Logo
variety iconlive icon

เนื้อหาข่าว

“อภิสิทธิ์”​ ชง​ 2 ข้อเสนอแนะ​ รัฐบาล เร่งหาทางออกแก้วิกฤตน้ำมัน​

“อภิสิทธิ์”​ ชง​ 2 ข้อเสนอแนะ​ รัฐบาล เร่งหาทางออกแก้วิกฤตน้ำมัน​

รับชมล่าสุด 29 ครั้ง
Politics2026 Mar 18 :: 10:37

“อภิสิทธิ์”​ ชง​ 2 ข้อเสนอแนะ​ รัฐบาล เร่งหาทางออกแก้วิกฤตน้ำมัน​  ยกอดีตรัฐบาลเคยงดเก็บภาษีสรรพสามิต​ พ่วงให้โรงกลั่นฯ สมทบจ่ายเงินเข้ากองทุนน้ำมัน​ลิตรละ3 บาท ​ แทนผลักภาระให้ประชาชนรับผ่านกองทุนฯ

 

วันที่ 18 มีนาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์​ เวชชาชีวะ​  หัวหน้า​พรร​คประชาธิ​ปัตย์​ แถลงภายหลังการประชุมส.ส.พรรคถึงการแก้ไขปัญหาขาดแคลนพลังงานน้ำมัน​จากสถานการณ์​สงครามใน​ตะวันออก​กลาง​ว่า​ พรรคประชาธิปัตย์มีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมชัดเจนต่อรัฐบาล ว่าการบริหารจัดการในเรื่องนี้ ควรที่จะทำอย่างไร​เพื่อที่จะเป็นประโยชน์สำหรับรัฐบาล​ แม้จะเป็นรัฐบาลรักษาการไปพิจารณาดำเนินการได้ ​ ​ หลังต้นทุนราคาน้ำมันได้รับผลกระทบจากสงครามเป็นปัจัยที่รัฐควบคุมไม่ได้ และไม่มีใครสามารถตอบได้อย่างชัดเจน​ว่า แนวโน้มในอนาคตจะเป็นอย่างไร​ และสถานการณ์นี้จะยืดเยื้อยาวแค่ไหน สิ่งสำคัญคือ เมื่อรัฐบาลตั้งเป้าเพื่อลดภาระให้กับประชาชน​โดยเฉพาะการตรึงราคาน้ำมันดีเซล​ รัฐบาลจำเป็นต้องมีแนวทางให้ผู้ที่เกี่ยวข้องคือ ทั้งประชาชน ผู้ค้า​ อุตสาหกรรม​ สามารถปฏิบัติตนได้​ ไม่ให้เกิดสถานการณ์แบบที่เห็นในช่วงที่ผ่านมา​ ซึ่งปัญหาที่รุนแรงในช่วงที่ผ่านมา​เกิดจากการที่รัฐบาลมีการประกาศ​ตรึงราคาน้ำมัน​ โดยระบุว่ามาตรการจะสิ้นสุดภายในระยะเวลากี่วัน ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้เติมน้ำมัน มีความวิตกกังวลว่าน้ำมันกำลังจะแพงขึ้น​ จึงต้องเร่งเติม หรือกักตุนน้ำมัน  ขณะที่ในแง่ของธุรกิจมีแรงจูงใจว่า ไม่ต้องรีบเอาออกมาขาย​ เพราะรู้ว่าภายในระยะเวลาไม่นานนัก​ ก็จะมีการขึ้นราคาน้ำมัน

 

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า  ถือเป็นการเก็บเกี่ยวบทเรียนสำคัญของรัฐบาลในการบริหารจัดการ ที่ต้องไม่ส่งสัญญาณทำให้เกิดภาวะดความโกลาหลวุ่นวายในตลาด และรัฐบาลต้องทบทวน​มาตรการ การตรึงราคาน้ำมัน​ที่ทำให้เกิดส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันที่ประชาชนเติมหน้าปั๊ม​ กับน้ำมันที่ภาคอุตสาหกรรมเคยซื้ออยิ่งทำให้ภาคอุตสาหกรรมมาแย่งซื้อน้ำมันจากประชาชน​ รัฐบาลจำเป็นจะต้องมีมาตรการในการที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้  พรรคประชาธิปัตย์จึงชี้ให้รัฐบาลเห็นว่า การใช้กองทุนนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชยส่วนต่างราคาน้ำมัน เป็นภาระกับกองทุนฯ ค่อนข้างมาก​ ที่ต้องอุดหนุนชดเชยส่วนต่างต่อลิตรในแต่ละวัน ที่​สูงมากอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน รัฐบาลเองก็กังวลว่า​ เมื่อกองทุนฯติดลบ ก็จะต้องมีการกู้เงินเพิ่ม​ เพื่อใช้ค้ำประกัน​ พรรคประชาธิปัตย์จึงเสนอให้ทำเร่งด่วนที่สุด 


เพราะขณะนี้​คนที่รับภาระจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดคือ ประชาชนผู้ใช้ ซึ่งมีอีก 2 ภาคส่วนที่ควรต้องช่วยกันแบ่งเบาภาระ​ 1.คือรัฐบาล ที่ปัจจุบันยังคงเก็บภาษีสรรพสามิตอยู่ที่ลิตรละ 6 บาท โดยในอดีตที่ผ่านมา​รัฐบาลเคยยกเว้นภาษีสรรพสามิตเพื่อลดต้นทุนราคาน้ำมันได้ 2.ภาคเอกชน ที่คิดค่าการกลั่นจากเดิมลิตรละ2บาท​ เพิ่มเป็น 6 บาท ซึ่งค่าการกลั่นนี้ไม่ได้หมายความว่า เป็นเรื่องของกำไรทั้งหมดที่เพิ่มขึ้น เพราะยังมีส่วนต่างระหว่างราคาหน้าโรงกลั่นที่อ้างอิงกับราคาสิงคโปร์ และราคาน้ำมันดิบ​ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา​ ในสถานการณ์เช่นนี้​หลายประเทศก็ใช้มาตรการที่ให้ภาคเอกชน​ส่งเงินเข้ามาเพื่อแบ่งเบาภาระของประชาชน ในอดีตที่ผ่านมาสหราชอาณาจักร​ อิตาลี​ สเปน​ ก็ทำกัน

 

“พรรคประชาธิปัตย์เสนอว่า​ ในขณะนี้รัฐบาลควรจะให้ทางโรงกลั่นส่งเงิน 3 บาทต่อลิตรจากค่าการกลั่น เข้ามาเพื่อสมทบกองทุนน้ำมัน​ จาก3ภาคส่วน​ ทั้งรัฐ ธุรกิจ​เอกชน​ และประชาชนที่ล้วนแล้วแต่แบ่งเบาภาระเพื่อช่วยกันทำให้ฐานะกองทุนน้ำมันฯมีเงินเพียงพอ​ที่จะบริหารจัดการได้​ และไม่เป็นอันตรายต่อสถานะของกองทุนฯในอนาคต​ อย่างน้อยที่สุดน่าจะดูแลกันไปได้จนถึงเลยช่วงสงกรานต์ไป​ ซึ่งขณะนั้นคงมีการ เปลี่ยนแปลงของสถานการณ์อีก ดังนั้นพรรคจึงเรียกร้องว่า​ รัฐบาลควรฉายภาพให้ประชาชนได้เห็นว่าให้ชัดเจนว่าโครงสร้างของราคาน้ำมันเป็นอย่างไร หากเป็น 3 ฝ่ายเข้ามาช่วยกันดูแล​ จะทำให้การบริหารจัดการเหล่านี้ง่ายขึ้น รวมทั้งเอาปัญหา​ 2 ปัญหาข้างต้น ซึ่งสร้างความผันผวนให้ตลาด​ และส่วนต่างราคาน้ำมัน​ ก็ควรจะเข้าไปแก้ไขปัญหาจัดการ​ จึงเป็นข้อเสนอในเบื้องต้น​”นายอภิสิทธิ์กล่าว

 

นายอภิสิทธิ์​ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้อยากให้รัฐบาล​เตรียมล่วงหน้าสำหรับเรื่องเม็ดพลาสติก และปุ๋ยด้วย ซึ่งจะกระทบกระเทือนกับภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมต่อไป   เมื่อถามว่า จะมีการยื่นหนังสือถึงรัฐบาลโดยตรงหรือไม่เพื่อเป็นการสื่อสาร​  นายอภิสิทธิ์​ กล่าวว่า​  ฝเรากำลังรอดูอยู่ว่า หลังจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร​เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี วันที่ 19 มี.ค. ประธานสภาฯจะเรียกประชุมสภาฯตามปกติหรือไม่ ซึ่งหากมีการเรียกประชุม พรรคก็สามารถใช้กลไกของสภา​ฯ​ เปิดโอกาสให้กับพรรคการเมืองอื่นๆและเพื่อน สส. ช่วยกันนำเสนอต่อรัฐบาลในแง่มุมของปัญหาต่างๆได้หลากหลายมากขึ้น​ จึงอยากให้ใช้กลไกทางสภาฯให้เป็นประโยชน์​ 
   
เมื่อถามย้ำว่า การให้ธุรกิจโรงกลั่นช่วยจ่ายเข้ากองทุนน้ำมันฯจะมีความยากง่ายอย่างไร​  เพราะบางแห่งมีนักการเมืองถือหุ้นอยู่ด้วย   นายอภิสิทธิ์​ กล่าวว่า  จริงๆโดยหลักที่ตนพูดมีลักษณะของภาษีลาภลอย​ กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น​ เพียงแต่อาจจะมีความยุ่งยากในขั้นตอนต่างๆ หากจำได้เมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้วเคยเกิดสถานการณ์แบบนี้​ และตอนนั้นรัฐบาลก็มีการเรียกผู้ประกอบการเข้าไป​ และตกลงว่าจะแบ่งเบาภาระด้วยการส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเพิ่มเติม​ ก็สามารถทำได้​ เพียงแต่ทำในระยะเวลาสั้นๆ และตนไม่เห็นเหตุผลเลยว่า เมื่อเคยทำได้แล้วจะไม่สามารถทำได้อีก ซึ่งตัวเลขต่างๆก็ปรากฏชัดเจนอยู่แล้วว่าความเหมาะสมน่าจะเป็นอย่างไร