Logo
variety iconlive icon

เนื้อหาข่าว

“อนุทิน” กร้าว ไม่มีทางเห็นใครดีกว่า ปชช. ซัดคนขายน้ำมันต่างชาติเลว บอกไม่ต้องให้กำลังใจ "พิพัฒน์" ชี้ทำงานอย่างเดียว

“อนุทิน” กร้าว ไม่มีทางเห็นใครดีกว่า ปชช. ซัดคนขายน้ำมันต่างชาติเลว บอกไม่ต้องให้กำลังใจ "พิพัฒน์" ชี้ทำงานอย่างเดียว

รับชมล่าสุด 99 ครั้ง
Politics2026 Apr 02 :: 08:34

“อนุทิน” กร้าว ไม่มีทางเห็นใครดีกว่า ปชช. ซัดคนขายน้ำมันต่างชาติเลว บอกไม่ต้องให้กำลังใจ "พิพัฒน์" ชี้ทำงานอย่างเดียว

 

วันที่ 2 เม.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ว่าขณะนี้อยู่ที่การนำเสนอของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง รัฐบาลพยายามหาทุกช่องทางที่จะลดภาระประชาชน และต้องสร้างความมั่นใจว่าจะดูแลไม่ให้เกิดการกักตุน เนื่องจากมีหลายปัจจัย เช่นปัจจัยด้านราคาน้ำมัน ที่พอถูกกว่ามาเลเซียจะมีการนำน้ำมันไปใช้ในพื้นที่อื่น ดังนั้นต้องหาจุดสมดุลที่ดี เมื่อถามว่าขณะนี้รัฐบาลจำเป็นจะต้องออกพ.ร.ก.กู้เงินหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า นี้รัฐบาลจะใช้ทุกวิถีทาง แต่ต้องดูเรื่องวินัยการเงินการคลัง ซึ่งมีหลายองค์ประกอบ โดยมีเป้าหมายคือประชาชน และต้องมั่นใจก่อนว่าที่มีข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลอุ้มนายทุน หรือ อุ้มธุรกิจ ขอยืนยันว่าตนสำนึกอยู่เสมอว่าที่มาได้เพราะประชาชน ไม่มีทางแม้แต่จะคิดว่าจะเห็นคนอื่นดีกว่าประชาชน ขอพูดให้ไม่เช่นนั้นจะมีคนพูดเยอะแยะไปหมด เอาไปโพสต์ทำให้เกิดความสับสนเราสำนึกเป็นอย่างดี ว่ามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ใครเลือกเรา จำไว้เลยว่าไม่มีทางที่ตนจะเห็นใครดีกว่าประชาชน

 

ซัดคนขายน้ำมันต่างชาติเลว

 

เมื่อถามถึงการจับกุมเรือที่อยู่ในกระบวนการลักลอบขนน้ำมันไปขายกัมพูชา นายอนุทิน กล่าวว่า เราตั้งหน่วยไล่ล่าพวกกักตุนที่ฉวยโอกาสขึ้นราคาและลักลอบนำออกไปขาย ขอยืนยันว่าเราจะดำเนินคดีอย่างเต็มที่เพราะถือว่าคนเหล่านี้เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ เมื่อถามว่าการลักลอบขายน้ำมันให้กัมพูชา รู้ตัวหรือไม่ว่าเป็นใคร นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการแล้ว เมื่อถามย้ำว่าเปิดเผยข้อมูลได้หรือไม่ว่าเป็นใคร นายอนุทิน กล่าวว่ามีเป็นในรูปบริษัท ซึ่งช่วงบ่ายวันนี้ (2 เม.ย.) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม จะมารายงานให้ตนทราบ ซึ่งทราบว่า ขณะนี้มีการสนธิกำลังระหว่างตำรวจและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.)  รวมถึงทหารในการทำงานร่วมกัน เมื่อถามว่าการดำเนินการแบบนี้ทั้งนี้ในการลักลอบนำน้ำมันไปขายต่อที่กัมพูชาถือว่าเป็นข้อหาหนักหรือไม่ นายอนุทิน หันมาตอบเพียงว่า “ก็เลวอ่ะครับ” ส่วนเรียกว่าขายชาติได้หรือไม่ นายอนุทินพยักหน้ารับ เมื่อถามถึงปริมาณที่ลักลอบนำออกไป นายอนุทิน กล่าวว่าต้องขอดูก่อนต้องใช้เวลา ตัวเลขที่มาแต่ละที่ต้องมานั่งปรับจูนกัน เพื่อให้ตัวเลขเหมือนกันให้ได้ ส่วนที่ขณะนี้โลกโซเชียลตำหนิเยอะจะบริหารความรู้สึกอย่างไรนั้น ตนรับฟังหมด นายกฯเป็นคนสาธารณะ เปิดโอกาสให้ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์ได้

 

บอกไม่ต้องให้กำลังใจ ”พิพัฒน์“ ชี้ทำงานอย่างเดียว

 

เมื่อถามว่าไม่เครียดใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องบริหารให้ได้ จะบอกว่าอ่านแล้วยิ้มไม่รู้สึกอะไรไม่ได้หรอก แต่ที่รู้สึกไม่ได้เพราะเป็นสิทธิ์ของประชาชนที่จะแสดงความคิดเห็น แต่อย่างที่บอกว่าทุกคำวิพากษ์วิจารณ์จะมีข้อแนะนำ เมื่อถามว่าจะให้กำลังใจ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม อย่างไรบ้าง เนื่องจากขณะนี้กระแสโซเชียลไม่ให้ไปเติมน้ำมันปั๊มพีที นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ต้องให้กำลังใจกันหรอก ทุกคนมาถึงสถานะนี้ได้ก็ต้องทำงานอย่างเดียว ถ้ามัวแต่ขอกำลังใจทำงานหน่อยก็เปลี่ยนดีกว่า ซึ่งไม่มีหรอก ไม่ต้องไปขอกำลังใจใคร ทำงานให้ถูกต้องอย่างเต็มที่ และทำงานเพื่อประชาชนก็ไม่ต้องไปขอกำลังใจจากใคร เมื่อถามถึงการทำงานของ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา โฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. สอบผ่านหรือไม่ นายอนุทิน การจะเป็นโฆษกไม่เกี่ยวข้องกับจะผ่านหรือไม่ผ่าน เพราะเขาไม่ได้คิดเอง แต่เป็นข้อมูลที่ได้รับรายงานจาก ศบก. ก็สื่อสารให้ประชาชนได้รับทราบ ของบางอย่างต้องทำงานอย่างเดียวให้ผลงานเป็นที่พิสูจน์ ซึ่งบางอย่างก็บอกไม่ได้ว่าเราจะดำเนินการอย่างไร เพราะเป็นข้อมูลและความลับทางราชการ แต่รับรองว่าทุกคนทำงานเต็มที่ และไม่มีใครในคณะรัฐมนตรีมีผลทับซ้อน จากสถานการณ์น้ำมันในขณะนี้ ตนยืนยันจริงๆ ขอให้มั่นใจได้ว่าไม่มี จะไม่พูดถึงขนาดว่าถ้ามีจะไม่เลี้ยงไว้ เพราะมันไม่มี ก็เลยไม่ต้องพูดคำอื่น และบ่ายวันเดียวกันนี้ (2 เม.ย.) นายพิพัฒน์ จะมารายงานงานอื่นๆของกระทรวงคมนาคม ซึ่งแน่นอนว่าจะมีการพูดคุยเรื่องสถานการณ์น้ำมันด้วย

 

"อนุทิน" บอก "ฉัตรชัย" พบคุยเรื่องใต้

 

เมื่อเวลา12.45น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณี ให้สัมภาษณ์กรณี มาหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้า ว่าเป็นการสรุปสถานการณ์ในภาคใต้ เนื่องจากพอเปลี่ยนรัฐบาลจะมีการเปลี่ยนคณะเจรจาต่างๆ รวมถึงพูดคุยสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง การรับมือผลกระทบต่างๆ และสถานะของประเทศไทยว่าต้องปฏิบัติอย่างไร จึงถือเป็นการรับทราบข้อมูล