facebook

เลขาสาว ร้องสายไหมต้องรอด ซ้อน จยย.ไปส่งลูก ที่รร.ถูกเศษก้อนหินตึกก่อสร้าง ตกใส่หัวกระโหลกร้าว ไร้เยียวยา

18 ก.ย. 2566
16:09

เลขาสาว ผอ.โรงเรียนร้องสายไหมต้องรอด ซ้อน จยย.ไปส่งลูก ที่รร.ถูกเศษก้อนหินตึกก่อสร้าง ตกใส่หัวกระโหลกร้าว ไร้เยียวยา


เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2566 ที่ศูนย์ประสานงาน เพจสายไหมต้องรอด ซอยสายไหม 38 เขตสายไหม น.ส.อนัตญา ณิธิวรากุล อายุ 36 ปี ลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งเลขา ผอ.โรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม พร้อมนายอนุชา ปุระนะ อายุ 40 ปีสามีเดินทางเข้าขอความช่วยเหลือกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กรณีเกิดอุบัติถูกเศษหินจากการก่อสร้างอาคารโรงแรมแห่งหนึ่ง ใกล้ปากซอยจันทร์ 47 แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กทม. ตกใส่ศีรษะ ขณะ น.ส.อนัตญา ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปส่งลูกที่โรงเรียน มีสามีขี่ รับบาดเจ็บสาหัส กระโหลกร้าว แต่เยียวยาเฉพาะค่ารักษาเพียงอย่างเดียว เหตุเกิดช่วงเช้าวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา

นายเอกภพ กล่าวว่า ขณะที่ น.ส.อนัตญา ผู้เสียหาย ซ้อนรถจักรยานยนต์ มีนายอนุชา อายุ 40 ปี แฟนหนุ่มผู้ขับขี่ เพื่อจะไปส่งลูกที่โรงเรียน อีก 2 คน คนนึงผู้ชาย อายุ 14 ปี ส่วนอีกคนเป็นเด็กหญิง อายุ 4 ขวบ ขณะที่น.ส.อนัตญา อุ้มลูกสาววัย 4 ขวบอยู่นั้น จู่ๆได้มีเศษหินจากการก่อสร้างอาคารของโรงแรมแห่งหนึ่ง ก่อสร้างไม่มีการกั้นสแลน ใกล้ปากซอยจันทร์ 47 ล่วงใส่ศีรษะของ น.ส.อนัตญา จนเลือดท่วมเต็มใบหน้าและศีรษะ แต่ไม่ทราบว่าโดนอะไรตกใส่ เมื่อเหลือบไปดูก็พบว่าเป็นเศษก้อนหินตกกระจายเป็นเศษที่พื้น จากนั้นเมื่อไปรักษาที่โรงพยาบาลมเหสักข์ ผลเอ็กซ์เรย์แพทย์แจ้งว่ากระโหลกร้าว 


ด้าน น.ส.อนัตญา ผู้เสียหาย กล่าวว่า ปกติตนใช้เส้นทางนี้เป็นประจำทุกวัน ขณะนั้นไปส่งลูกชายที่โรงเรียน จนหินตกใส่ศีรษะตนก็ไม่รู้สึกตัว แต่ได้ยินเสียงลูกชายบอกว่า แม่หนูไม่ไปโรงเรียนแล้วนะ ตกก็รู้สึกตกใจ จนกระทั่งมาเห็นตนเองเลือดไหล จึงหยิบมือถือมาถ่ายรูปตนเองแล้วส่งไปให้ครูประจำชั้นของลูก ว่าวันนี้ลูกตนไม่เข้าเรียน เพราะแม่เกิดอุบัติเหตุ จากนั้นก็มารู้ตัวอีกทีตอนเข้าเครื่องสแกนศีรษะ ที่โรงพยาบาล ขณะนั้นตนไม่รู้สึกเจ็บ แต่เหนื่อยหอบ โดยรถพยาบาลแจ้งว่าเหตุเกิดที่รถจักรยานยนต์จึงแนะนำให้ใช้ พรบ.รถรักษา ที่โรงพยาบาลมเหสักข์ อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เข้าห้องฉุกเฉิน 6-9 ชั่วโมง จากนั้นเมื่อเช็คสิทธิ์ประกันก็ถูกย้ายไป รพ.หัวเฉียว เมื่อหมอเปิดภาพแสกนพบว่า รูปกระโหลกศีรษะและมีรอยแตก หลังเกิดเหตุประมาณ 3-4 วัน มีผู้ปกครองเพื่อนลูก ถ่ายภาพตึก อาคารที่เกิดเหตุให้ดูว่ามีการกั้นสแลนไว้แล้ว 

