เนื้อหาข่าว

ตำรวจกองปราบ ตามลากคอ อดีตครูใจทราม ร่วมกับเพื่อนครูอีก 4 ศิษย์เก่าอีก 2 ร่วมรุมโทรมเด็กนักเรียนหญิง 14 ปี 2 ราย
ตำรวจกองปราบ ตามลากคอ อดีตครูใจทราม ร่วมกับเพื่อนครูอีก 4 ศิษย์เก่าอีก 2 ร่วมรุมโทรมเด็กนักเรียนหญิง 14 ปี 2 ราย
วันที่ 2 เม.ย. 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,สั่งการให้ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป, พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.อาธิรัตน์ ทิพย์เจริญ สว.กก.3 บก.ป. นำกำลังจับกุมนายชิงชาญ หรือยุทธนา ภู่ถนนนอก อายุ 42 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ 297/2568 คดีหมายเลขดำที่ อ974/2563 คดีหมายเลขแดงที่ อ665/2566 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา,ความผิดเกี่ยวกับเพศ,ความผิดต่อเสรีภาพ” มาบังคับตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 จับได้บริเวณหน้าห้องแถว ใน ต.ทุ่งทอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อปี 2562 ยายพาหลานสาว อายุ 14 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นม.2. ในพื้นที่ อ.เมืองมุกดาหาร แจ้งความ สภ.ผึ่งแดด จ.มุกดาหาร หลังถูกนายวิพจน์ แสนสุข ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองมุกดาหาร กับกลุ่มครูในโรงเรียนเดียวกันอีก 4 คน ซึ่งมีนายชิงชาญ รยมอยู่ด้วย และศิษย์เก่าอีก 2 คน หลอกลวงพาไปข่มขืน นอกจากนี้ยังได้ข่มขืนเพื่อนของ เด็กนักเรียนหญิง ที่อยู่ในชั้น ม.4 อีกด้วย
โดยผู้ต้องหาทั้งหมด จะหลอกให้ เด็กหญิงมาหาที่บ้านพักครู ด้านหลังโรงเรียน อ้างว่าจะสอนการบ้านให้ เมื่อเด็กหญิงผู้เสียหายหลงเชื่อมาหาที่บ้านพัก กลับถูกนายวิพจน์ หรือพจน์ แสนสุข ข่มขืน ต่อมาเมื่อเห็นว่า เด็กหญิงไม่ได้แจ้งความเอาผิดจึงได้ข่มขืน เด็กหญิงต่อมาอีกเรื่อยๆ พร้อมกับชักชวนให้เพื่อนครูอีก 4 คน ข่มขืนเด็กหญิงหมุนเวียนไปตามสถานที่ต่างๆ พร้อมทั้งยังให้ พาเพื่อนนักเรียนที่เรียนอยู่ชั้น ม.4 มาให้ผู้ต้องหาทั้งหมดข่มขืนอีกด้วย หลังจากนั้นได้ข่มขู่ห้ามไม่ให้เด็กนักเรียนหญิงทั้งสองคน นำเรื่องไปบอกใคร มิฉะนั้นจะไม่ให้เลื่อนชั้นเรียน รวมทั้งที่ทุกครั้งที่ข่มขืน จะถ่ายคลิปไว้แบล็คเมล์เด็กหญิงทั้ง 2 ไว้ และก่อเหตุกับเด็กหญิงทั้ง 2 คน ต่อเนื่องนานตลอด 1 ปี เฉลี่ยเดือนละ 1 - 2 ครั้ง แต่ละครั้งจะเป็นลักษณะการรุมโทรมเด็กหญิงทั้ง 2 คน ส่วนสถานที่มีทั้งบ้านพักครู ห้องเรียน และสถานที่อื่นๆ หมุนเวียนกันไปแล้วแต่ครูจะเป็นคนกำหนด
ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขออมุติต่อศาลจังหวัดมุกดาหารออกหมายจับผู้ต้องหาท้้ง 6 คนไว้ ก่อนที่ทั้งหมดจะเข้ามอบตัว ให้การปฏิเสธ พนักงานสอบสวนได้ฝากขังต่อศาล ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ขอประกันตัวในชั้นศาล ใข้หลักทรัพย์ 3 แสนบาท
กระทั่งเมื่อปี 2566 ศาลจังหวัดมุกดาหาร พิพากษาจำคุกตลอดชีวิตกับผู้ต้องหาทั้งหมด ส่วนความเสียหายทางแพ่งโดยรวมของจำเลยทุกคน ต้องชดใช้สูงเกือบ 3,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี มฃทั้งนี้ในวันนัดฟังคำพิพากษา นายชิงชาญ หรือยุทธนา กลับหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลจึงได้ออกหมายจับไว้ คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุกตลอดชีวิต ผู้ต้องหา 5 คน ให้การรับสารภาพถูกส่งเข้าเรือนจำรับโทษตามกฎหมาย ยังคงเหลือเพียงนายชิงชาญ หรือยุทธา ที่ยังหลบหนีอยู่
ล่าสุดพ.ต.ท.อาธิรัตน์ ทิพย์เจริญ สว.กก.3 บก.ป. สืบทราบว่า นายชิงชาญ หลบหนีมาอยู่ที่ห้องแถวไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 6 ต.ทุ่งทอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี จึงติเตามไปจับกุมตัวได้ดังกล่าว
เบื้องต้นนายชิงชาญ หรือยุทธนา ให้การปฏิเสธ อ้างว่ารับไม่ได้กับคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต เลยตั้งใจหลบหนีมาใช้ชีวิตแบบสันโดษ รับจ้างทำสวนทำไร่ ใช้ชีวิตในห้องแถวเงียบๆ ไม่ได้ติดต่อใคร รวมทั้งตั้งใจไว้ว่าจะหนีไปตลอด 20 ปี จนกว่าจะหมดอายุความ เจ้าหน้าที่นำตัวส่งศาลจังหวัดมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป