เนื้อหาข่าว

“โอฬาร” ชี้ เรือไทยผ่านฮอร์มุซได้ สะท้อนกึ๋นการทูต “สีหศักดิ์” เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส
“โอฬาร” ชี้ เรือไทยผ่านฮอร์มุซได้ สะท้อนกึ๋นการทูต “สีหศักดิ์” เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส ช่วยเพิ่มสภาพคล่องด้านพลังงาน
รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ให้ความเห็นกรณีเรือพาณิชย์ของไทยสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางว่า
เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนศักยภาพของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ ที่ กำกับดูแลโดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการ ในการบริหารจัดการวิกฤติระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในมิติของการทูตเชิงรุก ที่สามารถแปลงแรงกดดันจากสถานการณ์โลกให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรม
รศ.ดร.โอฬาร ระบุว่า ไทยสามารถวางบทบาทของประเทศได้อย่างเหมาะสม ท่ามกลางความซับซ้อนของภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยเฉพาะการรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการทำให้เส้นทางขนส่งพลังงานของไทยยังคงดำเนินต่อไปได้
ในส่วนของบทบาทกระทรวงการต่างประเทศ รศ.ดร.โอฬาร เห็นว่า การทำงานของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นตัวอย่างของการทูตเชิงประสานผลประโยชน์ที่มีประสิทธิภาพ โดยสามารถสื่อสารกับประเทศคู่ขัดแย้งอย่างอิหร่านได้อย่างตรงไปตรงมา ภายใต้ท่าทีที่สมดุลและสร้างความไว้วางใจในสถานการณ์ที่มีความละเอียดอ่อนสูง
“แนวทางดังกล่าวทำให้ประเทศไทยสามารถจัดวางตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ในเวทีระหว่างประเทศได้อย่างเหมาะสม เปิดพื้นที่ให้เกิดการเจรจาและความร่วมมือกับทุกฝ่าย แม้อยู่ในบริบทที่เปราะบาง” รศ.ดร.โอฬาร กล่าว
ผลลัพธ์ที่เรือของบริษัทพลังงานไทยสามารถผ่านจุดยุทธศาสตร์สำคัญได้อย่างราบรื่น ไม่เพียงช่วยรักษาความต่อเนื่องของระบบพลังงานภายในประเทศ แต่ยังช่วยลดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทั้งด้านต้นทุน การขนส่ง และความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ
ขณะเดียวกัน ความร่วมมือระหว่างอิหร่านและโอมาน ในการเข้าถึงเรือ “มยุรีนารี” และช่วยเหลือลูกเรือไทย ถือเป็นตัวอย่างของการทูตด้านมนุษยธรรมที่มีประสิทธิภาพ โดยการที่เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงลูกเรือได้แล้ว นับเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญ และสะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐในการคุ้มครองชีวิตและความปลอดภัยของคนไทยในต่างแดน
รศ.ดร.โอฬาร ยังกล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อน ทุนทางการทูต ของประเทศไทยที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ความสัมพันธ์ที่ดีกับนานาประเทศและความไว้วางใจที่มีต่อไทย เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การประสานงานในยามวิกฤติสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น และเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
“โดยภาพรวม นี่คือกรณีศึกษาของการทูตเชิงสร้างสรรค์และมีความรับผิดชอบ ที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคง เศรษฐกิจ และการคุ้มครองประชาชนได้อย่างลงตัว และควรได้รับการต่อยอดเป็นยุทธศาสตร์ระยะยาวของประเทศ” รศ.ดร.โอฬาร กล่าวทิ้งท้าย