เนื้อหาข่าว

"อิหร่าน" โต้ "ทรัมป์" ลั่นจะยกระดับสงคราม เตรียมโจมตีหนักกว่าเดิม
"อิหร่าน" โต้ "ทรัมป์" ลั่นจะยกระดับสงคราม เตรียมโจมตีหนักกว่าเดิม
วันที่ 2 เม.ย. 2569 ภายหลังการแถลงของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่อ้างว่ากองกำลังสหรัฐฯ ได้รับ “ชัยชนะอย่างท่วมท้น” และสร้างความเสียหายอย่างหนักต่ออิหร่าน พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ กำลังทำลายขีดความสามารถของฝ่ายตรงข้ามในการคุกคามและแสดงแสนยานุภาพนอกประเทศ โดยยืนยันว่าเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์สำคัญใกล้บรรลุแล้วนั้น
ล่าสุด โฆษกกองทัพอิหร่านออกมาตอบโต้ทันที ระบุว่าสงครามจะดำเนินต่อไปจนกว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลจะเผชิญ “ความอัปยศ ความสูญเสีย และการยอมจำนน” พร้อมย้ำว่าอิหร่านจะยกระดับปฏิบัติการทางทหารให้ “รุนแรง กว้างขวาง และทำลายล้างยิ่งกว่าเดิม”
อิบราฮิม ซอลฟากอรี โฆษกกองบัญชาการปฏิบัติการทางทหาร Khatam al-Anbiya ภายใต้ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน ระบุผ่านสื่อของรัฐว่า อิหร่านพร้อมตอบโต้ด้วยการโจมตีที่รุนแรงขึ้น พร้อมเตือนสหรัฐฯ ให้ “คาดหวังการตอบโต้ที่หนักหน่วงกว่าเดิม” หลังจากสร้างความเสียหายที่อิหร่านมองว่าเกิดขึ้นจากการรุกราน
ขณะเดียวกัน อิหร่านยังปฏิเสธคำกล่าวอ้างของทรัมป์ที่ว่าศักยภาพทางทหารของตนถูกบั่นทอน โดยย้ำว่าสหรัฐฯ “ไม่เข้าใจขีดความสามารถเชิงยุทธศาสตร์ของอิหร่าน” และชี้ว่าการโจมตีที่ผ่านมาเป็นเพียงเป้าหมายที่ “ไม่มีนัยสำคัญ” อีกทั้งข้อมูลของสหรัฐฯ และอิสราเอลยัง “ไม่ครบถ้วน”
โฆษกยังยืนยันว่าแหล่งผลิตยุทโธปกรณ์สำคัญของอิหร่านอยู่ในพื้นที่ที่ฝ่ายตรงข้าม “ไม่รู้และไม่สามารถเข้าถึงได้” พร้อมประกาศว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่เกิดขึ้น
ด้าน เอเลียส ฮาซราติ โฆษกของ มาซูด เปเซชเคียน วิจารณ์ถ้อยแถลงของทรัมป์ว่า “บ้าคลั่งสิ้นดี” พร้อมระบุว่าคำพูดดังกล่าวกลับยิ่งเสริมความเป็นเอกภาพและความมั่นคงของอิหร่าน
ทั้งนี้ ฮาซราติยังย้ำว่าอิหร่านยังคงควบคุม ช่องแคบฮอร์มุซ ได้อย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่ยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลาย