Logo
variety iconlive icon
NewsAll
LIVES UPDATE
Politics2026 Mar 25 :: 10:57

“ยศชนัน” หอบกฎหมาย 10 ฉบับประเดิมประชุมสภาวันแรก แก้ไขปัญหาปากท้องปชช.

“ยศชนัน” หอบกฎหมาย 10 ฉบับประเดิมประชุมสภาวันแรก แก้ไขปัญหาปากท้องปชช.เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 69 ที่รัฐสภา ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวกรณีพรรคเพื่อไทยยื่นหนังสือถึงนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ถึงกฎหมายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน หลังจากยื่นอภิปรายในสภาผู้แทนยราษฎรถึงปัญหาเรื่องพลังงาน โดยกฎหมายที่ยื่นในวันนี้เป็นร่างพรบ.ทั้งหมด 10 ร่างกฎหมายที่ทำเรียบร้อย คือร่างกฎหมายพรบ.ส่งเสริมวิทยาศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม พรบ.โรงแรมและสถานที่พักที่ไม่ใช่โรงแรม พรบ.การปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตกรรม พรบ.ภาพยนต์ และพรบ.ส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะมีพรบ.เกี่ยวกับการศึกษาและการเข้าถึงบริการอย่า่งเท่าเทียม ซึ่งจะได้บริหการจัดการความเดือดร้อนของประชาชนซึ่งนอกกเหนือจากพรบ.ที่เสนอไปนั้นก็มีอีก 47 ร่างกฎหมายที่พรรคเพื่อไทยพยายามเตรียมและระหว่างนี้จะมีเรื่องกฎหมายต่างๆเพิมเติมอีกครั้งหนึ่ง ส่วนรายละเอียดแต่ละฉบับจะมีการขึ้นไว้บนเว็บไซต์ของพรรคเพื่อไทยรวมทั้งการสัมนา เสวนาเพื่อให้ประชาชนเข้าใจพรบ.ต่างๆให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งระยะเวลานั้นจะมีกระบวนการและอาจต้องมีการยื่นควบคู่ไปด้วย คาดว่าอย่างน้อย 1-2 ปีโดยบรรยากาศในการประชุมวันนี้ก็ค่อนข้างดีเพราะหากมีวาระเร่งด่วนก็จะมีการประชุมเพิ่มเติมในวันศุกร์เมื่อถามว่าบทบาทของพรรคเพื่อไทย จะเปลี่ยนประเทศไทยอย่างไรบ้าง ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ตรงนี้จะเป็นการร่างเพื่อแก้ปัญหาที่เปลี่ยนไป ทั้งเรื่องภาวะโลกร้อน เรื่องประชาธิปไตย ความเท่าเทียม ซึ่งเป็นประเด็นหลักสำคัญรวมทั้งรายได้ที่มีหลายพรบ.ไม่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ เรื่องปัญหาทางสังคมและการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ต้องดูแล วึ่งเป็นเรื่องทีมีความจำเป้นและต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์โลกและสภาพเศรษฐกิจ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ศาล รธน.จัดกิจกรรม ประสานความเข้าใจ สัมพันธ์สื่อส่วนกลาง-ท้องถิ่น หวัง เป็นสะพานสื่อสารสร้างความเข้าใจสู่ประชาชน
Society2026 Mar 29 :: 06:44

ศาล รธน.จัดกิจกรรม ประสานความเข้าใจ สัมพันธ์สื่อส่วนกลาง-ท้องถิ่น หวัง เป็นสะพานสื่อสารสร้างความเข้าใจสู่ประชาชน

ศาล รธน.จัดกิจกรรม ประสานความเข้าใจ สัมพันธ์สื่อส่วนกลาง-ท้องถิ่น หวัง เป็นสะพานสื่อสารสร้างความเข้าใจสู่ประชาชนวันที่29 มี.ค. 69 ที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี นางสาวร่มปรางค์ สวมประคำ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวเปิดโครงการศาลรัฐธรรมนูญพบสื่อมวลชน ว่า มีความยินดียิ่งที่ศาลกับสื่อมีการสัมมนาร่วมกันในต่างจังหวัด ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นมานานแล้วกว่า 10 ปี ที่ไม่ได้มีมิติสัมพันธ์แบบนี้เกิดขึ้นโดยวันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ได้กลับเอามาอีกครั้งเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างศาลกับสื่อ โดยนายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ทราบถึงยอดผู้ที่เข้าร่วมสัมมนาสื่อมวลที่มาจากกทม. 50 กว่าคนและสื่อท้องถิ่น อีก 40 กว่าคน ที่จะมาร่วมสมทบในวันพรุ่งนี้อย่างไรก็ตามในวันนี้ประธานศาลรัฐธรรมนูญ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทุกท่านได้เข้าร่วม และได้สอบถามว่าเป็นอย่างไรบ้างมีปัญหาอุปสรรคอย่างไรบ้างในการเดินทางซึ่งในตอนเย็น จะได้พบกับประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการรวม 3 คน ประกอบด้วย นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์,นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม, นายสุเมธ รอยกุลเจริญทั้งนี้กิจกรรมสานสัมพันธ์ระหว่างศาลกับสื่อมวลชนในวันนี้ เพื่อให้การสื่อสารระหว่างศาลกับสื่อเข้าใจกันได้และถือเป็นสะพานทอดความรู้ ความเข้าใจไปสู่ประชาชน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ปากีสถาน เผย อิหร่านอนุญาตเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 20 ลำ
Global News2026 Mar 29 :: 05:58

ปากีสถาน เผย อิหร่านอนุญาตเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 20 ลำ

ปากีสถาน เผย อิหร่านอนุญาตเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 20 ลำวันที่ 29 มี.ค. 2569 อิสฮัก ดาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถาน เปิดเผยว่า อิหร่านได้อนุญาตให้เรือที่ติดธงปากีสถานจำนวน 20 ลำ สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ภายใต้ข้อตกลงล่าสุดระหว่างสองประเทศดาร์ระบุว่า จะมีเรือวันละ 2 ลำทยอยผ่านช่องแคบตามข้อตกลงดังกล่าว พร้อมชี้ว่า การตัดสินใจของอิหร่านถือเป็น “สัญญาณแห่งสันติภาพ” ที่อาจช่วยคลี่คลายความตึงเครียดในภูมิภาค และเป็นท่าทีที่ “น่ายินดีและสร้างสรรค์”ทั้งนี้ ดาร์ยังโพสต์ข้อความถึงบุคคลสำคัญของสหรัฐฯ และอิหร่าน ได้แก่ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์, รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ, ทูตพิเศษ สตีฟ วิทคอฟฟ์ และรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี สะท้อนให้เห็นว่าปากีสถานมองข้อตกลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามทางการทูตเพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง มากกว่าจะเป็นเพียงดีลด้านการเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดมาตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ผู้นำสูงสุด อาลี คาเมเนอี เสียชีวิต และสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ได้ควบคุมการผ่านช่องแคบอย่างเข้มงวด โดยเรือทุกลำต้องยื่นรายละเอียดสินค้า รายชื่อลูกเรือ และจุดหมายปลายทาง ผ่านคนกลางที่ได้รับอนุมัติ เพื่อขอรหัสอนุญาตและรับการคุ้มกันมีรายงานว่า เรืออย่างน้อย 2 ลำยอมจ่ายเงินเพื่อให้สามารถผ่านช่องแคบได้ โดยมีค่าใช้จ่ายราว 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเที่ยว หรือประมาณ 65 ล้านบาท และชำระเป็นเงินหยวนของจีนขณะเดียวกัน รัฐสภาอิหร่านอยู่ระหว่างพิจารณาผลักดันให้ระบบดังกล่าวถูกกฎหมายในฐานะแหล่งรายได้ของประเทศอย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้ง มีเรือเพียงราว 150 ลำเท่านั้นที่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ สะท้อนถึงข้อจำกัดด้านการขนส่งที่ยังคงตึงตัวในภูมิภาค

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ศึกยังไม่จบ! ข่าวกรอง ชี้ อิหร่าน ยังรักษาศักยภาพอาวุธไว้ได้ ทำลายขีปนาวุธได้เพียง 1 ใน 3
Global News2026 Mar 29 :: 05:29

ศึกยังไม่จบ! ข่าวกรอง ชี้ อิหร่าน ยังรักษาศักยภาพอาวุธไว้ได้ ทำลายขีปนาวุธได้เพียง 1 ใน 3

ศึกยังไม่จบ! ข่าวกรอง ชี้ อิหร่าน ยังรักษาศักยภาพอาวุธไว้ได้ ทำลายขีปนาวุธได้เพียง 1 ใน 3วันที่ 29 มี.ค. 2569 แหล่งข่าว 5 รายที่ใกล้ชิดหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ปฏิบัติการโจมตีคลังขีปนาวุธขนาดใหญ่ของอิหร่าน สามารถยืนยันการทำลายได้แน่ชัดเพียงราว 1 ใน 3 เท่านั้นขณะที่อีกประมาณ 1 ใน 3 ยังไม่สามารถระบุสถานะได้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าว 4 รายประเมินว่า การโจมตีอาจสร้างความเสียหาย ทำลาย หรือทำให้ขีปนาวุธเหล่านั้นถูกฝังอยู่ในอุโมงค์และบังเกอร์ใต้ดินข้อมูลด้านขีดความสามารถของโดรนอิหร่านมีลักษณะใกล้เคียงกัน โดยมีความเชื่อมั่นในระดับหนึ่งว่า ถูกทำลายไปแล้วราว 1 ใน 3 เช่นกันการประเมินที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อนนี้ สะท้อนว่า แม้อาวุธจำนวนมากของอิหร่านจะถูกทำลายหรือไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่อิหร่านยังคงมีขีปนาวุธเหลืออยู่อีกไม่น้อย และอาจกู้คืนบางส่วนได้หลังสถานการณ์สู้รบยุติลงทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวขัดแย้งกับคำกล่าวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่า อิหร่านเหลือ “จรวดเพียงไม่กี่ลูก” โดยทรัมป์ย้ำว่า แม้จะทำลายได้ถึง 99% แต่เพียง 1% ที่เหลือก็ยังเป็นความเสี่ยงสูงต่อเรือมูลค่ามหาศาลด้านเจ้าหน้าที่เพนตากอนระบุว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านลดลงราว 90% นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น พร้อมเผยว่า สหรัฐฯ ได้สร้างความเสียหายหรือทำลายโครงสร้างด้านอาวุธของอิหร่านไปแล้วกว่า 66% รวมถึงโรงงานผลิตขีปนาวุธ โดรน และเรือรบฝ่ายบริหารสหรัฐฯ ระบุว่า เป้าหมายหลักคือการลดทอนศักยภาพทางทหารของอิหร่าน ทั้งการทำลายกองเรือ ขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและโดรน รวมถึงป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ณ วันที่ 25 มี.ค. สหรัฐฯ อ้างว่า ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านแล้วกว่า 10,000 แห่ง และสามารถทำลายเรือรบขนาดใหญ่ของกองทัพเรืออิหร่านได้ถึง 92%กองทัพสหรัฐฯ ยังเผยแพร่ภาพปฏิบัติการโจมตีโรงงานผลิตอาวุธ โดยย้ำว่าไม่ได้มุ่งเป้าเพียงคลังอาวุธ แต่รวมถึงอุตสาหกรรมการผลิตด้วย อย่างไรก็ตาม กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ยังไม่ยืนยันตัวเลขความเสียหายของขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและโดรนอย่างชัดเจนแหล่งข่าวระบุว่า ความยากในการประเมินส่วนหนึ่งมาจากการที่อิหร่านเก็บอาวุธจำนวนมากไว้ในบังเกอร์ใต้ดินตั้งแต่ก่อนสงครามด้านเจ้าหน้าที่ทหารอิสราเอลเผยว่า ก่อนสงคราม อิหร่านมีขีปนาวุธราว 2,500 ลูกที่สามารถโจมตีอิสราเอลได้ และขณะนี้ฐานยิงถูกทำลายไปแล้วกว่า 335 แห่ง คิดเป็นราว 70% ของศักยภาพทั้งหมดอย่างไรก็ตาม อิสราเอลยอมรับว่า การทำลายศักยภาพส่วนที่เหลืออีกประมาณ 30% จะยากยิ่งขึ้น และแม้จะถูกโจมตีอย่างหนัก อิหร่านยังคงแสดงให้เห็นว่ายังมีขีดความสามารถทางอาวุธหลงเหลืออยู่ไม่น้อย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"อนุทิน" นายแบกพรรคน้ำเงิน! “ธนพร” มองผลนิด้าโพล “นายกหนู” มาแรงกว่า “พรรคภูมิใจไทย” อวย เรียกว่าเข้าเส้นชัยทางการเมืองแล้ว
Politics2026 Mar 29 :: 04:28

"อนุทิน" นายแบกพรรคน้ำเงิน! “ธนพร” มองผลนิด้าโพล “นายกหนู” มาแรงกว่า “พรรคภูมิใจไทย” อวย เรียกว่าเข้าเส้นชัยทางการเมืองแล้ว

"อนุทิน" นายแบกพรรคน้ำเงิน! “ธนพร” มองผลนิด้าโพล “นายกหนู” มาแรงกว่า “พรรคภูมิใจไทย” อวย เรียกว่าเข้าเส้นชัยทางการเมืองแล้ววันที่ 29 มี.ค. 2569 รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย กล่าวถึงผลโพลยกสองกระแสเลือกตั้ง 69 และคะแนนนิยมการเมืองไตรมาส 1/2569 กับ The Room 44 ระบุว่า เมื่อเปรียบเทียบกับนิด้าโพลกระแสเลือกตั้ง2 เฉพาะส่วนคะแแนนนิยม นายกฯ และ คะแนนนิยมพรรค (บัญชีรายชื่อ) ซึ่งสะท้อนภาพรวมกระแสการเมือง โดยทั่วไป ก่อนเข้าคูหา 8 กุมภา 69 พบว่า นิด้าโพลไตรมาส 1/69 มีความน่าสนใจ ครับ1.ช่วงก่อนเข้าคูหา คะแนนนิยม นายกฯ หนู เรียกได้ว่า เป็นเนื้อเดียวกับคะแนนนิยมพรรค เลย (22.24:22.60%) ต่างจากพรรค ส้ม แดง ฟ้า ที่คะแนนนิยมพรรค จะมากกว่าคะแนนนิยมว่าที่ นายกฯ2.นิด้าโพลรอบนี้ คะแนนนิยม นายกฯหนู “ นำ ”คะแนนนิยมพรรคน้ำเงิน อย่างเห็นได้ชัด (29.40:26.60%)เช่นเดียวกับพรรคเศรษฐกิจ และ พรรคไทยสร้างไทย ที่คะแนนนิยม พลเอกรังษี คุณหญิงหน่อย นำคะแนนนิยมพรรค ขณะที่ คะแนนนิยมพรรค ส้ม แดง ฟ้า จะ สูงกว่า คะแนนนิยม ว่าที่นายกฯ แต่ละพรรค3.มองจากตัวเลขที่เห็น ชัดเจนว่า ระยะยาว พรรคส้ม แดง ฟ้า มีแนวโน้มเป็นสถาบันการเมือง มากกว่า พรรคน้ำเงิน ที่หากไม่มี นายกฯหนูเป็นผู้นำพรรคน้ำเงิน จะไปต่ออย่างไร บ้านใหญ่สารพัดหลัง รวมถึง มืออาชีพตัวตึง จะไปต่อกับพรรค หรือไม่ อย่างไร4.นี่อาจไม่ใช่ปัญหาของ นายกฯหนู เพราะในฐานะการเมือง นายกฯหนูถึงเส้นชัยเรียบร้อยแล้ว แต่จะเป็นปัญหาของ ฝ่ายอนุรักษ์นิยม ที่ต้องมองหา คนเป็นตัวแทนแบบนายกฯหนู ซึ่งไม่ง่ายเลย“ขนาดโพลนิด้ารอบนี้เก็บข้อมูลช่วง โกลาหลน้ำมัน คะแนนนิยม นายหนูฯ ยังเหนือกว่า คะแนนพรรคน้ำเงินและ แทบไม่ต่างจากคะแนนนิยม ว่าที่นายกฯพรรคส้ม ซึ่งพรรคส้มได้ สส.บัญชีรายชื่อ มากกว่า พรรคน้ำเงิน เกือบ เท่าตัว (32:19) ช่วงเวลาต่อไป การเมืองไทย จึงน่าสนใจยิ่ง!”

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ซัดเดือด! "กรณ์" จวก รัฐไร้ฝีมือแก้วิกฤตพลังงาน  พร้อมแฉปมขึ้นดีเซล
Politics2026 Mar 28 :: 16:19

ซัดเดือด! "กรณ์" จวก รัฐไร้ฝีมือแก้วิกฤตพลังงาน พร้อมแฉปมขึ้นดีเซล

ซัดเดือด! "กรณ์" จวก รัฐไร้ฝีมือแก้วิกฤตพลังงาน ลั่น อย่าบริหารด้วยความหวัง พร้อมแฉปมขึ้นดีเซล-ข้อมูลน้ำมันปริศนาเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กับทาง The Room44 ถึงสถานการณ์วิกฤตพลังงาน โดยชี้ว่ารัฐบาลต้องยอมรับว่าวิกฤตโลกเกิดขึ้นแล้วและมีแนวโน้มยืดเยื้อ จึงจำเป็นต้องมีแผนรองรับอย่างรอบด้าน ไม่สามารถบริหารด้วย “ความหวัง” ได้นายกรณ์ระบุว่า สิ่งสำคัญคือการเข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ทั้งจุดอ่อน ความเปราะบาง และโอกาสในภาวะวิกฤต เพื่อให้ประเทศสามารถรับมือได้โดยประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุดในประเด็นราคาน้ำมัน กรณ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลไม่เพียงขาดฝีมือ แต่ยังขาด “ใจ” ในการยืนอยู่ข้างประชาชน ทำให้เกิดความรู้สึกว่ารัฐให้ความสำคัญกับกลุ่มอื่นมากกว่า โดยเฉพาะกรณีปรับขึ้นราคาดีเซล 6 บาท ซึ่งมองว่าเป็นการตัดสินใจที่ขาดการสื่อสาร และอาจเป็นเพียงการปรับขึ้น “ขั้นบันได” เนื่องจากราคาตลาดจริงสูงกว่านี้มากนายกรณ์ยังตำหนิไปถึงรัฐบาลว่าการ “ลักหลับ” ปรับขึ้นราคาน้ำมัน โดยไม่ชี้แจงต่อรัฐสภาและไม่ส่งสัญญาณล่วงหน้าให้ประชาชนรับรู้ พร้อมเสนอว่าหากฝ่ายบริหารเข้าชี้แจงสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมา จะช่วยสร้างความเข้าใจและความร่วมมือจากทุกฝ่ายได้มากกว่านอกจากนี้ กรณ์ตั้งข้อสังเกตถึงระบบข้อมูลน้ำมันของประเทศว่าควรสามารถติดตามได้ทุกขั้นตอน แต่กลับไม่สามารถอธิบายได้ว่าน้ำมันบางส่วนหายไปไหน พร้อมระบุว่ามีการพูดถึง “ไอ้โม่ง” ในระบบพลังงานอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนนายกรณ์ยังแสดงความกังวลต่อวัฒนธรรมการใช้อำนาจของรัฐบาล โดยเตือนว่าอำนาจที่สูงเป็น “ดาบสองคม” และอาจตกอยู่ในภาวะ “Echo Chamber” ที่รับฟังเฉพาะความคิดเห็นที่สอดคล้องกับตนเอง พร้อมเรียกร้องให้เปิดรับเสียงจากภายนอกมากขึ้นสำหรับภาพรวมเศรษฐกิจ นายกรณ์มองว่าวิกฤตครั้งนี้มีความท้าทายสูง และอาจรุนแรงกว่าช่วงก่อนหน้า เรียกได้ว่า “ถ้าไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน รัฐบาลส่วนใหญ่ไปต่อได้ ยกเว้นกรณีวิกฤตรุนแรงจริง ๆ อย่างต้มยำกุ้ง” กรณ์กล่าวอย่างไรก็ตามการอภิปรายที่พุ่งเป้าไปยัง พิพัฒน์ รัชกิจประการ นั้น นายกรณ์มองว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เนื่องจากบทบาทและคำให้สัมภาษณ์ที่อาจก่อให้เกิดข้อกังขาเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจทั้งนี้ นายกรณ์ทิ้งท้ายว่า รัฐบาลยังสามารถเดินหน้าต่อได้ หากยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และไม่มีปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน พร้อมย้ำว่าการแก้ปัญหาพลังงานต้องอาศัยความโปร่งใสและความกล้าทางการเมืองในการปรับโครงสร้างอย่างเป็นธรรม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"อิหร่าน" ล้างแค้นเดือด ยิงถล่มฐานทัพอากาศสหรัฐฯปรินซ์สุลต่าน
Global News2026 Mar 28 :: 13:02

"อิหร่าน" ล้างแค้นเดือด ยิงถล่มฐานทัพอากาศสหรัฐฯปรินซ์สุลต่าน

"อิหร่าน" ล้างแค้นเดือด ยิงถล่มฐานทัพอากาศสหรัฐฯปรินซ์สุลต่าน ขณะที่ "ทรัมป์" กดดัน "อิหร่าน" เปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่หลุดปากเรียก “ช่องแคบทรัมป์”อิหร่านโจมตีฐานทัพอากาศปรินซ์สุลต่านในซาอุดีอาระเบีย ทำให้ทหารสหรัฐฯ บาดเจ็บอย่างน้อย 12 นาย และเครื่องบินเติมน้ำมันเสียหายหลายลำ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อ้างความรับผิดชอบ ระบุเป็นปฏิบัติการตอบโต้สหรัฐฯ ผู้บัญชาการ IRGC เตือนบริษัทที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐและอิสราเอลในตะวันออกกลางให้อพยพ พร้อมขู่ตอบโต้รุนแรงยิ่งขึ้น เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของสงครามสหรัฐฯ–อิหร่านที่เริ่มตั้งแต่ 28 ก.พ. ปัจจุบันทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 13 นาย บาดเจ็บกว่า 300 นาย โดยส่วนใหญ่กลับเข้าปฏิบัติหน้าที่แล้ว"ทรัมป์" กดดัน "อิหร่าน" เปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่หลุดปากเรียก “ช่องแคบทรัมป์”โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยกำลังเจรจากับอิหร่านเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมาราว 1 เดือน ย้ำเงื่อนไขสำคัญคืออิหร่านต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้การขนส่งน้ำมันกลับสู่ปกติ ระหว่างปราศรัยมีการกล่าวผิดเป็น “ช่องแคบทรัมป์” ก่อนแก้เป็น “ฮอร์มุซ” พร้อมแสดงนัยทางการเมือง ทรัมป์ระบุว่าอิหร่านอยู่ในสถานะเสียเปรียบ และโครงสร้างทางทหาร-นิวเคลียร์ได้รับความเสียหายหนัก คำพูดดังกล่าวถูกจับตาอย่างมาก เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกกว่า 20% และสถานการณ์ยังตึงเครียด"ทรัมป์" โวย้ำความสำเร็จของสงครามกับอิหร่าน กลางเวทีนักลงทุน ก่อนลั่น “คิวบา” เป็นรายต่อไปโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวปราศรัยที่ไมอามี ยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯ บรรลุเป้าหมายทางทหารในสงครามกับอิหร่านหลังดำเนินมา 4 สัปดาห์ ระหว่างปราศรัย ทรัมป์กล่าวว่า “คิวบาคือรายต่อไป” หลังสหรัฐฯ จับกุมนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา ทำให้เกิดความกังวลต่อความขัดแย้งลาตินอเมริกา ฐานทัพอากาศปรินซ์ สุลต่าน ในซาอุดีอาระเบีย ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน ทำให้เครื่องบินเสียหายและมีทหารบาดเจ็บกว่า 300 นาย รายงานจาก The Wall Street Journal และภาพดาวเทียมยืนยันความเสียหาย ขณะที่ U.S. Central Command เผยจำนวนทหารบาดเจ็บ คำพูดของทรัมป์ถูกมองเป็นสัญญาณเชิงนโยบายต่อคิวบา และสร้างความกังวลต่อแนวโน้มความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในเวทีโลก

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

เช็กค่าการกลั่นเดือด! "อรรถพล" ตั้งทีมลุยตรวจต้นทุนโรงกลั่น สางปมราคาน้ำมันพุ่ง
Politics2026 Mar 28 :: 12:46

เช็กค่าการกลั่นเดือด! "อรรถพล" ตั้งทีมลุยตรวจต้นทุนโรงกลั่น สางปมราคาน้ำมันพุ่ง

เช็กค่าการกลั่นเดือด! "อรรถพล" ตั้งทีมลุยตรวจต้นทุนโรงกลั่น สางปมราคาน้ำมันพุ่ง จัดสมดุลผลกำไร-ค่าครองชีพ หวังคืนความเป็นธรรมให้ประชาชนวันนี้ 28 มี.ค. 2569 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังงาน Meet the Press "1 เดือน วิกฤตโลก : แผนรับมือไทย ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม" ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ว่า จากวิกฤตด้านพลังงานที่เกิดขึ้น กระทรวงพลังงาน ได้ออกมาตรการและแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งหนึ่งในปัญหาที่มีการกล่าวถึงกันมากคือเรื่อง ค่าการกลั่น ซึ่งกระทรวงพลังงานไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเมื่อวานนี้ ได้มีการลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบค่าการกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะทำงาน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงานหรือผู้แทน ผู้แทนกรมธุรกิจพลังงาน ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยมีผู้อำนวยการกองนโยบายและแผนปิโตรเลียม สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เป็นคณะทำงานและเลขานุการทั้งนี้ เนื่องจากหลังเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พบว่าค่าการกลั่นปรับตัวสูงกว่าระดับปกติจนกระทบต่อเสถียรภาพราคาและภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยคณะทำงานชุดนี้ จะเร่งรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลต้นทุนเชิงลึกจากหน่วยงานรัฐและผู้ประกอบกิจการโรงกลั่น ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทุนน้ำมันดิบ ค่าใช้จ่ายในการนำเข้า ต้นทุนส่วนเพิ่ม ต้นทุนการผลิต ไปจนถึงผลกำไรและขาดทุนของโรงกลั่น เพื่อนำมาประเมินค่าการกลั่นให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด แต่ก็จะพิจารณาให้เกิดความยุติธรรมกับทุกภาคส่วน ก่อนนำผลที่ได้เสนอเป็นแนวทางกำหนดมาตรการในการบริหารจัดการกิจการโรงกลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสมในช่วงวิกฤตนี้ต่อไป"สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโดยตรง และหลังเกิดสถานการณ์พบว่า ค่าการกลั่นพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องตั้งคณะทำงานชุดนี้ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบข้อมูลต้นทุนและกระบวนการทั้งหมด เพื่อให้ค่าการกลั่นที่โรงกลั่นได้รับเป็นไปอย่างเป็นธรรมและสอดคล้องกับความเป็นจริงที่สุด โดยจะพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งในแง่ของกลไกตลาด ผลกระทบต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจ และให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้จะเป็นแนวทางสำคัญที่สามารถให้รัฐออกมาตรการบริหารจัดการกิจการโรงกลั่นน้ำมันในช่วงวิกฤตนี้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการกำหนดราคาค่าการกลั่นที่ยุติธรรมกับทุกฝ่ายโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ" นายอรรถพล กล่าวทิ้งท้าย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

วิกฤติโลกที่ไม่เหมือนเดิม แผนรับมือไทย ที่โยนภาระให้ประชาชนเหมือนเดิม
Politics2026 Mar 28 :: 11:34

วิกฤติโลกที่ไม่เหมือนเดิม แผนรับมือไทย ที่โยนภาระให้ประชาชนเหมือนเดิม

วิกฤติโลกที่ไม่เหมือนเดิม แผนรับมือไทย ที่โยนภาระให้ประชาชนเหมือนเดิมเวที Meet the Press ที่ทำเนียบรัฐบาล ที่เอาบรรดาว่าที่ ครม.ในรัฐบาลชุดใหม่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และที่น่าจะไม่ได้ไปต่อ อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงานมารับหน้าเสื่อตอบคำถามสื่อถึงวิกฤติพลังงาน โดยมี ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาสภาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นั่งกำกับบทอยู่ข้างๆมีอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ก่อนอื่นเลยต้องโทษคนที่ คิดงานนี้ออกมาก่อน ปัญหาน้ำมันจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง ที่เป็นปัญหาใหญ่มากไม่ใช่ของประเทศไทย แต่เป็นของมวลมนุษย์ทุกคนบนโลกนี้ ที่ได้รับผลกระทบเหมือนกันหมดไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ที่จะมาจัดเป็นรายการ Meet the Press นอกจากไม่เท่ห์ แล้ว ยังเห็นความหน่อมแน้มของ รัฐบาลอนุทิน ก็ในเมื่อ เอกนิติ อารัมภบท ตั้งแต่ปิดฉากแล้วว่า ไม่คิดว่า จะเกิดสงครามในตะวันออกกลาง และไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า สงครามจะยุติเมื่อไหร่ จะเลวร้ายขนาดไหน และพยายามเอาดีใส่ตัว ที่รัฐบาลออกมาตรการต่างๆออกมาก็เพื่อช่วยเหลือประชาชน เห็นความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ ก่อนจะตบท้ายว่า ที่ปล่อยให้น้ำมันเป็นไปตามกลไกตลาดเพราะเงินกองทุนใกล้จะถังแตก เต็มทีแล้วเลยปล่อยให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มขึ้นทีเดียว 6 บาทต่อลิตร โดยไปอ้างเหตุผลว่าที่ต้องตัดสินใจขึ้นราคาเอากลางดึกก็เพราะราคาน้ำมันประเทศเพื่อนบ้านแพงกว่า ก็เลยต้องแพงตาม เอาสีข้างเข้าถู จนถลอกไปหมด แต่ก็ยังเอาดีใส่ตัวต่อไปว่า ตอนนี้รัฐบาลก็ยังอุ้มอยู่เช่นดียวกับศุภจี เจ้าเก่า จะหายไปปรับโหงวเฮ้ง มาอย่างไร ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึัน จารไนย การลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วยการควบคุมราคาสินค้า อุปโภคบริโภค 66 รายการ และจะควบคุมสินค้าที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของชาวบ้านอื่นๆอีกรวมแล้วมากว่า 71 รายการ โดยไม่ฟังว่า วันที่รัฐบาลจัดงาน พบสื่อ สหกรณ์ไข่ไก่ ประกาศแล้วว่า จะขอขึ้นราคาไข่ไก่อีก แผงละ 6 บาท วันที่ 2 เม.ย.นี้ เรือโดยสารคลองแสนแสบก็จะขอขึ้นราคาอีก สินค้าที่ขึ้นราคาไปแล้ว อีกบานตะไทสีหศักดิ์​ ก็ยังยกแม่น้ำทั้งห้า ในการพยายามเจรจากับอิหร่าน เพื่อให้เรือสินค้าและบรรทุกน้ำมัน ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีเรือของไทยผ่านไปได้2 ลำแล้วในจำนวนนั้นมีเรือบางจากอยู่ด้วย เสมือนว่า เป็นวีรกรรมอันยิ่งใหญ่เป็นผลงานชิ้นโบว์แดง รู้ไหมว่า สหรัฐฯ ประกาศระงับวีซ่า ชั่วคราวอีก 75 ประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือ ในนั้น มีประเทศไทยอยู่ด้วย คนไทยจะเดือดร้อนแค่ไหน ไม่พูด แต่ยอมรับว่า เรือสินค้าไทยที่ถูกอิหร่านยิง ในช่องแคบฮอร์มุซ จนบัดนี้ยังหาลูกเรือ 3 คนไม่พบไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนสุดท้ายก็ต้องยกให้ นายกฯ อนุทิน พูดเป็นแผ่นเสียงตกร่อง ที่ต้องขึ้นราคาน้ำมันทีเดียว 6 บาทในยามค่ำคืน เพราะถ้าจะใช้เงินกองทุนไปชดเชย ก็จะเป็นการอุ้มมากเกินไป ซึ่งปัจจุบัน ใช้เงินกองทุนติดลบไปแล้ว 3.8 หมื่นล้าน หนี้ท่วมหัว งบประมาณจะไม่พอจ่ายและจะทำให้มีการกักตุนน้ำมันกันมากขึ้นเพราะราคาน้ำมันไทยขายถูกกว่าประเทศเพื่อนบ้านเกือบทั้งหมดยกเว้น อินโดนีเซียและบรูไน เช่นสิงคโปร์ ดีเซลลิตรละ 100บาท เมียนมา 68 บาท ฟิลิปปินส์ลิตรละ 66 บาท สปป ลาวลิตรละ 64 บาท กัมพูชาลิตรละ 57 บาท เวียดนาม 47 บาท มาเลเซีย 45.59 บาท ส่วนไทยอยู่ที่ลิตรละ 38.94 บาทคิดดู ที่ผ่านมา พ่อค้าน้ำมัน ไอ้โม่ง 3 ตัว จะได้ผลประโยชน์มหาศาลขนาดไหน นายกฯไม่ได้พูดถึง ไอ้โม่ง 3 ตัว(โรงกลั่น พ่อค้า jobber)แม้แต่คำเดียว คนในรัฐบาลไม่มีใครกล้าพูดถึง ไอ้โม่งอีกเลย หลังจากที่นายกฯอนุทิน บอกสื่อว่าไม่มี ไอ้โม่งแต่ที่นายกฯอนุทิน ย้ำแล้วย้ำอีก คือ ราคาน้ำมันเราถูกกว่าประเทศอื่น สาเหตุที่น้ำมันขาดแคลน เพราะความต้องการน้ำมันของประชาชนมากกว่า ปกติจากวันละ 67 ล้านลิตร เป็น 82 ล้านลิตร วิธีแก้ปัญหาคือ ให้คนไทยเลิกตื่นตระหนก แล้ว กลับมาใช้น้ำมันตามปกติคือวันละไม่เกิน 67 ล้านลิตร ก็จะแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนได้มาตรการที่เด็ดที่สุดคือ ให้ประชาชน ช่วยกันลดการใช้น้ำมันลงวันละ 1 ลิตร จะลดการใช้น้ำมันได้วันละ 10 ล้านลิตร พูดง่ายแต่ทำยากแก้ปัญหาเหมือนเด็กเล่นขายของไฮไลด์ของงานมีผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมันจากต่างประเทศ ตั้งคำถามว่า จะมีแนวทางหาน้ำมันจากแหล่งอื่นอย่างไร และจะควบคุมคุณภาพอย่างไรให้เท่ากับน้ำมันที่มาจากตะวันออกกลาง พร้อมเสนอว่า รัฐบาลควรจะตั้งคณะทำงานที่มีความรู้ด้านพลังงาน โรงกลั่น การกระจายน้ำมัน การขนส่ง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นวาระแห่งชาติรมว.พลังงานตอบได้แค่การหาแหล่งน้ำมันสำรองจากหลายแหล่ง เช่นแอฟริกาใต้ แต่ไม่ได้ ให้รายละเอียดใดๆ รวมทั้งการหาเส้นทางการขนส่งน้ำมันอื่นจากตะวันออกกลางที่ไม่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่โดนใจชาวบ้านต้องยกให้คำถามของ ดร.เกษมสันต์ วีระกุล อดีตเลขาฯรมว.คลัง ที่แสดงอาการผิดหวัง ต่อมาตรการรับมือในการแก้ปัญหาของรัฐบาล “การสื่อสารจะต้องยกเครื่องนะครับท่านนายกฯ ในทุกมิติคือการลงมือทำ สร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้กับประชาชน ซึ่งในขณะนี้ เห็นตรงกันว่า มันเกิดวิกฤติศรัทธาแล้ว”การจัดงานวันนี้ ความคาดหวัง อยากจะฟังแผนรับมือ แต่เราต้องมารับฟังสถานการณ์ในอดีต ดีใจที่เห็นนายกฯมาขอโทษประชาชน แต่ประชาชนก็อยากจะรู้ว่ารัฐบาลจะทำอย่างไรต่อไป โดยมีข้อเสนอให้ยกเครื่องการสื่อสารและ ศบก. ให้ชัดเจน โปร่งใส และรวดเร็วกว่านี้หมายเหตุ รายการที่รัฐบาลจัดขึ้น ไร้เงา พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ จากพรรคประชาชน ออกมาแฉว่า มีการถือหุ้นอยู่ในบริษัทพ่อค้าน้ำมันรายใหญ่ และรายย่อย หรือ Jobber อยู่ด้วยวิกฤติพิสูจน์ความเป็นผู้นำ ประเทศไทยไม่ใช่สนามเด็กเล่น ของแทร่

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

บุกจับกลางทะเล! "สรรพสามิต" สั่งยึดน้ำมันเถื่อนดีเซล 85,000 ลิตร บนเรือต้องสงสัย
Society2026 Mar 28 :: 10:13

บุกจับกลางทะเล! "สรรพสามิต" สั่งยึดน้ำมันเถื่อนดีเซล 85,000 ลิตร บนเรือต้องสงสัย

บุกจับกลางทะเล! "สรรพสามิต" สั่งยึดน้ำมันเถื่อนดีเซล 85,000 ลิตร บนเรือต้องสงสัย พร้อมสั่งค่าปรับเฉียด 4 ล้านนายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ได้สั่งการให้หน่วยงานด้านปราบปรามของกรมสรรพสามิต บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่และ กองทัพเรือ เข้าตรวจสอบเรือต้องสงสัยในเขตพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีปฏิบัติการดังกล่าวดำเนินการโดยความร่วมมือของสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 2 สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ชลบุรี 2 และทัพเรือภาคที่ 1 โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบของเหลวภายในระวางบรรทุกมีลักษณะคล้ายน้ำมันดีเซล และไม่สามารถแสดงแหล่งที่มาได้อย่างชัดเจนเจ้าหน้าที่จึงได้เก็บตัวอย่างส่งตรวจพิสูจน์ที่กรมสรรพสามิต พร้อมตรวจวัดปริมาณเบื้องต้น พบมีน้ำมันประมาณ 85,000 ลิตร ก่อนผลตรวจยืนยันในเวลาต่อมาว่าเป็นน้ำมันดีเซลตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560ภายหลังการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้กระทำความผิด และดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีมูลค่าค่าปรับรวมทั้งสิ้น 3,857,640 บาทอธิบดีกรมสรรพสามิต ระบุว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายด้านพลังงานอย่างจริงจัง ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ รวมถึงการป้องกันการลักลอบหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ของรัฐและความเป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจทั้งนี้ กรมสรรพสามิตยืนยันจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อปราบปรามการลักลอบค้าน้ำมันผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด สร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย และเสริมความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในระยะยาว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ซาบีดา” ลุยเปิดเส้นทางพหุวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี ชวนสัมผัสวัฒนธรรม 3 วิถี
Politics2026 Mar 28 :: 09:05

“ซาบีดา” ลุยเปิดเส้นทางพหุวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี ชวนสัมผัสวัฒนธรรม 3 วิถี

“ซาบีดา” ลุยเปิดเส้นทางพหุวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี ชวนสัมผัสวัฒนธรรม 3 วิถี ดัน 7 ไฮไลต์ Unseen Thai Thai สร้างรายได้กลับสู่ชุมชนเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “เส้นทางตามรอยศรัทธา เมืองพหุวัฒนธรรมปัตตานี จังหวัดปัตตานี” ภายใต้โครงการเส้นทางท่องเที่ยวในมิติศาสนา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี โดยมีนางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล (Quick Big Win) ที่มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ทางวัฒนธรรมใหม่ (Unseen Thai Thai) เพื่อสร้างสรรค์และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวในมิติศาสนา อันจะช่วยยกระดับอัตลักษณ์ของพื้นที่ สร้างคุณค่าทางสังคม และสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและชุมชนอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ จังหวัดปัตตานีถือเป็นพื้นที่ที่มีความโดดเด่นด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ภาษา อาหาร วิถีชีวิต และศาสนา โดยเป็นพื้นที่ที่ผสมผสานความเชื่อของศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ และวัฒนธรรมจีนไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน สะท้อนผ่าน “แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม 3 วิถี” ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด สำหรับจังหวัดปัตตานี เป็น 1 ใน 20 เส้นทางท่องเที่ยวในมิติศาสนาที่ได้รับการส่งเสริมในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยกรมการศาสนาได้มุ่งพัฒนาศักยภาพวัด ศาสนสถาน และชุมชนโดยรอบ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศาสนาและวัฒนธรรม ควบคู่กับการส่งเสริมเศรษฐกิจ มีไฮไลต์ Unseen 7 จุดสำคัญ ได้แก่ 1. อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว ชุมชนวัดทรายขาว และมัสยิดนัจมุดดิน มัสยิดโบราณกว่า 300 ปี สะท้อนวิถีชุมชน 2 วัฒนธรรม (พุทธ–มุสลิม) พร้อมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เช่น เดินป่า นั่งรถจิ๊บโบราณ และเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น 2. วัดราษฎร์บูรณาราม(วัดช้างให้) วัดเก่าแก่กว่า 300 ปี ที่ประดิษฐานหลวงปู่ทวด พระเถราจารย์ผู้มีชื่อเสียง เป็นศูนย์รวมศรัทธาของพุทธศาสนิกชน 3. เมืองโบราณยะรัง แหล่งโบราณคดีสำคัญของภาคใต้ ซึ่งเชื่อว่าเป็นศูนย์กลางอาณาจักรลังกาสุกะ อายุกว่า 1,000 ปี 4. ศาลเจ้าเล่งจูเกียง (ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว)ศาลเจ้าเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีความเชื่อเรื่อง “เงินถุงแดง” เพื่อความเป็นสิริมงคล 5. มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานีศูนย์กลางศาสนาอิสลามในพื้นที่ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทัชมาฮาล 6. มัสยิดกรือเซะ โบราณสถานอายุกว่า 300 ปีโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอิฐแดงแบบอาหรับ 7. วัดอัครเทวดาคาเบรียล ศูนย์กลางคริสตชนคาทอลิกในจังหวัดปัตตานี สะท้อนบทบาทของคณะธรรมทูตในอดีต นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนพหุวัฒนธรรม ผ่านการเลือกซื้อสินค้าและลิ้มลองอาหารพื้นถิ่น อาทิ ไก่ฆอและ ไข่พ่อเฒ่า ข้าวยำปัตตานี ปลาส้ม มะตะบะ โรตีปาแย ละแซ ตูปะซูตง (ปลาหมึกยัดไส้ข้าวเหนียว) ยำส้มแขก และแกงไตปลาน้ำขลุกขลิก รวมถึงผลิตภัณฑ์วัฒนธรรม เช่น ผ้าจวนตานี ลูกปัดมโนราห์ และผ้าบาติกพิมพ์ลาย ตลอดจนการเช่าบูชาวัตถุมงคล เหรียญหลวงปู่ทวดจากวัดช้างให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้วัดและศาสนสถานเป็นศูนย์กลางของชุมชนในการถ่ายทอดคุณธรรมและภูมิปัญญา สร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ท้องถิ่น และกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม ในโอกาสนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา จึงขอเชิญชวนศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ร่วมเดินทางมาสัมผัส “เส้นทางตามรอยศรัทธา เมืองพหุวัฒนธรรมปัตตานี” เพื่อเรียนรู้รากฐานทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย สัมผัสวิถีชีวิตที่เรียบง่ายเปี่ยมด้วยศรัทธา และร่วมสืบสาน อนุรักษ์ และเผยแพร่คุณค่าทางศาสนาและวัฒนธรรมให้คงอยู่อย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมของประเทศไทยสู่ระดับสากลต่อไป

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

WATCH LATEST VIDEOS
FEATURED
ช็อกวงการมวย “พฤหัสน้อย” ถูกหามส่ง รพ.หลังปัสสาววะไม่หยุด เสี่ยงไตวาย คาดถูกวางยา
Sport2026 Mar 29 :: 09:17

ช็อกวงการมวย “พฤหัสน้อย” ถูกหามส่ง รพ.หลังปัสสาววะไม่หยุด เสี่ยงไตวาย คาดถูกวางยา

ช็อกวงการมวย “พฤหัสน้อย” ถูกหามส่ง รพ.หลังปัสสาววะไม่หยุด เสี่ยงไตวาย คาดถูกวางยาวันที่ 29 มีนาคม 2569 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก อวตาร P.K. แสนชัยมวยไทย โพสต์ข้อความ ภายหลัง พฤหัสน้อย ถูกหามส่งโรงพยาบาล คาดว่าโดนวางยา ระบุว่า ฉี่ ไม่หยุดตอนนี้อยู่โรงบาล วางยานักมวยต้องเลวขนาดไหน พฤหัสน้อย ส สมหมาย #คาดว่าถูกวางยา พฤหัสน้อย พลิกแพ้ 50/1 ทุกวันนี้แก๊งวางยาระบาดหนัก พามวยไปชกต้องระมัดระวังล่าสุด พฤหัสน้อย ต้องนอน รพ. ค่าไตสูง เสี่ยงไตวายเฉียบพลัน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"นายกฯ อนุทิน" เช่ารถยนต์ขับสุ่มตรวจปั๊มน้ำมัน ป.ต.ท. ธาตุพนม
Politics2026 Mar 29 :: 07:03

"นายกฯ อนุทิน" เช่ารถยนต์ขับสุ่มตรวจปั๊มน้ำมัน ป.ต.ท. ธาตุพนม

"นายกฯ อนุทิน" เช่ารถยนต์ขับสุ่มตรวจปั๊มน้ำมัน ป.ต.ท. ธาตุพนมวันที่ 29 มี.ค. 2569 ที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ห้างหุ้นส่วนจํากัด กุลศักดิ์วิมล ถนนชยางกูร ตำบลธาตุพนม จังหวัดนครพนม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ได้เช่ารถยนต์รถยนต์โตโยต้า veloz สีขาว ทะเบียน 5 ขล 6523 ขับสุ่มตรวจติดตามสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จ.นครพนม Ffpสำหรับสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่0”นครพนมในปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงรวม 333 แห่ง เป็นปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ 72 แห่ง โดยในส่วนของอำเภอธาตุพนม มีสถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่ 10 แห่ง ซึ่งสถานการณ์ด้านการให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิงในขณะนี้ สถานะของดีเซล เริ่มเป็นสีเขียวกระจายไปทุกอำเภอและน้ำมันชนิดอื่น ๆ ก็สามารถบริการให้กับประชาชนได้ตามปกติ ไม่มีการต่อคิวแน่นเหมือนที่ผ่านมา โดยนายอนุทิน ได้เน้นย้ำให้จ.นครพนมประชาสัมพันธ์เรื่องการประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น และติดตามสถานการณ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้มีปริมาณน้ำมันเพียงพอต่อผู้ใช้บริการโดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหา ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ร่วมลงพื้นที่ด้วย ในระหว่างการปฏิบัติภารกิจเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างการรับรู้และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพทางด้านการยกระดับและพัฒนามรดกภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมไทย ตามพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ครั้งที่ 3 ที่โรงแรมเวลาดี อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ศาล รธน.จัดกิจกรรม ประสานความเข้าใจ สัมพันธ์สื่อส่วนกลาง-ท้องถิ่น หวัง เป็นสะพานสื่อสารสร้างความเข้าใจสู่ประชาชน
Society2026 Mar 29 :: 06:44

ศาล รธน.จัดกิจกรรม ประสานความเข้าใจ สัมพันธ์สื่อส่วนกลาง-ท้องถิ่น หวัง เป็นสะพานสื่อสารสร้างความเข้าใจสู่ประชาชน

ศาล รธน.จัดกิจกรรม ประสานความเข้าใจ สัมพันธ์สื่อส่วนกลาง-ท้องถิ่น หวัง เป็นสะพานสื่อสารสร้างความเข้าใจสู่ประชาชนวันที่29 มี.ค. 69 ที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี นางสาวร่มปรางค์ สวมประคำ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวเปิดโครงการศาลรัฐธรรมนูญพบสื่อมวลชน ว่า มีความยินดียิ่งที่ศาลกับสื่อมีการสัมมนาร่วมกันในต่างจังหวัด ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นมานานแล้วกว่า 10 ปี ที่ไม่ได้มีมิติสัมพันธ์แบบนี้เกิดขึ้นโดยวันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ได้กลับเอามาอีกครั้งเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างศาลกับสื่อ โดยนายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ทราบถึงยอดผู้ที่เข้าร่วมสัมมนาสื่อมวลที่มาจากกทม. 50 กว่าคนและสื่อท้องถิ่น อีก 40 กว่าคน ที่จะมาร่วมสมทบในวันพรุ่งนี้อย่างไรก็ตามในวันนี้ประธานศาลรัฐธรรมนูญ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทุกท่านได้เข้าร่วม และได้สอบถามว่าเป็นอย่างไรบ้างมีปัญหาอุปสรรคอย่างไรบ้างในการเดินทางซึ่งในตอนเย็น จะได้พบกับประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการรวม 3 คน ประกอบด้วย นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์,นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม, นายสุเมธ รอยกุลเจริญทั้งนี้กิจกรรมสานสัมพันธ์ระหว่างศาลกับสื่อมวลชนในวันนี้ เพื่อให้การสื่อสารระหว่างศาลกับสื่อเข้าใจกันได้และถือเป็นสะพานทอดความรู้ ความเข้าใจไปสู่ประชาชน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ปชน.งง อาคารใหม่ สน.สุทธิสาร มีบันไดแต่ขึ้นไม่ได้ ชื่อบริษัทชนะประมูลคุ้นๆ นึกถึงตอนแผ่นดินไหว
Politics2026 Mar 29 :: 06:30

ปชน.งง อาคารใหม่ สน.สุทธิสาร มีบันไดแต่ขึ้นไม่ได้ ชื่อบริษัทชนะประมูลคุ้นๆ นึกถึงตอนแผ่นดินไหว

ปชน.งง อาคารใหม่ สน.สุทธิสาร มีบันไดแต่ขึ้นไม่ได้ ชื่อบริษัทชนะประมูลคุ้นๆ นึกถึงตอนแผ่นดินไหววันที่ 29 มี.ค. 2569 พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. โพสต์ภาพบันไดทางขึ้นชั้น1ไปชั้น2 ของอาคารใหม่สน.สุทธิสาร พร้อมกับข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า เมื่อวันก่อนได้มีโอกาสผ่านไปที่ สน.สุทธิสาร เห็นอาคารใหม่แล้วต้องบอกเลยว่าสวยจริงดูทันสมัย น่าใช้งานมาก แต่พอลองสังเกตดี ๆ ก็เริ่มงงนิด ๆ บันไดที่สร้างไว้ ขึ้นไปชั้น 2 ไม่ได้ เลยแอบสงสัยว่า ตอนออกแบบหรือก่อสร้าง คนทำชั้น 1 กับชั้น 2 เขาได้คุยกันไหมนะ ถ้าจะปรับแก้ ดูแล้วคงต้องเลือกสักทาง จะทุบบันไดชั้น 1 หรือจะเจาะพื้นชั้น 2 ดี ยังไม่นับรวมทางขึ้นอาคารจอดรถที่แคบและเลี้ยวยากมาก กับห้องทำงานใต้ลานจอดรถ ที่มีหน้าต่า แต่ดันตรงกับเสาใหญ่พอดี ทั้งหมดนี้ทำให้อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า งบประมาณที่ใช้สร้างคงไม่ใช่น้อย ๆ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมีรายละเอียดที่น่าเสียดายแบบนี้ก็ได้แต่รู้สึกเสียดายแทนพี่น้องประชาชนที่เสียภาษีและเห็นใจตำรวจที่ต้องมาทำงานในอาคารที่ควรจะดีกว่านี้พ.ต.ท.ธีรวัตร์ โพสต์อีกว่า กรณีอาคาร สน.สุทธิสาร ผมลองไปค้นข้อมูลเพิ่มเติม จนเริ่มเห็นภาพชัดขึ้นครับว่าโครงการนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร เดิมทีอาคารแห่งนี้มีราคากลางอยู่ที่ประมาณ 162 ล้านบาท แต่กิจการร่วมค้า ดีวายซีอาร์ คอนสตรัคชั่น เป็นผู้ชนะการประกวดราคาที่ 139 ล้านบาท เท่ากับว่าลดราคาลงไปถึง 23 ล้านบาท เพื่อให้ได้งานนี้มา โครงการกำหนด ระยะเวลาก่อสร้างไว้ 660 วัน หรือเกือบ 2 ปี โดยมีพิธีวางศิลาฤกษ์ตั้งแต่ เม.ย. 2564 ซึ่งถ้านับตามแผน งานควรจะแล้วเสร็จราวปี 2566 แต่ปัจจุบันคือปี 2569 นั่นหมายความว่า โครงการนี้ล่าช้ามาแล้วประมาณ 3 ปี มากกว่าระยะเวลาก่อสร้างที่ตั้งไว้เสียอีกตัวอาคารแบ่งเป็น 2 ส่วน อาคารด้านหน้า สูง 3 ชั้น สำหรับให้บริการประชาชน อาคารด้านหลัง สูง 10 ชั้น ใช้เป็นอาคารจอดรถและที่พักอาศัย โดยห้องพักมีขนาดประมาณ 45 ตารางเมตร มีครบทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ และห้องครัว ซึ่งถือว่าเป็นขนาดที่ในพื้นที่นี้สามารถปล่อยเช่าได้ในระดับ 2x,xxx บาทต่อเดือนเมื่อค้นลึกลงไปอีก พบว่าบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 ซึ่งเป็นบริษัทที่เคยมีประเด็นกับโครงการก่อสร้างอื่น ได้เข้ามาร่วมกับกิจการร่วมค้า ดีวายซีอาร์ คอนสตรัคชั่น ด้วยภาพทั้งหมดเลยเริ่มต่อกันติด ว่าทำไมอาคารแห่งนี้ถึงออกมามีลักษณะ “ผิดปกติ” ในหลายจุด จากตอนแรกที่ตั้งใจจะไปชื่นชมอาคารใหม่ที่สร้างขึ้นเพื่อดูแลสวัสดิการตำรวจพอได้รู้ข้อมูลเบื้องหลัง กลับรู้สึกอีกแบบหนึ่งเลยครับ และก็อดคิดไม่ได้ว่า โชคดีแค่ไหนแล้ว ที่เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา ไม่ได้ทำให้อะไรแย่ไปกว่านี้สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้อาจไม่ใช่แค่เรื่องของอาคารหนึ่งหลังแล้วแหละครับ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ปากีสถาน เผย อิหร่านอนุญาตเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 20 ลำ
Global News2026 Mar 29 :: 05:58

ปากีสถาน เผย อิหร่านอนุญาตเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 20 ลำ

ปากีสถาน เผย อิหร่านอนุญาตเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 20 ลำวันที่ 29 มี.ค. 2569 อิสฮัก ดาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถาน เปิดเผยว่า อิหร่านได้อนุญาตให้เรือที่ติดธงปากีสถานจำนวน 20 ลำ สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ภายใต้ข้อตกลงล่าสุดระหว่างสองประเทศดาร์ระบุว่า จะมีเรือวันละ 2 ลำทยอยผ่านช่องแคบตามข้อตกลงดังกล่าว พร้อมชี้ว่า การตัดสินใจของอิหร่านถือเป็น “สัญญาณแห่งสันติภาพ” ที่อาจช่วยคลี่คลายความตึงเครียดในภูมิภาค และเป็นท่าทีที่ “น่ายินดีและสร้างสรรค์”ทั้งนี้ ดาร์ยังโพสต์ข้อความถึงบุคคลสำคัญของสหรัฐฯ และอิหร่าน ได้แก่ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์, รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ, ทูตพิเศษ สตีฟ วิทคอฟฟ์ และรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี สะท้อนให้เห็นว่าปากีสถานมองข้อตกลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามทางการทูตเพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง มากกว่าจะเป็นเพียงดีลด้านการเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดมาตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ผู้นำสูงสุด อาลี คาเมเนอี เสียชีวิต และสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ได้ควบคุมการผ่านช่องแคบอย่างเข้มงวด โดยเรือทุกลำต้องยื่นรายละเอียดสินค้า รายชื่อลูกเรือ และจุดหมายปลายทาง ผ่านคนกลางที่ได้รับอนุมัติ เพื่อขอรหัสอนุญาตและรับการคุ้มกันมีรายงานว่า เรืออย่างน้อย 2 ลำยอมจ่ายเงินเพื่อให้สามารถผ่านช่องแคบได้ โดยมีค่าใช้จ่ายราว 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเที่ยว หรือประมาณ 65 ล้านบาท และชำระเป็นเงินหยวนของจีนขณะเดียวกัน รัฐสภาอิหร่านอยู่ระหว่างพิจารณาผลักดันให้ระบบดังกล่าวถูกกฎหมายในฐานะแหล่งรายได้ของประเทศอย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้ง มีเรือเพียงราว 150 ลำเท่านั้นที่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ สะท้อนถึงข้อจำกัดด้านการขนส่งที่ยังคงตึงตัวในภูมิภาค

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ศึกยังไม่จบ! ข่าวกรอง ชี้ อิหร่าน ยังรักษาศักยภาพอาวุธไว้ได้ ทำลายขีปนาวุธได้เพียง 1 ใน 3
Global News2026 Mar 29 :: 05:29

ศึกยังไม่จบ! ข่าวกรอง ชี้ อิหร่าน ยังรักษาศักยภาพอาวุธไว้ได้ ทำลายขีปนาวุธได้เพียง 1 ใน 3

ศึกยังไม่จบ! ข่าวกรอง ชี้ อิหร่าน ยังรักษาศักยภาพอาวุธไว้ได้ ทำลายขีปนาวุธได้เพียง 1 ใน 3วันที่ 29 มี.ค. 2569 แหล่งข่าว 5 รายที่ใกล้ชิดหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ปฏิบัติการโจมตีคลังขีปนาวุธขนาดใหญ่ของอิหร่าน สามารถยืนยันการทำลายได้แน่ชัดเพียงราว 1 ใน 3 เท่านั้นขณะที่อีกประมาณ 1 ใน 3 ยังไม่สามารถระบุสถานะได้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าว 4 รายประเมินว่า การโจมตีอาจสร้างความเสียหาย ทำลาย หรือทำให้ขีปนาวุธเหล่านั้นถูกฝังอยู่ในอุโมงค์และบังเกอร์ใต้ดินข้อมูลด้านขีดความสามารถของโดรนอิหร่านมีลักษณะใกล้เคียงกัน โดยมีความเชื่อมั่นในระดับหนึ่งว่า ถูกทำลายไปแล้วราว 1 ใน 3 เช่นกันการประเมินที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อนนี้ สะท้อนว่า แม้อาวุธจำนวนมากของอิหร่านจะถูกทำลายหรือไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่อิหร่านยังคงมีขีปนาวุธเหลืออยู่อีกไม่น้อย และอาจกู้คืนบางส่วนได้หลังสถานการณ์สู้รบยุติลงทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวขัดแย้งกับคำกล่าวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่า อิหร่านเหลือ “จรวดเพียงไม่กี่ลูก” โดยทรัมป์ย้ำว่า แม้จะทำลายได้ถึง 99% แต่เพียง 1% ที่เหลือก็ยังเป็นความเสี่ยงสูงต่อเรือมูลค่ามหาศาลด้านเจ้าหน้าที่เพนตากอนระบุว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านลดลงราว 90% นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น พร้อมเผยว่า สหรัฐฯ ได้สร้างความเสียหายหรือทำลายโครงสร้างด้านอาวุธของอิหร่านไปแล้วกว่า 66% รวมถึงโรงงานผลิตขีปนาวุธ โดรน และเรือรบฝ่ายบริหารสหรัฐฯ ระบุว่า เป้าหมายหลักคือการลดทอนศักยภาพทางทหารของอิหร่าน ทั้งการทำลายกองเรือ ขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและโดรน รวมถึงป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ณ วันที่ 25 มี.ค. สหรัฐฯ อ้างว่า ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านแล้วกว่า 10,000 แห่ง และสามารถทำลายเรือรบขนาดใหญ่ของกองทัพเรืออิหร่านได้ถึง 92%กองทัพสหรัฐฯ ยังเผยแพร่ภาพปฏิบัติการโจมตีโรงงานผลิตอาวุธ โดยย้ำว่าไม่ได้มุ่งเป้าเพียงคลังอาวุธ แต่รวมถึงอุตสาหกรรมการผลิตด้วย อย่างไรก็ตาม กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ยังไม่ยืนยันตัวเลขความเสียหายของขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและโดรนอย่างชัดเจนแหล่งข่าวระบุว่า ความยากในการประเมินส่วนหนึ่งมาจากการที่อิหร่านเก็บอาวุธจำนวนมากไว้ในบังเกอร์ใต้ดินตั้งแต่ก่อนสงครามด้านเจ้าหน้าที่ทหารอิสราเอลเผยว่า ก่อนสงคราม อิหร่านมีขีปนาวุธราว 2,500 ลูกที่สามารถโจมตีอิสราเอลได้ และขณะนี้ฐานยิงถูกทำลายไปแล้วกว่า 335 แห่ง คิดเป็นราว 70% ของศักยภาพทั้งหมดอย่างไรก็ตาม อิสราเอลยอมรับว่า การทำลายศักยภาพส่วนที่เหลืออีกประมาณ 30% จะยากยิ่งขึ้น และแม้จะถูกโจมตีอย่างหนัก อิหร่านยังคงแสดงให้เห็นว่ายังมีขีดความสามารถทางอาวุธหลงเหลืออยู่ไม่น้อย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

เริ่มแล้ว! เลือกตั้งเทศบาลทั่วประเทศ ประธาน กกต.ลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เรียบร้อยดี
Politics2026 Mar 29 :: 05:18

เริ่มแล้ว! เลือกตั้งเทศบาลทั่วประเทศ ประธาน กกต.ลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เรียบร้อยดี

เริ่มแล้ว! เลือกตั้งเทศบาลทั่วประเทศ ประธาน กกต.ลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เรียบร้อยดี เชิญชวน ปชช.ออกมาใช้สิทธิให้มาก- กกต. เปิดหน่วยเลือกตั้ง 297 เทศบาลทั่วไทยไร้ปัญหา ย้ำ กติกาเข้ม ห้ามทำผิดกฎหมาย จับตาพื้นที่ใหญ่ ร้อยเอ็ด-ขอนแก่น-มหาสารคามวันที่ 29 มีนาคม 2569 ที่ เทศบาลตำบลท่าเสา อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี ในเขตพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี กรณี อบต. จัดตั้งเป็นเทศบาล ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ศาลาเอนกประสงค์ เทศบาลตำบลท่าเสา อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี โดย นายณรงค์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการเลือกตั้งระดับเทศบาลทั่วประเทศจำนวน 297 แห่ง โดยมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งประมาณ 1,900,000 คน พร้อมเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งเลือกนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลเพื่อเข้ามาบริหารท้องถิ่นของตนเอง ถือเป็นการเลือกตั้งที่มีความสำคัญ เพราะเป็นการเเลือกผู้แทนเข้ามาทำหน้าที่ และมีความใกล้ชิดกับประชาชน การลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยพบว่าบรรยากาศเป็นไปด้วยดี สถานที่จัดการเลือกตั้งกว้างขวาง มีการอำนวยความสะดวกให้กับผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นอย่างดี ประชาชนทยอยออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกกต. เปิดหน่วยเลือกตั้ง 297 เทศบาลทั่วไทยไร้ปัญหา ย้ำ กติกาเข้ม ห้ามทำผิดกฎหมาย จับตาพื้นที่ใหญ่ ร้อยเอ็ด-ขอนแก่น-มหาสารคามว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงข่าว ประเด็น "การเปิดหน่วยเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี กรณี อบต. จัดตั้งเป็นเทศบาลตำบลและเทศบาลเมือง จำนวน 297 แห่ง"ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า วันนี้กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศยกฐานะ อบต. เป็นเทศบาล จำนวน 297 แห่ง ซึ่งแบ่งเป็น เทศบาลตำบล 273 แห่ง โดยจะมีเขตเลือกตั้งแห่งละ 2 เขต และเทศบาลเมือง 24 แห่ง จะมีเขตเลือกตั้งแห่งละ 3 เขต ในส่วนของจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งรวมทั้งสิ้น 1,918,259 คน จากทั้งหมด 63 จังหวัด 297 แห่ง และผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนายกเทศมนตรี 1,919,249 คน เหตุผลที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้ง 2 ประเภทแตกต่างกัน เนื่องจากว่าหากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้มีการย้ายไปย้ายมาในเขตพื้นที่ของเทศบาลเดียวกัน ทำให้สิทธิ์ในการเลือกตั้งจะเหลือเพียงนายกเทศมนตรีประเภทเดียว ส่วนจำนวนหน่วยเลือกตั้งมีทั้งสิ้น 3,901 หน่วยเลือกตั้งทั้งนี้ ช่วงเวลา 08.00 น. ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ทั้ง 63 จังหวัด ได้รายงานว่าขณะนี้ทุกหน่วยเลือกตั้งได้เปิดการลงคะแนนด้วยความเรียบร้อย และต่อจากนี้ไปจะเป็นขั้นตอนการใช้สิทธิ์ของประชาชน เป็นการลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 17.00 น. จึงขอฝากถึงประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง ก่อนที่จะออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้ตรวจสอบหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน เพื่อจะได้รู้ว่าเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในหน่วยไหน อย่างไร และลำดับที่เท่าไหร่ รวมถึงสามารถตรวจสอบได้จากบัญชีรายชื่อซึ่งมีการปิดประกาศบริเวณหน่วยเลือกตั้ง และสุดท้ายสามารถตรวจสอบได้จากแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโหวตของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งในส่วนขั้นตอนการไปใช้สิทธิ์ กกต.ขอความร่วมมือในการเตรียมหลักฐานการแสดงตนซึ่งประกอบไปด้วย บัตรประจำตัวประชาชน หรือหลักฐานอื่นใดที่ทางราชการ หน่วยงานของรัฐออกให้ ซึ่งต้องมีรูปถ่ายเลขประจำตัว 13 หลัก และไม่หมดอายุ รวมถึงหลักฐานภาพอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็น ThaiD ใบอนุญาตขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ และบัตรประจำตัวผู้พิการสำหรับสิ่งที่ต้องเน้นย้ำในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งมีการเลือกตั้งทั้ง 2 ประเภท เพราะฉะนั้นบัตรเลือกตั้งก็จะมีสีที่แตกต่างกัน โดยบัตรสีเขียวเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล ซึ่งเลือกได้ไม่เกิน 6 หมายเลข ส่วนบัตรเลือกตั้งอีกสีนึงเป็นสีเหลืองทอง เลือกนายกเทศมนตรีได้ไม่เกิน 1หมายเลข ฝากประชาชนเตรียมความพร้อมในเรื่องของสมาชิกหรือนายกที่ประสงค์จะเลือก และขอฝากข้อพึงระวังสำหรับการเลือกตั้งในวันนี้จึง จริงๆ เริ่มต้นมาตั้งแต่เมื่อวานในเวลา 18.00 น. ทั้งการห้ามจำหน่าย จ่าย แจก จัดเลี้ยงสุรา ในเขตพื้นที่ของเทศบาลจำนวน 297 แห่ง รวมถึงการห้ามโฆษณาหาเสียง ไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษกับผู้สมัครหรือผู้ใด ซึ่งมีความผิดตามกฏหมายส่วนกระบวนการไปใช้สิทธิ์นั้นก็มีข้อห้ามตามกฏหมายเช่นกัน คือ ห้ามใช้บัตรอื่นที่ไม่ใช่บัตรเลือกตั้งที่ได้รับแจกจาก กปน. ห้ามทำลายบัตรเลือกตั้งให้ชำรุดเสียหาย เช่น อาจมีการฉีกทำลายบัตร ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย และห้ามนำบัตรเลือกตั้งออกจากหน่วยเลือกตั้ง รวมถึงห้ามใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิค หรืออุปกรณ์ใดถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ทำเครื่องหมายลงคะแนนแล้ว และห้ามนำบัตรเลือกตั้งที่ออกเสียงลงคะแนนแล้วไปแสดงต่อผู้อื่น ซึ่งเหล่านี้คือกฎหมายและข้อห้ามที่ต้องพึงระวัง เพื่อให้การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกเทศบาลที่จะเกิดขึ้น 297 แห่งในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า หลายคนอาจสงสัยว่าในสถานการณ์แบบนี้ กกต. มีการแบ่งความรับผิดชอบในการควบคุมดูแลอย่างไร ซึ่งขณะนี้หากเราโฟกัสในพื้นที่ ก็จะมีบางจังหวัดที่มีการเลือกตั้งเทศบาลมากที่สุดในวันนี้ คือ จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 19 เทศบาล รองลงมาคือจังหวัดมหาสารคามและขอนแก่น อีก 13 เทศบาล ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกแห่ง ก็จะมีการควบคุม กำกับดูแลการเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเมื่อถามว่า ทางคณะกรรมการกกต. ได้เน้นย้ำไปยังเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) บ้างหรือไม่ในการปฏิบัติงาน เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดเหมือนการเลือกตั้ง สส.ที่ผ่านมา ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร กล่าวว่า เราได้มีการพูดคุยกับ "ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด" ทั้ง 77 แห่ง พร้อมกำชับขั้นก่อน วิธีการ กระบวนการให้ชัดเจนถูกต้องตามตามระเบียบกฎหมายมากที่สุด ซึ่งได้เน้นย้ำไปยัง กปนทั้งหมดในการอบรมอยู่แล้วเมื่อถามว่า ได้รับรายงานว่ามีพื้นที่ใด ต้องจับตาดูเป็นพิเศษหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องการแข่งขัน ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร กล่าวว่า บางแห่งบางจังหวัดมีการเลือกตั้งเฉพาะเทศบาลเดียว บางแห่งก็สองถึงสามเทศบาล แต่ที่เราต้องโฟกัสเป็นพิเศษ คือ จังหวัดที่มีเทศบาลมาก เช่น จังหวัดร้อยเอ็ด ที่มีมีอยู่ 19 แห่งรวมถึงมหาสารคาม และ จังหวัดขอนแก่น ที่มี 13 แห่ง และอาจมีจังหวัดใหญ่ เช่น จังหวัดนครราชสีมามีจำนวน 11 แห่ง ซึ่งจังหวัดเหล่านี้ต้องมีการโฟกัสเป็นพิเศษในการติดตามดูแลเพื่อให้กระบวนการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเมื่อถามอีกว่า ได้รับรายงาน เกี่ยวกับการกระทำที่สุ่มเสี่ยงกระทำผิดกฎหมาย ของ กกต. บ้างแล้วหรือไม่ ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่มี อาจด้วยประเด็นหลายอย่างเพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ยกฐานะเป็นเทศบาลกระบวนการจะมีการเปลี่ยนแปลงไป จากสมาชิกสภาซึ่งเดิมทีอบต. มีเขตละหนึ่งคนแต่รอบนี้ปรับเปลี่ยนเป็นเขตละหกคน ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลง ฉะนั้นกระบวนการส่วนนี้ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

