เนื้อหาข่าว

"พริษฐ์" ซัดกลับ "เอิร์ธ พงศกร" บอกไม่ได้หวังให้ใครเป็นบริวาร ทำงานฝ่ายค้านต้องเคารพซึ่งกันและกัน
"พริษฐ์" มองเป็นสิทธิของ ปชป.งดออกเสียงโหวต ปธ.สภาฯ ซัดกลับ "เอิร์ธ พงศกร" บอกไม่ได้หวังให้ใครเป็นบริวาร ทำงานฝ่ายค้านต้องเคารพซึ่งกันและกัน ยันส่ง ‘เท้ง’ ชิงนายกฯ ไม่ได้สร้างภาพ-ไม่คิดตั้งรัฐบาลแข่ง - รับ ข้อมูลรั่วไหลเป็นข้อบกพร่อง เตรียม อุทธรณ์คำสั่งกรมการปกครอง ชี้ บางส่วนไม่สมเหตุสมผล หวั่น กกต.ตัดจบ ปม ฮั้ว สว.ไปไม่ถึงศาล -"ปชน." ขอ รัฐบาลเปิดข้อมูลจริง ปริมาณน้ำมัน ปม สงครามตะวันออกกลาง แนะ ลดค่าไฟ สร้างแรงจูงใจประชาชน
วันที่ 16 มี.ค. 69 ที่ทำการพรรคประชาชน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการโหวตเลือกประธานสภา ที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุถึงเหตุผลที่งดออกเสียงเพราะพรรคประชาชนไม่ได้ติดต่อไปอย่างเป็นทางการว่าจะส่งนายพริษฐ์เป็นประธานสภา ว่า เป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรคจะลงคะแนนเช่นไร ขอไม่ก้าวล่วงแต่ละสิทธิ์ของพรรคการเมือง ในข้อเท็จจริง คือนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตประธานวิปฝ่ายค้าน ได้แจ้งพรรคประชาธิปัตย์ล่วงหน้าไปแล้วหลายวัน ว่าพรรคประชาชนจะส่งบุคคลชิงตำแหน่งประธานสภาฯ พร้อมย้ำว่าพรรคประชาชนเคารพสิทธิ์ของแต่ละพรรค ในการลงมติ โดยเมื่อวานนี้(15 มี.ค. 69) เป็นวาระแรกของสภาชุดนี้ ต้องยอมรับว่าก่อนที่จะมีการเลือกประธานสภา อาจจะยังไม่มีความชัดเจนเท่าวันนี้ ว่าพรรคไหนอยู่ในซีกรัฐบาลและพรรคไหนอยู่ในซีกฝ่ายค้าน แต่วันนี้มีความชัดเจนแล้วว่าพรรคไหนที่อยู่ในซีกฝ่ายค้าน คงจะต้องมีการหารือร่วมกันผ่านกลไกฝ่ายค้านเพื่อวางแผนทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลร่วมกันไม่ได้มีปัญหาอะไร
เมื่อถามว่าเป็นเพราะพรรคประชาชนไม่ได้แจ้งว่าจะส่งใครลงชิงตำแหน่งประธานสภาใช่หรือไม่ พรรคประชาธิปัตย์จึงมีมติงดออกเสียง นายพริษฐ์ ย้ำว่าเราแจ้งไปแล้วว่าจะส่งบุคลากรของพรรคในวาระเลือกประธานสภา แต่ไม่ได้แจ้งชื่อตัวบุคคล ส่วนที่ถูกมองว่าภาพรวมของฝ่ายค้านไม่มีเสถียรภาพนั้น คือการทำงานของฝ่ายค้านมีความแตกต่างจากพรรคร่วมรัฐบาล เพราะพรรคร่วมรัฐบาลตกลงเป็นรัฐบาลร่วมกัน ดังนั้นความคาดหวังในประเด็นต่างๆไม่ว่าจะเป็นกฎหมายที่ถูกเสนอครม.หรือ นโยบายต่างๆของฝ่ายบริหาร โดยหวังว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องมีจุดยืนสอดคล้องกันเป็นเอกภาพ
ส่วนฝ่ายค้านเป็นการรวมตัวกันของฝ่ายที่ไม่ได้อยู่ในพรรคร่วมรัฐบาล จึงมีจุดยืนในบางประเด็นที่แตกต่างกัน การทำงานจึงต้องเคารพจุดยืนที่แตกต่างกันในบางประเด็น ไม่ได้ลดทอนจุดร่วมที่จะต้องตรวจสอบรัฐบาล
เมื่อถามว่าคนในพรรคประชาชนระบุว่า พรรคที่ไม่ได้โหวตให้กับตำแหน่งประธานสภากลายเป็นพรรคที่รอร่วมรัฐบาล นายพริษฐ์ กล่าวว่า ความเห็นของพรรค ขอไม่ก้าวล่วงการตัดสินใจขอพรรคการเมืองอื่น
ส่วนที่นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่บริวารของใครนั้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราก็ไม่ได้คาดหวังให้ใครมาเป็นบริวารของเรา เราทำงานด้วยการเคารพกันและกัน ทำงานในซีกฝ่ายค้านแม้จุดยืนจะแตกต่างกันบ้าง แต่เป็นเรื่องปกติในการทำงานของฝ่ายค้านตั้งแต่ดูจากการทำงาน สมัยพรรคก้าวไกลถึงพรรคประชาชน เราทำหน้าที่เป็นแกนนำฝ่ายค้านมาโดยตลอด ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านเปลี่ยนไปตลอด การทำงานก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร
เมื่อถามถึงกรณีการส่งชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งนางสาวธิษะณา ชุณหะวัณอดีต สส.กทม พรรคประชาชนออกมาแสดงความคิดเห็นว่าทำไปเพื่อสร้างกระแส นายพริษฐ์ ยืนยันว่า ตั้งแต่ผลการเลือกตั้งออกมา เราดำเนินการตามสิ่งที่พูดไว้ก่อนการเลือกตั้ง คือเคารพสิทธิ์ของพรรคการเมืองอันดับ 1 ในการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งชัดเจนแล้วว่าเขาสามารถรวบรวมเสียงเพียงพอจัดตั้งรัฐบาลได้ หากย้อนไปดูในอดีตประวัติศาสการเมืองไทยหรือระบบรัฐสภาในประเทศอื่น มีกรณีที่พรรคฝ่ายค้านเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯและมีกรณีที่ไม่เสนอชื่อ ซึ่งเป็นสิทธิ์ของแกนนำฝ่ายค้านในแต่ละยุคว่าจะตัดสินใจอย่างไร ไม่ใช่สิ่งที่เกินเลยสามารถเกิดขึ้นได้ในระบบรัฐสภาไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลแข่ง
ทั้งนี้นางสาวธิษะณายังแสดงความเห็นว่าพรรคประชาชนตั้งใจจะสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองดูดีเพื่อให้ทัวร์ไปลงพรรคเพื่อไทย นายพริษฐ์ กล่าวว่า ไม่มีความคิดเช่นนั้น ตามระบบรัฐสภา เมื่อรวบรวมเสียงตั้งรัฐบาลได้ ก็มีทั้งกรณีที่พรรคฝ่ายค้านเสนอชื่อบุคคลในวาระการเลือกนายกและก็มีกรณีที่ไม่เสนอชื่อ ไม่ได้เป็นการพยายามสร้างความเข้าใจผิด พร้อมย้ำว่าไม่ได้เป็นการตั้งรัฐบาลแข่ง ไม่มีความพยายามในการติดต่อหรือไปรวมเสียง
รับ ข้อมูลรั่วไหลเป็นข้อบกพร่อง เตรียม อุทธรณ์คำสั่งกรมการปกครอง ชี้ บางส่วนไม่สมเหตุสมผล
ส่วนกรณีข้อมูลรั่วไหล โดยระบุว่า ประเด็นดังกล่าวพรรคได้ชี้แจงผ่านแถลงการณ์ไปแล้วเมื่อวานนี้ จึงขอให้ยึดตามรายละเอียดในแถลงการณ์ดังกล่าวเป็นหลัก เนื่องจากมีข้อมูลเชิงเทคนิคค่อนข้างมาก และไม่ต้องการให้เกิดความคลาดเคลื่อนจากการอธิบายเพิ่มเติม
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อมูลที่รั่วไหล นายพริษฐ์ กล่าวว่า กรณีที่กรมการปกครองมีคำสั่งออกมาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว มีทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องกันและส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกัน โดยในส่วนของกรมการปกครอง พรรคได้ชี้แจงท่าทีไปแล้วผ่านแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ และเห็นว่าบางประเด็นของคำสั่งดังกล่าวอาจยังไม่สมเหตุสมผล จึงมีแนวโน้มที่จะดำเนินการอุทธรณ์คำสั่งต่อไป
สำหรับกรณีข้อมูลรั่วไหล นายพริษฐ์ ระบุว่า การดำเนินการยังคงเป็นไปตามแผนที่วางไว้ก่อนหน้านี้ โดยขณะนี้ยังมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาและจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ส่วนข้อเรียกร้องของแฟนคลับพรรคที่อยากให้มาจัดการแก้ปัญหาให้ดีกว่านี้นั้น นายพริษฐ์ ยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นข้อบกพร่องและความผิดพลาดที่พรรคต้องน้อมรับ พร้อมยืนยันว่าพรรคได้รับฟังเสียงสะท้อนจากสมาชิกและผู้สนับสนุน และจะพยายามสื่อสารชี้แจงในประเด็นที่ยังเป็นข้อสงสัยให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
“พริษฐ์” หวั่น กกต.ตัดจบ ปม ฮั้ว สว.ไปไม่ถึงศาล ชวน ปชช.จับตาใกล้ชิด สงสัย ไม่ยึดหลักฐานตามคณะไต่สวนฯชุดที่ 26 เป็นใบสั่งหรือไม่ เร่ง ให้เสร็จก่อนโหวตเลือกนายกฯ
แถลงข่าวชวนประชาชนจับตามติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เกี่ยวกับคดีโกง สว. ที่ไปไม่ถึงศาล ก่อนที่จะมีการเลือกนายกรัฐมนตรี ว่า เรากำลังจับตาดูการประชุมของคณะกรรมการการเลือกตั้งในสัปดาห์นี้ ว่า มีความพยายามดังกล่าวหรือไม่ เพื่อหวังเคลียร์ข้อคอรหาทั้งหมด ก่อนที่จะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และล่าสุด คณะกรรมการสืบสวนไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง กกต. และดีเอสไอ มีมติออกมาว่า ให้ กกต. ส่งคำร้องไปยังศาล เพื่อดำเนินคดีผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน เป็น สว. 138 คน ที่เหลือเป็นผู้ที่เกี่ยวข้อง และนักการเมือง ขณะที่อีกคณะได้มีมติสวนทางกัน คือ คณะอนุกรรมการวินิจฉัย ชุดที่ 36 ซึ่งเป็นคณะที่ กกต. ตั้งขึ้นมาเพื่อวินิจฉัยข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสำนวน การสืบสวนหรือไต่สวน โดยคณะนี้มีมติ สวนทางกับคณะชุดที่ 26 คือมีมติไม่ให้ กกต. ส่งคำร้องไปที่ศาล และยุตติการดำเนินคดี เนื่องจากเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ไม่มีมูลความผิดแต่อย่างใด นี่คือสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ พรรคประชาชนจึง มีความเห็น ว่า กกต. ไม่ควรมีเหตุผลใดที่ไม่ส่งคำร้อง ไปยังศาล เพื่อดำเนินคดีผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ตามข้อเสนอของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ด้วย เหตุผล 4 ประการ คือ 1.หลักฐานของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 มีน้ำหนักเพียงพอ เช่น บัตรเลือก สว. ที่มีการเลือกชุดตัวเลขเดียวกันเรียงต่อกันเยอะพอสมควร
ซึ่งจากการคำนวนทางวิทยาศาสตร์เป็นไปได้ยากมาก ว่า เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นโดยบังเอิญ ปราศจากการฮั้ว หรือ แลกเปลี่ยนคะแนนกัน และยังมีหลักฐานการรวมตัวกัน มีการว่าจ้างหลักหมื่นหลักแสนบาท รวมถึงมีเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหลักฐานในคดีนี้มีความหนักแน่นเพียงพอมากกว่าอีกคดีหนึ่ง ที่ กกต. มีมติส่งศาล เพราะมีหลักฐานเพียงแค่แชทไลน์ระหว่างผู้สมัคร สว. 2 คน เพื่อแลกคะแนนกัน จึงมองว่าหลักฐานที่คณะไต่สวนชุดที่ 26 มี หนักแน่นกว่ากรณีดังกล่าว หาก กกต. ไม่ส่งศาล ต้องออกมาตอบสังคมให้ชัด ว่ามีพยานหลักฐานอื่นใดมาหักล้าง กับหลักฐานของคณะไต่สวนชุดที่ 26 มี เพราะเสียงจะถูกมองว่าใช้ดุลยพินิจตามอำเภอใจ ทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐอย่างร้ายแรง ซึ่งถือว่าเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ
2.ถ้า กกต. ไม่ควรอ้างการไม่ส่งเรื่องไปศาล เพราะคณะอนุวินิจฉัย ชุดที่ 36 มีมติไม่ให้ส่งศาล เพราะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 กำลังถูกตั้งคำถามเรื่องความชอบธรรม ทั้งที่มา และการทำหน้าที่ ในข้อกฎหมายมีข้อถกเถียงกัน ว่า ขณะนี้ตั้งขึ้นมาถูกต้องหรือไม่ เพราะ กกต. ตั้งชุดนี้ขึ้นมาเมื่อเดือนกันยายน 2568 ซึ่งถือว่าเลยกรอบเวลา 1 ปี หลังมีการรับรอง สว. อาจขัดระเบียบ กกต. ในการสืบสวนสอบสวน ซึ่งกรณีนี้ สว. สำรองบางส่วนได้ดำเนินการฟ้อง กกต. ไปบ้างแล้ว จึงเกิดการตั้งคำถาม ว่า เหตุใดจึงตั้งคณะชุดนี้ขึ้นมาเฉพาะในการดำเนินคดีเรื่องโกง สว.
3.หาก กกต. ยังดึงดันไม่ส่งศาล และไม่มีหลักฐานมาหักล้าง สังคมจะตั้งคำถามว่า กกต. ใช้อำนาจโดยมิชอบ หรือ มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เพราะ กกต. 7 คน ที่จะมาชี้ขาดเรื่องนี้มี 4 คนที่ถูกรับรองโดย สว. ที่ถูกกล่าวหา อยู่ในสำนวน ปฏิเสธไม่ได้นี่คือตัวอย่างของผลประโยชน์ทับซ้อน หาก กกต. ตัดสินใจ ในลักษณะที่สวนกับหลักฐานข้อเท็จจริง สังคมก็จะตั้งคำถามถึง กกต. 4 คนนั้น ได้ถูกรับรองด้วยเงื่อนไขว่าจะช่วยคดีโกง สว. ไปไม่ถึงศาลหรือไม่
4.หาก กกต. เร่งรีบที่จะมีมติในสัปดาห์นี้เลย สังคมก็จะตั้งคำถามว่า กกต. ใช้อำนาจโดยมิชอบ โดยมีใบสั่ง และต้องการเคลียร์ปัญหาให้หมด ก่อนการเลือกนายกรัฐมนตรีในสภาใช่หรือไม่ เพราะผู้ที่จะถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรี ก็เป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาในสำนวนเช่นกัน ดังนั้น หากใครในสังคมนี้เชื่อว่าบุคคลดังกล่าวมีอิทธิพลเหนือ กกต. สิ่งหนึ่งที่จะทำได้ คือ การขอให้ กกต. เร่งมีมติสรุปส่งเรื่องไปที่ศาล และตัดจบคดีโกง สว. ตั้งแต่สัปดาห์นี้ เพื่อปิดช่องไม่ให้ สส. คนใด อภิปรายในระหว่างวาระเลือกนายกรัฐมนตรีได้
นายพริษฐ์ ยังกล่าวต่อว่า ข้อมูลเหล่านี้ต้องเผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบ เพราะเป็นข้อกังวลที่ต้องการสื่อสารให้กับประชาชน
“เมื่อได้รับข่าวมา ว่า มีการกระทำอะไรที่มิชอบ หน้าที่ผมในฐานะผู้แทนราษฎร ก็ต้องพยายามออกมาดัก และยับยั้งไม่ให้ปัญหานั้นเกิดขึ้น ผมไม่ได้ไปกล่าวหาสรุปว่า มีใบสั่ง แต่ผมก็มีความกังวลใจ ว่าจะมีความพยายามหรือไม่ ในการทำให้คดีนี้ มีข้อสรุปว่าไม่ถูกส่งไปที่ศาล ก่อนวาระการเลือกนายกฯ ดังนั้นต้องจับตาการประชุมของ กกต. ในสัปดาห์นี้เป็นพิเศษ และแม้ผ่านพ้นสัปดาห์นี้ไป ก็ไม่ใช่ว่าปัญหานี้จะจบไป เรื่องนี้ยังเป็นข้อเสนอของพรรคต่อไป และยืนยัน ว่า กกต. ควรเดินหน้าตามข้อเสนอของคณะไต่สวนชุดที่ 26“ นายพริษฐ์ กล่าว
ทั้งนี้นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ถ้าเห็นว่ามีการกระทำที่เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบก็ดำเนินการทางกฎหมายแน่นอน แม้จะเห็นว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือ ความอยุติธรรม เรื่องนี้ต้องดำเนินการโดยที่ไม่มีใครมาประวิงเวลา แต่ก็ต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตามพยานและหลักฐานข้อเท็จจริง อยากจะบอกว่าอยากให้ดำเนินการเร็วเพียงอย่างเดียว เพราะเดี๋ยว กกต. จะรีบตัดจบเร็ว ว่า กรณีนี้ไม่มีมูล และไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล แต่เมื่อเดินทางมาถึงขั้นตอนนี้แล้ว กกต. ควรจะเดินหน้าตามคณะไต่สวน ชุดที่ 26
"ปชน." ขอ รัฐบาลเปิดข้อมูลจริง ปริมาณน้ำมัน ปม สงครามตะวันออกกลาง แนะ ลดค่าไฟ สร้างแรงจูงใจประชาชน
ส่วนสถานการณ์น้ำมันในประเทศ ในภาวะสงครามตะวันออกกลาง พรุ่งนี้พรรคประชาชนจะมีการแถลงรายละเอียดแต่เบื้องต้น มีประเด็นที่จะนำเสนอคือเรื่ปริมาณและราคา
โดยเรื่องปริณอยากให้ร้ฐเปิดเผยข้อมูลจัดทำแดชบอร์ด (Dashboard) เพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่า ตกลงแล้ว มีปริมาณภาพรวมน้ำมันอยู่ที่เท่าไหร่เพียงพอหรือไม่และการขาดแคลนในปั๊มต่างๆ เกิดขึ้นจากการไม่เพียงพอ หรือการขนส่ง หรือปัญหาในการกักตุน
ส่วนมาตรการประหยัดพลังงาน หากรัฐจะมีมาตรการดังกล่าวต้องควบคู่ไปกับการสร้างแรงจูงใจปคะชาชน เช่น มาตรการ work from home พี่ต้องควบคู่มากับมาตรการลดค่าไฟ หรือ ส่งเสริมให้ประชาชนใช้ขนส่งสาธารณะ ก็ต้องมาพร้อมกับการสนับสนุนค่าโดยสารด้วย
ส่วนความกังวลใจเรื่องการตรึงราคาน้ำมันดีเซล ที่กำลังจะครบกำหนด แล้วรัฐจะมีมาตรการอย่างไรต่อนั้น ก็อาจจะจำเป็นต้องมีการใช้งบประมาณเงินกู้เพิ่มเติม หรือลดภาษีสรรพสามิต ซึ่งอาจจะกระทบรายได้ของรัฐ โดยพรรคประชาชนได้มีข้อเสนอว่า หากรัฐบาลไม่ตึงราคาด้วยอัตราเท่าเดิม อย่างน้อยที่สุดต้องมีการช่วยเหลือ เรื่องค่าครองชีพให้กับกลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เช่น กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มอาชีพที่จำเป็นต้องใช้น้ำมัน รวมไปถึงค่าขนส่ง ที่จะทำให้ผลกระทบครั้งนี้ไม่นำไปสู่การขึ้นราคาสินค้า และส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนในภาพรวม
ทั้งนี้นายพริษฐ์ กล่าวถึง ประเด็นโรงกลั่นน้ำมันด้วยว่า เห็นด้วยในประเด็น หากโรงกลั่นมีกำไรที่สูงเกินสมควร หากอะไรที่ทำได้เพื้อให้การ เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข พรรคประชาชนก็จะสนับสนุน
“พริษฐ์” ย้ำ เดินหน้าตรวจสอบปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ชี้ เสี่ยงกระทบหลักการลงคะแนนลับ พร้อมเดินหน้าคดี ม.157 ควบคู่ใช้เวทีสภาตรวจสอบ กกต. เตรียมดันกฎหมาย 20-30 ฉบับ รวมถึงแก้ รธน.เปิดทางประชาชนถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จับตา ผลเลือกตั้งสุพรรณบุรี เขต 2 หลังนับคะแนนใหม่ต่างกันเท่าตัว
ส่วนการตรวจสอบบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ว่า ตอนนี้การตรวจสอบเรื่องดังกล่าวดำเนินการไปหลายช่องทาง ซึ่งมีทั้งภาคประชาชนยื่นไปที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดินก็กำลังจะยื่นต่อไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ในส่วนของพรรคประชาชนได้ยื่นดำเนินคดีอาญามาตรา 157 ไปแล้ว ซึ่งจุดร่วมที่เรามีตรงกันในเรื่องนี้ คือ จะทำอย่างไรให้ไม่มีบาร์โค้ดที่สามารถระบุรหัสบัตรอยู่ในบัตรเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งครั้งถัดไป เพราะเห็นชัดเจนแล้วว่าการมีบาร์โค้ดที่ระบุรหัสบัตรได้ ทำให้สามารถตรวจสอบได้ ว่า ใครกาให้กับใคร ทำให้การออกเสียงไม่เป็นไปโดยลับ จึงไม่ต้องการให้มีบาร์โค้ดอยู่ในบัตรเลือกตั้งอีกต่อไป
