Logo
variety iconlive icon
NewsPolitics

Politics

Latest update :2026 Apr 03 :: 04:12
"อนุทิน" เขี้ยวมาก! "อ.จ๊ะ" แฉมื้อเที่ยงลับทำเนียบ "เชนกล้าขอ หนูกล้าให้" จ่อคุมหัวเรือใหญ่ กำกับดูแล ก.เกษตร
Politics2026 Apr 03 :: 02:03

"อนุทิน" เขี้ยวมาก! "อ.จ๊ะ" แฉมื้อเที่ยงลับทำเนียบ "เชนกล้าขอ หนูกล้าให้" จ่อคุมหัวเรือใหญ่ กำกับดูแล ก.เกษตร

"อนุทิน" เขี้ยวมาก! "อ.จ๊ะ" แฉมื้อเที่ยงลับทำเนียบ "เชนกล้าขอ หนูกล้าให้" จ่อคุมหัวเรือใหญ่ กำกับดูแล ก.เกษตร ลั่น แทน “ศุภจี” เฉือดนิ่มๆ ‘หยิบเผือกร้อนต้องคุมให้ได้’วันที่ 3 เม.ย. 2569 รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิชาการ และนักวิเคราะห์การเมือง ให้สัมภาษณ์กับทาง TheRoom44 ถึงการไปทานข้าวเที่ยงที่ทำเนียบรัฐบาลระหว่าง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรี และรมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ว่าที่รมว.แรงงาน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เมื่อวานนี้ (2 เม.ย.69) ว่า การไปทานข้าวเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่เคยเป็นธรรมเนียบปฏิบัติ ที่พรรคร่วมรัฐบาลจะเข้าไปรับประทานอาหารตึกไทยคู่ฟ้า ช่วงแบ่งงานกำกับดูแลของรองนายกรัฐมนตรี สิ่งที่น่าสนใจคือ การไปทานข้าวครั้งนี้ ขาดคนสำคัญอย่างนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปได้อย่างไร เพราะการเข้าไปในครั้งนี้ทางฝ่ายเพื่อไทย ที่ขอเข้าไปคุยเอง เพื่อที่จะขอให้ นายยศชนัน ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี เพื่อให้กำกับแล กระทรวงเกษตร เพื่อที่จะไม่ต้องให้นายสุริยะ อยู่ภายใต้การดูแลของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รองนากรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เรียกว่านายกฯ ปกป้องศุภจีสุดฤทธิ์“งานนี้ นายกฯอนุทิน ใจใหญ่ 'เมื่อเพื่อไทยกล้าขอก็กล้าให้ แต่ก็เขี้ยวมากเช่นกัน เพราะในสถาการณ์เช่นนี้ เพื่อไทยต้องคิดให้หนัก เนื่องจากการที่จะเอาหัวใหญ่ของกระทรวงเกษตร ไปครอบครองต้องดูทั้งหมด ต้องแก้ปัญหาให้พี่น้องรากหญ้าให้ได้ เพราะวิกฤตครั้งนี้ไม่กระทรบกับคนเมืองเท่าไหร่ แต่กระทบพี่น้องเกษตรกรชาวชวนชาวไร่ ถ้าทำไม่ได้ ก็โดนด่าชัวร์ อย่างไรก็ตามงบทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับกระทรวงการคลัง และนายกฯถ้าฝ่ายน้ำเงินไม่เอาด้วย ฝ่ายแดงจะเบิกงบไปใช้ได้อย่างไร เมื่อคุณหยิบเผือกร้อน คุณก็ต้องคุมมันให้ได้“อ.ธนพร กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

Politics2026 Apr 02 :: 13:07

“คริส” เผย ตกใจ-เสียใจ-กลัว บอก “ปกรณ์วุฒิ” โทรเคลียร์ ปมชี้นิ้วคุกคาม ยันเดินหน้ายื่นจริยธรรมต่อ

“คริส” เผย ตกใจ-เสียใจ-กลัว บอก “ปกรณ์วุฒิ” โทรเคลียร์ ปมชี้นิ้วคุกคาม ยันเดินหน้ายื่นจริยธรรมต่อวันที่ 2 เม.ย. 2569 นายคริส โปตระนันท์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ เปิดเผยกับ The Room 44 ว่า นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.)ได้โทรศัพท์ติดต่อมาพูดคุย กรณีชี้นิ้วคุกคามในห้องประชุมสภาฯ โดย นายคริส ระบุว่า นายปกรณ์วุฒิ ได้โทรมาบอกว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้มีอะไร ไม่ได้ตั้งใจจะไปหาเรื่อง โทรมาไม่ได้จะต่อความยาว พร้อมกับยืนยันว่าเป็นการเดินไปคุยเป็นเรื่องปกติของวิป แต่ตนก็ได้ปฏิเสธไปว่าตนไม่ได้อยู่ในวิป“ผมยืนยันกับนายปกรณ์วุฒิ ว่าขอให้เป็นไปตามกระบวนการดีกว่า โดยน่าจะยื่นจริยธรรมต่อไป ขอให้นายปกรณฺ์วุฒิ รอไปชี้แจงเอา ผมยอมรับ ตกใจ เสียใจ และรู้สึกกลัว กับการกระทำดังกล่าว การที่บอกเดินมาหา แล้วบอกว่าเป็นเรื่องปกติ ก็เป็นมุมของ นายปกรณ์วุฒิ แต่ในมุมของผมมองว่าไม่ใช่เรื่องปกติ เพราะมีการเดินมาหาแบบนี้เกือบจะเป็นครั้งที่ 3 แล้ว วันนี้มีความรุนแรงขึ้น มีการกวักมือเรียก ท้าทายอย่างชัดเจน หลังจากนี้ให้เป็นไปตามกระบวนการต่อไป”

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

Politics2026 Apr 02 :: 12:18

'ปกรณ์วุฒิ' อธิบายละเอียด หลังโดน 'คริส' กล่าวหาชี้นิ้วคุกคามในสภาฯ ยันเดินไปคุยเป็นเรื่องปกติของวิป

'ปกรณ์วุฒิ' อธิบายละเอียด หลังโดน 'คริส' กล่าวหาชี้นิ้วคุกคามในสภาฯ ยันเดินไปคุยเป็นเรื่องปกติของวิป ซัดเล่าเท็จปมระวังตัวไว้ให้ดี ชี้แค่พยายามเล่นใหญ่ ต่อไปคงไม่คุยด้วยอีกวันที่ 2 เม.ย. 2569 นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ผ่าน X เล่าเหตุการณ์กรณีถูกนายคริส โปตระนันท์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ แถลงกล่าวหาว่าถูกเข้าไปชี้นิ้ว คุกคามในห้องประชุมสภาฯ ว่าในฐานะที่เป็นวิป (คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วม) การเดินเข้าไปคุยกับพรรคอื่น ถึงที่นั่งของพรรคนั้น ๆ เป็นเรื่องที่ปกติมาก ๆ ที่ก็ทำอยู่ตลอด แทบจะทุกวันที่มีการประชุมสภาและในหลาย ๆ ครั้ง ที่มีการประท้วงกันไปมา หรือพูดอะไรที่ทำให้ไม่พอใจกัน หรือไม่เป็นไปตามข้อตกลง ทุกครั้งก็ใช้วิธีเดินไปถาม และบอกแบบตรงไปตรงมา และถามว่าทำไมถึงต้องมาประท้วงกันประเด็นหยุมหยิมแบบนี้ หรือทำไมถึงไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่คุยกันในวิปนายปกรณ์วุฒิ ระบุว่า เพราะคิดว่าบางเรื่องไม่จำเป็นต้องใช้เวลาสภามาตอบโต้กัน การเดินไปคุยกันส่วนตัว พูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา และทำความเข้าใจกัน หลายครั้งก็จบด้วยการขอโทษขอโพยกัน หลังมีการปะทะคารมกัน ด้วยซ้ำ นี่ก็เป็นเรื่องปกติมากๆ ที่เกิดขึ้นในสภาเช่นกันประเด็นในวันนี้ ที่เดินไปคุยด้วย คือต้องการทำความเข้าใจว่า ในเหตุการณ์ไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง ที่ทางพรรคดังกล่าว พยายามจะตั้งใจขัดจังหวะ พรรคประชาชน โดยเฉพาะ และไม่เคยประท้วงในลักษณะเดียวกันกับ สส พรรคอื่นๆเลย ตนจึงพยายาม ที่จะเข้าไปบอกว่า การตั้งใจประท้วงขัดจังหวะ เฉพาะพรรคใดพรรคหนึ่งแบบนี้ จะทำให้การประชุมไม่เป็นไปอย่างราบรื่น และ ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนสมาชิก จะเป็นบรรยากาศที่ไม่ดีและบอกว่า ถ้าหากคุณตั้งใจทำแบบนี้ แล้วทางพรรคประชาชน ทำแบบนี้กับทางพวกคุณทุกครั้งที่คุณอภิปรายบ้าง คุณก็คงไม่พอใจเช่นกัน ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการใช้ chat GPT หรือประเด็นเนื้อหาการอภิปรายใดๆเลยทั้งสิ้น "การเดินไปหาทาง สส.กลุ่มดังกล่าว ผมเว้นระยะห่าง อย่างน้อย 1แถว เพื่อพูดคุย สิ่งที่เกิดขึ้นจากนั้น คือ ทาง สส.ทั้ง3คน ลุกขึ้นยืน เดินออกมาจากที่นั่ง และพยายามส่งเสียงโวยวายจึงทำให้มีเพื่อนๆ สส.ท่านอื่น เดินเข้ามาห้ามปรามทั้งทางผม และ ทาง 3คนนั้น ทั้งที่จริงๆยังไม่มีเหตุการณ์ที่จะใกล้เคียงการปะทะใดๆกันเลย. ซึ่งภาพที่ปรากฎออกมา อาจทำให้หลายๆคนเข้าใจไปอีกแบบ ผมต้องย้ำว่า การเดินไปคุยกับพรรคใดๆ ถึงที่นั่งของพรรคนั้นๆ เป็นเรื่องปกติมากๆ ในสภา"นายปกรณ์วุฒิ ระบุนายปกรณ์วุฒิ ระบุอีกว่าสิ่งที่คิดว่าทำให้เสียหาย คือการกล่าวหาว่าตนพูดว่า “ระวังตัวไว้ให้ดี”และกล่าวหาอีกด้วยว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พูดคำนี้ ซึ่งการกล่าวหานี้ เป็นความเท็จโดยสิ้นเชิง สำหรับตนเหตุการณ์นี้ไม่มีสาระอะไร เพราะเป็นสิ่งที่คนเป็นวิป ทำกันเป็นปกติ แต่มีคนพยายามจะ "เล่นใหญ่" เท่านั้นเองและจากนี้ จะได้รับทราบว่า ทางพรรคดังกล่าวไม่ยินดีที่จะมีการพูดคุยเจรจาใด ๆ กัน ทางวิปจะได้ยึดถือแนวทางนี้ในการทำงาน แต่เราก็ยังยินดี ที่จะเดินไปสอบถาม เจรจา หรือ พูดคุยทำความเข้าใจกับพรรคอื่น ๆ ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน เช่นเดิม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

พรรคเศรษฐกิจ อ้าง “ปกรณ์วุฒิ” ลากพวกปรี่เดินหาถึงที่นั่งในที่ประชุมสภาฯ ขู่ระวังตัวให้ดี
Politics2026 Apr 02 :: 11:15

พรรคเศรษฐกิจ อ้าง “ปกรณ์วุฒิ” ลากพวกปรี่เดินหาถึงที่นั่งในที่ประชุมสภาฯ ขู่ระวังตัวให้ดี

ใจเย็นวัยรุ่น! พรรคเศรษฐกิจ โพสต์ สส.ปชน.หาเรื่อง สส.พรรคเศรษฐกิจ ถึงที่นั่งในที่ประชุมสภาฯ หลัง “คริส” ซัด สส.ปชน.สามล้อถูกหวย ใช้เเชตจีพีทีทำอภิปรายแล้วยังท่องไม่ได้ - อ้าง “ปกรณ์วุฒิ”ลากพวกปรี่เดินหา ขู่ระวังตัวให้ดีวันที่ 2 เม.ย. 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาฯ ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณารับทราบรายงานหลายฉบับ บรรยากาศเป็นไปอย่างราบเรียบตลอดทั้งวัน จนกระทั่งช่วงเย็นเวลาประมาณ 16.00 น. ที่ประชุมกำลังพิจารณารับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ 30 ก.ย.2567 ได้เกิดการปะทะคารมกัน ระหว่าง สส.พรรคปชน.กับ สส.พรรคเศรษฐกิจ นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ลุกขึ้นประท้วง นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรค ปชน. ทำผิดข้อบังคับประชุมสภาฯ โดยนายคริส กล่าวว่า เชื่อ ว่าขณะนี้ประชาชนมีปัญหากับ สภาฯแห่งนี้มีปัญหากับนักการเมืองที่เขาเลือกเข้ามา ทำงานคุ้มค่าเงินภาษีหรือไม่ เข้ามาแล้วใช้แชทจีบีที เขียนอภิปราย หรือเปล่า ใช้แชทจีบีทีแล้วยังท่องไม่ได้ แล้วเข้ามาอภิปรายในสภาฯอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ทำงานคุ้มค่าภาษีที่ประชาชน จ่ายหรือไม่ บางคนเป็นสามล้อถูกหวย เกาะพรรคเข้ามา ไม่เก่งไม่มีความเก่ง ไม่ได้มีความเป็นตัวเอง แต่ท่านได้เข้ามาสู่สภาฯ ต้องตระหนักว่า ทำงานให้คุ้มภาษีไหม ได้สิทธิมากเกินกว่าประชาชนทั่วไปหรือไม่โดยนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน.ลุกขึ้นกล่าวสวนว่า อาจจะไม่เป็นการเหมาะเท่าไหร่ที่เพื่อนสมาชิกด้วยกันดูถูกเพื่อนสมาชิกว่า เป็นสามล้อถูกหวย ให้เกียรติกันในฐานะเป็นสมาชิกเท่ากันดีกว่าอย่างน้อยๆ พวกเรา ก็ไม่หลอกพลเอกให้ไปหาเสียง แล้วเข้ามาเป็นสส.กันอยู่3 คน ด้าน นางมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ ต้องพยายามไกล่เกลี่ย ให้สมาชิกทุกคนพูดในขอบเขตการอภิปราย ตามข้อบังคับการประชุม อย่าดูถูกกันเอง ก่อนให้นายนายภัณฑิล ได้อภิปรายจนจบ ต่อมา เวลา 16.48 น.เพจเฟซบุ๊ก พรรคเศรษฐกิจ โพสต์ข้อความ ว่า สส.พรรคปชน.หาเรื่อง สส.พรรคเศรษฐกิจ ถึงที่นั่งในที่ประชุมสภาฯอ้าง “ปกรณ์วุฒิ”ลากพวกปรี่เดินหา ขู่ระวังตัวให้ดีต่อมาเวลา 17.25 น. ที่รัฐสภา นายคริส โปตะนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ แถลงข่าวว่า ตนจำเป็นต้องแถลง เหตุเกิดขึ้นเมื่อ 5 นาทีที่แล้ว ในห้องประชุมสภาฯ ซึ่งตนประท้วง สส.พรรคปชน.ว่าการอภิปรายไม่ควรอ่านสคริปต์ ในที่ประชุม เพราะประชาชน จะเบื่อและไม่มีใครฟัง อภิปรายเสร็จแล้วและนั่งลง นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคปชน. ไม่จบ เดินปรี่เข้ามาที่นั่งของตน นายปกรณ์วุฒิปรี่เข้ามาคนแรก หลังจากนั้นตามมาอีก 10 คน มีการชี้หน้าตนหลายรอบ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตนยังตกใจอยู่เลย เหมือนกับถามประมาณว่าระวังตัวให้ดี และ สส.ภัณฑิล พูดใส่ไมค์ว่า คุณ สส.สมัยแรก ก็พองอย่างนี้แหละตนเห็นว่าการเมืองที่สร้างสรรค์สามารถเล่นตามกติกาได้ พูดคุยกันได้ แต่ถ้ามีลักษณะปรี่เข้ามานอกรอบหลังอภิปราย ตนรู้สึกถึงการคุกคามทางร่างกายและเสรีภาพ เพราะมี สส.พรรคปชน. มาจับแขนตนด้วย จึงบอกว่าอย่าจับทำให้ตนตกใจ“ดังนั้น พวกผมจะรวบรวมพยานหลักฐานการกระทำดังกล่าวของนายปกรณ์วุฒิว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนจริยธรรมหรือไม่ เพราะหากทำผิดจริง จะต้องระวังโทษ ส่วนกฎหมายบ้านเมืองจะดูว่าเข้าองค์ประกอบหรือไม่ หากสื่อมวลชนถ่ายไว้ ขอให้ส่งมาที่พรรคเศรษฐกิจ เพื่อใช้เป็นหลักฐาน” นายคริส กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ภัณฑิล” ฟาด หลังสภาใช้งบซื้อกล้อง 4K ตัวละ 11.6 ล้าน เรียกร้อง “รองปธ.สภา” ดูให้ชัดว่าจำเป็นหรือไม่
Politics2026 Apr 02 :: 09:42

