Logo
variety iconlive icon

เนื้อหาข่าว

 “อรรถวิชช์” แฉกลางสภา “ไอ้โม่ง” อมน้ำมัน คือโรงกลั่น ทำชาวบ้านเดือนร้อน สอนมวย “นายกฯ”  ใช้ พ.ร.ก. ป้องกันขาดแคลนน้ำมัน ทุบโรงกลั่นตั้งราคาตายตัว

“อรรถวิชช์” แฉกลางสภา “ไอ้โม่ง” อมน้ำมัน คือโรงกลั่น ทำชาวบ้านเดือนร้อน สอนมวย “นายกฯ” ใช้ พ.ร.ก. ป้องกันขาดแคลนน้ำมัน ทุบโรงกลั่นตั้งราคาตายตัว

รับชมล่าสุด 96 ครั้ง
Politics2026 Mar 25 :: 10:17

“อรรถวิชช์” แฉกลางสภา “ไอ้โม่ง” อมน้ำมัน คือโรงกลั่น โยกขายกลุ่มค้าส่ง ฟันกำไรส่วนต่าง ทำชาวบ้านเดือนร้อนทั่วไทย   สอนมวย “นายกฯ”ใช้ พ.ร.ก. ป้องกันขาดแคลนน้ำมัน ปี16 ทุบโรงกลั่นตั้งราคาตายตัว น้ำ กองทุนน้ำมันไม่ได้มีไว้เพื่อชดเชยกำไรให้โรงกลั่นน้ำมัน

 

วันที่ 25 มี.ค. 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 วาระพิจารณาญัตติด่วนการแก้ไขวิกฤตพลังงาน  นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส. แบบบัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) กล่าวอภิปรายตอนหนึ่งว่า  วิกฤตขาดแคลนน้ำมันของจริงยังไม่มาถึง แต่จะตามมาจริงในอีก 1 เดือนข้างหน้า หลังช่วงสงกรานต์ เปรียบเหมือนการดูดหลอดกาแฟ ช่วงลมยังมาไม่ถึง ปริมาณตอนนี้ที่รัฐบาลตรวจสอบจะพบว่า น้ำมันในประเทศยังมี แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ หน้าปั๊มน้ำมันไม่มีของาย วิกฤตยังไม่มา ต้องบริหารดีๆ และไม่ต้องไปตามหาไอ้โม่งที่ไหน เพราะ ไอ้โม่งคือโรงกลั่นน้ำมัน ประชาชนจะมีเก็บภาชนะได้หรือ น้ำมันอย่างเก่งก็แค่มีถัง 200 ลิตร ถัง 30 ลิตร จะเก็บได้มากไหน  ต้องไปถามว่า โรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 โรง และเครือข่ายของเขาว่า น้ำมันหายไปไหนมากกว่า


ช่วงที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อครั้งเป็นรมว.พลังงาน เมื่อปี 2568 พบว่า น้ำมันปกติของประเทศไทย กลั่นวันละ 1 ล้านบาร์เรล ใน 1 บาร์เรลเท่ากับ 159 ลิตร กล่าวคือในปี 2568 ที่ผ่านมา ไทยผลิตน้ำมันอย่างน้อย 159 ล้านลิตรต่อวัน ถือว่าเพียงพอ และมากเกินความต้องการใช้  แต่เหตุใดหน้าปั๊มน้ำมันจึงไม่มีน้ำมันพอขาย   เพราะสงครามเกิดเมื่อวันที่ 28  ก.พ.2569  ราคาน้ำมันสำเร็จรูปกระชากขึ้นเมื่อต้นเดือนมีนาคม และเกิดอาการ 2 ราคาคือ ราคาค้าปลีกไม่ถึง 30 บาท/ลิตร ที่หน้าปั๊ม แต่ราคาค้าส่งกลับสูงไปถึง 50 บาท/ลิตร  โรงกลั่นย่อมต้องขายให้กลุ่มค้าส่งเพราะขายได้ราคาแพงกว่า กำไรมากกว่า  เป็นเหตุให้กลุ่มค้าปลีกหน้าปั้มน้ำมัน เกิดขาดแคลนน้ำมันที่หน้าปั๊ม โดยเฉพาะปั๊มที่เป็นระบบแฟรนไชส์จะถูกตัดโควตาก่อน เพราะโรงกลั่นและคลังน้ำมันนำน้ำมันส่วนนี้ไปขายให้กลุ่มค้าส่ง


