เนื้อหาข่าว

รบ. เคาะ ดีเซลไม่เกิน 33 บาท เริ่มปรับพรุ่งนี้ 50 สตางค์ เปิดเกม B10-B20 ช่วยภาคอุตสาหกรรม
รบ. เคาะ ดีเซลไม่เกิน 33 บาท เริ่มปรับพรุ่งนี้ 50 สตางค์ เปิดเกม B10-B20 ช่วยภาคอุตสาหกรรม ลุยตรวจ “ปั๊มอ้างหมด” สกัดกักตุน-โก่งราคา ด้าน พณ. ยันไม่มีสินค้าปรับขึ้น เตรียมลุยโครงการ ’ธงฟ้า-ธงเขียว‘
วันที่ 17 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ณ ศูนย์ ศบก. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน , นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ ร่วมแถลงผลการประชุม ศบก. เกี่ยวกับมาตรการแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลน จากเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากการประชุมหารือกันตั้งแต่เมื่อวานนี้ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการที่จะปรับราคาน้ำมันดีเซล เพราะสิ่งที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศมาก็ครบ 15 วันในวันนี้ และหลังจากวันนี้ไปแล้วจะมีการปรับราคาอย่างไรนั้นต้องให้ทางกระทรวงพลังงานชี้แจง แต่ในส่วนที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการไว้เป็นประเด็นที่สำคัญที่สุด โดยขณะนี้เรามีการประกาศราคาหน้าสถานีบริการในทุกโปรดักส์ไม่ว่าจะเป็นเบนซิน E10 E20 หรือE85 และB7 ว่าหน้าสถานีบริการราคาเท่าไหร่ และหลังจากนี้จะมีการประกาศราคาเพิ่มขึ้น ณ หน้าโรงงานและหน้าคลังน้ำมัน เพราะฉะนั้นในสิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็จะเป็นการเพิ่มเติมไป และหลังจากนี้โดยเฉพาะในเรื่องของ B7 เราจะมีการปรับโปรดักส์ใหม่เป็น B10 ซึ่งต้องใช้เวลาซักระยะหนึ่งในการเตรียมความพร้อมของสถานีบริการ และจะมี B20 ซึ่งประเทศไทยเราเคยขายมาในอดีต และกระทรวงพลังงานได้มีการตรวจสอบแล้วว่ามีรถยนต์ประเภทไหนที่สามารถใช้ได้ โดยเฉพาะ B20 ก็จะเป็นรถขนาดใหญ่หรือรถขนส่ง อาทิ รถ 10 ล้อ 18 ล้อ 22 ล้อ ก็สามารถใช้น้ำมัน B20 ได้ แต่อาจไม่มีการจำหน่ายหน้าสถานีบริการ แต่เราจำหน่ายในลักษณะขายส่ง เพื่อช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรม คืออุตสาหกรรมการขนส่ง ภาคการเกษตร หรือการก่อสร้าง รวมถึงผู้ที่ใช้น้ำมันที่ซื้อตรงผ่านจ๊อบเบอร์ในอดีต ฉะนั้นเราจะมีบทสรุปต่างๆ ออกมา จึงจะมีโปรดักส์ใหม่ทั้ง B7 B10 และ B20 ซึ่งเราจะขายตรงให้กับผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม
ด้าน นายอรรถพล เผยว่า ไทยมีสำรองน้ำมัน 90 กว่าวัน ซึ่งในทางต้นทางคือตัวน้ำมันดิบ จริง ๆ ตอนนี้เราก็สามารถยืนยันแหล่งน้ำมันดิบจากแหล่งนอกเหนือจากตะวันออกกลางได้เพิ่มขึ้นล่าสุดในช่วง 2 วันที่ผ่านมาก็ได้มาจากแองโกลาประมาณ 2 ล้านบาร์เรล แล้วก็จากอเมริกา ซึ่งเป็นแหล่งใหม่นอกเหนือจากตะวันออกกลาง 700,000 บาร์เรล เพราะฉะนั้นรวมๆวันที่เพิ่มเป็น 101 วัน
ส่วนประเด็นโรงกลั่นน้ำมันในไทยมีกำลังการกลางมากกว่าความต้องการใช้ปกติอยู่นิดหน่อย จึงมีการส่งออก ซึ่งไทยได้ระงับการส่งออกน้ำมันไปแล้ว พร้อม ยืนยันว่าโรงกลั่นน้ำมันดำเนินการ 100% ทุกโรง แล้วก็โรงกลั่นดำเนินการมากกว่า 100% ซึ่งน้ำมันจากโรงกลั่นก็ส่งให้ผู้ค้าน้ำมันไปตามคลัง
ส่วนผู้ค้าน้ำมันได้รับการยืนยันว่า จะเปิดคลังน้ำมัน เพื่อให้รถบรรทุกเข้ามาส่งและกระจายน้ำมัน 7 วัน 24 ชั่วโมง แต่ปัญหาอยู่ที่ปลายทาง คือรถน้ำมันที่จะมาขนจากคลัง ซึ่งเป็นรถเฉพาะเพื่อความปลอดภัย ไม่สามารถใช้รถประเภทอื่นมาขนน้ำมันได้ ซึ่งตามหลักแล้วเครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่ เพียงพอต่อความต้องการในปกติ แต่ช่วงที่ผ่านมามีความแตกตื่นและวิตกกังวลทำให้ประชาชนเติมน้ำมันมากกว่าปกติยอดขายบางวันขึ้นเกือบ 2 เท่า
ทำให้รอบการขนส่งน้ำมันไม่เพียงพอ สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือหารือกับผู้ค้าน้ำมัน ที่เป็นเจ้าของคลังให้ผ่อนปรนกฎเกณฑ์ ให้รถน้ำมันเข้ามารับเพิ่ม เช่น บางคลังกำหนดอายุของรถขนส่งน้ำมัน จึงขอให้พิจารณาผ่อนปรนกฎเกณฑ์เรื่องนี้เพื่อเพิ่มจำนวนเที่ยวรถ ที่จะเข้ามาขนส่งน้ำมัน รวมถึงกระชับขั้นตอนการตรวจสอบเรื่องความปลอดภัย
นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือ ไปยังกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กรุงเทพมหานคร และตำรวจจราจร ในการผ่อนปรนเวลาวิ่งรถบรรทุกขนน้ำมัน ซึ่งจากนี้จะติดตาม ว่าจะเริ่มผ่อนปรนได้เร็วที่สุดเมื่อใด เพราะเรื่องนี้จะช่วยในเรื่องของการเพิ่มเที่ยวการขนส่งน้ำมัน ซึ่งหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยผ่อนคลายสถานการณ์ ที่บริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมันให้คลี่คลาย พร้อมยังขอความร่วมมือประชาชน อย่ากักตุนน้ำมัน หากช่วยกันใช้ช่วยกันเติม ในปริมาณปกติ สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ปกติโดยเร็ว
นายอรรถพล ยังเปิดเผยถึงราคาน้ำมัน โดยในส่วนของน้ำมันดีเซล ที่ก่อนหน้านี้มีการตรึงราคาไว้ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ซึ่งจะสิ้นสุดกำหนด 15 วัน ในวันพรุ่งนี้ โดยหลักการที่หารือร่วมกันในที่ประชุมจะขอขยับเพดานราคาน้ำมันดีเซลพื้นฐาน หรือ B7 ไปที่ 33 บาทต่อลิตร แต่จะไม่ขยับราคาแบบกระชาก เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน และราคาสินค้า ส่วนที่มาของราคา 33 บาทต่อลิตร หากเปรียบเทียบราคาน้ำมันกับประเทศมาเลเซียจะพบว่าถูกกว่าประเทศไทย อยู่ที่ลิตรละ 23 บาทต่อลิตร ปัจจุบันขยับเป็น 32 บาทกว่าต่อลิตร แต่ในไทยขยับไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร ซึ่งหากเปรียบเทียบกับราคาน้ำมันในปีที่ผ่านมาก็เคยขึ้นถึง 33 บาทต่อลิตร โดยจะเป็นการทยอยปรับขึ้นเริ่มวันพรุ่งนี้ 18 มี.ค 69 50 สตางค์ ต่อลิตรซึ่งถือเป็นราคาขึ้นลงตามปกติของกลไกราคาน้ำมันของไทยอยู่แล้ว
ขณะเดียวกันเพิ่มตัวเลือกให้กับประชาชน และส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ ที่ผลิตในประเทศ โดยการปรับสเปคน้ำมันจาก B5 และ B7 เป็น B10 และ B20 หรือการเพิ่มเปอร์เซ็นต์ ของน้ำมันปาล์ม เป็น 10% และ 20% โดยราคา B10 จะถูกกว่า B7 อยู่ 2 บาท ส่วนบี 20 ที่รถบรรทุกสามารถใช้ได้ จะถูกกว่า B7 อยู่ 5 บาท แต่จะไม่ได้จำหน่ายอยู่หน้าสถานีบริการน้ำมันเพื่อลดการจราจร โดยให้รถบรรทุกไปเติมที่คลังน้ำมัน
ขณะที่น้ำมันเบนซิน ปัจจุบันมี E10 E20และE85 จะไม่มีการเพิ่มอัตราเงินอุดหนุน จากกองทุนน้ำมัน จะปล่อยราคาไปตามต้นทุน โดยวันพรุ่งนี้ E20 จะปรับลง 79 สตางค์ต่อลิตร และ แก๊สโซฮอล์ 95 โดยจะมีการปรับขึ้น 1 บาทต่อลิตร ทำให้ผลต่างของราคาน้ำมัน 2 ชนิดดังกล่าวเพิ่มขึ้น ต่างกัน 5 บาท จึงขอเชิญชวนประชาชน เติมน้ำมัน E20 ให้มาก ซึ่งในความจริงรถรุ่นใหม่กว่า 60% ที่ใช้ในปัจจุบัน สามารถเติม E20 ทั้งหมดแล้ว แต่ยอดขายคิดเป็น 16% ของการขายน้ำมัน เบนซินทั้งหมด
นายอรรถพล ยังกล่าวถึงมาตรการควบคุมดูแลการกระตุ้นน้ำมัน และการขายราคาเกินควร โดยจะร่วมกันระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงาน ในการลงพื้นที่ตรวจระบบการค้าน้ำมัน ว่าไม่มีส่วนใดในการกักตุน หรือค้ากำไรเกินควร ซึ่งก่อนหน้านี้กรมธุรกิจพลังงานได้ลงพื้นที่ ไปตรวจคลังน้ำมันเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการกักตุน โดยเฉพาะบางสถานีบริการที่มีการติดป้ายประกาศว่าน้ำมันหมด นั้นหมดจริงหรือไม่
ขณะที่ นางศุภจี กล่าวว่า ในมุมของกระทรวงพาณิชย์เราจะยังมีการควบคุมดูแลราคาพลังงานให้อยู่ในระดับที่ไม่สูงเกินกว่าปีที่แล้ว ในมุมของราคาดีเซลก็จะมีเพดานอยู่ที่ 33 บาทต่อลิตร โดยจะทยอยปรับตั้งแต่วันพรุ่งนี้ เริ่มที่ 50 สตางค์ ดังนั้นในส่วนที่จะมากระทบต่อสินค้าอุปโภคบริโภคนั้น วันนี้ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ ซึ่งในวงของมาตรการที่ทางกระทรวงพาณิชย์จะดูแล ก็ต้องดูแลตรวจตราในเรื่องของการควบคุม และผลกระทบ ทั้งในมุมของผู้ประกอบการและประชาชน ในส่วนของค่าครองชีพนั้นถึงแม้วันนี้ยังไม่มีราคาสินค้าที่ควรต้องขยับขึ้น เพราะราคาน้ำมันยังอยู่ในวิสัย เราก็มีการดูแลอย่างเคร่งครัด โดยมีสินค้าควบคุมและห้ามปรับราคาขึ้นทั้งหมด 8 กลุ่มสินค้า ซึ่งหากมีปรับขึ้นต้องมีการขออนุญาตจากกรมการค้าภายใน