เดือดไม่พัก! ฮูตีถล่มอิสราเอลรัว 2 รอบ ใน 24 ชม. จ่อปิดช่องแคบบับ-เอลมันเดบ
Global News2026 Mar 29 :: 05:01

เดือดไม่พัก! ฮูตีถล่มอิสราเอลรัว 2 รอบ ใน 24 ชม. จ่อปิดช่องแคบบับ-เอลมันเดบ

เดือดไม่พัก! ฮูตีถล่มอิสราเอลรัว 2 รอบ ใน 24 ชม. จ่อปิดช่องแคบบับ-เอลมันเดบวันที่ 29 มี.ค. 2569 ยาห์ยา ซารี โฆษกกลุ่มติดอาวุธฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน แถลงผ่านโทรทัศน์ว่า กลุ่มได้ยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีเป้าหมายทางทหารสำคัญในอิสราเอลเป็นครั้งที่ 2 ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีต่อเนื่องในอีกหลายวันข้างหน้าด้านอิสราเอลระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดขีปนาวุธจากเยเมนได้ 2 ลูกสำเร็จการเคลื่อนไหวของกลุ่มฮูตีทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคตึงเครียดมากขึ้น เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวมีขีดความสามารถโจมตีระยะไกล และเคยสร้างความปั่นป่วนต่อเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงและคาบสมุทรอาหรับ โดยเฉพาะการโจมตีเรือสินค้าเพื่อแสดงการสนับสนุนกลุ่มฮามาส หลังสงครามในฉนวนกาซาปะทุเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566ล่าสุด กระทรวงสารสนเทศของกลุ่มฮูตีเปิดเผยว่า เยเมนกำลังพิจารณาปิดช่องแคบบับ-เอลมันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าสำคัญของโลกคิดเป็นราว 12% หากเกิดขึ้นพร้อมกับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ อาจกระทบต่อเส้นทางขนส่งทางทะเลหลักของโลกอย่างรุนแรงขณะเดียวกัน กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เผยแพร่คลิปปฏิบัติการโจมตีทางอากาศใส่รถยนต์ในเมืองเจซซีน ทางตอนใต้ของเลบานอน เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ส่งผลให้มีผู้สื่อข่าวเสียชีวิต 3 ราย ได้แก่ อาลี ชาอิบ จากสถานีอัล มานาร์ รวมถึง ฟาติมา และโมฮัมหมัด ฟตูนี จากสถานีอัล มายาดีนIDF ระบุว่า เป้าหมายของการโจมตีคืออาลี ชาอิบ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นสมาชิกหน่วยข่าวกรองของฮิซบอลเลาะห์ ทำหน้าที่รายงานพิกัดทางทหารและปลุกระดมต่อต้านอิสราเอล อย่างไรก็ตาม ฮิซบอลเลาะห์ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยชี้ว่าเป็นการบิดเบือนเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบด้านรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ความขัดแย้งกับอิหร่านมีแนวโน้มเป็นสงครามระยะสั้น และสหรัฐฯ อาจถอนกำลังในเร็ว ๆ นี้ โดยระบุว่าปฏิบัติการร่วมกับอิสราเอลสามารถบรรลุเป้าหมายทางทหารส่วนใหญ่แล้ว และสังหารบุคคลสำคัญของอิหร่านหลายรายพร้อมกันนี้ยังเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะยังคงเดินหน้าปฏิบัติการต่อไปอีกระยะ เพื่อให้มั่นใจว่าสถานการณ์จะไม่กลับมาบานปลายหลังการถอนกำลังอย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังเตรียมแผนปฏิบัติการภาคพื้นดินในอิหร่านต่อเนื่องหลายสัปดาห์ แม้จะไม่ใช่การบุกเต็มรูปแบบ แต่เป็นปฏิบัติการจู่โจมที่ผสมผสานระหว่างหน่วยรบพิเศษและกำลังทหารทั่วไป

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"อนุทิน" นายแบกพรรคน้ำเงิน! “ธนพร” มองผลนิด้าโพล “นายกหนู” มาแรงกว่า “พรรคภูมิใจไทย” อวย เรียกว่าเข้าเส้นชัยทางการเมืองแล้ว
Politics2026 Mar 29 :: 04:28

"อนุทิน" นายแบกพรรคน้ำเงิน! “ธนพร” มองผลนิด้าโพล “นายกหนู” มาแรงกว่า “พรรคภูมิใจไทย” อวย เรียกว่าเข้าเส้นชัยทางการเมืองแล้ว

"อนุทิน" นายแบกพรรคน้ำเงิน! “ธนพร” มองผลนิด้าโพล “นายกหนู” มาแรงกว่า “พรรคภูมิใจไทย” อวย เรียกว่าเข้าเส้นชัยทางการเมืองแล้ววันที่ 29 มี.ค. 2569 รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย กล่าวถึงผลโพลยกสองกระแสเลือกตั้ง 69 และคะแนนนิยมการเมืองไตรมาส 1/2569 กับ The Room 44 ระบุว่า เมื่อเปรียบเทียบกับนิด้าโพลกระแสเลือกตั้ง2 เฉพาะส่วนคะแแนนนิยม นายกฯ และ คะแนนนิยมพรรค (บัญชีรายชื่อ) ซึ่งสะท้อนภาพรวมกระแสการเมือง โดยทั่วไป ก่อนเข้าคูหา 8 กุมภา 69 พบว่า นิด้าโพลไตรมาส 1/69 มีความน่าสนใจ ครับ1.ช่วงก่อนเข้าคูหา คะแนนนิยม นายกฯ หนู เรียกได้ว่า เป็นเนื้อเดียวกับคะแนนนิยมพรรค เลย (22.24:22.60%) ต่างจากพรรค ส้ม แดง ฟ้า ที่คะแนนนิยมพรรค จะมากกว่าคะแนนนิยมว่าที่ นายกฯ2.นิด้าโพลรอบนี้ คะแนนนิยม นายกฯหนู “ นำ ”คะแนนนิยมพรรคน้ำเงิน อย่างเห็นได้ชัด (29.40:26.60%)เช่นเดียวกับพรรคเศรษฐกิจ และ พรรคไทยสร้างไทย ที่คะแนนนิยม พลเอกรังษี คุณหญิงหน่อย นำคะแนนนิยมพรรค ขณะที่ คะแนนนิยมพรรค ส้ม แดง ฟ้า จะ สูงกว่า คะแนนนิยม ว่าที่นายกฯ แต่ละพรรค3.มองจากตัวเลขที่เห็น ชัดเจนว่า ระยะยาว พรรคส้ม แดง ฟ้า มีแนวโน้มเป็นสถาบันการเมือง มากกว่า พรรคน้ำเงิน ที่หากไม่มี นายกฯหนูเป็นผู้นำพรรคน้ำเงิน จะไปต่ออย่างไร บ้านใหญ่สารพัดหลัง รวมถึง มืออาชีพตัวตึง จะไปต่อกับพรรค หรือไม่ อย่างไร4.นี่อาจไม่ใช่ปัญหาของ นายกฯหนู เพราะในฐานะการเมือง นายกฯหนูถึงเส้นชัยเรียบร้อยแล้ว แต่จะเป็นปัญหาของ ฝ่ายอนุรักษ์นิยม ที่ต้องมองหา คนเป็นตัวแทนแบบนายกฯหนู ซึ่งไม่ง่ายเลย“ขนาดโพลนิด้ารอบนี้เก็บข้อมูลช่วง โกลาหลน้ำมัน คะแนนนิยม นายหนูฯ ยังเหนือกว่า คะแนนพรรคน้ำเงินและ แทบไม่ต่างจากคะแนนนิยม ว่าที่นายกฯพรรคส้ม ซึ่งพรรคส้มได้ สส.บัญชีรายชื่อ มากกว่า พรรคน้ำเงิน เกือบ เท่าตัว (32:19) ช่วงเวลาต่อไป การเมืองไทย จึงน่าสนใจยิ่ง!”

