เนื้อหาข่าว

กลุ่มเกษตรกร ยื่น 2 ข้อเรียกร้องถึง นายกฯ หลังขาดแคลนน้ำมันในการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร
กลุ่มเกษตรกร ยื่น 2 ข้อเรียกร้องถึง นายกฯ หลังขาดแคลนน้ำมันในการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร - ชี้ เครื่องจักร รถไถนา มาเติมน้ำมันหน้าสถานีบริการไม่ได้ - วอน กำหนดมาตรการดูแลราคาน้ำมัน ลดต้นทุนทางการเกษตร
วันที่ 18 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล นายเสถียร เสือขวัญ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดระยอง นำกลุ่มเกษตรผู้ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับ มาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมี นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับหนังสือ
นายสันติ เปิดเผยว่า วันนี้ชาวเกษตรกรหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางได้มายื่นหนังสือ เพื่อแจ้งถึงความเดือดร้อนเกี่ยวกับเรื่องพลังงาน โดยมีอยู่ 2 ส่วนที่อยากให้รัฐบาลช่วยแก้ไข คือ อยากให้เกษตรกรสามารถเอาแกลลอนไปซื้อน้ำมันได้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เนื่องจากเครื่องจักรการผลิต เครื่องสูบน้ำ หรือรถไถนาต่างๆ ไม่สะดวกที่จะมาเติมน้ำมันที่สถานีบริการ
อีกเรื่อง คือ อยากให้มีการบูรณาการข้อมูลเรื่องระเบียบเกษตรกรในแต่ละจังหวัด ซึ่งจุดนี้ทางรัฐบาลได้เริ่มต้นแล้ว ที่จะให้ทางเกษตรกรมาดำเนินการแจ้งข้อมูลในแต่ละจังหวัด เพื่อจะทราบถึงความจำเป็นที่จะใช้น้ำมันของแต่ละคน เพื่อให้รัฐบาลจัดสรรน้ำมันและทราบปัญหาจริงๆ ว่าเกษตรกรมีความจำเป็นอย่างไรบ้างในแต่ละครอบครัว ซึ่งก็เห็นใจ ในขณะนี้ปัญหาในช่วงฤดูกาลเกี่ยวข้าวระยะเวลาก็ไม่ยาวมาก จึงยังขาดแคลนน้ำมัน แต่ทางรัฐบาลขอยืนยันว่าก่อนหน้านี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ชี้แจงเบื้องต้นไปแล้ว ว่าเรามีน้ำมันสำรองประมาณ 101 วัน ไม่ได้ขาดแคลน้ำมัน มีปัญหาอุปสรรคบ้างในเรื่องการขนส่งน้ำมันเพื่อที่จะไปถึงปลายทาง โดยตอนนี้ได้ขอทางกระทรวงมหาดไทยเพื่อผ่อนผันในเรื่องระยะเวลาของการเดินรถ เรื่องความปลอดภัยต่างๆ เพื่อให้มีการขนส่งน้ำมันได้ไปถึงปลายทาง ประชาชนจะได้ใช้น้ำมันไม่มีการขาดแคลน
ส่วนกรณีการขอความร่วมมือจากประชาชน ผู้ประกอบการ ว่าอยากกักตุนน้ำมัน เพราะในขณะนี้น้ำมันจริงๆ ของเรามีสำรองเพียงพอ ฉะนั้นหากไม่มีการกักตุนน้ำมัน และค่าน้ำมันตามปกติ ก็จะบรรเทาความเดือดร้อน ซึ่งทางรัฐบาลก็จะดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ ในส่วนที่มาร้องเรียนวันนี้ตนจะได้นำความเดือดร้อนของเกษตรกรและวิธีแก้ไขปัญหาต่างๆ แจ้งถึงนายกรัฐมนตรีต่อไป เพื่อรีบแก้ไขให้ประชาชนชาวเกษตรกร
สำหรับแถลงการณ์หรือข้อเรียกร้องที่ทางกลุ่มเกษตรกรได้นำมายื่นถึงนายกรัฐมนตรีนั้น ระบุว่า ในปัจจุบันสถานการณ์ความเครียดและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้สถานการณ์มีแนวโน้มยืดเยื้อและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับข้อจำกัดด้านการขนส่งและความไม่แน่นอนของตลาดพลังงานโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโลกและประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จากสถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในประเทศไทยอย่างกว้าง โดยเฉพาะเกษตรกรด้านพืชไร่ พืชสวน และประมงเพาะเลี้ยง ซึ่งต้องประสบกับปัญหาต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง อีกทั้งในบางพื้นที่เกษตรกรประสบปัญหาไม่สามารถจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างเพียงพอ เนื่องจากข้อจำกัดในการจำหน่ายของสถานีบริการน้ำมัน โดยเกษตรกรมีความจำเป็นต้องจัดน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อนำไปใช้กับเครื่องจักรกลทางการเกษตร หากไม่สามารถจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงได้เพียงพอยอมส่งผลให้การผลิตทางการเกษตรหยุดชะงัก และอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกรอย่างรุนแรง
ในการนี้ คณะทำงานผู้ประสานงานสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประจำภาคกลาง จึงขอเสนอแนวทางเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรเป็นการเร่งด่วน ดังนี้
1. ขอให้รัฐบาลพิจารณาจัดสรรน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่เกษตรกรเป็นกรณีพิเศษ โดยกำหนดมาตรการให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงโดยใช้ภาชนะบรรจุภัณฑ์ (แกลลอน) เพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาชีพภาคเกษตรกรรมได้ ภายใต้หลักเกณฑ์และปริมาณที่เหมาะสม
2. มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ บูรณาการข้อมูลทะเบียนเกษตรเกษตรกร เพื่อนำมากำหนดมาตรการกำกับดูแลราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ในการลดภาระต้นทุนภาคเกษตรกรรม