เนื้อหาข่าว

“ภัณฑิล” ฟาด หลังสภาใช้งบซื้อกล้อง 4K ตัวละ 11.6 ล้าน เรียกร้อง “รองปธ.สภา” ดูให้ชัดว่าจำเป็นหรือไม่
“ภัณฑิล” ฟาด หลังสภาใช้งบซื้อกล้อง 4K ตัวละ 11.6 ล้าน ชี้ ปัญหาไม่ใช่ความคมของภาพแต่คือความเป็นธรรม เรียกร้อง “รองปธ.สภา” ดูให้ชัดว่าจำเป็นหรือไม่ ซัด อย่าอ้างฝ่ายค้านซื้อของแพง ย้ำ รัฐสภาต้องคมที่การตรวจสอบไม่ใช่ภาพลักษณ์
วันที่ 2 เม.ย. 69 ที่ รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวถึง กรณีที่สำนักข่าวอิศรา เผยแพร่ข่าวว่ารัฐสภามีการจัดซื้อกล้องโทรทัศน์สตูดิโอ 4k ตัวละ 11.6 ล้านบาท โดยในรายการระบุว่าไม่เพียงพอต่อการจัดมุมภาพของผู้อภิปราย โดยเฉพาะมุมภาพของสส.พรรคฝ่ายค้านที่น้อยกว่าพรรคฝ่ายรัฐบาล หวั่นว่าจะเกิดความเคลือบแคลงสงสัยถึงความเป็นกลางทางการเมืองและการเลือกปฏิบัติ ว่า ตนก็เอะใจ เพราะตนก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการงบประมาณปี 69 ว่าตนตัดรายการนี้ทิ้งไปหรือไม่ จนเพื่อนสมาชิกมาบอกให้ตนกลับไปตรวจสอบรายการนี้ ซึ่งในรายงานระบุว่าชำรุดและขอทดแทน แต่ครั้งนี้บอกว่าอาจไม่เป็นธรรมกับฝ่ายค้าน จึงอยากออกมาปกป้องตัวเอง ว่าเรากลายเป็นต้นเหตุหรือไม่ที่ต้องมีการจัดซื้อกล้องใหม่ ตัวละ 11.6 ล้านบาท โดยอยากถามว่าปัญหาที่แท้จริงอยู่ตรงไหน ภาพละเอียดไม่พอ หรืออยู่ที่ระบบการนำเสนอทางการเมืองที่ไม่เป็นธรรม สัดส่วนเวลา เช่นการอภิปรายสามารถหยิบขึ้นมาในการแบ่งเวลาของฝ่ายค้านและรัฐบาล หรือประชาชนยังเห็นสูทของ สส.ไม่ชัดพอ แต่ที่จริงแล้วสาระอยู่ที่การอภิปราย ไม่ได้อยู่ที่มุมกล้องสวยพอหรือไม่ ถ้าปัญหาคือความไม่เป็นธรรมทางการเมือง ก็ต้องแก้ที่กติกา ระบบ ไม่ใช่กระโดดไปซื้ออุปกรณ์ราคา 11.6 ล้านบาท
"รัฐสภาไม่ใช่สตูถ่ายรายการ สิ่งที่ต้องคมที่สุด คือการตรวจสอบ ไม่ใช่ความละเอียดของภาพ นิติบัญญัติไม่ใช่งานโชว์ ภาพ 4K แต่การตรวจสอบรัฐบาลด้วยความจริงที่ลึกถ้าวันนี้เราใช้งบประมาณแผ่นดิน ทำให้ภาพของผู้มีอำนาจคมขึ้น แต่ยังไม่ตอบให้ชัดว่าประชาชนได้ประโยชน์อะไรอย่างแท้จริง คำถามคือเงินภาษีถูกใช้ เพื่อเนื้อหาและเพื่อภาพลักษณ์อะไรกันแน่ คำถามนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กเพราะกล้องที่กำลังจะจัดซื้อ เป็นชนิด 4k สเปคสูง เลนส์ซูมไม่น้อยกว่า 45 เท่า เป็นการแก้ไขปัญหาแบบพอเพียงหรือต้องการอัพเกรดในพื้นที่อำนาจ " นายภัณฑิล กล่าว
นายภัณฑิล กล่าวว่า จึงอยากเรียกร้องไปยังรองประธานสภาฯที่ดูแลเรื่องนี้ ว่ามีความจำเป็นขนาดนั้นหรือไม่ ดังนั้นต้องตอบเรื่องนี้ให้ชัด ไม่ใช่เอะอะซื้อกล้อง ต้องเปิดให้เห็นว่าปัญหาอยู่ตรงไหน เสียกี่จุด บอดกี่มุม ใช้งานไม่ได้จริงหรือไม่ มีทางเลือกอื่นที่ถูกกว่าหรือไม่ และทำไมถึงไม่เลือกจากการจัดผังกล้องที่มีอยู่ ให้เพิ่มเฉพาะจุดแก้ไขระบบควบคุม หากภาพประชาธิปไตยต้องใช้เงิน 11.6 ล้านบาท เพื่อให้มุมกล้องสวยขึ้น แสดงว่าเราน่าจะเข้าใจคำว่าประชาธิปไตยผิด เพราะรัฐสภามีหน้าที่ทำให้เสียงประชาชนถูกได้ยิน ไม่ใช่ภาพของผู้มีอำนาจที่คมชัด
นายภัณฑิล กล่าวอีกว่า อย่าเอาฝ่ายค้านมาอ้างซื้อของแพง ฝ่ายค้านไม่ได้ขอเลนส์แพง ฝ่ายค้านขอความเป็นธรรม เรื่องเวลาในการอภิปราย ถ้าจะเป็นธรรมคือหลักการการจับภาพ มาตรฐานการสลับภาพ ไม่ใช่โยนไปงบ 11.6 ล้านบาท คำถามสุดท้ายคือถ้าจะใช้เงินภาษี เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงรัฐสภาจริงๆ ทำไมไม่เร่งทำสรุปสาระ ทำคลิปคำอภิปรายให้ค้นหาง่าย และทำไมไม่เร่งการเปิดให้ถ่ายทอดสดห้องกรรมาธิการเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบเชิงลึก แต่เลือกมาซื้อกล้อง 4k ในห้องประชุมใหญ่ สภาควรเป็นสถานที่ที่มีความคมที่สุด ไม่ใช่สถานที่ที่มีภาพคมที่สุด หากยังแยกไม่ออก วันหนึ่งเงินภาษีประชาชนจะถูกใช้ไม่ใช่สาระเพื่อการตรวจสอบ