“ภัณฑิล” ฟาด หลังสภาใช้งบซื้อกล้อง 4K ตัวละ 11.6 ล้าน เรียกร้อง “รองปธ.สภา” ดูให้ชัดว่าจำเป็นหรือไม่

“ภัณฑิล” ฟาด หลังสภาใช้งบซื้อกล้อง 4K ตัวละ 11.6 ล้าน ชี้ ปัญหาไม่ใช่ความคมของภาพแต่คือความเป็นธรรม เรียกร้อง “รองปธ.สภา” ดูให้ชัดว่าจำเป็นหรือไม่ ซัด อย่าอ้างฝ่ายค้านซื้อของแพง ย้ำ รัฐสภาต้องคมที่การตรวจสอบไม่ใช่ภาพลักษณ์วันที่ 2 เม.ย. 69 ที่ รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวถึง กรณีที่สำนักข่าวอิศรา เผยแพร่ข่าวว่ารัฐสภามีการจัดซื้อกล้องโทรทัศน์สตูดิโอ 4k ตัวละ 11.6 ล้านบาท โดยในรายการระบุว่าไม่เพียงพอต่อการจัดมุมภาพของผู้อภิปราย โดยเฉพาะมุมภาพของสส.พรรคฝ่ายค้านที่น้อยกว่าพรรคฝ่ายรัฐบาล หวั่นว่าจะเกิดความเคลือบแคลงสงสัยถึงความเป็นกลางทางการเมืองและการเลือกปฏิบัติ ว่า ตนก็เอะใจ เพราะตนก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการงบประมาณปี 69 ว่าตนตัดรายการนี้ทิ้งไปหรือไม่ จนเพื่อนสมาชิกมาบอกให้ตนกลับไปตรวจสอบรายการนี้ ซึ่งในรายงานระบุว่าชำรุดและขอทดแทน แต่ครั้งนี้บอกว่าอาจไม่เป็นธรรมกับฝ่ายค้าน จึงอยากออกมาปกป้องตัวเอง ว่าเรากลายเป็นต้นเหตุหรือไม่ที่ต้องมีการจัดซื้อกล้องใหม่ ตัวละ 11.6 ล้านบาท โดยอยากถามว่าปัญหาที่แท้จริงอยู่ตรงไหน ภาพละเอียดไม่พอ หรืออยู่ที่ระบบการนำเสนอทางการเมืองที่ไม่เป็นธรรม สัดส่วนเวลา เช่นการอภิปรายสามารถหยิบขึ้นมาในการแบ่งเวลาของฝ่ายค้านและรัฐบาล หรือประชาชนยังเห็นสูทของ สส.ไม่ชัดพอ แต่ที่จริงแล้วสาระอยู่ที่การอภิปราย ไม่ได้อยู่ที่มุมกล้องสวยพอหรือไม่ ถ้าปัญหาคือความไม่เป็นธรรมทางการเมือง ก็ต้องแก้ที่กติกา ระบบ ไม่ใช่กระโดดไปซื้ออุปกรณ์ราคา 11.6 ล้านบาท"รัฐสภาไม่ใช่สตูถ่ายรายการ สิ่งที่ต้องคมที่สุด คือการตรวจสอบ ไม่ใช่ความละเอียดของภาพ นิติบัญญัติไม่ใช่งานโชว์ ภาพ 4K แต่การตรวจสอบรัฐบาลด้วยความจริงที่ลึกถ้าวันนี้เราใช้งบประมาณแผ่นดิน ทำให้ภาพของผู้มีอำนาจคมขึ้น แต่ยังไม่ตอบให้ชัดว่าประชาชนได้ประโยชน์อะไรอย่างแท้จริง คำถามคือเงินภาษีถูกใช้ เพื่อเนื้อหาและเพื่อภาพลักษณ์อะไรกันแน่ คำถามนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กเพราะกล้องที่กำลังจะจัดซื้อ เป็นชนิด 4k สเปคสูง เลนส์ซูมไม่น้อยกว่า 45 เท่า เป็นการแก้ไขปัญหาแบบพอเพียงหรือต้องการอัพเกรดในพื้นที่อำนาจ " นายภัณฑิล กล่าวนายภัณฑิล กล่าวว่า จึงอยากเรียกร้องไปยังรองประธานสภาฯที่ดูแลเรื่องนี้ ว่ามีความจำเป็นขนาดนั้นหรือไม่ ดังนั้นต้องตอบเรื่องนี้ให้ชัด ไม่ใช่เอะอะซื้อกล้อง ต้องเปิดให้เห็นว่าปัญหาอยู่ตรงไหน เสียกี่จุด บอดกี่มุม ใช้งานไม่ได้จริงหรือไม่ มีทางเลือกอื่นที่ถูกกว่าหรือไม่ และทำไมถึงไม่เลือกจากการจัดผังกล้องที่มีอยู่ ให้เพิ่มเฉพาะจุดแก้ไขระบบควบคุม หากภาพประชาธิปไตยต้องใช้เงิน 11.6 ล้านบาท เพื่อให้มุมกล้องสวยขึ้น แสดงว่าเราน่าจะเข้าใจคำว่าประชาธิปไตยผิด เพราะรัฐสภามีหน้าที่ทำให้เสียงประชาชนถูกได้ยิน ไม่ใช่ภาพของผู้มีอำนาจที่คมชัดนายภัณฑิล กล่าวอีกว่า อย่าเอาฝ่ายค้านมาอ้างซื้อของแพง ฝ่ายค้านไม่ได้ขอเลนส์แพง ฝ่ายค้านขอความเป็นธรรม เรื่องเวลาในการอภิปราย ถ้าจะเป็นธรรมคือหลักการการจับภาพ มาตรฐานการสลับภาพ ไม่ใช่โยนไปงบ 11.6 ล้านบาท คำถามสุดท้ายคือถ้าจะใช้เงินภาษี เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงรัฐสภาจริงๆ ทำไมไม่เร่งทำสรุปสาระ ทำคลิปคำอภิปรายให้ค้นหาง่าย และทำไมไม่เร่งการเปิดให้ถ่ายทอดสดห้องกรรมาธิการเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบเชิงลึก แต่เลือกมาซื้อกล้อง 4k ในห้องประชุมใหญ่ สภาควรเป็นสถานที่ที่มีความคมที่สุด ไม่ใช่สถานที่ที่มีภาพคมที่สุด หากยังแยกไม่ออก วันหนึ่งเงินภาษีประชาชนจะถูกใช้ไม่ใช่สาระเพื่อการตรวจสอบ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ภัทรพงษ์” ชี้วิกฤตฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่แค่ภาคเหนือแต่กระทบทั้งประเทศ  จี้ “นายกฯ” แจงให้ชัด
Politics2026 Apr 02 :: 09:01

“ภัทรพงษ์” ชี้วิกฤตฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่แค่ภาคเหนือแต่กระทบทั้งประเทศ จี้ “นายกฯ” แจงให้ชัด

“ภัทรพงษ์” ชี้วิกฤตฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่แค่ภาคเหนือแต่กระทบทั้งประเทศ จี้ “นายกฯ” แจง ให้ชัด ปม พ.ร.บ. อากาศสะอาด จะเอาอย่างไร ลั่น อย่าเอาลมหายใจประชาชนมาเล่นการเมือง ฟาด “ศุภชัย” คัดค้านแบบไร้เหตุผล ตอนอยู่ใน กมธ.กลับไม่เคยพูด ขู่ ฟ้อง ม.157 ผู้ว่าฯ 9 จ.ภาคเหนือ หากไม่ประกาศภัยพิบัติฝุ่นเหนือวันที่ 2 เม.ย. 69 ที่รัฐสภา นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ พรรคประชาชน แถลงข่าวเรียกร้องรัฐบาลให้แสดงจุดยืนต่อการผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด โดยระบุว่า หลังเมื่อวานนี้ (1 เมษายน) ได้มีการยื่นญัตติด่วนเรื่องวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือที่รุนแรง และกระทบไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศตลอดทั้งปีนายภัทรพงษ์ชี้ว่า ปัญหานี้ไม่ใช่แค่ของคนเหนือ แต่คือของประเทศไทย เพราะทุกคนใช้ลมหายใจเดียวกัน จึงเรียกร้องให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด เพราะรับทราบมาว่า ทางรัฐบาลได้ตกลงกันแล้วว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะไปอย่างไรต่อดังนั้น หลังจากตนเองอภิปรายไปเมื่อวานว่า หาก พ.ร.บ. อากาศสะอาด จะได้ไปต่อ ขอให้ตัวแทนของรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้ลงขื่อเข้าประชุมสภาฯ เมื่อวาน ได้ยืนยันในที่ประชุม แต่นายสุชาติก็ไม่ได้ชี้แจง ซ้ำยังให้สัมภาษณ์ว่า หากประกาศเป็นเขตภัยพิบัติไปแล้ว จะกระทบกับการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเรื่องน่าขันมาก เพราะจะประกาศหรือไม่ประกาศ ก็กระทบการท่องเที่ยวอยู่ ขอให้นายสุขาติไปถามผู้ประกอบการได้ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงแค่ไหนแล้วนายภัทรพงษ์ระบุว่า ความคืบหน้าเรื่องร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ต้องการฟังจาก นายอนุทินหรือตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ใช่ฟังจาก นายศุภชัย ใจสมุทร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งอาจจะอ้างภายหลังด้วยเทคนิคทางการเมืองว่า พูดในนาม สส. ไม่ได้พูดในนาม ครม. ซ้ำสิ่งที่นายศุภชัยพูดทำให้ตนเองผิดหวัง เพราะนายศุภชัยเป็นที่ปรึกษา กมธ. ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด อยู่ และยังเป็นอนุกรรมาธิการซึ่งร่างเนื้อหา 300 มาตราดังกล่าว“แต่น่าเสียดาย ระหว่างเวลาที่ประชุม ผมไม่เคยได้ยินเสียงคุณศุภชัยเลย และแทบจะจำหน้าคุณศุภชัยในที่ประชุมไม่ได้ด้วยซ้ำ น่าเสียดายจริงๆ ว่าในโอกาสที่คุณศุภชัยมีเวลาทำงาน ผมกลับไม่เห็นข้อขัดแย้งเหล่านี้ และผมกังวลว่าจะทำให้คุณศุภชัยดูแย่เอง เพราะหลายข้อขัดแย้งที่ยกมาดูไร้เหตุผลมากๆ” นายภัทรพงษ์กล่าวเช่น นายศุภชัยยกเหตุผลว่า Emission Trading ไม่สามารถทำได้จริง แต่คุณศุภชัยกลับไม่รู้ว่าในร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ที่ผ่านมติ ครม. ก็มีเรื่องนี้อยู่เช่นกัน ถ้าคุณศุภชัยนำเรื่องนี้มาพูดในที่ประชุม ก็จบไปนานแล้ว ทำให้ตนเองเป็นห่วง มีใครพยายามจะถ่วงร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด หรือไม่ ถ่วงไปเรื่อยๆ ให้จบภายในวันที่ 13 พฤษภาคม ซึ่งจะครบ 60 วัน ที่ ครม. จะสามารถร้องขอให้นำกลับมาพิจารณาต่อได้“คุณอนุทินต้องออกมาพูดให้ชัดเจนว่า จะเอาอย่างไรกับร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ลมหายใจของประชาชนไม่ใช่สิ่งที่คุณจะมาเล่นการเมือง เอาให้ชัดๆ ตรงไปตรงมากับประชาชน ซึ่งพรรคประชาชนก็เตรียมที่จะยื่นร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด เข้าสู่สภาฯ ใหม่ ในกรณีที่พรรคภูมิใจไทยไม่เห็นความสำคัญของลมหายใจประชาชน” นายภัทรพงษ์ระบุนายภัทรพงษ์ประเมินว่า สาเหตุที่มีฝ่ายพยายามเตะถ่วงร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด เพราะมีข้อที่หลายฝ่าย เช่นที่นายศุภชัยยกมาว่า จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากฝ่ายผู้ประกอบกิจการ ซึ่งกลุ่มภาคอุตสาหกรรมก็มีการยกข้อนี้ขึ้นมา ซึ่งตนเองก็ได้ชี้แจงไปนานแล้ว ว่าเราเก็บค่าธรรมเนียมจริง หากเป็นการประกอบกิจการที่ปล่อยมลพิษทางอากาศตามมาตรฐาน หากคุณเป็นโรงงานที่ไม่ต้องการเข้าเกณฑ์เหล่านี้ เพราะมองว่าการเพิ่มต้นทุนเพื่อลมหายใจประชาชนไม่คุ้ม แต่ตนเองมองว่าเป็นผลประโยชน์ของประชาชน เพราะสิ่งสำคัญที่สุดสิ่งแวดล้อม“ผมมองว่าจะใช้คำไหนก็ได้ จะใช้คำว่าเอื้อนายทุน ก็สามารถตีความแบบนั้นได้ จะใช้คำว่าเอื้อภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจเอกชน ก็สามารถใช้คำนั้นได้ แต่จุดประสงค์ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ คือเราจะยืนข้างประชาชน เพื่อลมหายใจของประชาชน และแน่นอนเรามองถึงผลกระทบของภาคธุรกิจด้วย จึงกำหนดเรื่องการละเว้นค่าธรรมเนียมไว้อยู่แล้วในร่าง พ.ร.บ. ถ้าหากอ่านดีๆ เชื่อว่ามีจุดดี บางส่วนอาจกระทบภาคธุรกิจ แต่ก็เปิดช่องให้ธุรกิจสีเขียวละเว้นได้”สำหรับกรณีนายกรัฐมนตรีเพิ่มอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือแก้ปัญหาไฟป่านั้น นายภัทรพงษ์กล่าวว่า การสั่งผู้ว่าฯ ให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเรื่องไฟป่า โดยที่เราไม่ได้มีงบประมาณให้เขา และการประกาศเขตภัยพิบัตินั้น หากนายกรัฐมนตรีระบุไปเลยว่า ขณะนี้ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบนเข้าเกณฑ์แล้ว ผู้ว่าฯ ต้องประกาศเขตภัยพิบัติ เชื่อว่า ผู้ว่าฯ ไม่มีใครไม่ประกาศ คำถามคือทำไมถึงไม่ประกาศ การที่เราสั่งอย่างเดียว ขู่อย่างเดียวว่า ต้องจัดการไฟป่า แต่ไม่ได้ทำจริงเลย ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรกับประชาชนในภาคเหนือ นายกรัฐมนตรีสามารถระบุให้ผู้ว่าฯ ประกาศได้เลยเพราะเข้าหลักเกณฑ์แล้วหากยังไม่ประกาศ ตนเองและภาคประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ เตรียมยื่นฟ้องมาตรา 157 ต่อผู้ว่าฯ แล้ว เพราะมีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างชัดเจน และหากประกาศเขตภัยพิบัติ จะสามารถใช้งบฉุกเฉิน 9 จังหวัด รวมกับทุกกระทรวง 1,020 ล้านบาท จะสามารถจัดการปัญหานี้ได้ทั้งต้นตอและปลายทางคือสุขภาพของประชาชน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อนุทิน” กร้าว ไม่มีทางเห็นใครดีกว่า ปชช. ซัดคนขายน้ำมันต่างชาติเลว บอกไม่ต้องให้กำลังใจ "พิพัฒน์" ชี้ทำงานอย่างเดียว
Politics2026 Apr 02 :: 08:34

“อนุทิน” กร้าว ไม่มีทางเห็นใครดีกว่า ปชช. ซัดคนขายน้ำมันต่างชาติเลว บอกไม่ต้องให้กำลังใจ "พิพัฒน์" ชี้ทำงานอย่างเดียว

“อนุทิน” กร้าว ไม่มีทางเห็นใครดีกว่า ปชช. ซัดคนขายน้ำมันต่างชาติเลว บอกไม่ต้องให้กำลังใจ "พิพัฒน์" ชี้ทำงานอย่างเดียววันที่ 2 เม.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ว่าขณะนี้อยู่ที่การนำเสนอของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง รัฐบาลพยายามหาทุกช่องทางที่จะลดภาระประชาชน และต้องสร้างความมั่นใจว่าจะดูแลไม่ให้เกิดการกักตุน เนื่องจากมีหลายปัจจัย เช่นปัจจัยด้านราคาน้ำมัน ที่พอถูกกว่ามาเลเซียจะมีการนำน้ำมันไปใช้ในพื้นที่อื่น ดังนั้นต้องหาจุดสมดุลที่ดี เมื่อถามว่าขณะนี้รัฐบาลจำเป็นจะต้องออกพ.ร.ก.กู้เงินหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า นี้รัฐบาลจะใช้ทุกวิถีทาง แต่ต้องดูเรื่องวินัยการเงินการคลัง ซึ่งมีหลายองค์ประกอบ โดยมีเป้าหมายคือประชาชน และต้องมั่นใจก่อนว่าที่มีข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลอุ้มนายทุน หรือ อุ้มธุรกิจ ขอยืนยันว่าตนสำนึกอยู่เสมอว่าที่มาได้เพราะประชาชน ไม่มีทางแม้แต่จะคิดว่าจะเห็นคนอื่นดีกว่าประชาชน ขอพูดให้ไม่เช่นนั้นจะมีคนพูดเยอะแยะไปหมด เอาไปโพสต์ทำให้เกิดความสับสนเราสำนึกเป็นอย่างดี ว่ามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ใครเลือกเรา จำไว้เลยว่าไม่มีทางที่ตนจะเห็นใครดีกว่าประชาชนซัดคนขายน้ำมันต่างชาติเลวเมื่อถามถึงการจับกุมเรือที่อยู่ในกระบวนการลักลอบขนน้ำมันไปขายกัมพูชา นายอนุทิน กล่าวว่า เราตั้งหน่วยไล่ล่าพวกกักตุนที่ฉวยโอกาสขึ้นราคาและลักลอบนำออกไปขาย ขอยืนยันว่าเราจะดำเนินคดีอย่างเต็มที่เพราะถือว่าคนเหล่านี้เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ เมื่อถามว่าการลักลอบขายน้ำมันให้กัมพูชา รู้ตัวหรือไม่ว่าเป็นใคร นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการแล้ว เมื่อถามย้ำว่าเปิดเผยข้อมูลได้หรือไม่ว่าเป็นใคร นายอนุทิน กล่าวว่ามีเป็นในรูปบริษัท ซึ่งช่วงบ่ายวันนี้ (2 เม.ย.) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม จะมารายงานให้ตนทราบ ซึ่งทราบว่า ขณะนี้มีการสนธิกำลังระหว่างตำรวจและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) รวมถึงทหารในการทำงานร่วมกัน เมื่อถามว่าการดำเนินการแบบนี้ทั้งนี้ในการลักลอบนำน้ำมันไปขายต่อที่กัมพูชาถือว่าเป็นข้อหาหนักหรือไม่ นายอนุทิน หันมาตอบเพียงว่า “ก็เลวอ่ะครับ” ส่วนเรียกว่าขายชาติได้หรือไม่ นายอนุทินพยักหน้ารับ เมื่อถามถึงปริมาณที่ลักลอบนำออกไป นายอนุทิน กล่าวว่าต้องขอดูก่อนต้องใช้เวลา ตัวเลขที่มาแต่ละที่ต้องมานั่งปรับจูนกัน เพื่อให้ตัวเลขเหมือนกันให้ได้ ส่วนที่ขณะนี้โลกโซเชียลตำหนิเยอะจะบริหารความรู้สึกอย่างไรนั้น ตนรับฟังหมด นายกฯเป็นคนสาธารณะ เปิดโอกาสให้ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์ได้บอกไม่ต้องให้กำลังใจ ”พิพัฒน์“ ชี้ทำงานอย่างเดียวเมื่อถามว่าไม่เครียดใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องบริหารให้ได้ จะบอกว่าอ่านแล้วยิ้มไม่รู้สึกอะไรไม่ได้หรอก แต่ที่รู้สึกไม่ได้เพราะเป็นสิทธิ์ของประชาชนที่จะแสดงความคิดเห็น แต่อย่างที่บอกว่าทุกคำวิพากษ์วิจารณ์จะมีข้อแนะนำ เมื่อถามว่าจะให้กำลังใจ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม อย่างไรบ้าง เนื่องจากขณะนี้กระแสโซเชียลไม่ให้ไปเติมน้ำมันปั๊มพีที นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ต้องให้กำลังใจกันหรอก ทุกคนมาถึงสถานะนี้ได้ก็ต้องทำงานอย่างเดียว ถ้ามัวแต่ขอกำลังใจทำงานหน่อยก็เปลี่ยนดีกว่า ซึ่งไม่มีหรอก ไม่ต้องไปขอกำลังใจใคร ทำงานให้ถูกต้องอย่างเต็มที่ และทำงานเพื่อประชาชนก็ไม่ต้องไปขอกำลังใจจากใคร เมื่อถามถึงการทำงานของ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา โฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. สอบผ่านหรือไม่ นายอนุทิน การจะเป็นโฆษกไม่เกี่ยวข้องกับจะผ่านหรือไม่ผ่าน เพราะเขาไม่ได้คิดเอง แต่เป็นข้อมูลที่ได้รับรายงานจาก ศบก. ก็สื่อสารให้ประชาชนได้รับทราบ ของบางอย่างต้องทำงานอย่างเดียวให้ผลงานเป็นที่พิสูจน์ ซึ่งบางอย่างก็บอกไม่ได้ว่าเราจะดำเนินการอย่างไร เพราะเป็นข้อมูลและความลับทางราชการ แต่รับรองว่าทุกคนทำงานเต็มที่ และไม่มีใครในคณะรัฐมนตรีมีผลทับซ้อน จากสถานการณ์น้ำมันในขณะนี้ ตนยืนยันจริงๆ ขอให้มั่นใจได้ว่าไม่มี จะไม่พูดถึงขนาดว่าถ้ามีจะไม่เลี้ยงไว้ เพราะมันไม่มี ก็เลยไม่ต้องพูดคำอื่น และบ่ายวันเดียวกันนี้ (2 เม.ย.) นายพิพัฒน์ จะมารายงานงานอื่นๆของกระทรวงคมนาคม ซึ่งแน่นอนว่าจะมีการพูดคุยเรื่องสถานการณ์น้ำมันด้วย"อนุทิน" บอก "ฉัตรชัย" พบคุยเรื่องใต้เมื่อเวลา12.45น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณี ให้สัมภาษณ์กรณี มาหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้า ว่าเป็นการสรุปสถานการณ์ในภาคใต้ เนื่องจากพอเปลี่ยนรัฐบาลจะมีการเปลี่ยนคณะเจรจาต่างๆ รวมถึงพูดคุยสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง การรับมือผลกระทบต่างๆ และสถานะของประเทศไทยว่าต้องปฏิบัติอย่างไร จึงถือเป็นการรับทราบข้อมูล

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"สหัสวัต" ชี้ แรงงานต่างด้าวหลุดนอกระบบนับล้าน เหตุ ระบบราชการล่าช้า-ไร้ประสิทธิภาพ
Politics2026 Apr 02 :: 08:33

"สหัสวัต" ชี้ แรงงานต่างด้าวหลุดนอกระบบนับล้าน เหตุ ระบบราชการล่าช้า-ไร้ประสิทธิภาพ

"สหัสวัต" ชี้ แรงงานต่างด้าวหลุดนอกระบบนับล้าน เหตุ ระบบราชการล่าช้า-ไร้ประสิทธิภาพ จี้ “จุลพันธ์” ออกมติ ครม. ต่ออายุต่างด้าว – ระยะกลาง เลิกระบบขึ้นทะเบียนออนไลน์ พร้อม แก้กฎหมายใหญ่ให้ทันเศรษฐกิจโลกวันที่ 2 เม.ย. 2569 ที่ รัฐสภา นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน กล่าวถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างด้าวว่า ปัญหาหารขาดแคลนแรงงานได้ส่งผลกระทบต่อหลายระบบงาน ซึ่งจริงๆ ก็มีปัญหามาตลอด แต่ครั้งนี้มีปัญหามาก เพราะมีแรงงานต่างด้าวหลุดออกนอกระบบนับล้านคน ก่อนหน้านี้มีผู้ร้องเรียนมายังพรรคประชาชนจำนวนมาก รวมถึงรวมตัวกันไปร้องเรียนที่กระทรวงแรงงานหลายครั้ง ตนย้ำว่านี่ไม่ใช่ความผิดของนายจ้างหรือแรงงานเลย แต่เกิดจากระบบที่ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะเป็นปัญหาค้างท่อมาหลายรัฐบาลจากความยุ่งยากและความล่าช้าของกระบวนการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ทุกครั้งที่มีการต่ออายุแรงงานต่างด้าวไม่เคยทันตามกำหนด ต้องมีมติครม.ขยายเวลาทุกครั้งไป ไม่เคยแก้ที่ต้นเหตุนายสหัสวัต กล่าวว่า การจะได้แรงงานต่างด้าวมาทำงาน 1 คน ขั้นตอนแรกต้องยื่นขอโควตา จากกรมจัดหางานจังหวัด ขั้นที่ 2 ก็ยื่นบัญชีรายชื่แรงงานต่างด้าว (name List) ไปขอใบอนุญาตทำงาน ต้องตรวจร่างกาย ทำวีซ่า แล้วถึงจะมีการออกบัตรให้ทำงานได้ ซึ่งปัญหาตอนนี้ยุ่งยากขึ้นมาเพราะมีระบบ 2 + 2 คือทำงาน 2 ปีต่ออายุอีก 2 ปี แล้วปัญหารอบนี้คือกระบวนการต่ออายุ นอกจากประสบปัญหาเดิมๆ ทำให้ต้องออกมติครม.มารองรับ มีการตรวจสุขภาพแรงงานซ้ำซ้อน แต่โรงพยาบาลรัฐจำนวนมากไม่มีการประสานงาน ประสานข้อมูลระหว่างกระทรวงแรงงานและกระทรวงสาธารณสุข ทำให้ระบบไม่เชื่อมต่อกัน โรงพยาบาลก็ไม่ได้เตรียมบุคลากรให้เพียงพอ ทำให้นายจ้างจำนวนมากต้องพาแรงงานไปตรวจที่สถานพยาบาลเอกชน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายแพงขึ้น ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้กระทรวงแรงงานต้องเสนอครม.มีมติขยายเวลาแต่ละครั้งก็เพียง 1-2 เดือนซึ่งไม่เพียงพอ ทำไม่ได้กับจำนวนรายงานที่มีมหาศาล นี่คือปัญหาเชิงระบบที่ซับซ้อนวุ่นวายนายสหัสวัต กล่าวต่อว่า ที่แย่ที่สุดตอนนี้คือรัฐบาลพยายามเอาระบบใหม่ คือการขึ้นทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ e-work permit ซึ่งหลักการนั้นดี แก้ปัญหาที่กล่าวข้างต้น แต่ในทางปฏิบัติกลับสร้างปัญหามากขึ้น เพราะระบบที่นำมาใช้ไม่เชื่อมโยงกับข้อมูลกรมการจัดหางาน ขึ้นทะเบียนไม่ได้บ้าง แรงงานยื่นข้อมูลไปแล้วกลับไม่มีชื่อขึ้นในระบบ ข้อมูลไม่เชื่อมกับตม. ระบบล่มบ่อยมาก พูดง่ายๆ คือระบบไม่พร้อมใช้งาน และจริงๆ ก็ไม่ได้ช่วยอะไร แต่เป็นการเพิ่มขั้นตอนที่ยุ่งยากกว่าเดิม ปัญหาเหล่านี้ทำให้นายจ้างและแรงงานต่างด้าวจำนวนมากเกิดปัญหาดำเนินการไม่ทันนายสหัสวัต กล่าวด้วยว่า อีกปัญหาที่จะเกิดตามมาและกำลังเกิดขึ้นอยู่คือ เมื่อแรงงานเหล่านี้ใบอนุญาตทำงานหมดอายุก็จะกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย นำไปสู่กระบวนการเรียกส่วยหรือเก็บเงินใต้โต๊ะจากเจ้าหน้าที่ได้ ซึ่งกระทรวงแรงงานยังไม่มีแผนรับมือตรงนี้ ดังนั้นวันนี้เราได้ รมว.แรงงานคนใหม่คือนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จากพรรคเพื่อไทย ตนจึงอยากฝากให้เร่งแก้ปัญหา เบื้องต้นเฉพาะหน้าจะต้องเรียกประชุมครม.ออกมติ ขยายเวลาต่ออายุการทำงานออกไป หรือใช้วิธีการใดก็ได้ในการคุ้มครองแรงงานไม่ให้หลุดออกนอกระบบเป็นการเฉพาะหน้าก่อน เพราะถ้าหลุดออกไปนอกระบบเราจะควบคุมจัดการไม่ได้ เป็นบ่อเกิดการรีดไถส่วนระยะกลางจะต้องยกเลิกระบบ e-work permit แล้วออกระเบียบออกประกาศเพื่อสร้างระบบใหม่ที่สามารถทำงานได้จริง เพื่อใช้เป็นการชั่วคราวในช่วง 1-2 ปี และสุดท้ายระยะยาวเรายืนยันว่าจะต้องมีการแก้เรื่องการนำเข้าส่งออกแรงงานอย่างเป็นระบบ ซึ่งการเคลื่อนย้ายแรงงานในประเทศที่มีพรมแดนติดกัน ทั่วโลกก็จะทำให้ง่าย เร็ว และราคาถูก แต่ประเทศไทย กลับตรงกันข้ามกันทั้งยาก ทั้งช้า และแพง ดังนั้นพรรคประชาชนมองว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไขกฎหมาย 2 ฉบับคือพ.ร.บ. คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 เพื่อให้ตอบโจทย์กับเศรษฐกิจโลกมากขึ้น

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"รักชนก" ฝากถึง "จุลพันธ์" รมว.แรงงานคนใหม่ เร่ง 4 ภารกิจด่วน ซัดแรง "ตรีนุช" ไร้สติปัญญา ทำ 4 เดือนศูนย์เปล่า
Politics2026 Apr 02 :: 08:26

"รักชนก" ฝากถึง "จุลพันธ์" รมว.แรงงานคนใหม่ เร่ง 4 ภารกิจด่วน ซัดแรง "ตรีนุช" ไร้สติปัญญา ทำ 4 เดือนศูนย์เปล่า

"รักชนก" ฝากถึง "จุลพันธ์" รมว.แรงงานคนใหม่ เร่ง 4 ภารกิจด่วน นำบำนาญสูตรแคร์เข้า ครม.-ล็อกระเบียบเลือกตั้งบอร์ด-สางทุจริตแอปฯ 850 ล้าน-สอบตึกสกายไนน์ บอก ให้เวลาได้ทำงานก่อน ซัดแรง "ตรีนุช" ไร้สติปัญญา ทำ 4 เดือนศูนย์เปล่า ปล่อยเกียร์ว่างทำผู้ประกันตนเสียสิทธิ์ - จี้ รบ.อย่าปิดตาปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งชลบุรี ชี้ มีพิรุธหลายฝ่ายเห็นตรงกัน ฟาด แม้มีเพียงพรรคประชาชนทีเคลื่อนไหว แต่รบ.มีอำนาจเต็มอยู่ในมือ ลั่น หากนิ่งเฉยต่อให้พูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ไม่เห็นความคืบหน้าวันที่ 2 เม.ย. 69 ที่รัฐสภา นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงข่าวเรียกร้องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ถึงประเด็นประกันสังคม ว่า ขอเรียกร้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ให้เข้ามาทำอย่างเร่งด่วน โดยคาดหวังว่านายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จะทำหน้าที่ได้ดีกว่ารัฐมนตรีคนเก่า ที่ใช้เวลาเกือบ 4 เดือน ไปอย่างสูญเปล่า สะท้อนให้เห็นถึงการไร้ความสามารถสติปัญญาของรัฐมนตรีคนเก่า และหวังว่ารัฐมนตรีคนใหม่จะไม่ทำผิดแบบเดิม โดยเรียกร้องให้มีการใช้บำนาญสูตรแคร์ ที่มีการทำประชาพิจารณ์และบอร์ดประกันสังคมได้มีมติไปเมื่อปลายปีที่แล้ว 7 เดือนแล้วที่ผู้ประกันตนรอบำนาญสูตรแคร์อยู่ ซึ่งมีประมาณ 600,000 คน และปัจจุบัน 5,000 คนได้เสียชีวิตไปแล้ว จากการรอบำนาญสูตรใหม่นี้ รัฐมนตรีคนใหม่จะเห็นคุณค่าของทุกชีวิตผู้ประกันตนที่ได้ส่งบำนาญและเร่งนำบำนาญสูตรแคร์เข้า ครม. เพื่อประกาศใช้ให้เร็วที่สุดในเรื่องระเบียบเลือกตั้งใหม่ ที่มีความพยายามล้มระเบียบเลือกตั้ง แต่ล่าสุดความพยายามนั้นถูกสะท้อนผ่านการทำประชาพิจารณ์ ผู้ประกันตน 90% ไม่เห็นด้วย ที่มีความพยายามล้มระเบียบเลือกตั้ง ดังนั้นอยากให้รัฐมนตรีฟังเสียงผู้ประกันตน และขณะนี้มีความพยายามที่จะล้มประชาพิจารณ์โดยเสนอ 4 สูตรใหม่ เพื่อให้รัฐมนตรีได้เลือกจึงอยากให้รัฐมนตรีใช้ระเบียบเก่าปัจจุบันบอร์ดหมดวาระมาเกิน 40 วันแล้ว ถ้าเป็นสส. ต้องเลือกตั้งใหม่แล้วแต่ระเบียบประกันสังคมไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ไว้ จึงหวังว่ารัฐมนตรีจะเข้ามาและจัดการเลือกตั้งอย่างเร็วที่สุด พรรคประชาชนและผู้ประกันตนทั่วประเทศต้องการเห็นไทม์ไลน์ ว่าจะเกิดการเลือกตั้งเมื่อไหร่ เพราะขณะนี้บอร์ดเป็นสุญญากาศใช้อำนาจเต็มไม่ได้ ทำให้ผู้ประกันตนไม่สามารถใช้สิทธิ์ของตัวเองได้เต็มที่ขณะที่โครงงานเว็บแอป 850 ล้านบาทนั้น ผู้ประกันตนไม่สามารถใช้สิทธิ์ของตัวเองได้อย่างเต็มที่ผ่านแอปพลิเคชั่นที่ไม่สามารถใช้งานได้ หากรัฐมนตรีลงพื้นที่ประกันสังคมประจำเขต จะได้เห็นว่าผู้ประกันตนเป็นล้านคนที่เดือดร้อนกับเรื่องนี้ แม้เงินที่จ่ายไปรายเดือนที่อาจจะดูเหมือนน้อย แต่คือเงินทั้งสัปดาห์ของผู้ประกันตน" เราไม่ต้องเขินอายกับเว็บแอป 850 ล้านบาทที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้ประกันตนมาจนถึงทุกวันนี้ ที่ทำให้ทุกคนเดือดร้อนเกิดจากการคอรัปชั่นถึงรากตั้งแต่การเริ่มร่างทีโออาร์ประมูล มาจนถึงการส่งมอบและมาจนถึงทุกวันนี้ ขอให้ท่านตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้ และเปิดเผยข้อมูล เกี่ยวกับโครงการนี้และเร่งดำเนินการ ในการที่จะทำให้ระบบกลับมาใช้ได้โดยเร็ว "นางสาวรักชนกกล่าวนางสาวรักชนก ยังกล่าวถึง การซื้อตึกสกายไนน์ ที่กระทรวงมหาดไทยรายงานไว้ชัดเจน ว่าเป็นการซื้อขายที่แพงเกินจริง และมีการเร่งรีบผิดปกติ" ซึ่งตลอด 4 เดือนที่ผ่านมารัฐมนตรีตรีนุชได้ปล่อยเกียร์ว่าง ในเรื่องของการสืบสวนหาผู้กระทำผิด ขอไม่พูดแล้วว่าท่านตรีนุช ไร้สติปัญญาไร้ความสามารถแค่ไหนแต่จะขอเรียกร้องกับรัฐมนตรีท่านใหม่ ท่านจุลพันธ์ ขอให้เร่งดำเนินการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน หาผู้กระทำความผิดและหาประธานมานั่งหัวโต๊ะโดยด่วน แล้วต้องการเห็นไทม์ไลน์อย่างชัดเจนว่าจะมีการสืบสวนเรื่องตึกสกายไนน์เสร็จกันเมื่อไหร่ " นางสาวรักชนกกล่าวเมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าเรื่องบอร์ดประกันสังคมจะพลิก เนื่องจากพรรคเพื่อไทยที่เคยเห็นด้วยไปเป็นรัฐบาลแล้ว นางสาวรักชนก กล่าวว่า ก็ต้องให้โอกาสนายจุลพันธ์ได้รักษาสัญญาก่อน ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยพูดไว้อย่างชัดเจนว่าสนับสนุนระเบียบการเลือกตั้งเก่า และพบความผิดปกติในกระบวนการที่เกิดขึ้น จึงอยากให้โอกาสนายจุลพันธ์ได้ทำงานก่อน แต่ถ้าเห็นว่าไม่อยู่กับร่องกับรอยความคืบหน้าไม่เกิดขึ้นค่อยว่ากันอีกทีนายจุลพันธ์คงอยากทำงานก่อนอยากจะแสดงผลงานเช่นเดียวกัน จึงหวังว่ารอบนี้คงได้เห็นความคืบหน้าเมื่อถามว่าคนที่เกี่ยวข้องในอดีตเป็นรัฐมนตรีที่อยู่ในพรรคภูมิใจไทยเช่นเดียวกัน กังวลหรือไม่ว่าจะมีการแทรกแซงเกิดขึ้น นางสาวรักชนก ยอมรับว่ากังวลมาก ๆ เพราะเป็นบุคคลสำคัญเป็นบ้านใหญ่เป็นกำลังสำคัญ ของพรรคที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลแต่หวังว่านายจุลพันธ์จะทำงานอย่างตรงไปตรงมา ผู้ประกันตนและพวกเราทุกคนก็จะเป็นหลังพิง ให้ได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง" ถ้าท่านจะใช้โอกาสนี้ กำจัดสิ่งโสโครกที่อยู่ภายในกระทรวงแรงงานหรือสำนักงานประกันสังคมก็ขอให้เริ่มจากข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับกรณีกับกรณีตึกสกายไนน์ที่ทุกวันนี้ก็ยังนั่งมีอำนาจอยู่ ในกระทรวงแรงงานและได้ดิบได้ดี ท่านอาจจะใช้โอกาสนี้ในการปัดกวาดเช็ดถู กระทรวงแรงงานโดยเฉพาะสำนักงานประกันสังคม ผ่านกรณีตึกสกายไนน์เลยก็ได้ ดิฉันมั่นใจแน่นอนว่าท่านดำเนินการกับข้าราชการเหล่านี้อย่างตรงไปตรงมา แม้ว่าจะดูรุนแรงแต่ท่านจะได้รับคะแนน และได้รับการสนับสนุนจากผู้ประกันตนอย่างแน่นอน" นางสาวรักชนกกล่าวเมื่อถามว่าขณะนี้รัฐมนตรีคนใหม่ยังไม่ได้ถวายสัตย์ แล้วรัฐมนตรีคนเดิมก็เป็นผลพวงมาจาก ที่พรรคประชาชนยกมือโหวตให้นายอนุทิน ชาญวีระกูลเป็นนายกรัฐมนตรี นางสาวรักชนก กล่าวว่า เราเสนอ 4 ข้อ ในวันนี้เพื่อที่ว่าหลังการถวายสัตย์ แล้วจะปฏิบัติหน้าที่โดยรู้แนวทางล่วงหน้าหรือรู้ว่าผู้ประกันตนรออะไรกันอยู่เมื่อถามว่าในอนาคตจะมีโอกาสเข้าไปยื่นข้อเสนอโดยตรงกับนายจุลพันธ์หรือไม่ นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน กล่าวว่า เราให้โอกาสรัฐบาลได้เท่าไหร่นโยบายก่อนจะไม่พูดว่าจะให้ทำสิ่งไหนหรือไม่ให้ทำสิ่งไหน สมมุติว่าเรื่องที่พูดในวันนี้อยู่ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล และนายจุลพันธ์ออกมารับปากกับประชาชน หลังจากนี้จนถึงวันแถลงนโยบายก็ต้องให้โอกาสทำงาน แต่ถ้าไม่ได้อยู่ในคำแถลงนโยบาย และไม่ออกมารับปาก ก็เป็นเรื่องปกติที่เราจะไปกระทรวงแรงงานเพื่อขอพบรัฐมนตรีและยื่นข้อเสนอ หากรัฐมนตรีมีความตั้งใจแม้จะยังไม่ได้ถวายสัตย์ก็ออกมาพูดเรื่องนี้ได้ ว่าหลังจากรับตำแหน่งแล้วจะทำเรื่องนี้แน่นอน" กระบวนการหากินกับประกันสังคมมีมาอย่างยาวนานตั้งแต่ประกันสังคมตั้งขึ้นมา 30 กว่าปีที่ผ่านมาก็ถูกหลบซ่อนในเงามืดมาตลอดไม่แปลกไม่แปลก ที่จะมีบางคนบางกลุ่มจะหากินกับประกันสังคม ฝังรากลึกอยู่ที่นั่น และพยายามสกัดไม่ให้เกิดการแก้ปัญหาเหล่านี้ เพื่อที่จะหากินได้ต่อซึ่งเรื่องนี้จะนำไปสู่วาระการปฏิรูปประกันสังคม ซึ่งเรื่องนี้ในช่วงเวลาหาเสียงทุกพรรคการเมืองเห็นด้วย " นายสหัสวัตกล่าว“รักชนก” จี้ รบ.อย่าปิดตาปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งชลบุรี ชี้ มีพิรุธหลายฝ่ายเห็นตรงกัน ฟาด แม้มีเพียงพรรคประชาชนทีเคลื่อนไหว แต่รบ.มีอำนาจเต็มอยู่ในมือ ลั่น หากนิ่งเฉยต่อให้พูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ไม่เห็นความคืบหน้ากรณีคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง 2569 ที่ชลบุรี ว่า ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่ใช่มีแค่พรรคประชาชนที่เห็นความผิดปกติ แต่น่าเสียดายที่มีเพียงแค่ สส.พรรคประชาชน ออกมาเรียกร้องถึงความผิดปกติในการเลือกตั้ง จึงอยากเรียกร้องให้ฝั่งรัฐบาลไม่ปิดตาข้างหนึ่ง หรือปิดตาสองข้างโดยที่ไม่เห็นเรื่องนี้น.ส.รักชนก ยืนยันว่า พรรคประชาชนไม่เงียบ เราพยายามที่จะโพสต์หรือกล่าวเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง แต่เรื่องนี้ยืนยันว่าต้องร้องกับรัฐบาลเพราะอำนาจเต็มอยู่ในมือของเขา หากพวกเขานิ่งเฉยต่อให้เราพูดถึงเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ไม่เห็นความคืบหน้า

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

นายกฯ หยอด "ยศชนัน-จุลพันธ์" ไม่ใช่คนใหม่คุ้นเคยกันมาก่อน ชี้เรื่องอดีตเคลียร์ใจกันแล้ว
Politics2026 Apr 02 :: 07:35

นายกฯ หยอด "ยศชนัน-จุลพันธ์" ไม่ใช่คนใหม่คุ้นเคยกันมาก่อน ชี้เรื่องอดีตเคลียร์ใจกันแล้ว

นายกฯ ย้ำแถลงนโยบายก่อนสงกรานต์ "ยศชนัน-จุลพันธ์" ขึ้นตึกไทยฯ กินข้าวเที่ยงตามคำเชิญนายกฯ "อนุทิน" หยอดหวาน ไม่ใช่คนใหม่คุ้นเคยกันมาก่อน ชี้เรื่องอดีตเคลียร์ใจกันแล้ว มีอะไรมาหาได้ตลอด “ยศชนัน” บอกประเทศต้องพ้นความขัดแย้งมุ่งทำงาน รับเศรษฐีเงินล้านเดินยากเพราะไม่ใช่แกนนำวันที่ 2 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เดินทางมาถึงตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรับประทานอาหารกลางวันตามคำเชิญของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย เพื่อพูดคุยถึงการทำงานร่วมกันในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล โดยมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และน.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย รอต้อนรับ จากนั้น เวลา 11.35 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางมาถึง ก่อนที่จะเดินเข้าไปสมทบภายในตึกไทยคู่ฟ้า โดยวงอาหารกลางวันดังกล่าวประกอบด้วย นายอนุทิน นายยศชนัน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ นายจุลพันธ์ นายภราดร และ น.ส.ไตรศุลี โดยอาหารที่เสิร์ฟบนโต๊ะอาหารประกอบด้วย ข้าวหน้าไก่ ขนมผักกาด ก๋วยเตี๋ยว-เกาเหลา และลูกชิ้นศรีย่าน"อนุทิน" หวาน ไม่ใช่คนใหม่คุ้นเคยกันมาก่อนจากนั้นเวลา 12.45น. นายอนุทิน และนายยศชนัน และผู้ร่วมวงอาหาร ได้ลงมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนบริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า โดยนายอนุทิน กล่าวว่า ได้หารือแนวทางการทำงานร่วมกัน พูดกันหลายเรื่อง พรรคภูมิใจไทยและเพื่อไทยมีพื้นฐานการทำงานร่วมกันมา เมื่อได้ถวายสัตย์ปฏิญาณการทำงานจะเป็นไปอย่างราบรื่น เมื่อถามว่าในการพูดคุยได้เน้นย้ำอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตน นายจุลพันธ์ และนายยศชนัน ไม่ใช่คนใหม่ คุ้นเคยกันมาก่อน สมัยตนเป็นรมว.สาธารณสุข สู้กับโควิด ก็ได้นายยศชนัน มาให้คำแนะนำหลายอย่างคุ้นเคยกันอยู่แล้ว เมื่อถามว่านโยบายไหนจะเป็นนโยบายเร่งด่วนหลังเข้าทำหน้าที่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกเรื่อง นโยบายของแต่ละพรรคเป็นเรื่องที่เราต้องทำด้วยกันเรื่องอดีตเคลียร์ใจกันแล้วมีอะไรมาหาได้ตลอดเมื่อถามว่าบรรยากาศการทานอาหารเป็นไปอย่างชื่นมื่นใช่หรือไม่ นายอนุทิน หันไปอมยิ้มให้กับนายจุลพันธ์ ที่ยืนอยู่ด้านหลัง ก่อนที่นายจุลพันธ์ และนายยศชนัน จะพร้อมใจกันยิ้ม จากนั้นนายอนุทิน กล่าวว่า “ก็ยืนไหล่ชนไหล่กันอย่างนี้แล้ว” เมื่อถามว่าการทำงานหลังจากนี้จะทำงานร่วมกันในนามคณะรัฐมนตรี โดยไม่ยึดความเป็นพรรคใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ก็ได้พูดคุยกันแล้ว พูดไปถึงขนาดว่าก่อนหน้านี้เคยมีอะไรที่ไม่เข้าใจกันในการทำงานเพราะมีปัญหาใจอะไรต่างๆ แต่จากนี้หวังว่าจะไม่มี เพราะตอนนี้เปิดเส้นทางตรง นายยศชนัน นายจุลพันธ์ หรือใครในคณะรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยสามารถมาคุยกับตนได้ตลอด ตนบอกนายยศชนันว่ามีอะไร ไม่ต้องไลท์ให้โทรศัพท์มา หรือมาหากันเลย เราทำงานแบบเอาผลของงานเป็นเป้าหมาย เมื่อถามว่าการลงพื้นที่จะชวนรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลร่วมลงพื้นที่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ระหว่างทานอาหารได้แจ้งนายยศชนันว่าจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจทุกวันจันทร์ รัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ทั้งแรงงาน เกษตรและสหกรณ์ และอว.ต่างเกี่ยวกับเศรษฐกิจก็ต้องมาร่วมประชุม เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าการจับมือทำงานร่วมกันครั้งนี้รัฐบาลจะอยู่ถึง4 ปี นายอนุทิน หัวเราะไม่ตอบคำถาม เช่นเดียวกับนายยศชนัน ที่หัวเราะแล้วกล่าวว่า ”เราต้องซัพพอร์ทกัน ผมว่ารัฐบาลต้องการเสถียรภาพ ตอนนี้ประชาชนสำคัญมาก และเสถียรภาพทางการเมืองจะทำให้หลายประเทศเชื่อมั่นเข้ามาลงทุนฉะนั้นตอนนี้เราต้องร่วมกันรักษาเสถียรภาพไว้ให้ประเทศเดินก้าวหน้าไปให้ได้““ยศชนัน” บอกประเทศต้องพ้นความขัดแย้งมุ่งทำงานด้านนายยศชนัน กล่าวว่า ปัจจุบันภาวะวิกฤติมีหลายเรื่องเราไม่สามารถทำงานแบ่งกระทรวงได้บางเรื่องจำเป็นต้องหารือในภาพรวม เพราะความเดือดร้อนเมื่อรัฐบาลพร้อมทำงานต้องทำงานทันที จึงอยากหารือแนวทางให้ชัดเจนเพื่อเตรียมความพร้อมว่าวันนี้เมื่อเข้ามาทำงานทุกกระทรวงสามารถทำงานสอดรับกันได้และเป็นไปในแนวทางที่แถลงต่อรัฐสภา เพราะสิ่งที่แถลงเป็นมติของทุกคนที่พร้อมทำงานไปข้างหน้าให้บ้านเมืองและประชาชน โดยนายอนุทิน ได้ชวนคุยทิศทางและแนวทาง เพื่อให้เวลาที่เราสื่อสารออกไปจะได้เป็นเนื้อเดียวกัน ประเทศไทยต้องหลุดพ้นจากเรื่องความขัดแย้งแล้วมุ่งหน้าไปสู่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชน เมื่อถามว่าจากการพูดคุยวันนี้เรื่องใดที่ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน นายยศชนัน ตอบว่า “ผมคิดว่าเป็นเรื่องความอ่อนไหวของสถานการณ์โลกที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ต้องช่วยกันบริหารจัดการให้ดี”รับ เศรษฐีเงินล้านเดินยากเพราะไม่ใช่แกนนำนายยศชนัน กล่าวว่า เราต้องแยกการเมืองกับการบริหารบ้านเมืองเพราะตอนนี้ความมั่นใจของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญมาก พอเรารับจะบริหารบ้านเมืองต้องแยกเรื่องการเมืองออกไปเพื่อทำให้บ้านเมืองกลับมา เรื่องการเมืองเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมืองฉะนั้นเวลาเราทำงานในโหมดของรัฐบาล นี้คือภาษีของประชาชนและการทำงานไม่สามารถที่จะขัดแย้งแล้วเอาการเมืองมาผสมได้ ฉะนั้นเวลาตอบคำถามในหลายประเด็นต้องตอบในโหมดเกี่ยวกับรัฐบาล เรามีหน้าที่ในเดือนนี้ ในสัปดาห์นี้ เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประชาชนในหลายเรื่องตรงนี้เป็นสิ่งที่คุยกับนายอนุทินว่า เราพร้อมเดินหน้าทันทีและก้าวข้ามสิ่งที่เป็นอุปสรรคไปให้ได้ เมื่อถามว่านโยบายเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คนจะดำเนินการหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่าเรื่องนี้ตนคิดว่าเป็นรายละเอียดเกินไป แน่นอนว่าเรื่องนี้เราหาเสียงไว้ แต่สุดท้ายต้องเป็นไปตามคำแถลงนโยบายที่แถลงต่อสภาฯ รวมถึงเรื่องงบประมาณ ซึ่งในปัจจุบันเราไม่ได้เป็นพรรคแกนนำ เป็นพรรคร่วมรัฐบาลจึงต้องเคารพสิทธิ์ของทุกฝ่ายนายกฯ ย้ำแถลงนโยบายก่อนสงกรานต์เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยเห็นด้วยใช่หรือไม่ถึงการยกเลิก MOU44 นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องหารือในองค์รวมเพราะเป็นเรื่องเปาะบางสำหรับประชาชน ด้านนายอนุทิน กล่าวเสริมว่า เป็นเรื่องนโยบาย ที่เราจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาฯก็ต้องหารือกัน ถ้าเรามาอยู่ในรัฐบาลร่วมกันแล้วนโยบายของพรรคร่วมเราก็ต้องนำมาปฏิบัติด้วย เมื่อถามว่าสำหรับวันแถลงนโยบายประสานไปทางประธานรัฐสภาฯแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าประสานเบื่องต้นไปแล้วโดยจะมีขึ้นก่อนสงกรานต์ เมื่อเราถวายสัตย์ปฏิญาณวันที่ 6เม.ย.แล้วจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อเห็นชอบร่างนโยบายของรัฐบาลก่อนส่งต่อไปยังสถาฯ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ปกรณ์” บอกลดภาษีน้ำมัน 1 บาท รอ ครม.ชุดใหม่มาเคาะ เผย ชูนโยบายปฏิรูปกฎหมาย พัฒนาชีวิตปชช.
Politics2026 Apr 02 :: 07:19

“ปกรณ์” บอกลดภาษีน้ำมัน 1 บาท รอ ครม.ชุดใหม่มาเคาะ เผย ชูนโยบายปฏิรูปกฎหมาย พัฒนาชีวิตปชช.

“ปกรณ์” บอกลดภาษีน้ำมัน 1 บาท รอ ครม.ชุดใหม่มาเคาะ เผย ชูนโยบายปฏิรูปกฎหมาย พัฒนาชีวิตปชช.วันที่ 2 เม.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน 1 บาทว่า ยังไม่ได้ทำโครงการรายละเอียด เพราะกระทรวงการคลังเสนอมาในหลักการว่าจะทำอะไรบ้าง ซึ่งเขาต้องไปทำคำขอและรายละเอียดเสนอมาอีกที แต่หากต้องไปขออนุญาตจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องเป็นเรื่องการใช้งบกลาง อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวคิดว่าน่าจะรอให้มีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ เพราะอีกไม่กี่วันเมื่อถามว่า ได้เห็นร่างคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของรัฐบาลแล้วหรือยัง นายปกรณ์ กล่าวว่า เข้าใจว่าทางพรรคทำไว้แล้ว แต่ได้ให้แนวทางไปในส่วนการพัฒนากฎหมาย และการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งพรรคคงจะไปปรับข้อความต่างๆ โดยตนจะใช้วิสัยทัศน์เดิมจากที่เคยทำงานในคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นนายปกรณ์ ยังกล่าวถึงแนวทางการทำงาน และการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ตนให้สัมภาษณ์ไม่ค่อยเก่ง หากไม่ได้เป็นประเด็นทางการเมือง ตนตอบได้ ถ้าเป็นเรื่องทางกฎหมาย ตนอธิบายได้ แต่หากถามว่าใครไปทะเลาะกับใครตนคงไม่ทราบ ส่วนแนวทางการทำงาน ตนยังคิดไม่ออก เพราะไม่เคยเป็นรองนายกรัฐมนตรีมาก่อน ทำตัวไม่ถูก

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"เทพไท" ฝากความหวัง “เอกนัฎ” ลุยโรงกลั่น ลดราคาน้ำมัน ลดภาระประชาชน
Politics2026 Apr 02 :: 06:08

"เทพไท" ฝากความหวัง “เอกนัฎ” ลุยโรงกลั่น ลดราคาน้ำมัน ลดภาระประชาชน

"เทพไท" ฝากความหวัง “เอกนัฎ” ลุยโรงกลั่น ลดราคาน้ำมัน ลดภาระประชาชนเมื่ออวันที่ 2 เมษายน 2569 นายเทพไทยเสนพงศ์ อดีตสส. นครศรีธรรมราช และนักวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง โพสต์คลิปภาพและเสียงเรื่องราคาน้ำทันเชื้อเพลิงราคาแพงในหัวเรื่อง “หวัง ‘เอกนัฎีกา ทุบราคาโรงกลั่น” มีสาระ ใจความว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 5 / 2569 เรื่องกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ฉบับที่3 พ.ศ. 2569 แต่งตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่ง เพื่อศึกษาแนวทางที่เหมาะสมในการกำหนดค่าการกลั่น และค่าการตลาดของน้ำมันเชื้อเพลิง ให้สะท้อนราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อลดภาระประชาชนถ้าดูรายชื่อของคณะกรรมการชุดนี้ ที่มีอยู่12คน สามารถแยกแยะได้ออกเป็นคณะกรรมการที่มาจากฝ่ายการเมือง3คน มาจากบุคคลภายนอก4คน มาจากข้าราชการประจำ5คน ซึ่งรวมแล้ว12คน ถ้าดูท่าทีหรือจุดยืนของคณะกรรมการแต่ละคน ที่เคยแสดงท่าที จุดยืนการ ปรับปรุงต้นทุนค่าการตลาดของน้ำมันเชื้อเพลิง หรือค่ากลั่นของโรงกลั่นน้ำมัน ยังไม่มีใครมีท่าทีที่ต้องการจะลดราคาจากโรงกลั่นน้ำมันเลย ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ ถ้าจะตั้งความหวังหรือคาดหวังได้จากแสดงท่าทีที่ชัดเจน ก็น่าจะมาจากฝ่ายการเมือง3คน ซึ่งเป็นฝ่ายที่มีความละเอียดอ่อนต่อกระแสความรู้สึกของประชาชน และยิ่งกระแสความต้องการที่จะให้รัฐบาลกำหนดราคาน้ำมันให้ราคาถูกลงมีมากขึ้น อาจทำให้ฝ่ายการเมืองต้องตอบสนองต่อเสียงของประชาชน“ส่วนบุคคลภายนอก4คน เห็นว่าน่าจะมีอยู่ประมาณ2คน ที่มีท่าทีทิศทางค่อนข้างเห็นด้วยกับการปรับลดค่ากลั่นน้ำมันและค่าการตลาดน้ำมันเชื้อเพลง แต่ในส่วนข้าราชการที่มาหน่วยราชการที่เข้ามาเป็นกรรมการที่มีอยู่5คน เชื่อว่าดูทิศทางและแนวโน้มแล้ว น่าจะยืนยันในจุดยืนเดิม คือไม่เห็นท่าทีว่าควรจะปรับลดค่ากลั่นอัตราค่าการตลาดน้ำมันเชื้อเพลงเพราะฉะนั้นถ้าหากว่ารัฐบาลชุดนี้ นายอนุทินต้องการจะเห็นภาพการลดราคาค่ากลั่นและค่าการตลาดน้ำมัน ซึ่งมีมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าสูงเกินไปนั้น ก็ควรให้นโยบายในการทุบราคาลงให้ชัดเจน และฝากความหวังไว้กับคุณเอกนัฎ พร้อมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ช่วยผลักดันขับเคลื่อน เพื่อให้การทุบราคาค่ากลั่นให้เป็นจริงตามที่ประกาศไว้” นายเทพไท กล่าวทิ้งท้าย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ปลัดมหาดไทย ปฏิบัติภารกิจติดตามและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน จ.เชียงใหม่
Politics2026 Apr 02 :: 06:05

ปลัดมหาดไทย ปฏิบัติภารกิจติดตามและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน จ.เชียงใหม่

ปลัดมหาดไทย ปฏิบัติภารกิจติดตามและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน จ.เชียงใหม่ เป็นวันที่ 2 โดยบูรณาการร่วมกระทรวงทรัพย์ฯ ยก ฮ. ติดตามสภาพอากาศ และประชุมร่วมภาคส่วนที่เกี่ยวข้องวันนี้ 2 เม.ย. 69 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่โดยเช้าวันนี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทยพร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขึ้นบิน ตรวจติดตามสถานการณ์จุดความร้อนในพื้นที่อำเภอฮอด อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบปัญหาจุดความร้อน (Hotspot) สะสมปริมาณมากในช่วงเช้าวันนี้ จากรายงานการตรวจพบของดาวเทียม เมื่อช่วงเวลา 02.00 น.โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยมีกำหนดประชุมร่วมกับนายอำเภอดอยเต่า ผู้นำท้องที่ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่อำเภอดอยเต่า ที่โรงเรียนบ้านโปง ตำบลโปงทุ่ง อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับฟังสภาพปัญหาพร้อมมอบแนวทางในการแก้ไขปัญหาตามข้อสังกัดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจากนั้นในช่วงบ่าย ปลัดกระทรวงมหาดไทยพร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มีกำหนดเดินทางตรวจติดตาม การบริหารสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้การบริหารจัดการสถานการณ์เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ด้วยการพุ่งเป้าหาสาเหตุและแก้ไขปัญหาด้วยกลไกกฎหมายอย่างเด็ดขาด ควบคู่กันเสริมสร้างความรับรู้เข้าใจและความร่วมมือของประชาชนเพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดผลสัมฤทธิ์และทำให้จังหวัดเชียงใหม่ได้มีอากาศที่ดีโดยเร็วที่สุด

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ทำเนียบฯ เตรียมความพร้อมประชุม ครม.นัดพิเศษ 6 เม.ย.ก่อนแถลงนโยบาย
Politics2026 Apr 02 :: 05:32

ทำเนียบฯ เตรียมความพร้อมประชุม ครม.นัดพิเศษ 6 เม.ย.ก่อนแถลงนโยบาย

ทำเนียบฯ เตรียมความพร้อมประชุม ครม.นัดพิเศษ 6 เม.ย.ก่อนแถลงนโยบายวันที่ 2 เม.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล ในการเตรียมความพร้อมในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ในวันที่ 6 เม.ย. หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำครม.เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ โดยที่ตึกสันติไมตรี เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมสถานที่ภายในตึกสันติไมตรี สำหรับใช้ในการประชุมครม. รวมถึงห้องรับรอง และเตรียมห้องสำหรับถ่ายรูปติดบัตรประจำตัวรัฐมนตรีและตรวจคัดกรองโควิด-19ก่อนที่ เวลา 17.00 น. นายกรัฐมนตรี นำครม.ชุดใหม่ เดินทางไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนปฏิบัติหน้าที่จากนั้น นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมครม.นัดพิเศษ ที่ตึกสันติไมตรี เพื่อขอมติรับรองร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เบื้องต้นคาดว่าจะมีแถลงนโยบาย ในวันที่ 9-10 เม.ย.

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“เชน -หนิม” ขึ้นตึกไทยฯ กินข้าวเที่ยงตามคำเชิญ “นายกฯหนู”
Politics2026 Apr 02 :: 05:24

“เชน -หนิม” ขึ้นตึกไทยฯ กินข้าวเที่ยงตามคำเชิญ “นายกฯหนู”

“เชน -หนิม” ขึ้นตึกไทยฯ กินข้าวเที่ยงตามคำเชิญ “นายกฯหนู”วันที่ 2 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เดินทางมาถึงตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ตามคำเชิญ เพื่อพูดคุยถึงการทำงานร่วมกันในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล โดยมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และน.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย รอต้อนรับ จากนั้น เวลา 11.35 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางมาถึง ก่อนที่จะเดินเข้าไปสมทบภายในตึกไทยคู่ฟ้า

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ปกรณ์”เผยเหตุรับนั่งรองนายกฯ “ครม.หนู 2”นายกฯทาบทามร่วมขับเคลื่อนงาน ลั่นขอสนองงานเพื่อปท.-ไม่ได้สนองการเมือง
Politics2026 Apr 02 :: 04:33

“ปกรณ์”เผยเหตุรับนั่งรองนายกฯ “ครม.หนู 2”นายกฯทาบทามร่วมขับเคลื่อนงาน ลั่นขอสนองงานเพื่อปท.-ไม่ได้สนองการเมือง

“ปกรณ์”เผยเหตุรับนั่งรองนายกฯ “ครม.หนู 2”นายกฯทาบทามร่วมขับเคลื่อนงาน ลั่นขอสนองงานเพื่อปท.-ไม่ได้สนองการเมือง ไม่สังกัดพรรค ไม่ยุ่งคดีฮั้ว สว. - เขากระโดง เป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรมวันที่ 2 เม.ย.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เปิดเผยถึงเหตุผลการตัดสินใจร่วมรัฐบาล “อนุทิน 2”ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ทาบทามให้มาช่วยทำงาน ยอมรับว่าเมื่อถูกทาบทามตนคิดหนัก เพราะเป็นข้าราชการมา 30 กว่าปี มีอายุราชการเหลืออีก 4 ปี ดำรงตำแหน่งเลขากฤษฎีกา 6 ปี และตำแหน่งเลขากฤษฎีกาก็ไม่ได้มีการกำหนดวาระด้วย ช่วงแรกยืนยันกับนายกฯ ว่าขอช่วยในฐานะเลขากฤษฎีกา แต่ได้รับคำตอบกลับจากนายกฯ ว่า ควรมาช่วยลงมือทำและผลักดันงานต่าง ๆ ที่ยังคงต้องขับเคลื่อนอีกหลายอย่าง หากอยู่เฉพาะกฤษฎีกาคงผลักดันเรื่องต่าง ๆ ได้น้อย จากนั้น จึงมานั่งไตร่ตรองกับครอบครัวว่าหากจะผลักดันงานด้านกฎหมายของประเทศต่าง ๆ ก็ต้องลงมือทำเอง จึงได้ตอบตกลงนายปกรณ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ตนได้ยืนยันกับนายอนุทิน ว่าไม่ขอเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย(ภท.)และปัจจุบันก็ยังไม่ได้มีการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคด้วย เพราะส่วนตัวไม่อยากยุ่งเรื่องการเมือง จึงเข้ามาเป็นข้าราชการการเมืองอย่างเดียว “ผมขอเป็นข้าราชการการเมือง ไม่ได้เป็นนักการเมือง ไม่สังกัดพรรค”นายปกรณ์ กล่าวว่า สิ่งที่ตั้งใจอยากจะทำคือเรื่อง การพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (OECD) และการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) ให้สำเร็จ เพราะจะเป็นการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานด้านกฎหมายของประเทศให้อยู่ในระดับสากล และเป็นที่ยอมรับเพื่อให้ประเทศไทยอยู่ในจอเรดาร์โลกส่วนหลักการทำงานด้านกฎหมายในตำแหน่งรองนายกฯ นั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า ตนก็ยังคงทำเหมือนเดิม และตั้งใจมาผลักดันงานที่ยังค้างอยู่ รวมถึงดูแลทางด้านกฎหมายของรัฐบาลให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ไม่ใช่นึกอยากจะเขียนอะไรก็เขียน หรืออยากเสนออะไรก็เสนออันนี้มันผิดหลัก แต่ก็จะพยายามเท่าที่ทำได้ให้เต็มที่ไปเมื่อถามว่า จะเป็นเนติบริกรเพื่อทำงานสนองภาคการเมืองหรือไม่ นายปกรณ์ ระบุว่า “ผมสนองอย่างเดียวคือประเทศชาติ ผมไม่ได้สนองการเมือง เพราะเป็นนักการเมือง ผมเป็นข้าราชการการเมือง คือข้าราชการประเภทหนึ่งแต่งตั้งโดยฝ่ายการเมือง และทำหน้าที่เหมือนกับข้าราชการในการผลักดัน แต่จะมีส่วนในการกำหนดร่วมในการกำหนดนโยบายทิศทางการบริหารราชการแผ่นดิน แทนที่จะทำตามคำสั่งฝ่ายการเมืองหรือนโยบายอย่างเดียว คราวนี้ก็จะมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและทิศทางต่าง ๆ แต่ยืนยันว่า ผมไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง และไม่มีใบสั่ง ผมยังคงเป็นผม”เมื่อถามถึงหลักการทำงานต่อ “คดีฮั้วเลือก สว. - คดีเขากระโดง หรือคดีที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมืองสีน้ำเงิน” นายปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องเหล่านี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว รัฐบาลไม่สามารถแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมได้ แม้กระทั่งตอนที่เป็นข้าราชการประจำตนก็ไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ผมตรงไปตรงมา หากเรื่องอยู่ในกระบวนการศาลก็ต้องรอคำวินิจฉัย หากไปให้สัมภาษณ์อะไรที่ไม่ถูกต้องก็จะทำให้สังคมเกิดความสับสน และจะเป็นการชี้นำสังคม ฉะนั้น เรื่องเหล่านี้ตนจะไม่ทำ “หน้าที่ผมไม่เกี่ยวกับเรื่องคดีใด ๆ”

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ชัยชนะ” จี้รัฐบาลเปิดชื่อเรือขนน้ำมัน 2 ลำ ย้ำต้องใช้ในประเทศ ไม่ส่งออก
Politics2026 Apr 02 :: 04:30

“ชัยชนะ” จี้รัฐบาลเปิดชื่อเรือขนน้ำมัน 2 ลำ ย้ำต้องใช้ในประเทศ ไม่ส่งออก

“ชัยชนะ” จี้รัฐบาลเปิดชื่อเรือขนน้ำมัน 2 ลำ ย้ำต้องใช้ในประเทศ ไม่ส่งออก หลังมีข่าวปลายทางเรืออยู่สิงคโปร์นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลระบุว่าเรือบรรทุกน้ำมันของไทยจำนวน 2 ลำ ที่ถูกระบุว่าเป็นของบางจาก และSCG Chemicals สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ว่า ขอให้รัฐบาลเปิดเผยรายละเอียดชื่อเรือทั้ง 2 ลำดังกล่าวอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน พร้อมขอให้รัฐบาลยืนยันว่าจะมีน้ำมันเข้าสู่ประเทศไทยก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนนายชัยชนะ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีรายงานข่าวระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันดังกล่าวอาจมีปลายทางอยู่ที่สิงคโปร์ ทำให้เกิดข้อกังวลเกี่ยวกับเส้นทางและวัตถุประสงค์ของการขนส่งน้ำมันในครั้งนี้ ดังนั้นรัฐบาลควรยืนยันอย่างชัดเจนว่า น้ำมันที่นำเข้ามาดังกล่าว เมื่อผ่านกระบวนการกลั่นแล้ว จะถูกนำมาใช้ภายในประเทศทั้งหมด และจะไม่มีการส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าปริมาณน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในช่วงเทศกาลนายชัยชนะ ย้ำว่า ในสถานการณ์ที่วิกฤติแบบนี้ พี่น้องประชาชนเดือดร้อน รัฐบาลจำเป็นต้องให้ข้อมูลที่ชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าประเทศไทยจะไม่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในระยะสั้น

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“สุดารัตน์” วอนรัฐยกเว้นการเก็บภาษีสรรพสามิต และVAT เพื่อลดราคาน้ำมันลง 10 บาทต่อลิตร
Politics2026 Apr 02 :: 03:51

“สุดารัตน์” วอนรัฐยกเว้นการเก็บภาษีสรรพสามิต และVAT เพื่อลดราคาน้ำมันลง 10 บาทต่อลิตร

“สุดารัตน์” วอนรัฐยกเว้นการเก็บภาษีสรรพสามิต และVAT เพื่อลดราคาน้ำมันลง 10 บาทต่อลิตร ควบคู่กับการใช้กองทุนน้ำมันอุดหนุนราคาน้ำมันบางส่วน โดยเสนอให้รัฐบาลตัดงบประมาณรายจ่ายที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนของทุกกระทรวงลง เพื่อชดเชยกับรายได้ที่หายไปคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้แสดงความห่วงใยต่อราคาน้ำมันที่พุ่งสูง จนส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างสาหัสซึ่งในขณะนี้รัฐบาลกำลังพิจารณาว่าจะลดภาษีสรรพสามิต หรือจะใช้กองทุนในการอุดหนุนส่วนต่างของราคาน้ำมันคุณหญิงสุดารัตน์เสนอให้รัฐบาลใช้ทั้งสองมาตรการ คือทั้งกองทุนน้ำมันในการอุดหนุนราคาน้ำมันส่วนต่าง ซึ่งการใช้กองทุนน้ำมันในปริมาณที่สูงมากเกินไป ก็จะเป็นภาระหนี้สินที่ต้องกู้ ซึ่งขณะนี้สัดส่วนการกู้เงินของรัฐบาลก็เกือบชนเพดานแล้วและที่สำคัญการใช้กองทุนน้ำมันมาดูดซับราคาในช่วงที่น้ำมันราคาสูง ท้ายที่สุดประชาชนก็จะเป็นผู้รับภาระจ่ายราคาน้ำมันที่สูงต่อเนื่องไปถึงอนาคต แม้ว่าราคาน้ำมันจะลดลงแล้วก็ตาม เพื่อเก็บเงินชำระคืนกองทุนน้ำมันที่ติดลบ เท่ากับว่าเป็นการผลักภาระให้กับประชาชนเพียงฝ่ายเดียวคุณหญิงสุดารัตน์จึงได้เสนอให้ใช้มาตรการในการยกเลิกเก็บภาษีสรรพสามิตลิตรละเกือบ 7 บาท ในช่วงวิกฤตินี้ไปก่อนซึ่งปัจจุบันรัฐบาลประกาศลดภาษีสรรพสามิตเพียง 1 บาท ซึ่งไม่สามารถช่วยเหลือลดภาระของประชาชนได้รวมทั้งยกเลิกการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งจะทำให้สามารถลดราคาน้ำมันลงได้ถึงลิตรละ 10 บาททันทีโดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ตนเข้าใจดีว่ารัฐบาลคงจะกังวลเรื่องรายได้ของรัฐจะไม่พอรายจ่ายที่ได้มีการตั้งงบประมาณไว้แล้ว จึงขอเสนอให้นายกรัฐมนตรี ได้ใช้ความกล้าหาญสั่งการให้ทุกกระทรวงตัดงบประมาณรายจ่ายที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนออกทั้งหมด โดยเฉพาะงบก่อสร้างทั้งก่อสร้างถนนและอาคารขนาดใหญ่ที่แต่ละปีใช้งบสูงถึง 100,000 ล้าน เพื่อให้งบประมาณรายจ่ายลดลงสอดคล้องกับรายได้ของรัฐที่ลดลง จากการยกเว้นการเก็บภาษีน้ำมัน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"เอกนัฏ" ลั่น 7 เม.ย. ลุยรื้อโครงสร้างพลังงานทันที จ่อตรึงค่าไฟ 3.88 บาท
Politics2026 Apr 02 :: 03:29

"เอกนัฏ" ลั่น 7 เม.ย. ลุยรื้อโครงสร้างพลังงานทันที จ่อตรึงค่าไฟ 3.88 บาท

"เอกนัฏ" ลั่น 7 เม.ย. ลุยรื้อโครงสร้างพลังงานทันที จ่อตรึงค่าไฟ 3.88 บาท หั่นค่าการกลั่นลดราคาน้ำมันรับสงกรานต์ ฮึ่มจับแก๊งกักตุนวันที่ 2 เม.ย. 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ว่าที่ รมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand” ว่าทันทีที่เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)เพิ่มประกาศปรับขึ้นเป็น 3.95 บาทต่อหน่วยในรอบเดือนพ.ค.-ส.ค.นั้น นายเอกนัฏระบุว่า รัฐบาลโดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานมีอำนาจในการสั่งทบทวนเพื่อตรึงค่าไฟให้อยู่ที่อัตราเฉลี่ยเดิมคือ 3.88 บาทต่อหน่วยได้ โดยวิธีการคือการเข้าไปบริหารจัดการเงินของ 3 การไฟฟ้า (กฟผ., กฟน. และ กฟภ.) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่รัฐถือหุ้น 100% ด้วยการดึงเงินลงทุนที่ไม่ได้ใช้ (Claw Back) หรือการขอแบ่งกำไรจากการไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันมีตัวเลขอยู่ราว 9,000 กว่าล้านบาท มาช่วยลดหย่อนค่าไฟงวดใหม่แล้วยังจะต้องมีการปรับเกณฑ์ชี้วัด (KPI) เพื่อไม่ให้กระทบต่อโบนัสและขวัญกำลังใจของพนักงานการไฟฟ้าด้วยนอกจากนี้ ในระยะยาวจะมีการรื้อโครงสร้างไฟฟ้าใหม่ โดยเปิดโอกาสให้มีการซื้อขายไฟฟ้าตรง (Direct PPA) ระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ การขยายโควตาการรับซื้อไฟฟ้าคืนจากประชาชนที่ติดโซลาร์เซลล์ จากเดิมที่รับซื้อเพียง 90 เมกะวัตต์ และการเพิ่มประเภทผู้ใช้ไฟเพื่อจูงใจให้ประชาชนบริหารจัดการการใช้ไฟในชั่วโมงที่ต้นทุนการผลิตต่ำ (Demand Response) ซึ่งจะช่วยให้ค่าไฟโดยรวมถูกลงส่วนของราคาน้ำมัน นายเอกนัฏ กล่าวว่า ทันทีที่ถวายสัตย์ปฏิญาณ เสร็จสิ้นในวันที่ 6 เม.ย.จะใช้อำนาจในฐานะประธานเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ในเช้าวันที่ 7 เม.ย.ทันที กำลังศึกษา กฎหมายอยู่ว่าต้องรอแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อนหรือเปล่า แต่คิดว่าหาทางว่าไม่ต้องรอแถลงนโยบาย เพราะจะนานเกินไป เรียกประชุมได้เลยเพื่อสั่งการให้ทบทวนสูตรราคาน้ำมัน โดยเฉพาะค่าการกลั่นที่ปัจจุบันปรับตัวพุ่งสูงขึ้นผิดปกติจาก 2-3 บาท ไปถึงเกือบ 13-14 บาทต่อลิตร จะต้องมีการกำหนดเพดานค่าการกลั่นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมราว 3-4 บาทต่อลิตร ไม่ให้บวกขึ้นเกินควรไม่งั้นความลำบากตกอยู่กับชาวบ้าน จะส่งผลให้ราคาหน้าโรงกลั่นลดลง และทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มลดลงตามไปด้วย โดยที่ไม่ต้องนำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปชดเชยเพิ่ม และตั้งเป้าว่าจะดำเนินการปรับสูตรราคาน้ำมันให้เสร็จสิ้นทันก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์นายเอกนัฏ กล่าวว่า ผู้ประกอบการที่มีพฤติกรรมกักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไร หรือลักลอบนำน้ำมันออกไปขายอย่างผิดกฎหมาย ขณะนี้รัฐบาลมีข้อมูลรายงานการซื้อขายย้อนหลัง 30 วัน และเริ่มเห็นตัวเลขที่ผิดปกติแล้ว เช่น บางรายเคยซื้อขายวันละหลักแสน แต่จู่ๆ พุ่งเป็นหลักล้าน ใครที่ทำอยู่ คุณต้องหยุด แต่ส่วนที่ทำมาแล้ว ต้องโดน ไม่รอด

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

นายกฯ​ เรียกเลขาฯสมช.ขึ้นตึกไทย​ ถกแนวนโยบาย จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งด้านมั่นคง เศรษฐกิจ​ สังคม
Politics2026 Apr 02 :: 03:05

นายกฯ​ เรียกเลขาฯสมช.ขึ้นตึกไทย​ ถกแนวนโยบาย จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งด้านมั่นคง เศรษฐกิจ​ สังคม

นายกฯ​ เรียกเลขาฯสมช.ขึ้นตึกไทย​ ถกแนวนโยบาย จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งด้านมั่นคง เศรษฐกิจ​ สังคมวันที่ 2 เม.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย​ บางชวด​ เลขาธิการ​สภา​ความมั่นคง​แห่งชาติ​(สมช.​) เปิดเผยว่า​ ในวันนี้​นายอนุทิน​ ชาญ​วีรกูล​ นายกรัฐมนตรีและ​รมว.มหาดไทย​ เรียกเข้าพบ เพื่อหารือถึงสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังจากที่วันที่ 1 เม.ย.พล.อ. เกรียงไกร ศรีรักษ์​ รองประธานวุฒิสภาและอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 เข้าพบ​ ซึ่งจะเป็นการรายงานตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อถามว่า จะมีการหารือถึงแผนยุทธศาสตร์จังหวัดชายแดนใต้ด้วยหรือไม่​ นายฉัตรชัย​ กล่าวว่า​ อาจจะยังไม่ลงลึกถึงขนาดนั้น เมื่อถามว่ามีเหตุอะไรหรือไม่ทำให้นายกรัฐมนตรีถึงต้องเรียกสมช. มาพบ นายฉัตรชัย กล่าวว่า​ ต่อไปรัฐบาลจะเริ่มบริหารงาน​ จึงต้องวางกรอบการทำงานให้ชัดเจนมากขึ้น​ แม้ว่าการบริหารงานจะต่อเนื่อง​ แต่ต้องมาดูจุดเน้นที่ต้องเพิ่มมากขึ้น​ อย่างเรื่องนโยบายของรัฐบาลโดยเฉพาะเรื่องจังหวัดชายแดนภาคใต้​ ซึ่งต้องดูหลายเรื่องประกอบกัน ทั้งมั่นคง เศรษฐกิจ​ และสังคมเมื่อถามว่าช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลมีอะไรที่น่ากังวลหรือไม่ นายฉัตรชัย​ กล่าวว่า​ ทุกอย่างต่อเนื่อง แต่จะมีจุดเน้นเพิ่มขึ้นในหลายเรื่อง​ ทั้งการรักษาความสงบเรียบร้อย​ และการพูดคุยสันติสุข​ส่วนแนวทางการทำงานการเมืองจะยังคงนำการทหารใช่หรือไม่ นายฉัตรชัย​ กล่าวว่า การเมืองจะต้องนำการทหาร เมื่อถามว่าการหารือในครั้งนี้จะมีการพูดคุยถึงประเด็นน้ำมันในพื้นที่ภาคใต้หรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า​ ในวันนี้ไม่ได้มีการเตรียมเรื่องนี้มา เนื่องจากมีศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง​(ศบก.​)ดูแลอยู่แล้ว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

นายกฯ ตั้ง “พิพัฒน์” นั่งประธานบริหารจัดการน้ำมันช่วงสงกรานต์
Politics2026 Apr 01 :: 11:06

นายกฯ ตั้ง “พิพัฒน์” นั่งประธานบริหารจัดการน้ำมันช่วงสงกรานต์

นายกฯ ตั้ง “พิพัฒน์” นั่งประธานบริหารจัดการน้ำมันช่วงสงกรานต์วันที่ 1 เม.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 6 /2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 4 ) พ.ศ.2569 ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วราชอาณาจักรในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นการอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนในการเดินทาง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้มีคณะกรรมการบริหารการจัดส่งน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ.2569โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว. คมนาคม เป็นประธาน และมีรมว. พลังงาน รมว.พาณิชย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการขนส่งทางบกอธิบดีกรมทางหลวงอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน อธิบดีกรมสรรพสามิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) เป็นกรรมการ และมีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการโดยมีหน้าที่และอำนาจบริหาร ติดตาม และอำนวยความสะดวกในการจัดหา กระจายและจัดส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2569 ระหว่างวันที่ 6-17 เม.ย.69 สนับสนุน ขับเคลื่อน และเร่งรัดการดำเนินงานของส่วนราชการ และหน่วยงานของรัฐให้เป็นไปตามอำนาจและหน้าที่เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์พร้อมประสานและรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการเพื่อเสนอนายกรัฐมนตรีและศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง(ศบก.)ทราบ ณ วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี“พิพัฒน์” มอบปลัดพลังงานนั่งหัวโต๊ะ ถก ศบก. ด้าน โฆษก ศบก.เผย อาจเปลี่ยนเวลาประชุมให้สอดคล้องกับสื่อฯ จ่อแถลงทุกวันจันทร์-พุธ-ศุกร์นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ.ศบก. มอบหมายให้ นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการประชุมแทน เนื่องจากนายพิพัฒน์ ติดภารกิจขณะที่ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา โฆษก ศบก. กล่าวว่า เบื้องต้นวันนี้จะแถลงใน 18.05 น. แต่ในอนาคตมีการหารือนอกรอบกันว่าอาจจะมีการปรับเปลี่ยนเวลาประชุม เพื่อให้สอดคล้องกับเวลานำเสนอข่าวของสื่อมวลชนด้วย แต่ต้องหารือกันอีกครั้ง ซึ่งช่วงนี้เป็นรอยต่อรัฐบาล หากมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยหน่อยหรือแจ้งเปลี่ยนกะทันหันต้องขอภัยด้วยด้าน รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า ความเหมาะสมการแถลงอาจจะมีการเว้นระยะ เพื่อให้แต่ละหน่วยไปปฏิบัติงาน จะได้มีข้อมูลข้อเท็จจริงมานำเสนอประชาชน และมีช่วงเวลาที่เราคิดว่าอาจจะเป็นวันประชุม และแถลงคือ วันจันทร์ พุธ หรือศุกร์

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

นิติสงครามรอบใหม่ รับรัฐบาล “อนุทิน 2” ลามคดี 44 สส. เสี่ยงล้างกระดานการเมือง
Politics2026 Apr 01 :: 10:57

นิติสงครามรอบใหม่ รับรัฐบาล “อนุทิน 2” ลามคดี 44 สส. เสี่ยงล้างกระดานการเมือง

นิติสงครามรอบใหม่ รับรัฐบาล “อนุทิน 2” ลามคดี 44 สส. เสี่ยงล้างกระดานการเมืองวันที่ 1 เม.ย. 2569 นิติสงครามตอนต่อไปรับขวัญรัฐบาลอนุทิน 2 เชือดไก่ให้ลิงดู ดีลลับ ภูมิใจไทย กับเจ้าของสวนส้ม เกิดดีลแตก ป.ป.ช.ส่งสำนวน อดีต 44 สส.ก้าวไกล ลงชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ให้ศาลฎีกาพิจารณาเข้าข่าย กระทำผิดจริยธรรมร้ายแรง ผลของคดีแยก เป็นสองประเด็น ทางการเมือง และส่วนบุคคล ที่จะต้องถูกตัดสิทธิ์ ทางการเมือง หรือ เลวร้ายไปกว่านั้น มีคนไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญอีกรอบให้ยุบพรรคประชาชนในฐานะที่ มีกรรมการบริหารพรรคประชาชนในปัจจุบัน มีส่วนในความผิดในคดีดังกล่าวด้วยอีกประเด็น ผลกระทบกับกติกาและระเบียบตามรัฐธรรมนูญ ในเมื่อ อดีตสส.ก้าวไกล และผู้บริหารพรรคประชาชนในปัจจุบัน อ้างว่า สส. ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ มีอำนาจและหน้าที่ในการร่างกฎหมาย แก้ไข กฎหมายตามรัฐธรรมนูญซึ่ง เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรง ถ้าสส.แก้ไขกฎหมายแล้วเป็นความผิดร้ายแรง เท่ากับ เป็นการย้อนแย้งบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญมีการมองไปถึงผลลัพธ์สุดท้ายของคดี มีการมองไปถึงการยึดอำนาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดทางการเมืองในรูปแบบใหม่ แทนการปฎิวัติรัฐประหาร ที่จะเกณท์เอาสส. ทั้งหมด เข้ามาอยู่กับพรรคภูมิใจไทย ให้เป็นพรรครัฐบาลพรรคเดียว ยึดอำนาจในสภา ให้เป็นพรรคเสียงข้างมากพรรคเดียว เป็นตัวแทนของพรรคอนุรักษ์นิยม ที่กุมอำนาจการบริหารประเทศ เอาไว้ในมือทั้งหมดและให้เกิดความชัดเจนว่า แนวความคิดปฎิรูป ไปไม่รอด ไม่ว่าคะแนนนิยม ของพรรคประชาชน จะสูงแค่ไหน แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ในสนามการเมืองอยู่ดีเป็นแรงจูงใจให้ สส. นักการเมือง ทุกระดับ ตัดสินใจเลือกข้าง ว่าอยู่ข้างไหน ปลอดภัยมากกว่ากัน และท้ายที่สุดแล้ว มีทางเลือกให้กับฝ่ายประชาธิปไตยสองทางเลือก คือ แปรพักตร์ หรือ สูญพันธุ์กรณี คำร้อง ภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯ และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรมว.ยุติธรรม รอดคดีมาตรา 157 ปฎิบัติอหน้าที่โดยมิชอบ ในคำสั่งให้ ดีเอสไอ ดำเนินคดี อั้งยี่ ซ่องโจร การฮั้วเลือกสว. สรุปว่าไม่ผิดกรณี อดีตนายกฯ ทักษิณ เข้าข่ายได้รับการพักโทษ ออกจากคุมขัง ในวันที่ 11 พฤษภาคม แลกกับ พรรคเพื่อไทย ยอมสยบให้กับภูมิใจไทย ไม่ทำตัวเป็นคู่แข่งและคู่แค้นอีกต่อไปคดี เขากระโดง ฮั้วเลือกสว. ทำท่าจะหลุดหมดเพราะหลักฐานไม่พอเพียง ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีหลักฐานมัดตัว ถึง แกนนำคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทยหลายคนคดี บาร์โค้ต คิวอาร์โค้ต บนบัตรเลือกตั้ง ไม่ได้รับการคุ้มครอง ชั่วคราว เพราะไม่ปรากฏหลักฐานว่า ทำให้การเลือกตั้งเสียหาย ส่อว่า ทั้ง กกต. และผลของการเลือกตั้งยังเดินหน้าได้ตามปกติว่ากันว่า แกนนำพรรคประชาชน ระดับดาวรุ่งทั้งหลาย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ศิริกัญญา ตันสกุล แกนนำระดับคีย์แมนโดนหมด ถูกประหารชีวิตทางการเมืองไม่มีโอกาสรอดพรรคประชาชนเหลือแต่ ตัวอ่อน ฝ่ายปฎิรูปจะอ่อนแอมากที่สุด เป็นจังหวะ อนุรักษ์ นิยมจะต้องรวบอำนาจเอาไว้ในมือแบบเบ็ดเสร็จงูเห่าสีส้ม จะปรากฎอีกนับสิบ และจะซบเซา ไปจนกว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จะหลุดโทษทางการเมืองในปี 2570 ถึงตอนนั้น ค่อยไปแก้ปัญหาตามสถานการณ์อีกที เช่นจัดให้มีการเลือกตั้งก่อนที่ ธนาธร จะเข้ามานำการเมืองในขั้วปฎิรูปอีกครั้งและที่มีติดปลายนวม เป้าหมายของการใช้อำนาจ นิติสงคราม กำลังเพ็งเล็งไปที่ พรรคกล้าธรรม ของผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ถูกมองว่า เป็นคู่แข่งในฝ่ายอนุรักษ์ด้วยกัน และ ระแวงว่าจะหันไปจับมือกับ นายใหญ่บ้านจันทร์ส่องหล้าอีกรอบการเมืองลุยไฟทั้งสงครามเศรษฐกิจ บนกองไฟ วิกฤติการเมือง รอบใหม่ สุดท้ายจะไปจบนอกสภา แบบเดิมๆ บนความหายนะของประเทศและประชาชนคนไทย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

นายกฯ ตั้ง “เอกนิติ” นั่งประธาน คตร.ศึกษาหลักเกณฑ์กำหนดค่าการกลั่น-ค่าการตลาด ค่าขนส่ง-ค่าใช้จ่ายเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงคำนวณราคา
Politics2026 Apr 01 :: 10:20

นายกฯ ตั้ง “เอกนิติ” นั่งประธาน คตร.ศึกษาหลักเกณฑ์กำหนดค่าการกลั่น-ค่าการตลาด ค่าขนส่ง-ค่าใช้จ่ายเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงคำนวณราคา

นายกฯ ตั้ง “เอกนิติ” นั่งประธาน คตร.ศึกษาหลักเกณฑ์กำหนดค่าการกลั่น-ค่าการตลาด ค่าขนส่ง-ค่าใช้จ่ายเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงคำนวณราคา กำหนดราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น ราคาขายให้ผู้ค้าน้ำมันตาม ม.7 ม.10 ม.11 ชง ครม.วันที่ 1 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 5/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2569 โดยให้มีคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง เป็นประธาน ขณะที่มีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตรมว.พลังงาน นายพรายพล คุ้มทรัพย์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และพลังงาน และอดีตที่ปรึกษารมว.พลังงาน นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทบางจาก ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) นายอารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยมีปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นกรรมการและเลขานุการ ส่วน ผอ.สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ โดยมีหน้าที่และอำนาจ 1.ศึกษาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในการกำหนดค่าการกลั่น ค่าการตลาด ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาของน้ำมันเชื้อเพลิงและเสนอผลการศึกษาต่อครม.เพื่อพิจารณา 2.ศึกษาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในการคำนวณราคาและกำหนดราคาสำหรับราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น ราคาขายให้แก่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 แห่งพ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 เสนอต่อต่อครม.เพื่อพิจารณา สั่ง ณ วันที่ 31 มี.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อนุทิน” แจงสถานการณ์น้ำมัน ปั๊ม PT น้ำมันขาดเยอะสุด
Politics2026 Apr 01 :: 09:57

“อนุทิน” แจงสถานการณ์น้ำมัน ปั๊ม PT น้ำมันขาดเยอะสุด

“อนุทิน” แจงสถานการณ์น้ำมัน ปั๊ม PT น้ำมันขาดเยอะสุดวันที่ 1 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงสถานการณ์ปั๊มน้ำมันที่ปิดในวันเดียวกันนี้ 5 ปั้มใหญ่ แจกแจงเป็นรายปั๊ม เริ่มจาก บางจาก-ล่าสุดของบางจากเหลือแค่ 2 แห่งครับ ที่นครปฐมกับศรีสะเกษ ต่อด้วย PTT จำนวนสถานีที่มีปัญหาการขาดช่วงในการขนส่ง (Shortage) ระยะเวลาเกิน 12–24 ชั่วโมง ลดลงมาเหลือเพียง 2 สถานี ที่ภาคเหนือ ขณะที่ SHELL ของไม่ขาด จัดให้รถขนส่งน้ำมันวิ่งส่งทั้งวัน จากคลังต่างๆ ของมีพอทุกผลิตภัณฑ์ ส่วน PT จำนวนสถานีที่มีปัญหาการขาดช่วงในการขนส่ง (Shortage) ระยะเวลาเกิน 24 ชั่วโมง ที่ไม่มีการขายต่อเนื่อง และ ลำปางขาดมากที่สุด 62 สาขา ขอนแก่น 32 สาขา สุราษฎร์ 20 สาขา และอื่นๆ และ SUSCO วันนี้กลับมาปกติทุกปั๊มแล้ว รายงานเมื่อบ่ายวันนี้ครับ ได้สั่งการให้ผู้รับผิดชอบได้ประสานงานไปที่ PT เพื่อให้เร่งแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"ภัทรพงษ์" เดือดชำแหละ 3 ปม ฝุ่น PM2.5-ไฟป่า ชี้ งบประมาณไม่ถึงท้องถิ่น-ไม่กล้าประกาศภัยพิบัติ-จี้คุมนำเข้าข้าวโพดเผา
Politics2026 Apr 01 :: 09:15

"ภัทรพงษ์" เดือดชำแหละ 3 ปม ฝุ่น PM2.5-ไฟป่า ชี้ งบประมาณไม่ถึงท้องถิ่น-ไม่กล้าประกาศภัยพิบัติ-จี้คุมนำเข้าข้าวโพดเผา

