เนื้อหาข่าว

วิกฤติโลกที่ไม่เหมือนเดิม แผนรับมือไทย ที่โยนภาระให้ประชาชนเหมือนเดิม
วิกฤติโลกที่ไม่เหมือนเดิม แผนรับมือไทย ที่โยนภาระให้ประชาชนเหมือนเดิม
เวที Meet the Press ที่ทำเนียบรัฐบาล ที่เอาบรรดาว่าที่ ครม.ในรัฐบาลชุดใหม่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และที่น่าจะไม่ได้ไปต่อ อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงานมารับหน้าเสื่อตอบคำถามสื่อถึงวิกฤติพลังงาน โดยมี ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาสภาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นั่งกำกับบทอยู่ข้างๆ
มีอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ก่อนอื่นเลยต้องโทษคนที่ คิดงานนี้ออกมาก่อน ปัญหาน้ำมันจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง ที่เป็นปัญหาใหญ่มากไม่ใช่ของประเทศไทย แต่เป็นของมวลมนุษย์ทุกคนบนโลกนี้ ที่ได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด
ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ที่จะมาจัดเป็นรายการ Meet the Press นอกจากไม่เท่ห์ แล้ว ยังเห็นความหน่อมแน้มของ รัฐบาลอนุทิน ก็ในเมื่อ เอกนิติ อารัมภบท ตั้งแต่ปิดฉากแล้วว่า ไม่คิดว่า จะเกิดสงครามในตะวันออกกลาง และไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า สงครามจะยุติเมื่อไหร่ จะเลวร้ายขนาดไหน และพยายามเอาดีใส่ตัว ที่รัฐบาลออกมาตรการต่างๆออกมาก็เพื่อช่วยเหลือประชาชน เห็นความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ ก่อนจะตบท้ายว่า ที่ปล่อยให้น้ำมันเป็นไปตามกลไกตลาดเพราะเงินกองทุนใกล้จะถังแตก เต็มทีแล้ว
เลยปล่อยให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มขึ้นทีเดียว 6 บาทต่อลิตร โดยไปอ้างเหตุผลว่าที่ต้องตัดสินใจขึ้นราคาเอากลางดึกก็เพราะราคาน้ำมันประเทศเพื่อนบ้านแพงกว่า ก็เลยต้องแพงตาม เอาสีข้างเข้าถู จนถลอกไปหมด แต่ก็ยังเอาดีใส่ตัวต่อไปว่า ตอนนี้รัฐบาลก็ยังอุ้มอยู่
เช่นดียวกับศุภจี เจ้าเก่า จะหายไปปรับโหงวเฮ้ง มาอย่างไร ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึัน จารไนย การลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วยการควบคุมราคาสินค้า อุปโภคบริโภค 66 รายการ และจะควบคุมสินค้าที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของชาวบ้านอื่นๆอีกรวมแล้วมากว่า 71 รายการ โดยไม่ฟังว่า วันที่รัฐบาลจัดงาน พบสื่อ สหกรณ์ไข่ไก่ ประกาศแล้วว่า จะขอขึ้นราคาไข่ไก่อีก แผงละ 6 บาท วันที่ 2 เม.ย.นี้ เรือโดยสารคลองแสนแสบก็จะขอขึ้นราคาอีก สินค้าที่ขึ้นราคาไปแล้ว อีกบานตะไท
สีหศักดิ์ ก็ยังยกแม่น้ำทั้งห้า ในการพยายามเจรจากับอิหร่าน เพื่อให้เรือสินค้าและบรรทุกน้ำมัน ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีเรือของไทยผ่านไปได้2 ลำแล้วในจำนวนนั้นมีเรือบางจากอยู่ด้วย เสมือนว่า เป็นวีรกรรมอันยิ่งใหญ่เป็นผลงานชิ้นโบว์แดง รู้ไหมว่า สหรัฐฯ ประกาศระงับวีซ่า ชั่วคราวอีก 75 ประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือ ในนั้น มีประเทศไทยอยู่ด้วย คนไทยจะเดือดร้อนแค่ไหน ไม่พูด แต่ยอมรับว่า เรือสินค้าไทยที่ถูกอิหร่านยิง ในช่องแคบฮอร์มุซ จนบัดนี้ยังหาลูกเรือ 3 คนไม่พบไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน
สุดท้ายก็ต้องยกให้ นายกฯ อนุทิน พูดเป็นแผ่นเสียงตกร่อง ที่ต้องขึ้นราคาน้ำมันทีเดียว 6 บาทในยามค่ำคืน เพราะถ้าจะใช้เงินกองทุนไปชดเชย ก็จะเป็นการอุ้มมากเกินไป ซึ่งปัจจุบัน ใช้เงินกองทุนติดลบไปแล้ว 3.8 หมื่นล้าน หนี้ท่วมหัว งบประมาณจะไม่พอจ่ายและจะทำให้มีการกักตุนน้ำมันกันมากขึ้น
เพราะราคาน้ำมันไทยขายถูกกว่าประเทศเพื่อนบ้านเกือบทั้งหมดยกเว้น อินโดนีเซียและบรูไน เช่นสิงคโปร์ ดีเซลลิตรละ 100บาท เมียนมา 68 บาท ฟิลิปปินส์ลิตรละ 66 บาท สปป ลาวลิตรละ 64 บาท กัมพูชาลิตรละ 57 บาท เวียดนาม 47 บาท มาเลเซีย 45.59 บาท ส่วนไทยอยู่ที่ลิตรละ 38.94 บาท
คิดดู ที่ผ่านมา พ่อค้าน้ำมัน ไอ้โม่ง 3 ตัว จะได้ผลประโยชน์มหาศาลขนาดไหน
นายกฯไม่ได้พูดถึง ไอ้โม่ง 3 ตัว(โรงกลั่น พ่อค้า jobber)แม้แต่คำเดียว คนในรัฐบาลไม่มีใครกล้าพูดถึง ไอ้โม่งอีกเลย หลังจากที่นายกฯอนุทิน บอกสื่อว่าไม่มี ไอ้โม่ง
แต่ที่นายกฯอนุทิน ย้ำแล้วย้ำอีก คือ ราคาน้ำมันเราถูกกว่าประเทศอื่น สาเหตุที่น้ำมันขาดแคลน เพราะความต้องการน้ำมันของประชาชนมากกว่า ปกติจากวันละ 67 ล้านลิตร เป็น 82 ล้านลิตร วิธีแก้ปัญหาคือ ให้คนไทยเลิกตื่นตระหนก แล้ว กลับมาใช้น้ำมันตามปกติคือวันละไม่เกิน 67 ล้านลิตร ก็จะแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนได้
มาตรการที่เด็ดที่สุดคือ ให้ประชาชน ช่วยกันลดการใช้น้ำมันลงวันละ 1 ลิตร จะลดการใช้น้ำมันได้วันละ 10 ล้านลิตร พูดง่ายแต่ทำยากแก้ปัญหาเหมือนเด็กเล่นขายของ
ไฮไลด์ของงานมีผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมันจากต่างประเทศ ตั้งคำถามว่า จะมีแนวทางหาน้ำมันจากแหล่งอื่นอย่างไร และจะควบคุมคุณภาพอย่างไรให้เท่ากับน้ำมันที่มาจากตะวันออกกลาง พร้อมเสนอว่า รัฐบาลควรจะตั้งคณะทำงานที่มีความรู้ด้านพลังงาน โรงกลั่น การกระจายน้ำมัน การขนส่ง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นวาระแห่งชาติ
รมว.พลังงานตอบได้แค่การหาแหล่งน้ำมันสำรองจากหลายแหล่ง เช่นแอฟริกาใต้ แต่ไม่ได้ ให้รายละเอียดใดๆ รวมทั้งการหาเส้นทางการขนส่งน้ำมันอื่นจากตะวันออกกลางที่ไม่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ที่โดนใจชาวบ้านต้องยกให้คำถามของ ดร.เกษมสันต์ วีระกุล อดีตเลขาฯรมว.คลัง ที่แสดงอาการผิดหวัง ต่อมาตรการรับมือในการแก้ปัญหาของรัฐบาล “การสื่อสารจะต้องยกเครื่องนะครับท่านนายกฯ ในทุกมิติคือการลงมือทำ สร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้กับประชาชน ซึ่งในขณะนี้ เห็นตรงกันว่า มันเกิดวิกฤติศรัทธาแล้ว”
การจัดงานวันนี้ ความคาดหวัง อยากจะฟังแผนรับมือ แต่เราต้องมารับฟัง
สถานการณ์ในอดีต ดีใจที่เห็นนายกฯมาขอโทษประชาชน แต่ประชาชนก็อยากจะรู้ว่ารัฐบาลจะทำอย่างไรต่อไป โดยมีข้อเสนอให้ยกเครื่องการสื่อสารและ ศบก. ให้ชัดเจน โปร่งใส และรวดเร็วกว่านี้
หมายเหตุ รายการที่รัฐบาลจัดขึ้น ไร้เงา พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ จากพรรคประชาชน ออกมาแฉว่า มีการถือหุ้นอยู่ในบริษัทพ่อค้าน้ำมันรายใหญ่ และรายย่อย หรือ Jobber อยู่ด้วย
วิกฤติพิสูจน์ความเป็นผู้นำ ประเทศไทยไม่ใช่สนามเด็กเล่น ของแทร่