Logo
variety iconlive icon
NewsAll
LIVES UPDATE
Politics2026 Mar 25 :: 10:57

“ยศชนัน” หอบกฎหมาย 10 ฉบับประเดิมประชุมสภาวันแรก แก้ไขปัญหาปากท้องปชช.

“ยศชนัน” หอบกฎหมาย 10 ฉบับประเดิมประชุมสภาวันแรก แก้ไขปัญหาปากท้องปชช.เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 69 ที่รัฐสภา ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวกรณีพรรคเพื่อไทยยื่นหนังสือถึงนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ถึงกฎหมายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน หลังจากยื่นอภิปรายในสภาผู้แทนยราษฎรถึงปัญหาเรื่องพลังงาน โดยกฎหมายที่ยื่นในวันนี้เป็นร่างพรบ.ทั้งหมด 10 ร่างกฎหมายที่ทำเรียบร้อย คือร่างกฎหมายพรบ.ส่งเสริมวิทยาศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม พรบ.โรงแรมและสถานที่พักที่ไม่ใช่โรงแรม พรบ.การปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตกรรม พรบ.ภาพยนต์ และพรบ.ส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะมีพรบ.เกี่ยวกับการศึกษาและการเข้าถึงบริการอย่า่งเท่าเทียม ซึ่งจะได้บริหการจัดการความเดือดร้อนของประชาชนซึ่งนอกกเหนือจากพรบ.ที่เสนอไปนั้นก็มีอีก 47 ร่างกฎหมายที่พรรคเพื่อไทยพยายามเตรียมและระหว่างนี้จะมีเรื่องกฎหมายต่างๆเพิมเติมอีกครั้งหนึ่ง ส่วนรายละเอียดแต่ละฉบับจะมีการขึ้นไว้บนเว็บไซต์ของพรรคเพื่อไทยรวมทั้งการสัมนา เสวนาเพื่อให้ประชาชนเข้าใจพรบ.ต่างๆให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งระยะเวลานั้นจะมีกระบวนการและอาจต้องมีการยื่นควบคู่ไปด้วย คาดว่าอย่างน้อย 1-2 ปีโดยบรรยากาศในการประชุมวันนี้ก็ค่อนข้างดีเพราะหากมีวาระเร่งด่วนก็จะมีการประชุมเพิ่มเติมในวันศุกร์เมื่อถามว่าบทบาทของพรรคเพื่อไทย จะเปลี่ยนประเทศไทยอย่างไรบ้าง ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ตรงนี้จะเป็นการร่างเพื่อแก้ปัญหาที่เปลี่ยนไป ทั้งเรื่องภาวะโลกร้อน เรื่องประชาธิปไตย ความเท่าเทียม ซึ่งเป็นประเด็นหลักสำคัญรวมทั้งรายได้ที่มีหลายพรบ.ไม่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ เรื่องปัญหาทางสังคมและการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ต้องดูแล วึ่งเป็นเรื่องทีมีความจำเป้นและต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์โลกและสภาพเศรษฐกิจ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อนุทิน” จ่อตั้ง “เอกนิติ” นั่งคุม ศบก.แทน “พิพัฒน์”
Politics2026 Apr 01 :: 04:52

“อนุทิน” จ่อตั้ง “เอกนิติ” นั่งคุม ศบก.แทน “พิพัฒน์”

“อนุทิน” จ่อตั้ง “เอกนิติ” นั่งคุม ศบก.แทน “พิพัฒน์” พร้อม ส่งปลัดมท.ลงพื้นที่เหนือแก้ฝุ่น PM2.5 วันที่ 1 เม.ย. 2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ชี้แจงกรณี พิพัฒน์ รัชกิจประการ ไม่กำกับดูแลกระทรวงพลังงาน ว่าจะให้นาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รับผิดชอบแทนเพื่อสร้างความสบายใจประชาชนและ สส. ระดมความรู้และประสบการณ์ทุกฝ่ายแก้ปัญหาพลังงานให้ประชาชน ยืนยันน้ำมันไทยต้องใช้สำหรับคนไทย ไม่ให้มีการลักลอบส่งออกโดยไม่ได้รับอนุญาต หารือหน่วยงาน ศรชล. ตำรวจ กรมเจ้าท่า และกรมการปกครอง ร่วมควบคุมตลาดน้ำมัน ย้ำ MOU 2544 กับเสนาธิการทหารเรือจบแล้ว และถือเป็นการยกเลิก“อนุทิน” ส่ง ปลัดมท.ลงพื้นที่เหนือแก้ฝุ่น PM2.5นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์กรณีจะประกาศให้จังหวัดภาคเหนือเป็นพื้นที่ภัยพิบัติหลังจากค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานหรือไม่ ว่า วันนี้ในช่วงบ่าย ปลัดกระทรวงมหาดไทย จะเดินทางไปในพื้นที่ภัยพิบัติ เพื่อเรียกประชุมหน่วยงาน ตนทราบมาเบื้องต้นว่า แต่ละจังหวัดจะดำเนินการตามดุลยพินิจ และความจำเป็นเร่งด่วน โดยได้กำชับให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปบัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ เมื่อถามว่ามีความจำเป็นในการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติหรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ผู้ที่จะประกาศ คือ ผวจ.และให้คนอยู่หน้างานเป็นผู้ดู ซึ่งตนให้อำนาจและการตัดสินใจไปยังผวจ. ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่สร้างความมั่นใจ และเตรียมการช่วยเหลือประชาชนในทุกด้าน และเมื่อวานนี้ (31 มี.ค.) ยังมอบหมายให้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งรับผิดชอบดูแลเรื่องนี้ ซึ่งจะลงพื้นที่พร้อมอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย (ปภ.)ซึ่งจะอยู่ในพื้นที่ตลอดเวลาในช่วงที่มีสถานการณ์ฝุ่น“อนุทิน” ยันการเมืองไม่มีแทรกทำงาน ชี้ ภท.พรรคใหญ่ รมต.ต้องแข่งกันทำงานนายอนุทิน ชาญวีรกูล เผยโฉม ครม.ชุดใหม่ “อนุทิน 2” มี 35 คน เน้นมืออาชีพ 3 กระทรวงหลัก ไม่ตั้งรัฐมนตรีช่วย ยืนยันรัฐมนตรีทุกคนทำงานอิสระ วัดผลด้วย KPI เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ไม่ทำเอ็มโอยูล็อกเก้าอี้ ใช้ความเชื่อใจและความโปร่งใส เตรียมแถลงนโยบายต่อรัฐสภา มุ่งแก้ปัญหาพลังงานและความเดือดร้อนประชาชนทันที โครงการคนละครึ่งปรับเพิ่ม “พลัส” รองรับสถานการณ์น้ำมัน แต่ยังต้องพิจารณาขอบเขตกฎหมายและการเงิน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“พริษฐ์“ กร้าว ไม่มีเวลาทดลองงาน สำหรับ “ครม.ชุดใหม่” ยัน สู้คดี 44 สส.เต็มที่
Politics2026 Apr 01 :: 04:41

“พริษฐ์“ กร้าว ไม่มีเวลาทดลองงาน สำหรับ “ครม.ชุดใหม่” ยัน สู้คดี 44 สส.เต็มที่

“พริษฐ์“ กร้าว ไม่มีเวลาทดลองงาน สำหรับ “ครม.ชุดใหม่” ยัน สู้คดี 44 สส.เต็มที่ หลัง ป.ป.ช.เตรียมยื่นศาลฎีกาวันที่ 1 เม.ย. 69 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ โฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึง โฉมหน้าคณะรัฐมนตรี(ครม.) ชุดใหม่ ของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า พอมี ครม.ใหม่ควรเริ่มทำงานทันทีแก้ปัญหาขีดความสามารถการแข่งขัน การศึกษา และทุจริต เน้นวิกฤติพลังงานส่งผลต่อปากท้องประชาชนต้องรีบแก้ไข กังวลช่วงสงกรานต์ เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกประชาชน เน้นโปร่งใสเรื่องข้อมูลน้ำมันและจุดเติมเชื้อเพลิง ให้ความสำคัญระบบขนส่งสาธารณะและความปลอดภัยบนถนน“โดยคิดว่าสิ่งที่ประชาชนคาดหวังที่สุด ก็คือ ครม.ชุดใหม่ ต้องเดินหน้าทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชนทันที คงไม่มีเวลาทดลองงาน” นายพริษฐ์ กล่าว"พริษฐ์" ยัน สู้คดี 44 สส.เต็มที่ หลัง ป.ป.ช.เตรียมยื่นศาลฎีกา ย้ำชัด เสนอร่างกฎหมายไม่ควรถูกตัดสิทธิ์พริษฐ์ วัชรสินธุ ระบุกรณี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เตรียมยื่นฟ้อง 44 สส. ต่อศาลฎีกา ยืนยันการเสนอร่างกฎหมายไม่ควรถูกตัดสิทธิทางการเมือง พรรคประชาชนเตรียมสู้คดีเต็มที่ ทั้งในกระบวนการศาลและการสื่อสารกับสังคม ชี้ขั้นตอนหากศาลรับคำร้อง อาจมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังไม่ใช่การตัดสินความผิด ย้ำ สส. ที่ยังปฏิบัติหน้าที่จะทำงานต่อจนกว่าจะมีคำสั่งศาล กังวลผลกระทบต่อระบบรัฐสภาและอนาคตการเมืองไทย มากกว่าผลกระทบต่อพรรค

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“สันติ ปิยะทัต” เก็บของออกจากห้องทำงานทำเนียบฯ
Politics2026 Apr 01 :: 04:34

“สันติ ปิยะทัต” เก็บของออกจากห้องทำงานทำเนียบฯ

“สันติ ปิยะทัต” เก็บของออกจากห้องทำงานทำเนียบฯเตรียมเคลียร์ห้องทำงานรอรับรองนายกฯ-รมต.สำนักนายกฯป้ายแดงวันที่ 1 เม.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ครม.อนุทิน 2 ทำให้รัฐมนตรีในครม.อนุทิน 1 ที่ไม่ได้ไปต่อทยอยเก็บของออกจากห้องทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลโดยเมื่อช่วงเช้าวันนี้ นายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ให้เจ้าหน้าที่มาเก็บของที่ชั้น 4 ตึกบัญชาการ 1 โดยมีรถบรรทุกคันเล็กจำนวน 2 คัน และรถกระบะ 1 คัน มาขนของออกไป โดยส่วนหนึ่งจะไว้ที่บ้าน และส่วนหนึ่งนำไว้ที่ออฟฟิศของนายสันติ ซึ่งในส่วนของรถกระบะเป็นโต๊ะหมู่บูชาและรูปภาพบางส่วน ขณะที่รถบรรทุกคันเล็กขนตู้ไม้ ชุดเฟอร์นิเจอร์โต๊ะทำงาน เก้าอี้ต่างๆ รวมถึงจานชามขณะที่ วันเดียวกัน ทีมงาน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์เดินทางมาไหว้ศาลพระภูมิ และศาลตาศาลยาย ประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นการอำลาขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น อดีตรองนายกฯ ซึ่งใน “ครม.อนุทิน 2” ดำรงตำแหน่ง รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพียงตำแหน่งเดียว ได้ให้เจ้าหน้าที่ขนของออกจากห้องทำงานชั้น 1 ไปก่อนหน้านี้แล้ว เช่นเดียวกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาขนของออกจากตึกบัญชาการ 1 ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาโดยหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะมีการเตรียมห้องทำงานเพื่อรองรับรองนายกฯ และรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ประกอบด้วย ห้องทำงานของนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์, นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ, นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม และนางสุขสำรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีขณะที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง, น.ส.ศุภมาศ อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะใช้ห้องทำงานเดิม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

สงกรานต์เตรียมเฮ! ฟรีทางด่วน-มอเตอร์เวย์ คุมเข้มทั่วประเทศ ตั้งเป้าลดตาย 5% จัดเต็ม 10 วัน
Society2026 Apr 01 :: 04:27

สงกรานต์เตรียมเฮ! ฟรีทางด่วน-มอเตอร์เวย์ คุมเข้มทั่วประเทศ ตั้งเป้าลดตาย 5% จัดเต็ม 10 วัน

สงกรานต์เตรียมเฮ! ฟรีทางด่วน-มอเตอร์เวย์ คุมเข้มทั่วประเทศ ตั้งเป้าลดตาย 5% จัดเต็ม 10 วัน อำนวยความสะดวก-ความปลอดภัยทุกเส้นทาง ดันแคมเปญ “Smart Travel Songkran 2569” ให้คนไทยถึงบ้านปลอดภัยวันนี้ 1 เม.ย. 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนแผนการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10 - 19 เมษายน 2569 รวม 10 วัน ภายใต้หัวข้อการรณรงค์ “ออกเวลาไหนก็ถึงบ้านเหมือนกัน Smart Travel Songkran 2569” โดยตั้งเป้าลดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บบนโครงข่ายถนนของกระทรวงคมนาคม ต้องไม่น้อยกว่า 5%นายพิพัฒน์ กล่าวว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมได้ร่วมกันให้บริการฟรีแก่พี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ประกอบด้วย การยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ได้แก่ ทางพิเศษบูรพาวิถี และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี - สุขสวัสดิ์) รวม 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน เวลา 00.01 น. - 16 เมษายน 2569 เวลา 24.00 น. และทางพิเศษอุดรรัถยา ทางพิเศษเฉลิมมหานคร และทางพิเศษศรีรัช รวม 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน เวลา 00.01 น. - 15 เมษายน 2569 เวลา 24.00 น. นอกจากนี้ ยังได้ยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบนมอเตอร์เวย์ของกรมทางหลวง (ทล.) 3 เส้นทาง ได้แก่ มอเตอร์เวย์หมายเลข 7 (กรุงเทพฯ - เมืองพัทยา) มอเตอร์เวย์หมายเลข 9 (สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ถนนกาญจนาภิเษก ตอนบางปะอิน - บางพลี และตอนพระประแดง - บางแค ช่วงพระประแดง - ต่างระดับบางขุนเทียน) และมอเตอร์เวย์หมายเลข 81 (บางใหญ่ - กาญจนบุรี) รวม 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 10 - 16 เมษายน 2569 อีกทั้งเปิดให้ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเพื่ออำนวยความสะดวกการเดินทางของพี่น้องประชาชน ได้แก่ มอเตอร์เวย์หมายเลข 6 ตลอดเส้นทาง จากบางปะอิน - นครราชสีมา โดยช่วงบางปะอิน - ปากช่อง จะให้ใช้เป็นขาออกกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 10 - 13 เมษายน 2569 และเป็นขาเข้ากรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 14 - 19 เมษายน 2569 และช่วงปากช่อง - นครราชสีมา สามารถใช้ได้ทั้งขาออกและขาเข้า และเปิดให้ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 82 จากแยกต่างระดับบางขุนเทียน - เอกชัย ระยะทาง 10 กิโลเมตรนายพิพัฒน์ กล่าวต่ออีกว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และภาคีเครือข่ายได้เปิดให้บริการตรวจเช็กสภาพรถฟรีสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล ทั้งสิ้น 29 แห่ง โดยดำเนินการที่สถานเอกชนที่ติดป้ายตรวจรถฟรีขับขี่ปลอดภัย โครงการอาชีวะขนส่งอาสาดำเนินการตรวจรถและบริการอำนวยความสะดวกระหว่างทาง 150 แห่ง ทั่วประเทศ รวมถึงได้ตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกในการเดินทางที่สถานีขนส่งและจุดจอด Rest Area 219 แห่ง ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 9 - 19 เมษายน 2569 นอกจากนี้ ขบ. ได้เผยแผนรับมือราคาน้ำมันผันผวน ปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร 5 สตางค์ ต่อที่นั่งต่อกิโลเมตร ตามมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 พร้อมหาสูตรการปรับราคาค่าโดยสารที่สามารถปรับขึ้น - ลงได้ตามสภาพเศรษฐกิจหรือราคาน้ำมัน เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้ประสานบริษัท ขนส่ง จำกัด ตรึงราคาตั๋วรถโดยสารประจำทางราคาเดิมจนถึงวันที่ 19 เมษายน 2569 รวมถึงประชาชนที่ได้สำรองซื้อตั๋วโดยสารล่วงหน้าไว้แล้ว จะยังคงจ่ายในราคาเดิมโดยไม่มีการเรียกเก็บส่วนต่างเพิ่ม และจะต้องไม่มีการยกเลิกตั๋วที่ได้สำรองไปก่อนหน้านี้ เพื่อให้ประชาชนมีรถโดยสารเดินทางในช่วงเทศกาลอย่างเพียงพอ ช่วยส่งมอบความสุขให้ประชาชนเดินทางกลับบ้านได้อย่างสบายใจ นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานหยุดกิจกรรมการก่อสร้าง และคืนพื้นผิวบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง เพิ่มไฟฟ้าส่องสว่างในเส้นทางเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทางในเวลากลางคืน การลดและปิดจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ เฝ้าระวังจุดเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน และบริหารจัดการจราจรบนเส้นทางจราจรหนาแน่นติดขัด โดยให้หน่วยงานติดตามปริมาณจราจรตลอดเวลา เน้นบริหารจัดการจราจรเชิงรุก ระบายการจราจรอย่างทันสถานการณ์ ขอความร่วมมือรถบรรทุกงดวิ่ง และจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่เพื่อให้บริการประชาชนและเนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ 13 เมษายน การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยได้มีการยกเว้นค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT ทั้ง 4 สาย ได้แก่ สายสีม่วง สายสีน้ำเงิน สายสีเหลือง และสายสีชมพู ให้แก่ผู้โดยสารที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ระหว่างวันที่ 13 - 15 เมษายน 2569 ตลอดระยะเวลาให้บริการ ขณะที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพให้ขึ้นรถเมล์ฟรีทุกประเภท ในวันที่ 13 เมษายน 2569นอกจากนี้ กรมท่าอากาศยานได้ให้ท่าอากาศยานทุกแห่งประสานความร่วมมือผู้ประกอบการจัดรถรับ - ส่งผู้โดยสารให้เพียงพอทุกเที่ยวบิน ในส่วนของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้เปิดให้บริการจอดรถฟรี ณ ลานจอดรถระยะยาว โซน C ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 11 เมษายน - เวลา 24.00 น. ของวันที่ 15 เมษายน 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ รวมถึงได้จัดรถ Shuttle Bus สาย A บริการรับ - ส่งระหว่างลานจอดรถระยะยาวโซน C และอาคารผู้โดยสาร โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายนายพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ได้เน้นย้ำทุกหน่วยงานในเรื่องของการให้บริการพี่น้องประชาชน ที่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ต้องไม่มีผู้โดยสารตกค้าง คุมเข้มเรื่องค่าโดยสารต้องไม่มีการโก่งราคา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีเพียงพอตั้งแต่ต้นทางขาออกจากกรุงเทพฯ และขากลับจากต่างจังหวัดในทุกภูมิภาค ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลการเดินทางและแจ้งอุบัติเหตุได้ที่ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม สายด่วน 1356 และทางแอปพลิเคชัน อาทิ M Traffic สำหรับเดินทางบน Motorway / Thailand Highway Traffic สำหรับเดินทางบนทางหลวงทั่วประเทศ NAMTANG สำหรับเดินทางเชื่อมต่อด้วยระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สายด่วนและ Website ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ประชาสัมพันธ์แนะนำทางลัดทางเลี่ยง การจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกทางถนน เช่น ภายในสถานีขนส่ง บริการจุดพักรถ จุดตรวจสภาพรถ จุดบริการประชาชน เป็นต้น

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

เปิดประวัติ "โบว์ ณัฏฐา" โฆษก ศบก. คนใหม่ ที่เส้นทางชีวิตไม่ธรรมดา
Politics2026 Apr 01 :: 03:02

เปิดประวัติ "โบว์ ณัฏฐา" โฆษก ศบก. คนใหม่ ที่เส้นทางชีวิตไม่ธรรมดา

เปิดประวัติ "โบว์ ณัฏฐา" โฆษก ศบก. คนใหม่ ที่เส้นทางชีวิตไม่ธรรมดาน.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ “โบว์” เกิดเมื่อปี 2522 ที่กรุงเทพมหานคร จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนสาธิตปทุมวัน ก่อนศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะอักษรศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้านการทำงาน เธอมีประสบการณ์ในหลายสายงาน ทั้งฝ่ายต่างประเทศ ฝ่ายสื่อมวลชน และฝ่ายสื่อสารองค์กร เคยทำหน้าที่พิธีกรในสถานีวอยซ์ทีวี โดยมีผลงานรายการอย่าง “ดีว่าส์ คาเฟ่” และ “โคซี่ ลิฟวิ่ง” ก่อนที่รายการจะยุติการผลิต นอกจากนี้ยังประกอบอาชีพครูสอนภาษาอังกฤษ และเป็นวิทยากรด้านบุคลิกภาพและการตลาดสำหรับบทบาททางการเมือง “โบว์ ณัฏฐา” เริ่มเป็นที่รู้จักจากการเข้าร่วมกิจกรรมเคลื่อนไหว โดยเริ่มจากการชักชวนของ อานนท์ นำภา ให้ร่วมจัดกิจกรรมเปิดหมวกช่วยเหลือนักโทษการเมืองที่ถนนข้าวสาร ต่อมาได้ร่วมเรียกร้องสิทธิให้ “ไผ่ ดาวดิน” และมีบทบาทสำคัญในการชุมนุมเรียกร้องการเลือกตั้งในนามกลุ่ม MBK39 จนได้รับฉายา “โบว์ คนอยากเลือกตั้ง”ในด้านธุรกิจ พบว่าเธอมีชื่อเป็นกรรมการบริษัท 1 แห่ง และถือหุ้นรวม 2 รายการ มูลค่ารวม 883,303 บาท โดยบริษัทหลักคือ บริษัท บีที เวนเจอร์ส จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสนามเด็กเล่นและกิจกรรมสันทนาการ มีทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาทโบว์ถือหุ้นจำนวน 23,200 หุ้น หรือ 58% ของบริษัท อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องในช่วงปี 2556–2558 และมีสถานะเป็นบริษัทร้าง ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2563ผลประกอบการย้อนหลังของบริษัทมีดังนี้ปี 2556 รายได้ 4.81 ล้านบาท ขาดทุน 1.92 ล้านบาทปี 2557 รายได้ 3.02 ล้านบาท ขาดทุน 1.23 ล้านบาทปี 2558 รายได้ 1.03 ล้านบาท ขาดทุน 1.72 ล้านบาทขณะที่งบการเงินปี 2558 ระบุว่า บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1.70 ล้านบาท และหนี้สินรวม 6.51 ล้านบาท

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

รัฐบาลเตือนประชาชน ระมัดระวัง April Fool’s Day หากโพสต์สร้างความเสียหาย มีความผิดตามกฎหมาย
Politics2026 Apr 01 :: 02:48

รัฐบาลเตือนประชาชน ระมัดระวัง April Fool’s Day หากโพสต์สร้างความเสียหาย มีความผิดตามกฎหมาย

รัฐบาลเตือนประชาชน ระมัดระวัง April Fool’s Day หากโพสต์สร้างความเสียหาย-สร้างความตื่นตระหนก มีความผิดตามกฎหมาย โทษทั้งจำและปรับ แนะตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นเรื่องจริงก่อนแชร์นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 1 เมษายน ของทุกปี ตรงกับ April Fool’s Day หรือ วันแห่งการโกหก ซึ่งมักจะมีการสร้างเรื่องโกหกเพื่อความสนุกสนาน หรือเพื่อหยอกล้อซึ่งกันและกันในหมู่เพื่อนฝูง โดยหลายๆ คนมักจะใช้เป็นกิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์และคลายความเครียด แต่บางครั้งการล้อเล่นหรือการโกหกก็อาจส่งผลกระทบต่อผู้อื่น หรืออาจสร้างความตื่นตระหนกในสังคมได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการโพสต์เรื่องโกหกผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจมีการเผยแพร่ ส่งต่อ หรือแชร์ ทำให้เรื่องโกหกกระจายไปในวงกว้างรัฐบาล โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้ระมัดระวังในการสร้างเรื่องโกหกเพื่อความสนุกสนานหรือหยอกล้อบุคคลอื่น เพราะการกระทำดังกล่าวทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย หรือเกิดความตื่นตระหนกในสังคม ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมาย เช่น1. การเผยแพร่ข้อมูลที่ทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ร่วมแชร์ ร่วมด่า หรือแสดงความคิดเห็นหยาบคาย ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท2. การนำเข้า หรือเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ที่ส่งผลกระทบต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 (1) (2) (15) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ“ท่ามกลางสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ส่งผลต่อวิกฤตพลังงาน รัฐบาลขอความร่วมมือส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และก้าวผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน ก่อนที่จะแชร์ข่าว หรือข้อมูลใดๆ ให้กับบุคคลอื่น ขอให้ตรวจสอบก่อนว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริงหรือไม่ หากได้รับความเสียหาย หรือพบเห็นบุคคลใดสร้างข่าวปลอมจนทำให้เกิดความสับสนในสังคม สามารถแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้านท่าน หรือแจ้งเบาะแสไปยังสายด่วน 191 และสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง”นางสาวอัยรินทร์ ระบุ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ครบรอบ 134 ปี วันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงมหาดไทย 1 เมษายน 2569
Politics2026 Apr 01 :: 02:40

“ครบรอบ 134 ปี วันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงมหาดไทย 1 เมษายน 2569

“ครบรอบ 134 ปี วันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงมหาดไทย 1 เมษายน 2569 น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณองค์ปฐมเสนาบดี สืบสานปณิธาน ‘บำบัดทุกข์ บำรุงสุข’ ผนึกกำลังราชสีห์ขับเคลื่อนแผ่นดินสู่ความสมบูรณ์พูนสุขอย่างยั่งยืน”วันนี้ 1 เม.ย 69 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีวางพุ่มดอกไม้ถวายสักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงมหาดไทย ครบ 134 ปี วันที่ 1 เมษายน 2569 โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย คณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย อธิบดี หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ คณะกรรมการบริหารและสมาชิกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายวิชัย ศรีขวัญ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย สมาคมนักปกครองแห่งประเทศไทย สมาคมข้าราชการบำนาญ และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมพิธี.โอกาสนี้ นายอนุทิน นำคณะผู้บริหารระดับสูง สักการะศาลพระชัยมงคล ศาลพระกาฬไชยศรี และสักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ โดยหลั่งน้ำจากพระสังข์ที่ป้ายพระนาม “ดำรงราชานุภาพ” เสร็จแล้วเจิม ถวายพวงมาลัย โปรยดอกไม้ และวางพุ่มดอกไม้ถวายสักการะ จุดธูป เทียนที่เครื่องทองน้อย และที่โต๊ะเครื่องสังเวย ผู้บริหารระดับสูงร่วมปักธูปบริวารทั้งหมดที่เครื่องสังเวย โหร พราหมณ์ อ่านคำบวงสรวงเพื่อถวายสักการะ จบแล้ว นายอนุทิน กล่าวคำสดุดี และตรวจเยี่ยมแถวข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ เป็นอันเสร็จพิธีวางพุ่มดอกไม้ถวายสักการะฯ.นายอนุทิน กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชโองการตั้งกระทรวงมหาดไทยขึ้น เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2435 และได้ทรงมอบหมายให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ดำรงตำแหน่งองค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย พระองค์ได้ทรงวางรากฐานอันมั่นคงให้แก่กระทรวงมหาดไทย อาทิ ทรงจัดวางระบบการบริหารราชการ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ทรงวางรากฐานการปกครอง แบบเทศาภิบาลและสุขาภิบาล อันเป็นพื้นฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ทรงกำหนดความหมายของงานมหาดไทยให้ชัดเจนว่า "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข" ทรงสดับตรับฟังทุกข์และสุขของประชาชนด้วยพระองค์เองพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสว่า กรมดำรงฯ มอบดวงใจให้กับกระทรวงมหาดไทย ในปีพุทธศักราช 2505 องค์การ UNESCO ได้ถวายการสดุดีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ให้ทรงเป็น “บุคคลสำคัญของโลก” นับเป็นเกียรติภูมิอันยิ่งใหญ่ของประเทศไทย และชาวกระทรวงมหาดไทย และเป็นแบบอย่างแห่งความวิริยะ อุตสาหะ ความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชน แม้ต้องเผชิญอุปสรรคก็ไม่ย่อท้อ อันสะท้อนจิตวิญญาณของการเป็นข้าราชการที่ดีตลอดมา.ตลอดระยะเวลา 134 ปีที่ผ่านมา ข้าราชการ “ราชสีห์” แห่งกระทรวงมหาดไทยได้ยืนหยัดปฏิบัติภารกิจด้วยความมุ่งมั่นและจิตสำนึกแห่งความเป็นข้าราชการที่ดี ยึดมั่นในอุดมการณ์ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเสียสละ วิริยะอุตสาหะ และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ส่งผลให้บุคลากรมหาดไทยในทุกยุคทุกสมัยหล่อหลอมเป็นกำลังสำคัญที่เปี่ยมด้วยความเข้มแข็ง อดทน และพร้อมเผชิญทุกความท้าทาย อันนำไปสู่การขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงมหาดไทยให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม สร้างความเจริญก้าวหน้าและความผาสุกแก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างมั่นคงสืบเนื่องตราบจนปัจจุบัน.ทั้งนี้ ในเวลา 09.00 น. นายอนุทิน เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยได้รับเมตตาจากสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร พร้อมด้วยคณะสงฆ์จากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ถวายไทยธรรม ภัตตาหาร และกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล เป็นอันเสร็จพิธี

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

รุกฆาตเสนอแก้รัฐธรรมนูญคืนอำนาจประชาชน “ถอดถอนองค์กรอิสระ” สกัด “รัฐบาล-ป.ป.ช.”
Politics2026 Apr 01 :: 00:56

รุกฆาตเสนอแก้รัฐธรรมนูญคืนอำนาจประชาชน “ถอดถอนองค์กรอิสระ” สกัด “รัฐบาล-ป.ป.ช.”

รุกฆาตเสนอแก้รัฐธรรมนูญคืนอำนาจประชาชน “ถอดถอนองค์กรอิสระ” สกัด “รัฐบาล-ป.ป.ช.” ฮั้ว พรรคประชาชนยืนแก้กติกาตัดอำนาจประธานสภาฯปัดตกคำร้องสแกน ป.ป.ช.วันที่ 1 เม.ย. 69 สำนักข่าวThe Room 44 เกาะติดการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราและการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ภายหลังประชามติด้วยเสียงท่วมท้นให้ทำกติกาใหม่ของประเทศ และล่าสุด“ครม.นายอนุทินพลัส” กำลังมีอำนาจเต็มภายหลังแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาวันที่ 7- 9 เม.ย. ไปดูมุมมองของพรรคประชาชนที่พยายามเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 มาหลายครั้ง ครั้งนี้มาลุ้นกันว่าจะสำเร็จหรือไม่ ไปฟังมุมคิดของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน และว่าที่ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) โดยขับมุมคิดถึงการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ นำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับ ภายหลังประชามติทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านว่า ขอแยกเป็น 2 ขา คือ 1.ทุกพรรคการเมือง ทุกฝ่าย ทั้งสส.และสว.ต้องดำเนินการตามมติของประชาชนที่แสดงออกเสียงประชามติ ถือเป็นมติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น กว่า 20 ล้านเสียงและต้องทำความเข้าใจ โดยคำนึงถึง 10 ล้านเสียงที่ลงคะแนนไม่เห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นายพริษฐ์กล่าวว่า ส่วนในเชิงกระบวนการที่ต้องจับตามอง ต้องดูว่าครม.ชุดใหม่ จะมีมติยืนยันร่างรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ในรัฐสภาหรือไม่ ร่างรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ไม่ได้หมายถึงร่างของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯที่อยู่ในชั้นวาระ 2 พิจารณารายมาตรา แต่เป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชน และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย ที่ผ่านวาระหนึ่งในขั้้นรับหลักการ ทั้ง 2 ร่างนี้ ครม.ชุดใหม่จะยืนยันหรือไม่ ถ้าครม.ยืนยันก็นำไปสู่การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯชุดใหม่ เพื่อพิจารณาตามหลักการและเหตุผลของ 2 ร่างนี้ หากครม.ไม่ยืนยันภายใน 60 วัน จะต้องเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับหมวด 15/1 เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกรอบนายพริษฐ์กล่าวว่า ไม่ว่าครม.ตัดสินใจอย่างไร พรรคประชาชนเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1ต้องเน้นการมีกลไกในจัดทำฉบับใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุด และไม่ถูกผูกขาดโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งทางการเมือง ส่วนขาที่ 2 มันมีบางประเด็นในรัฐธรรมนูญที่อาจจะต้องหรือสมควรแก้ไขรายมาตราคู่ขนานไปด้วย ประเด็นนี้พรรคประชาชนยืนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าไปแล้ว 2 ร่าง เป็นการแก้ไขรายมาตราคู่ขนานกับการจัดทำฉบับใหม่ โดยร่างที่ 1 คืนสิทธิ์ให้ประชาชนในการเข้าชื่อ เพื่อริเริ่มกระบวนการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่มันไม่ได้หมายถึงแค่การเข้าชื่อเพื่อริเริ่มการถอดถอน สส. สว. รัฐมนตรีอย่างเดียว แต่รวมไปถึงผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระด้วย เช่น ประชาชนเห็นพฤติกรรมของกกต.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ประชาชนมีสิทธิ์เข้าชื่อ เพื่อริเริ่มกระบวนการถอดถอนได้ เปิดทางให้เรื่องเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ส่วนร่างที่ 2 แก้มาตราเดียว เพื่อป้องกันการฮั้วระหว่างรัฐบาลกับป.ป.ช.“รัฐธรรมนูญเปิดช่องให้สส.หรือประชาชนเข้าชื่อกล่าวหาป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่ต้องผ่านประธานสภาฯก่อนให้ใช้ดุลพินิจก่อนส่งไปที่ศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะไต่ส่วนอิสระตรวจสอบป.ป.ช.ทันทีทันใด ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่สมมติรัฐบาลและป.ป.ช.ฮั้วกัน ป.ป.ช.ไม่ตรวจสอบรัฐบาล ถ้าประชาชนไปร้องป.ป.ช.ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ก็ให้ประธานสภาฯที่เป็นคนจากพรรคแกนนำรัฐบาลปัดตกข้อร้องเรียนทั้งหมด กลายเป็นตรวจสอบป.ป.ช.ไม่ได้ เราถึงพยายามตัดดุลพินิจของประธานสภาฯออก”นายพริษฐ์ทิ้งท้ายชวนสังคมขบคิด

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

อิหร่านจ่อเก็บค่าผ่านฮอร์มุซ–แบนเรือสหรัฐฯ-อิสราเอล ขณะเส้นทางน้ำมันโลกสะดุด พันธมิตรอ่าวกดดัน "โดนัลด์ ทรัมป์" ลุยสงครามต่อ
Global News2026 Mar 31 :: 14:36

อิหร่านจ่อเก็บค่าผ่านฮอร์มุซ–แบนเรือสหรัฐฯ-อิสราเอล ขณะเส้นทางน้ำมันโลกสะดุด พันธมิตรอ่าวกดดัน "โดนัลด์ ทรัมป์" ลุยสงครามต่อ

อิหร่านจ่อเก็บค่าผ่านฮอร์มุซ–แบนเรือสหรัฐฯ-อิสราเอล ขณะเส้นทางน้ำมันโลกสะดุด พันธมิตรอ่าวกดดัน "โดนัลด์ ทรัมป์" ลุยสงครามต่อวันที่ 1 เม.ย. 2569 สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า คณะกรรมาธิการความมั่นคงของรัฐสภาอิหร่านอนุมัติแผนกำกับดูแลและเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก คิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 5 ของปริมาณการค้าทางทะเลทั้งหมดมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายยกระดับอธิปไตยและการควบคุมของอิหร่านในพื้นที่ โดยครอบคลุมทั้งการเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัย มาตรการดูแลความปลอดภัยการเดินเรือ การออกกฎทางการเงิน และการเรียกเก็บค่าผ่านทางเป็นสกุลเงินเรียลอิหร่าน พร้อมทั้งห้ามเรือของสหรัฐฯ อิสราเอล และประเทศที่มีส่วนร่วมในการคว่ำบาตรอิหร่านผ่านช่องแคบโดยเด็ดขาดรายงานของ AFP ระบุว่า ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางใหม่นี้จะดำเนินการร่วมกันระหว่างอิหร่านและโอมาน ซึ่งตั้งอยู่คนละฝั่งของช่องแคบฮอร์มุซความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรง หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้การเดินเรือผ่านช่องแคบลดลงอย่างหนัก โดยข้อมูลจากบริษัท Kpler ระบุว่า ปริมาณเรือผ่านช่องแคบลดลงถึง 95% และทำให้น้ำมันดิบกว่า 15 ล้านบาร์เรลต่อวันตกค้างในอ่าวเปอร์เซียขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังชั่งน้ำหนักระหว่างการยุติปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน แม้ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่กลับมาเปิดเต็มรูปแบบ โดยมีรายงานว่าเป้าหมายหลักของสหรัฐฯ คือการบั่นทอนศักยภาพทางทหารของอิหร่าน และใช้แรงกดดันทางการทูตเพื่อให้เตหะรานยอมเปิดเส้นทางการค้าอีกครั้งอย่างไรก็ตาม พันธมิตรในอ่าวเปอร์เซีย นำโดยซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กลับกดดันให้สหรัฐฯ เดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อ โดยมองว่ายังเป็น “โอกาสสำคัญ” ในการเปลี่ยนแปลงระบอบผู้นำของอิหร่าน และยุติภัยคุกคามในภูมิภาคสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นจุดตึงเครียดหลักของสงคราม และเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและราคาพลังงานในระยะต่อไป

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

WATCH LATEST VIDEOS
FEATURED
“อนุทิน” จ่อตั้ง “เอกนิติ” นั่งคุม ศบก.แทน “พิพัฒน์”
Politics2026 Apr 01 :: 04:52

“อนุทิน” จ่อตั้ง “เอกนิติ” นั่งคุม ศบก.แทน “พิพัฒน์”

“อนุทิน” จ่อตั้ง “เอกนิติ” นั่งคุม ศบก.แทน “พิพัฒน์” พร้อม ส่งปลัดมท.ลงพื้นที่เหนือแก้ฝุ่น PM2.5 วันที่ 1 เม.ย. 2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ชี้แจงกรณี พิพัฒน์ รัชกิจประการ ไม่กำกับดูแลกระทรวงพลังงาน ว่าจะให้นาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รับผิดชอบแทนเพื่อสร้างความสบายใจประชาชนและ สส. ระดมความรู้และประสบการณ์ทุกฝ่ายแก้ปัญหาพลังงานให้ประชาชน ยืนยันน้ำมันไทยต้องใช้สำหรับคนไทย ไม่ให้มีการลักลอบส่งออกโดยไม่ได้รับอนุญาต หารือหน่วยงาน ศรชล. ตำรวจ กรมเจ้าท่า และกรมการปกครอง ร่วมควบคุมตลาดน้ำมัน ย้ำ MOU 2544 กับเสนาธิการทหารเรือจบแล้ว และถือเป็นการยกเลิก“อนุทิน” ส่ง ปลัดมท.ลงพื้นที่เหนือแก้ฝุ่น PM2.5นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์กรณีจะประกาศให้จังหวัดภาคเหนือเป็นพื้นที่ภัยพิบัติหลังจากค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานหรือไม่ ว่า วันนี้ในช่วงบ่าย ปลัดกระทรวงมหาดไทย จะเดินทางไปในพื้นที่ภัยพิบัติ เพื่อเรียกประชุมหน่วยงาน ตนทราบมาเบื้องต้นว่า แต่ละจังหวัดจะดำเนินการตามดุลยพินิจ และความจำเป็นเร่งด่วน โดยได้กำชับให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปบัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ เมื่อถามว่ามีความจำเป็นในการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติหรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ผู้ที่จะประกาศ คือ ผวจ.และให้คนอยู่หน้างานเป็นผู้ดู ซึ่งตนให้อำนาจและการตัดสินใจไปยังผวจ. ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่สร้างความมั่นใจ และเตรียมการช่วยเหลือประชาชนในทุกด้าน และเมื่อวานนี้ (31 มี.ค.) ยังมอบหมายให้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งรับผิดชอบดูแลเรื่องนี้ ซึ่งจะลงพื้นที่พร้อมอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย (ปภ.)ซึ่งจะอยู่ในพื้นที่ตลอดเวลาในช่วงที่มีสถานการณ์ฝุ่น“อนุทิน” ยันการเมืองไม่มีแทรกทำงาน ชี้ ภท.พรรคใหญ่ รมต.ต้องแข่งกันทำงานนายอนุทิน ชาญวีรกูล เผยโฉม ครม.ชุดใหม่ “อนุทิน 2” มี 35 คน เน้นมืออาชีพ 3 กระทรวงหลัก ไม่ตั้งรัฐมนตรีช่วย ยืนยันรัฐมนตรีทุกคนทำงานอิสระ วัดผลด้วย KPI เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ไม่ทำเอ็มโอยูล็อกเก้าอี้ ใช้ความเชื่อใจและความโปร่งใส เตรียมแถลงนโยบายต่อรัฐสภา มุ่งแก้ปัญหาพลังงานและความเดือดร้อนประชาชนทันที โครงการคนละครึ่งปรับเพิ่ม “พลัส” รองรับสถานการณ์น้ำมัน แต่ยังต้องพิจารณาขอบเขตกฎหมายและการเงิน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“พริษฐ์“ กร้าว ไม่มีเวลาทดลองงาน สำหรับ “ครม.ชุดใหม่” ยัน สู้คดี 44 สส.เต็มที่
Politics2026 Apr 01 :: 04:41

“พริษฐ์“ กร้าว ไม่มีเวลาทดลองงาน สำหรับ “ครม.ชุดใหม่” ยัน สู้คดี 44 สส.เต็มที่

“พริษฐ์“ กร้าว ไม่มีเวลาทดลองงาน สำหรับ “ครม.ชุดใหม่” ยัน สู้คดี 44 สส.เต็มที่ หลัง ป.ป.ช.เตรียมยื่นศาลฎีกาวันที่ 1 เม.ย. 69 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ โฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึง โฉมหน้าคณะรัฐมนตรี(ครม.) ชุดใหม่ ของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า พอมี ครม.ใหม่ควรเริ่มทำงานทันทีแก้ปัญหาขีดความสามารถการแข่งขัน การศึกษา และทุจริต เน้นวิกฤติพลังงานส่งผลต่อปากท้องประชาชนต้องรีบแก้ไข กังวลช่วงสงกรานต์ เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกประชาชน เน้นโปร่งใสเรื่องข้อมูลน้ำมันและจุดเติมเชื้อเพลิง ให้ความสำคัญระบบขนส่งสาธารณะและความปลอดภัยบนถนน“โดยคิดว่าสิ่งที่ประชาชนคาดหวังที่สุด ก็คือ ครม.ชุดใหม่ ต้องเดินหน้าทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชนทันที คงไม่มีเวลาทดลองงาน” นายพริษฐ์ กล่าว"พริษฐ์" ยัน สู้คดี 44 สส.เต็มที่ หลัง ป.ป.ช.เตรียมยื่นศาลฎีกา ย้ำชัด เสนอร่างกฎหมายไม่ควรถูกตัดสิทธิ์พริษฐ์ วัชรสินธุ ระบุกรณี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เตรียมยื่นฟ้อง 44 สส. ต่อศาลฎีกา ยืนยันการเสนอร่างกฎหมายไม่ควรถูกตัดสิทธิทางการเมือง พรรคประชาชนเตรียมสู้คดีเต็มที่ ทั้งในกระบวนการศาลและการสื่อสารกับสังคม ชี้ขั้นตอนหากศาลรับคำร้อง อาจมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังไม่ใช่การตัดสินความผิด ย้ำ สส. ที่ยังปฏิบัติหน้าที่จะทำงานต่อจนกว่าจะมีคำสั่งศาล กังวลผลกระทบต่อระบบรัฐสภาและอนาคตการเมืองไทย มากกว่าผลกระทบต่อพรรค

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“สันติ ปิยะทัต” เก็บของออกจากห้องทำงานทำเนียบฯ
Politics2026 Apr 01 :: 04:34

“สันติ ปิยะทัต” เก็บของออกจากห้องทำงานทำเนียบฯ

“สันติ ปิยะทัต” เก็บของออกจากห้องทำงานทำเนียบฯเตรียมเคลียร์ห้องทำงานรอรับรองนายกฯ-รมต.สำนักนายกฯป้ายแดงวันที่ 1 เม.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ครม.อนุทิน 2 ทำให้รัฐมนตรีในครม.อนุทิน 1 ที่ไม่ได้ไปต่อทยอยเก็บของออกจากห้องทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลโดยเมื่อช่วงเช้าวันนี้ นายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ให้เจ้าหน้าที่มาเก็บของที่ชั้น 4 ตึกบัญชาการ 1 โดยมีรถบรรทุกคันเล็กจำนวน 2 คัน และรถกระบะ 1 คัน มาขนของออกไป โดยส่วนหนึ่งจะไว้ที่บ้าน และส่วนหนึ่งนำไว้ที่ออฟฟิศของนายสันติ ซึ่งในส่วนของรถกระบะเป็นโต๊ะหมู่บูชาและรูปภาพบางส่วน ขณะที่รถบรรทุกคันเล็กขนตู้ไม้ ชุดเฟอร์นิเจอร์โต๊ะทำงาน เก้าอี้ต่างๆ รวมถึงจานชามขณะที่ วันเดียวกัน ทีมงาน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์เดินทางมาไหว้ศาลพระภูมิ และศาลตาศาลยาย ประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นการอำลาขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น อดีตรองนายกฯ ซึ่งใน “ครม.อนุทิน 2” ดำรงตำแหน่ง รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพียงตำแหน่งเดียว ได้ให้เจ้าหน้าที่ขนของออกจากห้องทำงานชั้น 1 ไปก่อนหน้านี้แล้ว เช่นเดียวกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาขนของออกจากตึกบัญชาการ 1 ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาโดยหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะมีการเตรียมห้องทำงานเพื่อรองรับรองนายกฯ และรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ประกอบด้วย ห้องทำงานของนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์, นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ, นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม และนางสุขสำรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีขณะที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง, น.ส.ศุภมาศ อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะใช้ห้องทำงานเดิม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

สงกรานต์เตรียมเฮ! ฟรีทางด่วน-มอเตอร์เวย์ คุมเข้มทั่วประเทศ ตั้งเป้าลดตาย 5% จัดเต็ม 10 วัน
Society2026 Apr 01 :: 04:27

สงกรานต์เตรียมเฮ! ฟรีทางด่วน-มอเตอร์เวย์ คุมเข้มทั่วประเทศ ตั้งเป้าลดตาย 5% จัดเต็ม 10 วัน

สงกรานต์เตรียมเฮ! ฟรีทางด่วน-มอเตอร์เวย์ คุมเข้มทั่วประเทศ ตั้งเป้าลดตาย 5% จัดเต็ม 10 วัน อำนวยความสะดวก-ความปลอดภัยทุกเส้นทาง ดันแคมเปญ “Smart Travel Songkran 2569” ให้คนไทยถึงบ้านปลอดภัยวันนี้ 1 เม.ย. 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนแผนการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10 - 19 เมษายน 2569 รวม 10 วัน ภายใต้หัวข้อการรณรงค์ “ออกเวลาไหนก็ถึงบ้านเหมือนกัน Smart Travel Songkran 2569” โดยตั้งเป้าลดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บบนโครงข่ายถนนของกระทรวงคมนาคม ต้องไม่น้อยกว่า 5%นายพิพัฒน์ กล่าวว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมได้ร่วมกันให้บริการฟรีแก่พี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ประกอบด้วย การยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ได้แก่ ทางพิเศษบูรพาวิถี และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี - สุขสวัสดิ์) รวม 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน เวลา 00.01 น. - 16 เมษายน 2569 เวลา 24.00 น. และทางพิเศษอุดรรัถยา ทางพิเศษเฉลิมมหานคร และทางพิเศษศรีรัช รวม 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน เวลา 00.01 น. - 15 เมษายน 2569 เวลา 24.00 น. นอกจากนี้ ยังได้ยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบนมอเตอร์เวย์ของกรมทางหลวง (ทล.) 3 เส้นทาง ได้แก่ มอเตอร์เวย์หมายเลข 7 (กรุงเทพฯ - เมืองพัทยา) มอเตอร์เวย์หมายเลข 9 (สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ถนนกาญจนาภิเษก ตอนบางปะอิน - บางพลี และตอนพระประแดง - บางแค ช่วงพระประแดง - ต่างระดับบางขุนเทียน) และมอเตอร์เวย์หมายเลข 81 (บางใหญ่ - กาญจนบุรี) รวม 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 10 - 16 เมษายน 2569 อีกทั้งเปิดให้ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเพื่ออำนวยความสะดวกการเดินทางของพี่น้องประชาชน ได้แก่ มอเตอร์เวย์หมายเลข 6 ตลอดเส้นทาง จากบางปะอิน - นครราชสีมา โดยช่วงบางปะอิน - ปากช่อง จะให้ใช้เป็นขาออกกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 10 - 13 เมษายน 2569 และเป็นขาเข้ากรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 14 - 19 เมษายน 2569 และช่วงปากช่อง - นครราชสีมา สามารถใช้ได้ทั้งขาออกและขาเข้า และเปิดให้ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 82 จากแยกต่างระดับบางขุนเทียน - เอกชัย ระยะทาง 10 กิโลเมตรนายพิพัฒน์ กล่าวต่ออีกว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และภาคีเครือข่ายได้เปิดให้บริการตรวจเช็กสภาพรถฟรีสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล ทั้งสิ้น 29 แห่ง โดยดำเนินการที่สถานเอกชนที่ติดป้ายตรวจรถฟรีขับขี่ปลอดภัย โครงการอาชีวะขนส่งอาสาดำเนินการตรวจรถและบริการอำนวยความสะดวกระหว่างทาง 150 แห่ง ทั่วประเทศ รวมถึงได้ตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกในการเดินทางที่สถานีขนส่งและจุดจอด Rest Area 219 แห่ง ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 9 - 19 เมษายน 2569 นอกจากนี้ ขบ. ได้เผยแผนรับมือราคาน้ำมันผันผวน ปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร 5 สตางค์ ต่อที่นั่งต่อกิโลเมตร ตามมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 พร้อมหาสูตรการปรับราคาค่าโดยสารที่สามารถปรับขึ้น - ลงได้ตามสภาพเศรษฐกิจหรือราคาน้ำมัน เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้ประสานบริษัท ขนส่ง จำกัด ตรึงราคาตั๋วรถโดยสารประจำทางราคาเดิมจนถึงวันที่ 19 เมษายน 2569 รวมถึงประชาชนที่ได้สำรองซื้อตั๋วโดยสารล่วงหน้าไว้แล้ว จะยังคงจ่ายในราคาเดิมโดยไม่มีการเรียกเก็บส่วนต่างเพิ่ม และจะต้องไม่มีการยกเลิกตั๋วที่ได้สำรองไปก่อนหน้านี้ เพื่อให้ประชาชนมีรถโดยสารเดินทางในช่วงเทศกาลอย่างเพียงพอ ช่วยส่งมอบความสุขให้ประชาชนเดินทางกลับบ้านได้อย่างสบายใจ นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานหยุดกิจกรรมการก่อสร้าง และคืนพื้นผิวบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง เพิ่มไฟฟ้าส่องสว่างในเส้นทางเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทางในเวลากลางคืน การลดและปิดจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ เฝ้าระวังจุดเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน และบริหารจัดการจราจรบนเส้นทางจราจรหนาแน่นติดขัด โดยให้หน่วยงานติดตามปริมาณจราจรตลอดเวลา เน้นบริหารจัดการจราจรเชิงรุก ระบายการจราจรอย่างทันสถานการณ์ ขอความร่วมมือรถบรรทุกงดวิ่ง และจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่เพื่อให้บริการประชาชนและเนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ 13 เมษายน การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยได้มีการยกเว้นค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT ทั้ง 4 สาย ได้แก่ สายสีม่วง สายสีน้ำเงิน สายสีเหลือง และสายสีชมพู ให้แก่ผู้โดยสารที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ระหว่างวันที่ 13 - 15 เมษายน 2569 ตลอดระยะเวลาให้บริการ ขณะที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพให้ขึ้นรถเมล์ฟรีทุกประเภท ในวันที่ 13 เมษายน 2569นอกจากนี้ กรมท่าอากาศยานได้ให้ท่าอากาศยานทุกแห่งประสานความร่วมมือผู้ประกอบการจัดรถรับ - ส่งผู้โดยสารให้เพียงพอทุกเที่ยวบิน ในส่วนของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้เปิดให้บริการจอดรถฟรี ณ ลานจอดรถระยะยาว โซน C ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 11 เมษายน - เวลา 24.00 น. ของวันที่ 15 เมษายน 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ รวมถึงได้จัดรถ Shuttle Bus สาย A บริการรับ - ส่งระหว่างลานจอดรถระยะยาวโซน C และอาคารผู้โดยสาร โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายนายพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ได้เน้นย้ำทุกหน่วยงานในเรื่องของการให้บริการพี่น้องประชาชน ที่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ต้องไม่มีผู้โดยสารตกค้าง คุมเข้มเรื่องค่าโดยสารต้องไม่มีการโก่งราคา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีเพียงพอตั้งแต่ต้นทางขาออกจากกรุงเทพฯ และขากลับจากต่างจังหวัดในทุกภูมิภาค ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลการเดินทางและแจ้งอุบัติเหตุได้ที่ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม สายด่วน 1356 และทางแอปพลิเคชัน อาทิ M Traffic สำหรับเดินทางบน Motorway / Thailand Highway Traffic สำหรับเดินทางบนทางหลวงทั่วประเทศ NAMTANG สำหรับเดินทางเชื่อมต่อด้วยระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สายด่วนและ Website ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ประชาสัมพันธ์แนะนำทางลัดทางเลี่ยง การจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกทางถนน เช่น ภายในสถานีขนส่ง บริการจุดพักรถ จุดตรวจสภาพรถ จุดบริการประชาชน เป็นต้น

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

เปิดประวัติ "โบว์ ณัฏฐา" โฆษก ศบก. คนใหม่ ที่เส้นทางชีวิตไม่ธรรมดา
Politics2026 Apr 01 :: 03:02

เปิดประวัติ "โบว์ ณัฏฐา" โฆษก ศบก. คนใหม่ ที่เส้นทางชีวิตไม่ธรรมดา

เปิดประวัติ "โบว์ ณัฏฐา" โฆษก ศบก. คนใหม่ ที่เส้นทางชีวิตไม่ธรรมดาน.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ “โบว์” เกิดเมื่อปี 2522 ที่กรุงเทพมหานคร จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนสาธิตปทุมวัน ก่อนศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะอักษรศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้านการทำงาน เธอมีประสบการณ์ในหลายสายงาน ทั้งฝ่ายต่างประเทศ ฝ่ายสื่อมวลชน และฝ่ายสื่อสารองค์กร เคยทำหน้าที่พิธีกรในสถานีวอยซ์ทีวี โดยมีผลงานรายการอย่าง “ดีว่าส์ คาเฟ่” และ “โคซี่ ลิฟวิ่ง” ก่อนที่รายการจะยุติการผลิต นอกจากนี้ยังประกอบอาชีพครูสอนภาษาอังกฤษ และเป็นวิทยากรด้านบุคลิกภาพและการตลาดสำหรับบทบาททางการเมือง “โบว์ ณัฏฐา” เริ่มเป็นที่รู้จักจากการเข้าร่วมกิจกรรมเคลื่อนไหว โดยเริ่มจากการชักชวนของ อานนท์ นำภา ให้ร่วมจัดกิจกรรมเปิดหมวกช่วยเหลือนักโทษการเมืองที่ถนนข้าวสาร ต่อมาได้ร่วมเรียกร้องสิทธิให้ “ไผ่ ดาวดิน” และมีบทบาทสำคัญในการชุมนุมเรียกร้องการเลือกตั้งในนามกลุ่ม MBK39 จนได้รับฉายา “โบว์ คนอยากเลือกตั้ง”ในด้านธุรกิจ พบว่าเธอมีชื่อเป็นกรรมการบริษัท 1 แห่ง และถือหุ้นรวม 2 รายการ มูลค่ารวม 883,303 บาท โดยบริษัทหลักคือ บริษัท บีที เวนเจอร์ส จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสนามเด็กเล่นและกิจกรรมสันทนาการ มีทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาทโบว์ถือหุ้นจำนวน 23,200 หุ้น หรือ 58% ของบริษัท อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องในช่วงปี 2556–2558 และมีสถานะเป็นบริษัทร้าง ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2563ผลประกอบการย้อนหลังของบริษัทมีดังนี้ปี 2556 รายได้ 4.81 ล้านบาท ขาดทุน 1.92 ล้านบาทปี 2557 รายได้ 3.02 ล้านบาท ขาดทุน 1.23 ล้านบาทปี 2558 รายได้ 1.03 ล้านบาท ขาดทุน 1.72 ล้านบาทขณะที่งบการเงินปี 2558 ระบุว่า บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1.70 ล้านบาท และหนี้สินรวม 6.51 ล้านบาท

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

รัฐบาลเตือนประชาชน ระมัดระวัง April Fool’s Day หากโพสต์สร้างความเสียหาย มีความผิดตามกฎหมาย
Politics2026 Apr 01 :: 02:48

รัฐบาลเตือนประชาชน ระมัดระวัง April Fool’s Day หากโพสต์สร้างความเสียหาย มีความผิดตามกฎหมาย

รัฐบาลเตือนประชาชน ระมัดระวัง April Fool’s Day หากโพสต์สร้างความเสียหาย-สร้างความตื่นตระหนก มีความผิดตามกฎหมาย โทษทั้งจำและปรับ แนะตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นเรื่องจริงก่อนแชร์นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 1 เมษายน ของทุกปี ตรงกับ April Fool’s Day หรือ วันแห่งการโกหก ซึ่งมักจะมีการสร้างเรื่องโกหกเพื่อความสนุกสนาน หรือเพื่อหยอกล้อซึ่งกันและกันในหมู่เพื่อนฝูง โดยหลายๆ คนมักจะใช้เป็นกิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์และคลายความเครียด แต่บางครั้งการล้อเล่นหรือการโกหกก็อาจส่งผลกระทบต่อผู้อื่น หรืออาจสร้างความตื่นตระหนกในสังคมได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการโพสต์เรื่องโกหกผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจมีการเผยแพร่ ส่งต่อ หรือแชร์ ทำให้เรื่องโกหกกระจายไปในวงกว้างรัฐบาล โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้ระมัดระวังในการสร้างเรื่องโกหกเพื่อความสนุกสนานหรือหยอกล้อบุคคลอื่น เพราะการกระทำดังกล่าวทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย หรือเกิดความตื่นตระหนกในสังคม ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมาย เช่น1. การเผยแพร่ข้อมูลที่ทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ร่วมแชร์ ร่วมด่า หรือแสดงความคิดเห็นหยาบคาย ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท2. การนำเข้า หรือเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ที่ส่งผลกระทบต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 (1) (2) (15) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ“ท่ามกลางสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ส่งผลต่อวิกฤตพลังงาน รัฐบาลขอความร่วมมือส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และก้าวผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน ก่อนที่จะแชร์ข่าว หรือข้อมูลใดๆ ให้กับบุคคลอื่น ขอให้ตรวจสอบก่อนว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริงหรือไม่ หากได้รับความเสียหาย หรือพบเห็นบุคคลใดสร้างข่าวปลอมจนทำให้เกิดความสับสนในสังคม สามารถแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้านท่าน หรือแจ้งเบาะแสไปยังสายด่วน 191 และสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง”นางสาวอัยรินทร์ ระบุ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ครบรอบ 134 ปี วันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงมหาดไทย 1 เมษายน 2569
Politics2026 Apr 01 :: 02:40

“ครบรอบ 134 ปี วันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงมหาดไทย 1 เมษายน 2569

“ครบรอบ 134 ปี วันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงมหาดไทย 1 เมษายน 2569 น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณองค์ปฐมเสนาบดี สืบสานปณิธาน ‘บำบัดทุกข์ บำรุงสุข’ ผนึกกำลังราชสีห์ขับเคลื่อนแผ่นดินสู่ความสมบูรณ์พูนสุขอย่างยั่งยืน”วันนี้ 1 เม.ย 69 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีวางพุ่มดอกไม้ถวายสักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงมหาดไทย ครบ 134 ปี วันที่ 1 เมษายน 2569 โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย คณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย อธิบดี หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ คณะกรรมการบริหารและสมาชิกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายวิชัย ศรีขวัญ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย สมาคมนักปกครองแห่งประเทศไทย สมาคมข้าราชการบำนาญ และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมพิธี.โอกาสนี้ นายอนุทิน นำคณะผู้บริหารระดับสูง สักการะศาลพระชัยมงคล ศาลพระกาฬไชยศรี และสักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ โดยหลั่งน้ำจากพระสังข์ที่ป้ายพระนาม “ดำรงราชานุภาพ” เสร็จแล้วเจิม ถวายพวงมาลัย โปรยดอกไม้ และวางพุ่มดอกไม้ถวายสักการะ จุดธูป เทียนที่เครื่องทองน้อย และที่โต๊ะเครื่องสังเวย ผู้บริหารระดับสูงร่วมปักธูปบริวารทั้งหมดที่เครื่องสังเวย โหร พราหมณ์ อ่านคำบวงสรวงเพื่อถวายสักการะ จบแล้ว นายอนุทิน กล่าวคำสดุดี และตรวจเยี่ยมแถวข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ เป็นอันเสร็จพิธีวางพุ่มดอกไม้ถวายสักการะฯ.นายอนุทิน กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชโองการตั้งกระทรวงมหาดไทยขึ้น เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2435 และได้ทรงมอบหมายให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ดำรงตำแหน่งองค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย พระองค์ได้ทรงวางรากฐานอันมั่นคงให้แก่กระทรวงมหาดไทย อาทิ ทรงจัดวางระบบการบริหารราชการ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ทรงวางรากฐานการปกครอง แบบเทศาภิบาลและสุขาภิบาล อันเป็นพื้นฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ทรงกำหนดความหมายของงานมหาดไทยให้ชัดเจนว่า "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข" ทรงสดับตรับฟังทุกข์และสุขของประชาชนด้วยพระองค์เองพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสว่า กรมดำรงฯ มอบดวงใจให้กับกระทรวงมหาดไทย ในปีพุทธศักราช 2505 องค์การ UNESCO ได้ถวายการสดุดีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ให้ทรงเป็น “บุคคลสำคัญของโลก” นับเป็นเกียรติภูมิอันยิ่งใหญ่ของประเทศไทย และชาวกระทรวงมหาดไทย และเป็นแบบอย่างแห่งความวิริยะ อุตสาหะ ความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชน แม้ต้องเผชิญอุปสรรคก็ไม่ย่อท้อ อันสะท้อนจิตวิญญาณของการเป็นข้าราชการที่ดีตลอดมา.ตลอดระยะเวลา 134 ปีที่ผ่านมา ข้าราชการ “ราชสีห์” แห่งกระทรวงมหาดไทยได้ยืนหยัดปฏิบัติภารกิจด้วยความมุ่งมั่นและจิตสำนึกแห่งความเป็นข้าราชการที่ดี ยึดมั่นในอุดมการณ์ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเสียสละ วิริยะอุตสาหะ และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ส่งผลให้บุคลากรมหาดไทยในทุกยุคทุกสมัยหล่อหลอมเป็นกำลังสำคัญที่เปี่ยมด้วยความเข้มแข็ง อดทน และพร้อมเผชิญทุกความท้าทาย อันนำไปสู่การขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงมหาดไทยให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม สร้างความเจริญก้าวหน้าและความผาสุกแก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างมั่นคงสืบเนื่องตราบจนปัจจุบัน.ทั้งนี้ ในเวลา 09.00 น. นายอนุทิน เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยได้รับเมตตาจากสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร พร้อมด้วยคณะสงฆ์จากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ถวายไทยธรรม ภัตตาหาร และกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล เป็นอันเสร็จพิธี

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

รุกฆาตเสนอแก้รัฐธรรมนูญคืนอำนาจประชาชน “ถอดถอนองค์กรอิสระ” สกัด “รัฐบาล-ป.ป.ช.”
Politics2026 Apr 01 :: 00:56

รุกฆาตเสนอแก้รัฐธรรมนูญคืนอำนาจประชาชน “ถอดถอนองค์กรอิสระ” สกัด “รัฐบาล-ป.ป.ช.”

รุกฆาตเสนอแก้รัฐธรรมนูญคืนอำนาจประชาชน “ถอดถอนองค์กรอิสระ” สกัด “รัฐบาล-ป.ป.ช.” ฮั้ว พรรคประชาชนยืนแก้กติกาตัดอำนาจประธานสภาฯปัดตกคำร้องสแกน ป.ป.ช.วันที่ 1 เม.ย. 69 สำนักข่าวThe Room 44 เกาะติดการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราและการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ภายหลังประชามติด้วยเสียงท่วมท้นให้ทำกติกาใหม่ของประเทศ และล่าสุด“ครม.นายอนุทินพลัส” กำลังมีอำนาจเต็มภายหลังแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาวันที่ 7- 9 เม.ย. ไปดูมุมมองของพรรคประชาชนที่พยายามเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 มาหลายครั้ง ครั้งนี้มาลุ้นกันว่าจะสำเร็จหรือไม่ ไปฟังมุมคิดของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน และว่าที่ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) โดยขับมุมคิดถึงการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ นำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับ ภายหลังประชามติทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านว่า ขอแยกเป็น 2 ขา คือ 1.ทุกพรรคการเมือง ทุกฝ่าย ทั้งสส.และสว.ต้องดำเนินการตามมติของประชาชนที่แสดงออกเสียงประชามติ ถือเป็นมติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น กว่า 20 ล้านเสียงและต้องทำความเข้าใจ โดยคำนึงถึง 10 ล้านเสียงที่ลงคะแนนไม่เห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นายพริษฐ์กล่าวว่า ส่วนในเชิงกระบวนการที่ต้องจับตามอง ต้องดูว่าครม.ชุดใหม่ จะมีมติยืนยันร่างรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ในรัฐสภาหรือไม่ ร่างรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ไม่ได้หมายถึงร่างของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯที่อยู่ในชั้นวาระ 2 พิจารณารายมาตรา แต่เป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชน และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย ที่ผ่านวาระหนึ่งในขั้้นรับหลักการ ทั้ง 2 ร่างนี้ ครม.ชุดใหม่จะยืนยันหรือไม่ ถ้าครม.ยืนยันก็นำไปสู่การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯชุดใหม่ เพื่อพิจารณาตามหลักการและเหตุผลของ 2 ร่างนี้ หากครม.ไม่ยืนยันภายใน 60 วัน จะต้องเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับหมวด 15/1 เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกรอบนายพริษฐ์กล่าวว่า ไม่ว่าครม.ตัดสินใจอย่างไร พรรคประชาชนเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1ต้องเน้นการมีกลไกในจัดทำฉบับใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุด และไม่ถูกผูกขาดโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งทางการเมือง ส่วนขาที่ 2 มันมีบางประเด็นในรัฐธรรมนูญที่อาจจะต้องหรือสมควรแก้ไขรายมาตราคู่ขนานไปด้วย ประเด็นนี้พรรคประชาชนยืนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าไปแล้ว 2 ร่าง เป็นการแก้ไขรายมาตราคู่ขนานกับการจัดทำฉบับใหม่ โดยร่างที่ 1 คืนสิทธิ์ให้ประชาชนในการเข้าชื่อ เพื่อริเริ่มกระบวนการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่มันไม่ได้หมายถึงแค่การเข้าชื่อเพื่อริเริ่มการถอดถอน สส. สว. รัฐมนตรีอย่างเดียว แต่รวมไปถึงผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระด้วย เช่น ประชาชนเห็นพฤติกรรมของกกต.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ประชาชนมีสิทธิ์เข้าชื่อ เพื่อริเริ่มกระบวนการถอดถอนได้ เปิดทางให้เรื่องเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ส่วนร่างที่ 2 แก้มาตราเดียว เพื่อป้องกันการฮั้วระหว่างรัฐบาลกับป.ป.ช.“รัฐธรรมนูญเปิดช่องให้สส.หรือประชาชนเข้าชื่อกล่าวหาป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่ต้องผ่านประธานสภาฯก่อนให้ใช้ดุลพินิจก่อนส่งไปที่ศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะไต่ส่วนอิสระตรวจสอบป.ป.ช.ทันทีทันใด ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่สมมติรัฐบาลและป.ป.ช.ฮั้วกัน ป.ป.ช.ไม่ตรวจสอบรัฐบาล ถ้าประชาชนไปร้องป.ป.ช.ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ก็ให้ประธานสภาฯที่เป็นคนจากพรรคแกนนำรัฐบาลปัดตกข้อร้องเรียนทั้งหมด กลายเป็นตรวจสอบป.ป.ช.ไม่ได้ เราถึงพยายามตัดดุลพินิจของประธานสภาฯออก”นายพริษฐ์ทิ้งท้ายชวนสังคมขบคิด

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"รักชนก" โพสต์แรง! จ่อตัดสิทธิ์นักการเมืองคุณภาพ คดี 44 สส. ปล่อยคนไร้ผลงานครองสภา ลั่นเราจะอยู่กันแบบนี้เหรอ?
Politics2026 Mar 31 :: 15:02

"รักชนก" โพสต์แรง! จ่อตัดสิทธิ์นักการเมืองคุณภาพ คดี 44 สส. ปล่อยคนไร้ผลงานครองสภา ลั่นเราจะอยู่กันแบบนี้เหรอ?

"รักชนก" โพสต์แรง! จ่อตัดสิทธิ์นักการเมืองคุณภาพ คดี 44 สส. ปล่อยคนไร้ผลงานครองสภา ลั่นเราจะอยู่กันแบบนี้เหรอ?วันที่ 31 มี.ค. 2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน โพสต์ภาพข้อความ ระบุว่า บ้านนี้เมืองนี้กำลังจะตัดสิทธิตลอดชีวิตคนอย่าง วิโรจน์ ศิริกัญญา ณัฐพงษ์ วรภพ วาโย เท่าภิภพ รังสิมันต์ แล้วปล่อยให้ในสภา ในการเมืองไทยประเทศไทยก็จะ มีแต่คนอย่าง สุชาติ ชมกลิ่น ธรรมนัส พรหมเผ่า สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ชนนพัฒฐ์ นาคสัว ไผ่ ลิกค์ , ชาดา ไทยเศรษฐ์ และอื่นๆอีกมากมาย ประเทศเราจะอยู่กันแบบนี้หรอ ?นอกจากนี้ ระบุอีกว่า 44 สส. พรรคก้าวไกล ความผิดของพวกเค้าคืออะไร?พิมพ์ด้วยความ หงุดหงิด โมโห โกรธ หดหู่และสังเวทในอนาคต ประเทศเรากำลังจะตัดสิทธิ์ตลอดชีวิตคนอย่าง เช่นคนที่ 1 รังสิมันต์ โรม - ผู้ที่ทำให้ประชาชนคนไทย ได้รู้ว่า แก๊งคอลเซนเตอร์ไม่ใช่ความผิดพลาดส่วนบุคคล แต่คือการบริหารราชการแผ่นดินที่ผิดพลาด ไปจนถึงความจงใจในการปล่อยปะละเลย เพราะคนในรัฐบาลเป็นเพื่อนกับ สแกเมอมอร์และนักฟอกเงินระดับโลก โรมทำให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้รู้จักกับผู้ชายที่ชื่อ “เบน สมิธ” ถ้าไม่มีเค้าผู้ชายคนนี้ก็คงเป็นแค่คนสนิทยอดฮิตของนักการเมืองที่ไม่มีใครรู้เบื้องหลังคนที่ 2 กาย ณัฐชา - รถถังฝั่งธน แกเป็น สส.กรุงเทพ แต่เป็นขวัญใจเกษตรกรทั่วประเทศ เพราะการระบาดของปลาหมอคางดำ หนักจนทำให้เกษตรกรหมดตัวกันถ้วนหน้า สส.ทั้งสภามีแค่พวกเราพรรคประชาชน นำโดย กาย ณัฐชา ที่กล้าพูดเรื่องหมอคางดำและพิสูจน์ให้เห็นว่ามันคือความผิดพลาดและหน้าด้านของกลุ่มทุนใหญ่ ที่ทำลายทั้งชีวิตเกษตรกรและระบบนิเวศทั่วทั้งประเทศคนที่ 3 เอิท ปกรณ์วุฒิ - ชื่อนี้ไม่โดนเด่นเท่าไหร่ แต่พี่เอิทคือคนที่ทำให้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ น้องชายในไส้ ของ เนวิน ชิดชอบ หลุดจากตำแหน่งรัฐมนตรีคมนาคม จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จากกรณีถือหุ้นและเป็นเจ้าของ หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ผ่านนอมินีคนที่ 4 ธี ธีชัยชัย - “มันคือแป้ง” คนอาจจะลืมไปแล้วว่ามาจากไหน ดิฉันจะย้ำให้ฟังอีกครั้งว่าเป็นผลงานของ ธีรัจชัย พันธุมาศ เพื่อนของดิฉัน ที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ นายธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่ต้องบอกมั้งว่าเรื่องอะไร คนที่ทำให้ซะให้นายธรรมนัสนั่งไม่ติดต้องลุกขึ้นโต้ จนเกิดวลีที่คนยังใช้มาจนถึงทุกวันนี้ มันคือแป้ง!คนที่ 5 อาจารย์สุรเชษฐ์ - ผู้ที่แหกงบประมาณกระทรวงคมนาคมทุกปีแล้วก็เจอทุกปี ผู้ที่ทำให้คนทั้งประเทศได้รู้ว่า ประเทศไทยในรัฐบาลที่ภูมิใจไทยคุมกระทรวงคมนาคม จัดงบซ่อมถนน “บุรีรัมย์นำโด่ง” ถนนที่บุรีรัมย์ต้องทุบแล้วทำใหม่ซ่อมแล้วซ่อมอีกอยู่จังหวัดเดียว ไม่รู้เป็นห่าไรและตอนนี้เพื่อนๆทุกคนของไอซ์ ถูก ป.ป.ช. มีมติเห็นชอบร่างคำร้องเตรียมยื่นต่อศาลฎีกา กรณีเสนอแก้กฏหมาย คำถามคือความผิดของพวกเค้าคืออะไรพูดให้ชัดๆหน่อย ?ราวกับว่าประชาชนทั้งประเทศเชื่อไปแล้ว ว่าพวกเค้าจะต้องถูกตัดสิทธิ์แน่นอน โดยลืมไปแล้วว่าต้นเหตุมาจากอะไรทุกคนตั้งสตินะคะ เรากำลังจะเสียบุคลากรคุณภาพจำนวนมากไป แค่เพียงเพราะพวกเค้าตั้งใจทำงานและทำหน้าที่ตาม job description ที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ คือ ต ร า ก ฏ ห ม า ย !คนกลุ่มนี้เค้ากำลังจะโดนตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต เพราะพวกเค้ายื่นแก้กฏหมาย ทั้งๆกฏหมายแม่งยังไม่ได้เข้าสภาด้วยซ้ำ!ประเทศนี้มันจะบิดเบี้ยวไปถึงไหน สส. ที่ขาดประชุมสภาเป็นว่าเล่น ไม่เข้าสภา ไม่มาโหวต บางคนตลอดสมัยโผล่มาสภา 2ครั้ง บางคนลงมติ ไม่โดนลงโทษอะไร เช่น สุชาติชมกลิ่น สส. พรรคภูมิใจไทย ในสมัยที่แล้ว ลา/ขาดลงมติในการลงมติ 138 มติ จากทั้งหมด 183 มติ คิดเป็น 75.41% จากการขาดการลงมติทั้งหมดในสภา! ไม่โดนอะไรเลย ยังลอยหน้าลอยตาลงรับสมัครและเป็น สส. อยู่ได้เรื่อยๆแต่คนที่ตั้งใจทำงาน เป็นเดือดเป็นร้อนไปกับทุกข์ของประชาชน ขยันเสนอแก้กฏหมาย เอาใจใส่หน้าที่ตัวเองมาประชุมสภาทุกวัน ไม่ขาดลงมติน้อยมาก กำลังจะโดนตัดสิทธิ์ตลอดชีวิตความยุติธรรมอยู่ที่ไหน..ใจคอผู้มีอำนาจในประเทศนี้ จะตัดตอนองคาพยพสีส้มให้เหี้ยนเตียน ตัดแขนตัดขาให้เดินไม่ได้กันไปเรื่อยๆใช่ไหม ท่านคิดบ้างหรือป่าวว่าทำแบบนี้ไปเรื่องๆในสภา หรือ ประเทศเรามันจะเหลืออะไรท่านจะตัดสิทธิ์ตลอดชีวิตคนอย่าง พิธา วิโรจน์ ศิริกัญญา ณัฐพงษ์ วรภพ วาโย เท่าภิภพ รังสิมัน แล้วในสภาและในการเมืองไทยก็จะมีแต่คนอย่าง สุชาติ ชมกลิ่น , ธรรมนัส พรหมเผ่า , สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ , ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว , ไผ่ ลิกค์ , ชาดา ไทยเศรษฐ์ และอื่นๆอีกมากมาย ประเทศเราจะอยู่กันแบบนี้หรอ ?ท่านเกลียดเรา หวาดกลัวพวกเรา ใช้ทุกวิธีการไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไร ทำให้พวกเราค่อยๆหายไป แล้วเคยคิดไหมว่าพวกเราหายไปแล้ว คนแบบไหนที่จะเรืองอำนาจขึ้นมาปกครองประเทศนี้ เราจะอยู่กันแบบนี้หรอ ?

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

POPULAR CONTENT
No content available.
OPINION
นายกฯ สั่งด่วนลดต้นทุนสินค้าเกษตร ตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย รมต.-สส.-หน่วยราชการ หามาตรการเพิ่มรายได้เกษตรกร
Agri-News2025 Oct 27 :: 21:00

นายกฯ สั่งด่วนลดต้นทุนสินค้าเกษตร ตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย รมต.-สส.-หน่วยราชการ หามาตรการเพิ่มรายได้เกษตรกร

นายกฯ สั่งด่วนลดต้นทุนสินค้าเกษตร ตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย รมต.-สส.-หน่วยราชการ หามาตรการเพิ่มรายได้เกษตรกรนายนพพล เหลืองทองนารา สส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เชิญสส.พรรคเพื่อไทยเข้าหารือ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ถึงปัญหาความเดือดร้อนประชาชนในพื้นที่ สส.ได้สะท้อนปัญหาร้องเรียนจากเกษตรให้นายกฯฟังโดยตรง น.ส.แพทองธารสั่งการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างรัฐมนตรี สส.ในพื้นที่ และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องหามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรทุกมิติ ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากภาคการเกษตรในทุกผลิตภัณฑ์ รวมทั้งแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร ทั้งข้าว มันสำปะหลัง ทุเรียน ที่ปัจจุบันเกษตรกรแบกรับต้นทุนสูงขึ้น ทั้งปุ๋ย น้ำมัน ยาปราบศัตรูพืช ส่งผลให้รายได้เกษตรกรลดลง คณะทำงานจะหามาตรการลดต้นทุนการเพาะปลูกให้เกษตรกรทั้งประเทศ รัฐบาลทราบดีว่าเกษตรกรประสบปัญหาต้นทุนสูง เป็นปัญหาเร่งด่วนที่จะเร่งแก้จริงจัง เพราะนโยบายพรรคเพื่อไทยคือยกระดับรายได้เกษตรกรไทยทั้งประเทศ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

โจทย์ใหญ่ “อุ๊งอิ๊งค์” ต้องเร่งจัดขบวนทัพ
Politics2025 Oct 27 :: 17:30

โจทย์ใหญ่ “อุ๊งอิ๊งค์” ต้องเร่งจัดขบวนทัพ

ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก ....วันก่อน “วรชัย เหมะ” แกนนำคนเสื้อแดงตัวจี๊ด อาสาหาราคีรีตัวเอง เป็นหน่วยกล้าตาย ของพรรคเพื่อไทย ตัดสินใจออกตัววิพากษ์วิจารณ์ “นายกฯนิด” เศรษฐา ทวีสิน ทั้งที่รู้ดีอยู่ว่า จะมีเอฟเฟกต์ ต่างๆนาๆ เข้ามากระทบตัวเองขนาดออกตัววิจารณ์อย่างมิตร ยังเจอ “หมอมิ้ง” พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ด่ากราดผ่านรายการทีวี “ห่างข้อมูล ไม่เข้าใจการทำงาน อยุดอวดรู้” ซ้ำอีกดอก “ภูมิธรรม เวชยชัย” แม่บ้านมือหนึ่ง พรรคเพื่อไทย ออกมาเตือนสติ “เป็นผมคงหยุดแล้ว” มิวาย วันนี้ “วัน อยู่บำรุง” ประกาศลาออก ตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข น้อยใจ หัวหน้าพรรค “อุ๊งอิ๊งค์” เรียกคุย หลังไม่พอใจ ที่ร่วมเชียร์ “บิ๊กแจ๊ส” คำรณวิทธิ์ ธูปกระจ่าง คู่แข่งพรรคเพื่อไทย สนามเลือกตั้งนายกอบจ. ปทุมธานี“ลูกวัน” ตัดพ้อ อุตสาห์ออกตัว ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ช่วยงานพรรค สุดความสามารถ ต่อสู้เคียงบ่า เคียงไหล ทำหน้าที่สมาชิกที่ดีมาตลอด แต่เมื่อหัวหน้าพรรค ไม่พอใจ ก็ยอมถอย “ลูกวัน” เจอแบบนี้ “ป๋าเหลิม” เฉลิม อยู่บำรุง ไม่มีทางยอม ประกาศกร้าว ให้พรรคขับตัวเองออก จะได้เป็นสส.พรรคอื่นแถมบอกข้อมูล ไม่ใช่แค่ “หัวหน้าอิ๊งค์” เท่านั้นที่เคือง “นายกฯนิด” ก็ไม่พอใจอย่างรุนแรง ถึงขั้นสั่ง “ต้องหยุดทำงานทันที” เป็นเหตุให้ “ลูกวัน” ทำหนังสือลาออก“บ้านริมคลอง” ไม่ขลังเหมือนวันเก่า ยามอัสดงมาเยือน “พ่อเหลิม” โรยลา “ลูกวัน” รับช่วงต่อ บารมีไม่ถึง!!เหตุระหองระแหง ช่วงตั้งรัฐบาลใหม่ๆ “ทักษิณ ชินวัตร” ส่ง “ลูกอิ๊งค์” เคลียร์ใจ มาวันนี้ วางตัวไม่รู้สี่รู้แปด นั่งเชียร์ฝ่ายตรงข้ามพรรค ดูท่าจะกลับมาเหมือนเดิมคงยากใดๆ สองเหตุนี้ ทำให้เห็น พรรคเพื่อไทย อาจไม่นิ่ง อย่างที่ “นายใหญ่” มั่นหมาย ส่งไม้ต่อ ให้ลูกสาวการบ้านใหญ่ “หัวหน้าอิ๊งค์” ต้องเร่งจัดขบวน เรียกศรัทธา คนรุ่นพ่อ คนรุ่นแม่ คนรุ่นอา และหนุ่มหล่อ สาวสวย ให้เดินในทิศทางเดียวกันไม่เช่นนั้น หลังคอ พรรคก้าวไกล จะทิ้งห่าง เรื่อย ๆ ปล่อยคาราคาซัง จนเลือกตั้งรอบหน้า อาจไม่เห็นฝุ่น รวบหัว รวบห่าง เอาทุกพรรคมารวมกัน อาจคว้าเก้าอี้นายก มานั่งเล่นง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้อีกรอบแน่!!

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“โฆษกไทยสร้างไทย” ซัดแรง “ข้อตกลงแลกภาษีทรัมป์“ ชี้รัฐปิดบังข้อมูล ส่อทำลายธุรกิจคนไทยด้วย”MOU สหรัฐฯ ”
TheRoomChinese2025 Oct 27 :: 17:00

“โฆษกไทยสร้างไทย” ซัดแรง “ข้อตกลงแลกภาษีทรัมป์“ ชี้รัฐปิดบังข้อมูล ส่อทำลายธุรกิจคนไทยด้วย”MOU สหรัฐฯ ”

“โฆษกไทยสร้างไทย” ซัดแรง “ข้อตกลงแลกภาษีทรัมป์“ ชี้รัฐปิดบังข้อมูล ส่อทำลายธุรกิจคนไทยด้วย”MOU สหรัฐฯ ” เชื่อข้อตกลงอัปยศ ส่งผลกระทบหนักเกษตรกรและ SME ไทยเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2568 นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.)กล่าวถึงกรณีรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงแลกภาษีทรัมป์ ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นเรื่องน่าละอายใจต่อผู้ที่ไปดำเนินการเจรจาอย่างยิ่ง เพราะมีผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนฐานราก เกษตรกร และผู้ประกอบการ SME ซึ่งไม่มีโอกาสได้เตรียมตัวรับมือ เนื่องจากรัฐบาลปิดบังข้อมูลมาโดยตลอด ทั้งนี้ ตนขอตั้งคำถามถึงรัฐบาลทุกชุดที่เกี่ยวข้องกับการเจรจา โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ ว่า ทราบเงื่อนไขของข้อตกลงนี้มาก่อนหรือไม่ และเหตุใดจึงเลือกปิดบังข้อมูลสำคัญไว้ จนกระทั่งฝ่ายสหรัฐเป็นผู้เปิดเผยเอง การไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวทำให้การจัดทำงบประมาณปี 2569 ไม่สามารถเตรียมการรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรและผู้ประกอบการ SME ได้เลย อีกทั้งยังสะท้อนว่ารัฐบาลไม่มีมาตรการในการปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย แม้แต่ในประเด็นการเก็บภาษีจากแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งคนไทยมีอัตราการใช้งานสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ก็ยังแทบไม่สามารถเก็บภาษีได้ รวมถึงสิ่งของฟุ่มเฟือยที่อาจกระทบกลุ่มหัตถกรรม และซอร์ฟพาวเว่อร์โดยตรง”ข้อตกลงนี้เป็นการนำเอาธุรกิจหลักของคนไทยเกือบทั้งหมดไปแข่งกับอเมริกา ทั้งที่ไทยด้อยกว่าในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี เงินทุน หรือสิทธิทางภาษี และผลกระทบยังลามไปถึงภาคเกษตรและปศุสัตว์ ผมขอประณามการกระทำของทีมเจรจาที่กล้าออกมาอ้างว่าข้อตกลงนี้เป็นผลงาน และขอตำหนิรัฐมนตรีในกระทรวงที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลทั้งในอดีตและปัจจุบัน ที่จงใจปิดบังข้อมูลสำคัญจากประชาชน โดยเห็นแก่ผลทางการเมือง มากกว่าผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนส่วนใหญ่” โฆษกพรรค ทสท.กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...