Logo
variety iconlive icon

เนื้อหาข่าว

อิหร่านจ่อเก็บค่าผ่านฮอร์มุซ–แบนเรือสหรัฐฯ-อิสราเอล ขณะเส้นทางน้ำมันโลกสะดุด พันธมิตรอ่าวกดดัน "โดนัลด์ ทรัมป์" ลุยสงครามต่อ

อิหร่านจ่อเก็บค่าผ่านฮอร์มุซ–แบนเรือสหรัฐฯ-อิสราเอล ขณะเส้นทางน้ำมันโลกสะดุด พันธมิตรอ่าวกดดัน "โดนัลด์ ทรัมป์" ลุยสงครามต่อ

รับชมล่าสุด 51 ครั้ง
Global News2026 Mar 31 :: 14:36

อิหร่านจ่อเก็บค่าผ่านฮอร์มุซ–แบนเรือสหรัฐฯ-อิสราเอล ขณะเส้นทางน้ำมันโลกสะดุด พันธมิตรอ่าวกดดัน "โดนัลด์ ทรัมป์" ลุยสงครามต่อ

 

วันที่ 1 เม.ย. 2569 สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า คณะกรรมาธิการความมั่นคงของรัฐสภาอิหร่านอนุมัติแผนกำกับดูแลและเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก คิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 5 ของปริมาณการค้าทางทะเลทั้งหมด

 

มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายยกระดับอธิปไตยและการควบคุมของอิหร่านในพื้นที่ โดยครอบคลุมทั้งการเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัย มาตรการดูแลความปลอดภัยการเดินเรือ การออกกฎทางการเงิน และการเรียกเก็บค่าผ่านทางเป็นสกุลเงินเรียลอิหร่าน พร้อมทั้งห้ามเรือของสหรัฐฯ อิสราเอล และประเทศที่มีส่วนร่วมในการคว่ำบาตรอิหร่านผ่านช่องแคบโดยเด็ดขาด

 

รายงานของ AFP ระบุว่า ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางใหม่นี้จะดำเนินการร่วมกันระหว่างอิหร่านและโอมาน ซึ่งตั้งอยู่คนละฝั่งของช่องแคบฮอร์มุซ

 

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรง หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้การเดินเรือผ่านช่องแคบลดลงอย่างหนัก โดยข้อมูลจากบริษัท Kpler ระบุว่า ปริมาณเรือผ่านช่องแคบลดลงถึง 95% และทำให้น้ำมันดิบกว่า 15 ล้านบาร์เรลต่อวันตกค้างในอ่าวเปอร์เซีย

 

ขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังชั่งน้ำหนักระหว่างการยุติปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน แม้ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่กลับมาเปิดเต็มรูปแบบ โดยมีรายงานว่าเป้าหมายหลักของสหรัฐฯ คือการบั่นทอนศักยภาพทางทหารของอิหร่าน และใช้แรงกดดันทางการทูตเพื่อให้เตหะรานยอมเปิดเส้นทางการค้าอีกครั้ง

 

อย่างไรก็ตาม พันธมิตรในอ่าวเปอร์เซีย นำโดยซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กลับกดดันให้สหรัฐฯ เดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อ โดยมองว่ายังเป็น “โอกาสสำคัญ” ในการเปลี่ยนแปลงระบอบผู้นำของอิหร่าน และยุติภัยคุกคามในภูมิภาค

 

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นจุดตึงเครียดหลักของสงคราม และเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและราคาพลังงานในระยะต่อไป