Logo
variety iconlive icon
NewsAll
LIVES UPDATE
Politics2026 Mar 25 :: 10:57

“ยศชนัน” หอบกฎหมาย 10 ฉบับประเดิมประชุมสภาวันแรก แก้ไขปัญหาปากท้องปชช.

“ยศชนัน” หอบกฎหมาย 10 ฉบับประเดิมประชุมสภาวันแรก แก้ไขปัญหาปากท้องปชช.เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 69 ที่รัฐสภา ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวกรณีพรรคเพื่อไทยยื่นหนังสือถึงนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ถึงกฎหมายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน หลังจากยื่นอภิปรายในสภาผู้แทนยราษฎรถึงปัญหาเรื่องพลังงาน โดยกฎหมายที่ยื่นในวันนี้เป็นร่างพรบ.ทั้งหมด 10 ร่างกฎหมายที่ทำเรียบร้อย คือร่างกฎหมายพรบ.ส่งเสริมวิทยาศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม พรบ.โรงแรมและสถานที่พักที่ไม่ใช่โรงแรม พรบ.การปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตกรรม พรบ.ภาพยนต์ และพรบ.ส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะมีพรบ.เกี่ยวกับการศึกษาและการเข้าถึงบริการอย่า่งเท่าเทียม ซึ่งจะได้บริหการจัดการความเดือดร้อนของประชาชนซึ่งนอกกเหนือจากพรบ.ที่เสนอไปนั้นก็มีอีก 47 ร่างกฎหมายที่พรรคเพื่อไทยพยายามเตรียมและระหว่างนี้จะมีเรื่องกฎหมายต่างๆเพิมเติมอีกครั้งหนึ่ง ส่วนรายละเอียดแต่ละฉบับจะมีการขึ้นไว้บนเว็บไซต์ของพรรคเพื่อไทยรวมทั้งการสัมนา เสวนาเพื่อให้ประชาชนเข้าใจพรบ.ต่างๆให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งระยะเวลานั้นจะมีกระบวนการและอาจต้องมีการยื่นควบคู่ไปด้วย คาดว่าอย่างน้อย 1-2 ปีโดยบรรยากาศในการประชุมวันนี้ก็ค่อนข้างดีเพราะหากมีวาระเร่งด่วนก็จะมีการประชุมเพิ่มเติมในวันศุกร์เมื่อถามว่าบทบาทของพรรคเพื่อไทย จะเปลี่ยนประเทศไทยอย่างไรบ้าง ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ตรงนี้จะเป็นการร่างเพื่อแก้ปัญหาที่เปลี่ยนไป ทั้งเรื่องภาวะโลกร้อน เรื่องประชาธิปไตย ความเท่าเทียม ซึ่งเป็นประเด็นหลักสำคัญรวมทั้งรายได้ที่มีหลายพรบ.ไม่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ เรื่องปัญหาทางสังคมและการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ต้องดูแล วึ่งเป็นเรื่องทีมีความจำเป้นและต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์โลกและสภาพเศรษฐกิจ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ทัพเรือโต้เขมร มาตรการวางตู้คอนเทนเนอร์เพื่อป้องกันตนเอง
Society2026 Mar 29 :: 13:42

ทัพเรือโต้เขมร มาตรการวางตู้คอนเทนเนอร์เพื่อป้องกันตนเอง

ทัพเรือโต้เขมร มาตรการวางตู้คอนเทนเนอร์เพื่อป้องกันตนเองพลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงว่า ตามที่ฝ่ายกัมพูชาได้นำคณะทูตนานาชาติและผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศ ลงพื้นที่บริเวณชายแดนกัมพูชา–ไทย และต่อมา มีการรายงานข่าวและเผยแพร่ภาพของการลงพื้นที่ดังกล่าวว่า การดำเนินการของฝ่ายไทย รวมถึงการวางตู้คอนเทนเนอร์ของฝ่ายไทยในบริเวณนั้น เป็นการละเมิดอธิปไตยของกัมพูชาสำนักงานโฆษกกองทัพเรือขอชี้แจงว่า การดำเนินมาตรการของฝ่ายไทยในการติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์และเสริมแนวลวดหนามในพื้นที่ดังกล่าว มีสาเหตุจากการยั่วยุและการรื้อทำลายเครื่องกีดขวางเดิมโดยบุคคลผู้ไม่ประสงค์ดี จึงมีความจำเป็นต้องป้องกันต่อการยั่วยุจากผู้ที่มีเจตนาไม่ดี และลดโอกาสการกระทบกระทั่งระหว่างกำลังทหารของทั้งสองฝ่าย อันอาจนำไปสู่การยกระดับสถานการณ์โดยไม่จำเป็นทั้งนี้ แนวการวางตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งเป็นการวางเท่าที่จำเป็นในบางจุดเท่านั้น รวมถึงแนวลวดหนามในบางช่วง ยังคงเป็นไปตามแนววางกำลังเดิม (troop deployment line) ที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันไว้ ตามข้อ 2 ในถ้อยแถลงร่วมระหว่างไทย–กัมพูชา ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “to maintain current deployment troop without further movement” หรือให้ทั้งสองฝ่ายคงสภาพการวางกำลังเดิมโดยไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลังเพิ่มเติมแต่อย่างใดกองทัพเรือขอยืนยันว่า การดำเนินการของฝ่ายไทยมิได้มีเจตนารุกล้ำอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้าน แต่เป็นการดำเนินการภายใต้กรอบของถ้อยแถลงร่วม และหลักการป้องกันตนเอง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน เพื่อต้องการให้เกิดความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ และสามารถควบคุมการยั่วยุที่จะเกิดขึ้นจากผู้ไม่หวังดีได้

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ปานเทพ” ฝากถึง "พี่แต๋ม" เผย น้ำมัน-ก๊าซ เป็นสินค้าควบคุม เตือนรัฐไม่คุมเสี่ยงผิดกฎหมาย
Society2026 Mar 29 :: 12:32

“ปานเทพ” ฝากถึง "พี่แต๋ม" เผย น้ำมัน-ก๊าซ เป็นสินค้าควบคุม เตือนรัฐไม่คุมเสี่ยงผิดกฎหมาย

“ปานเทพ” ฝากถึง "พี่แต๋ม" เผย น้ำมัน-ก๊าซ เป็นสินค้าควบคุม เตือนรัฐไม่คุมเสี่ยงผิดกฎหมายวันที่ 29 มี.ค. 2569 นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า พี่แต๋มครับ น้ำมันเชื้อเพลิง และ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว เป็นสินค้าและบริการควบคุมแน่นอนตามกฎหมายครับ นอกจากจะมีมติคณะรัฐมนตรีเปลี่ยนให้น้ำมันเชื้อเพลิง และ ก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นสินค้าและบริการควบคุมตั้งแต่มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 24 มิถุนายน 2568 แล้วต่อมายังมีได้การประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 เป็นประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2568 เรื่องการกำหนดสินค้าและบริการควบคุม โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 (1) และมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542โดยระบุชัดเจนว่าคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการโดย “มติคณะรัฐมนตรึ” จึงออกประกาศในข้อ 3 ให้หมวดผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (15) คือ ก๊าซปิโตรเลียม และ (16) น้ำมันเชื้อเพลิง เป็นสินค้าและบริการควบคุมส่วน กกร. ออกแถลงข่าวว่ากระทรวงพาณิชย์ไม่มีอำนาจ โดยอ้างคำพิพากษาศาลปกครองและศาลปกครองสูงสุดเพราะในเวลานั้น ยังไม่มีมติคณะรัฐมนตรีที่เปลี่ยนไปแล้ว และยังไม่มีประกาศคณะกรรมการฯฉบับนี้ถ้าไม่ดำเนินการควบคุมก็จะผิดกฎหมายได้ตามประกาศนี้

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"ศศิกานต์" ชวนทุกฝ่ายลดอคติทางการเมืองลง ย้ำ! วันนี้คนไทยต้องช่วยกันฝ่าวิกฤตน้ำมัน
Politics2026 Mar 29 :: 12:16

"ศศิกานต์" ชวนทุกฝ่ายลดอคติทางการเมืองลง ย้ำ! วันนี้คนไทยต้องช่วยกันฝ่าวิกฤตน้ำมัน

"ศศิกานต์" ชวนทุกฝ่ายลดอคติทางการเมืองลง ย้ำ! วันนี้คนไทยต้องช่วยกันฝ่าวิกฤตน้ำมันวันที่ 29 มี.ค. 2569 กรณีที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาพาดพิงถึง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยใช้ถ้อยคำที่ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดนั้นนางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ อดีตรองโฆษกรัฐบาล และ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้กล่าวถึงกรณีนี้ว่าขอให้นำเรื่องการเมืองออกไปก่อน เพราะวิกฤตครั้งนี้ คือวิกฤตชาติที่เราทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกันฝ่าไปให้ได้ ไม่ว่าจะมีตำแหน่งในรัฐบาลหรือไม่ และเหตุผลเดียวที่คุณพีระพันธุ์ออกมาพูดในตอนนี้ คือ ช่วยรัฐบาลหาทางออกให้กับประเทศ ด้วยการชี้ช่องว่า รัฐบาลมีอำนาจสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชนด้วยการจัดการผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมายอะไรได้บ้าง แต่ดูเหมือนรัฐบาลพยายามจะตอบโต้ทุกอย่างว่าทำไม่ได้ ซึ่งตนก็สงสัยว่า บางเรื่องเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เพราะเหตุใดจึงไม่รับฟังทั้งนี้ ขอยืนยันว่า เป้าหมายเดียวของ คุณพีระพันธุ์ และพรรครวมไทยสร้างชาติคือเพื่อส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องให้ฝ่ายบริหารรับทราบ โดยไม่โดนใครหลอกหรือโดนผู้ไม่หวังดีหาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเอง เพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ม็อบ No Kings ลามทั่วสหรัฐฯ ต่อต้าน "ทรัมป์" ค้านสงคราม–นโยบายรัฐ–ค่าครองชีพ
Global News2026 Mar 29 :: 12:10

ม็อบ No Kings ลามทั่วสหรัฐฯ ต่อต้าน "ทรัมป์" ค้านสงคราม–นโยบายรัฐ–ค่าครองชีพ

ม็อบ No Kings ลามทั่วสหรัฐฯ ต่อต้าน "ทรัมป์" ค้านสงคราม–นโยบายรัฐ–ค่าครองชีพวันที่ 29 มี.ค. 2569 มีรายงานการชุมนุมครั้งใหญ่ในสหรัฐฯ เมื่อประชาชนจำนวนหลายล้านคนออกมาร่วมประท้วงต่อต้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ภายใต้แคมเปญ “NO KING” ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกันในกว่า 3,000 เมือง ครอบคลุมทั้ง 50 รัฐทั่วประเทศการเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการชุมนุมระลอกที่ 3 ของขบวนการ No Kings โดยมีเป้าหมายกดดันรัฐบาลในประเด็นสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ การคัดค้านสงครามกับอิหร่านที่ถูกมองว่าไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส การต่อต้านมาตรการกวาดล้างผู้อพยพของหน่วยงาน ICE ปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงข้อกังวลเรื่องการใช้อำนาจเกินขอบเขตที่กระทบต่อระบบประชาธิปไตยและเสรีภาพสื่อในหลายเมืองใหญ่ ผู้ชุมนุมแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน เช่น ที่ลอสแอนเจลิส มีการประกาศว่า “กองกำลังมีไว้ปกป้องประเทศ ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง” ขณะที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และรัฐมินนิโซตา มีบุคคลสาธารณะและนักการเมืองเข้าร่วมจำนวนมาก พร้อมเสียงเรียกร้อง “No Kings ไม่เอาสงคราม ไม่เอาลัทธิสุดโต่ง”รายงานยังระบุว่า การประท้วงไม่ได้จำกัดเฉพาะในสหรัฐฯ แต่ขยายไปยังหลายประเทศทั่วโลก ทั้งในยุโรป เอเชีย และอเมริกาเหนือ สะท้อนแรงกระเพื่อมของประเด็นดังกล่าวในระดับนานาชาติเมืองเซนต์พอล รัฐมินนิโซตา กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของการชุมนุม เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการบังคับใช้มาตรการตรวจคนเข้าเมืองอย่างเข้มงวด โดยมีการจัดกิจกรรมรำลึกและเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการดังกล่าวด้านนิวยอร์กและวอชิงตัน ดี.ซี. มีบุคคลในวงการบันเทิง นักวิชาการ และนักการเมืองเข้าร่วมแสดงจุดยืน พร้อมวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลในหลายมิติขณะที่ทำเนียบขาวออกมาตอบโต้ โดยระบุว่าการชุมนุมดังกล่าวเป็นเพียงการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่มีอคติทางการเมือง และไม่ได้สะท้อนเสียงของประชาชนทั้งหมดทั้งนี้ บรรยากาศการประท้วงในหลายพื้นที่มีการใช้สัญลักษณ์เชิงเสียดสีและข้อความทางการเมือง เพื่อย้ำจุดยืนสนับสนุนประชาธิปไตย และคัดค้านการใช้อำนาจในลักษณะที่ถูกมองว่าเกินขอบเขตของผู้นำประเทศ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ไกด์หนุ่ม” จ.กระบี่ โอดหนัก หลังวิกฤตน้ำมัน ฝากถึงนายกฯ “จนไม่ไหวแล้ว”
Society2026 Mar 29 :: 11:50

“ไกด์หนุ่ม” จ.กระบี่ โอดหนัก หลังวิกฤตน้ำมัน ฝากถึงนายกฯ “จนไม่ไหวแล้ว”

“ไกด์หนุ่ม” จ.กระบี่ โอดหนัก หลังวิกฤตน้ำมันจากสงครามตะวันออกกลาง ชี้ นักท่องเที่ยวหาย-ยกเลิกทริป ซัด จากที่เคยหาเสียงว่าจะทำให้รวย แต่วันนี้ความจริงคือ “จนไม่ไหวแล้ว”วันที่ 29 มี.ค. 69 ที่ ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ นายภูวดล จำนงการณ์ อายุ 22 ปี มัคคุเทศก์นำเที่ยว จ.กระบี่ ให้สัมภาษณ์ถึงผลกระทบสถานการณ์ตะวันออกกลาง ว่า นักท่องเที่ยวลดลง ปกติตอนเป็นไกด์ก็ดูแลนักท่องเที่ยว ซึ่งรู้สึกได้ว่านักท่องเที่ยวลดลง การเดินทางระหว่างประเทศก็ลดลงจากผลของสงครามตะวันออกกลาง ลูกค้าบางคนยกเลิกที่พักและทริปท่องเที่ยวส่วนในเรื่องของน้ำมันได้รับผลกระทบบ้างหรือไม่นั้น นายภูวดล กล่าวว่า ราคาน้ำมันพูดได้เต็มปากเลยว่าส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวรวมถึงชาวประมงในภาคใต้เป็นอย่างมาก เพราะเราใช้การประกอบอาชีพด้วยเรือ ที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมัน ถ้าราคาน้ำมันสูงทางสถานประกอบการก็มีการปรับราคาขึ้นในเรื่องราคาทัวร์ เมื่อราคาเพื่อขึ้นลูกค้าก็มีกำลังน้อยที่จะซื้อ ทำให้จำนวนลดลงเมื่อถามว่าอยากจะฝากอะไรถึงรัฐบาลหรือไม่ นายภูวดล กล่าวว่า “อยากจะฝากเหมือนที่ท่านเคยพูดว่า จะทำให้รวยไม่ไหวแล้ว ผมอยากจะพูดคำนั้นเหมือนกันที่จะพูดว่ารวย แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นจนเพราะว่าจนไม่ไหวแล้ว ”นายภูวดล กล่าวต่อว่า ช่วงนี้ตนทำงานวันเว้นวัน แต่ช่วงไฮซีซั่น(High Season) ทำงานทุกวัน แต่ตอนนี้ต้องทำงานวันเว้นวัน ตอนนั้นมาหาเสียงที่กระบี่ก็พูดไว้เยอะ สำหรับตอนนี้ข่าวล่าสุดรัฐบาลก็ได้มีการออกมาขอโทษ ตนก็อยากให้ตั้งใจทำงาน อยากให้และพัฒนาประเทศส่วนที่รัฐบาลออกมาขอโทษประชาชนเกี่ยวกับวิกฤตน้ำมันจากสงครามตะวันออกกลางนั้น นายภูวดล กล่าวว่า ถ้าจากใจจริงประชาชนก็โอเค แต่ขอโทษเสร็จก็อยากให้รัฐบาลปรับ กับปากท้องประชาชนที่เป็นเรื่องสำคัญ เพราะประชาชนทำมาหากิน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

เตือนแรง! ไทยเสี่ยง "ดีเซล" หมดใน 2 เดือน ตัวเลขน้ำมันขาด 27 ล้านบาร์เรล
Society2026 Mar 29 :: 11:23

เตือนแรง! ไทยเสี่ยง "ดีเซล" หมดใน 2 เดือน ตัวเลขน้ำมันขาด 27 ล้านบาร์เรล

เตือนแรง! ไทยเสี่ยง "ดีเซล" หมดใน 2 เดือน ตัวเลขน้ำมันขาด 27 ล้านบาร์เรลวันที่ 29 มี.ค. 2569 นายภาณุรัช ดำรงไทย ประธานยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและนวัตกรรม พรรคไทยก้าวใหม่ โพสต์ข้อความ ระบุว่า "นี่เราอาจจะไม่มีดีเซลพอใช้ ในอีก 2 เดือนนะ รู้ยัง!" เมื่อวานนี้ ผมได้รับเกียรติจากสำนักนายกฯ ให้เข้าร่วมงาน Meet the press #1 ในฐานะคนทำงานสายพลังงาน ผมได้ใช้สิทธิ์ตั้งคำถามถึงภาครัฐโดยตรงคำถามที่ผมถามท่าน รมว. พลังงาน:1. ปริมาณน้ำมันที่ขาดหายไป (Scheduled Volume / Confirmed Volume): ปกติตัวเลขกลมๆ ประเทศไทยใช้น้ำมันดิบวันละประมาณ 1 ล้านบาร์เรล (มาจากตะวันออกกลาง 5 แสน และที่อื่นๆ 5 แสน) การจะไปหา 5 แสนบาร์เรลจากที่อื่นมาทดแทนไม่ใช่เรื่องง่าย จากที่รัฐมนตรีโชว์ตัวเลขว่าเดือน เม.ย. มี Confirmed Volume 24 ล้านบาร์เรล และ พ.ค. มี 9 ล้านบาร์เรล รวมเป็น 33 ล้านบาร์เรล ถ้าดูตามนี้แปลว่าเรากำลัง Shortfall (ขาดแคลน) ไปถึง 27 ล้านบาร์เรล! รัฐบาลมีแผนหาปริมาณน้ำมันดิบมาเติมตรงนี้ยังไง?2. คุณภาพของน้ำมันดิบ (API Gravity): เมื่อเราต้องเปลี่ยนแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบ คุณภาพ API Gravity อาจจะไม่แมตช์กับน้ำมันจากตะวันออกกลาง รัฐบาลจะควบคุมคุณภาพยังไงให้กลั่นออกมาแล้วยังได้ปริมาณดีเซล (Diesel Yield) สูงพอกับความต้องการในประเทศ?3. เสนอตั้ง Special Task Force 4 ด้าน: ผมได้เสนอให้รัฐบาลตั้งทีมเฉพาะกิจที่ประกอบด้วย 1) วิศวกรปิโตรเลียม (ประเมินปริมาณน้ำมันดิบโลก) 2) ผู้เชี่ยวชาญโรงกลั่น (ดูเรื่อง Yield) 3) ผู้เชี่ยวชาญด้านการกระจายน้ำมัน และ 4) ผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์การเดินเรือ เพื่อให้มั่นใจว่าเรือจะมาตามกำหนดและกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำไม่สะดุดคำตอบจากท่าน รมว. พลังงาน (สรุปใจความสำคัญ):1. เรื่องปริมาณน้ำมัน (Volume): ท่านชี้แจงว่าตัวเลข 9 ล้านบาร์เรลในเดือน พ.ค. เป็นเพียงเรือที่ "คอนเฟิร์มวันเทียบท่าแล้ว" เดี๋ยวจะมีตัวเลขคอนเฟิร์มทยอยเพิ่มเข้ามาอีก ส่วนโควตา 5 แสนบาร์เรลจากตะวันออกกลาง ครึ่งหนึ่งยังสามารถโหลดผ่านท่าเรือฟูไจราห์ (ที่พ้นช่องแคบฮอร์มุซมาแล้ว) และส่งผ่านท่อออกทางทะเลแดงจากซาอุฯ ได้ ส่วนอีกครึ่งที่หายไป เราหามาทดแทนได้จากสหรัฐฯ แอฟริกาใต้ และมาเลเซีย โดยใช้วิธีงดการส่งออกน้ำมันแล้วดึงโควตาเหล่านั้นกลับมาใช้ในประเทศทั้งหมด2. เรื่องคุณภาพน้ำมัน (API Gravity): ท่านยอมรับว่าสเปกอาจจะไม่ตรงเป๊ะ แต่โรงกลั่นในไทยสามารถปรับกระบวนการผลิตทางเทคนิค (Blending) ได้ นอกจากนี้ยังใช้วิธีลดการผลิตน้ำมันเครื่องบิน (Jet Fuel) ที่มีความต้องการน้อยลง เพื่อนำกำลังการกลั่นไปเพิ่มสัดส่วนการผลิตดีเซล (Diesel Yield) ซึ่งสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก 8-10% เพื่อชดเชยส่วนที่ขาดบอกตามตรงว่า หลังจากเห็นข้อมูลหน้างาน... ผมกังวลมากครับ ภาพที่เห็นตอนนี้คือ ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ "ลุ้นน้ำมันดิบเข้ามากลั่นแบบวันต่อวัน"มาดูคณิตศาสตร์ง่ายๆ กันครับ:ปกติไทยใช้น้ำมันดิบตกวันละ 1 ล้านบาร์เรล (เพื่อกลั่นเป็นดีเซลราว 70 ล้านลิตร และเบนซิน 35 ล้านลิตร) แปลว่า 1 เดือน เราต้องมีน้ำมันดิบเข้ามา 30 ล้านบาร์เรล ถึงจะพอใช้แต่จากตารางเรือส่งน้ำมันที่ยืนยันแล้ว (Confirmed Volume) ที่ภาครัฐเปิดเผย:เดือนเมษายน (ซึ่งนี่ก็สิ้นมีนาแล้ว!) มียืนยันแค่ 24 ล้านบาร์เรล เดือนพฤษภาคม ยิ่งน่าตกใจ... มียืนยันแค่ 9 ล้านบาร์เรล! (จากที่ต้องการ 30 ล้าน) คำถามคือ ถ้าเรือหามาเติมไม่ได้ครบ 30 ล้านต่อเดือน เราจะทำอย่างไร? คำตอบคือ เราก็ต้อง "งัดน้ำมันดิบสำรองของประเทศ" ออกมากลั่นประทังชีวิตไปเรื่อยๆ ครับ การที่รัฐบาลสั่งเร่งผลิต B20 และปรับสูตรโรงกลั่นเพื่อรีดน้ำมันดีเซล (Diesel Yield) ให้ได้มากที่สุด เป็นสัญญาณเตือนภัยว่า "เรากำลังต้องการดีเซลอย่างหนัก เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำมันดิบที่มี" บวกกับสถานการณ์โลกที่ตึงเครียด ท่าเรือ Fujairah ในตะวันออกกลางเพิ่งถูกโจมตี และเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงก็มีสิทธิถูกปิดได้ทุกเมื่อ... เราแน่ใจจริงๆ หรือครับว่า "ไม่ต้องกังวล"?ท่านนายกฯ วิงวอนให้คนไทยช่วยกันประหยัดน้ำมันครอบครัวละ 1 ลิตร/วัน เพื่อเซฟดีเซล 10 ล้านลิตรเข้าคลัง ซึ่งเป็นเจตนาที่ดีครับ แต่ในมุมมองเชิงวิศวกรรม ผมคิดว่าวิกฤตระดับนี้ รัฐบาลควรพิจารณาออกประกาศ "มาตรการควบคุมการใช้ดีเซลเท่าที่จำเป็น" ได้แล้วครับใครที่อ่านตารางและเข้าใจตัวเลข จะรู้เลยครับว่าตอนนี้เรากำลังลุ้นเหนื่อยแค่ไหนให้เรือน้ำมันเข้ามาทันแบบเดือนต่อเดือน ผมเขียนโพสต์นี้ด้วยความห่วงใยจริงๆ และอยากเอาใจช่วยให้ภาครัฐหาแหล่งน้ำมันมาเติมให้ประเทศได้ทันครับสื่อมวลชนท่านใด หรือรายการไหนที่อยากเจาะลึกตัวเลขและวิเคราะห์ความเสี่ยง (Scenario) ด้านพลังงานของประเทศจากสมการนี้ ยินดีให้สัมภาษณ์และแลกเปลี่ยนข้อมูลครับ ทักอินบ็อกซ์มาได้เลย!#วิกฤตพลังงาน #น้ำมันแพง #ไม่มีดีเซล #MeetThePress #ความมั่นคงทางพลังงาน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ปิดหีบแล้ว! เลือกตั้ง ส.ท.-นายกเทศมนตรี 297 แห่ง พบ 3 จังหวัดทำผิดกฎหมาย
Politics2026 Mar 29 :: 11:01

ปิดหีบแล้ว! เลือกตั้ง ส.ท.-นายกเทศมนตรี 297 แห่ง พบ 3 จังหวัดทำผิดกฎหมาย

ปิดหีบแล้ว! เลือกตั้ง ส.ท.-นายกเทศมนตรี 297 แห่ง พบ 3 จังหวัดทำผิดกฎหมาย ฉีกบัตร-แอบใช้สิทธิ์ คาดรู้ผลอย่างช้าไม่เกิน 60 วันวันที่ 29 มีนาคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง ว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงปิดหน่วยเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี กรณี อบต. จัดตั้งเป็นเทศบาลตำบลและเทศบาลเมือง จำนวน 297 แห่งร.ต. ภาสกร ระบุว่า ตั้งแต่เวลา 08.00 น. จนถึง 17.00 น. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะนี้ทุกจังหวัดได้รายงานผลการปิดการลงคะแนนมาแล้วทุกแห่งใน 297 เทศบาล ทุกหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งจากนี้เป็นต้นไปก็จะเป็นกระบวนการขั้นตอนการนับคะแนน โดยการนับคะแนนครั้งนี้ต้องใช้เวลาอยู่บ้าง เพราะการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเลือกได้ไม่เกิน 6 หมายเลข ฉะนั้นการขานคะแนนก็ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ และเมื่อนับคะแนนเสร็จสิ้น คณะกรรมการประจำหน่วยก็จะมีการสรุปผล นำรายงานผลการนับคะแนนมาส่งที่ที่สำนักงานเทศบาลกำหนดไว้ ก่อนจะมีการรวมผลการนับคะแนนของแต่ละเขตเลือกตั้งและการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีต่อไปส่วนการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งระหว่างการออกเสียงลงคะแนน จากข้อมูลในการตรวจสอบใน 63 จังหวัด พบเพียง 3 แห่ง 3 จังหวัด คือ จังหวัดราชราชบุรี อำเภอโพธาราม เทศบาลตำบลท่าชุมพล เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 4 มีผู้มีสิทธิ์ซึ่งไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งแต่พยายามจะใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายเลือกตั้ง กระบวนการในการฝ่าฝืนแบบนี้จะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งกำหนด 20 ปีส่วนจังหวัดสุรินทร์ ที่อำเภอเมืองเมืองสุรินทร์ เทศบาลตำบลเพี้ยราม เขตที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 1 และที่จังหวัดพัทลุง อำเภอปากพะยูน เทศบาลตำบลเกาะหมาก เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ได้มีการกระทำการฉีกบัตรเลือกตั้ง ซึ่งตามกฏหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่าผู้ใดจงใจกระทำการด้วยประการใดให้บัตรเลือกตั้งชำรุดเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งผู้นั้น มีกำหนด 10 ปี ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของพนักงานสืบสวนต่อไปร.ต. ภาสกร กล่าวต่อว่า ตนขอบคุณประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในพื้นที่ของเทศบาลตั้ง 297 แห่ง ที่วันนี้ได้ออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี เพื่อทำหน้าที่ในการบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของ 297 แห่ง ขอบคุณคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเทศบาล 297 แห่ง ขอบคุณกรรมการจะจำนวนเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและขอบคุณพิเศษสำหรับสื่อมวลชนในการช่วยกันประชาสัมพันธ์สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ให้ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อยสุดท้ายในการประกาศผลการเลือกตั้ง เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งของ 297 เทศบาล จะต้องมีการตรวจสอบความถูกต้อง ความครบถ้วนตามขั้นตอนของกฎหมาย หากไม่มีกรณีเรื่องร้องเรียนกล่าวโทษ คณะกรรมการการเลือกตั้งจะพิจารณาประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง ส่วนกรณีที่มีเรื่องร้องเรียนกล่าวโทษ ก็จะมีกระบวนการสืบสวนไต่สวน อาจจะมีการสั่งให้เลือกตั้งหรือออกเสียงลงคะแนนใหม่ แต่ทั้งนี้ดังนั้นเราจะประกาศผลการเลือกตั้งอย่างช้าต้องไม่เกิน 60 วัน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ศาล รธน.จัดกิจกรรม ประสานความเข้าใจ สัมพันธ์สื่อส่วนกลาง-ท้องถิ่น หวัง เป็นสะพานสื่อสารสร้างความเข้าใจสู่ประชาชน
Society2026 Mar 29 :: 06:44

ศาล รธน.จัดกิจกรรม ประสานความเข้าใจ สัมพันธ์สื่อส่วนกลาง-ท้องถิ่น หวัง เป็นสะพานสื่อสารสร้างความเข้าใจสู่ประชาชน

ศาล รธน.จัดกิจกรรม ประสานความเข้าใจ สัมพันธ์สื่อส่วนกลาง-ท้องถิ่น หวัง เป็นสะพานสื่อสารสร้างความเข้าใจสู่ประชาชนวันที่29 มี.ค. 69 ที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี นางสาวร่มปรางค์ สวมประคำ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวเปิดโครงการศาลรัฐธรรมนูญพบสื่อมวลชน ว่า มีความยินดียิ่งที่ศาลกับสื่อมีการสัมมนาร่วมกันในต่างจังหวัด ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นมานานแล้วกว่า 10 ปี ที่ไม่ได้มีมิติสัมพันธ์แบบนี้เกิดขึ้นโดยวันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ได้กลับเอามาอีกครั้งเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างศาลกับสื่อ โดยนายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ทราบถึงยอดผู้ที่เข้าร่วมสัมมนาสื่อมวลที่มาจากกทม. 50 กว่าคนและสื่อท้องถิ่น อีก 40 กว่าคน ที่จะมาร่วมสมทบในวันพรุ่งนี้อย่างไรก็ตามในวันนี้ประธานศาลรัฐธรรมนูญ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทุกท่านได้เข้าร่วม และได้สอบถามว่าเป็นอย่างไรบ้างมีปัญหาอุปสรรคอย่างไรบ้างในการเดินทางซึ่งในตอนเย็น จะได้พบกับประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการรวม 3 คน ประกอบด้วย นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์,นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม, นายสุเมธ รอยกุลเจริญทั้งนี้กิจกรรมสานสัมพันธ์ระหว่างศาลกับสื่อมวลชนในวันนี้ เพื่อให้การสื่อสารระหว่างศาลกับสื่อเข้าใจกันได้และถือเป็นสะพานทอดความรู้ ความเข้าใจไปสู่ประชาชน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ปากีสถาน เผย อิหร่านอนุญาตเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 20 ลำ
Global News2026 Mar 29 :: 05:58

ปากีสถาน เผย อิหร่านอนุญาตเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 20 ลำ

ปากีสถาน เผย อิหร่านอนุญาตเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 20 ลำวันที่ 29 มี.ค. 2569 อิสฮัก ดาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถาน เปิดเผยว่า อิหร่านได้อนุญาตให้เรือที่ติดธงปากีสถานจำนวน 20 ลำ สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ภายใต้ข้อตกลงล่าสุดระหว่างสองประเทศดาร์ระบุว่า จะมีเรือวันละ 2 ลำทยอยผ่านช่องแคบตามข้อตกลงดังกล่าว พร้อมชี้ว่า การตัดสินใจของอิหร่านถือเป็น “สัญญาณแห่งสันติภาพ” ที่อาจช่วยคลี่คลายความตึงเครียดในภูมิภาค และเป็นท่าทีที่ “น่ายินดีและสร้างสรรค์”ทั้งนี้ ดาร์ยังโพสต์ข้อความถึงบุคคลสำคัญของสหรัฐฯ และอิหร่าน ได้แก่ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์, รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ, ทูตพิเศษ สตีฟ วิทคอฟฟ์ และรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี สะท้อนให้เห็นว่าปากีสถานมองข้อตกลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามทางการทูตเพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง มากกว่าจะเป็นเพียงดีลด้านการเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดมาตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ผู้นำสูงสุด อาลี คาเมเนอี เสียชีวิต และสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ได้ควบคุมการผ่านช่องแคบอย่างเข้มงวด โดยเรือทุกลำต้องยื่นรายละเอียดสินค้า รายชื่อลูกเรือ และจุดหมายปลายทาง ผ่านคนกลางที่ได้รับอนุมัติ เพื่อขอรหัสอนุญาตและรับการคุ้มกันมีรายงานว่า เรืออย่างน้อย 2 ลำยอมจ่ายเงินเพื่อให้สามารถผ่านช่องแคบได้ โดยมีค่าใช้จ่ายราว 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเที่ยว หรือประมาณ 65 ล้านบาท และชำระเป็นเงินหยวนของจีนขณะเดียวกัน รัฐสภาอิหร่านอยู่ระหว่างพิจารณาผลักดันให้ระบบดังกล่าวถูกกฎหมายในฐานะแหล่งรายได้ของประเทศอย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้ง มีเรือเพียงราว 150 ลำเท่านั้นที่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ สะท้อนถึงข้อจำกัดด้านการขนส่งที่ยังคงตึงตัวในภูมิภาค

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ศึกยังไม่จบ! ข่าวกรอง ชี้ อิหร่าน ยังรักษาศักยภาพอาวุธไว้ได้ ทำลายขีปนาวุธได้เพียง 1 ใน 3
Global News2026 Mar 29 :: 05:29

ศึกยังไม่จบ! ข่าวกรอง ชี้ อิหร่าน ยังรักษาศักยภาพอาวุธไว้ได้ ทำลายขีปนาวุธได้เพียง 1 ใน 3

ศึกยังไม่จบ! ข่าวกรอง ชี้ อิหร่าน ยังรักษาศักยภาพอาวุธไว้ได้ ทำลายขีปนาวุธได้เพียง 1 ใน 3วันที่ 29 มี.ค. 2569 แหล่งข่าว 5 รายที่ใกล้ชิดหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ปฏิบัติการโจมตีคลังขีปนาวุธขนาดใหญ่ของอิหร่าน สามารถยืนยันการทำลายได้แน่ชัดเพียงราว 1 ใน 3 เท่านั้นขณะที่อีกประมาณ 1 ใน 3 ยังไม่สามารถระบุสถานะได้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าว 4 รายประเมินว่า การโจมตีอาจสร้างความเสียหาย ทำลาย หรือทำให้ขีปนาวุธเหล่านั้นถูกฝังอยู่ในอุโมงค์และบังเกอร์ใต้ดินข้อมูลด้านขีดความสามารถของโดรนอิหร่านมีลักษณะใกล้เคียงกัน โดยมีความเชื่อมั่นในระดับหนึ่งว่า ถูกทำลายไปแล้วราว 1 ใน 3 เช่นกันการประเมินที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อนนี้ สะท้อนว่า แม้อาวุธจำนวนมากของอิหร่านจะถูกทำลายหรือไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่อิหร่านยังคงมีขีปนาวุธเหลืออยู่อีกไม่น้อย และอาจกู้คืนบางส่วนได้หลังสถานการณ์สู้รบยุติลงทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวขัดแย้งกับคำกล่าวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่า อิหร่านเหลือ “จรวดเพียงไม่กี่ลูก” โดยทรัมป์ย้ำว่า แม้จะทำลายได้ถึง 99% แต่เพียง 1% ที่เหลือก็ยังเป็นความเสี่ยงสูงต่อเรือมูลค่ามหาศาลด้านเจ้าหน้าที่เพนตากอนระบุว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านลดลงราว 90% นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น พร้อมเผยว่า สหรัฐฯ ได้สร้างความเสียหายหรือทำลายโครงสร้างด้านอาวุธของอิหร่านไปแล้วกว่า 66% รวมถึงโรงงานผลิตขีปนาวุธ โดรน และเรือรบฝ่ายบริหารสหรัฐฯ ระบุว่า เป้าหมายหลักคือการลดทอนศักยภาพทางทหารของอิหร่าน ทั้งการทำลายกองเรือ ขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและโดรน รวมถึงป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ณ วันที่ 25 มี.ค. สหรัฐฯ อ้างว่า ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านแล้วกว่า 10,000 แห่ง และสามารถทำลายเรือรบขนาดใหญ่ของกองทัพเรืออิหร่านได้ถึง 92%กองทัพสหรัฐฯ ยังเผยแพร่ภาพปฏิบัติการโจมตีโรงงานผลิตอาวุธ โดยย้ำว่าไม่ได้มุ่งเป้าเพียงคลังอาวุธ แต่รวมถึงอุตสาหกรรมการผลิตด้วย อย่างไรก็ตาม กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ยังไม่ยืนยันตัวเลขความเสียหายของขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและโดรนอย่างชัดเจนแหล่งข่าวระบุว่า ความยากในการประเมินส่วนหนึ่งมาจากการที่อิหร่านเก็บอาวุธจำนวนมากไว้ในบังเกอร์ใต้ดินตั้งแต่ก่อนสงครามด้านเจ้าหน้าที่ทหารอิสราเอลเผยว่า ก่อนสงคราม อิหร่านมีขีปนาวุธราว 2,500 ลูกที่สามารถโจมตีอิสราเอลได้ และขณะนี้ฐานยิงถูกทำลายไปแล้วกว่า 335 แห่ง คิดเป็นราว 70% ของศักยภาพทั้งหมดอย่างไรก็ตาม อิสราเอลยอมรับว่า การทำลายศักยภาพส่วนที่เหลืออีกประมาณ 30% จะยากยิ่งขึ้น และแม้จะถูกโจมตีอย่างหนัก อิหร่านยังคงแสดงให้เห็นว่ายังมีขีดความสามารถทางอาวุธหลงเหลืออยู่ไม่น้อย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

WATCH LATEST VIDEOS
FEATURED
"ผกก.สุทธิสาร" แจงปมบันไดอาคาร สน. ยันใช้การได้ปกติ-ตีฝ้าปิดกันคนเร่ร่อนแอบขึ้นไปนอน
Society2026 Mar 29 :: 14:03

"ผกก.สุทธิสาร" แจงปมบันไดอาคาร สน. ยันใช้การได้ปกติ-ตีฝ้าปิดกันคนเร่ร่อนแอบขึ้นไปนอน

"ผกก.สุทธิสาร" แจงปม อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน โวยบันไดอาคาร สน.สุทธิสาร ใช้การไม่ได้เปลืองงบ ยันใช้การได้ปกติ-ตีฝ้าปิดกันคนเร่ร่อนแอบขึ้นไปนอนวันที่ 29 มี.ค. 2569 กรณี พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน อดีตตำรวจสน.สายไหม และสามีของนางศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ หรือทนายแจม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (สส.กทม.) พรรคประชาชน และทนายความประจำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ภาพอาคารใหม่ของ สน.สุทธิสาร พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความสวยงาม ทันสมัย แต่กลับมีรายละเอียดชวนงง ทั้งบันไดที่ขึ้นไปชั้น 2 ไม่ได้ ทางขึ้นอาคารจอดรถที่แคบ และห้องทำงานที่หน้าต่างตรงกับเสา จนเกิดคำถามถึงกระบวนการออกแบบและการใช้งบประมาณ ว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่ประชาชนได้รับคุ้มค่าหรือไม่ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มี.ค. พ.ต.อ.พรเทพ เฉลิมเกียรติ ผู้กำกับการ สน.สุทธิสาร กล่าวชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า เนื้องจากปัจจุบันอาคาร สน. ใหม่ ยังไม่มีการเปิดใช้งานแต่อย่างใด สำหรับในส่วนของบันไดทางขึ้นที่เป็นกระแส ขอยืนยันว่าโดยหลักแล้วสามารถใช้งานได้ตามปกติ แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างตกแต่งภายใน เนื่องจากมีคนเร่ร่อนมักขึ้นไปอาศัยหลบนอน ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของคนทำงานอยู่จึงได้นำแผ่นฝ้ามาปิดกั้นไว้ชั่วคราว อย่างไรก็ตามควรรอให้อาคารก่อสร้างแล้วเสร็จเรียบร้อย และเปิดใช้งานจริงก่อน หากพบปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน จึงค่อยดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไปมีรายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับรายละเอียดทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ต้นสังกัดอยู่ระหว่าง ทำข้อมูลที่แจ้งต่อสื่อมวลชนเพิ่มเติมต่อไป

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ทัพเรือโต้เขมร มาตรการวางตู้คอนเทนเนอร์เพื่อป้องกันตนเอง
Society2026 Mar 29 :: 13:42

ทัพเรือโต้เขมร มาตรการวางตู้คอนเทนเนอร์เพื่อป้องกันตนเอง

ทัพเรือโต้เขมร มาตรการวางตู้คอนเทนเนอร์เพื่อป้องกันตนเองพลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงว่า ตามที่ฝ่ายกัมพูชาได้นำคณะทูตนานาชาติและผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศ ลงพื้นที่บริเวณชายแดนกัมพูชา–ไทย และต่อมา มีการรายงานข่าวและเผยแพร่ภาพของการลงพื้นที่ดังกล่าวว่า การดำเนินการของฝ่ายไทย รวมถึงการวางตู้คอนเทนเนอร์ของฝ่ายไทยในบริเวณนั้น เป็นการละเมิดอธิปไตยของกัมพูชาสำนักงานโฆษกกองทัพเรือขอชี้แจงว่า การดำเนินมาตรการของฝ่ายไทยในการติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์และเสริมแนวลวดหนามในพื้นที่ดังกล่าว มีสาเหตุจากการยั่วยุและการรื้อทำลายเครื่องกีดขวางเดิมโดยบุคคลผู้ไม่ประสงค์ดี จึงมีความจำเป็นต้องป้องกันต่อการยั่วยุจากผู้ที่มีเจตนาไม่ดี และลดโอกาสการกระทบกระทั่งระหว่างกำลังทหารของทั้งสองฝ่าย อันอาจนำไปสู่การยกระดับสถานการณ์โดยไม่จำเป็นทั้งนี้ แนวการวางตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งเป็นการวางเท่าที่จำเป็นในบางจุดเท่านั้น รวมถึงแนวลวดหนามในบางช่วง ยังคงเป็นไปตามแนววางกำลังเดิม (troop deployment line) ที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันไว้ ตามข้อ 2 ในถ้อยแถลงร่วมระหว่างไทย–กัมพูชา ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “to maintain current deployment troop without further movement” หรือให้ทั้งสองฝ่ายคงสภาพการวางกำลังเดิมโดยไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลังเพิ่มเติมแต่อย่างใดกองทัพเรือขอยืนยันว่า การดำเนินการของฝ่ายไทยมิได้มีเจตนารุกล้ำอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้าน แต่เป็นการดำเนินการภายใต้กรอบของถ้อยแถลงร่วม และหลักการป้องกันตนเอง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน เพื่อต้องการให้เกิดความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ และสามารถควบคุมการยั่วยุที่จะเกิดขึ้นจากผู้ไม่หวังดีได้

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

3 ประเด็นร้อนโลก ไทยบรรลุดีลฮอร์มุซ–ม็อบ No Kings เขย่าสหรัฐฯ–อิหร่านยังไม่หมดศักยภาพ
Global News2026 Mar 29 :: 12:47

3 ประเด็นร้อนโลก ไทยบรรลุดีลฮอร์มุซ–ม็อบ No Kings เขย่าสหรัฐฯ–อิหร่านยังไม่หมดศักยภาพ

3 ประเด็นร้อนโลก ไทยบรรลุดีลฮอร์มุซ–ม็อบ No Kings เขย่าสหรัฐฯ–อิหร่านยังไม่หมดศักยภาพวันที่ 29 มี.ค. 2569 สื่ออิหร่านและสื่อต่างประเทศหลายสำนักรายงาน ไทยบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน อนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันไทยแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยสื่อของประเทศอิหร่าน อย่าง Iran News 24 ได้ออกมารายงานว่า "ไทยประกาศบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเกี่ยวกับการผ่านช่องแคบฮอร์มุซของเรือต่าง ๆ"โดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกุล ประกาศเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ว่า ประเทศไทยได้บรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเพื่อรับประกันการผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยสำหรับเรือบรรทุกน้ำมันของไทยนายอนุทินกล่าวว่า ข้อตกลงนี้จะช่วย “บรรเทาความกังวลเกี่ยวกับการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับประเทศไทย”พร้อมเสริมว่า ประเทศไทยคาดว่าจะหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักเพิ่มเติมเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนมีนาคม “ด้วยข้อตกลงนี้ เรามั่นใจว่าจะไม่เผชิญกับการหยุดชะงักเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนมีนาคมอีกต่อไป”นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย กล่าวว่า ได้ชี้แจงให้อิหร่านทราบอย่างชัดเจนว่า ประเทศไทย “ไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้ง” และดังนั้นจึง “มีสิทธิในการผ่านทางทะเลอย่างปลอดภัยภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ” ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ทางการไทยจะแจ้งให้อิหร่านทราบล่วงหน้าเกี่ยวกับเรือทุกลำที่แล่นผ่านช่องแคบ โดยเตหะรานจะตอบสนองต่อคำขอแต่ละครั้งด้านสำนักข่าว The Straits Times และ สำนักข่าว CNA - Channel News Asia ของประเทศสิงคโปร์ รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ได้มีการบรรลุข้อตกลงที่จะอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันของไทยสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยด้าน China Daily สื่อยักษ์ใหญ่ของจีน ได้ออกมารายงานข่าวนี้เช่นเดียวกัน โดยระบุพาดหัวว่า ประเทศไทยสามารถรักษาความปลอดภัยสำหรับเรือต่าง ๆ ในการผ่านช่องแคบฮอร์มุซพร้อมรายละเอียดว่า "ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการประสานงานทางการทูตกับพันธมิตรในภูมิภาคเพื่อให้เรือบรรทุกน้ำมันสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางตามรายงานของแผนกประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล"ม็อบ No Kings ลามทั่วสหรัฐฯ ต่อต้าน "ทรัมป์" ค้านสงคราม–นโยบายรัฐ–ค่าครองชีพมีรายงานการชุมนุมครั้งใหญ่ในสหรัฐฯ เมื่อประชาชนจำนวนหลายล้านคนออกมาร่วมประท้วงต่อต้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ภายใต้แคมเปญ “NO KING” ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกันในกว่า 3,000 เมือง ครอบคลุมทั้ง 50 รัฐทั่วประเทศการเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการชุมนุมระลอกที่ 3 ของขบวนการ No Kings โดยมีเป้าหมายกดดันรัฐบาลในประเด็นสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ การคัดค้านสงครามกับอิหร่านที่ถูกมองว่าไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส การต่อต้านมาตรการกวาดล้างผู้อพยพของหน่วยงาน ICE ปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงข้อกังวลเรื่องการใช้อำนาจเกินขอบเขตที่กระทบต่อระบบประชาธิปไตยและเสรีภาพสื่อในหลายเมืองใหญ่ ผู้ชุมนุมแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน เช่น ที่ลอสแอนเจลิส มีการประกาศว่า “กองกำลังมีไว้ปกป้องประเทศ ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง” ขณะที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และรัฐมินนิโซตา มีบุคคลสาธารณะและนักการเมืองเข้าร่วมจำนวนมาก พร้อมเสียงเรียกร้อง “No Kings ไม่เอาสงคราม ไม่เอาลัทธิสุดโต่ง”รายงานยังระบุว่า การประท้วงไม่ได้จำกัดเฉพาะในสหรัฐฯ แต่ขยายไปยังหลายประเทศทั่วโลก ทั้งในยุโรป เอเชีย และอเมริกาเหนือ สะท้อนแรงกระเพื่อมของประเด็นดังกล่าวในระดับนานาชาติเมืองเซนต์พอล รัฐมินนิโซตา กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของการชุมนุม เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการบังคับใช้มาตรการตรวจคนเข้าเมืองอย่างเข้มงวด โดยมีการจัดกิจกรรมรำลึกและเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการดังกล่าวด้านนิวยอร์กและวอชิงตัน ดี.ซี. มีบุคคลในวงการบันเทิง นักวิชาการ และนักการเมืองเข้าร่วมแสดงจุดยืน พร้อมวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลในหลายมิติขณะที่ทำเนียบขาวออกมาตอบโต้ โดยระบุว่าการชุมนุมดังกล่าวเป็นเพียงการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่มีอคติทางการเมือง และไม่ได้สะท้อนเสียงของประชาชนทั้งหมดทั้งนี้ บรรยากาศการประท้วงในหลายพื้นที่มีการใช้สัญลักษณ์เชิงเสียดสีและข้อความทางการเมือง เพื่อย้ำจุดยืนสนับสนุนประชาธิปไตย และคัดค้านการใช้อำนาจในลักษณะที่ถูกมองว่าเกินขอบเขตของผู้นำประเทศศึกยังไม่จบ! ข่าวกรอง ชี้ อิหร่าน ยังรักษาศักยภาพอาวุธไว้ได้ ทำลายขีปนาวุธได้เพียง 1 ใน 3แหล่งข่าว 5 รายที่ใกล้ชิดหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ปฏิบัติการโจมตีคลังขีปนาวุธขนาดใหญ่ของอิหร่าน สามารถยืนยันการทำลายได้แน่ชัดเพียงราว 1 ใน 3 เท่านั้นขณะที่อีกประมาณ 1 ใน 3 ยังไม่สามารถระบุสถานะได้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าว 4 รายประเมินว่า การโจมตีอาจสร้างความเสียหาย ทำลาย หรือทำให้ขีปนาวุธเหล่านั้นถูกฝังอยู่ในอุโมงค์และบังเกอร์ใต้ดินข้อมูลด้านขีดความสามารถของโดรนอิหร่านมีลักษณะใกล้เคียงกัน โดยมีความเชื่อมั่นในระดับหนึ่งว่า ถูกทำลายไปแล้วราว 1 ใน 3 เช่นกันการประเมินที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อนนี้ สะท้อนว่า แม้อาวุธจำนวนมากของอิหร่านจะถูกทำลายหรือไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่อิหร่านยังคงมีขีปนาวุธเหลืออยู่อีกไม่น้อย และอาจกู้คืนบางส่วนได้หลังสถานการณ์สู้รบยุติลงทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวขัดแย้งกับคำกล่าวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่า อิหร่านเหลือ “จรวดเพียงไม่กี่ลูก” โดยทรัมป์ย้ำว่า แม้จะทำลายได้ถึง 99% แต่เพียง 1% ที่เหลือก็ยังเป็นความเสี่ยงสูงต่อเรือมูลค่ามหาศาลด้านเจ้าหน้าที่เพนตากอนระบุว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านลดลงราว 90% นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น พร้อมเผยว่า สหรัฐฯ ได้สร้างความเสียหายหรือทำลายโครงสร้างด้านอาวุธของอิหร่านไปแล้วกว่า 66% รวมถึงโรงงานผลิตขีปนาวุธ โดรน และเรือรบฝ่ายบริหารสหรัฐฯ ระบุว่า เป้าหมายหลักคือการลดทอนศักยภาพทางทหารของอิหร่าน ทั้งการทำลายกองเรือ ขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและโดรน รวมถึงป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ณ วันที่ 25 มี.ค. สหรัฐฯ อ้างว่า ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านแล้วกว่า 10,000 แห่ง และสามารถทำลายเรือรบขนาดใหญ่ของกองทัพเรืออิหร่านได้ถึง 92%กองทัพสหรัฐฯ ยังเผยแพร่ภาพปฏิบัติการโจมตีโรงงานผลิตอาวุธ โดยย้ำว่าไม่ได้มุ่งเป้าเพียงคลังอาวุธ แต่รวมถึงอุตสาหกรรมการผลิตด้วย อย่างไรก็ตาม กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ยังไม่ยืนยันตัวเลขความเสียหายของขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและโดรนอย่างชัดเจนแหล่งข่าวระบุว่า ความยากในการประเมินส่วนหนึ่งมาจากการที่อิหร่านเก็บอาวุธจำนวนมากไว้ในบังเกอร์ใต้ดินตั้งแต่ก่อนสงครามด้านเจ้าหน้าที่ทหารอิสราเอลเผยว่า ก่อนสงคราม อิหร่านมีขีปนาวุธราว 2,500 ลูกที่สามารถโจมตีอิสราเอลได้ และขณะนี้ฐานยิงถูกทำลายไปแล้วกว่า 335 แห่ง คิดเป็นราว 70% ของศักยภาพทั้งหมดอย่างไรก็ตาม อิสราเอลยอมรับว่า การทำลายศักยภาพส่วนที่เหลืออีกประมาณ 30% จะยากยิ่งขึ้น และแม้จะถูกโจมตีอย่างหนัก อิหร่านยังคงแสดงให้เห็นว่ายังมีขีดความสามารถทางอาวุธหลงเหลืออยู่ไม่น้อย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ปานเทพ” ฝากถึง "พี่แต๋ม" เผย น้ำมัน-ก๊าซ เป็นสินค้าควบคุม เตือนรัฐไม่คุมเสี่ยงผิดกฎหมาย
Society2026 Mar 29 :: 12:32

“ปานเทพ” ฝากถึง "พี่แต๋ม" เผย น้ำมัน-ก๊าซ เป็นสินค้าควบคุม เตือนรัฐไม่คุมเสี่ยงผิดกฎหมาย

“ปานเทพ” ฝากถึง "พี่แต๋ม" เผย น้ำมัน-ก๊าซ เป็นสินค้าควบคุม เตือนรัฐไม่คุมเสี่ยงผิดกฎหมายวันที่ 29 มี.ค. 2569 นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า พี่แต๋มครับ น้ำมันเชื้อเพลิง และ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว เป็นสินค้าและบริการควบคุมแน่นอนตามกฎหมายครับ นอกจากจะมีมติคณะรัฐมนตรีเปลี่ยนให้น้ำมันเชื้อเพลิง และ ก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นสินค้าและบริการควบคุมตั้งแต่มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 24 มิถุนายน 2568 แล้วต่อมายังมีได้การประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 เป็นประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2568 เรื่องการกำหนดสินค้าและบริการควบคุม โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 (1) และมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542โดยระบุชัดเจนว่าคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการโดย “มติคณะรัฐมนตรึ” จึงออกประกาศในข้อ 3 ให้หมวดผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (15) คือ ก๊าซปิโตรเลียม และ (16) น้ำมันเชื้อเพลิง เป็นสินค้าและบริการควบคุมส่วน กกร. ออกแถลงข่าวว่ากระทรวงพาณิชย์ไม่มีอำนาจ โดยอ้างคำพิพากษาศาลปกครองและศาลปกครองสูงสุดเพราะในเวลานั้น ยังไม่มีมติคณะรัฐมนตรีที่เปลี่ยนไปแล้ว และยังไม่มีประกาศคณะกรรมการฯฉบับนี้ถ้าไม่ดำเนินการควบคุมก็จะผิดกฎหมายได้ตามประกาศนี้

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"ศศิกานต์" ชวนทุกฝ่ายลดอคติทางการเมืองลง ย้ำ! วันนี้คนไทยต้องช่วยกันฝ่าวิกฤตน้ำมัน
Politics2026 Mar 29 :: 12:16

"ศศิกานต์" ชวนทุกฝ่ายลดอคติทางการเมืองลง ย้ำ! วันนี้คนไทยต้องช่วยกันฝ่าวิกฤตน้ำมัน

"ศศิกานต์" ชวนทุกฝ่ายลดอคติทางการเมืองลง ย้ำ! วันนี้คนไทยต้องช่วยกันฝ่าวิกฤตน้ำมันวันที่ 29 มี.ค. 2569 กรณีที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาพาดพิงถึง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยใช้ถ้อยคำที่ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดนั้นนางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ อดีตรองโฆษกรัฐบาล และ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้กล่าวถึงกรณีนี้ว่าขอให้นำเรื่องการเมืองออกไปก่อน เพราะวิกฤตครั้งนี้ คือวิกฤตชาติที่เราทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกันฝ่าไปให้ได้ ไม่ว่าจะมีตำแหน่งในรัฐบาลหรือไม่ และเหตุผลเดียวที่คุณพีระพันธุ์ออกมาพูดในตอนนี้ คือ ช่วยรัฐบาลหาทางออกให้กับประเทศ ด้วยการชี้ช่องว่า รัฐบาลมีอำนาจสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชนด้วยการจัดการผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมายอะไรได้บ้าง แต่ดูเหมือนรัฐบาลพยายามจะตอบโต้ทุกอย่างว่าทำไม่ได้ ซึ่งตนก็สงสัยว่า บางเรื่องเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เพราะเหตุใดจึงไม่รับฟังทั้งนี้ ขอยืนยันว่า เป้าหมายเดียวของ คุณพีระพันธุ์ และพรรครวมไทยสร้างชาติคือเพื่อส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องให้ฝ่ายบริหารรับทราบ โดยไม่โดนใครหลอกหรือโดนผู้ไม่หวังดีหาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเอง เพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ม็อบ No Kings ลามทั่วสหรัฐฯ ต่อต้าน "ทรัมป์" ค้านสงคราม–นโยบายรัฐ–ค่าครองชีพ
Global News2026 Mar 29 :: 12:10

ม็อบ No Kings ลามทั่วสหรัฐฯ ต่อต้าน "ทรัมป์" ค้านสงคราม–นโยบายรัฐ–ค่าครองชีพ

ม็อบ No Kings ลามทั่วสหรัฐฯ ต่อต้าน "ทรัมป์" ค้านสงคราม–นโยบายรัฐ–ค่าครองชีพวันที่ 29 มี.ค. 2569 มีรายงานการชุมนุมครั้งใหญ่ในสหรัฐฯ เมื่อประชาชนจำนวนหลายล้านคนออกมาร่วมประท้วงต่อต้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ภายใต้แคมเปญ “NO KING” ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกันในกว่า 3,000 เมือง ครอบคลุมทั้ง 50 รัฐทั่วประเทศการเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการชุมนุมระลอกที่ 3 ของขบวนการ No Kings โดยมีเป้าหมายกดดันรัฐบาลในประเด็นสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ การคัดค้านสงครามกับอิหร่านที่ถูกมองว่าไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส การต่อต้านมาตรการกวาดล้างผู้อพยพของหน่วยงาน ICE ปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงข้อกังวลเรื่องการใช้อำนาจเกินขอบเขตที่กระทบต่อระบบประชาธิปไตยและเสรีภาพสื่อในหลายเมืองใหญ่ ผู้ชุมนุมแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน เช่น ที่ลอสแอนเจลิส มีการประกาศว่า “กองกำลังมีไว้ปกป้องประเทศ ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง” ขณะที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และรัฐมินนิโซตา มีบุคคลสาธารณะและนักการเมืองเข้าร่วมจำนวนมาก พร้อมเสียงเรียกร้อง “No Kings ไม่เอาสงคราม ไม่เอาลัทธิสุดโต่ง”รายงานยังระบุว่า การประท้วงไม่ได้จำกัดเฉพาะในสหรัฐฯ แต่ขยายไปยังหลายประเทศทั่วโลก ทั้งในยุโรป เอเชีย และอเมริกาเหนือ สะท้อนแรงกระเพื่อมของประเด็นดังกล่าวในระดับนานาชาติเมืองเซนต์พอล รัฐมินนิโซตา กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของการชุมนุม เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการบังคับใช้มาตรการตรวจคนเข้าเมืองอย่างเข้มงวด โดยมีการจัดกิจกรรมรำลึกและเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการดังกล่าวด้านนิวยอร์กและวอชิงตัน ดี.ซี. มีบุคคลในวงการบันเทิง นักวิชาการ และนักการเมืองเข้าร่วมแสดงจุดยืน พร้อมวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลในหลายมิติขณะที่ทำเนียบขาวออกมาตอบโต้ โดยระบุว่าการชุมนุมดังกล่าวเป็นเพียงการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่มีอคติทางการเมือง และไม่ได้สะท้อนเสียงของประชาชนทั้งหมดทั้งนี้ บรรยากาศการประท้วงในหลายพื้นที่มีการใช้สัญลักษณ์เชิงเสียดสีและข้อความทางการเมือง เพื่อย้ำจุดยืนสนับสนุนประชาธิปไตย และคัดค้านการใช้อำนาจในลักษณะที่ถูกมองว่าเกินขอบเขตของผู้นำประเทศ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ไกด์หนุ่ม” จ.กระบี่ โอดหนัก หลังวิกฤตน้ำมัน ฝากถึงนายกฯ “จนไม่ไหวแล้ว”
Society2026 Mar 29 :: 11:50

“ไกด์หนุ่ม” จ.กระบี่ โอดหนัก หลังวิกฤตน้ำมัน ฝากถึงนายกฯ “จนไม่ไหวแล้ว”

“ไกด์หนุ่ม” จ.กระบี่ โอดหนัก หลังวิกฤตน้ำมันจากสงครามตะวันออกกลาง ชี้ นักท่องเที่ยวหาย-ยกเลิกทริป ซัด จากที่เคยหาเสียงว่าจะทำให้รวย แต่วันนี้ความจริงคือ “จนไม่ไหวแล้ว”วันที่ 29 มี.ค. 69 ที่ ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ นายภูวดล จำนงการณ์ อายุ 22 ปี มัคคุเทศก์นำเที่ยว จ.กระบี่ ให้สัมภาษณ์ถึงผลกระทบสถานการณ์ตะวันออกกลาง ว่า นักท่องเที่ยวลดลง ปกติตอนเป็นไกด์ก็ดูแลนักท่องเที่ยว ซึ่งรู้สึกได้ว่านักท่องเที่ยวลดลง การเดินทางระหว่างประเทศก็ลดลงจากผลของสงครามตะวันออกกลาง ลูกค้าบางคนยกเลิกที่พักและทริปท่องเที่ยวส่วนในเรื่องของน้ำมันได้รับผลกระทบบ้างหรือไม่นั้น นายภูวดล กล่าวว่า ราคาน้ำมันพูดได้เต็มปากเลยว่าส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวรวมถึงชาวประมงในภาคใต้เป็นอย่างมาก เพราะเราใช้การประกอบอาชีพด้วยเรือ ที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมัน ถ้าราคาน้ำมันสูงทางสถานประกอบการก็มีการปรับราคาขึ้นในเรื่องราคาทัวร์ เมื่อราคาเพื่อขึ้นลูกค้าก็มีกำลังน้อยที่จะซื้อ ทำให้จำนวนลดลงเมื่อถามว่าอยากจะฝากอะไรถึงรัฐบาลหรือไม่ นายภูวดล กล่าวว่า “อยากจะฝากเหมือนที่ท่านเคยพูดว่า จะทำให้รวยไม่ไหวแล้ว ผมอยากจะพูดคำนั้นเหมือนกันที่จะพูดว่ารวย แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นจนเพราะว่าจนไม่ไหวแล้ว ”นายภูวดล กล่าวต่อว่า ช่วงนี้ตนทำงานวันเว้นวัน แต่ช่วงไฮซีซั่น(High Season) ทำงานทุกวัน แต่ตอนนี้ต้องทำงานวันเว้นวัน ตอนนั้นมาหาเสียงที่กระบี่ก็พูดไว้เยอะ สำหรับตอนนี้ข่าวล่าสุดรัฐบาลก็ได้มีการออกมาขอโทษ ตนก็อยากให้ตั้งใจทำงาน อยากให้และพัฒนาประเทศส่วนที่รัฐบาลออกมาขอโทษประชาชนเกี่ยวกับวิกฤตน้ำมันจากสงครามตะวันออกกลางนั้น นายภูวดล กล่าวว่า ถ้าจากใจจริงประชาชนก็โอเค แต่ขอโทษเสร็จก็อยากให้รัฐบาลปรับ กับปากท้องประชาชนที่เป็นเรื่องสำคัญ เพราะประชาชนทำมาหากิน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

เตือนแรง! ไทยเสี่ยง "ดีเซล" หมดใน 2 เดือน ตัวเลขน้ำมันขาด 27 ล้านบาร์เรล
Society2026 Mar 29 :: 11:23

เตือนแรง! ไทยเสี่ยง "ดีเซล" หมดใน 2 เดือน ตัวเลขน้ำมันขาด 27 ล้านบาร์เรล

เตือนแรง! ไทยเสี่ยง "ดีเซล" หมดใน 2 เดือน ตัวเลขน้ำมันขาด 27 ล้านบาร์เรลวันที่ 29 มี.ค. 2569 นายภาณุรัช ดำรงไทย ประธานยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและนวัตกรรม พรรคไทยก้าวใหม่ โพสต์ข้อความ ระบุว่า "นี่เราอาจจะไม่มีดีเซลพอใช้ ในอีก 2 เดือนนะ รู้ยัง!" เมื่อวานนี้ ผมได้รับเกียรติจากสำนักนายกฯ ให้เข้าร่วมงาน Meet the press #1 ในฐานะคนทำงานสายพลังงาน ผมได้ใช้สิทธิ์ตั้งคำถามถึงภาครัฐโดยตรงคำถามที่ผมถามท่าน รมว. พลังงาน:1. ปริมาณน้ำมันที่ขาดหายไป (Scheduled Volume / Confirmed Volume): ปกติตัวเลขกลมๆ ประเทศไทยใช้น้ำมันดิบวันละประมาณ 1 ล้านบาร์เรล (มาจากตะวันออกกลาง 5 แสน และที่อื่นๆ 5 แสน) การจะไปหา 5 แสนบาร์เรลจากที่อื่นมาทดแทนไม่ใช่เรื่องง่าย จากที่รัฐมนตรีโชว์ตัวเลขว่าเดือน เม.ย. มี Confirmed Volume 24 ล้านบาร์เรล และ พ.ค. มี 9 ล้านบาร์เรล รวมเป็น 33 ล้านบาร์เรล ถ้าดูตามนี้แปลว่าเรากำลัง Shortfall (ขาดแคลน) ไปถึง 27 ล้านบาร์เรล! รัฐบาลมีแผนหาปริมาณน้ำมันดิบมาเติมตรงนี้ยังไง?2. คุณภาพของน้ำมันดิบ (API Gravity): เมื่อเราต้องเปลี่ยนแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบ คุณภาพ API Gravity อาจจะไม่แมตช์กับน้ำมันจากตะวันออกกลาง รัฐบาลจะควบคุมคุณภาพยังไงให้กลั่นออกมาแล้วยังได้ปริมาณดีเซล (Diesel Yield) สูงพอกับความต้องการในประเทศ?3. เสนอตั้ง Special Task Force 4 ด้าน: ผมได้เสนอให้รัฐบาลตั้งทีมเฉพาะกิจที่ประกอบด้วย 1) วิศวกรปิโตรเลียม (ประเมินปริมาณน้ำมันดิบโลก) 2) ผู้เชี่ยวชาญโรงกลั่น (ดูเรื่อง Yield) 3) ผู้เชี่ยวชาญด้านการกระจายน้ำมัน และ 4) ผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์การเดินเรือ เพื่อให้มั่นใจว่าเรือจะมาตามกำหนดและกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำไม่สะดุดคำตอบจากท่าน รมว. พลังงาน (สรุปใจความสำคัญ):1. เรื่องปริมาณน้ำมัน (Volume): ท่านชี้แจงว่าตัวเลข 9 ล้านบาร์เรลในเดือน พ.ค. เป็นเพียงเรือที่ "คอนเฟิร์มวันเทียบท่าแล้ว" เดี๋ยวจะมีตัวเลขคอนเฟิร์มทยอยเพิ่มเข้ามาอีก ส่วนโควตา 5 แสนบาร์เรลจากตะวันออกกลาง ครึ่งหนึ่งยังสามารถโหลดผ่านท่าเรือฟูไจราห์ (ที่พ้นช่องแคบฮอร์มุซมาแล้ว) และส่งผ่านท่อออกทางทะเลแดงจากซาอุฯ ได้ ส่วนอีกครึ่งที่หายไป เราหามาทดแทนได้จากสหรัฐฯ แอฟริกาใต้ และมาเลเซีย โดยใช้วิธีงดการส่งออกน้ำมันแล้วดึงโควตาเหล่านั้นกลับมาใช้ในประเทศทั้งหมด2. เรื่องคุณภาพน้ำมัน (API Gravity): ท่านยอมรับว่าสเปกอาจจะไม่ตรงเป๊ะ แต่โรงกลั่นในไทยสามารถปรับกระบวนการผลิตทางเทคนิค (Blending) ได้ นอกจากนี้ยังใช้วิธีลดการผลิตน้ำมันเครื่องบิน (Jet Fuel) ที่มีความต้องการน้อยลง เพื่อนำกำลังการกลั่นไปเพิ่มสัดส่วนการผลิตดีเซล (Diesel Yield) ซึ่งสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก 8-10% เพื่อชดเชยส่วนที่ขาดบอกตามตรงว่า หลังจากเห็นข้อมูลหน้างาน... ผมกังวลมากครับ ภาพที่เห็นตอนนี้คือ ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ "ลุ้นน้ำมันดิบเข้ามากลั่นแบบวันต่อวัน"มาดูคณิตศาสตร์ง่ายๆ กันครับ:ปกติไทยใช้น้ำมันดิบตกวันละ 1 ล้านบาร์เรล (เพื่อกลั่นเป็นดีเซลราว 70 ล้านลิตร และเบนซิน 35 ล้านลิตร) แปลว่า 1 เดือน เราต้องมีน้ำมันดิบเข้ามา 30 ล้านบาร์เรล ถึงจะพอใช้แต่จากตารางเรือส่งน้ำมันที่ยืนยันแล้ว (Confirmed Volume) ที่ภาครัฐเปิดเผย:เดือนเมษายน (ซึ่งนี่ก็สิ้นมีนาแล้ว!) มียืนยันแค่ 24 ล้านบาร์เรล เดือนพฤษภาคม ยิ่งน่าตกใจ... มียืนยันแค่ 9 ล้านบาร์เรล! (จากที่ต้องการ 30 ล้าน) คำถามคือ ถ้าเรือหามาเติมไม่ได้ครบ 30 ล้านต่อเดือน เราจะทำอย่างไร? คำตอบคือ เราก็ต้อง "งัดน้ำมันดิบสำรองของประเทศ" ออกมากลั่นประทังชีวิตไปเรื่อยๆ ครับ การที่รัฐบาลสั่งเร่งผลิต B20 และปรับสูตรโรงกลั่นเพื่อรีดน้ำมันดีเซล (Diesel Yield) ให้ได้มากที่สุด เป็นสัญญาณเตือนภัยว่า "เรากำลังต้องการดีเซลอย่างหนัก เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำมันดิบที่มี" บวกกับสถานการณ์โลกที่ตึงเครียด ท่าเรือ Fujairah ในตะวันออกกลางเพิ่งถูกโจมตี และเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงก็มีสิทธิถูกปิดได้ทุกเมื่อ... เราแน่ใจจริงๆ หรือครับว่า "ไม่ต้องกังวล"?ท่านนายกฯ วิงวอนให้คนไทยช่วยกันประหยัดน้ำมันครอบครัวละ 1 ลิตร/วัน เพื่อเซฟดีเซล 10 ล้านลิตรเข้าคลัง ซึ่งเป็นเจตนาที่ดีครับ แต่ในมุมมองเชิงวิศวกรรม ผมคิดว่าวิกฤตระดับนี้ รัฐบาลควรพิจารณาออกประกาศ "มาตรการควบคุมการใช้ดีเซลเท่าที่จำเป็น" ได้แล้วครับใครที่อ่านตารางและเข้าใจตัวเลข จะรู้เลยครับว่าตอนนี้เรากำลังลุ้นเหนื่อยแค่ไหนให้เรือน้ำมันเข้ามาทันแบบเดือนต่อเดือน ผมเขียนโพสต์นี้ด้วยความห่วงใยจริงๆ และอยากเอาใจช่วยให้ภาครัฐหาแหล่งน้ำมันมาเติมให้ประเทศได้ทันครับสื่อมวลชนท่านใด หรือรายการไหนที่อยากเจาะลึกตัวเลขและวิเคราะห์ความเสี่ยง (Scenario) ด้านพลังงานของประเทศจากสมการนี้ ยินดีให้สัมภาษณ์และแลกเปลี่ยนข้อมูลครับ ทักอินบ็อกซ์มาได้เลย!#วิกฤตพลังงาน #น้ำมันแพง #ไม่มีดีเซล #MeetThePress #ความมั่นคงทางพลังงาน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ปิดหีบแล้ว! เลือกตั้ง ส.ท.-นายกเทศมนตรี 297 แห่ง พบ 3 จังหวัดทำผิดกฎหมาย
Politics2026 Mar 29 :: 11:01

ปิดหีบแล้ว! เลือกตั้ง ส.ท.-นายกเทศมนตรี 297 แห่ง พบ 3 จังหวัดทำผิดกฎหมาย

ปิดหีบแล้ว! เลือกตั้ง ส.ท.-นายกเทศมนตรี 297 แห่ง พบ 3 จังหวัดทำผิดกฎหมาย ฉีกบัตร-แอบใช้สิทธิ์ คาดรู้ผลอย่างช้าไม่เกิน 60 วันวันที่ 29 มีนาคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง ว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงปิดหน่วยเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี กรณี อบต. จัดตั้งเป็นเทศบาลตำบลและเทศบาลเมือง จำนวน 297 แห่งร.ต. ภาสกร ระบุว่า ตั้งแต่เวลา 08.00 น. จนถึง 17.00 น. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะนี้ทุกจังหวัดได้รายงานผลการปิดการลงคะแนนมาแล้วทุกแห่งใน 297 เทศบาล ทุกหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งจากนี้เป็นต้นไปก็จะเป็นกระบวนการขั้นตอนการนับคะแนน โดยการนับคะแนนครั้งนี้ต้องใช้เวลาอยู่บ้าง เพราะการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเลือกได้ไม่เกิน 6 หมายเลข ฉะนั้นการขานคะแนนก็ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ และเมื่อนับคะแนนเสร็จสิ้น คณะกรรมการประจำหน่วยก็จะมีการสรุปผล นำรายงานผลการนับคะแนนมาส่งที่ที่สำนักงานเทศบาลกำหนดไว้ ก่อนจะมีการรวมผลการนับคะแนนของแต่ละเขตเลือกตั้งและการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีต่อไปส่วนการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งระหว่างการออกเสียงลงคะแนน จากข้อมูลในการตรวจสอบใน 63 จังหวัด พบเพียง 3 แห่ง 3 จังหวัด คือ จังหวัดราชราชบุรี อำเภอโพธาราม เทศบาลตำบลท่าชุมพล เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 4 มีผู้มีสิทธิ์ซึ่งไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งแต่พยายามจะใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายเลือกตั้ง กระบวนการในการฝ่าฝืนแบบนี้จะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งกำหนด 20 ปีส่วนจังหวัดสุรินทร์ ที่อำเภอเมืองเมืองสุรินทร์ เทศบาลตำบลเพี้ยราม เขตที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 1 และที่จังหวัดพัทลุง อำเภอปากพะยูน เทศบาลตำบลเกาะหมาก เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ได้มีการกระทำการฉีกบัตรเลือกตั้ง ซึ่งตามกฏหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่าผู้ใดจงใจกระทำการด้วยประการใดให้บัตรเลือกตั้งชำรุดเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งผู้นั้น มีกำหนด 10 ปี ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของพนักงานสืบสวนต่อไปร.ต. ภาสกร กล่าวต่อว่า ตนขอบคุณประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในพื้นที่ของเทศบาลตั้ง 297 แห่ง ที่วันนี้ได้ออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี เพื่อทำหน้าที่ในการบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของ 297 แห่ง ขอบคุณคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเทศบาล 297 แห่ง ขอบคุณกรรมการจะจำนวนเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและขอบคุณพิเศษสำหรับสื่อมวลชนในการช่วยกันประชาสัมพันธ์สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ให้ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อยสุดท้ายในการประกาศผลการเลือกตั้ง เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งของ 297 เทศบาล จะต้องมีการตรวจสอบความถูกต้อง ความครบถ้วนตามขั้นตอนของกฎหมาย หากไม่มีกรณีเรื่องร้องเรียนกล่าวโทษ คณะกรรมการการเลือกตั้งจะพิจารณาประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง ส่วนกรณีที่มีเรื่องร้องเรียนกล่าวโทษ ก็จะมีกระบวนการสืบสวนไต่สวน อาจจะมีการสั่งให้เลือกตั้งหรือออกเสียงลงคะแนนใหม่ แต่ทั้งนี้ดังนั้นเราจะประกาศผลการเลือกตั้งอย่างช้าต้องไม่เกิน 60 วัน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ดราม่าระอุ!นายกฯ ตรวจปั๊มน้ำมัน ถูกฟาด “สร้างภาพ” รับมือวิกฤตพลังงานไม่ตรงจุด
Politics2026 Mar 29 :: 10:44

ดราม่าระอุ!นายกฯ ตรวจปั๊มน้ำมัน ถูกฟาด “สร้างภาพ” รับมือวิกฤตพลังงานไม่ตรงจุด

ดราม่าระอุ!นายกฯ ตรวจปั๊มน้ำมัน ถูกฟาด “สร้างภาพ” รับมือวิกฤตพลังงานไม่ตรงจุด แอคถ่ายรูปทำเท่ เรียกร้องรัฐแก้ปัญหาที่ต้นเหตุประเทศไทยไม่ใช่สนามเด็กเล่น ปั๊มน้ำมัน ไม่ใช่สถานที่ แอคชั่น ถ่ายรูปเท่ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกุล ไปเช่ารถโตโยต้า รุ่นสันดาป ใช้น้ำมันล้วน มายื่นถ่ายรูปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม รุมล้อมไปด้วยเด็กปั๊มและชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมา พร้อมให้คำบรรยายใต้ภาพว่า เช่ารถมาสุ่มตรวจราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่ นครพนมก็เข้าใจได้ว่า นายกฯอนุทิน ก็หามุกถ่ายรูปให้สอดคล้องกับสถานการณ์ไปวันๆ ภาษาการเมือง เรียกว่า เป็นการสร้างภาพ หรือ การสร้างภาพลักษณ์ ให้เป็นที่จดจำแต่วิกฤติน้ำมันเที่ยวนี้ มันไม่ธรรมดา เป็นวิกฤติโลกที่เกิดจากภาวะสงคราม ที่สร้าง ความหายนะให้กับเศรษฐกิจทั้งโลกใบนี้ได้ในพริบตาเดียวเป็นหายนะทางเศรษฐกิจที่ไม่สามารถแก้ได้ด้วยทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ หรือการสร้างภาพ แต่จะต้องแก้ที่ต้นตอ คือการยุติสงครามสำนักข่าว เดอะไทม์ของอิหร่านระบุว่า มีข้อมูลจากประเทศคนกลางในการเจรจา อ้างว่า ทรัมป์ มีแนวโน้มจะสั่งให้กองทัพสหรัฐฯ ส่งกองกำลังภาคพื้นดิน บุกเข้าไปในอิหร่าน โดยใช้ปฎิบัติการทางทหารทำให้อิหร่าน ยอมแพ้ เหมือนกับที่ใช้ได้ผลกับ เวเนซุเอลามาแล้วและเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวยังบอกด้วยว่า สหรัฐฯ ยอมรับว่า โอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงตามแผนยุติสงคราม15 ข้อกับอิหร่านแทบเป็นไปไม่ได้เลย การที่สหรัฐฯ ส่งทหารจำนวนหลายพันนาย ไปยังตะวันออกกลาง จุดมุ่งหมายคือการยึด เกาะคาร์ก แหล่งน้ำมันดิบขนาดใหญ่ของอิหร่าน และจะทำให้มีการสู้รบ เกินกว่า 6 สัปดาห์สตีฟ วิตคอฟ ผู้แทนพิเศษ ตะวันออกกลางของสหรัฐฯ ยอมรับว่า สหรัฐฯมีการเจรจาทางการฑูตกับอิหร่าน โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง และ มาร์โก รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯก็ออกมายอมรับในเรื่องนี้ แต่ไม่มีรายละเอียดใดๆเมื่อประเมิน จากตัวแทนการเจรจายุติสงครามของสหรัฐฯ และประเทศคนกลางที่ช่วยเจรจาคือ ปากีสถาน แล้ว ฟันธง ได้ว่า สหรัฐฯ ก็ไม่ต้องการจะยุติสงคราม กลับบ้านมือเปล่าในขณะที่สถานการณ์สู้รบ ระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านยังเต็มไปด้วยความดุเดือด บีบีซี รายงานว่ามีการโจมตีกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง มีเสียงระบบป้องกันภัยทางอากาศและเสียงระเบิดกระหึ่มทั่วกรุงเตหะราน เป้าหมายคือโรงงานผลิตยูเรเนียมชนิดเข้มข้น หรือ yellowcake รวมทั้งโรงไฟฟ้าในอิรักด้วยอับบาส อารักซี รมว.ต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า สหรัฐฯและอิสราเอล มีแผนที่จะโจมตีเป้าหมายพลเรือนในอิหร่าน อย่างผิดกฎหมาย รวมถึงโรงพยาบาลและโรงเรียนการกระทำที่ผ่านมาของสหรัฐฯ อิหร่าน ไม่อาจยอมรับได้ แปลเป็นไทยว่า จะไม่มีการเจรจายุติสงครามแน่นอน ตาต่อตา ฟันต่อฟัน จนกว่าจะตายกันไปข้างล่าสุดมีการ ยิงขีปนาวุธ จาก เยเมนไป ยังอิสราเอล เป็นการประกาศ เคียงบ่าเคียงไหล่ ของ กลุ่มนักรบอาหรับ กับอิหร่าน ที่จะทำสงครามกับ สหรัฐฯและอิสราเอลสงครามขยายเป็นวงกว้าง เข้าสู่การจำลองเหตุการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางของสภาพัฒน์ และผลกระทบที่จะเกิดขึัน อย่างรุนแรงเพราะฉะนั้น วิกฤติน้ำมัน และวิกฤติพลังงาน จะเป็นขีปนาวุธ ลูกใหม่ ทำลายล้าง ไปทั่วทุกภูมิภาคบนโลกใบนี้ประเทศไทย เอาแค่วิกฤติพื้นฐาน น้ำมันขาดแคลน กว่านี้ ราคาน้ำมันแพงกว่านี้จะ50-60-70 บาทต่อลิตรได้เห็นแน่แต่รัฐบาลอนุทิน ยังใช้ยาสามัญประจำบ้านมารักษาโรคร้ายแรง จะไปบอกว่า ประเทศไทยไม่ใช่คนป่วย แต่สุดท้ายแล้วจะเป็นคนป่วยติดเตียงของแทร่ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ทำเป็นมากางแผนเชิงรุกรับมือวิกติโลก คุมราคาสินค้าจำเป็นเพิ่ม 6 รายการ ขนเอาสินค้าราคาถูกกว่า พันรายการ ไปร่วมงาน ไทยช่วยไทย ลดสูงสุด 50 % และจะเร่งระบายปุ๋ยเคมี ทีติดค้างช่องแคบฮอร์มุซ พูดเหมือนกับว่า ช่องแคบฮอร์มุซ อยู่หน้า ปากซอย พ่อค้าแม่ค้า ขึ้นราคาสินค้า ขึ้นราคาไข่ ไปเรียบร้อยจับตาว่า ไข่รัฐบาลอนุทิน จะแพงขนาดไหนส่วนเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ท่องบทเดิมๆเป็นแผ่นเสียงตกร่อง ต้องปล่อยน้ำมันไปตามกลไกตลาด ป้องกันการซ้ำรอยวิกฤติปี 2540 เพราะมีงบจำกัด ต้องใช้เงินทุกบาทให้คุ้มค่า ต้องดูแลประชาชนให้มีผลกระทบน้อยทีสุด คิดอย่างอื่นไม่เป็นขนาด จับได้ว่า กักตุนน้ำมันกันอย่างมโหฬาร ทั้งทางเรือ และพ่อค้าน้ำมัน รัฐบาลก็ยังออกมาตะแบงว่า กระทรวงพาณิชย์ ของ ศุภจี ไม่มีอำนาจไปตรวจสอบราคาน้ำมันได้เพราะมีองค์กรตรวจสอบอยู่แล้วอ้างว่า แค่ผิดกฎหมายสรรพสามิตแค่นั้นพูดเป็นหนังการ์ตูน ก็รัฐบาล มีอำนาจในการบริหารปกครองประเทศ หรือ ไม่มีปัญญาจะบริหารประเทศในกรณีฉุกเฉิน หรือไม่มีน้ำยา ที่จะบริหารประเทศ เลยหาข้อแก้ตัวไปแบบเอาสีข้างเข้าถู เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่ประชาชนนิกเคอิรายงานว่า ราคาน้ำมันเบนซินในเวียดนามลดต่ำลงร้อยละ19 ทันทีหลังจากรัฐบาลเวียดนาม ยกเลิกภาษีน้ำมัน ย้ำว่า ยกเลิก ไม่ใช่ลด เป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อรักษาเสถียรภาพ ตลาดพลังงานในประเทศส่วนรัฐบาลทองไม่รู้ร้อนยังชิลๆ ขี้ช้างจับตั๊กแตน ปล่อยให้มือสมัครเล่น มานั่งเล่นขายของไปวันๆ อีกไม่นานประเทศไทย จะต้องนอนติดเตียงแทนที่จะประกาศ ภาวะฉุกเฉิน ควบคุมภาวะวิกติเอาจริงเอาจัง ตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม ยังมีอารมณ์มาแจกเงิน 100บาท ปัดฝุ่นโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

POPULAR CONTENT
No content available.
OPINION
นายกฯ สั่งด่วนลดต้นทุนสินค้าเกษตร ตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย รมต.-สส.-หน่วยราชการ หามาตรการเพิ่มรายได้เกษตรกร
Agri-News2025 Oct 27 :: 21:00

นายกฯ สั่งด่วนลดต้นทุนสินค้าเกษตร ตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย รมต.-สส.-หน่วยราชการ หามาตรการเพิ่มรายได้เกษตรกร

นายกฯ สั่งด่วนลดต้นทุนสินค้าเกษตร ตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย รมต.-สส.-หน่วยราชการ หามาตรการเพิ่มรายได้เกษตรกรนายนพพล เหลืองทองนารา สส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เชิญสส.พรรคเพื่อไทยเข้าหารือ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ถึงปัญหาความเดือดร้อนประชาชนในพื้นที่ สส.ได้สะท้อนปัญหาร้องเรียนจากเกษตรให้นายกฯฟังโดยตรง น.ส.แพทองธารสั่งการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างรัฐมนตรี สส.ในพื้นที่ และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องหามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรทุกมิติ ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากภาคการเกษตรในทุกผลิตภัณฑ์ รวมทั้งแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร ทั้งข้าว มันสำปะหลัง ทุเรียน ที่ปัจจุบันเกษตรกรแบกรับต้นทุนสูงขึ้น ทั้งปุ๋ย น้ำมัน ยาปราบศัตรูพืช ส่งผลให้รายได้เกษตรกรลดลง คณะทำงานจะหามาตรการลดต้นทุนการเพาะปลูกให้เกษตรกรทั้งประเทศ รัฐบาลทราบดีว่าเกษตรกรประสบปัญหาต้นทุนสูง เป็นปัญหาเร่งด่วนที่จะเร่งแก้จริงจัง เพราะนโยบายพรรคเพื่อไทยคือยกระดับรายได้เกษตรกรไทยทั้งประเทศ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

โจทย์ใหญ่ “อุ๊งอิ๊งค์” ต้องเร่งจัดขบวนทัพ
Politics2025 Oct 27 :: 17:30

โจทย์ใหญ่ “อุ๊งอิ๊งค์” ต้องเร่งจัดขบวนทัพ

ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก ....วันก่อน “วรชัย เหมะ” แกนนำคนเสื้อแดงตัวจี๊ด อาสาหาราคีรีตัวเอง เป็นหน่วยกล้าตาย ของพรรคเพื่อไทย ตัดสินใจออกตัววิพากษ์วิจารณ์ “นายกฯนิด” เศรษฐา ทวีสิน ทั้งที่รู้ดีอยู่ว่า จะมีเอฟเฟกต์ ต่างๆนาๆ เข้ามากระทบตัวเองขนาดออกตัววิจารณ์อย่างมิตร ยังเจอ “หมอมิ้ง” พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ด่ากราดผ่านรายการทีวี “ห่างข้อมูล ไม่เข้าใจการทำงาน อยุดอวดรู้” ซ้ำอีกดอก “ภูมิธรรม เวชยชัย” แม่บ้านมือหนึ่ง พรรคเพื่อไทย ออกมาเตือนสติ “เป็นผมคงหยุดแล้ว” มิวาย วันนี้ “วัน อยู่บำรุง” ประกาศลาออก ตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข น้อยใจ หัวหน้าพรรค “อุ๊งอิ๊งค์” เรียกคุย หลังไม่พอใจ ที่ร่วมเชียร์ “บิ๊กแจ๊ส” คำรณวิทธิ์ ธูปกระจ่าง คู่แข่งพรรคเพื่อไทย สนามเลือกตั้งนายกอบจ. ปทุมธานี“ลูกวัน” ตัดพ้อ อุตสาห์ออกตัว ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ช่วยงานพรรค สุดความสามารถ ต่อสู้เคียงบ่า เคียงไหล ทำหน้าที่สมาชิกที่ดีมาตลอด แต่เมื่อหัวหน้าพรรค ไม่พอใจ ก็ยอมถอย “ลูกวัน” เจอแบบนี้ “ป๋าเหลิม” เฉลิม อยู่บำรุง ไม่มีทางยอม ประกาศกร้าว ให้พรรคขับตัวเองออก จะได้เป็นสส.พรรคอื่นแถมบอกข้อมูล ไม่ใช่แค่ “หัวหน้าอิ๊งค์” เท่านั้นที่เคือง “นายกฯนิด” ก็ไม่พอใจอย่างรุนแรง ถึงขั้นสั่ง “ต้องหยุดทำงานทันที” เป็นเหตุให้ “ลูกวัน” ทำหนังสือลาออก“บ้านริมคลอง” ไม่ขลังเหมือนวันเก่า ยามอัสดงมาเยือน “พ่อเหลิม” โรยลา “ลูกวัน” รับช่วงต่อ บารมีไม่ถึง!!เหตุระหองระแหง ช่วงตั้งรัฐบาลใหม่ๆ “ทักษิณ ชินวัตร” ส่ง “ลูกอิ๊งค์” เคลียร์ใจ มาวันนี้ วางตัวไม่รู้สี่รู้แปด นั่งเชียร์ฝ่ายตรงข้ามพรรค ดูท่าจะกลับมาเหมือนเดิมคงยากใดๆ สองเหตุนี้ ทำให้เห็น พรรคเพื่อไทย อาจไม่นิ่ง อย่างที่ “นายใหญ่” มั่นหมาย ส่งไม้ต่อ ให้ลูกสาวการบ้านใหญ่ “หัวหน้าอิ๊งค์” ต้องเร่งจัดขบวน เรียกศรัทธา คนรุ่นพ่อ คนรุ่นแม่ คนรุ่นอา และหนุ่มหล่อ สาวสวย ให้เดินในทิศทางเดียวกันไม่เช่นนั้น หลังคอ พรรคก้าวไกล จะทิ้งห่าง เรื่อย ๆ ปล่อยคาราคาซัง จนเลือกตั้งรอบหน้า อาจไม่เห็นฝุ่น รวบหัว รวบห่าง เอาทุกพรรคมารวมกัน อาจคว้าเก้าอี้นายก มานั่งเล่นง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้อีกรอบแน่!!

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“โฆษกไทยสร้างไทย” ซัดแรง “ข้อตกลงแลกภาษีทรัมป์“ ชี้รัฐปิดบังข้อมูล ส่อทำลายธุรกิจคนไทยด้วย”MOU สหรัฐฯ ”
TheRoomChinese2025 Oct 27 :: 17:00

“โฆษกไทยสร้างไทย” ซัดแรง “ข้อตกลงแลกภาษีทรัมป์“ ชี้รัฐปิดบังข้อมูล ส่อทำลายธุรกิจคนไทยด้วย”MOU สหรัฐฯ ”

“โฆษกไทยสร้างไทย” ซัดแรง “ข้อตกลงแลกภาษีทรัมป์“ ชี้รัฐปิดบังข้อมูล ส่อทำลายธุรกิจคนไทยด้วย”MOU สหรัฐฯ ” เชื่อข้อตกลงอัปยศ ส่งผลกระทบหนักเกษตรกรและ SME ไทยเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2568 นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.)กล่าวถึงกรณีรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงแลกภาษีทรัมป์ ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นเรื่องน่าละอายใจต่อผู้ที่ไปดำเนินการเจรจาอย่างยิ่ง เพราะมีผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนฐานราก เกษตรกร และผู้ประกอบการ SME ซึ่งไม่มีโอกาสได้เตรียมตัวรับมือ เนื่องจากรัฐบาลปิดบังข้อมูลมาโดยตลอด ทั้งนี้ ตนขอตั้งคำถามถึงรัฐบาลทุกชุดที่เกี่ยวข้องกับการเจรจา โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ ว่า ทราบเงื่อนไขของข้อตกลงนี้มาก่อนหรือไม่ และเหตุใดจึงเลือกปิดบังข้อมูลสำคัญไว้ จนกระทั่งฝ่ายสหรัฐเป็นผู้เปิดเผยเอง การไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวทำให้การจัดทำงบประมาณปี 2569 ไม่สามารถเตรียมการรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรและผู้ประกอบการ SME ได้เลย อีกทั้งยังสะท้อนว่ารัฐบาลไม่มีมาตรการในการปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย แม้แต่ในประเด็นการเก็บภาษีจากแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งคนไทยมีอัตราการใช้งานสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ก็ยังแทบไม่สามารถเก็บภาษีได้ รวมถึงสิ่งของฟุ่มเฟือยที่อาจกระทบกลุ่มหัตถกรรม และซอร์ฟพาวเว่อร์โดยตรง”ข้อตกลงนี้เป็นการนำเอาธุรกิจหลักของคนไทยเกือบทั้งหมดไปแข่งกับอเมริกา ทั้งที่ไทยด้อยกว่าในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี เงินทุน หรือสิทธิทางภาษี และผลกระทบยังลามไปถึงภาคเกษตรและปศุสัตว์ ผมขอประณามการกระทำของทีมเจรจาที่กล้าออกมาอ้างว่าข้อตกลงนี้เป็นผลงาน และขอตำหนิรัฐมนตรีในกระทรวงที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลทั้งในอดีตและปัจจุบัน ที่จงใจปิดบังข้อมูลสำคัญจากประชาชน โดยเห็นแก่ผลทางการเมือง มากกว่าผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนส่วนใหญ่” โฆษกพรรค ทสท.กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...