เมื่อรัฐบาลประกาศอุ้มตรึงราคา โดยใช้กองทุนน้ำมันฯชดเชยส่วนต่างให้ และเปลี่ยนราคาเรื่อยๆ โรงกลั่นจึงเก็บน้ำมันเพื่อรอนำออกไปขายในตอนที่มีราคาสูงกว่า  แล้วจะแก้ไขอย่างไร ตอนนี้มองว่า นายกรัฐมนตรี มาถูกทางแล้ว คือใช้กฎหมาย พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันสภาวะการขาดแคลนน้ำมัน พ.ศ. 2516 เพื่อห้ามส่งออก แต่ยังไม่ได้ใช้กฎหมายนี้ในการสั่งตรึงราคาโดยไม่ชดเชย  ซึ่งรัฐบาลควรใช้กฎหมายทุบโรงกลั่นน้ำมัน โดยการประกาศให้ขายเป็นราคาเดียว หรือใช้คณะกรรมการกลางของกระทรวงพาณิชย์ให้กำหนดราคาแทน   ท่านไปบอกโรงกลั่น ว่าโรงกลั่นไม่ใช่ร้านทอง  ทองซื้อมาเมื่อวาน 5 หมื่นบาท วันรุ่งขึ้นจะไปขาย 8 หมื่นบาท  ท่านจะไปบังคับให้เขาขาย 5 หมื่นไม่ได้  เพราะรัฐไม่เคยมีกลไกอุ้มความเจ๊งของร้านทอง แต่ในกรณีโรงกลั่นน้ำมัน  ก็คุณซื้อมา 5 หมื่น วันนี้ขึ้นไป 8 หมื่น รัฐจะบังคับให้คุณขาย 5 หมื่น คุณก็ต้องขาย เพราะเรามีกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุ้มการขาดทุนของโรงกลั่นอยู่ นายอรรถวิชช์ กล่าว


นายอรรถวิชช์  กล่าวย้ำว่า  ขอแนะว่ารัฐบาลต้องคิดใหม่ในการใช้ พ.ร.ก. ปี 2516 โดยต้องกำหนดราคาขายน้ำมันในราคาตายตัว เพราะเขาใช้ต้นทุนเก่าเมื่อเดือนที่แล้ว  ที่มีเพียงราคาสมมติที่เพิ่มสูงขึ้น  หากนายกรัฐมนตรีสั่งให้เป็นราคาเดียวได้  ไม่เกิดกลไก 2 ราคา และหากโรงกลั่นจะขอชดเชยการขาดทุน ให้ทำเรื่องขอมาที่คณะกรรมการกองทุนน้ำมันฯ  ไม่ใช่การชดเชยอัตโนมัติอย่างที่ทำกันทุกวันนี้ เพราะโรงกลั่นย่อมต้องรู้ต้นทุนและกำไรขาดทุนดีอยู่แล้ว “ผมขอขีดเส้นใต้ 500 ครั้ง กองทุนน้ำมันไม่ได้มีไว้ชดเชยกำไรของโรงกลั่น  และนี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องทำ  ผมคิดว่าท่านจะทำสำเร็จและขอให้กำลังใจ” นายอรรถวิชช์ กล่าว


 


“อรรถวิชช์” เดินหน้างานสภาฯ ยื่น 2 กฎหมาย รทสช. ดัน “เสรีโซลาร์ - ปฏิรูปเครดิตบูโร” ลดต้นทุนพลังงาน

 

ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เข้ายื่นเสนอร่างกฎหมายสำคัญของพรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวน 2 ฉบับ ต่อสภาฯ หลังรวบรวม สส. สนับสนุนครบ 20 คน ร่างแรกคือ “กฎหมายเสรีโซลาร์” ปลดล็อกการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ลดขั้นตอนอนุญาตหลายหน่วยงานรวมถึง สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และการไฟฟ้า ปรับเป็นระบบแจ้งครั้งเดียว พร้อมมาตรฐานรับรองโดยวิศวกร เพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาดและลดต้นทุนประชาชน ร่างที่สองคือกฎหมายเครดิตบูโร ปรับระบบลบประวัติลูกหนี้หลังปิดหนี้ เปลี่ยนเป็นระบบ Credit Scoring และเพิ่มความโปร่งใส เป้าหมายรวมคือ ลดอุปสรรคด้านพลังงานและการเงิน เพิ่มโอกาสประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว