เนื้อหาข่าว

"อิหร่าน" เจรจาญี่ปุ่นคลายปิดฮอร์มุซ เปิดทางเรือน้ำ ขณะทรัมป์ขีดเส้น 48 ชม. ขู่โจมตี
"อิหร่าน" เจรจาญี่ปุ่นคลายปิดฮอร์มุซ เปิดทางเรือน้ำ ขณะทรัมป์ขีดเส้น 48 ชม. ขู่โจมตี
วันที่ 23 มี.ค. 2569 อับบาส อารักชี ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับ Kyodo News เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า อิหร่านได้เริ่มต้นเจรจากับ ญี่ปุ่น เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการผ่อนคลายหรือยกเลิกการปิดกั้น ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นการชั่วคราว
อารักชีระบุว่า อิหร่านพร้อมอำนวยความสะดวกให้เรือที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นสามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย หากญี่ปุ่นประสงค์จะเปิดเส้นทางเดินเรือของตนเอง โดยปัจจุบันญี่ปุ่นต้องพึ่งพาการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบดังกล่าวถึงราว 90% ของการนำเข้าทั้งหมด
ก่อนหน้านี้ อิหร่านได้ปิดกั้นเส้นทางดังกล่าวสำหรับเรือของประเทศที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดจากความขัดแย้งระหว่าง อิสราเอล สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน จนหลายประเทศรวมถึงญี่ปุ่นต้องระบายน้ำมันจากคลังสำรองมาใช้เพื่อลดผลกระทบ
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลัง ซานาเอะ ทาคาอิจิ พบกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว ซึ่งทรัมป์ได้เรียกร้องให้ญี่ปุ่นเพิ่มบทบาท พร้อมกดดันพันธมิตรให้ส่งเรือรบเข้ามาช่วยคุ้มกันเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ตาม ทาคาอิจิชี้แจงว่า ญี่ปุ่นมีข้อจำกัดด้านรัฐธรรมนูญสันติภาพ แม้กฎหมายความมั่นคงปี 2015 จะเปิดทางให้สามารถปฏิบัติการทางทหารนอกประเทศได้ในกรณีที่การโจมตีส่งผลกระทบต่อความอยู่รอดของประเทศ และไม่มีทางเลือกอื่นก็ตาม
อารักชียังกล่าวว่า อิหร่านมีความสัมพันธ์ที่ดีกับญี่ปุ่น และคาดหวังให้ญี่ปุ่นมีบทบาทช่วยยุติการรุกรานที่มองว่าไม่ชอบธรรม ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลญี่ปุ่นรายหนึ่งระบุว่า การเจรจาโดยตรงกับอิหร่านถือเป็นแนวทางที่ดีที่สุดในการคลี่คลายสถานการณ์ แต่ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้กระทบความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ
ในอีกด้านหนึ่ง ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ขู่จะโจมตีและทำลายโรงไฟฟ้าของอิหร่าน หากไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยปราศจากการคุกคามภายใน 48 ชั่วโมง
ความตึงเครียดทวีขึ้นหลังอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีพื้นที่ใกล้เมือง ดิโมนา ทางตอนใต้ของอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก โดยมีเป้าหมายใกล้กับโรงงานนิวเคลียร์ ขณะที่ กองกำลังป้องกันอิสราเอล ระบุว่าไม่มีผู้เสียชีวิต และสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุม
นอกจากนี้ กลุ่ม ฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน ยังได้ยิงโจมตีพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอลในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการขยายวงของความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง