เนื้อหาข่าว

เตือนแรง! ไทยเสี่ยง "ดีเซล" หมดใน 2 เดือน ตัวเลขน้ำมันขาด 27 ล้านบาร์เรล
เตือนแรง! ไทยเสี่ยง "ดีเซล" หมดใน 2 เดือน ตัวเลขน้ำมันขาด 27 ล้านบาร์เรล
วันที่ 29 มี.ค. 2569 นายภาณุรัช ดำรงไทย ประธานยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและนวัตกรรม พรรคไทยก้าวใหม่ โพสต์ข้อความ ระบุว่า "นี่เราอาจจะไม่มีดีเซลพอใช้ ในอีก 2 เดือนนะ รู้ยัง!" เมื่อวานนี้ ผมได้รับเกียรติจากสำนักนายกฯ ให้เข้าร่วมงาน Meet the press #1 ในฐานะคนทำงานสายพลังงาน ผมได้ใช้สิทธิ์ตั้งคำถามถึงภาครัฐโดยตรง
คำถามที่ผมถามท่าน รมว. พลังงาน:
1. ปริมาณน้ำมันที่ขาดหายไป (Scheduled Volume / Confirmed Volume): ปกติตัวเลขกลมๆ ประเทศไทยใช้น้ำมันดิบวันละประมาณ 1 ล้านบาร์เรล (มาจากตะวันออกกลาง 5 แสน และที่อื่นๆ 5 แสน) การจะไปหา 5 แสนบาร์เรลจากที่อื่นมาทดแทนไม่ใช่เรื่องง่าย จากที่รัฐมนตรีโชว์ตัวเลขว่าเดือน เม.ย. มี Confirmed Volume 24 ล้านบาร์เรล และ พ.ค. มี 9 ล้านบาร์เรล รวมเป็น 33 ล้านบาร์เรล ถ้าดูตามนี้แปลว่าเรากำลัง Shortfall (ขาดแคลน) ไปถึง 27 ล้านบาร์เรล! รัฐบาลมีแผนหาปริมาณน้ำมันดิบมาเติมตรงนี้ยังไง?
2. คุณภาพของน้ำมันดิบ (API Gravity): เมื่อเราต้องเปลี่ยนแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบ คุณภาพ API Gravity อาจจะไม่แมตช์กับน้ำมันจากตะวันออกกลาง รัฐบาลจะควบคุมคุณภาพยังไงให้กลั่นออกมาแล้วยังได้ปริมาณดีเซล (Diesel Yield) สูงพอกับความต้องการในประเทศ?
3. เสนอตั้ง Special Task Force 4 ด้าน: ผมได้เสนอให้รัฐบาลตั้งทีมเฉพาะกิจที่ประกอบด้วย 1) วิศวกรปิโตรเลียม (ประเมินปริมาณน้ำมันดิบโลก) 2) ผู้เชี่ยวชาญโรงกลั่น (ดูเรื่อง Yield) 3) ผู้เชี่ยวชาญด้านการกระจายน้ำมัน และ 4) ผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์การเดินเรือ เพื่อให้มั่นใจว่าเรือจะมาตามกำหนดและกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำไม่สะดุด
คำตอบจากท่าน รมว. พลังงาน (สรุปใจความสำคัญ):
1. เรื่องปริมาณน้ำมัน (Volume): ท่านชี้แจงว่าตัวเลข 9 ล้านบาร์เรลในเดือน พ.ค. เป็นเพียงเรือที่ "คอนเฟิร์มวันเทียบท่าแล้ว" เดี๋ยวจะมีตัวเลขคอนเฟิร์มทยอยเพิ่มเข้ามาอีก ส่วนโควตา 5 แสนบาร์เรลจากตะวันออกกลาง ครึ่งหนึ่งยังสามารถโหลดผ่านท่าเรือฟูไจราห์ (ที่พ้นช่องแคบฮอร์มุซมาแล้ว) และส่งผ่านท่อออกทางทะเลแดงจากซาอุฯ ได้ ส่วนอีกครึ่งที่หายไป เราหามาทดแทนได้จากสหรัฐฯ แอฟริกาใต้ และมาเลเซีย โดยใช้วิธีงดการส่งออกน้ำมันแล้วดึงโควตาเหล่านั้นกลับมาใช้ในประเทศทั้งหมด
2. เรื่องคุณภาพน้ำมัน (API Gravity): ท่านยอมรับว่าสเปกอาจจะไม่ตรงเป๊ะ แต่โรงกลั่นในไทยสามารถปรับกระบวนการผลิตทางเทคนิค (Blending) ได้ นอกจากนี้ยังใช้วิธีลดการผลิตน้ำมันเครื่องบิน (Jet Fuel) ที่มีความต้องการน้อยลง เพื่อนำกำลังการกลั่นไปเพิ่มสัดส่วนการผลิตดีเซล (Diesel Yield) ซึ่งสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก 8-10% เพื่อชดเชยส่วนที่ขาด
บอกตามตรงว่า หลังจากเห็นข้อมูลหน้างาน... ผมกังวลมากครับ ภาพที่เห็นตอนนี้คือ ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ "ลุ้นน้ำมันดิบเข้ามากลั่นแบบวันต่อวัน"
มาดูคณิตศาสตร์ง่ายๆ กันครับ:
ปกติไทยใช้น้ำมันดิบตกวันละ 1 ล้านบาร์เรล (เพื่อกลั่นเป็นดีเซลราว 70 ล้านลิตร และเบนซิน 35 ล้านลิตร) แปลว่า 1 เดือน เราต้องมีน้ำมันดิบเข้ามา 30 ล้านบาร์เรล ถึงจะพอใช้
แต่จากตารางเรือส่งน้ำมันที่ยืนยันแล้ว (Confirmed Volume) ที่ภาครัฐเปิดเผย:
เดือนเมษายน (ซึ่งนี่ก็สิ้นมีนาแล้ว!) มียืนยันแค่ 24 ล้านบาร์เรล เดือนพฤษภาคม ยิ่งน่าตกใจ... มียืนยันแค่ 9 ล้านบาร์เรล! (จากที่ต้องการ 30 ล้าน) คำถามคือ ถ้าเรือหามาเติมไม่ได้ครบ 30 ล้านต่อเดือน เราจะทำอย่างไร? คำตอบคือ เราก็ต้อง "งัดน้ำมันดิบสำรองของประเทศ" ออกมากลั่นประทังชีวิตไปเรื่อยๆ ครับ การที่รัฐบาลสั่งเร่งผลิต B20 และปรับสูตรโรงกลั่นเพื่อรีดน้ำมันดีเซล (Diesel Yield) ให้ได้มากที่สุด เป็นสัญญาณเตือนภัยว่า "เรากำลังต้องการดีเซลอย่างหนัก เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำมันดิบที่มี" บวกกับสถานการณ์โลกที่ตึงเครียด ท่าเรือ Fujairah ในตะวันออกกลางเพิ่งถูกโจมตี และเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงก็มีสิทธิถูกปิดได้ทุกเมื่อ... เราแน่ใจจริงๆ หรือครับว่า "ไม่ต้องกังวล"?
ท่านนายกฯ วิงวอนให้คนไทยช่วยกันประหยัดน้ำมันครอบครัวละ 1 ลิตร/วัน เพื่อเซฟดีเซล 10 ล้านลิตรเข้าคลัง ซึ่งเป็นเจตนาที่ดีครับ แต่ในมุมมองเชิงวิศวกรรม ผมคิดว่าวิกฤตระดับนี้ รัฐบาลควรพิจารณาออกประกาศ "มาตรการควบคุมการใช้ดีเซลเท่าที่จำเป็น" ได้แล้วครับ
ใครที่อ่านตารางและเข้าใจตัวเลข จะรู้เลยครับว่าตอนนี้เรากำลังลุ้นเหนื่อยแค่ไหนให้เรือน้ำมันเข้ามาทันแบบเดือนต่อเดือน ผมเขียนโพสต์นี้ด้วยความห่วงใยจริงๆ และอยากเอาใจช่วยให้ภาครัฐหาแหล่งน้ำมันมาเติมให้ประเทศได้ทันครับ
สื่อมวลชนท่านใด หรือรายการไหนที่อยากเจาะลึกตัวเลขและวิเคราะห์ความเสี่ยง (Scenario) ด้านพลังงานของประเทศจากสมการนี้ ยินดีให้สัมภาษณ์และแลกเปลี่ยนข้อมูลครับ ทักอินบ็อกซ์มาได้เลย!
#วิกฤตพลังงาน #น้ำมันแพง #ไม่มีดีเซล #MeetThePress #ความมั่นคงทางพลังงาน