Logo
variety iconlive icon
NewsAll
LIVES UPDATE
Politics2026 Mar 15 :: 11:20

พรรคประชาชน ย้ำ ใช้ระบบพิสูจน์ยืนยันตัวตนดิจิทัลเพื่อคุ้มครองสิทธิ ตั้งคำถามจับแพะชนแกะแบบนี้มี “ใบสั่ง” ทางการเมืองหรือไม่

พรรคประชาชน ย้ำ ใช้ระบบพิสูจน์ยืนยันตัวตนดิจิทัลเพื่อคุ้มครองสิทธิ ไม่เชื่อกรมการปกครองไม่เข้าใจว่าระบบยืนยันตัวตนทางดิจิทัลกับข้อมูลหลุดของสมาชิกเป็นคนละเรื่องกัน ตั้งคำถามจับแพะชนแกะแบบนี้มี “ใบสั่ง” ทางการเมืองหรือไม่วันที่ 15 มีนาคม 2569 น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีกรมการปกครองประกาศข่าวแจ้งยกเลิกให้พรรคประชาชนใช้งานระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA - Digital ID) และโปรแกรมอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชนว่า ตอนนี้พรรคยังไม่เห็นคำสั่งฉบับเต็มจากกรมการปกครอง แต่หากมีคำสั่งตามที่สื่อนำเสนอออกมาจริง กรมการปกครองต้องมีคำตอบที่ชัดเจนว่าการที่พรรคประชาชนเชื่อมระบบ DOPA - Digital ID ของกรมการปกครอง กับเรื่องที่มีบุคคลภายนอกพยายามบุกรุกฐานข้อมูลสมาชิกของพรรคประชาชน เกี่ยวข้องกันถึงขนาดมายกเลิกให้พรรคประชาชนใช้งานระบบ DOPA - Digital ID ได้อย่างไร.ทั้งนี้ หากมีคำสั่งอย่างเป็นทางการจากกรมการปกครองจริง พรรคประชาชนจะพิจารณาใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่ออธิบดีกรมการปกครอง หากผลการพิจารณาอุทธรณ์ยังยืนยันคำสั่งเดิม พรรคจะพิจารณาใช้สิทธิต่อสู้โต้แย้งต่อศาลปกครองต่อไป เนื่องจากเราเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่สมเหตุสมผล ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เป็นการนำสองเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันมาเชื่อมโยงกันดังนั้น แม้ตอนนี้ยังไม่เห็นคำสั่งที่เป็นทางการ แต่การที่กรมการปกครองแถลงออกมาเช่นนี้ ไม่ได้ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและอาจถูกมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติต่อพรรคการเมืองหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ทำให้ตั้งคำถามได้ว่าเรื่องนี้อาจมี "ใบสั่ง" ทางการเมือง เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการดิสเครดิตพรรคประชาชนโดยใช้หน่วยงานรัฐเป็นเครื่องมือหรือไม่ ตนเห็นว่าเรื่องที่กรมการปกครองควรทำ คือการส่งเสริมให้ใช้ DOPA Digital-ID เพื่อให้พรรคการเมืองต่างๆ ขอข้อมูลจากสมาชิกน้อยลง เพื่อประโยชน์ในการยืนยันว่า ผู้ประสงค์สมัครสมาชิกมิได้ถูกแอบอ้างการสมัครสมาชิก และเรียกร้องข้อมูลประกอบการสมัครสมาชิกให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายเท่านั้นพรรคประชาชนยืนยันว่าวัตถุประสงค์ที่เชื่อมระบบ DOPA - Digital ID และโปรแกรมอ่านบัตรประชาชน ของกรมการปกครองนั้น เพื่อตรวจสอบว่าบุคคลที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคมีคุณสมบัติที่ครบถ้วนถูกต้องตามกฎหมาย และสมัครด้วยตนเองโดยไม่มีการสวมสิทธิโดยเอาเลขบัตรประชาชนคนอื่นมาสมัครสมาชิก ส่วนที่มีบุคคลภายนอกบุกรุกฐานข้อมูลสมาชิกของพรรคโดยมิชอบ ซึ่งกรมการปกครองอ้างถึงนั้น เป็นอีกกรณีหนึ่งที่พรรคต้องแก้ไขปรับปรุง โดยไม่เกี่ยวข้องหรือกระทบต่อระบบการยืนยันตัวตนของกรมการปกครองแต่อย่างใด

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

จับโป๊ะนโยบายเหลื่อมล้ำทำปั๊มร้าง ปล่อย “จ็อบเบอร์”เสวยสุขกินส่วนต่างค่าชดเชยน้ำมัน
Society2026 Mar 20 :: 13:31

จับโป๊ะนโยบายเหลื่อมล้ำทำปั๊มร้าง ปล่อย “จ็อบเบอร์”เสวยสุขกินส่วนต่างค่าชดเชยน้ำมัน

จับโป๊ะนโยบายเหลื่อมล้ำทำปั๊มร้าง ปล่อย “จ็อบเบอร์”เสวยสุขกินส่วนต่างค่าชดเชยน้ำมัน ทิ้งประชาชนแบกภาระหลังแอ่น ลุ้นกฎเหล็กรัฐบาลคุมเข้มแก้วิกฤติน้ำมันวันที่ 20 มี.ค. 69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 3/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางโดยระบุว่าโดยที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น ไม่มีทีท่ายุติลงได้โดยง่าย ส่งผลกระทบต่อทั้งการผลิตและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องจากตะวันออกกลางอันเป็นแหล่งผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องที่สำคัญของโลก ปริมาณสินค้าดังกล่าวที่ลดน้อยลงอย่าง มีนัยสำคัญทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วประเทศไทยที่นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องเป็นหลักจึงได้รับผลกระทบนี้โดยตรง อีกทั้งปรากฏว่าในห้วงเวลาที่ผ่านมา สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและคลังน้ำมันจำนวนมากไม่มีน้ำมันเชื้อเพลิงจำหน่าย เกิดความเดือดร้อนแก่การดำรงชีวิตของประชาชนและการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการจำนวนมาก จึงเป็นกรณีที่มีความฉุกเฉินและจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ที่จะต้องกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเกิดขึ้นจากสถานการณ์ดังกล่าว อาศัยอำนาจตามมาตรา 3 พ.ร.ก.การแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ปี2516 นายกฯมีคำสั่งไว้ ดังต่อไปนี้1. ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป 2. ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ดำเนินการตามมาตรการ ดังต่อไปนี้ ปฏิบัติตามคำสั่งนายกฯ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ 6 มี.ค. 69 ให้ติดประกาศราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ ณ สถานประกอบการของผู้ค้าน้ำมันแต่ละรายในลักษณะที่สามารถมองเห็นได้ทั่วไป และรายงานให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานทราบทุกครั้ง ที่มีการปรับราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้ผู้ค้าน้ำมันที่เป็นโรงกลั่นน้ำมัน รายงานปริมาณการผลิต ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีอยู่ในครอบครอง และปริมาณการจำหน่าย และรายชื่อลูกค้าและปริมาณที่ขายให้แก่ลูกค้าแต่ละราย ต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานภายใน เวลา 18.00 น.ของทุกวัน ให้ผู้ค้าน้ำมัน ที่มิได้เป็นโรงกลั่นน้ำมัน รายงานการจำหน่ายเป็นรายลูกค้าและรายชื่อลูกค้าซึ่งซื้อเกินรายละ3,000 ลิตรต่อครั้ง ต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานภายในเวลา 18.00 น.ของทุกวัน โดยการรายงานให้เป็นไปตามรูปแบบที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกำหนด และส่งไปที่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ datapmo@doebonline.doeb.go.th3. ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา10 พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ดำเนินการตามด้วย 4. มอบหมายให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผบ.ตร. อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ค้าน้ำมันตามข้อ 2 และข้อ 3 ให้เป็นไปตามคำสั่งนี้โดยเคร่งครัด เพื่อประโยชน์ในการบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย ให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานแจ้งข้อมูลตามข้อ 2 และข้อ 3 ให้แก่บุคคลตามวรรคหนึ่ง ทราบทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ด้วย5. ให้ นายพิพัฒน์ ,รมว.ยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผบ.ตร. อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.ก.ฉบับนี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำสั่งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การที่นายกฯออกอาศัยอำนาจตามมาตรา 3 พ.ร.ก.การแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ปี2516 เท่ากับว่า “ยอมรับว่าประชาชนไม่ได้กักตุนน้ำมัน”ตรงกับผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานระบุว่า ประชาชนไม่มีเงินมาซื้อน้ำมันกักตุน แต่ปัญหาขาดแคลนน้ำมันเกิดจากนโยบายของผู้กำกับดูแลนโยบายพลังงานที่ระบุว่า “น้ำมันทุกลิตรออกไปจากโรงกลั่นเพื่อจำหน่ายในประเทศ ได้รับเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมัน ทั้งที่เป็นนโยบายที่ล้มเหลวจนเกิดวิกฤติน้ำมันขาดแคลนหน้าปั๊มหากสถานการณ์ตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ยังทวีความรุนแรงมากขึ้น ไม่ยุติลงได้โดยง่าย ในอนาคตประเทศไทยเสี่ยงขาดแคลนน้ำมันดีเซล หากไม่ได้น้ำมันดิบคุณภาพสูงจากตะวันออกกลาง แต่ไปได้น้ำมันดิบจากที่ดีมีโอกาสกลั่นเป็นน้ำมันดีเซลได้น้อยลง จนไม่เพียงพอต่อการบริโภค เพราะประเทศไทยใช้เฉลี่ยวันละ 67 ล้านลิตรต่อวัน กำลังผลิตน้ำมันดีเซลของประเทศไทยอยู่ที่ 77 ล้านลิตรต่อวัน แต่เมื่อเกิดเหตุสงคราม รัฐบาลอ้างว่าประชาชนวิตกกังวล ทำให้ใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน “ทำให้เกินกำลังผลิต เป็นเหตุให้เกิดการขาดน้ำมันในบางพื้นที่” นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระบุวันที่ 19 มี.ค.69แต่ข้อเท็จจริงอีกมุมหนึ่ง ประชาชนใช้อยู่ 65 % ประชาชนก็ยังใช้น้ำมันตามปกติ แต่ภาคอุตสาหกรรมที่ใช้อยู่ 35% ซึ่งในจำนวนนี้มี 10 % ที่เป็นอุตสาหกรรมต้องใช้น้ำมันตลอด จึงทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับโรงกลั่นได้ในราคาตลาดโลกขณะที่ภาคอุตสาหกรรมอีก 25 % ซื้อขายผ่านจ็อบเบอร์ ที่มาซื้อที่ปั๊ม เพราะได้น้ำมันราคาถูกกว่าถึง 20 บาทจากค่าชุดเชยกองทุนน้ำมัน ก่อนนำไปขายต่อให้ภาคอุตสาหกรรมเท่ากับปั๊ม จ็อบเบอร์ ภาคอุตสหรรม ที่อยู่ในขบวนการนี้ได้ประโยชน์ไปเต็มๆ ประชาชนที่ใช้น้ำมันต้องรับภาระหลังแอ่น ไปจ่ายให้กองทุนน้ำมัน คำถามคือ จ็อบเบอร์ เป็นคนของใคร ขอให้รัฐบาลช่วยตอบที

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

กระชากหน้ากากวาทกรรมลวงตา “ชดเชยทุกลิตร รัฐสร้างระบบสองราคา” บีบโรงกลั่นกั๊กของถูก ผลักจ็อบเบอร์ซื้อแพง
Society2026 Mar 20 :: 12:09

กระชากหน้ากากวาทกรรมลวงตา “ชดเชยทุกลิตร รัฐสร้างระบบสองราคา” บีบโรงกลั่นกั๊กของถูก ผลักจ็อบเบอร์ซื้อแพง

กระชากหน้ากากวาทกรรมลวงตา “ชดเชยทุกลิตร รัฐสร้างระบบสองราคา” บีบโรงกลั่นกั๊กของถูก ผลักจ็อบเบอร์ซื้อแพงท่ามกลางวิกฤติน้ำมันขาดแคลนหน้าปั๊ม ระดับผู้กุมนโยบายพลังงานลงพื้นที่ตอกย้ำ "น้ำมันทุกลิตรที่ออกจากโรงกลั่นเพื่อจำหน่ายในประเทศ ได้รับเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมัน" พร้อมชี้นิ้วไปที่ "จ็อบเบอร์" (Jobber) เป็นต้นเหตุการปั่นราคา แต่ในความเป็นจริง นี่คือความล้มเหลวเชิงนโยบายที่รัฐบาลพูดไม่หมด เป็นต้นเหตุที่ทำให้โรงกลั่นต้อง "เลือกปฏิบัติ" เพื่อเอาตัวรอดทั้ง 1. ทำไมการขายราคาตลาด (MOPS) ถึง "หอมหวาน" กว่าสำหรับโรงกลั่น? สาเหตุที่เงินชดเชยเดินไปไม่ถึงจ็อบเบอร์ มีนัยสำคัญทางธุรกิจที่รัฐบาลมองข้ามหรือแกล้งไม่เห็นกระแสเงินสด (Cash Flow): การขายให้จ็อบเบอร์ในราคาตลาดโลก (MOPS) โรงกลั่นได้รับ "เงินสดทันที" ไม่ต้องรอ "แปะโป้ง" จากกองทุนน้ำมันที่ติดลบเป็นแสนล้าน ซึ่งต้องรอคิวเบิกจ่ายนานหลายเดือนกำไรเนื้อๆ (Pure Margin): ราคา MOPS คือราคาที่บวกกำไรตามกลไกตลาดโลกอยู่แล้ว ไม่ต้องถูกบังคับกดค่าการตลาดหรือทำส่วนลดอุดหนุนเหมือนราคาหน้าปั๊มที่รัฐสั่งควบคุมตัดความเสี่ยงทางกฎหมาย (Compliance): หากรับเงินชดเชยแทนจ็อบเบอร์ แล้วจ็อบเบอร์นำไปขายผิดประเภท โรงกลั่นต้องรับผิดชอบฐานสำแดงเท็จ การขายราคาตลาดจึง "ปลอดภัยและไร้ความเสี่ยง" กว่าในมุมธุรกิจ2. เหตุผลที่โรงกลั่น "จำกัด" การส่งน้ำมันไปสถานีบริการ ในขณะที่ผู้กุมนโยบายพลังงานสั่งเพิ่มรถขนส่ง แต่ความจริงที่เจ็บปวดคือ โรงกลั่นนั่นแหละที่พยายามจำกัดปริมาณน้ำมันไปหน้าปั๊ม เพราะ:• ยิ่งส่งไปปั๊ม ยิ่งเป็นหนี้: น้ำมันทุกลิตรที่ส่งเข้าสถานีบริการในราคาอุดหนุน (เช่น 33 บาท) หมายถึงโรงกลั่นต้องแบกภาระเงินค้างรับจากกองทุนน้ำมันเพิ่มขึ้น ยิ่งส่งมาก สภาพคล่องยิ่งหายมาก• ความเหลื่อมล้ำของกำไร: โรงกลั่นย่อมอยากขายน้ำมันแบบ "ไม่ชดเชย" ให้จ็อบเบอร์มากกว่า เพราะได้เงินสดทันทีและไม่ต้องแบกหนี้สาธารณะแทนรัฐบาล• ผลลัพธ์: เมื่อโรงกลั่นกั๊กน้ำมันราคาถูกไว้แค่พอรักษาหน้าให้รัฐบาล แต่จ็อบเบอร์ถูกผลักไปซื้อของแพงราคาตลาดโลก จ็อบเบอร์จึงต้อง "หนีคลังมาแย่งหัวจ่ายหน้าปั๊ม" จนเกิดวิกฤตขนส่งไม่ทัน (Logistics Bottleneck)3. ความย้อนแย้งที่ตอกหน้าผู้กุมนโยบายพลังงาน• วาทกรรมชดเชยทุกลิตรคือเรื่องโกหก: เพราะถ้าชดเชยทุกลิตรจริง ราคาหน้าคลังต้องเท่ากับหน้าปั๊ม แต่ในเมื่อราคาห่างกันลิบลับ แสดงว่า "เงินชดเชยเดินไปไม่ถึงจ็อบเบอร์" อย่างที่รัฐอ้าง• รัฐบาลคุมโรงกลั่นไม่ได้: รัฐใช้ภาษีประชาชนอุดหนุนโรงกลั่น แต่โรงกลั่นกลับเลือกเอาตัวรอดโดยการขายราคาแพงให้คนนอก และกั๊กของถูกไว้แค่บางส่วน• บีบให้เกิด Retail Arbitrage โดยเจตนา: รัฐบาลสร้างกติกาที่บีบให้ภาคธุรกิจต้องทิ้งรถบรรทุกหน้าคลัง แล้วหันมาเบียดเสียดกับรถเก๋งประชาชนที่ปั๊มน้ำมันเอง4. ทางออกที่แท้จริงตาม "นโยบายปฏิรูปเชิงโครงสร้าง" สิ่งที่ผู้กุมนโยบายทำ คือการแก้ปัญหาปลายเหตุ แต่ทางออกที่ยั่งยืนต้องแก้ที่ต้นตอ:• ดีเซลราคาเดียว (Single Diesel Price): กำหนดราคาหน้าโรงกลั่นให้เป็นราคาเดียวทั้งระบบ หยุดพฤติกรรมหนีคลังมาแย่งปั๊ม ดึงอุปสงค์กลับสู่ระบบขนส่งปกติทันที• อุดหนุนตรงเป้าหมาย (Targeted Subsidy): เลิกอุดหนุนแบบเหมารวม (Subsidy Leakage) แล้วใช้ Digital ID อุดหนุนเฉพาะประชาชนที่เดือดร้อนจริง• ควบคุมกำไรส่วนเกินและต้นทุนสมมติ: พักการเก็บค่าขนส่ง/ประกันภัยทิพย์ (Import Parity) และคุมค่าการกลั่น (GRM) ให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม (Cap & Floor) จะลดราคาน้ำมันลงได้ทันที 5 บาท/ลิตร โดยไม่ต้องกู้เงินมาอุดหนุนเพิ่มนายศิริโชค โศภา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สรุปปิดท้ายว่า รัฐบาลกำลังใช้ "วาทกรรมชดเชยทุกลิตร" เพื่อซื้อเวลาและปิดบังความล้มเหลว ตราบใดที่โรงกลั่นยังมองว่าการอุดหนุนคือภาระหนี้และการขายราคาตลาดคือทางรอด วิกฤตน้ำมันขาดแคลนจะไม่มีวันจบสิ้นด้วยการสั่งเพิ่มรถขนส่งเพียงไม่กี่ร้อยคัน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อรรถพล" สั่งพลังงานจังหวัดเกาะติดตรวจปั๊มและสถานที่เก็บน้ำมันทั่วประเทศ ป้องกันการกักตุน
Politics2026 Mar 20 :: 10:00

“อรรถพล" สั่งพลังงานจังหวัดเกาะติดตรวจปั๊มและสถานที่เก็บน้ำมันทั่วประเทศ ป้องกันการกักตุน

“อรรถพล" สั่งพลังงานจังหวัดเกาะติดตรวจปั๊มและสถานที่เก็บน้ำมันทั่วประเทศ ป้องกันการกักตุนนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สั่งการด่วนให้พลังงานจังหวัด (พนจ.) ทั่วประเทศลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของสถานีบริการน้ำมันและสถานที่เก็บน้ำมันที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงพลังงานทุกแห่งอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับให้รายงานผลการตรวจสอบการกักตุนน้ำมันอย่างต่อเนื่องสำหรับที่มีการพบการกักตุนน้ำมันในจังหวัดอ่างทอง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเข้าข่ายการกักตุนหรือไม่นั้น โดยเบื้องต้นพบความผิดฐานไม่รายงานใบกำกับการขนส่ง รวมถึงการจำหน่ายน้ำมันในราคาสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ หากผลการตรวจสอบออกมาอย่างไร หากสามารถดำเนินคดีทางกฎหมายได้ กระทรวงพลังงานและกระทรวงพาณิชย์จะร่วมดำเนินการอย่างเต็มที่ ในการลงโทษผู้กระทำผิดไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง"ผมได้สั่งการให้พลังงานจังหวัดทั่วประเทศติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรายงานผลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการดำเนินการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย พาณิชย์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อไม่ให้มีการกักตุน หรือการจำหน่ายในราคาที่สูงเกินควร ซึ่งกระทรวงพลังงานจะยังคงเกาะติดสถานการณ์เช่นนี้ไปจนกว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค" นายอรรถพล กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"อิหร่าน" คุมเบ็ดเสร็จ! ตั้งค่าผ่านทางฮอร์มุซ เรือจ่าย 2 ล้านดอลลาร์ แลกความปลอดภัย
Global News2026 Mar 20 :: 08:46

"อิหร่าน" คุมเบ็ดเสร็จ! ตั้งค่าผ่านทางฮอร์มุซ เรือจ่าย 2 ล้านดอลลาร์ แลกความปลอดภัย

"อิหร่าน" คุมเบ็ดเสร็จ! ตั้งค่าผ่านทางฮอร์มุซ เรือจ่าย 2 ล้านดอลลาร์ แลกความปลอดภัยวันที่ 20 มี.ค. 2569 รายงานจาก Financial Times อ้างอิงข้อมูลการเดินเรือของ Lloyd’s List Intelligence ระบุว่า สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซได้เปลี่ยนจากพื้นที่ปิดล้อมทางทหาร กลายเป็นเส้นทาง “เก็บค่าผ่านทางโดยพฤตินัย” หลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) จัดตั้งระเบียงเดินเรือที่อ้างว่าปลอดภัยภายในน่านน้ำของตน ใกล้บริเวณเกาะลารัก โดยมีรายงานยืนยันว่า ผู้ประกอบการเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อยหนึ่งรายยอมจ่ายเงินราว 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแลกกับการรับประกันความปลอดภัยในการผ่านเส้นทางดังกล่าวกระบวนการเริ่มจากผู้ประกอบการต้องติดต่อผ่านนายหน้าที่อยู่นอกอิหร่าน เพื่อเจรจากับ IRGC พร้อมส่งข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเจ้าของเรือและปลายทางสินค้า เมื่อตกลงค่าธรรมเนียมได้แล้ว ซึ่งสามารถชำระได้ทั้งเงินสด คริปโทเคอร์เรนซี หรือการแลกเปลี่ยนสินค้า ทาง IRGC จะติดต่อเรือผ่านวิทยุ VHF เพื่อตรวจสอบข้อมูลระบบ AIS ก่อนอนุญาตให้เดินเรือผ่านเส้นทางที่กำหนดแรงจูงใจสำคัญมาจากต้นทุนประกันภัยสงครามที่พุ่งสูงถึง 1–5% ของมูลค่าเรือ ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่ (VLCC) มูลค่า 100–120 ล้านดอลลาร์ อาจต้องจ่ายเบี้ยประกันสูงถึง 3.6–6 ล้านดอลลาร์ต่อการเดินทางเพียงสัปดาห์เดียว ทำให้การจ่าย “ค่าผ่านทาง” กลายเป็นตัวเลือกที่ถูกกว่าในเชิงพาณิชย์ขณะเดียวกัน CNN รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านว่า รัฐบาลเตหะรานกำลังพิจารณาให้ธุรกรรมสำหรับการผ่านช่องแคบนี้ต้องชำระเป็นเงินหยวนของจีนเท่านั้น ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของเกมเศรษฐกิจ เพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ เลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร และดึงจีนเข้ามามีบทบาทด้านความมั่นคงในภูมิภาคด้าน Lloyd’s List ยังระบุว่า มีเรืออย่างน้อย 9 ลำ รวมถึง Shivalik และ Sea Bird ที่สามารถผ่านระเบียงความปลอดภัยนี้ได้สำเร็จ แม้ยังไม่ชัดเจนว่าทุกลำต้องจ่ายในอัตราเดียวกันหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีเรือรบเงาของอิหร่าน และเรือจากบางประเทศที่ใช้ช่องทางการทูตโดยตรง เช่น อินเดียและปากีสถาน ที่ได้รับอนุญาตให้ผ่านโดยไม่เปิดเผยรายละเอียดแม้รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ สกอตต์ เบสเซนต์ จะให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า สหรัฐฯ ยอมให้เรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านบางส่วนออกจากช่องแคบเพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดโลก แต่สื่อหลายสำนักประเมินตรงกันว่า อิหร่านกำลังถืออำนาจควบคุมเส้นทางนี้อย่างแท้จริง ส่งผลให้ปริมาณเรือที่ผ่านช่องแคบลดลงจากเฉลี่ยวันละราว 100 ลำ เหลือเพียงประมาณ 2 ลำต่อวันในขณะที่เรือสินค้าอีกกว่า 400 ลำยังต้องจอดรออย่างไม่มีกำหนด ต้นทุนค่าผ่านทางระดับ 2 ล้านดอลลาร์ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูงทั้งหมด กำลังถูกส่งต่อไปยังราคาน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และสินค้าในห่วงโซ่อุปทานโลกในท้ายที่สุด

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ก.แรงงาน เร่งช่วยเหลือครอบครัวส่งร่างแรงงานไทยกลับ พร้อมเตือนคนไทยออกพื้นที่เสี่ยงด่วน
Politics2026 Mar 20 :: 06:02

ก.แรงงาน เร่งช่วยเหลือครอบครัวส่งร่างแรงงานไทยกลับ พร้อมเตือนคนไทยออกพื้นที่เสี่ยงด่วน

ก.แรงงาน เร่งช่วยเหลือครอบครัวส่งร่างแรงงานไทยกลับ ขณะที่ตะวันออกกลางเดือดหนัก เตือนคนไทยออกพื้นที่เสี่ยงด่วน หลังถูกโจมตีลามโครงสร้างพื้นฐาน อพยพแล้วกว่า 1,209 คน สถานการณ์ยังไม่แน่นอนสูงที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวประจำวัน นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดและโฆษกกระทรวงแรงงาน นายสันติ นันตสุวรรณ แสดงความเสียใจต่อแรงงานไทยที่เสียชีวิตในอิสราเอลจากเหตุสู้รบ กระทรวงแรงงานได้เข้าดูแลครอบครัวที่ จ.ชัยภูมิ และเร่งประสานนำร่างกลับประเทศไทย สิทธิประโยชน์ที่ครอบครัวจะได้รับ เช่น เงินกองทุน 40,000 บาท เงินประกันสังคมกว่า 71,000 บาท และเงินชดเชยจากฝั่งอิสราเอล ยังมีสวัสดิการเพิ่มเติม เช่น ค่าเล่าเรียนบุตร และการช่วยเหลือด้านจิตใจ ตามเงื่อนไขของหน่วยงานประกันภัย ย้ำให้แรงงานไทยในอิสราเอลปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และให้ญาติช่วยสื่อสารเพิ่มความระมัดระวังรอง​โฆษกกต.​เผยสถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงรุนแรง ขยายวงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ เผยสถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรงและลุกลามสู่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ รวมถึงนิคม “ราส ลัฟฟาน” ใน กาตาร์ กระทบเศรษฐกิจและราคาน้ำมันโลก กระทรวงการต่างประเทศแนะคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็ว และติดตามคำแนะนำจากสถานทูตอย่างใกล้ชิด ยืนยันกำลังเร่งช่วยเหลือแรงงานไทยที่เสียชีวิตในอิสราเอล และประสานนำร่างกลับประเทศ พร้อมดูแลสิทธิประโยชน์ มีแผนอพยพคนไทย 10 คนจาก อิหร่าน ไปยัง ตุรกี ขณะที่แรงงานไทยในกาตาร์ยังปลอดภัย รวมแล้วไทยช่วยเหลือคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้วกว่า 1,209 คน และย้ำจุดยืนให้ทุกฝ่ายใช้การเจรจายุติความขัดแย้ง

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

สลด! กระเช้าสกีร่วงจากเขาทิลท์ลิส ดับ 1 ราย คาดเกิดจากลมแรง
Global News2026 Mar 20 :: 05:53

สลด! กระเช้าสกีร่วงจากเขาทิลท์ลิส ดับ 1 ราย คาดเกิดจากลมแรง

สลด! กระเช้าสกีร่วงจากเขาทิลท์ลิส ดับ 1 ราย คาดเกิดจากลมแรงวันที่ 20 มี.ค. 2569 เกิดเหตุสลดในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อกระเช้าสกีเกิดหลุดจากสายเคเบิลและตกลงจากภูเขา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งสอบสวนหาสาเหตุเหตุเกิดที่ Engelberg Ski Resort บริเวณเทือกเขาแอลป์ โดยกระเช้าได้หลุดจากระบบขณะกำลังเคลื่อนตัวขึ้นสู่ ภูเขาทิตลิส เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนจะร่วงลงท่ามกลางหิมะหนาและพลิกคว่ำหลายตลบตำรวจระบุว่า ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงวัย 61 ปี ซึ่งอยู่ภายในกระเช้าเพียงลำพังในขณะเกิดเหตุ โดยกระเช้าดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของระบบ “Titlis Express” และเพิ่งออกจากสถานีได้ไม่นานพยานในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า ขณะเกิดเหตุมีลมกระโชกแรงความเร็วมากกว่า 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งสูงกว่าระดับปกติที่ระบบกระเช้าจะหยุดให้บริการ โดยมีผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าได้ยินเสียงกระแทกอย่างรุนแรง ขณะที่บางรายระบุว่ารู้สึกหวาดกลัวจนไม่กล้าใช้บริการอีกหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยทางอากาศ หน่วยแพทย์ และตำรวจ เร่งเข้าพื้นที่ช่วยเหลือ พร้อมอพยพผู้โดยสารราว 100–200 คน จากกระเช้าประมาณ 40 ลำออกมาอย่างปลอดภัยผู้ให้บริการได้สั่งระงับการใช้งานกระเช้าทั้งหมดทันที และแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยเบื้องต้นตั้งข้อสังเกตว่าสภาพอากาศ โดยเฉพาะลมแรง อาจเป็นปัจจัยสำคัญของอุบัติเหตุเหตุการณ์นี้นับเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นไม่บ่อยในระบบกระเช้าสกีของยุโรป และสร้างความกังวลด้านความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยวฤดูหนาวทั่วภูมิภาค

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

บุกทลายคลังน้ำมันอ่างทอง! พบสต๊อกกว่า 3.3 แสนลิตร ส่อขายเกินราคา
Society2026 Mar 20 :: 04:20

บุกทลายคลังน้ำมันอ่างทอง! พบสต๊อกกว่า 3.3 แสนลิตร ส่อขายเกินราคา

บุกทลายคลังน้ำมันอ่างทอง! พบสต๊อกกว่า 3.3 แสนลิตร ส่อขายเกินราคา–เอกสารไม่ชัด ขณะที่ผบช.ก.สั่งลุยตรวจเข้ม ปั๊มสิงห์บุรีโยงต้นทางอ่างทอง หากพบอยู่ในพิกัดที่ต้องเสียภาษี เตรียมถูกดำเนินคดีแน่วันที่ 20 มี.ค. 2569 ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้หน่วยงานในสังกัด โดยมี คงกฤช เลิศสิทธิกุล และ ธนาทัศน์ ศรีพิพัฒน์ พร้อมด้วย จำรูญ คำมา นำกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่พลังงานจังหวัดอ่างทอง และพาณิชย์จังหวัดอ่างทอง เข้าตรวจสอบบริษัทจำหน่ายน้ำมันในพื้นที่ ต.ตลาดกรวด อ.เมืองอ่างทองการตรวจสอบครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับแจ้งว่า ปั๊มน้ำมันในจังหวัดสิงห์บุรีมีการจำหน่ายน้ำมันในราคาสูงผิดปกติ ก่อนสืบสวนพบว่าแหล่งรับน้ำมันมาจากบริษัทดังกล่าวในจังหวัดอ่างทอง จึงเข้าตรวจสอบคลังเก็บน้ำมันโดยตรงภายในสถานที่พบพนักงานผู้จัดการคลังเป็นผู้นำตรวจสอบ และพบปริมาณน้ำมันจำนวนมาก ได้แก่-น้ำมันดีเซลประมาณ 48,000 ลิตร-แก๊สโซฮอล์ 95 ประมาณ 210,000 ลิตร-แก๊สโซฮอล์ 91 ประมาณ 73,000 ลิตรรวมปริมาณทั้งสิ้นประมาณ 331,000 ลิตร คิดเป็นมูลค่าราว 12.52 ล้านบาทจากการสอบถามเบื้องต้น พบว่าบริษัทมีการจำหน่ายน้ำมันดีเซลในราคาลิตรละ 40.50 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาปกติ โดยอ้างว่าต้นทุนรับซื้ออยู่ที่ลิตรละ 39.50 บาท อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบเอกสารการซื้อขายและหลักฐานการชำระเงิน พบว่ายังไม่สามารถนำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บตัวอย่างน้ำมันส่งตรวจที่กรมธุรกิจพลังงาน และกรมสรรพสามิต เพื่อตรวจสอบคุณภาพและพิกัดภาษี หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

นายกฯ มอบรางวัลวัน อสม. เปรียบเหมือนได้เจอรักเก่า - บอก เป็นของหายาก
Politics2026 Mar 20 :: 03:56

นายกฯ มอบรางวัลวัน อสม. เปรียบเหมือนได้เจอรักเก่า - บอก เป็นของหายาก

นายกฯ มอบรางวัลวัน อสม. เปรียบเหมือนได้เจอรักเก่า - บอก เป็นของหายาก เหตุน้อยประเทศมี อสม. - มุ่งยกระดับเป็นสมาร์ท อสม.วันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุมไดมอนด์ ฮอลล์ ชั้น 5 โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ท อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการจัดงานวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 และมอบรางวัลเชิดชูเกียรติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านดีเด่นนายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ตนรู้สึกดีใจที่ได้มาพบกันครั้ง เหมือนได้มาพบกับคนรักเก่า และวันนี้ตนก็ใส่เสื้อถูกโฉลก ตนไม่ได้แค่ใส่เสื้อ อสม.เฉยๆ แต่ตนเป็น อสม.ของ ตำบลอีสาน อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ วันนี้เป็นวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี 2569 หากไม่มีภารกิจที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ตนก็มักมาร่วมงานด้วยตัวเอง เพราะถือว่าพวกเราเป็นนักรบชุดเทาเหมือนกัน เราเคยร่วมทุกข์ร่วมสุข เคยได้ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพของประชาชนร่วมกัน ดูแลสถานการณ์ โควิด-19 ที่เราต่อสู้ด้วยกันมาอย่างหนักหนาสาหัส ร่วมกับบรรดาแพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุขทุกคน ตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ตนได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็ถือว่าเรามีความผูกพันกัน และในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี ความช่วยเหลือในเรื่องของพี่น้อง อสม.ก็อยู่ในความผิดของตนตลอดเวลาและมีความมั่นใจว่าประเทศนี้นอกจากบุคลากรสาธารณสุขที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาในเรื่องของความเจ็บป่วย ใช้ความรู้ความสามารถในทางการแพทย์ พยาบาล ทางเภสัชกรรมแล้ว ก็ยังมีพี่น้อง อสม.ที่เป็นผู้ช่วยสำคัญ ที่มีบทบาทเป็นอย่างยิ่งในการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน เป็นสิ่งที่รัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข และประเทศไทยขาดไม่ได้ในโอกาสนี้ตนขอแสดงความยินดีกับ อสม.ทุกคนในวันนี้ ที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ อาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่น ขอบคุณในความทุ่มเทเสียสละ ที่ได้ร่วมกันอุทิศกำลังกาย กำลังใจ และเวลาอย่างเต็มที่ ในการปฎิบัติหน้าที่ เพื่อดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน หลายคนคงทราบดีอยู่แล้วว่าประเทศไทยของเราได้รับการชื่นชมจากองค์การอนามัยโลกและได้รับการยอมรับจากนานาอารยประเทศ ว่ามีสาธารณสุขที่ดี มีความเข้มแข็ง มีศักยภาพสูง ทุกครั้งที่เราได้รับคำชมในเรื่องนี้จะมี 2 สิ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง นั่นคือ ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า และการมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพราะน้อยประเทศจะมีแบบเรา ซึ่งถือว่าทุกคนคือของหายากในโลกใบนี้ และเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจ ด้วยบทบาทที่มีคุณค่าเช่นนี้ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของ อสม.อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งยกระดับ อสม.ยุคใหม่ให้ก้าวเป็นสมาร์ท อสม.ที่มีความรู้ด้านสุขภาพอย่างรอบด้าน และมีทักษะที่ทันสมัย พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือในการเชื่อมความรู้เรื่องสุขภาพไปสู่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการเรื่องสุขภาพที่สะดวก รวดเร็ว ทั่วถึง และเท่าเทียมนอกจากนี้ พี่น้อง อสม.จะได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ และทักษะที่จำเป็นในการจัดการและแก้ไขปัญหาสุขภาพในชุมชน เชื่อมโยงระบบบริการสุขภาพระหว่างภาครัฐกับชุมชนในทุกระดับ ตลอดจนการเป็นผู้นำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ การสู้กับโรคที่ดีที่สุดคือการมีสุขนิสัยที่ดี เพราะเรารู้ควรกินอะไร อยู่อย่างไร ออกกำลังกายแค่ไหน และทำอย่างไรเมื่อเกิดภาวะความเครียด ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนในครอบครัว ตนขอให้พี่น้อง อสม.ทุกคน ตลอดจนเครือข่ายเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในทุกพื้นที่ ได้มีความภาคภูมิใจในบทบาทหน้าที่ของตัวเอง และร่วมแรงร่วมใจกันส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลและพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพ เพื่อความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศต่อไป

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“รัดเกล้า” ชู “ไบโอดีเซล” ยกระดับมาตรฐานปาล์ม ทางออกวิกฤตพลังงานโลก
Politics2026 Mar 20 :: 03:54

“รัดเกล้า” ชู “ไบโอดีเซล” ยกระดับมาตรฐานปาล์ม ทางออกวิกฤตพลังงานโลก

“รัดเกล้า” ชู “ไบโอดีเซล” ยกระดับมาตรฐานปาล์ม ทางออกวิกฤตพลังงานโลก ยก 4 ข้อทำหนุนอุตสาหกรรมปาล์มเพื่อใช้ในประเทศเสริมความมั่นคงระยะยาวเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์ความผันผวนด้านพลังงานจากผลกระทบสงครามในตะวันออกกลาง ที่ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้นและกระทบต่อค่าครองชีพคนไทยว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งสร้างความมั่นคงทางพลังงานจากแหล่งพลังงานภายในประเทศ โดยเฉพาะพลังงานชีวภาพ อาทิ ไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์ม ปัจจุบันไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซในสัดส่วนสูง เมื่อเกิดวิกฤตด้านพลังงาน ก็กระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ น้ำมันไบโอดีเซลจึงเป็นพลังงานทางเลือกที่ไทยสามารถผลิตใช้เองได้ครบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งนี้ ปาล์มน้ำมัน ที่คาดว่าจะออกสู่ตลาดในเดือนมีนาคม–เมษายน 2569 รวมกับสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบ มีราว 300,000 ตัน ที่ราคาตลาดกิโลกรัม(กก.)ละ34-35 บาท ชี้ว่าไทยมีเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ ดังนั้น การเพิ่มสัดส่วนการผลิตไบโอดีเซล จะช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานได้ดีกว่าการพึ่งพาการส่งออก และยังเป็นการเก็บสำรองน้ำมันปิโตรเลียมไว้ใช้ในยามจำเป็นด้วยนางรัดเกล้า กล่าวต่อว่า ปัจจุบันไทยผลิตน้ำมันปาล์มดิบได้ราว 3.6 ล้านตันต่อปี ส่งออกมากกว่า 1.2 ล้านตัน ขณะที่กำลังการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลในไทยอยู่ที่ราว 12 ล้านลิตรต่อวัน แต่ความต้องการใช้จริงสำหรับน้ำมัน B5 มีอยู่เพียง 3 ล้านลิตรต่อวัน หากมีการปรับเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 หรือ B10 จะทำให้ความต้องการใช้เพิ่มขึ้นเป็น 6 ล้านลิตรต่อวัน ก็ยังไม่เต็มศักยภาพการผลิตของประเทศ และภาคเอกชนก็มีความพร้อมที่จะรองรับได้ ดังนั้น การส่งเสริมไบโอดีเซล ต้องดำเนินควบคู่กับการยกระดับคุณภาพ เพื่อแก้ปัญหาการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ในเครื่องยนต์บางประเภทด้วยจึงเสนอให้มีการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างจริงจัง โดยเฉพาะเทคโนโลยีไบโอดีเซลขั้นสูง เช่น HVO (Hydrotreated Vegetable Oil) ซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงน้ำมันดีเซลคุณภาพสูง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น“ทั้งนี้มีความจำเป็นในการยกระดับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันของไทยทั้งระบบ โดยเสนอ 4 แนวทางสำคัญ คือ 1.การกำหนดมาตรฐานคุณภาพปาล์มน้ำมัน เพื่อให้ราคาสะท้อนคุณภาพและสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรพัฒนา 2.การส่งเสริมการปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและแข่งขันได้ 3.การผลักดันการใช้ไบโอดีเซล เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero 4.การขยายช่องทางตลาดและพัฒนาองค์ความรู้ให้เกษตรกร ตั้งแต่การคัดเลือกพันธุ์จนถึงการแปรรูป เพราะวิกฤตพลังงานโลกอาจยืดเยื้อ แต่สิ่งที่ประเทศไทยทำได้ทันทีคือการเสริมความแข็งแกร่งจากภายใน ใช้ทรัพยากรที่เรามีอย่างปาล์มน้ำมันให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อดูแลทั้งผู้บริโภค เกษตรกร และความมั่นคงของประเทศในระยะยาว” นางรัดเกล้า กล่าวย้ำ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

นายกฯ ยืนยัน น้ำมันไม่ขาด! มีสต๊อก 100 วัน ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก-เสียใจเหตุแรงงานไทยในอิสราเอลเสียชีวิตจากเหตุสู้รบ
Politics2026 Mar 19 :: 12:28

นายกฯ ยืนยัน น้ำมันไม่ขาด! มีสต๊อก 100 วัน ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก-เสียใจเหตุแรงงานไทยในอิสราเอลเสียชีวิตจากเหตุสู้รบ

นายกฯ ยืนยัน น้ำมันไม่ขาด! มีสต๊อก 100 วัน ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก แจงเหตุขาดแคลน เพราะแห่กักตุน รับไทยยังส่งออก 2 ประเทศ ลาว-เมียนมาร์ - ไฟเขียวรถน้ำมันวิ่ง 24 ชม. สั่งเข้มความปลอดภัย - พยักหน้ารับ 2 ที ตั้งรบ.-ครม. เร็วแน่ ยันไม่มีปัญหา สส.ภท.-กลุ่มเทคโนแครต ลั่นเป็นโควตาหัวหน้าพรรค เสียลสละมาช่วยชาติ บอกใครมีปัญหาให้มาที่หัวหน้าพรรค - เสียใจเหตุแรงงานไทยในอิสราเอลเสียชีวิตจากเหตุสู้รบ ย้ำ รัฐบาลไทยพร้อมอำนวยความสะดวก หากประชาชนประสงค์ขอกลับไทย วอนแรงงานไทยปฏิบัติตามคำแนะนำของประเทศต้นทางวันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลการประชุมศูนย์บริหาร ใช้ และติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออก (ศบก.) โดยระบุว่า จากการตรวจสอบปริมาณน้ำมันและราคาน้ำมันในแต่ละขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน ครอบคลุมโรงกลั่นน้ำมัน คลังน้ำมัน จ๊อบเบอร์ การขนส่งน้ำมัน สถานีบริการน้ำมัน โดยในที่ประชุมพบว่าโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่ง ในประเทศไทยยังคงเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต โดยกำลังการผลิตเราผลิตได้ถึง 175 ล้านลิตรต่อวัน และมีการจัดหาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง หลายโรงกลั่นก็มีการจัดหาน้ำมันดิบจากหลายแหล่ง เพื่อให้มีความเพียงพอต่อการนำน้ำมันดิบมากลั่นเป็นน้ำมันประเภทต่างๆ ทั้งโรงกลั่นน้ำมันและคลังน้ำมัน จะดำเนินการประกาศราคาหน้าโรงกลั่นและหน้าคลังน้ำมัน และมีโรงกลั่นที่พร้อมจะขายน้ำมันให้จ๊อบเบอร์ด้วยราคาตามที่ประกาศ โดย PTTOR จะประกาศราคาที่ไม่เกินราคาหน้าสถานีบริการทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้สั่งการให้โรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมัน รายงานข้อมูลการผลิต การจำหน่ายน้ำมัน ปริมาณน้ำมันที่จะจำหน่าย ราคาที่จะจำหน่าย ให้กรมธุรกิจพลังงานได้รับทราบ เพื่อจะได้ดูแลจัดสรรปริมาณน้ำมันที่จะจำหน่ายให้กับประชาชนและภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ด้วยราคาที่เป็นธรรม ในขณะเดียวกันสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะออกมาตรการข้อบังคับผ่อนผันการเดินรถของรถบรรทุกน้ำมันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั่วประเทศภายในวันนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ทั่วประเทศ โดยขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการขนส่งเพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในการขนส่งน้ำมัน เพื่อจัดส่งไปยังสถานีบริการทั่วประเทศให้มีความปลอดภัยสูงสุดอย่างไรก็ตาม ปัจจุบันในเรื่องของการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป ได้รับการยืนยันแล้วว่า เรายังคงส่งออกไปเพียงที่ สปป.ลาว และเมียนมาร์ โดยปริมาณการส่งออกของน้ำมันที่ สปป.ลาว เฉลี่ยอยู่ที่ 5.29 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเป็นอัตราที่ลดลงมาถึง 25% จากที่เคยได้ดำเนินการมาก่อน และส่งไปที่เมียนมาร์อยู่ที่ 300,000 ลิตรต่อวันลดลง 20% จากที่เคยเป็นมามาก่อนนายอนุทิน กล่าวอีกว่า เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและแก้ปัญหาสถานการณ์น้ำมันไม่เพียงพอที่หน้าสถานีบริการน้ำมัน รัฐบาลจะเร่งพิจารณามาตรการต่างๆ เพิ่มเติม เช่น การผ่อนปรนการสำรองน้ำมัน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบ การเร่งผลิตพลังงานชีวภาพ B20 ให้มีความพร้อมจำหน่าย การพิจารณาเงินชดเชยให้กรมต่างๆ ทั้งหมดนี้รัฐบาลมีเป้าหมายเพื่อให้ระบบกลับสู่สภาวะปกติ จ้อบเบอร์กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ เพิ่มศักยภาพการขนส่งน้ำมันไปสถานีบริการน้ำมัน เพื่อให้มีน้ำมันตามความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภายใต้ราคาที่เหมาะสมสิ่งที่ตนอยากแจ้งประชาชน คือ ขอให้ประชาชนได้มีความมั่นใจ เรามีการประชุมกันหลายครั้ง มีการสอบถามผู้เกี่ยวข้องให้มีการยืนยันข้อมูล ทั้งทางเอกสาร ทางวาจา ทางประสบการณ์ที่มีอยู่ ตนจึงขอยืนยันว่าประเทศไทยเรายังไม่ประสบภาวะขาดแคลนการนำเข้าน้ำมันแต่อย่างใด ที่มีการพูดอยู่ตลอดเวลาว่าน้ำมันดิบไม่เข้าประเทศไทยแล้ว เพราะมีสถานการณ์การสู้รบที่ตะวันออกกลาง วันนี้ก็ได้เรียกประชุมกันอีกครั้งทั้งวงเล็ก วงใหญ่ วงภายใน ก็รับทราบเป็นที่ชัดเจนว่าเรายังสามารถผลิตน้ำมันในปริมาณและกำลังการผลิต ดังเช่นก่อนวันที่ 1 มีนาคม ก่อนที่จะมีการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางดังนั้น น้ำมันยังไม่ขาดแคลน ปริมาณน้ำมันสำรองก็ยังคงรักษาได้อยู่ที่ประมาณ 100 วัน ซึ่งตอนที่เกิดเหตุการณ์ใหม่ๆ เราเร่งตรวจสอบอย่างเต็มที่ ในขณะนั้นปริมาณน้ำมันสำรองมีอยู่เพียง 62 วันเท่านั้นเอง แต่หลังจากมีการใช้มาตรการในการบริหารจัดการการไหลเข้ามาของปริมาณน้ำมันดิบ เราสามารถบริหารจัดการได้ การออกมาตรการงดส่งน้ำมันที่กลั่นแล้วไปจำหน่ายยังประเทศอื่นๆ ยกเว้น 2 ประเทศ คือ ลาวและเมียนมาร์ เราก็สั่งห้ามการส่งออกตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมเป็นต้นมา ทำให้การสำรองน้ำมันในประเทศเพิ่มขึ้นมาเต็มที่ประมาณ 100 วัน ส่วนนี้เป็นปริมาณน้ำมันสำรองเท่านั้น โดยในแต่ละวันเรายังสามารถสั่งนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ถึงแม้ว่าจะมีเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง แต่เรายังสามารถใช้เครือข่ายต่างๆ ของเราได้นายอนุทิน ระบุอีกว่า เราเคยมีการใช้น้ำมันดีเซลในแต่ละวันที่ 67 ล้านลิตร ในช่วงก่อนเกิดเหตุสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งการใช้น้ำมัน 67 ล้านลิตรต่อวันนั้น ใช้ในสภาวะปกติ ไม่ได้มีการออกมาตรการเรื่องการลดการใช้หรือประหยัดน้ำมัน กำลังการผลิตน้ำมันดีเซลของประเทศไทยอยู่ที่ 77 ล้านลิตรต่อวัน แต่หลังจากเกิดสงคราม ด้วยข้อมูล ด้วยความตระหนก และวิตกกังวลของประชาชน ทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันในแต่ละวันเพิ่มมาเป็น 84 ลิตรต่อวัน จึงเกินกำลังการผลิต ก็อาจเป็นเหตุทำให้ขาดน้ำมันในบางพื้นที่วันนี้รัฐบาลและส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคการผลิต ภาคการขนส่ง ภาคการจัดจำหน่าย เราก็ร่วมมือกันอย่างเต็มที่ในการบริหารสถานการณ์ ให้มีน้ำมันให้กับประชาชนใช้ได้ตามปกติ แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องขอความร่วมมือประชาชน ว่าน้ำมันที่หายไปนั้นไม่ได้หายไปเพราะถูกส่งออกไปต่างประเทศหรือหายไปเพราะเอาไปใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติมหรือไปส่งเสริมภาคการผลิตอื่น ทำให้น้ำมันหาย ทุกอย่างยังอยู่ในภาวะปกติ แต่หายไปเพราะเกิดจากความกังวลของประชาชน จึงมีการมาเติมน้ำมันเพิ่มขึ้น มีการนำน้ำมันไปเก็บสำรองไว้เพิ่มมากขึ้นในครัวเรือน ทำให้เกิดภาวะการขาดแคลน เพราะฉะนั้นจุดนี้หากประชาชนให้ความร่วมมือ กลับมาใช้น้ำมันในภาวะปกติ ซึ่งน้ำมันที่เรามีอยู่ตามสถานีบริการน้ำมันทั่วไปก็เพียงพออยู่แล้ว ส่วนนี้การใช้ก็จะมาพอดีกับการผลิตตนขอเน้นย้ำว่า 67 ล้านลิตรที่เคยใช้ในแต่ละวัน ใช้ในภาวะปกติ แต่กระโดดมาเป็น 84 ล้านลิตร ถ้ากลับสู่ภาวะปกติ วันนี้ประชาชนได้ให้ความตระหนัก ลดการวิตกกังวลกับการใช้น้ำมันในแต่ละวัน ก็จะสอดคล้องกับกำลังความสามารถในการผลิตน้ำมันในประเทศประเทศไทย ยืนยันว่าในปัจจุบันยังไม่มีเหตุผลใดที่ต้องกังวลจนเกินเหตุ ขอให้ประชาชนได้ใช้ชีวิตตามปกติ และทางเราจะเร่งแก้ไขสถานการณ์ให้รวดเร็วที่สุด ขณะเดียวกันก็ขอวิงวอนให้ประชาชนได้ตระหนัก ถึงแม้เราจะยังไม่ขาดน้ำมัน แต่วันนี้มีปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้คือสถานการณ์สงคราม เรายังไม่รู้ว่าความรุนแรงมากไปกว่านี้หรือจะหยุดกันเมื่อไหร่ ฉะนั้นหากเราใช้ด้วยความระมัดระวัง ความตระหนักรู้ เราก็จะยิ่งมีปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศได้เพิ่มมากขึ้น ส่วนเรื่องของไฟฟ้าก็ยิ่งไม่ต้องกังวล เพราะไฟฟ้าส่วนใหญ่ในประเทศไทยใช้ก๊าซจากแหล่งที่อยู่ในอ่าวไทย สามารถนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าที่หล่อเลี้ยงความต้องการของประชาชนทั่วประเทศได้ โดยที่ไม่มีปัญหาติดขัดใดๆ และเราจะส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกอื่น ตนคิดว่ารัฐบาลได้ทำทุกอย่างเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างเต็มที่ส่วนข่าวที่ระบุว่าประเทศไทยแอบส่งออกน้ำมันไปประเทศที่ 3 นอกเหนือจากสปป.ลาว และเมียนมา โดยผ่านสปป.ลาวไปยังกัมพูชานั้น ขอยืนยันว่าไม่มี ส่วนตนจะรู้ได้อย่างไรว่าสปป.ลาว จะไม่ขายต่อไปยังกัมพูชานั้น ตนเพิ่งไปจนสปป.ลาวมา ได้สอบถามกับผู้บริหารระดับสูง และแสดงความกังวลว่ามีเหตุการณ์เช่นนี้หรือไม่ ก็ได้รับคำตอบอย่างชัดเจนว่าไม่มี ขอให้สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวสารให้เกิดความชัดเจน เพื่อประชาชนจะได้ไม่ต้องวิตกกังวล ขณะนี้เราส่งออกน้ำมันจากประเทศไทยไปยัง 2 ประเทศเท่านั้น เพราะมีเหตุผลทางยุทธศาสตร์ เพราะอาจจะต้องแสวงหาความร่วมมือกับ 2 ประเทศนี้ในอนาคต เพราะเป็นประเทศที่ผลิตไฟฟ้า และก๊าซ ป้อนเข้ามาที่ประเทศไทย จึงเหมือนเป็นการส่งเชื้อเพลิงเข้าไปให้เขาได้ผลิตพลังงานต่างๆต้อนกลับเข้ามาสู่ที่ประเทศไทย เป็นการเพิ่มซัพพลาย และพลังงานเข้ามาสู่ประเทศไทยอีกด้านหนึ่งผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีจังหวัดใดที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันในระดับรุนแรงหรือไม่ และรัฐบาลมีแนวทางแก้ไขปัญหาเฉพาะพื้นที่อย่างไร โดยยกตัวอย่างกรณีจังหวัดสงขลาที่มีการระบุว่าผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันต้องปิดให้บริการ เนื่องจากไม่สามารถจัดหาน้ำมันมาเติมได้ด้าน มล.ปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีกจำกัด (มหาชน) หรือ OR ชี้แจงว่า จากข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ ยังไม่พบพื้นที่ใดของประเทศที่ขาดแคลนน้ำมันในระดับวิกฤต โดยระบุว่าโดยปกติระบบการจัดส่งน้ำมันยังคงดำเนินการได้ตามแผน แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้มีสาเหตุสำคัญมาจากการที่ประชาชนจำนวนมากแห่เติมน้ำมันมากกว่าปกติ ส่งผลให้น้ำมันในบางสถานีบริการหมดเร็วกว่าที่ควรจะเป็นทั้งนี้ ย้ำว่าแม้น้ำมันในบางปั๊มจะหมดชั่วคราว แต่สามารถรอรอบการขนส่งได้ เนื่องจากมีการเติมน้ำมันเข้าสถานีบริการทุกวัน ไม่ได้เป็นการขาดแคลนในเชิงระบบแต่อย่างใดสำหรับกรณีจังหวัดสงขลา ที่มีรายงานว่าผู้ประกอบการปั๊ม 4 แห่งต้องปิดให้บริการ และจะได้รับน้ำมันรอบใหม่ในวันที่ 1 เมษายนนั้น กรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. OR ระบุว่า จากประสบการณ์ในธุรกิจน้ำมัน เห็นว่าการรอรอบขนส่งไม่น่าจะใช้เวลานานถึงระดับดังกล่าว โดยคาดว่าโดยทั่วไปควรใช้เวลาเพียงวันถัดไปเท่านั้นขณะเดียวกัน มีการเสริมข้อมูลจากภาคปฏิบัติในพื้นที่ว่า ขณะนี้ได้มีการเพิ่มเที่ยวเรือขนส่งน้ำมันลงสู่ภาคใต้ โดยมีการจัดส่งทุกวัน เพื่อเสริมปริมาณน้ำมันในระบบ และลดผลกระทบจากความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น โดยย้ำว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพียงช่วงรอยต่อของระบบขนส่ง ไม่ใช่การขาดแคลนในระยะยาวส่วนสถานการณ์จะสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เมื่อไหร่ รัฐบาลชี้แจงว่า สถานการณ์ที่ไม่ปกติในขณะนี้มีสาเหตุหลักมาจากการกักตุนของประชาชน ซึ่งทำให้ความต้องการใช้น้ำมันสูงกว่าระดับปกติโดยเป้าหมายของการแก้ไขปัญหาในระยะนี้ คือการทำให้สถานการณ์กลับไปสู่ระดับปกติก่อนวันที่ 1 มีนาคม ด้วยการทำให้การ ใช้น้ำมันกลับไปอยู่ที่ระดับ 67 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1–2 สัปดาห์ โดยมาตรการสำคัญคือการนำน้ำมันสำรองที่มีอยู่เข้าสู่ระบบเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในตลาด ให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน และลดปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในบางสถานีบริการ รวมถึงลดความตื่นตระหนกของประชาชนผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีที่กรมธุรกิจพลังงานรายงานว่า ในช่วงวันที่ 15–17 มีนาคม พบสถานีบริการน้ำมันปิดให้บริการชั่วคราวถึง 241 แห่ง จากปัญหาน้ำมันหมด โดยตั้งคำถามถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงสถานการณ์ล่าสุดในวันที่ 18–19 มีนาคม ว่ามีแนวโน้มดีขึ้นหรือไม่รัฐบาลชี้แจงว่า สถานการณ์ปั๊มน้ำมันที่ปิดให้บริการ จำเป็นต้องแยกออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ปั๊มน้ำมันที่มีบริษัทแม่หรือแบรนด์ใหญ่ ดูแล เช่น ปตท., เชลล์, บางจาก, Caltex, PT , Suscoกับปั๊มน้ำมันอิสระที่ไม่มีบริษัทแม่กำกับดูแลและดำเนินธุรกิจด้วยตนเองโดยระบุว่า ปั๊มในกลุ่มที่ไม่มีบริษัทแม่ เมื่อเกิดสถานการณ์ตึงตัวด้านอุปทาน จะมีความเปราะบางมากกว่า เนื่องจากต้องพึ่งพาการซื้อน้ำมันผ่าน “จ๊อบเบอร์” หรือผู้ค้าคนกลาง ซึ่งในภาวะปกติอาจได้ราคาที่ถูกกว่า แต่เมื่อเกิดวิกฤต การจัดหาน้ำมันจะทำได้ยากกว่า และไม่มีหน่วยงานกลางช่วยบริหารจัดการโดยตรงทั้งนี้ หากมีการปล่อยน้ำมันจากโรงกลั่นหรือผู้ค้ารายใหญ่ไปยังจ๊อบเบอร์มากขึ้น ก็จะช่วยให้ปั๊มอิสระสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติในส่วนของแนวทางแก้ไข รัฐบาลเปิดเผยว่า ได้ขอความร่วมมือจากผู้ค้าน้ำมันให้เร่ง “อัดสต็อก” น้ำมันสำเร็จรูปเข้าสู่ระบบ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีปัญหาปั๊มปิด เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในสถานีบริการให้กลับมาเพียงพอโดยเร็วโดยมาตรการดังกล่าวจะดำเนินการอย่างเข้มข้นในช่วง 1 สัปดาห์แรก เพื่อให้สถานีบริการที่ปิดไปสามารถกลับมาเปิดได้ และทำให้ระบบขนส่งน้ำมันกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เนื่องจากในปัจจุบันระบบโลจิสติกส์บางส่วนเกิดการส่งไม่ทันต่อความต้องการรัฐบาลย้ำว่า ปริมาณน้ำมันในระบบยังคงเพียงพอ และประเทศไทยยังมีน้ำมันสำรองในระดับสูง รวมถึงศักยภาพในการนำเข้าน้ำมันดิบจากหลายแหล่งทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย บราซิล อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย เวียดนาม บรูไน และลิเบีย โดยในช่วงวันที่ 1–18 มีนาคม มีการนำเข้าน้ำมันดิบรวมกว่า 3,300 ล้านลิตร ซึ่งเพียงพอต่อการกลั่นและใช้งานในประเทศส่วนสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขณะนี้ รัฐบาล ระบุว่า ยังมีเงินอยู่ 20,000 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการช่วยอุดหนุนราคาน้ำมันให้อยู่ที่ระดับ 33 บาท ตามนโยบายของรัฐบาลจนถึงการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เนื่องจากการจ่ายเงินอุดหนุนของกองทุนไม่ได้จ่ายทุกวันแต่จะจ่ายเป็นรอบเดือน เพราะฉะนั้นรอบของเดือนนี้จริงๆแล้วต้องไปจ่ายเดือนหน้า และยอดของเดือนมีนาที่ต้องจ่ายออกเป็นแค่หลัก 100 ล่านบาทเท่านั้น อย่างไรก็ตามจะเริ่มเห็นสัญญาณในกลางเดือนหน้า ซึ่งถึงตอนนั้นก็ยืนยันว่าจะไม่มีปัญหา และเมื่อถึงกลางเดือนหน้าเมื่อมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่แล้ว ก็ได้มีการเตรียมมาตรการรองรับไว้ พร้อมกับย้ำว่าจะไม่มีปัญหาในเรื่องของการอุดหนุนราคาน้ำมันอย่างแน่นอนนายกฯ พยักหน้ารับ 2 ที ตั้งรบ.-ครม. เร็วแน่ ยันไม่มีปัญหาสส.ภท. - กลุ่มเทคโนแครต ลั่นเป็นโควตาหัวหน้าพรรค เสียลสละมาช่วยชาติ บอกใครมีปัญหาให้มาที่หัวหน้าพรรค นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พยักหน้ารับ 2 ครั้ง แต่ไม่ตอบคำถาม หลังผู้สื่อข่าวถามถึงการตั้งรัฐบาลจะเร็วหรือไม่หลังจากได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วส่วนการเคาะรายชื่อคณะรัฐมนตรีใกล้แล้วเสร็จแล้วหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี พยักหน้ารับ 2 ครั้งแต่ไม่ได้ตอบคำถามเมื่อถามถึงปัญหาภายในพรรคภูมิใจไทย เหมือนกลุ่มเทคโนแครต ที่แก้ปัญหาตะวันออกกลาง โดนสส. ภายในพรรคภูมิใจไทยลอยแพ นายอนุทิน ย้อนถามสื่อว่า แปลว่าอะไรผู้สื่อข่าวอธิบายต่อว่า เหมือนสส.ภท. มีปัญหากับกลุ่มเทคโนแครต จึงไม่มีสส. ออกมาปกป้อง นายอนุทิน ย้อนถามอีกรอบ ว่าคำว่าเทคโนแครต คืออะไร สื่อไปเอาข่าวมาจากไหน เทคโนแครตถูกลอยแพแปลว่าอะไร วันนี้เขานั่งประชุมกับตนตลอดช่วงบ่ายผู้สื่อข่าวถามต่อว่าเหมือนกลุ่มสส. ไม่ปกป้องรัฐมนตรีคนนอก นายอนุทิน กล่าวว่า เทคโนแครต เป็นโควตาหัวหน้าพรรค เป็นคนที่หัวหน้าพรรคไปเชิญมาทำงานให้กับพี่น้องประชาชน หลายท่านยอมเสียรายได้มหาศาลที่เคยได้รับอยู่ หลายท่านยอมทิ้งอนาคตทางราชการ แล้วมาทำงานให้กับประเทศชาติ กับพี่น้องประชาชน ฉะนั้นคนที่รับผิดชอบเทคโนแครตเหล่านี้ คือหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นไม่มีความกังวล ถ้าสส. มีความสงสัยอย่างไร ได้มีการตกลงกันภายในพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า ให้มาที่หัวหน้าพรรค ไม่ต้องไปมีความวิตกกังวลอะไร ท่านทั้งหลายเหล่านี้ และวันนี้ ท่านเหล่านี้ สมัยนี้ ไม่ใช่เทคโนแครตแล้ว ซึ่งทุกท่านได้ใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ และทุกท่านได้ปฏิบัติตามครรลอง เป็นสมาชิก เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ทุกวันนี้ทุกคนสามารถทำงานได้ ด้วยอิสระอย่างเต็มที่อย่าไปกังวลเรื่องนั้นเลยเสียใจเหตุแรงงานไทยในอิสราเอลเสียชีวิตจากเหตุสู้รบ ย้ำ รัฐบาลไทยพร้อมอำนวยความสะดวก หากประชาชนประสงค์ขอกลับไทย วอน แรงงานไทย ปฏิบัติตามคำแนะนำของประเทศต้นทางกรณีแรงงานไทยในอิสราเอลเสียชีวิตจากเหตุสู้รบในตะวันออกกลาง ว่า ในเรื่องของการช่วยเหลือ กระทรวงแรงงานมีมาตรการช่วยเหลืออยู่แล้ว ซึ่งปกติแล้วทางรัฐบาลอิสราเอลก็จะให้การดูแลผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้เต็มที่ ส่วนตัวอยากให้ผู้ใช้แรงงานได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของประเทศ และทำตามคำแนะนำของทางการประเทศนั้นๆ เพราะผู้เสียชีวิตรายนี้ เท่าที่ทราบข้อมูลในเบื้องต้นไม่ได้อยู่ในหลุมหลบภัย และในขณะที่เกิดเหตุอาจจะกลับมาเอาของ หรือออกมาทำธุระในที่พักของตัวเอง ซึ่งอาจเป็นจังหวะที่เกิดเหตุพอดี ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียใจขณะเดียวกัน ได้รับรายงานว่ารายงานในอิสราเอลที่ทำตามคำแนะนำ ทุกคนก็ยังมีความปลอดภัยอยู่ ขณะที่รัฐบาลไทยก็มีความพร้อม หากแรงงานมีความประสงค์เดินทางกลับประเทศ ก็จะดำเนินการอย่างเต็มที่ ให้สามารถเดินทางกลับมาประเทศไทยเป็นการชั่วคราวเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ตั้งแต่เกิดสงครามในตะวันออกกลางแรงงานไทยในอิสราเอลติดต่อกลับมาบ้างหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีทั้งอยากกลับ แต่ไม่มีใครอยากอยู่หรอก เพราะด้วยเรื่องของโอกาส และการที่ต้องหารายได้ แต่จำนวนผู้ที่แสดงความจำนงมีน้อยกว่าผู้ที่จะอยู่ต่อ ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลก็ดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยทราบว่าในบางพื้นที่ของอิสราเอลที่อยู่ห่างไกลจากสู้รบก็ยังใช้ชีวิตและทำงานเป็นปกติอยู่ ทางนายจ้างก็มีแนวทางในการปฏิบัติตัว ต้องไปหลบภัยหากเกิดเหตุ รวมทั้งมีการซักซ้อมจัดการอย่างเป็นระบบ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

WATCH LATEST VIDEOS
FEATURED
“พริษฐ์” แถลงชงร่างกฎหมาย-ญัตติชุดแรก แก้ปัญหา ปชช. - หวัง ปธ.สภาฯ เร่งบรรจุญัตติแก้ปัญหาพลังงาน
Politics2026 Mar 20 :: 10:34

“พริษฐ์” แถลงชงร่างกฎหมาย-ญัตติชุดแรก แก้ปัญหา ปชช. - หวัง ปธ.สภาฯ เร่งบรรจุญัตติแก้ปัญหาพลังงาน

“พริษฐ์” แถลงชงร่างกฎหมาย-ญัตติชุดแรก แก้ปัญหา ปชช. - หวัง ปธ.สภาฯ เร่งบรรจุญัตติแก้ปัญหาพลังงานให้ สส.อภิปราย 25 มี.ค.นี้พริษฐ์ วัชรสินธุ เปิดเผยแนวทางประสานงานฝ่ายค้าน โดยมีการพูดคุยไม่เป็นทางการกับ พรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคกล้าธรรม เพื่อร่วมผลักดันญัตติแก้ปัญหาพลังงาน เตรียมนัดหารือร่วมฝ่ายค้านในวันที่ 25 มีนาคม เพื่อกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกัน ด้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มุ่งเดินหน้าแก้มาตรา 256 เพื่อเปิดทางจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยังรอความเห็นจากคณะรัฐมนตรีต่อร่างแก้ไขที่ค้างอยู่ใน รัฐสภาไทย ย้ำจุดยืนให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญมีประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด และไม่ถูกผูกขาดโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งพริษฐ์ วัชรสินธุ พร้อม สส. พรรคประชาชน ยื่นญัตติ 9 ชุด และร่างกฎหมาย 9 ชุดต่อสภา เพื่อเริ่มบทบาทฝ่ายค้าน ญัตติด่วนเน้นวิกฤตพลังงาน ตะวันออกกลาง ราคาพืชผลเกษตร เยียวยาภัยพิบัติ และตรวจสอบโครงการก่อสร้างรัฐ ญัตติทั่วไปครอบคลุมปฏิรูประบบราชการ กระจายอำนาจ Net Zero ทักษะคนไทย และปฏิรูปภาษี ร่างกฎหมายมุ่งเศรษฐกิจเป็นธรรม ปราบทุจริต พลังงานเสรี สิ่งแวดล้อม การศึกษา สิทธิเสรีภาพ และปฏิรูปการเมือง นายพริษฐ์ ย้ำให้สภาบรรจุญัตติเร่งด่วน และขอให้รัฐบาลร่วมชี้แจงในการประชุม พร้อมผลักดันให้สภามีเวลาพิจารณากฎหมายของประชาชนมากขึ้น‘คำพอง’ อดีตสส.สัมโพสต์ถึงใคร? ‘บักยอดชั่ว’ ยันซื้องูเห่าเกิดขึ้นจริงนายคำพอง เทพาคำ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ( ปชน.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า “เป็น สส.สองสมัย ข้าฯถูกติดต่อเสนอซื้องูเห่า กี่ครั้ง ? ครั้งแรก 3 ล้าน ครั้งที่สอง 30 ล้าน เงินรายเดือนๆ ละ2แสนพร้อมตำแหน่งขุนพลอีสาน (มาติดต่อถึงบ้านที่อุบลฯ) ครั้งที่สาม 20 ล้าน ครั้งที่สี่ 40 ล้าน ครั้งที่ห้า 30 ล้าน(ให้ไปรับเงินที่ราบ 11 มีรถตู้มารับไป) นี่ก่อนโหวตประธานสภา และโหวต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ครั้งที่หก 80 ล้านพร้อมรถหรูป้ายแดง 1 คัน ( หลังยุบพรรคอนาคตใหม่ ) ครั้งที่เจ็ด 15 กิโล ( หลังยุบพรรคก้าวไกล ) ทุกครั้งติดต่อผ่านคนรู้จักเช่นเพื่อน ที่ทำงานเก่า มีต่อตรงคือครั้งที่สอง หกและเจ็ด มันเกิดขึ้นจริง แบบบักยอดชั่ว”

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อภิสิทธิ์” อภิปรายกลางสภา ครั้งแรกในรอย 12 ปี ย้ำการเมืองสุจริต ค้าน “อนุทิน” ขึ้นนั่งนายกฯ เหตุมีคดีถูกกล่าวหา พันปม “ฮั้ว สว.”
Politics2026 Mar 19 :: 07:40

“อภิสิทธิ์” อภิปรายกลางสภา ครั้งแรกในรอย 12 ปี ย้ำการเมืองสุจริต ค้าน “อนุทิน” ขึ้นนั่งนายกฯ เหตุมีคดีถูกกล่าวหา พันปม “ฮั้ว สว.”

“อภิสิทธิ์” อภิปรายกลางสภา ครั้งแรกในรอย 12 ปี ย้ำการเมืองสุจริต ค้าน “อนุทิน” ขึ้นนั่งนายกฯ เหตุมีคดีถูกกล่าวหา พันปม “ฮั้ว สว.” พ่วง ไม่โหวตหนุน“ณัฐพงษ์” ถูก ป.ป.ช. ชี้มูล คดีแก้ไข ม.112นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอภิปรายในที่ประชุมสภาฯ ถึงเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถให้ความเห็นชอบกับการเสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ว่า ตามหลักการประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้อ 16 ที่ระบุให้สมาชิกต้องพิจารณาและให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งโดยคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลนั้นๆ ประกอบกับรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้นายกรัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งสำคัญกว่าคุณสมบัติทางกฎหมาย ที่จริงกรณีของนายกฯ อนุทิน ตนก็เสียดายว่าช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่ได้มีโอกาสได้ฟังวิสัยทัศน์จากท่านเลย ได้ฟังนายณัฐพงษ์มากพอสมควร และก็วันนั้นค่อนข้างจะเคลิ้มประเด็นหลักที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถสนับสนุนนายอนุทินได้ เพราะมีคดีที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา(ฮั้ว สว.) ซึ่งมีผลร้ายแรงถึงขั้นทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หาก สว.ขาดความเป็นกลางทางการเมืองและตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของพรรคการเมือง จะส่งผลให้องค์กรอิสระขาดความเป็นกลางและไม่สามารถตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารได้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ปัจจุบันตกอยู่ในสถานะของผู้ถูกกล่าวหาในการดำเนินการของสองหน่วยงานหลักคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของ กกต.ที่ตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนชุดที่ 26 และได้มีความเห็นว่า นายอนุทินและผู้ถูกกล่าวหาอื่นๆ ได้ดำเนินการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา แต่สิ่งที่สร้างความคลางแคลงใจคือการที่ กกต. ได้ตั้งอนุกรรมการชุดที่ 36 ขึ้นมาใหม่เพื่อพิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะ การตั้งอนุกรรมการชุดที่ 36 ได้ถูกฟ้องร้องต่อศาลอาญาทุจริตแล้ว และแม้จะมีข่าวว่า อนุกรรมการชุดที่ 36 อาจจะยกเรื่องนี้ แต่อำนาจสุดท้ายยังคงอยู่ที่ กกต. ส่วนคดีของ ดีเอสไอ อัยการได้ส่งสำนวนคืนกลับมายัง ดีเอสไอ เมื่อต้นปี เพราะเห็นว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผู้คนประมาณ 1,200 คน วงเงิน 300 ล้านบาท ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับอั้งยี่และการฟอกเงิน อัยการเห็นว่า ต้องมีการสอบสวนให้ครอบคลุมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่สามารถแบ่งแยกดำเนินคดีเฉพาะบุคคลหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ การที่บุคคลซึ่งมีคดีค้างเช่นนี้มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะเป็นการบั่นทอนความศรัทธาของพี่น้องประชาชน กระทบความเชื่อมั่นต่อการบริหารราชการแผ่นดิน และทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงความสามารถในการหาบุคคลที่เหมาะสมกว่า”ทั้งนี้ ด้วยหลักเกณฑ์ และมาตรฐานเดียวกันนี้ พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่สามารถสนับสนุนนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้เช่นกัน เมื่อนายณัฐพงษ์ได้ตกเป็นผู้ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลเรื่องแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งเรื่องได้ถูกส่งเข้าสู่ศาลฎีกา และอาจทำให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันถึงมติพรรคถึงการงดออกเสียงในกรณีนี้ ไม่ใช่เรื่องของการรอร่วมรัฐบาล แต่พรรคประชาธิปัตย์มีความตั้งใจที่จะทำงานในฐานะฝ่ายค้าน และเป็นที่น่าเสียดายที่สองพรรคการเมืองที่เสนอชื่อบุคคลดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันนี้ มีแคนดิเดตนายกฯ ที่ไม่มีปัญหาเหล่านี้ในตัวนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคภูมิใจไทยและนายวีรยุทธ มะลิทอง แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคประชาชน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จำเป็นต้องงดออกเสียงในครั้งนี้” นายอภิสิทธิ์กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ชัชวาล-ทสท.”  ย้ำจุดยืนบทบาทในสภา  ลั่น ขอทำหน้าที่ตรวจสอบงาน ยกเหตุผล พรรคร่วมรัฐบาล มีเสียงมากพอมีเสถียรภาพแล้ว
Politics2026 Mar 19 :: 04:15

“ชัชวาล-ทสท.” ย้ำจุดยืนบทบาทในสภา ลั่น ขอทำหน้าที่ตรวจสอบงาน ยกเหตุผล พรรคร่วมรัฐบาล มีเสียงมากพอมีเสถียรภาพแล้ว

“ชัชวาล-ทสท.” ย้ำจุดยืนบทบาทในสภา ลั่น ขอทำหน้าที่ตรวจสอบงาน ยกเหตุผล พรรคร่วมรัฐบาล มีเสียงมากพอมีเสถียรภาพแล้ว พ่วงให้กำลังใจ ”นายกฯ - รัฐบาล” เร่งแก้ปัญหาให้ประชาชน ฝ่าวิกฤตเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชเลือกสส.เข้าสภา 2 ที่นั่ง รวมถึงตนด้วย แต่เนื่องจากสถานการณ์การเมืองยังคลุมเครือหลายด้าน ทั้งเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ เรื่องบัตรเลือกตั้งที่ยังคงอยู่ในกระบวนการ ทำให้ความเห็นของบุคลากรในพรรคหลายๆคน มีความเห็นที่แตกต่างว่า ต้องเข้าไปร่วมรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย กับมุมที่ว่า ควรเป็นฝ่ายตรวจสอบในเวลานี้ เพราะจะทำให้พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์มากกว่า อย่างไรก็ตาม เสียงส่วนใหญ่ในกรรมการบริหารพรรคเห็นว่าควรให้อำนาจกับรักษาการหัวหน้าพรรค ดำเนินการขับเคลื่อนทิศทางของพรรคเพื่อร่วมจัดตั้งรัฐบาล“แต่ผมเห็นว่า ในเวลานี้ พรรคร่วมรัฐบาลมีเสียงสนับสนุนที่มีเสถียรภาพมั่นคงแล้ว ในขณะที่งานในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรต้องการผู้ตรวจสอบที่มีคุณภาพ พรรคจึงควรเดินหน้าในฐานะฝ่ายค้านไปก่อน ผมจึงจำเป็นต้องหาทางออกที่ดีสุดในเรื่องนี้ และขอให้สมาชิกพรรคและพี่น้องประชาชนเข้าใจในแนวทางการทำงานและการตัดสินใจของผม ทั้งนี้ ได้แจ้งถึงแนวความคิดนี้ให้พรรคได้ทราบแล้ว และเข้าใจในมุมมองของพรรคด้วยเช่นกัน โอกาสนี้ผมขอส่งกำลังใจให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลให้สามารถฝ่าวิกฤติและปัญหาในขณะนี้ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ได้ และ ผมจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในแนวทางที่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อทุกฝ่าย สำคัญที่สุดคือ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ให้ความไว้วางใจกับผม” นายชัชวาล กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

กรมธุรกิจพลังงาน เผยไทยมี 6 โรงกลั่นกระจายน้ำมันดีเซล-เบนซิน เพียงพอต่อวัน
Politics2026 Mar 17 :: 06:44

กรมธุรกิจพลังงาน เผยไทยมี 6 โรงกลั่นกระจายน้ำมันดีเซล-เบนซิน เพียงพอต่อวัน

กรมธุรกิจพลังงาน เผยไทยมี 6 โรงกลั่นกระจายน้ำมันดีเซล-เบนซิน เพียงพอต่อวัน ขณะที่ “ปาณิดล” ย้ำ ไทยเร่งประสานอิหร่าน ส่งทัพเรือช่วย 3 ลูกเรือ "มยุรีนารี"ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล ดร.สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ชี้แจงและขอโทษประชาชนต่อความโกลาหลหน้าปั๊มน้ำมัน ยืนยันว่าประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนน้ำมัน โดยมีกำลังการกลั่นรวม 175 ล้านลิตรต่อวัน และมีน้ำมันสำรองเพียงพอมากกว่า 100 วัน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการกระจายและโลจิสติกส์ หลังการส่งน้ำมันให้ภาคอุตสาหกรรมสะดุด ทำให้รถขนส่งและผู้ประกอบการหันมาเติมน้ำมันที่ปั๊มทั่วไป ประกอบกับประชาชนตื่นตระหนกแห่เติมจนการใช้เพิ่มสูงผิดปกติ ส่งผลให้น้ำมันบางพื้นที่หมดชั่วคราว โดยรัฐบาลได้เร่งแก้ไขทั้งเพิ่มกำลังการกลั่น ขยายเวลาขนส่ง ประสานหน่วยงานเกี่ยวข้อง และตรวจสอบการกักตุน พร้อมย้ำขอความร่วมมือประชาชนอย่ากักตุนและใช้น้ำมันตามปกติ เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติเร็วที่สุด“ปาณิดล” ย้ำ ไทยเร่งประสานอิหร่าน ส่งทัพเรือช่วย 3 ลูกเรือ "มยุรีนารี"ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน แถลงว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังทวีความรุนแรง มีการโจมตีทางอากาศในหลายประเทศและส่งผลให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซติดขัด กระทบต่อราคาพลังงานและเศรษฐกิจโลก พร้อมแนะนำให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงเร่งเดินทางออก โดยรัฐบาลไทยได้ช่วยเหลืออพยพคนไทยแล้วกว่า 1,100 คน และยังเตรียมอพยพเพิ่มเติม ขณะเดียวกันไทยผลักดันความร่วมมืออาเซียนรับมือผลกระทบด้านพลังงาน เศรษฐกิจ และห่วงโซ่อุปทาน พร้อมย้ำจุดยืนสนับสนุนการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี และเดินหน้าเจรจาระหว่างประเทศเพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยและเรือไทยสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“เลขาฯครม.” ยันตอนนี้ยังไม่มีการส่งชื่อ รมต.เหตุสภายังไม่ได้โหวตนายกฯ ย้ำขั้นตอนตรวจคุณสมบัติตามเดิม
Politics2026 Mar 17 :: 04:58

“เลขาฯครม.” ยันตอนนี้ยังไม่มีการส่งชื่อ รมต.เหตุสภายังไม่ได้โหวตนายกฯ ย้ำขั้นตอนตรวจคุณสมบัติตามเดิม

“เลขาฯครม.” ยันตอนนี้ยังไม่มีการส่งชื่อ รมต.เหตุสภายังไม่ได้โหวตนายกฯ ย้ำขั้นตอนตรวจคุณสมบัติตามเดิม เผยแม้มีเรื่องอยู่ในชั้น ป.ป.ช.ไม่ได้หมายความว่า เป็นไม่ได้ กันถูกกลั่นแกล้งวันที่ 17 มี.ค. 2569 นางณัฐฎ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ในรัฐนายอนุทิน 2 ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการส่งชื่อทั้งสิ้น เพราะขณะนี้ยังไม่มีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งขั้นตอนการตรวจสอบนั้นยังคงเหมือนเดิมเมื่อถามว่า หากมีชื่อถูกร้องเรียนอยู่ในองค์กรอิสระ จะเป็นรัฐมนตรีได้หรือไม่ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นางณัฐฎ์จารี กล่าวว่า ต้องดูทั้งหมด เมื่อถามย้ำว่า หากอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบขององค์กรอิสระ เป็นรัฐมนตรีได้หรือไม่ เลขาธิการ ครม.กล่าวว่า เรื่องนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาเคยให้ความเห็นว่า เขายังไม่ได้ถูกตัดสินว่า มีความผิด ซึ่งบางครั้งอาจจะเกิดจากการร้องเรียน เพื่อกลั่นแกล้งกัน เพราะฉะนั้นต้องดูให้รอบคอบ ไม่ใช่ว่า มีเรื่องร้องเรียนไปที่ ป.ป.ช. แล้วเป็นไม่ได้เลย มันก็ไม่ใช่

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

บสย. ขานรับนโยบายรัฐบาล เร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการ พักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด 3 เดือน ช่วย SMEs ธุรกิจท่องเที่ยว
Society2026 Mar 17 :: 02:33

บสย. ขานรับนโยบายรัฐบาล เร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการ พักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด 3 เดือน ช่วย SMEs ธุรกิจท่องเที่ยว

บสย. ขานรับนโยบายรัฐบาล เร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการ พักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด 3 เดือน ช่วย SMEs ธุรกิจท่องเที่ยว นำเข้า-ส่งออก รับมือสถานการณ์ “ตะวันออกกลาง”วันที่ 17 มี.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน ซึ่งทำให้ต้นทุนการผลิต ตลอดจนต้นทุนการขนส่งและระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความท้าทายให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ลูกค้าและลูกหนี้ บสย. กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจนำเข้า-ส่งออกที่เกี่ยวเนื่อง ให้สามารถประคับประคองธุรกิจต่อไปได้ ดังนี้1. มาตรการช่วยลูกค้า บสย. พักชำระค่าธรรมเนียมและค่าจัดการค้ำประกัน 3 เดือน สำหรับ SMEs ลูกค้า บสย. ที่จะครบกำหนดชำระ ระหว่างวันที่ 15 มีนาคม – 14 เมษายน 25692. มาตรการช่วยลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม สามารถขอรับสิทธิ์พักชำระค่างวด 3 เดือน (ทั้งส่วนของเงินต้นและดอกเบี้ย) สำหรับลูกหนี้ บสย. ที่อยู่ในระหว่างผ่อนชำระตามแผนปรับโครงสร้างหนี้ และไม่ผิดนัดชำระหนี้ โดยลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – 14 เมษายน 25693. มาตรการเสริมสภาพคล่อง โครงการค้ำประกันสินเชื่อ “บสย. Quick Big Win” มุ่งลดภาระทางการเงินให้ SMEs ที่ได้รับผลกระทบ ด้วยจุดเด่น ฟรี! ค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก ค่าธรรมเนียมต่ำ เริ่มต้นเพียง 1% ต่อปี ในปีที่ 4-7 โดยคิดค่าธรรมเนียมตามระดับความเสี่ยง (RBP) มุ่งชดเชย NPL ในอัตราสูง (Max Claim) เพื่อกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อให้ SMEs ตอบโจทย์ทั้งลูกค้า บสย. และกลุ่มผู้ประกอบการใหม่ที่ยังไม่เคยใช้บริการค้ำประกันสินเชื่อกับ บสย. ที่ต้องการขอสินเชื่อเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ เปิดรับคำขอค้ำประกันตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 ธันวาคม 2569สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ลูกค้าและลูกหนี้ บสย. กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจนำเข้า-ส่งออกที่เกี่ยวเนื่อง ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สามารถสอบถามข้อมูลและรายละเอียดการเข้าร่วมมาตรการ ได้ที่สำนักงานเขตในพื้นที่ หรือช่องทาง LINE OA TCG First: @tcgfirst และ บสย. Call Center โทร. 02-890-9999

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ประชาธิปัตย์” รวมพลัง 21 สส. ร่วมถ่ายภาพหมู่หน้าพระแม่ธรณีฯ ก่อนเข้าพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ปี 69
Politics2026 Mar 14 :: 09:07

“ประชาธิปัตย์” รวมพลัง 21 สส. ร่วมถ่ายภาพหมู่หน้าพระแม่ธรณีฯ ก่อนเข้าพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ปี 69

“ประชาธิปัตย์” รวมพลัง 21 สส. ร่วมถ่ายภาพหมู่หน้าพระแม่ธรณีฯ ก่อนเข้าพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ปี 69วันที่14 มี.ค. 2569 ที่ลานพระแม่ธรณีบีบมวยผมพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค และ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค นำ21 สส.ของพรรคร่วมกันสักการะพระแม่ธรณีฯ สิ่งศักดิ์สิทธิ์และสัญลักษณ์ ประจำพรรคพร้อมถ่ายภาพหมู่ร่วมกันเพื่อแสดงความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทนประชาชน ก่อนจะร่วมเดินทางไปอาคารรัฐสภา เกียกกาย เพื่อร่วมงานรัฐพิธีและเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา สมัยสามัญประจำปีครั้งแรก ณ ห้องประชุมอาคารรัฐสภา เขตดุสิต เริ่มสมัยประชุมสภาประจำปี 2569

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ไทยเฮ! รมว.พลังงาน เจรจาผู้ผลิต LNG รายใหญ่ของโลกจากสหรัฐ เพิ่มปริมาณนำเข้า LNG เป็น 1.3 ล้านตันต่อปี
Society2026 Mar 14 :: 08:04

ไทยเฮ! รมว.พลังงาน เจรจาผู้ผลิต LNG รายใหญ่ของโลกจากสหรัฐ เพิ่มปริมาณนำเข้า LNG เป็น 1.3 ล้านตันต่อปี

ไทยเฮ! รมว.พลังงาน เจรจาผู้ผลิต LNG รายใหญ่ของโลกจากสหรัฐ เพิ่มปริมาณนำเข้า LNG เป็น 1.3 ล้านตันต่อปี หวังรับมือวิกฤตตะวันออกกลางเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2569 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นำทีมผู้บริหารกระทรวงพลังงาน และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมหารือกับนาย Anatol Feygin, Chief Commercial Officer บริษัท Cheniere Energy Inc.ผู้ผลิต LNG รายใหญ่ของโลกจากสหรัฐอเมริกา เพื่อเพิ่มปริมาณ LNG ที่จะส่งมอบในสัญญาเดิมมายังประเทศไทย จากปีละ 1 ล้านตัน เป็น 1.3 ล้านตัน เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานตลอดอายุสัญญาที่เหลืออยู่อีก 15 ปี (ถึงปี พ.ศ.2584)อีกทั้งได้หารือเพื่อปรับเปลี่ยนกำหนดเที่ยวเรือที่จะส่งมอบ LNG บางส่วนให้เร็วขึ้น จากไตรมาสที่ 3/2569 เป็นไตรมาสที่ 2/2569 เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หากการสู้รบยังคงยืดเยื้อต่อไป ทั้งนี้ บริษัท Cheniere รับที่จะเร่งดำเนินการให้อย่างดีที่สุด”ตั้งแต่เกิดวิกฤตด้านพลังงาน รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการในหลายๆ ด้าน คู่ขนานกันมาโดยตลอด อาทิ การระงับส่งออกน้ำมัน การเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมัน การเจรจาจัดหาน้ำมันและก๊าซจากภูมิภาคอื่นนอกจากตะวันออกกลางมาทดแทน การส่งเสริมการใช้น้ำมันชีวภาพมากขึ้น การใช้กองทุนน้ำมันมาบรรเทาผลกระทบด้านราคา และการรณรงค์เรื่องการประหยัดพลังงาน จึงขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจได้ว่าเราจะสามารถผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันได้อย่างแน่นอน“ นายอรรถพล กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ทร.แจ้งเตือนแนะเรือไทยเพิ่มความระมัดระวัง “ทุ่นระเบิด” ในอ่าวเปอร์เซีย–อ่าวโอมาน และช่องแคบฮอร์มุซ
Society2026 Mar 14 :: 06:53

ทร.แจ้งเตือนแนะเรือไทยเพิ่มความระมัดระวัง “ทุ่นระเบิด” ในอ่าวเปอร์เซีย–อ่าวโอมาน และช่องแคบฮอร์มุซ

ทร.แจ้งเตือนแนะเรือไทยเพิ่มความระมัดระวัง “ทุ่นระเบิด” ในอ่าวเปอร์เซีย–อ่าวโอมาน และช่องแคบฮอร์มุซพลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือ โดยศูนย์ควบคุมการจราจรทางทะเล ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ (ศคจร.ศปก.ทร.) ได้ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์ความมั่นคงทางทะเลเพิ่มเติม ลงวันที่ 13 มีนาคม 2569 เพื่อแจ้งเตือนผู้ประกอบการเดินเรือและเรือพาณิชย์ไทย ให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือในพื้นที่ อ่าวเปอร์เซีย อ่าวโอมาน และช่องแคบฮอร์มุซ ภายหลังสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากการประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงทางทะเล พบว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีการใช้ทุ่นระเบิดทางทะเล (Sea Mines) ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อการเดินเรือพาณิชย์และเส้นทางคมนาคมทางทะเลที่สำคัญของโลกศูนย์ควบคุมการจราจรและควบคุมเรือทางทะเล จึงได้ออกคำแนะนำเพิ่มเติมแก่เรือไทยและผู้ประกอบการเดินเรือ โดยมีสาระสำคัญ ได้แก่1. หลีกเลี่ยงการเดินเรือเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงสูง (High Risk Area) หากไม่มีความจำเป็น2. ขอให้บริษัทเจ้าของเรือ ประเมินความเสี่ยงและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยตาม ISPS Code และแนวปฏิบัติ Best Management Practices (BMP)3. ขอให้ติดตามสถานการณ์และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางทะเลอย่างใกล้ชิด4. ขอให้เรือดำรงการติดต่อสื่อสารทางวิทยุ Maritime Band ช่อง 16 และพร้อมตอบสนองต่อการติดต่อจากหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลในพื้นที่5. และหากตรวจพบวัตถุต้องสงสัยหรือเหตุผิดปกติ ให้แจ้งให้ศคจร.ฯ, UKMTO และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันทีนอกจากนี้ กองทัพเรือยังได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับ แนวทางปฏิบัติเมื่อเผชิญภัยจากทุ่นระเบิดทางทะเล เพื่อให้กำลังพลประจำเรือสามารถลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านพื้นที่ดังกล่าวกองทัพเรือขอให้ผู้ประกอบการเดินเรือและเรือพาณิชย์ไทย ติดตามประกาศแจ้งเตือนและข้อมูลข่าวสารด้านความปลอดภัยทางทะเลอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของลูกเรือและเรือไทย โดยกองทัพเรือจะยังคง ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และพร้อมแจ้งเตือนข้อมูลที่จำเป็นในทันที

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ต้องรับผิดชอบ! “ศุภชัย” ชี้ หัวหน้าพรรคปชน.ยอมรับต่อกรณีข้อมูลสมาชิกของพรรคถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
Politics2026 Mar 14 :: 06:45

ต้องรับผิดชอบ! “ศุภชัย” ชี้ หัวหน้าพรรคปชน.ยอมรับต่อกรณีข้อมูลสมาชิกของพรรคถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต

ต้องรับผิดชอบ! “ศุภชัย” ชี้ หัวหน้าพรรคปชน.ยอมรับต่อกรณีข้อมูลสมาชิกของพรรคถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นเรื่องที่สังคมไม่อาจมองข้ามได้.14 มีนาคม 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า กรณีข้อมูลสมาชิกของพรรคถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นเรื่องที่สังคมไม่อาจมองข้ามได้ เมื่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ออกมายอมรับว่าระบบมีช่องโหว่ และข้อมูลสมาชิกอาจถูกเข้าถึงโดยบุคคลภายนอก ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงคำขอโทษ หรือคำแนะนำให้ไปทำบัตรใหม่ แต่คือความรับผิดชอบต่อข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนนายศุภชัย กล่าวอีกว่า ภายใต้ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 (PDPA) องค์กรที่เก็บข้อมูลของประชาชนมีหน้าที่ต้องปกป้องข้อมูลนั้นอย่างเข้มงวด เพราะข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่เพียงตัวเลขในระบบ แต่คือสิทธิและความปลอดภัยของเจ้าของข้อมูล คำถามที่สังคมมีสิทธิถามคือ เหตุใดระบบจึงมีช่องโหว่จนบุคคลภายนอกเข้าถึงได้ มีมาตรการป้องกันข้อมูลที่ได้มาตรฐานหรือไม่และใครต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ การบอกว่า “ยังไม่พบการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ไม่ดี” ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงหายไป เพราะทันทีที่ข้อมูลหลุดจากระบบ ความเสี่ยงต่อประชาชนก็เกิดขึ้นแน่นอน ในยุคที่ข้อมูลส่วนบุคคลมีความสำคัญอย่างยิ่ง การบริหารจัดการข้อมูลจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก และความเชื่อมั่นของประชาชนก็ไม่ควรถูกนำมาเสี่ยง สังคมจึงควรได้รับคำตอบที่ชัดเจน โปร่งใส และรับผิดชอบ มากกว่าคำอธิบายเพียงสั้น ๆ ของหัวหน้าพรรคประชาชน ผู้ที่กำลังจะถูกเสนอชื่อต่อสภาผู้แทนราษฎรให้เลือกเป็นนายกรัฐมนตรีในอีกไม่กี่วันข้างหน้า.

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

POPULAR CONTENT
No content available.
OPINION
นายกฯ สั่งด่วนลดต้นทุนสินค้าเกษตร ตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย รมต.-สส.-หน่วยราชการ หามาตรการเพิ่มรายได้เกษตรกร
Agri-News2025 Oct 27 :: 21:00

นายกฯ สั่งด่วนลดต้นทุนสินค้าเกษตร ตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย รมต.-สส.-หน่วยราชการ หามาตรการเพิ่มรายได้เกษตรกร

นายกฯ สั่งด่วนลดต้นทุนสินค้าเกษตร ตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย รมต.-สส.-หน่วยราชการ หามาตรการเพิ่มรายได้เกษตรกรนายนพพล เหลืองทองนารา สส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เชิญสส.พรรคเพื่อไทยเข้าหารือ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ถึงปัญหาความเดือดร้อนประชาชนในพื้นที่ สส.ได้สะท้อนปัญหาร้องเรียนจากเกษตรให้นายกฯฟังโดยตรง น.ส.แพทองธารสั่งการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างรัฐมนตรี สส.ในพื้นที่ และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องหามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรทุกมิติ ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากภาคการเกษตรในทุกผลิตภัณฑ์ รวมทั้งแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร ทั้งข้าว มันสำปะหลัง ทุเรียน ที่ปัจจุบันเกษตรกรแบกรับต้นทุนสูงขึ้น ทั้งปุ๋ย น้ำมัน ยาปราบศัตรูพืช ส่งผลให้รายได้เกษตรกรลดลง คณะทำงานจะหามาตรการลดต้นทุนการเพาะปลูกให้เกษตรกรทั้งประเทศ รัฐบาลทราบดีว่าเกษตรกรประสบปัญหาต้นทุนสูง เป็นปัญหาเร่งด่วนที่จะเร่งแก้จริงจัง เพราะนโยบายพรรคเพื่อไทยคือยกระดับรายได้เกษตรกรไทยทั้งประเทศ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

โจทย์ใหญ่ “อุ๊งอิ๊งค์” ต้องเร่งจัดขบวนทัพ
Politics2025 Oct 27 :: 17:30

โจทย์ใหญ่ “อุ๊งอิ๊งค์” ต้องเร่งจัดขบวนทัพ

ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก ....วันก่อน “วรชัย เหมะ” แกนนำคนเสื้อแดงตัวจี๊ด อาสาหาราคีรีตัวเอง เป็นหน่วยกล้าตาย ของพรรคเพื่อไทย ตัดสินใจออกตัววิพากษ์วิจารณ์ “นายกฯนิด” เศรษฐา ทวีสิน ทั้งที่รู้ดีอยู่ว่า จะมีเอฟเฟกต์ ต่างๆนาๆ เข้ามากระทบตัวเองขนาดออกตัววิจารณ์อย่างมิตร ยังเจอ “หมอมิ้ง” พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ด่ากราดผ่านรายการทีวี “ห่างข้อมูล ไม่เข้าใจการทำงาน อยุดอวดรู้” ซ้ำอีกดอก “ภูมิธรรม เวชยชัย” แม่บ้านมือหนึ่ง พรรคเพื่อไทย ออกมาเตือนสติ “เป็นผมคงหยุดแล้ว” มิวาย วันนี้ “วัน อยู่บำรุง” ประกาศลาออก ตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข น้อยใจ หัวหน้าพรรค “อุ๊งอิ๊งค์” เรียกคุย หลังไม่พอใจ ที่ร่วมเชียร์ “บิ๊กแจ๊ส” คำรณวิทธิ์ ธูปกระจ่าง คู่แข่งพรรคเพื่อไทย สนามเลือกตั้งนายกอบจ. ปทุมธานี“ลูกวัน” ตัดพ้อ อุตสาห์ออกตัว ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ช่วยงานพรรค สุดความสามารถ ต่อสู้เคียงบ่า เคียงไหล ทำหน้าที่สมาชิกที่ดีมาตลอด แต่เมื่อหัวหน้าพรรค ไม่พอใจ ก็ยอมถอย “ลูกวัน” เจอแบบนี้ “ป๋าเหลิม” เฉลิม อยู่บำรุง ไม่มีทางยอม ประกาศกร้าว ให้พรรคขับตัวเองออก จะได้เป็นสส.พรรคอื่นแถมบอกข้อมูล ไม่ใช่แค่ “หัวหน้าอิ๊งค์” เท่านั้นที่เคือง “นายกฯนิด” ก็ไม่พอใจอย่างรุนแรง ถึงขั้นสั่ง “ต้องหยุดทำงานทันที” เป็นเหตุให้ “ลูกวัน” ทำหนังสือลาออก“บ้านริมคลอง” ไม่ขลังเหมือนวันเก่า ยามอัสดงมาเยือน “พ่อเหลิม” โรยลา “ลูกวัน” รับช่วงต่อ บารมีไม่ถึง!!เหตุระหองระแหง ช่วงตั้งรัฐบาลใหม่ๆ “ทักษิณ ชินวัตร” ส่ง “ลูกอิ๊งค์” เคลียร์ใจ มาวันนี้ วางตัวไม่รู้สี่รู้แปด นั่งเชียร์ฝ่ายตรงข้ามพรรค ดูท่าจะกลับมาเหมือนเดิมคงยากใดๆ สองเหตุนี้ ทำให้เห็น พรรคเพื่อไทย อาจไม่นิ่ง อย่างที่ “นายใหญ่” มั่นหมาย ส่งไม้ต่อ ให้ลูกสาวการบ้านใหญ่ “หัวหน้าอิ๊งค์” ต้องเร่งจัดขบวน เรียกศรัทธา คนรุ่นพ่อ คนรุ่นแม่ คนรุ่นอา และหนุ่มหล่อ สาวสวย ให้เดินในทิศทางเดียวกันไม่เช่นนั้น หลังคอ พรรคก้าวไกล จะทิ้งห่าง เรื่อย ๆ ปล่อยคาราคาซัง จนเลือกตั้งรอบหน้า อาจไม่เห็นฝุ่น รวบหัว รวบห่าง เอาทุกพรรคมารวมกัน อาจคว้าเก้าอี้นายก มานั่งเล่นง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้อีกรอบแน่!!

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“โฆษกไทยสร้างไทย” ซัดแรง “ข้อตกลงแลกภาษีทรัมป์“ ชี้รัฐปิดบังข้อมูล ส่อทำลายธุรกิจคนไทยด้วย”MOU สหรัฐฯ ”
TheRoomChinese2025 Oct 27 :: 17:00

“โฆษกไทยสร้างไทย” ซัดแรง “ข้อตกลงแลกภาษีทรัมป์“ ชี้รัฐปิดบังข้อมูล ส่อทำลายธุรกิจคนไทยด้วย”MOU สหรัฐฯ ”

“โฆษกไทยสร้างไทย” ซัดแรง “ข้อตกลงแลกภาษีทรัมป์“ ชี้รัฐปิดบังข้อมูล ส่อทำลายธุรกิจคนไทยด้วย”MOU สหรัฐฯ ” เชื่อข้อตกลงอัปยศ ส่งผลกระทบหนักเกษตรกรและ SME ไทยเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2568 นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.)กล่าวถึงกรณีรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงแลกภาษีทรัมป์ ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นเรื่องน่าละอายใจต่อผู้ที่ไปดำเนินการเจรจาอย่างยิ่ง เพราะมีผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนฐานราก เกษตรกร และผู้ประกอบการ SME ซึ่งไม่มีโอกาสได้เตรียมตัวรับมือ เนื่องจากรัฐบาลปิดบังข้อมูลมาโดยตลอด ทั้งนี้ ตนขอตั้งคำถามถึงรัฐบาลทุกชุดที่เกี่ยวข้องกับการเจรจา โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ ว่า ทราบเงื่อนไขของข้อตกลงนี้มาก่อนหรือไม่ และเหตุใดจึงเลือกปิดบังข้อมูลสำคัญไว้ จนกระทั่งฝ่ายสหรัฐเป็นผู้เปิดเผยเอง การไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวทำให้การจัดทำงบประมาณปี 2569 ไม่สามารถเตรียมการรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรและผู้ประกอบการ SME ได้เลย อีกทั้งยังสะท้อนว่ารัฐบาลไม่มีมาตรการในการปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย แม้แต่ในประเด็นการเก็บภาษีจากแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งคนไทยมีอัตราการใช้งานสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ก็ยังแทบไม่สามารถเก็บภาษีได้ รวมถึงสิ่งของฟุ่มเฟือยที่อาจกระทบกลุ่มหัตถกรรม และซอร์ฟพาวเว่อร์โดยตรง”ข้อตกลงนี้เป็นการนำเอาธุรกิจหลักของคนไทยเกือบทั้งหมดไปแข่งกับอเมริกา ทั้งที่ไทยด้อยกว่าในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี เงินทุน หรือสิทธิทางภาษี และผลกระทบยังลามไปถึงภาคเกษตรและปศุสัตว์ ผมขอประณามการกระทำของทีมเจรจาที่กล้าออกมาอ้างว่าข้อตกลงนี้เป็นผลงาน และขอตำหนิรัฐมนตรีในกระทรวงที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลทั้งในอดีตและปัจจุบัน ที่จงใจปิดบังข้อมูลสำคัญจากประชาชน โดยเห็นแก่ผลทางการเมือง มากกว่าผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนส่วนใหญ่” โฆษกพรรค ทสท.กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...