เนื้อหาข่าว

พันธมิตรอ่าวเปอร์เซีย กดดัน “ทรัมป์” เดินหน้าถล่มอิหร่าน มองยังไม่อ่อนแรงพอ
พันธมิตรอ่าวเปอร์เซีย กดดัน “ทรัมป์” เดินหน้าถล่มอิหร่าน มองยังไม่อ่อนแรงพอ
วันที่ 31 มี.ค. 2569 สำนักข่าว Associated Press รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และประเทศในอ่าวเปอร์เซียว่า พันธมิตรสำคัญในภูมิภาค นำโดย ซาอุดีอาระเบีย และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กำลังกดดันให้ โดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อ อิหร่าน ต่อไป โดยมองว่าแรงกดดันทางทหารในปัจจุบันยังไม่เพียงพอ
เจ้าหน้าที่จากหลายประเทศในอ่าวเปอร์เซีย เช่น ซาอุดีอาระเบีย ยูเออี คูเวต และบาห์เรน ได้ส่งสัญญาณเป็นการภายในว่า ไม่ต้องการให้ยุติสงคราม จนกว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญต่อผู้นำหรือพฤติกรรมของอิหร่าน
แหล่งข่าวระบุว่า บางฝ่ายมองว่านี่คือ “โอกาสครั้งประวัติศาสตร์” ในการสั่นคลอนหรือโค่นล้มระบอบผู้นำศาสนาในกรุงเตหะราน
แรงกดดันดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ทรัมป์ยังลังเล ระหว่างการเดินหน้าสงครามต่อ หรือเปิดทางสู่การเจรจายุติความขัดแย้ง ขณะที่เขาเริ่มแสดงความมั่นใจมากขึ้นว่าได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรในตะวันออกกลาง
ด้าน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถูกมองว่าเป็นประเทศที่มีท่าทีแข็งกร้าวที่สุด โดยมีรายงานว่าผลักดันให้สหรัฐฯ พิจารณาปฏิบัติการภาคพื้นดิน ขณะที่ คูเวต และ บาห์เรน มีแนวโน้มสนับสนุนแนวทางเดียวกัน
ทั้งนี้ ยูเออีเผชิญการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่านจำนวนมาก ทำให้ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ใช้มาตรการที่เด็ดขาดมากขึ้น
ในทางตรงกันข้าม โอมาน และ กาตาร์ ยังคงสนับสนุนแนวทางการเจรจาทางการทูต
ซาอุดีอาระเบียยังย้ำว่า การยุติสงครามต้องมาพร้อมเงื่อนไขสำคัญ เช่น การยุติโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ลดขีดความสามารถด้านขีปนาวุธ และยุติการสนับสนุนกลุ่มตัวแทนในภูมิภาค รวมถึงต้องรับประกันความปลอดภัยของเส้นทางยุทธศาสตร์อย่างช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะที่ มาร์โก รูบิโอ ระบุว่า สหรัฐฯ และพันธมิตรอาหรับมีจุดยืนร่วมกันในการสกัดกั้นไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
ด้านทำเนียบขาวปฏิเสธให้ความเห็นต่อรายละเอียดการหารือ แต่ยืนยันว่าการประสานงานกับพันธมิตรยังดำเนินต่อไปอย่างใกล้ชิด