น.ส.อนิตญา กล่าวอีกว่า จากนั้นเจ้าของตึกก็ได้ติดต่อมาแจ้งว่า ถ้ามีค่ารักษาพยาบาลเท่าไหร่ที่จะต้องจ่ายให้ติดต่อมา เพื่อจะโอนเงินค่ารักษาให้ และปัจจุบันตนเองเดินไม่ค่อยได้ ขาซ้ายอ่อนแรง คล้ายอาการชัก อนาคตยังไม่รู้ว่าจะใช้การได้แบบเดิมหรือไม่ ทั้งนี้อยากให้เจ้าของตึกเข้ามาดูแลอาการบ้าง ไม่ใช่เพราะตนอยากได้แค่ค่ารักษาพยาบาล หากตนเป็นอะไรขึ้นมายังมีภาระทั้งลูกๆ พ่อและแม่ตนที่จะต้องคอยดูแลอีกด้วย 


นายอนุชา สามีของผู้เสียหาย กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุตนไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร จู่ๆภรรยาก็ล่วงลงรถไปแล้ว ตนยังคิดว่ามีใครยิงหรือเปล่า เนื่องจากเกิดเสียงดังมาก พอรถพยาบาลมาถึง ตนก็วิ่งกลับไปดูที่เกิดเหตุ กระทั่งพบมีก้อนหิน และเศษสีเขียวของกำแพงดังกล่าวติดลงมาด้วย โดยเจ้าของตึกก็มีการแจ้งให้ส่งใบเสร็จค่ารักพยาบาลให้ ตนก็รู้สึกดีในระดับหนึ่ง เพราะเมื่อส่งสลิปค่ารักษาให้ เพียงไม่นาน เจ้าของตึกก็ได้โอนเงินค่ารักษาพยาบาลมาให้ทันที แต่จะต้องรอวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ที่จะต้องพา น.ส.อนิตญา เข้าเครื่องเอ็กซ์เรย์สมองอีกครั้งเนื่องจากมีเศษหินที่ทิ่มอยู่บริเวณในศรีษะ แต่ยังไม่สามารถเอาออกได้ และจะขอเจรจากับทางคู่กรณีอีกครั้งว่าจะเยียวอย่างไรบ้าง


ขณะที่นายเอกภพ กล่าวว่า ฝากถึงผู้ว่าฯชัชชาติ และผู้อำนวยการเขตสาทร ฝ่ายโยธาเขต อยากทราบว่าตอนที่มีการขออนุญาตปรับปรุงอาคารเจ้าหน้าที่ได้มีการมาตรวจสอบหน้างาน ก่อนหรือไม่ และหากไม่ได้มาตรวจสอบเจ้าหน้าที่เองจะมีความผิดด้วยหรือไม่ และเจ้าของอาคารดังกล่าว ต้องมาคอยดูแลผู้บาดเจ็บด้วย ไม่ใช่เฉพาะแค่รักษาพยาบาล ควรจะมีจิตสำนึกมากกว่านี้ด้วย


ข่าวแนะนำ

กองทัพบก-ม.แม่ฟ้าหลวง-ซีพี-ซีพีเอฟ ร่วมภารกิจส่งอาหารจากใจ
© COPYRIGHT 2025 ROOM44 บริษัท นิวส์รูม 2020 จำกัด