ส่วนที่คนวิจารณ์ว่าพรรคประชาชน พอได้รายงานตัวเป็น สส.ก็ไม่ตรวจสอบแล้ว นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราเดินหน้าสองขาคู่ขนานกัน เพราะเห็นปัญหาของการการเลือกตั้ง ก็พยายามใช้ช่องทางต่างๆในการตรวจสอบ เจตนาไม่ได้ต้องการให้เปลี่ยนผลการเลือกตั้ง แต่เพื่อต้องให้เกิดการรับผิดรับผิดชอบทางกฎหมาย หากมีการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฏหมายและมีข้อบกพร่องเกิดขึ้น
โดยเมื่อสภาเปิดสมัยประชุมแล้ว ก็เป็นพื้นที่ในการผลักดัน โดยใช้กลไกในสภาตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต. ด้วย และเตรียมยืนร่างกฎหมาย 20 - 30 ฉบับ หนึ่งในนั้นคือการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา เพื่อเปิดช่องให้ประชาชนกลับมามีสิทธิ์เข้าชื่อริเริ่มกระบวนการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ และผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นคือการทำให้องค์กรอิสระ ไม่เป็นอิสระจากประชาชน หากประชาชนเห็นว่าสิ่งที่ กกต. ดำเนินการเป็นอำนาจโดยมิชอบก็สามารถเข้าชื่อถอดถอนได้
ทั้งนี้อยากให้ประชาชนจับตาการตรวจสอบ การเลือกตั้งที่จังหวัดสุพรรณบุรี เขต 2 เพราะปัจจุบันที่ผลการเลือกตั้งจากการนับใหม่มีคะแนนต่างกันแบบเท่าตัว ซึ่งเราตรวจสอบเรื่องนี้ 2 ทาง คือ 1.ให้ กกต. นับคะแนนใหม่ทั้งเขตเลือกตั้ง แม้ผลการเลือกตั้งไม่ได้เปลี่ยน แต่จะทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น และทำให้เห็นความผิดพลาดที่สะท้อนถึงกระบวนการในภาพกว้าง ที่มีการทุจริตในระดับหน่วยเลือกตั้ง 2.ได้ดำเนินคดีกับ กปน. ที่นับคะแนนโดยมิชอบ
“พริษฐ์” ป้อง ปชน. ถูกแฮกข้อมูลสมาชิกรั่วไหล เชื่อ กรมการปกครอง ออกคำสั่งไม่สมเหตุสมผล เตรียมยื่นอุทธรณ์ ยัน หลังจากนี้จะสื่อสารให้ชัดเจนในประเด็นข้อสงสัย
กรณีกรมการปกครองสั่งยกเลิกการให้พรรคประชาชนใช้งานระบบ DOPA-Digital ID และเครื่องอ่าน Smart Card ทันที ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม หลังพบข้อมูลสมาชิกรั่วไหลว่า คำสั่งของกรมการปกครองกับข้อมูลสมาชิกรั่วไหล มีทั้งส่วนที่คาบเกี่ยวกันและไม่เกี่ยวกัน แม้จะมีคำสั่งของกรมการปกครองออกมา แต่พรรคประชาชนขอยืนยันไปตามที่พรรคได้ออกแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ ซึ่งในภาพรวมเห็นว่ามีบางอย่างที่ไม่สมเหตุสมผล และตั้งใจว่าจะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว
ทั้งนี้ ข้อมูลที่รั่วไหลขอย้ำว่าเป็นไปตามแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ของพรรคประชาชนเช่นกัน ทั้งนี้ พรรคได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคค (PDPC) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ซึ่งน้อมรับในข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น เรารับฟังเสียงสะท้อนจากสมาชิกเช่นกัน ประเด็นอะไรที่เป็นข้อสงสัยอยู่ก็จะพยายามสื่อสารให้ชัดเจนขึ้น