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

กฎหมายชัด มันทำไม่ได้! “สิริพงศ์” อัด “พีระพันธุ์” ปมจวก “พาณิชย์” เกียร์ว่าง ไม่คุมราคาน้ำมัน
Politics2026 Mar 29 :: 04:17

กฎหมายชัด มันทำไม่ได้! “สิริพงศ์” อัด “พีระพันธุ์” ปมจวก “พาณิชย์” เกียร์ว่าง ไม่คุมราคาน้ำมัน

กฎหมายชัด มันทำไม่ได้! “สิริพงศ์” อัด “พีระพันธุ์” ปมจวก “พาณิชย์” เกียร์ว่าง ไม่คุมราคาน้ำมัน สวนแรง ตอนมีอำนาจไม่ทำให้เสร็จ เก่งแต่วิจารณ์ ผลงานอยู่ไหนกรณี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาอธิบายว่า ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงราคาน้ำมันได้ เนื่องจากหน่วยงานไม่มีอำนาจ ต่อมา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ออกมาวิจารณ์ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กำลังเสี่ยงต่อการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตอบโต้ นายพีระพันธุ์ ระบุว่า หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เข้าไปแทรกแซงราคาน้ำมัน จะถือว่าทำเกินหน้าที่ กฎหมายไม่ให้กระทรวงพาณิชย์เข้าไปควบคุมราคาน้ำมันโดยอ้างอิงคำพิพากษาศาลปกครอง คดีน้ำมันเชื้อเพลิง คดีดำที่ 1872/2556 และคดีแดงที่ 1937/2561 กระทรวงพาณิชย์ “ไม่มีอำนาจ” เข้าไปกำหนดราคาน้ำมัน โดยคำพิพากษาศาลปกครองยืนยันว่า รัฐได้ยกเลิกการควบคุมราคาน้ำมันตั้งแต่ปี 2534 ให้เป็นไปตามกลไกตลาดเสรี และมีหน่วยงานด้านพลังงานดูแลโดยตรง ทำให้คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) และกระทรวงพาณิชย์ ไม่ใช่หน่วยงานกำหนดราคา โดย สถานะปัจจุบันศาลปกครองสูงสุดยืนยันตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลางขณะที่คำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินระบุว่า อำนาจกำกับราคาน้ำมันอยู่ที่กระทรวงพลังงาน ส่วนกระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่เพียงตรวจสอบการแสดงราคา“ถ้าขืนไปทำตามที่นายพีระพันธุ์พูด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะผิดกฎหมายเสียเอง นายพีระพันธุ์ก็เป็นนักกฎหมาย มีหรือจะไม่รู้ หรือทำไปทั้งหมดเพื่อต้องการวางกับดัก ขุดบ่อล่อปลา พร้อมกับหาแสงไปในตัว แบบ 2-in-1ปัญหาคือ เรื่องนี้อยู่ในมือกระทรวงพลังงาน แล้วนายพีระพันธุ์ เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการ มีอำนาจเต็ม ดูแลโครงสร้างพลังงานมาตั้งหลายปี เห็นโครงสร้างราคาหมด จะถูกจะแพงนอกจากท่านรู้ ท่านยังมีอำนาจจัดการ แล้วทำไมท่านไม่ทำ หรือทำไมไม่ทำให้มันเสร็จ จะมาเก่งอะไรกับรัฐบาลที่ยังไม่มีอำนาจเต็มด้วยซ้ำ อย่าลืมว่าเรายังไม่ได้ ครม.ใหม่ ที่ทำงานกันอยู่คือรักษาการทั้งนั้น”

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

POPULAR CONTENT
No content available.
OPINION
นายกฯ สั่งด่วนลดต้นทุนสินค้าเกษตร ตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย รมต.-สส.-หน่วยราชการ หามาตรการเพิ่มรายได้เกษตรกร
Agri-News2025 Oct 27 :: 21:00

นายกฯ สั่งด่วนลดต้นทุนสินค้าเกษตร ตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย รมต.-สส.-หน่วยราชการ หามาตรการเพิ่มรายได้เกษตรกร

นายกฯ สั่งด่วนลดต้นทุนสินค้าเกษตร ตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย รมต.-สส.-หน่วยราชการ หามาตรการเพิ่มรายได้เกษตรกรนายนพพล เหลืองทองนารา สส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เชิญสส.พรรคเพื่อไทยเข้าหารือ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ถึงปัญหาความเดือดร้อนประชาชนในพื้นที่ สส.ได้สะท้อนปัญหาร้องเรียนจากเกษตรให้นายกฯฟังโดยตรง น.ส.แพทองธารสั่งการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างรัฐมนตรี สส.ในพื้นที่ และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องหามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรทุกมิติ ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากภาคการเกษตรในทุกผลิตภัณฑ์ รวมทั้งแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร ทั้งข้าว มันสำปะหลัง ทุเรียน ที่ปัจจุบันเกษตรกรแบกรับต้นทุนสูงขึ้น ทั้งปุ๋ย น้ำมัน ยาปราบศัตรูพืช ส่งผลให้รายได้เกษตรกรลดลง คณะทำงานจะหามาตรการลดต้นทุนการเพาะปลูกให้เกษตรกรทั้งประเทศ รัฐบาลทราบดีว่าเกษตรกรประสบปัญหาต้นทุนสูง เป็นปัญหาเร่งด่วนที่จะเร่งแก้จริงจัง เพราะนโยบายพรรคเพื่อไทยคือยกระดับรายได้เกษตรกรไทยทั้งประเทศ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

โจทย์ใหญ่ “อุ๊งอิ๊งค์” ต้องเร่งจัดขบวนทัพ
Politics2025 Oct 27 :: 17:30

โจทย์ใหญ่ “อุ๊งอิ๊งค์” ต้องเร่งจัดขบวนทัพ

ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก ....วันก่อน “วรชัย เหมะ” แกนนำคนเสื้อแดงตัวจี๊ด อาสาหาราคีรีตัวเอง เป็นหน่วยกล้าตาย ของพรรคเพื่อไทย ตัดสินใจออกตัววิพากษ์วิจารณ์ “นายกฯนิด” เศรษฐา ทวีสิน ทั้งที่รู้ดีอยู่ว่า จะมีเอฟเฟกต์ ต่างๆนาๆ เข้ามากระทบตัวเองขนาดออกตัววิจารณ์อย่างมิตร ยังเจอ “หมอมิ้ง” พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ด่ากราดผ่านรายการทีวี “ห่างข้อมูล ไม่เข้าใจการทำงาน อยุดอวดรู้” ซ้ำอีกดอก “ภูมิธรรม เวชยชัย” แม่บ้านมือหนึ่ง พรรคเพื่อไทย ออกมาเตือนสติ “เป็นผมคงหยุดแล้ว” มิวาย วันนี้ “วัน อยู่บำรุง” ประกาศลาออก ตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข น้อยใจ หัวหน้าพรรค “อุ๊งอิ๊งค์” เรียกคุย หลังไม่พอใจ ที่ร่วมเชียร์ “บิ๊กแจ๊ส” คำรณวิทธิ์ ธูปกระจ่าง คู่แข่งพรรคเพื่อไทย สนามเลือกตั้งนายกอบจ. ปทุมธานี“ลูกวัน” ตัดพ้อ อุตสาห์ออกตัว ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ช่วยงานพรรค สุดความสามารถ ต่อสู้เคียงบ่า เคียงไหล ทำหน้าที่สมาชิกที่ดีมาตลอด แต่เมื่อหัวหน้าพรรค ไม่พอใจ ก็ยอมถอย “ลูกวัน” เจอแบบนี้ “ป๋าเหลิม” เฉลิม อยู่บำรุง ไม่มีทางยอม ประกาศกร้าว ให้พรรคขับตัวเองออก จะได้เป็นสส.พรรคอื่นแถมบอกข้อมูล ไม่ใช่แค่ “หัวหน้าอิ๊งค์” เท่านั้นที่เคือง “นายกฯนิด” ก็ไม่พอใจอย่างรุนแรง ถึงขั้นสั่ง “ต้องหยุดทำงานทันที” เป็นเหตุให้ “ลูกวัน” ทำหนังสือลาออก“บ้านริมคลอง” ไม่ขลังเหมือนวันเก่า ยามอัสดงมาเยือน “พ่อเหลิม” โรยลา “ลูกวัน” รับช่วงต่อ บารมีไม่ถึง!!เหตุระหองระแหง ช่วงตั้งรัฐบาลใหม่ๆ “ทักษิณ ชินวัตร” ส่ง “ลูกอิ๊งค์” เคลียร์ใจ มาวันนี้ วางตัวไม่รู้สี่รู้แปด นั่งเชียร์ฝ่ายตรงข้ามพรรค ดูท่าจะกลับมาเหมือนเดิมคงยากใดๆ สองเหตุนี้ ทำให้เห็น พรรคเพื่อไทย อาจไม่นิ่ง อย่างที่ “นายใหญ่” มั่นหมาย ส่งไม้ต่อ ให้ลูกสาวการบ้านใหญ่ “หัวหน้าอิ๊งค์” ต้องเร่งจัดขบวน เรียกศรัทธา คนรุ่นพ่อ คนรุ่นแม่ คนรุ่นอา และหนุ่มหล่อ สาวสวย ให้เดินในทิศทางเดียวกันไม่เช่นนั้น หลังคอ พรรคก้าวไกล จะทิ้งห่าง เรื่อย ๆ ปล่อยคาราคาซัง จนเลือกตั้งรอบหน้า อาจไม่เห็นฝุ่น รวบหัว รวบห่าง เอาทุกพรรคมารวมกัน อาจคว้าเก้าอี้นายก มานั่งเล่นง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้อีกรอบแน่!!

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“โฆษกไทยสร้างไทย” ซัดแรง “ข้อตกลงแลกภาษีทรัมป์“ ชี้รัฐปิดบังข้อมูล ส่อทำลายธุรกิจคนไทยด้วย”MOU สหรัฐฯ ”
TheRoomChinese2025 Oct 27 :: 17:00

“โฆษกไทยสร้างไทย” ซัดแรง “ข้อตกลงแลกภาษีทรัมป์“ ชี้รัฐปิดบังข้อมูล ส่อทำลายธุรกิจคนไทยด้วย”MOU สหรัฐฯ ”

“โฆษกไทยสร้างไทย” ซัดแรง “ข้อตกลงแลกภาษีทรัมป์“ ชี้รัฐปิดบังข้อมูล ส่อทำลายธุรกิจคนไทยด้วย”MOU สหรัฐฯ ” เชื่อข้อตกลงอัปยศ ส่งผลกระทบหนักเกษตรกรและ SME ไทยเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2568 นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.)กล่าวถึงกรณีรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงแลกภาษีทรัมป์ ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นเรื่องน่าละอายใจต่อผู้ที่ไปดำเนินการเจรจาอย่างยิ่ง เพราะมีผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนฐานราก เกษตรกร และผู้ประกอบการ SME ซึ่งไม่มีโอกาสได้เตรียมตัวรับมือ เนื่องจากรัฐบาลปิดบังข้อมูลมาโดยตลอด ทั้งนี้ ตนขอตั้งคำถามถึงรัฐบาลทุกชุดที่เกี่ยวข้องกับการเจรจา โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ ว่า ทราบเงื่อนไขของข้อตกลงนี้มาก่อนหรือไม่ และเหตุใดจึงเลือกปิดบังข้อมูลสำคัญไว้ จนกระทั่งฝ่ายสหรัฐเป็นผู้เปิดเผยเอง การไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวทำให้การจัดทำงบประมาณปี 2569 ไม่สามารถเตรียมการรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรและผู้ประกอบการ SME ได้เลย อีกทั้งยังสะท้อนว่ารัฐบาลไม่มีมาตรการในการปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย แม้แต่ในประเด็นการเก็บภาษีจากแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งคนไทยมีอัตราการใช้งานสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ก็ยังแทบไม่สามารถเก็บภาษีได้ รวมถึงสิ่งของฟุ่มเฟือยที่อาจกระทบกลุ่มหัตถกรรม และซอร์ฟพาวเว่อร์โดยตรง”ข้อตกลงนี้เป็นการนำเอาธุรกิจหลักของคนไทยเกือบทั้งหมดไปแข่งกับอเมริกา ทั้งที่ไทยด้อยกว่าในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี เงินทุน หรือสิทธิทางภาษี และผลกระทบยังลามไปถึงภาคเกษตรและปศุสัตว์ ผมขอประณามการกระทำของทีมเจรจาที่กล้าออกมาอ้างว่าข้อตกลงนี้เป็นผลงาน และขอตำหนิรัฐมนตรีในกระทรวงที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลทั้งในอดีตและปัจจุบัน ที่จงใจปิดบังข้อมูลสำคัญจากประชาชน โดยเห็นแก่ผลทางการเมือง มากกว่าผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนส่วนใหญ่” โฆษกพรรค ทสท.กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...