ภายใต้สังกัดกระทรวงพาณิชย์ อาทิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง นมผง ปุ๋ยเคมี ยาปราบศรัตรูพืช อาหารสัตว์ สิ่งเหล่านี้เป็นหมวดที่หากจะขึ้นราคาต้องขออนุญาตก่อน โดยปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการใดๆ มาขอขึ้นราคา ดังนั้นหากมีเบาะแสหรือข้อมูลที่มีที่ใดขึ้นราคาสินค้าหมวดนี้ก็ขอความร่วมมือช่วยชี้เบาะแสที่ 1569 เพื่อให้หน่วยงานเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด
อีกหมวดหนึ่งเป็นสินค้าที่หากจะปรับราคาขึ้นก็ต้องแจ้งก่อนแต่ไม่จำเป็นต้องขออนุญาต อาทิ ผงซักฟอก น้ำยาซักฟอก แชมพู น้ำยาล้างจาน เป็นต้น ถือเป็นสินค้าที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีผู้ประกอบการมาขอขึ้นราคา รวมถึงสินค้าในหมวดที่เราต้องติดตามราคาจำหน่ายแต่ไม่ได้มีการควบคุมมีหลายหมวด เช่น ข้าวสารบรรจุถุง ซอสปรุงรส น้ำปลา เป็นต้น ซึ่งสินค้าเหล่านี้ยังไม่มีการปรับขึ้นราคา แต่หากมีการปรับราคาขึ้นเราก็คงมีการเข้าไปพูดคุยเจรจากับผู้ประกอบการให้ช่วยกันพยุงราคา เนื่องจากต้นทุนในเรื่องพลังงานยังไม่ได้มีการขยับมากเกินไป
ในขณะเดียวกันเพื่อเป็นการเดินหน้าในเชิงรุกที่เราพยายามทำเพื่อใช้กลไกของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะมีการดูแลว่าสินค้าหมวดใดควรเข้าอยู่ในสินค้าควบคุมเด็ดขาด หากจะขึ้นราคาต้องขอกรมการค้าภายใน จะพิจารณาว่าควรจะมีการทบทวนขยับอะไรที่เป็นสินค้าจำเป็นในภาวะวิกฤตนี้เข้ามาอยู่ในหมวดที่ต้องขออนุญาต ซึ่งอยู่ในช่วงที่เรากำลังทำประชาะิจารณ์ให้ประชาชนให้ความเห็นว่าควรจะมีการเพิ่มหรือไม่อย่างไร และในขณะเดียวกันเราก็มีการคุยกับผู้ประกอบการ ที่งผู้ผลิตรายใหญ่และผู้ประกอบการรายใหญ่ ให้มีการจัดทำสินค้าที่มีราคาพิเศษและส่งให้กับผู้ค้าปลีก ค้าส่งในทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยเราจะมีโครงการนี้ประกาศออกอย่างเป็นทางการว่าจะมีกลุ่มบริษัทใดหรือผู้ประกอบการใดที่มาร่วมตรงนี้บ้าง เพื่อให้เราได้กระจายสินค้าที่มีราคาพิเศษลงไปในพื้นที่ทั่วทั้ง 77 จังหวัด ผ่านช่องทางของผู้ค้าปลีก ค่าส่งประจำจังหวัด รวมถึงพื้นที่ที่มีความเปราะบาง บางพื้นที่เราก็ยังมีโครงการธงฟ้า ที่เข้าไปช่วยทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นบางตัวสามารถจับต้องได้ในราคาประหยัด โดยจะทำเฉพาะพื้นที่ที่เป็นที่เปราะบาง เพราะการจัดโครงกาคธงฟ้าทั่วประเทศก็จะไปทำลายผู้ค้าส่งประจำจังหวัด เพราะฉะนั้นเราต้องทำทั้งสองทางไปควบคู่กัน
นางศุภจี ย้ำว่ายังไม่ควรมีสินค้ารายใดที่จะขยับขึ้นราคา หากเจอให้แจ้งเบาะแสทันที โดยจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการและทางกระทรวงมหาดไทยก็ได้ออกมาตรการลงไป แล้วภายใต้กลไกของคณะกรรมการส่วนจังหวัด โดยจะมีผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด พาณิชย์จังหวัด และพลังงานจังหวัด เป็นทีมที่จะลงไปแต่ละพื้นที่ในการดูแล จึงขอความร่วมมือจากประชาชนหากพบเห็นก็ให้ช่วยแจ้งเบาะแสมา
ในอีกส่วนที่ต้องดูแลแม้จะยังไม่มีการปรับตัวของราคา คือ เรื่องของการลดต้นทุน ตัวอย่างเช่น ในมุมของสินค้าเกษตร ซึ่งต้นทุนของสินค้าเกษตร คือ ปุ๋ย โดยเราได้คุยกับผู้ประกอบการแล้วจะมีสต๊อกปุ๋ยในประเทศถึงประมาณเดือนพฤษภาคม และมีปุ๋ยที่อยู่ระหว่างรอขนส่งมา หากได้มาเพิ่มก็จะอยู่ได้ถึงเดือนสิงหาคม แต่ปัจจุบันยังขนส่งไม่ได้ เนื่องจากติดเรื่องสถานการณ์ตะวันออกกลาง แต่เราได้มีการประสานงานร่วมกันโดยขอให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศช่วยเจรจาเพื่อจะสามารถปล่อยให้เรานำเอาสินค้าที่ยังค้างอยู่กลับเข้ามาได้ เพื่อจะได้มีสต๊อกเพิ่มเติมจนถึงเดือนสิงหาคม แต่ในขณะนี้ยังไม่มีการปรับตัวและไม่ควรมีการปรับตัว และปุ๋ยเป็นสินค้าที่ถูกควบคุม ดังนั้นหากพบเห็นการปรับขึ้นราคาก็จะลงไปตรวจสอบ หากพบการทำผิดก็จะมีมาตรการจัดการเด็ดขาด และในขณะเดียวกัน มาตรการที่เราเตรียมรองรับไว้คือมาตรการที่จะไปช่วยสนับสนุนการลดราคาปุ๋ย คือ โครงการธงเขียว แต่ในปีที่ผ่านมาเราทำในวงจำกัด มีไม่มากนัก แต่ในครั้งนี้เรามีการเตรียมการไว้ว่าหากภายในเดือนพฤษภาคมสต๊อกที่มีอยู่ในราคาเดิมหมดไปและเราไม่สามารถเอาสต๊อกใหม่เข้ามาได้ และยังไม่สามารถหาแหล่งมาเพิ่มเติมได้ หากเป็นเช่นนั้นราคาปรับขึ้น เราก็ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรโดยที่เราจะเข้าไปช่วยลดราคาปุ๋ยให้เกษตรกรสามารถมีการเข้าถึงปุ๋ยที่ถูกลง และเราก็พยามปรับในเรื่องของสูตรที่จะทำงานร่วมกันกับกระทรวงเกษตรฯ ว่าจะสามารถปรับสูตรปุ๋ยให้พึ่งพาวัตถุดิบที่นำเข้าน้อยลงได้อย่างไร ที่จะทำให้ไม่กระทบผลผลิตและเป็นผลประโยชน์ในระยะยาวในการพึ่งพาวัตถุดิบที่เข้ามาจากต่างประเทศด้วย รวมถึงสนับสนุนเพิ่มเติมในเรื่องของการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เป็นทางเลือกด้วย
เมื่อถามว่าหากปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 50 สตางค์ต่อลิตร จะลดเงินไหลออกจากกองทุนน้ำมันในแต่ละวันได้เท่าใด นายอรรถพลกล่าวว่า ปัจจุบันมีการใช้น้ำมันดีเซล 70 ล้านลิตรต่อวัน สามารถลดภาระกองทุนน้ำมันได้ 35 ล้านบาทต่อวัน ยอมรับว่ามีผลบางส่วน แต่จะเริ่มใช้ในวันพรุ่งนี้ พร้อมยืนยันว่าประเทศส่วนใหญ่ในอาเซียน มีการปรับขยายเพดานน้ำมันแล้ว และไทยก็ต้องปรับบ้าง
เมื่อถามว่าการประกาศราคาที่น่าโรงกลั่นและราคาหน้าคลังจะช่วยเรื่องการขาดแคลน น้ำมันบริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมัน อย่าง ไร นายอรรถพล กล่าวว่า จะเป็นการช่วยระบบการค้าขายมากกว่า เพราะการค้าขายน้ำมันไม่ได้ผ่านเฉพาะสถานีบริการน้ำมัน เพราะสถานีบริการน้ำมันเราสามารถควบคุมได้ในเรื่องการขายปลีก ที่กำหนดให้ต้องประกาศราคาหน้าปั๊ม ให้ผู้บริโภคทราบ แต่ในการขายน้ำมันยังมีผู้ค้าโดยตรงผ่านการค้าส่ง ซึ่งเท่าที่รับฟังปัญหา บางกลุ่มมีปัญหา ที่ต้องซื้อในราคาแพง ดังนั้นการกำหนดให้มีราคาหน้าคลัง หรือหน้าโรงกลั่นจะช่วยให้เราตรวจสอบได้ว่าราคาที่ไปถึงผู้ใช้โดยตรง เช่นกลุ่มก่อสร้างและภาคอุตสาหกรรม มีการบวกราคาเพิ่มสูงเกินไปหรือไม่ และสูงที่ตรงไหน จะเป็นการควบคุมไม่ให้ขายเกินราคา พร้อมย้ำว่าสิ่งที่ต้องขอความร่วมมือคือยอดการใช้และยอดการซื้อตอนนี้ยังสูงกว่าปกติค่อนข้างมาก
นายอรรถพล ยังกล่าวอีกว่า น้ำมันเบนซิน ทั้ง E20 และแก๊สโซฮอล์ 95 ออกมาจากระบบคลังพร้อมกัน โดยได้พูดคุยร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ในการผลิตเอทานอล ซึ่งผู้ผลิตมีความสามารถในการผลิต เพื่อให้สามารถผสม E20 ในสัดส่วนที่มากขึ้น
เมื่อถามว่าได้มีการกำหนดกรอบราคาเพดานน้ำมันดีเซลที่ 33 บาทต่อลิตรไว้เมื่อใดหรือไม่ นายอรรถพลกล่าวว่า ไม่มีกำหนดเวลาไว้ แต่กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ดังนั้นในระหว่างที่มีการทยอยปรับขึ้นราคา ก็จะมีการประเมินสถานการณ์ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เพราะสถานการณ์สู้รบ ก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
เมื่อถามว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อรัฐบาลสามารถยืนยันได้หรือไม่ว่าประเทศจะไม่ขาดแคลนน้ำมัน หรือจะต้องมีการจำกัดปริมาณการเติมน้ำมัน นายอรรถพล กล่าวยืนยันว่าน้ำมันต้นทางมีเพียงพอเพราะสามารถหามาจากแหล่งอื่นที่นอกเหนือจากตะวันออกกลาง ส่วนสถานการณ์ที่ไม่สามารถเติมน้ำมันได้อย่างเต็มที่อย่างที่ต้องการ เป็นปัญหาหน้างานของสถานีบริการน้ำมัน หรือปัญหาของการกระจายน้ำมัน เราก็จะพยายามมาแก้ที่การขนส่ง และหวังว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย พร้อมย้ำว่าขณะนี้คือปัญหาคือการเข้ามาเติมมากกว่าปกติ ทำให้การขนส่งน้ำมันไม่ทัน
นายอรรถพลยังอยากรณรงค์เรื่องการประหยัดพลังงาน ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตหรือไม่ เนื่องจากเป็นสิ่งที่ควรทำ นอกจากจะเป็นการประหยัดพลังงานยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า และถ้าอยากลดราคาน้ำมันลง 3 บาทสามารถทำได้ด้วยตัวเราเอง เพราะ 3 บาทเท่ากับ 10% หากลดการใช้พลังงานลง 10% ก็สามารถลดราคาลง ก็จะทำให้เงินออกจากกระเป๋าลงถึง 10% เหมือนกัน