสภามีหน้าที่ทำให้เสียงประชาชนถูกได้ยิน ไม่ใช่ภาพของผู้มีอำนาจที่คมชัดนายภัณฑิล กล่าวอีกว่า อย่าเอาฝ่ายค้านมาอ้างซื้อของแพง ฝ่ายค้านไม่ได้ขอเลนส์แพง ฝ่ายค้านขอความเป็นธรรม เรื่องเวลาในการอภิปราย ถ้าจะเป็นธรรมคือหลักการการจับภาพ มาตรฐานการสลับภาพ ไม่ใช่โยนไปงบ 11.6 ล้านบาท คำถามสุดท้ายคือถ้าจะใช้เงินภาษี เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงรัฐสภาจริงๆ ทำไมไม่เร่งทำสรุปสาระ ทำคลิปคำอภิปรายให้ค้นหาง่าย และทำไมไม่เร่งการเปิดให้ถ่ายทอดสดห้องกรรมาธิการเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบเชิงลึก แต่เลือกมาซื้อกล้อง 4k ในห้องประชุมใหญ่ สภาควรเป็นสถานที่ที่มีความคมที่สุด ไม่ใช่สถานที่ที่มีภาพคมที่สุด หากยังแยกไม่ออก วันหนึ่งเงินภาษีประชาชนจะถูกใช้ไม่ใช่สาระเพื่อการตรวจสอบ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ม็อบแรงงาน บุกทำเนียบ ยื่นข้อเรียกร้องแก้ปัญหาน้ำมัน ตั้งข้อสังเกตุ ราคาน้ำมันไทยสวนทางหลายประเทศในโลก
Society2026 Apr 02 :: 09:15

ม็อบแรงงาน บุกทำเนียบ ยื่นข้อเรียกร้องแก้ปัญหาน้ำมัน ตั้งข้อสังเกตุ ราคาน้ำมันไทยสวนทางหลายประเทศในโลก

ม็อบแรงงาน บุกทำเนียบ ยื่นข้อเรียกร้องแก้ปัญหาน้ำมัน ตั้งข้อสังเกตุ ราคาน้ำมันไทยสวนทางหลายประเทศในโลก เชื่อ รัฐบาล กักตุน-ลักลอบขาย ถาม ทำไมขึ้นราคาแล้วมีน้ำมันขายทุกปั๊ม?วันที่ 2 เมษายน 2569 ที่ประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย , สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ , พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย รวมตัวยื่นหนังสือถึง นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขวิกฤติปัญหาน้ำมันขาดแคลน ราคาแพง และค่าไฟฟ้า สินค้า ราคาแพงนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเรียกร้องที่มายื่นต่อรัฐบาลในวันนี้ ว่า โดยสถานการณ์ทุกคนก็ทราบดีอยู่อยู่แล้วว่าความเดือดร้อนอันสาหัส อาจถึงขั้นทุกข์ทรมานด้วยซ้ำไปในขณะนี้ จากผลผลิตและสิ่งที่รัฐบาลได้ประกาศขึ้นราคาน้ำมัน ก่อนหน้านี้ 6 บาทในครั้งเดียว ที่ประชาชนบอกว่าลักหลับหลังเที่ยงคืนไปแล้ว และมีการปรับขึ้นอีก 3.50 บาท ชีวิตประชาชนเป็นอย่างไรคิดว่าทุกคนก็รู้อยู่แล้ว สิ่งที่เรามาในวันนี้เพียงแค่เบื้องต้นก่อน เพราะมีหลายองค์กร หลายเครือข่ายที่สังเกตการณ์ ได้เตรียมการที่จะขับเคลื่อน รอดูว่ารัฐบาลจะมีท่าทีต่อเรื่องราวเหล่านี้อย่างไร ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะวันนี้ไม่ว่าที่ไหนก็แล้วแต่เดือดร้อนทั้งนั้น พวกเราเพียงต้องการส่งเสียงถึงรัฐบาล หลังเพิ่งผ่านจากการเลือกตั้งมา และมีการสัญญากับประชาชนในเรื่องการอยู่ดีมีสุข และความร่ำรวยที่จะเกิดขึ้นในหมู่ประชาชน แต่วันนี้ประชาชนหลายคนก็บ่นว่า ”ไม่ไหวแล้วโว้ย“ เพราะมีการปรับขึ้นโดยไม่ฟังเสียงของประชาชน เนื่องจากก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีได้ประกาศว่าน้ำมันสำรองเราใช้ได้อีก 106 วัน แต่เวลาผ่านไปไม่กี่วัน ปรากฏว่าน้ำมันขาดแคลน บางปั๊มถึงขั้นปิดไปดังนั้น ก็เป็นเรื่องที่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าไหนบอกว่ามีน้ำมันสำรองที่จะใช้ได้ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือเมื่อมีการประกาศขึ้นราคาน้ำมัน ทุกปั๊มก็มีน้ำมันให้เติม จึงเป็นข้อสังเกตของประชาชนว่า ท้ายที่สุดแล้วใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการทำลักษณะเช่นนี้ แต่ท้ายที่สุดแล้วคงไม่พ้นรัฐบาล ว่าทำไมไม่จัดการเรื่องราวเหล่านี้ ซึ่งที่ผ่านมาทั้งหมด นายกรัฐมนตรีพยายามอ้างว่าประชาชนกักตุนหรือปล่อยให้น้ำมันขาดแคลน ทั้งที่นายกฯ มีอำนาจโดยตรง แม้จะเป็นรัฐบาลรักษาการ ฉะนั้นการมาวันนี้เพื่อส่งเสียงว่าจะจัดการกับปัญหาที่เป็นความทุกข์ยากของประชาชนอย่างไร หรือจะเป็นไปในลักษณะที่ประชาชนกล่าวอ้างว่าไปอุ้มนายทุนมากกว่าประชาชนเมื่อถามว่ามองอย่างไรที่ ศบก. บอกว่าหลังจากนี้น้ำมันจะขึ้นเรื่อยๆ นายสาวิทย์ ระบุว่า ตนคิดว่าในตลาดโลกราคาน้ำมันสวนทางกับประเทศไทย คือลดลง แต่ประเทศไทยก็ยังมีการขึ้นไม่หยุดในขณะนี้ และยิ่งไปกว่านั้นน้ำมันวันนี้ที่ขายกันหลายคนก็รู้ว่าเป็นสต๊อกเก่า ฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลต้องจัดการโดยเร็วคือ หาแนวทางหรือวิธีการ ไม่ใช่รอน้ำมันขึ้น 50 บาท 60 บาทซึ่งถือเป็นการคนข่มขู่ประชาชนอยู่ทุกวัน โดยที่ไม่มีทางเลือกอะไรเลย ดังนั้นกระบวนการที่จะทำให้ถูกลงอย่างไรก็มีวิธีการ เช่น วันนี้สต๊อกน้ำมันที่สำรองอยู่ ค่าการกลั่น 7 บาท ลดลงมาได้หรือไม่ ภาษีที่ซ้ำซ้อนลดลงมาได้หรือไม่ ทั้งนี้ เราคิดว่ารัฐบาลต้องเปิดเผยความจริงแก่ประชาชน ไม่ใช่ข่มขู่อยู่ทุกวันว่าน้ำมันจะปรับขึ้นโดยไม่มีมาตรการจะแก้ไขปัญหาเมื่อถามถึงกรณีที่รัฐบาลบอกว่าตลาดโลกเป็นอะไรที่ไม่สามารถควบคุมได้ให้ประชาชนปรับชีวิตใหม่ลดการใช้พลังงานทั้งไฟฟ้าและน้ำมันนั้น นายสาวิทย์ กล่าวว่า ทำไม่ได้ นายกฯ พูดได้ แต่ในทางปฏิบัติประชาชนทำไม่ได้ ขนาดจะเติมน้ำมันไปทำไร่ทำนายังทำไม่ได้ จะประหยัดจนประหยัดไม่ไหวแล้ว ถ้าจะประหยัดอีกทีไม่ต้องซื้อกิน เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องแจ้งว่าแก้อย่างไร ซึ่งก็มีหลายหน่วยงาน มีการยื่นข้อเสนอไปแล้ว รวมถึงของเครือข่ายตนด้วย การที่รัฐบาลมาบอกว่าให้ช่วยเหลือตนเองและมาบอกว่าประชาชนนั้นกักตุนจนเกิดปัญหาน้ำมันขาดแคลน การที่รัฐบาลมาพูดแบบนี้ไม่เป็นผลดีกับรัฐบาลเลย ที่มาวันนี้ไม่ใช่มาขับไล่ จะอยู่หรือไม่อยู่ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลเอง ในหลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมา กำลังประชาชนที่มาสะท้อนก็เพียงแค่หนทางหนึ่งที่มาสะท้อนถึงปัญหาการบริหารประเทศ เพราะรัฐบาลไม่ทำในสิ่งที่ควรทำ เพื่อให้ประชาชนคิดได้ว่าควรจะทำยังไงกับรัฐบาลเมื่อถามถึงกรณีที่ ศบก. ระบุว่า จะต้องขึ้นราคาน้ำมัน เพื่อป้องกันกลุ่มกระบวนการลักลอบนำน้ำมันไปขายต่างประเทศ และการกักตุนนั้น นายสาวิทย์ กล่าวว่า เท่าที่ผ่านมารัฐบาลรู้ มีกลุ่มลักลอบขนน้ำมันและกักตุนน้ำมัน เมื่อรู้แล้วรัฐบาลจะมีแนวทางอย่างไรซึ่งจะมีหน่วยงานมากมายในการตรวจสอบ ปริมาณน้ำมันที่ใช้อยู่ที่วันละ 180 ล้านลิตรตอนนี้ไม่ส่งออกได้ไหม ตนคิดว่าสามารถทำได้ ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ได้ออกรายการโทรทัศน์ และให้สัมภาษณ์ว่ามีไอ้โม่งอยู่จริง กักตุนอยู่จริง แสดงว่าเงินที่มีต้องไปใช้ในคุก ซึ่งแสดงว่า รัฐบาลรู้ว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องในขบวนการกักตุนน้ำมันจริง แล้วเหตุใดมาข่มขู่ประชาชน มาบอกให้ประหยัด ให้ลดการใช้แล้วรัฐบาลทำอะไรหรือลอยตัวเหนือปัญหา ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลควรพูด รัฐบาลควรจะทำลดรายจ่ายราคาพลังงาน สินค้า ตอนนี้มีหลายบริษัทเริ่มปิดตัว และลดพนักงาน เพราะไม่สามารถทำการค้าขายได้เนื่องจากภาวะสงคราม ซึ่งจุดนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องเข้าไปดูแล

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

สอศ. ยกระดับทวิภาคีคุณภาพ ผนึก ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป ปฐมนิเทศ น.ศ. กว่า 1,081 คน สร้างกำลังคนมืออาชีพ สู่แบรนด์ในเครือไมเนอร์
Agri-News2026 Apr 02 :: 09:07

สอศ. ยกระดับทวิภาคีคุณภาพ ผนึก ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป ปฐมนิเทศ น.ศ. กว่า 1,081 คน สร้างกำลังคนมืออาชีพ สู่แบรนด์ในเครือไมเนอร์

สอศ. ยกระดับทวิภาคีคุณภาพ ผนึก ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป ปฐมนิเทศ น.ศ. กว่า 1,081 คน สร้างกำลังคนมืออาชีพ สู่แบรนด์ในเครือไมเนอร์วันที่ 2 เมษายน 2569 นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จัดพิธีปฐมนิเทศนักศึกษา ปฐมนิเทศนักศึกษาภายใต้โครงการการศึกษาของ Minor ซึ่งนับเป็นต้นแบบสำคัญของการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีคุณภาพ ที่เชื่อมโยงการเรียนรู้ในห้องเรียนสู่ประสบการณ์จริงในสถานประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี มีนางสาวอรวลัญช์ สีวลีพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวต้อนรับ ผู้บริหารส่วนกลาง สถานศึกษา ครู นักศึกษา และบุคลากร จากไมเนอร์ ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมเลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า สอศ. ให้ความสำคัญกับการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากสถานการณ์ทำงานจริง ภายใต้มาตรฐานองค์กรชั้นนำของประเทศ ผ่านการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี (Dual Vocational Education) โดยร่วมมือกับเดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีวัฒนธรรมการพัฒนาคนที่เข้มแข็ง และมีความมุ่งมั่นสนับสนุนเยาวชนไทยให้เติบโตเป็นกำลังคนสายอาชีพคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและบริการในปัจจุบัน“นักศึกษาจะได้เรียนภาคทฤษฎีในวิทยาลัย สลับกับการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ มีรายได้ระหว่างเรียนและฝึกอาชีพ และสวัสดิการต่างๆ เช่น ค่าที่พัก ค่าเทอม ค่าล่วงเวลา รางวัลจูงใจ และชุดพนักงาน อีกทั้งมีโอกาสทำงานทันทีหลังสำเร็จการศึกษา การเข้าร่วมโครงการนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้นักศึกษาได้รับทั้งความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ และมุมมองการทำงานแบบมืออาชีพ ซึ่งจะต่อยอดเส้นทางอาชีพในอนาคตได้อย่างมั่นใจ” นายยศพล กล่าวโดยโครงการดังกล่าวมุ่งผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงครอบคลุมการทำงานใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก (ฟู้ด, โฮเทลส์, ไลฟ์สไตล์) พัฒนาทักษะวิชาชีพ ทั้งบริการอาหาร โรงแรม และการค้าปลีก รองรับนักศึกษาฝึกงานกว่า 1,000 คนต่อปีสำหรับในปีการศึกษานี้ มีนักศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีเข้าร่วมกับแบรนด์ในเครือไมเนอร์ รวมทั้งสิ้น 1,081 คน แยกตามสถานประกอบการ ได้แก่ Minor Hotels, Minor Lifestyle, Minor International, The Pizza Company, Swensen’s, Burger King, Dairy Queen, The Coffee Club, Sizzler, The Steak & More , GAGA, Bonchon, Basil และ SUNNIES

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ภัทรพงษ์” ชี้วิกฤตฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่แค่ภาคเหนือแต่กระทบทั้งประเทศ  จี้ “นายกฯ” แจงให้ชัด
Politics2026 Apr 02 :: 09:01

“ภัทรพงษ์” ชี้วิกฤตฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่แค่ภาคเหนือแต่กระทบทั้งประเทศ จี้ “นายกฯ” แจงให้ชัด

“ภัทรพงษ์” ชี้วิกฤตฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่แค่ภาคเหนือแต่กระทบทั้งประเทศ จี้ “นายกฯ” แจง ให้ชัด ปม พ.ร.บ. อากาศสะอาด จะเอาอย่างไร ลั่น อย่าเอาลมหายใจประชาชนมาเล่นการเมือง ฟาด “ศุภชัย” คัดค้านแบบไร้เหตุผล ตอนอยู่ใน กมธ.กลับไม่เคยพูด ขู่ ฟ้อง ม.157 ผู้ว่าฯ 9 จ.ภาคเหนือ หากไม่ประกาศภัยพิบัติฝุ่นเหนือวันที่ 2 เม.ย. 69 ที่รัฐสภา นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ พรรคประชาชน แถลงข่าวเรียกร้องรัฐบาลให้แสดงจุดยืนต่อการผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด โดยระบุว่า หลังเมื่อวานนี้ (1 เมษายน) ได้มีการยื่นญัตติด่วนเรื่องวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือที่รุนแรง และกระทบไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศตลอดทั้งปีนายภัทรพงษ์ชี้ว่า ปัญหานี้ไม่ใช่แค่ของคนเหนือ แต่คือของประเทศไทย เพราะทุกคนใช้ลมหายใจเดียวกัน จึงเรียกร้องให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด เพราะรับทราบมาว่า ทางรัฐบาลได้ตกลงกันแล้วว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะไปอย่างไรต่อดังนั้น หลังจากตนเองอภิปรายไปเมื่อวานว่า หาก พ.ร.บ. อากาศสะอาด จะได้ไปต่อ ขอให้ตัวแทนของรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้ลงขื่อเข้าประชุมสภาฯ เมื่อวาน ได้ยืนยันในที่ประชุม แต่นายสุชาติก็ไม่ได้ชี้แจง ซ้ำยังให้สัมภาษณ์ว่า หากประกาศเป็นเขตภัยพิบัติไปแล้ว จะกระทบกับการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเรื่องน่าขันมาก เพราะจะประกาศหรือไม่ประกาศ ก็กระทบการท่องเที่ยวอยู่ ขอให้นายสุขาติไปถามผู้ประกอบการได้ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงแค่ไหนแล้วนายภัทรพงษ์ระบุว่า ความคืบหน้าเรื่องร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ต้องการฟังจาก นายอนุทินหรือตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ใช่ฟังจาก นายศุภชัย ใจสมุทร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งอาจจะอ้างภายหลังด้วยเทคนิคทางการเมืองว่า พูดในนาม สส. ไม่ได้พูดในนาม ครม. ซ้ำสิ่งที่นายศุภชัยพูดทำให้ตนเองผิดหวัง เพราะนายศุภชัยเป็นที่ปรึกษา กมธ. ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด อยู่ และยังเป็นอนุกรรมาธิการซึ่งร่างเนื้อหา 300 มาตราดังกล่าว“แต่น่าเสียดาย ระหว่างเวลาที่ประชุม ผมไม่เคยได้ยินเสียงคุณศุภชัยเลย และแทบจะจำหน้าคุณศุภชัยในที่ประชุมไม่ได้ด้วยซ้ำ น่าเสียดายจริงๆ ว่าในโอกาสที่คุณศุภชัยมีเวลาทำงาน ผมกลับไม่เห็นข้อขัดแย้งเหล่านี้ และผมกังวลว่าจะทำให้คุณศุภชัยดูแย่เอง เพราะหลายข้อขัดแย้งที่ยกมาดูไร้เหตุผลมากๆ” นายภัทรพงษ์กล่าวเช่น นายศุภชัยยกเหตุผลว่า Emission Trading ไม่สามารถทำได้จริง แต่คุณศุภชัยกลับไม่รู้ว่าในร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ที่ผ่านมติ ครม. ก็มีเรื่องนี้อยู่เช่นกัน ถ้าคุณศุภชัยนำเรื่องนี้มาพูดในที่ประชุม ก็จบไปนานแล้ว ทำให้ตนเองเป็นห่วง มีใครพยายามจะถ่วงร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด หรือไม่ ถ่วงไปเรื่อยๆ ให้จบภายในวันที่ 13 พฤษภาคม ซึ่งจะครบ 60 วัน ที่ ครม. จะสามารถร้องขอให้นำกลับมาพิจารณาต่อได้“คุณอนุทินต้องออกมาพูดให้ชัดเจนว่า จะเอาอย่างไรกับร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ลมหายใจของประชาชนไม่ใช่สิ่งที่คุณจะมาเล่นการเมือง เอาให้ชัดๆ ตรงไปตรงมากับประชาชน ซึ่งพรรคประชาชนก็เตรียมที่จะยื่นร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด เข้าสู่สภาฯ ใหม่ ในกรณีที่พรรคภูมิใจไทยไม่เห็นความสำคัญของลมหายใจประชาชน” นายภัทรพงษ์ระบุนายภัทรพงษ์ประเมินว่า สาเหตุที่มีฝ่ายพยายามเตะถ่วงร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด เพราะมีข้อที่หลายฝ่าย เช่นที่นายศุภชัยยกมาว่า จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากฝ่ายผู้ประกอบกิจการ ซึ่งกลุ่มภาคอุตสาหกรรมก็มีการยกข้อนี้ขึ้นมา ซึ่งตนเองก็ได้ชี้แจงไปนานแล้ว ว่าเราเก็บค่าธรรมเนียมจริง หากเป็นการประกอบกิจการที่ปล่อยมลพิษทางอากาศตามมาตรฐาน หากคุณเป็นโรงงานที่ไม่ต้องการเข้าเกณฑ์เหล่านี้ เพราะมองว่าการเพิ่มต้นทุนเพื่อลมหายใจประชาชนไม่คุ้ม แต่ตนเองมองว่าเป็นผลประโยชน์ของประชาชน เพราะสิ่งสำคัญที่สุดสิ่งแวดล้อม“ผมมองว่าจะใช้คำไหนก็ได้ จะใช้คำว่าเอื้อนายทุน ก็สามารถตีความแบบนั้นได้ จะใช้คำว่าเอื้อภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจเอกชน ก็สามารถใช้คำนั้นได้ แต่จุดประสงค์ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ คือเราจะยืนข้างประชาชน เพื่อลมหายใจของประชาชน และแน่นอนเรามองถึงผลกระทบของภาคธุรกิจด้วย จึงกำหนดเรื่องการละเว้นค่าธรรมเนียมไว้อยู่แล้วในร่าง พ.ร.บ. ถ้าหากอ่านดีๆ เชื่อว่ามีจุดดี บางส่วนอาจกระทบภาคธุรกิจ แต่ก็เปิดช่องให้ธุรกิจสีเขียวละเว้นได้”สำหรับกรณีนายกรัฐมนตรีเพิ่มอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือแก้ปัญหาไฟป่านั้น นายภัทรพงษ์กล่าวว่า การสั่งผู้ว่าฯ ให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเรื่องไฟป่า โดยที่เราไม่ได้มีงบประมาณให้เขา และการประกาศเขตภัยพิบัตินั้น หากนายกรัฐมนตรีระบุไปเลยว่า ขณะนี้ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบนเข้าเกณฑ์แล้ว ผู้ว่าฯ ต้องประกาศเขตภัยพิบัติ เชื่อว่า ผู้ว่าฯ ไม่มีใครไม่ประกาศ คำถามคือทำไมถึงไม่ประกาศ การที่เราสั่งอย่างเดียว ขู่อย่างเดียวว่า ต้องจัดการไฟป่า แต่ไม่ได้ทำจริงเลย ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรกับประชาชนในภาคเหนือ นายกรัฐมนตรีสามารถระบุให้ผู้ว่าฯ ประกาศได้เลยเพราะเข้าหลักเกณฑ์แล้วหากยังไม่ประกาศ ตนเองและภาคประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ เตรียมยื่นฟ้องมาตรา 157 ต่อผู้ว่าฯ แล้ว เพราะมีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างชัดเจน และหากประกาศเขตภัยพิบัติ จะสามารถใช้งบฉุกเฉิน 9 จังหวัด รวมกับทุกกระทรวง 1,020 ล้านบาท จะสามารถจัดการปัญหานี้ได้ทั้งต้นตอและปลายทางคือสุขภาพของประชาชน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อนุทิน” กร้าว ไม่มีทางเห็นใครดีกว่า ปชช. ซัดคนขายน้ำมันต่างชาติเลว บอกไม่ต้องให้กำลังใจ "พิพัฒน์" ชี้ทำงานอย่างเดียว
Politics2026 Apr 02 :: 08:34

“อนุทิน” กร้าว ไม่มีทางเห็นใครดีกว่า ปชช. ซัดคนขายน้ำมันต่างชาติเลว บอกไม่ต้องให้กำลังใจ "พิพัฒน์" ชี้ทำงานอย่างเดียว

“อนุทิน” กร้าว ไม่มีทางเห็นใครดีกว่า ปชช. ซัดคนขายน้ำมันต่างชาติเลว บอกไม่ต้องให้กำลังใจ "พิพัฒน์" ชี้ทำงานอย่างเดียววันที่ 2 เม.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ว่าขณะนี้อยู่ที่การนำเสนอของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง รัฐบาลพยายามหาทุกช่องทางที่จะลดภาระประชาชน และต้องสร้างความมั่นใจว่าจะดูแลไม่ให้เกิดการกักตุน เนื่องจากมีหลายปัจจัย เช่นปัจจัยด้านราคาน้ำมัน ที่พอถูกกว่ามาเลเซียจะมีการนำน้ำมันไปใช้ในพื้นที่อื่น ดังนั้นต้องหาจุดสมดุลที่ดี เมื่อถามว่าขณะนี้รัฐบาลจำเป็นจะต้องออกพ.ร.ก.กู้เงินหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า นี้รัฐบาลจะใช้ทุกวิถีทาง แต่ต้องดูเรื่องวินัยการเงินการคลัง ซึ่งมีหลายองค์ประกอบ โดยมีเป้าหมายคือประชาชน และต้องมั่นใจก่อนว่าที่มีข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลอุ้มนายทุน หรือ อุ้มธุรกิจ ขอยืนยันว่าตนสำนึกอยู่เสมอว่าที่มาได้เพราะประชาชน ไม่มีทางแม้แต่จะคิดว่าจะเห็นคนอื่นดีกว่าประชาชน ขอพูดให้ไม่เช่นนั้นจะมีคนพูดเยอะแยะไปหมด เอาไปโพสต์ทำให้เกิดความสับสนเราสำนึกเป็นอย่างดี ว่ามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ใครเลือกเรา จำไว้เลยว่าไม่มีทางที่ตนจะเห็นใครดีกว่าประชาชนซัดคนขายน้ำมันต่างชาติเลวเมื่อถามถึงการจับกุมเรือที่อยู่ในกระบวนการลักลอบขนน้ำมันไปขายกัมพูชา นายอนุทิน กล่าวว่า เราตั้งหน่วยไล่ล่าพวกกักตุนที่ฉวยโอกาสขึ้นราคาและลักลอบนำออกไปขาย ขอยืนยันว่าเราจะดำเนินคดีอย่างเต็มที่เพราะถือว่าคนเหล่านี้เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ เมื่อถามว่าการลักลอบขายน้ำมันให้กัมพูชา รู้ตัวหรือไม่ว่าเป็นใคร นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการแล้ว เมื่อถามย้ำว่าเปิดเผยข้อมูลได้หรือไม่ว่าเป็นใคร นายอนุทิน กล่าวว่ามีเป็นในรูปบริษัท ซึ่งช่วงบ่ายวันนี้ (2 เม.ย.) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม จะมารายงานให้ตนทราบ ซึ่งทราบว่า ขณะนี้มีการสนธิกำลังระหว่างตำรวจและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) รวมถึงทหารในการทำงานร่วมกัน เมื่อถามว่าการดำเนินการแบบนี้ทั้งนี้ในการลักลอบนำน้ำมันไปขายต่อที่กัมพูชาถือว่าเป็นข้อหาหนักหรือไม่ นายอนุทิน หันมาตอบเพียงว่า “ก็เลวอ่ะครับ” ส่วนเรียกว่าขายชาติได้หรือไม่ นายอนุทินพยักหน้ารับ เมื่อถามถึงปริมาณที่ลักลอบนำออกไป นายอนุทิน กล่าวว่าต้องขอดูก่อนต้องใช้เวลา ตัวเลขที่มาแต่ละที่ต้องมานั่งปรับจูนกัน เพื่อให้ตัวเลขเหมือนกันให้ได้ ส่วนที่ขณะนี้โลกโซเชียลตำหนิเยอะจะบริหารความรู้สึกอย่างไรนั้น ตนรับฟังหมด นายกฯเป็นคนสาธารณะ เปิดโอกาสให้ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์ได้บอกไม่ต้องให้กำลังใจ ”พิพัฒน์“ ชี้ทำงานอย่างเดียวเมื่อถามว่าไม่เครียดใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องบริหารให้ได้ จะบอกว่าอ่านแล้วยิ้มไม่รู้สึกอะไรไม่ได้หรอก แต่ที่รู้สึกไม่ได้เพราะเป็นสิทธิ์ของประชาชนที่จะแสดงความคิดเห็น แต่อย่างที่บอกว่าทุกคำวิพากษ์วิจารณ์จะมีข้อแนะนำ เมื่อถามว่าจะให้กำลังใจ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม อย่างไรบ้าง เนื่องจากขณะนี้กระแสโซเชียลไม่ให้ไปเติมน้ำมันปั๊มพีที นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ต้องให้กำลังใจกันหรอก ทุกคนมาถึงสถานะนี้ได้ก็ต้องทำงานอย่างเดียว ถ้ามัวแต่ขอกำลังใจทำงานหน่อยก็เปลี่ยนดีกว่า ซึ่งไม่มีหรอก ไม่ต้องไปขอกำลังใจใคร ทำงานให้ถูกต้องอย่างเต็มที่ และทำงานเพื่อประชาชนก็ไม่ต้องไปขอกำลังใจจากใคร เมื่อถามถึงการทำงานของ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา โฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. สอบผ่านหรือไม่ นายอนุทิน การจะเป็นโฆษกไม่เกี่ยวข้องกับจะผ่านหรือไม่ผ่าน เพราะเขาไม่ได้คิดเอง แต่เป็นข้อมูลที่ได้รับรายงานจาก ศบก. ก็สื่อสารให้ประชาชนได้รับทราบ ของบางอย่างต้องทำงานอย่างเดียวให้ผลงานเป็นที่พิสูจน์ ซึ่งบางอย่างก็บอกไม่ได้ว่าเราจะดำเนินการอย่างไร เพราะเป็นข้อมูลและความลับทางราชการ แต่รับรองว่าทุกคนทำงานเต็มที่ และไม่มีใครในคณะรัฐมนตรีมีผลทับซ้อน จากสถานการณ์น้ำมันในขณะนี้ ตนยืนยันจริงๆ ขอให้มั่นใจได้ว่าไม่มี จะไม่พูดถึงขนาดว่าถ้ามีจะไม่เลี้ยงไว้ เพราะมันไม่มี ก็เลยไม่ต้องพูดคำอื่น และบ่ายวันเดียวกันนี้ (2 เม.ย.) นายพิพัฒน์ จะมารายงานงานอื่นๆของกระทรวงคมนาคม ซึ่งแน่นอนว่าจะมีการพูดคุยเรื่องสถานการณ์น้ำมันด้วย"อนุทิน" บอก "ฉัตรชัย" พบคุยเรื่องใต้เมื่อเวลา12.45น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณี ให้สัมภาษณ์กรณี มาหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้า ว่าเป็นการสรุปสถานการณ์ในภาคใต้ เนื่องจากพอเปลี่ยนรัฐบาลจะมีการเปลี่ยนคณะเจรจาต่างๆ รวมถึงพูดคุยสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง การรับมือผลกระทบต่างๆ และสถานะของประเทศไทยว่าต้องปฏิบัติอย่างไร จึงถือเป็นการรับทราบข้อมูล

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"สหัสวัต" ชี้ แรงงานต่างด้าวหลุดนอกระบบนับล้าน เหตุ ระบบราชการล่าช้า-ไร้ประสิทธิภาพ
Politics2026 Apr 02 :: 08:33

"สหัสวัต" ชี้ แรงงานต่างด้าวหลุดนอกระบบนับล้าน เหตุ ระบบราชการล่าช้า-ไร้ประสิทธิภาพ

"สหัสวัต" ชี้ แรงงานต่างด้าวหลุดนอกระบบนับล้าน เหตุ ระบบราชการล่าช้า-ไร้ประสิทธิภาพ จี้ “จุลพันธ์” ออกมติ ครม. ต่ออายุต่างด้าว – ระยะกลาง เลิกระบบขึ้นทะเบียนออนไลน์ พร้อม แก้กฎหมายใหญ่ให้ทันเศรษฐกิจโลกวันที่ 2 เม.ย. 2569 ที่ รัฐสภา นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน กล่าวถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างด้าวว่า ปัญหาหารขาดแคลนแรงงานได้ส่งผลกระทบต่อหลายระบบงาน ซึ่งจริงๆ ก็มีปัญหามาตลอด แต่ครั้งนี้มีปัญหามาก เพราะมีแรงงานต่างด้าวหลุดออกนอกระบบนับล้านคน ก่อนหน้านี้มีผู้ร้องเรียนมายังพรรคประชาชนจำนวนมาก รวมถึงรวมตัวกันไปร้องเรียนที่กระทรวงแรงงานหลายครั้ง ตนย้ำว่านี่ไม่ใช่ความผิดของนายจ้างหรือแรงงานเลย แต่เกิดจากระบบที่ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะเป็นปัญหาค้างท่อมาหลายรัฐบาลจากความยุ่งยากและความล่าช้าของกระบวนการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ทุกครั้งที่มีการต่ออายุแรงงานต่างด้าวไม่เคยทันตามกำหนด ต้องมีมติครม.ขยายเวลาทุกครั้งไป ไม่เคยแก้ที่ต้นเหตุนายสหัสวัต กล่าวว่า การจะได้แรงงานต่างด้าวมาทำงาน 1 คน ขั้นตอนแรกต้องยื่นขอโควตา จากกรมจัดหางานจังหวัด ขั้นที่ 2 ก็ยื่นบัญชีรายชื่แรงงานต่างด้าว (name List) ไปขอใบอนุญาตทำงาน ต้องตรวจร่างกาย ทำวีซ่า แล้วถึงจะมีการออกบัตรให้ทำงานได้ ซึ่งปัญหาตอนนี้ยุ่งยากขึ้นมาเพราะมีระบบ 2 + 2 คือทำงาน 2 ปีต่ออายุอีก 2 ปี แล้วปัญหารอบนี้คือกระบวนการต่ออายุ นอกจากประสบปัญหาเดิมๆ ทำให้ต้องออกมติครม.มารองรับ มีการตรวจสุขภาพแรงงานซ้ำซ้อน แต่โรงพยาบาลรัฐจำนวนมากไม่มีการประสานงาน ประสานข้อมูลระหว่างกระทรวงแรงงานและกระทรวงสาธารณสุข ทำให้ระบบไม่เชื่อมต่อกัน โรงพยาบาลก็ไม่ได้เตรียมบุคลากรให้เพียงพอ ทำให้นายจ้างจำนวนมากต้องพาแรงงานไปตรวจที่สถานพยาบาลเอกชน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายแพงขึ้น ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้กระทรวงแรงงานต้องเสนอครม.มีมติขยายเวลาแต่ละครั้งก็เพียง 1-2 เดือนซึ่งไม่เพียงพอ ทำไม่ได้กับจำนวนรายงานที่มีมหาศาล นี่คือปัญหาเชิงระบบที่ซับซ้อนวุ่นวายนายสหัสวัต กล่าวต่อว่า ที่แย่ที่สุดตอนนี้คือรัฐบาลพยายามเอาระบบใหม่ คือการขึ้นทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ e-work permit ซึ่งหลักการนั้นดี แก้ปัญหาที่กล่าวข้างต้น แต่ในทางปฏิบัติกลับสร้างปัญหามากขึ้น เพราะระบบที่นำมาใช้ไม่เชื่อมโยงกับข้อมูลกรมการจัดหางาน ขึ้นทะเบียนไม่ได้บ้าง แรงงานยื่นข้อมูลไปแล้วกลับไม่มีชื่อขึ้นในระบบ ข้อมูลไม่เชื่อมกับตม. ระบบล่มบ่อยมาก พูดง่ายๆ คือระบบไม่พร้อมใช้งาน และจริงๆ ก็ไม่ได้ช่วยอะไร แต่เป็นการเพิ่มขั้นตอนที่ยุ่งยากกว่าเดิม ปัญหาเหล่านี้ทำให้นายจ้างและแรงงานต่างด้าวจำนวนมากเกิดปัญหาดำเนินการไม่ทันนายสหัสวัต กล่าวด้วยว่า อีกปัญหาที่จะเกิดตามมาและกำลังเกิดขึ้นอยู่คือ เมื่อแรงงานเหล่านี้ใบอนุญาตทำงานหมดอายุก็จะกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย นำไปสู่กระบวนการเรียกส่วยหรือเก็บเงินใต้โต๊ะจากเจ้าหน้าที่ได้ ซึ่งกระทรวงแรงงานยังไม่มีแผนรับมือตรงนี้ ดังนั้นวันนี้เราได้ รมว.แรงงานคนใหม่คือนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จากพรรคเพื่อไทย ตนจึงอยากฝากให้เร่งแก้ปัญหา เบื้องต้นเฉพาะหน้าจะต้องเรียกประชุมครม.ออกมติ ขยายเวลาต่ออายุการทำงานออกไป หรือใช้วิธีการใดก็ได้ในการคุ้มครองแรงงานไม่ให้หลุดออกนอกระบบเป็นการเฉพาะหน้าก่อน เพราะถ้าหลุดออกไปนอกระบบเราจะควบคุมจัดการไม่ได้ เป็นบ่อเกิดการรีดไถส่วนระยะกลางจะต้องยกเลิกระบบ e-work permit แล้วออกระเบียบออกประกาศเพื่อสร้างระบบใหม่ที่สามารถทำงานได้จริง เพื่อใช้เป็นการชั่วคราวในช่วง 1-2 ปี และสุดท้ายระยะยาวเรายืนยันว่าจะต้องมีการแก้เรื่องการนำเข้าส่งออกแรงงานอย่างเป็นระบบ ซึ่งการเคลื่อนย้ายแรงงานในประเทศที่มีพรมแดนติดกัน ทั่วโลกก็จะทำให้ง่าย เร็ว และราคาถูก แต่ประเทศไทย กลับตรงกันข้ามกันทั้งยาก ทั้งช้า และแพง ดังนั้นพรรคประชาชนมองว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไขกฎหมาย 2 ฉบับคือพ.ร.บ. คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 เพื่อให้ตอบโจทย์กับเศรษฐกิจโลกมากขึ้น

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

WATCH LATEST VIDEOS
FEATURED
ตำรวจกองปราบ ตามลากคอ อดีตครูใจทราม ร่วมกับเพื่อนครูอีก 4 ศิษย์เก่าอีก 2 ร่วมรุมโทรมเด็กนักเรียนหญิง 14 ปี 2 ราย
Society2026 Apr 02 :: 14:48

ตำรวจกองปราบ ตามลากคอ อดีตครูใจทราม ร่วมกับเพื่อนครูอีก 4 ศิษย์เก่าอีก 2 ร่วมรุมโทรมเด็กนักเรียนหญิง 14 ปี 2 ราย

ตำรวจกองปราบ ตามลากคอ อดีตครูใจทราม ร่วมกับเพื่อนครูอีก 4 ศิษย์เก่าอีก 2 ร่วมรุมโทรมเด็กนักเรียนหญิง 14 ปี 2 รายวันที่ 2 เม.ย. 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,สั่งการให้ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป, พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.อาธิรัตน์ ทิพย์เจริญ สว.กก.3 บก.ป. นำกำลังจับกุมนายชิงชาญ หรือยุทธนา ภู่ถนนนอก อายุ 42 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ 297/2568 คดีหมายเลขดำที่ อ974/2563 คดีหมายเลขแดงที่ อ665/2566 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา,ความผิดเกี่ยวกับเพศ,ความผิดต่อเสรีภาพ” มาบังคับตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 จับได้บริเวณหน้าห้องแถว ใน ต.ทุ่งทอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อปี 2562 ยายพาหลานสาว อายุ 14 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นม.2. ในพื้นที่ อ.เมืองมุกดาหาร แจ้งความ สภ.ผึ่งแดด จ.มุกดาหาร หลังถูกนายวิพจน์ แสนสุข ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองมุกดาหาร กับกลุ่มครูในโรงเรียนเดียวกันอีก 4 คน ซึ่งมีนายชิงชาญ รยมอยู่ด้วย และศิษย์เก่าอีก 2 คน หลอกลวงพาไปข่มขืน นอกจากนี้ยังได้ข่มขืนเพื่อนของ เด็กนักเรียนหญิง ที่อยู่ในชั้น ม.4 อีกด้วย โดยผู้ต้องหาทั้งหมด จะหลอกให้ เด็กหญิงมาหาที่บ้านพักครู ด้านหลังโรงเรียน อ้างว่าจะสอนการบ้านให้ เมื่อเด็กหญิงผู้เสียหายหลงเชื่อมาหาที่บ้านพัก กลับถูกนายวิพจน์ หรือพจน์ แสนสุข ข่มขืน ต่อมาเมื่อเห็นว่า เด็กหญิงไม่ได้แจ้งความเอาผิดจึงได้ข่มขืน เด็กหญิงต่อมาอีกเรื่อยๆ พร้อมกับชักชวนให้เพื่อนครูอีก 4 คน ข่มขืนเด็กหญิงหมุนเวียนไปตามสถานที่ต่างๆ พร้อมทั้งยังให้ พาเพื่อนนักเรียนที่เรียนอยู่ชั้น ม.4 มาให้ผู้ต้องหาทั้งหมดข่มขืนอีกด้วย หลังจากนั้นได้ข่มขู่ห้ามไม่ให้เด็กนักเรียนหญิงทั้งสองคน นำเรื่องไปบอกใคร มิฉะนั้นจะไม่ให้เลื่อนชั้นเรียน รวมทั้งที่ทุกครั้งที่ข่มขืน จะถ่ายคลิปไว้แบล็คเมล์เด็กหญิงทั้ง 2 ไว้ และก่อเหตุกับเด็กหญิงทั้ง 2 คน ต่อเนื่องนานตลอด 1 ปี เฉลี่ยเดือนละ 1 - 2 ครั้ง แต่ละครั้งจะเป็นลักษณะการรุมโทรมเด็กหญิงทั้ง 2 คน ส่วนสถานที่มีทั้งบ้านพักครู ห้องเรียน และสถานที่อื่นๆ หมุนเวียนกันไปแล้วแต่ครูจะเป็นคนกำหนด ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขออมุติต่อศาลจังหวัดมุกดาหารออกหมายจับผู้ต้องหาท้้ง 6 คนไว้ ก่อนที่ทั้งหมดจะเข้ามอบตัว ให้การปฏิเสธ พนักงานสอบสวนได้ฝากขังต่อศาล ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ขอประกันตัวในชั้นศาล ใข้หลักทรัพย์ 3 แสนบาท กระทั่งเมื่อปี 2566 ศาลจังหวัดมุกดาหาร พิพากษาจำคุกตลอดชีวิตกับผู้ต้องหาทั้งหมด ส่วนความเสียหายทางแพ่งโดยรวมของจำเลยทุกคน ต้องชดใช้สูงเกือบ 3,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี มฃทั้งนี้ในวันนัดฟังคำพิพากษา นายชิงชาญ หรือยุทธนา กลับหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลจึงได้ออกหมายจับไว้ คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุกตลอดชีวิต ผู้ต้องหา 5 คน ให้การรับสารภาพถูกส่งเข้าเรือนจำรับโทษตามกฎหมาย ยังคงเหลือเพียงนายชิงชาญ หรือยุทธา ที่ยังหลบหนีอยู่ล่าสุดพ.ต.ท.อาธิรัตน์ ทิพย์เจริญ สว.กก.3 บก.ป. สืบทราบว่า นายชิงชาญ หลบหนีมาอยู่ที่ห้องแถวไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 6 ต.ทุ่งทอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี จึงติเตามไปจับกุมตัวได้ดังกล่าว เบื้องต้นนายชิงชาญ หรือยุทธนา ให้การปฏิเสธ อ้างว่ารับไม่ได้กับคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต เลยตั้งใจหลบหนีมาใช้ชีวิตแบบสันโดษ รับจ้างทำสวนทำไร่ ใช้ชีวิตในห้องแถวเงียบๆ ไม่ได้ติดต่อใคร รวมทั้งตั้งใจไว้ว่าจะหนีไปตลอด 20 ปี จนกว่าจะหมดอายุความ เจ้าหน้าที่นำตัวส่งศาลจังหวัดมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"ทรัมป์" อ้างใกล้ชัยชนะ "อิหร่าน" ขู่ตอบโต้ ฟาก UNDP เตือนเศรษฐกิจพัง ว่างงานพุ่ง 4% สูญ 3.6 ล้านงาน
Global News2026 Apr 02 :: 14:16

"ทรัมป์" อ้างใกล้ชัยชนะ "อิหร่าน" ขู่ตอบโต้ ฟาก UNDP เตือนเศรษฐกิจพัง ว่างงานพุ่ง 4% สูญ 3.6 ล้านงาน

"ทรัมป์" อ้างใกล้ชัยชนะ "อิหร่าน" ขู่ตอบโต้ ฟาก UNDP เตือนเศรษฐกิจพัง ว่างงานพุ่ง 4% สูญ 3.6 ล้านงานวันที่ 3 เม.ย. 2569 รายงานฉบับใหม่ของ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน อาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออกกลางสูงถึงเกือบ 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 6.5 ล้านล้านบาทรายงานประเมินว่า กลุ่มประเทศอาหรับอาจสูญเสียผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ระหว่าง 1.2 แสนล้านถึง 1.94 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่อัตราการว่างงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงสุด 4% ส่งผลให้ตำแหน่งงานหายไปราว 3.6 ล้านตำแหน่ง และอาจมีประชาชนอีกกว่า 4 ล้านคนตกอยู่ในความยากจน แม้สงครามจะยุติลงในระยะใกล้ ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมยังคงรุนแรงต่อเนื่องพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) และภูมิภาคลิแวนต์ ซึ่งอาจสูญเสียการเติบโตทางเศรษฐกิจกว่า 5.2% ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 2 และส่งผลให้ราคาพลังงานโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนหน้านี้ องค์การสหประชาชาติ ยังเตือนว่า หากอิหร่านสามารถปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะยิ่งผลักดันราคาสินค้าอาหารและปุ๋ยให้สูงขึ้น กระทบประเทศยากจนอย่างหนักขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงยืนยันว่ากองกำลังสหรัฐฯ ได้รับ “ชัยชนะอย่างท่วมท้น” และกำลังทำลายขีดความสามารถของอิหร่าน โดยระบุว่าเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ใกล้บรรลุแล้ว พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ จะเดินหน้าปฏิบัติการต่อไปอย่างไรก็ตาม ฝ่ายอิหร่านออกมาตอบโต้ทันที โดย อิบราฮิม ซอลฟากอรี จาก กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน ระบุว่า สงครามจะดำเนินต่อไปจนกว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลจะ “ยอมจำนน” พร้อมประกาศเพิ่มระดับการโจมตีให้รุนแรง กว้างขวาง และทำลายล้างมากขึ้นอิหร่านยังปฏิเสธข้ออ้างว่าสมรรถนะทางทหารอ่อนแอลง โดยยืนยันว่าการโจมตีที่ผ่านมาเป็นเพียงเป้าหมายที่ไม่มีนัยสำคัญ และสหรัฐฯ ยัง “ไม่เข้าใจศักยภาพที่แท้จริง” ของอิหร่านด้าน เอเลียส ฮาซราติ โฆษกของ มาซูด เปเซชเคียน วิจารณ์คำแถลงของทรัมป์ว่า “บ้าคลั่ง” และยืนยันว่าอิหร่านยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างแข็งแกร่งสถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนความตึงเครียดที่ยังไม่มีทีท่าคลี่คลาย และมีแนวโน้มส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทั้งเศรษฐกิจภูมิภาคและเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป.

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“คริส” เผย ตกใจ-เสียใจ-กลัว บอก “ปกรณ์วุฒิ” โทรเคลียร์ ปมชี้นิ้วคุกคาม ยันเดินหน้ายื่นจริยธรรมต่อ
Politics2026 Apr 02 :: 13:07

“คริส” เผย ตกใจ-เสียใจ-กลัว บอก “ปกรณ์วุฒิ” โทรเคลียร์ ปมชี้นิ้วคุกคาม ยันเดินหน้ายื่นจริยธรรมต่อ

“คริส” เผย ตกใจ-เสียใจ-กลัว บอก “ปกรณ์วุฒิ” โทรเคลียร์ ปมชี้นิ้วคุกคาม ยันเดินหน้ายื่นจริยธรรมต่อวันที่ 2 เม.ย. 2569 นายคริส โปตระนันท์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ เปิดเผยกับ The Room 44 ว่า นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.)ได้โทรศัพท์ติดต่อมาพูดคุย กรณีชี้นิ้วคุกคามในห้องประชุมสภาฯ โดย นายคริส ระบุว่า นายปกรณ์วุฒิ ได้โทรมาบอกว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้มีอะไร ไม่ได้ตั้งใจจะไปหาเรื่อง โทรมาไม่ได้จะต่อความยาว พร้อมกับยืนยันว่าเป็นการเดินไปคุยเป็นเรื่องปกติของวิป แต่ตนก็ได้ปฏิเสธไปว่าตนไม่ได้อยู่ในวิป“ผมยืนยันกับนายปกรณ์วุฒิ ว่าขอให้เป็นไปตามกระบวนการดีกว่า โดยน่าจะยื่นจริยธรรมต่อไป ขอให้นายปกรณฺ์วุฒิ รอไปชี้แจงเอา ผมยอมรับ ตกใจ เสียใจ และรู้สึกกลัว กับการกระทำดังกล่าว การที่บอกเดินมาหา แล้วบอกว่าเป็นเรื่องปกติ ก็เป็นมุมของ นายปกรณ์วุฒิ แต่ในมุมของผมมองว่าไม่ใช่เรื่องปกติ เพราะมีการเดินมาหาแบบนี้เกือบจะเป็นครั้งที่ 3 แล้ว วันนี้มีความรุนแรงขึ้น มีการกวักมือเรียก ท้าทายอย่างชัดเจน หลังจากนี้ให้เป็นไปตามกระบวนการต่อไป”

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

โซเชียลคลาดเคลื่อน! “รัชดา” แจ้ง คนละครึ่ง เฟส 2 รอฟังรายละเอียดจากรัฐบาลเร็วๆ นี้
Politics2026 Apr 02 :: 12:56

โซเชียลคลาดเคลื่อน! “รัชดา” แจ้ง คนละครึ่ง เฟส 2 รอฟังรายละเอียดจากรัฐบาลเร็วๆ นี้

โซเชียลคลาดเคลื่อน! “รัชดา” แจ้ง คนละครึ่ง เฟส 2 รอฟังรายละเอียดจากรัฐบาลเร็วๆ นี้วันที่ 2 เม.ย. 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอชี้แจงตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลโครงการ คนละครึ่ง เฟส 2 ในสื่อโซเชียล ว่า ข้อเท็จจริง ขณะนี้ โครงการคนละครึ่ง เฟซ 2 ซึ่งได้มีการเตรียมไว้แล้วนั้น ยังอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียด เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)ใหม่ โดยรายละเอียดโครงการคนละครึ่ง ขอให้รอการชี้แจงจากรัฐบาลเท่านั้นรวมทั้ง รัฐบาล ยังมีแนวคิดที่จะออกมาตรการอื่นๆ ควบคู่กัน เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงสถานการณ์เศรษฐกิจและราคาพลังงานที่ผันผวนอีกด้วย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

'ปกรณ์วุฒิ' อธิบายละเอียด หลังโดน 'คริส' กล่าวหาชี้นิ้วคุกคามในสภาฯ ยันเดินไปคุยเป็นเรื่องปกติของวิป
Politics2026 Apr 02 :: 12:18

'ปกรณ์วุฒิ' อธิบายละเอียด หลังโดน 'คริส' กล่าวหาชี้นิ้วคุกคามในสภาฯ ยันเดินไปคุยเป็นเรื่องปกติของวิป

'ปกรณ์วุฒิ' อธิบายละเอียด หลังโดน 'คริส' กล่าวหาชี้นิ้วคุกคามในสภาฯ ยันเดินไปคุยเป็นเรื่องปกติของวิป ซัดเล่าเท็จปมระวังตัวไว้ให้ดี ชี้แค่พยายามเล่นใหญ่ ต่อไปคงไม่คุยด้วยอีกวันที่ 2 เม.ย. 2569 นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ผ่าน X เล่าเหตุการณ์กรณีถูกนายคริส โปตระนันท์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ แถลงกล่าวหาว่าถูกเข้าไปชี้นิ้ว คุกคามในห้องประชุมสภาฯ ว่าในฐานะที่เป็นวิป (คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วม) การเดินเข้าไปคุยกับพรรคอื่น ถึงที่นั่งของพรรคนั้น ๆ เป็นเรื่องที่ปกติมาก ๆ ที่ก็ทำอยู่ตลอด แทบจะทุกวันที่มีการประชุมสภาและในหลาย ๆ ครั้ง ที่มีการประท้วงกันไปมา หรือพูดอะไรที่ทำให้ไม่พอใจกัน หรือไม่เป็นไปตามข้อตกลง ทุกครั้งก็ใช้วิธีเดินไปถาม และบอกแบบตรงไปตรงมา และถามว่าทำไมถึงต้องมาประท้วงกันประเด็นหยุมหยิมแบบนี้ หรือทำไมถึงไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่คุยกันในวิปนายปกรณ์วุฒิ ระบุว่า เพราะคิดว่าบางเรื่องไม่จำเป็นต้องใช้เวลาสภามาตอบโต้กัน การเดินไปคุยกันส่วนตัว พูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา และทำความเข้าใจกัน หลายครั้งก็จบด้วยการขอโทษขอโพยกัน หลังมีการปะทะคารมกัน ด้วยซ้ำ นี่ก็เป็นเรื่องปกติมากๆ ที่เกิดขึ้นในสภาเช่นกันประเด็นในวันนี้ ที่เดินไปคุยด้วย คือต้องการทำความเข้าใจว่า ในเหตุการณ์ไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง ที่ทางพรรคดังกล่าว พยายามจะตั้งใจขัดจังหวะ พรรคประชาชน โดยเฉพาะ และไม่เคยประท้วงในลักษณะเดียวกันกับ สส พรรคอื่นๆเลย ตนจึงพยายาม ที่จะเข้าไปบอกว่า การตั้งใจประท้วงขัดจังหวะ เฉพาะพรรคใดพรรคหนึ่งแบบนี้ จะทำให้การประชุมไม่เป็นไปอย่างราบรื่น และ ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนสมาชิก จะเป็นบรรยากาศที่ไม่ดีและบอกว่า ถ้าหากคุณตั้งใจทำแบบนี้ แล้วทางพรรคประชาชน ทำแบบนี้กับทางพวกคุณทุกครั้งที่คุณอภิปรายบ้าง คุณก็คงไม่พอใจเช่นกัน ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการใช้ chat GPT หรือประเด็นเนื้อหาการอภิปรายใดๆเลยทั้งสิ้น "การเดินไปหาทาง สส.กลุ่มดังกล่าว ผมเว้นระยะห่าง อย่างน้อย 1แถว เพื่อพูดคุย สิ่งที่เกิดขึ้นจากนั้น คือ ทาง สส.ทั้ง3คน ลุกขึ้นยืน เดินออกมาจากที่นั่ง และพยายามส่งเสียงโวยวายจึงทำให้มีเพื่อนๆ สส.ท่านอื่น เดินเข้ามาห้ามปรามทั้งทางผม และ ทาง 3คนนั้น ทั้งที่จริงๆยังไม่มีเหตุการณ์ที่จะใกล้เคียงการปะทะใดๆกันเลย. ซึ่งภาพที่ปรากฎออกมา อาจทำให้หลายๆคนเข้าใจไปอีกแบบ ผมต้องย้ำว่า การเดินไปคุยกับพรรคใดๆ ถึงที่นั่งของพรรคนั้นๆ เป็นเรื่องปกติมากๆ ในสภา"นายปกรณ์วุฒิ ระบุนายปกรณ์วุฒิ ระบุอีกว่าสิ่งที่คิดว่าทำให้เสียหาย คือการกล่าวหาว่าตนพูดว่า “ระวังตัวไว้ให้ดี”และกล่าวหาอีกด้วยว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พูดคำนี้ ซึ่งการกล่าวหานี้ เป็นความเท็จโดยสิ้นเชิง สำหรับตนเหตุการณ์นี้ไม่มีสาระอะไร เพราะเป็นสิ่งที่คนเป็นวิป ทำกันเป็นปกติ แต่มีคนพยายามจะ "เล่นใหญ่" เท่านั้นเองและจากนี้ จะได้รับทราบว่า ทางพรรคดังกล่าวไม่ยินดีที่จะมีการพูดคุยเจรจาใด ๆ กัน ทางวิปจะได้ยึดถือแนวทางนี้ในการทำงาน แต่เราก็ยังยินดี ที่จะเดินไปสอบถาม เจรจา หรือ พูดคุยทำความเข้าใจกับพรรคอื่น ๆ ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน เช่นเดิม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"อิหร่าน" โต้ "ทรัมป์" ลั่นจะยกระดับสงคราม เตรียมโจมตีหนักกว่าเดิม
Global News2026 Apr 02 :: 11:34

"อิหร่าน" โต้ "ทรัมป์" ลั่นจะยกระดับสงคราม เตรียมโจมตีหนักกว่าเดิม

"อิหร่าน" โต้ "ทรัมป์" ลั่นจะยกระดับสงคราม เตรียมโจมตีหนักกว่าเดิมวันที่ 2 เม.ย. 2569 ภายหลังการแถลงของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่อ้างว่ากองกำลังสหรัฐฯ ได้รับ “ชัยชนะอย่างท่วมท้น” และสร้างความเสียหายอย่างหนักต่ออิหร่าน พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ กำลังทำลายขีดความสามารถของฝ่ายตรงข้ามในการคุกคามและแสดงแสนยานุภาพนอกประเทศ โดยยืนยันว่าเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์สำคัญใกล้บรรลุแล้วนั้นล่าสุด โฆษกกองทัพอิหร่านออกมาตอบโต้ทันที ระบุว่าสงครามจะดำเนินต่อไปจนกว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลจะเผชิญ “ความอัปยศ ความสูญเสีย และการยอมจำนน” พร้อมย้ำว่าอิหร่านจะยกระดับปฏิบัติการทางทหารให้ “รุนแรง กว้างขวาง และทำลายล้างยิ่งกว่าเดิม”อิบราฮิม ซอลฟากอรี โฆษกกองบัญชาการปฏิบัติการทางทหาร Khatam al-Anbiya ภายใต้ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน ระบุผ่านสื่อของรัฐว่า อิหร่านพร้อมตอบโต้ด้วยการโจมตีที่รุนแรงขึ้น พร้อมเตือนสหรัฐฯ ให้ “คาดหวังการตอบโต้ที่หนักหน่วงกว่าเดิม” หลังจากสร้างความเสียหายที่อิหร่านมองว่าเกิดขึ้นจากการรุกรานขณะเดียวกัน อิหร่านยังปฏิเสธคำกล่าวอ้างของทรัมป์ที่ว่าศักยภาพทางทหารของตนถูกบั่นทอน โดยย้ำว่าสหรัฐฯ “ไม่เข้าใจขีดความสามารถเชิงยุทธศาสตร์ของอิหร่าน” และชี้ว่าการโจมตีที่ผ่านมาเป็นเพียงเป้าหมายที่ “ไม่มีนัยสำคัญ” อีกทั้งข้อมูลของสหรัฐฯ และอิสราเอลยัง “ไม่ครบถ้วน”โฆษกยังยืนยันว่าแหล่งผลิตยุทโธปกรณ์สำคัญของอิหร่านอยู่ในพื้นที่ที่ฝ่ายตรงข้าม “ไม่รู้และไม่สามารถเข้าถึงได้” พร้อมประกาศว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่เกิดขึ้นด้าน เอเลียส ฮาซราติ โฆษกของ มาซูด เปเซชเคียน วิจารณ์ถ้อยแถลงของทรัมป์ว่า “บ้าคลั่งสิ้นดี” พร้อมระบุว่าคำพูดดังกล่าวกลับยิ่งเสริมความเป็นเอกภาพและความมั่นคงของอิหร่านทั้งนี้ ฮาซราติยังย้ำว่าอิหร่านยังคงควบคุม ช่องแคบฮอร์มุซ ได้อย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่ยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลาย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

เพจดังแฉยับ! จี้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ หลังรถหลวง-น้ำมันรัฐ ถูกใช้ร่วมงานวันเกิดปลัด ศธ.
Society2026 Apr 02 :: 11:29

เพจดังแฉยับ! จี้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ หลังรถหลวง-น้ำมันรัฐ ถูกใช้ร่วมงานวันเกิดปลัด ศธ.

เพจดังแฉยับ! จี้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ หลังรถหลวง-น้ำมันรัฐ ถูกใช้ร่วมงานวันเกิดปลัด ศธ.วันที่ 2 เม.ย. 2569 เฟซบุ๊ก ชมรมSTRONGต้านทุจริตประเทศไทย โพสต์ข้อความ ระบุว่า จับโป๊ะ! รถหลวง น้ำมันราษฎร์ จัดเต็มงานวันเกิดปลัด ศธ. เครือข่ายรายงานว่า พบเห็นความผิดปกติขบวนรถราชการ จาก 3 สถาบัน (ว.พณิชยการเชตุพน, ว.เทคนิคมีนบุรี และ ว.อาชีวศึกษาเชียงราย) พร้อมคนขับ ไปร่วมงานวันเกิด ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่บ้านพักส่วนตัว ตีรถเปล่าข้ามภาค สั่งรถตู้หลวงจากเชียงราย วิ่งยาวลงมารับ ผอ. ถึงสนามบินด้วยเงินภาษี รถตู้วิทยาลัยพณิชการเชตุพน ทะเบียน ฮง 6706 กรุงเทพมหานคร รถยนต์นั่ง 4 ประตู Isuzu mu-7 วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี ทะเบียน ฎอ 9313 กรุงเทพมหานคร รถตู้วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย ทะเบียน นค 1289 เชียงราย ปกปิดความผิดด้วยการทำ "โลโก้แม่เหล็ก" แปะข้างรถหลวง พอจะใช้สังสรรค์ส่วนตัวก็ลอกออก หวังตบตาประชาชนและหลบเลี่ยงการตรวจสอบตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี รถราชการต้องใช้เพื่อ "ประโยชน์ของทางราชการเท่านั้น" การนำรถหลวง น้ำมันหลวง และคนขับที่เป็นบุคลากรของรัฐ ไปสแตนด์บายรับส่งเพื่อสังสรรค์ประจบผู้บังคับบัญชา คือการ "ทุจริตต่อหน้าที่" อย่างชัดเจนพฤติกรรมเบียดบังทรัพย์สินแผ่นดินไปใช้ส่วนตัวเช่นนี้ เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งในอดีต ป.ป.ช. เคยชี้มูลความผิดและศาลสั่งจำคุกข้าราชการระดับสูงจากคดีลักษณะนี้มาแล้วหลายราย ถือเป็นการสะท้อนปัญหาระบบอุปถัมภ์ที่กัดกินสังคมไทยอย่างรุนแรงแจ้งประชาชนและหน่วยงานตรวจสอบด่วน กมธ. ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ สภาผู้แทนราษฎร สื่อสารองค์กร สำนักงาน ป․ป․ท․ สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

พรรคเศรษฐกิจ อ้าง “ปกรณ์วุฒิ” ลากพวกปรี่เดินหาถึงที่นั่งในที่ประชุมสภาฯ ขู่ระวังตัวให้ดี
Politics2026 Apr 02 :: 11:15

พรรคเศรษฐกิจ อ้าง “ปกรณ์วุฒิ” ลากพวกปรี่เดินหาถึงที่นั่งในที่ประชุมสภาฯ ขู่ระวังตัวให้ดี

ใจเย็นวัยรุ่น! พรรคเศรษฐกิจ โพสต์ สส.ปชน.หาเรื่อง สส.พรรคเศรษฐกิจ ถึงที่นั่งในที่ประชุมสภาฯ หลัง “คริส” ซัด สส.ปชน.สามล้อถูกหวย ใช้เเชตจีพีทีทำอภิปรายแล้วยังท่องไม่ได้ - อ้าง “ปกรณ์วุฒิ”ลากพวกปรี่เดินหา ขู่ระวังตัวให้ดีวันที่ 2 เม.ย. 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาฯ ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณารับทราบรายงานหลายฉบับ บรรยากาศเป็นไปอย่างราบเรียบตลอดทั้งวัน จนกระทั่งช่วงเย็นเวลาประมาณ 16.00 น. ที่ประชุมกำลังพิจารณารับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ 30 ก.ย.2567 ได้เกิดการปะทะคารมกัน ระหว่าง สส.พรรคปชน.กับ สส.พรรคเศรษฐกิจ นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ลุกขึ้นประท้วง นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรค ปชน. ทำผิดข้อบังคับประชุมสภาฯ โดยนายคริส กล่าวว่า เชื่อ ว่าขณะนี้ประชาชนมีปัญหากับ สภาฯแห่งนี้มีปัญหากับนักการเมืองที่เขาเลือกเข้ามา ทำงานคุ้มค่าเงินภาษีหรือไม่ เข้ามาแล้วใช้แชทจีบีที เขียนอภิปราย หรือเปล่า ใช้แชทจีบีทีแล้วยังท่องไม่ได้ แล้วเข้ามาอภิปรายในสภาฯอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ทำงานคุ้มค่าภาษีที่ประชาชน จ่ายหรือไม่ บางคนเป็นสามล้อถูกหวย เกาะพรรคเข้ามา ไม่เก่งไม่มีความเก่ง ไม่ได้มีความเป็นตัวเอง แต่ท่านได้เข้ามาสู่สภาฯ ต้องตระหนักว่า ทำงานให้คุ้มภาษีไหม ได้สิทธิมากเกินกว่าประชาชนทั่วไปหรือไม่โดยนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน.ลุกขึ้นกล่าวสวนว่า อาจจะไม่เป็นการเหมาะเท่าไหร่ที่เพื่อนสมาชิกด้วยกันดูถูกเพื่อนสมาชิกว่า เป็นสามล้อถูกหวย ให้เกียรติกันในฐานะเป็นสมาชิกเท่ากันดีกว่าอย่างน้อยๆ พวกเรา ก็ไม่หลอกพลเอกให้ไปหาเสียง แล้วเข้ามาเป็นสส.กันอยู่3 คน ด้าน นางมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ ต้องพยายามไกล่เกลี่ย ให้สมาชิกทุกคนพูดในขอบเขตการอภิปราย ตามข้อบังคับการประชุม อย่าดูถูกกันเอง ก่อนให้นายนายภัณฑิล ได้อภิปรายจนจบ ต่อมา เวลา 16.48 น.เพจเฟซบุ๊ก พรรคเศรษฐกิจ โพสต์ข้อความ ว่า สส.พรรคปชน.หาเรื่อง สส.พรรคเศรษฐกิจ ถึงที่นั่งในที่ประชุมสภาฯอ้าง “ปกรณ์วุฒิ”ลากพวกปรี่เดินหา ขู่ระวังตัวให้ดีต่อมาเวลา 17.25 น. ที่รัฐสภา นายคริส โปตะนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ แถลงข่าวว่า ตนจำเป็นต้องแถลง เหตุเกิดขึ้นเมื่อ 5 นาทีที่แล้ว ในห้องประชุมสภาฯ ซึ่งตนประท้วง สส.พรรคปชน.ว่าการอภิปรายไม่ควรอ่านสคริปต์ ในที่ประชุม เพราะประชาชน จะเบื่อและไม่มีใครฟัง อภิปรายเสร็จแล้วและนั่งลง นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคปชน. ไม่จบ เดินปรี่เข้ามาที่นั่งของตน นายปกรณ์วุฒิปรี่เข้ามาคนแรก หลังจากนั้นตามมาอีก 10 คน มีการชี้หน้าตนหลายรอบ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตนยังตกใจอยู่เลย เหมือนกับถามประมาณว่าระวังตัวให้ดี และ สส.ภัณฑิล พูดใส่ไมค์ว่า คุณ สส.สมัยแรก ก็พองอย่างนี้แหละตนเห็นว่าการเมืองที่สร้างสรรค์สามารถเล่นตามกติกาได้ พูดคุยกันได้ แต่ถ้ามีลักษณะปรี่เข้ามานอกรอบหลังอภิปราย ตนรู้สึกถึงการคุกคามทางร่างกายและเสรีภาพ เพราะมี สส.พรรคปชน. มาจับแขนตนด้วย จึงบอกว่าอย่าจับทำให้ตนตกใจ“ดังนั้น พวกผมจะรวบรวมพยานหลักฐานการกระทำดังกล่าวของนายปกรณ์วุฒิว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนจริยธรรมหรือไม่ เพราะหากทำผิดจริง จะต้องระวังโทษ ส่วนกฎหมายบ้านเมืองจะดูว่าเข้าองค์ประกอบหรือไม่ หากสื่อมวลชนถ่ายไว้ ขอให้ส่งมาที่พรรคเศรษฐกิจ เพื่อใช้เป็นหลักฐาน” นายคริส กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ข่าวจริง! กบน. ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 3.50 บาท/ลิตร เป็นลิตรละ 47.74 บาท มีผลตี 5 พรุ่งนี้
Society2026 Apr 02 :: 11:03

ข่าวจริง! กบน. ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 3.50 บาท/ลิตร เป็นลิตรละ 47.74 บาท มีผลตี 5 พรุ่งนี้

ข่าวจริง! กบน. ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 3.50 บาท/ลิตร เป็นลิตรละ 47.74 บาท มีผลตี 5 พรุ่งนี้วันที่ 2 เม.ย. 2569 คณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ขอแจ้งผลการประชุมวันที่ 2 เม.ย.2569 โดยที่ประชุมมีมติปรับลดอัตราเงินชดเชยน้ำมันดีเซล 3.51 บาท/ลิตร เป็น 14.27 บาท/ลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการปรับเพิ่มขึ้น 3.50 บาท/ลิตร เป็น 47.74 บาท/ลิตร และน้ำมันไบโอดีเซล B20 ปรับลดอัตราเงินชดเชย 3.48 บาท/ลิตร เป็น 16.64 บาท/ลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการปรับเพิ่มขึ้น 3.50 บาทต่อลิตร เป็น 42.74 บาท/ลิตร (ราคาน้ำมันเบนซินผู้ค้าจะเป็นผู้ประกาศแจ้ง)

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ภัณฑิล” ฟาด หลังสภาใช้งบซื้อกล้อง 4K ตัวละ 11.6 ล้าน เรียกร้อง “รองปธ.สภา” ดูให้ชัดว่าจำเป็นหรือไม่
Politics2026 Apr 02 :: 09:42

“ภัณฑิล” ฟาด หลังสภาใช้งบซื้อกล้อง 4K ตัวละ 11.6 ล้าน เรียกร้อง “รองปธ.สภา” ดูให้ชัดว่าจำเป็นหรือไม่

“ภัณฑิล” ฟาด หลังสภาใช้งบซื้อกล้อง 4K ตัวละ 11.6 ล้าน ชี้ ปัญหาไม่ใช่ความคมของภาพแต่คือความเป็นธรรม เรียกร้อง “รองปธ.สภา” ดูให้ชัดว่าจำเป็นหรือไม่ ซัด อย่าอ้างฝ่ายค้านซื้อของแพง ย้ำ รัฐสภาต้องคมที่การตรวจสอบไม่ใช่ภาพลักษณ์วันที่ 2 เม.ย. 69 ที่ รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวถึง กรณีที่สำนักข่าวอิศรา เผยแพร่ข่าวว่ารัฐสภามีการจัดซื้อกล้องโทรทัศน์สตูดิโอ 4k ตัวละ 11.6 ล้านบาท โดยในรายการระบุว่าไม่เพียงพอต่อการจัดมุมภาพของผู้อภิปราย โดยเฉพาะมุมภาพของสส.พรรคฝ่ายค้านที่น้อยกว่าพรรคฝ่ายรัฐบาล หวั่นว่าจะเกิดความเคลือบแคลงสงสัยถึงความเป็นกลางทางการเมืองและการเลือกปฏิบัติ ว่า ตนก็เอะใจ เพราะตนก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการงบประมาณปี 69 ว่าตนตัดรายการนี้ทิ้งไปหรือไม่ จนเพื่อนสมาชิกมาบอกให้ตนกลับไปตรวจสอบรายการนี้ ซึ่งในรายงานระบุว่าชำรุดและขอทดแทน แต่ครั้งนี้บอกว่าอาจไม่เป็นธรรมกับฝ่ายค้าน จึงอยากออกมาปกป้องตัวเอง ว่าเรากลายเป็นต้นเหตุหรือไม่ที่ต้องมีการจัดซื้อกล้องใหม่ ตัวละ 11.6 ล้านบาท โดยอยากถามว่าปัญหาที่แท้จริงอยู่ตรงไหน ภาพละเอียดไม่พอ หรืออยู่ที่ระบบการนำเสนอทางการเมืองที่ไม่เป็นธรรม สัดส่วนเวลา เช่นการอภิปรายสามารถหยิบขึ้นมาในการแบ่งเวลาของฝ่ายค้านและรัฐบาล หรือประชาชนยังเห็นสูทของ สส.ไม่ชัดพอ แต่ที่จริงแล้วสาระอยู่ที่การอภิปราย ไม่ได้อยู่ที่มุมกล้องสวยพอหรือไม่ ถ้าปัญหาคือความไม่เป็นธรรมทางการเมือง ก็ต้องแก้ที่กติกา ระบบ ไม่ใช่กระโดดไปซื้ออุปกรณ์ราคา 11.6 ล้านบาท"รัฐสภาไม่ใช่สตูถ่ายรายการ สิ่งที่ต้องคมที่สุด คือการตรวจสอบ ไม่ใช่ความละเอียดของภาพ นิติบัญญัติไม่ใช่งานโชว์ ภาพ 4K แต่การตรวจสอบรัฐบาลด้วยความจริงที่ลึกถ้าวันนี้เราใช้งบประมาณแผ่นดิน ทำให้ภาพของผู้มีอำนาจคมขึ้น แต่ยังไม่ตอบให้ชัดว่าประชาชนได้ประโยชน์อะไรอย่างแท้จริง คำถามคือเงินภาษีถูกใช้ เพื่อเนื้อหาและเพื่อภาพลักษณ์อะไรกันแน่ คำถามนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กเพราะกล้องที่กำลังจะจัดซื้อ เป็นชนิด 4k สเปคสูง เลนส์ซูมไม่น้อยกว่า 45 เท่า เป็นการแก้ไขปัญหาแบบพอเพียงหรือต้องการอัพเกรดในพื้นที่อำนาจ " นายภัณฑิล กล่าวนายภัณฑิล กล่าวว่า จึงอยากเรียกร้องไปยังรองประธานสภาฯที่ดูแลเรื่องนี้ ว่ามีความจำเป็นขนาดนั้นหรือไม่ ดังนั้นต้องตอบเรื่องนี้ให้ชัด ไม่ใช่เอะอะซื้อกล้อง ต้องเปิดให้เห็นว่าปัญหาอยู่ตรงไหน เสียกี่จุด บอดกี่มุม ใช้งานไม่ได้จริงหรือไม่ มีทางเลือกอื่นที่ถูกกว่าหรือไม่ และทำไมถึงไม่เลือกจากการจัดผังกล้องที่มีอยู่ ให้เพิ่มเฉพาะจุดแก้ไขระบบควบคุม หากภาพประชาธิปไตยต้องใช้เงิน 11.6 ล้านบาท เพื่อให้มุมกล้องสวยขึ้น แสดงว่าเราน่าจะเข้าใจคำว่าประชาธิปไตยผิด เพราะรัฐสภามีหน้าที่ทำให้เสียงประชาชนถูกได้ยิน ไม่ใช่ภาพของผู้มีอำนาจที่คมชัดนายภัณฑิล กล่าวอีกว่า อย่าเอาฝ่ายค้านมาอ้างซื้อของแพง ฝ่ายค้านไม่ได้ขอเลนส์แพง ฝ่ายค้านขอความเป็นธรรม เรื่องเวลาในการอภิปราย ถ้าจะเป็นธรรมคือหลักการการจับภาพ มาตรฐานการสลับภาพ ไม่ใช่โยนไปงบ 11.6 ล้านบาท คำถามสุดท้ายคือถ้าจะใช้เงินภาษี เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงรัฐสภาจริงๆ ทำไมไม่เร่งทำสรุปสาระ ทำคลิปคำอภิปรายให้ค้นหาง่าย และทำไมไม่เร่งการเปิดให้ถ่ายทอดสดห้องกรรมาธิการเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบเชิงลึก แต่เลือกมาซื้อกล้อง 4k ในห้องประชุมใหญ่ สภาควรเป็นสถานที่ที่มีความคมที่สุด ไม่ใช่สถานที่ที่มีภาพคมที่สุด หากยังแยกไม่ออก วันหนึ่งเงินภาษีประชาชนจะถูกใช้ไม่ใช่สาระเพื่อการตรวจสอบ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

POPULAR CONTENT
No content available.
OPINION
นายกฯ สั่งด่วนลดต้นทุนสินค้าเกษตร ตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย รมต.-สส.-หน่วยราชการ หามาตรการเพิ่มรายได้เกษตรกร
Agri-News2025 Oct 27 :: 21:00

นายกฯ สั่งด่วนลดต้นทุนสินค้าเกษตร ตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย รมต.-สส.-หน่วยราชการ หามาตรการเพิ่มรายได้เกษตรกร

นายกฯ สั่งด่วนลดต้นทุนสินค้าเกษตร ตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย รมต.-สส.-หน่วยราชการ หามาตรการเพิ่มรายได้เกษตรกรนายนพพล เหลืองทองนารา สส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เชิญสส.พรรคเพื่อไทยเข้าหารือ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ถึงปัญหาความเดือดร้อนประชาชนในพื้นที่ สส.ได้สะท้อนปัญหาร้องเรียนจากเกษตรให้นายกฯฟังโดยตรง น.ส.แพทองธารสั่งการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างรัฐมนตรี สส.ในพื้นที่ และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องหามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรทุกมิติ ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากภาคการเกษตรในทุกผลิตภัณฑ์ รวมทั้งแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร ทั้งข้าว มันสำปะหลัง ทุเรียน ที่ปัจจุบันเกษตรกรแบกรับต้นทุนสูงขึ้น ทั้งปุ๋ย น้ำมัน ยาปราบศัตรูพืช ส่งผลให้รายได้เกษตรกรลดลง คณะทำงานจะหามาตรการลดต้นทุนการเพาะปลูกให้เกษตรกรทั้งประเทศ รัฐบาลทราบดีว่าเกษตรกรประสบปัญหาต้นทุนสูง เป็นปัญหาเร่งด่วนที่จะเร่งแก้จริงจัง เพราะนโยบายพรรคเพื่อไทยคือยกระดับรายได้เกษตรกรไทยทั้งประเทศ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

โจทย์ใหญ่ “อุ๊งอิ๊งค์” ต้องเร่งจัดขบวนทัพ
Politics2025 Oct 27 :: 17:30

โจทย์ใหญ่ “อุ๊งอิ๊งค์” ต้องเร่งจัดขบวนทัพ

ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก ....วันก่อน “วรชัย เหมะ” แกนนำคนเสื้อแดงตัวจี๊ด อาสาหาราคีรีตัวเอง เป็นหน่วยกล้าตาย ของพรรคเพื่อไทย ตัดสินใจออกตัววิพากษ์วิจารณ์ “นายกฯนิด” เศรษฐา ทวีสิน ทั้งที่รู้ดีอยู่ว่า จะมีเอฟเฟกต์ ต่างๆนาๆ เข้ามากระทบตัวเองขนาดออกตัววิจารณ์อย่างมิตร ยังเจอ “หมอมิ้ง” พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ด่ากราดผ่านรายการทีวี “ห่างข้อมูล ไม่เข้าใจการทำงาน อยุดอวดรู้” ซ้ำอีกดอก “ภูมิธรรม เวชยชัย” แม่บ้านมือหนึ่ง พรรคเพื่อไทย ออกมาเตือนสติ “เป็นผมคงหยุดแล้ว” มิวาย วันนี้ “วัน อยู่บำรุง” ประกาศลาออก ตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข น้อยใจ หัวหน้าพรรค “อุ๊งอิ๊งค์” เรียกคุย หลังไม่พอใจ ที่ร่วมเชียร์ “บิ๊กแจ๊ส” คำรณวิทธิ์ ธูปกระจ่าง คู่แข่งพรรคเพื่อไทย สนามเลือกตั้งนายกอบจ. ปทุมธานี“ลูกวัน” ตัดพ้อ อุตสาห์ออกตัว ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ช่วยงานพรรค สุดความสามารถ ต่อสู้เคียงบ่า เคียงไหล ทำหน้าที่สมาชิกที่ดีมาตลอด แต่เมื่อหัวหน้าพรรค ไม่พอใจ ก็ยอมถอย “ลูกวัน” เจอแบบนี้ “ป๋าเหลิม” เฉลิม อยู่บำรุง ไม่มีทางยอม ประกาศกร้าว ให้พรรคขับตัวเองออก จะได้เป็นสส.พรรคอื่นแถมบอกข้อมูล ไม่ใช่แค่ “หัวหน้าอิ๊งค์” เท่านั้นที่เคือง “นายกฯนิด” ก็ไม่พอใจอย่างรุนแรง ถึงขั้นสั่ง “ต้องหยุดทำงานทันที” เป็นเหตุให้ “ลูกวัน” ทำหนังสือลาออก“บ้านริมคลอง” ไม่ขลังเหมือนวันเก่า ยามอัสดงมาเยือน “พ่อเหลิม” โรยลา “ลูกวัน” รับช่วงต่อ บารมีไม่ถึง!!เหตุระหองระแหง ช่วงตั้งรัฐบาลใหม่ๆ “ทักษิณ ชินวัตร” ส่ง “ลูกอิ๊งค์” เคลียร์ใจ มาวันนี้ วางตัวไม่รู้สี่รู้แปด นั่งเชียร์ฝ่ายตรงข้ามพรรค ดูท่าจะกลับมาเหมือนเดิมคงยากใดๆ สองเหตุนี้ ทำให้เห็น พรรคเพื่อไทย อาจไม่นิ่ง อย่างที่ “นายใหญ่” มั่นหมาย ส่งไม้ต่อ ให้ลูกสาวการบ้านใหญ่ “หัวหน้าอิ๊งค์” ต้องเร่งจัดขบวน เรียกศรัทธา คนรุ่นพ่อ คนรุ่นแม่ คนรุ่นอา และหนุ่มหล่อ สาวสวย ให้เดินในทิศทางเดียวกันไม่เช่นนั้น หลังคอ พรรคก้าวไกล จะทิ้งห่าง เรื่อย ๆ ปล่อยคาราคาซัง จนเลือกตั้งรอบหน้า อาจไม่เห็นฝุ่น รวบหัว รวบห่าง เอาทุกพรรคมารวมกัน อาจคว้าเก้าอี้นายก มานั่งเล่นง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้อีกรอบแน่!!

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“โฆษกไทยสร้างไทย” ซัดแรง “ข้อตกลงแลกภาษีทรัมป์“ ชี้รัฐปิดบังข้อมูล ส่อทำลายธุรกิจคนไทยด้วย”MOU สหรัฐฯ ”
TheRoomChinese2025 Oct 27 :: 17:00

“โฆษกไทยสร้างไทย” ซัดแรง “ข้อตกลงแลกภาษีทรัมป์“ ชี้รัฐปิดบังข้อมูล ส่อทำลายธุรกิจคนไทยด้วย”MOU สหรัฐฯ ”

“โฆษกไทยสร้างไทย” ซัดแรง “ข้อตกลงแลกภาษีทรัมป์“ ชี้รัฐปิดบังข้อมูล ส่อทำลายธุรกิจคนไทยด้วย”MOU สหรัฐฯ ” เชื่อข้อตกลงอัปยศ ส่งผลกระทบหนักเกษตรกรและ SME ไทยเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2568 นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.)กล่าวถึงกรณีรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงแลกภาษีทรัมป์ ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นเรื่องน่าละอายใจต่อผู้ที่ไปดำเนินการเจรจาอย่างยิ่ง เพราะมีผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนฐานราก เกษตรกร และผู้ประกอบการ SME ซึ่งไม่มีโอกาสได้เตรียมตัวรับมือ เนื่องจากรัฐบาลปิดบังข้อมูลมาโดยตลอด ทั้งนี้ ตนขอตั้งคำถามถึงรัฐบาลทุกชุดที่เกี่ยวข้องกับการเจรจา โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ ว่า ทราบเงื่อนไขของข้อตกลงนี้มาก่อนหรือไม่ และเหตุใดจึงเลือกปิดบังข้อมูลสำคัญไว้ จนกระทั่งฝ่ายสหรัฐเป็นผู้เปิดเผยเอง การไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวทำให้การจัดทำงบประมาณปี 2569 ไม่สามารถเตรียมการรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรและผู้ประกอบการ SME ได้เลย อีกทั้งยังสะท้อนว่ารัฐบาลไม่มีมาตรการในการปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย แม้แต่ในประเด็นการเก็บภาษีจากแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งคนไทยมีอัตราการใช้งานสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ก็ยังแทบไม่สามารถเก็บภาษีได้ รวมถึงสิ่งของฟุ่มเฟือยที่อาจกระทบกลุ่มหัตถกรรม และซอร์ฟพาวเว่อร์โดยตรง”ข้อตกลงนี้เป็นการนำเอาธุรกิจหลักของคนไทยเกือบทั้งหมดไปแข่งกับอเมริกา ทั้งที่ไทยด้อยกว่าในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี เงินทุน หรือสิทธิทางภาษี และผลกระทบยังลามไปถึงภาคเกษตรและปศุสัตว์ ผมขอประณามการกระทำของทีมเจรจาที่กล้าออกมาอ้างว่าข้อตกลงนี้เป็นผลงาน และขอตำหนิรัฐมนตรีในกระทรวงที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลทั้งในอดีตและปัจจุบัน ที่จงใจปิดบังข้อมูลสำคัญจากประชาชน โดยเห็นแก่ผลทางการเมือง มากกว่าผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนส่วนใหญ่” โฆษกพรรค ทสท.กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...