"ภัทรพงษ์" เดือดชำแหละ 3 ปม ฝุ่น PM2.5-ไฟป่า ชี้ งบประมาณไม่ถึงท้องถิ่น-ไม่กล้าประกาศภัยพิบัติ-จี้คุมนำเข้าข้าวโพดเผา ถาม ลมหายใจภาคเหนือมีความหมายกับรัฐบาลหรือไม่ ซัดพรรคแกนนำรัฐบาล ดีแต่ลมปากทำจริงไม่ได้สักอย่าง ปลุก "อนุทิน" มียางอายลุกมาสางปมฝุ่นพิษ ท้า "สุชาติ" ลาออก หากไม่ดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด “การดี” เสนอ ตั้งกมธ.วิสามัญติดตามแก้ฝุ่น-ไฟป่า หลังสถานการณ์ภาคเหนือวิกฤตหนัก จุดความร้อนพุ่ง 3 เท่า ค่า ฝุ่นบางพื้นที่สูงเกินมาตรฐาน จี้ รัฐเร่งระดมทรัพยากร ควบคุมไฟป่า-ดูแลสุขภาพปชช. ควร รับรอง พ.ร.บ. อากาศสะอาด หวั่น ถึงเส้นตายเพียง 6 สัปดาห์ ลั่น ผู้ก่อมลพิษต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ผลักภาระให้ประชาชนวันที่ 1 เม.ย. 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม มีการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา เสนอมาตรการเร่งด่วนและนโยบายการจัดการปัญหาฝุ่น PM 2.5โดยนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เขต 8 เชียงใหม่ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นเสนอเป็นคนแรก ว่า ลำดับแรกตนต้องขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1 รายที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ จึงจะขอญาติด่วนในประเด็นนี้ส่งไปถึงคณะรัฐมนตรีเพื่อความช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิต ที่ตนต้องยื่นญัตติด่วนเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา PM 2.5 ไปให้คณะรัฐมนตรีเพราะตอนนี้ภาคเหนือพวกเรากำลังป่วยหนักและเสียชีวิตอย่างช้า ๆ จากอากาศที่เป็นพิษที่มาจากการละเลยปัญหาของรัฐบาล โดยเฉพาะในภาคเหนือ 9 จังหวัด ที่แค่ตื่นขึ้นมาก็เหม็นกลิ่นควันไหม้ใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้ต่อให้ใส่หน้ากาก N95 ก็แสบตาอยู่ดีเชียงใหม่และพื้นที่ภาคเหนือ 9 จังหวัดตอนนี้ ค่าฝุ่นพุ่งขึ้นสูงถึง 300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรแทบทุกพื้นที่ บางพื้นที่ทะลุถึง 700 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนในหน่วย AQI ทะลุถึง 1,956 ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ฝุ่นพิษหนักขนาดนี้ประชาชนเลือดกำเดาไหลกันเยอะมาก พ่อแม่ที่มีลูกเป็นภูมิแพ้อากาศต้องส่งลูกเข้า ICU หลายราย คนที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจ ต้องเกิดอาการโรคหัวใจกำเริบ เต้นผิดจังหวะเพราะตัวกระตุ้นก็คือฝุ่นพิษ PM 2.5 ถ้าพูดแบบนี้ แล้วยังคิดภาพตามไม่ออกยังรู้สึกแบบที่คนเหนือรู้สึกอยู่ไม่ได้ ก็อยากให้ลองคิดภาพตามว่าถ้าตื่นมาพรุ่งนี้แล้วคนในครอบครัวเลือดกำเดาไหลจากฝุ่นพิษ ถ้าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดที่บ้านของพวกคุณจะทำอย่างไร ยังไม่รวมความเสี่ยงเรื่องมะเร็งปอด และผลกระทบด้านปากท้องในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต้นเหตุเรื่องนี้เรารู้กันอยู่แล้วว่าภาคเหนือในทุก ๆ ปี เดือน มี.ค.-เม.ย. จะไปช่วงที่มีค่าฝุ่นพิษสูงที่สุดต้นต่อชัดเจนคือมาจากไฟในพื้นที่ป่า และฝุ่นพิษจากต่างประเทศ ตนอภิปรายอย่างละเอียดมา 3 ปีแล้วว่าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ต้องทำงานอย่างหนักก่อนที่ปัญหาจะเกิด การอภิปรายแถลงนโยบายเมื่อกันยายนปีที่ผ่านมาชี้ชัดให้รัฐบาลเหรียงชัดเจนว่าปัญหาคืองบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ไม่พอ รัฐบาลต้องวางแผนจัดสรรงบกลางภายในเดือนพฤศจิกายนเรื่องไฟป่า" เท่ากับรัฐบาลก่อนหน้ามีการตัดงบท้องถิ่น ดับไฟป่าไปกว่าพันล้าน ทำให้ท้องถิ่นมีเงินแค่หลักหมื่นในการจัดการไฟป่า แต่รัฐบาลอนุทินชุดนี้ก็ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ เลย เห็นชัดเจนว่าผลที่เรารับกันอยู่ตอนนี้ มาจากการละเลยต่อปัญหาของรัฐบาลละเลยต่อข้อเสนอแนะในสภาผู้แทนราษฎรที่จำเป็นต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน รัฐบาลละเลยต่อการแก้ปัญหานี้ได้เชิงโครงสร้างอย่างเดียวไม่พอ ตอนนี้กำลังละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงวิกฤตฉุกเฉินอีก เพราะในตอนนี้ 9 จังหวัดภาคเหนือเข้าเกณฑ์และเงื่อนไขในการประกาศเขตภัยพิบัติทั้งหมดแล้ว แต่ปัจจุบันมีเพียงแค่จังหวัดเชียงใหม่ ที่ประกาศเขตภัยพิบัติกรณีเขตอัคคีภัย ไม่กล้าประกาศเขตภัยพิบัติกรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 " นายภัทรพงษ์กล่าวนายภัทรพงษ์ ยังกล่าวว่า หากประกาศเขตภัยพิบัติกรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จะช่วยปลดล็อคเงินฉุกเฉินเงินทดลองราชการที่แต่ละจังหวัดจะมีงบอยู่ที่ 50 ล้านบาท ลงจากเงินแต่ละกระทรวงทั้ง 9 จังหวัดจะเป็น 1,020 ล้านบาทซึ่งเป็นงบที่ยืดหยุ่นสามารถขยายกรอบวงเงินได้ แต่ไม่มีการดำเนินการ" ถามตรง ๆ ตรงนี้ว่า ลมหายใจประชาชนภาคเหนือในวันนี้มันมีความหมายกับรัฐบาลบ้างหรือเปล่าเพราะถ้ามันยังมีความหมายอยู่ วันนี้ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการโดยเร่งด่วนคือการประกาศเขตภัยพิบัติ กรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 กับ 9 จังหวัดภาคเหนือและยกระดับไทยเป็นระดับ 3 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็คือคุณอนุทิน ชาญวีรกูล มานั่งหัวโต๊ะบัญชาการแล้วให้แต่ละกระทรวงปลดล็อคทำงานอย่างเต็มกำลัง " นายภัทรพงษ์กล่าวนายภัทรพงษ์ ยังได้เสนอเรื่องไฟป่า ให้รัฐบาลเพิ่มคนในชุมชนเพราะรู้จักในพื้นที่ดีที่สุดมาลาดตระเวน เพิ่มกำลังเสริมโดยกระทรวงกลาโหม ซึ่งรัฐบาลต้องเอาแผนที่ป่าทั้งหมดมากาง และทาบด้วยแผนที่เผาไหม้ที่วิเคราะห์โดยดาวเทียมและทาบชั้นที่สามด้วยข้อมูลดัชนีความแห้งแล้งในป่า หากทาบ 3 แผนที่ขึ้นมา สิ่งสุดท้ายที่จะได้ คือ พื้นที่ที่ยังไม่มีการเผาไหม้ พร้อมระดับความเสี่ยงไฟป่าแบ่งเป็นสูงกลางต่ำ เพื่อให้จัดสรรคนและจัดสรรงบประมาณตามระดับความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่ได้ ต่อมาเราต้องรับมือด้านสุขภาพให้กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำข้อมูลกลุ่มเปราะบางมากาง เพื่อจัดสรรมุ้งสู้ฝุ่นที่ลดได้ถึง 75%ส่วนเรื่องฝุ่นข้ามแดน สิ่งที่รัฐบาลต้องทำทันทีคือแจ้งเรื่องนี้ไปที่ศูนย์ภัยพิบัติอาเซียน เราสามารถขอความช่วยเหลือจากสมาชิกอื่น ๆ เข้ามาจัดการปัญหาได้เพราะปัญหาตรงนี้ไม่ได้มีต้นตอแค่ใดประเทศไทย การแก้ปัญหาตรงนี้จะไม่ช่วยแค่เฉพาะหน้าแต่จะช่วยเรื่องการเจรจาฝุ่นพิษระดับอาเซียนในอนาคตนายภัทรพงษ์ ยังกล่าวว่า การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เผาส่วนนี้เราต้องหยุดเพื่อผลประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนอาหารสัตว์ แก้ประกาศนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แม้ปัจจุบันจะมีประกาศห้ามนำข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เผา แต่ก็เปิดช่องโหว่ ให้กับผู้นำเข้าสามารถรับรอง ตัวเองได้โดยไม่มีการตรวจสอบห่วงโซ่หรือซัพพลายเชนเลย กระทรวงพาณิชย์ต้องแก้ประกาศตรงนี้เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ ปัญหาเรื่องนี้เราจำเป็นที่ต้องจัดการอย่างเร่งด่วนวิกฤตในตอนนี้" ผมไม่สนว่าพวกท่านคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ทั้งหลายได้ตำแหน่งมาด้วยวิธีไหนในตอนนี้แต่พวกท่านมีอำนาจงบประมาณอยู่ในมือตอนนี้แล้ว ลุกขึ้นมาทำงานถ้าทำไม่เป็นวันนี้เปิดใจรับฟังเพราะประชาชนไม่สามารถอยู่แบบนี้ได้อีกต่อไปแล้ว กับพรรคแกนนำรัฐบาลที่เคยอภิปรายในปีที่แล้ว เหมือนจะให้ความสำคัญเรื่องภัยพิบัติเอามาก ๆ ถึงขั้นพูดว่านี่ไม่ใช่เวลาที่เราจะพัฒนาประเทศ นี่ไม่ใช่เวลาที่เราจะเดินไปข้างหน้า แต่นี่คือเวลาที่เราต้องหยุดแล้วถอยหลังมาหนึ่งก้าว แล้วให้ความสำคัญกับเรื่องภัยพิบัติ จำคำพูดของตัวเองได้ไหมครับ วันนี้เป็นยังไงภัยพิบัติมาสู่ประเทศไทยกี่รอบ ทำได้สักอย่างหรือเปล่า ดีแต่ลมปากแต่ทำจริงไม่ได้สักอย่าง " นายภัทรพงษ์กล่าวนายภัทรพงษ์ ระบุว่า สิ่งที่เอารัฐบาลกำลังจะพลาดมากที่สุดคือไม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ปล่อยให้ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดต้องตกไป วันนี้นายสุชาติชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เซ็นชื่อเข้าประชุมด้วยถ้าสิ่งที่ตนพูดไม่จริงก็ให้มายืนยัน ให้ประชาชนคลายความกังวล ถ้าเกิดรัฐบาลชุดนี้ไม่หยิบร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดขึ้นมาพิจารณา ภายในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่นจะลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ถ้ากล้าพูดแบบนี้เชื่อว่าประชาชนจะคลายความกังวลแน่นอนอยากให้รัฐบาลเอาความรู้สึกเอาความทุกข์ของประชาชนมาใส่ในใจของตนเองบ้าง หากคนที่คุณรักเลือดกำเดาไหลไอเป็นเลือด โรคหัวใจกำเริบ พวกคุณจะปล่อยปละละเลยปัญหานี้ขนาดนี้หรือไม่ เลิกทำงานด้วยการสั่ง เพราะคำสั่งของนายกฯ ไปถึงผู้ว่าฯ เป็นคำขู่ ผู้ว่าฯ ไปขู่ปลัดอำเภอ ปลัดอำเภอไปขู่คนดับไฟอีกที แทนที่จะได้พักจากการดับไฟป่าก็ต้องเข้าไปดับไฟทุกวันจนเกิดอาการล้าสะสมนำมาสู่ความเสี่ยงในการเสียชีวิต คำขู่แบบนี้แก้ปัญหาอะไรให้กับประชาชนไม่ ได้เลิกทำงานด้วยคำขู่และใช้มันสมองเสียที“พรรคประชาชนขอเรียกร้องให้รัฐบาลนำข้อเสนอจากการอภิปรายในญัตติด่วนวันนี้ไปเร่งจัดการแก้ปัญหา PM 2.5 ให้กับประชาชน ขอให้คุณอนุทินรู้สึกอายกับการที่ประเทศไทยมีค่าฝุ่นพิษแย่อันดับหนึ่งของโลก ขอให้คุณอนุทินรู้สึกอายกับการที่ตนเองไม่ทำงานปล่อยปละละเลยจนฝุ่นผิดรุนแรงขนาดนี้ และหวังว่าญัตติด่วนของพรรคประชาชนจะทำให้คุณอนุทินมียางอาย ลุกขึ้นมาแก้ปัญหาให้ภาคเหนือของประเทศไทยเสียที” นายภัทรพงศ์กล่าว“การดี” เสนอ ตั้งกมธ.วิสามัญติดตามแก้ฝุ่น-ไฟป่า หลังสถานการณ์ภาคเหนือวิกฤตหนัก จุดความร้อนพุ่ง 3 เท่า ค่า ฝุ่นบางพื้นที่สูงเกินมาตรฐาน จี้ รัฐเร่งระดมทรัพยากร ควบคุมไฟป่า-ดูแลสุขภาพปชช. ควร รับรอง พ.ร.บ. อากาศสะอาด หวั่น ถึงเส้นตายเพียง 6 สัปดาห์ ลั่น ผู้ก่อมลพิษต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ผลักภาระให้ประชาชนในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 4 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ในช่วงการปรึกษาหารือตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ข้อ 24 โดยมีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาคนที่สอง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมโดยมีญัตติด่วนเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณามาตรการเร่งด่วนการป้องกันและวิธีการแก้ไขปัญหา PM 2.5 และปัญหาไฟป่าเพื่อรวบรวมเป็นข้อเสนอแนะให้รัฐบาลดำเนินการต่อไปซึ่ง นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้เสนอ โดยอภิปรายสะท้อนสถานการณ์ ว่า ตนขอเสนอญัตติเพื่อให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 เนื่องจากปัญหาฝุ่น PM2.5 อยู่กับเรามาเป็น 10 ปี ในฐานะที่ตนเคยเป็นนักวิจัยเรื่องคุณภาพชีวิตอนาคตของเมือง ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และพัฒนาประเทศหากจะมาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ที่ภาคเหนือ จะเห็นว่านาทีนี้เดือดร้อนเพราะจุดไฟป่าอยู่ครอบคลุมพื้นที่ทางเหนือตอนบนแทบทั้งหมด พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์และป่าสงวนในภาคเหนือ รวมถึงในหลายพื้นที่หากย้อนไปดูข้อมูลจาก Gistda สัปดาห์ที่ผ่านมาก็จะบอกกันคนละเรื่อง เพราะก่อนหน้านั้นจะเป็นข้อมูลจุดร้อนจากพื้นที่การเกษตรเป็นส่วนใหญ่ ข้อสังเกตคือถ้าเราพูดถึงการขยายตัวของจุดร้อน เพียงแค่วันที่ 23-29 มี.ค. 69 การขยายตัวมากขึ้นกว่า 3 เท่าตัวจึงเป็นสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจว่าวันนี้ในเรื่องการควบคุมทรัพยากรที่ให้ไป สำหรับคนที่ควบคุมไฟป่านั้นมีเพียงพอแล้วหรือไม่ ถ้าเราสามารถบริหารจัดการได้ตั้งแต่ต้นพี่น้องภาคเหนือตอนบน ก็คงจะไม่ต้องลำบากจนถึงที่เราเห็นในวันนี้วันนี้เราพูดถึงต้นตอของปัญหาในหลายๆจุดการที่มีไฟลุกในป่าทึบภูเขาสูง ทรัพยากรคนที่ดูแลผืนป่านั้นไม่เพียงพอ ประกอบกับสิ่งที่เรารู้อยู่แล้วในเรื่องของการจัดการกระบวนการการเกษตรที่เราต้องการให้มีการช่วยเหลือเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรมีทางเลือกมากยิ่งขึ้นซึ่งวันนี้ถ้าพูดถึงปริมาณ AQI(ดัชนีคุณภาพอากาศ) ข้อมูลล่าสุด อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน สูงไปถึง 1,956 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นค่าที่สูงกว่ามาตรฐาน จึงเป็นคำถามว่าเมื่อถึงนาทีนี้แล้วเราที่กำลังสูดดมอากาศที่เป็นพิษเหล่านี้ เรายังไม่สามารถประกาศให้เขตนี้เป็นเขตภัยพิบัติได้สิ่งหนึ่งที่อยากจะให้จับตาดูคือถ้าเราพูดถึงการประกาศเขตภัยพิบัติตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยปี 2550 คงจะคุ้นเคยกับภัยพิบัติที่มาอย่างฉับพลัน แต่วันนี้เรายังไม่มีการครอบคลุมถึง ผลกระทบที่ค่อยๆก่อตัวและส่งผลในระยะยาว ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการจัดการระดับจังหวัดหรือความสามารถที่เจ้าหน้าที่จะขนย้ายหรืออพยพคนจากความปลอดภัยสูงสุดได้นางการดี กล่าวต่อว่า โดยประเด็นที่เป็นห่วงมากที่สุดคือในเรื่องของสุขภาพ วันนี้ทุกอากาศที่สูดดมเข้าไปที่มาจากฝุ่นโดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก ทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุและคนที่ป่วยเรื้อรัง คนเหล่านี้จะมีปัญหามากเพราะจะทำให้เกิดการติดขัดของการทำงานของร่างกายอย่างเฉียบพลัน แต่สำหรับคนทั่วไปที่ดูแข็งแรงในตอนนี้ฝุ่นพิษเหล่านี้ เข้าไปอยู่ในกระแสเลือดและจะส่งผลแน่นอนทั้งในเรื่องของปอด ถุงลมโป่งพอง เรื่องของสมองและเรื่องของพัฒนาการอื่นๆโดยความเสี่ยงของการจัดการทรัพยากรมนุษย์ซึ่งวันนี้เราก็ลำบากในเรื่องอื่นอยู่แล้วทั้งเศรษฐกิจ ขีดความสามารถและความพร้อม วันนี้เราจะทับถมในสิ่งที่ตนมั่นใจว่าเราควรที่จะป้องกันได้และควรที่จะต้องลงมือเพื่อประโยชน์ของลูกหลานของเราในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการเพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเฉพาะหน้าและไม่อยากมาพูดในเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกในทุกฤดูกาล ที่มีฤดูกาลฝุ่นสำหรับเรื่องเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวช่วงระยะเวลานี้ เป็นช่วงสำคัญในระยะเวลาท่องเที่ยวในเขตภาคเหนือเพราะในวันนี้ก็มีสถิติชัดเจนแล้วว่าการยกเลิกการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้น ยังไม่นับทิศทางยุทธศาสตร์ของประเทศที่เราอยากจะไปเป็นเวลเนสซิตี้ (Wellness city) ในขณะที่คนของเราก็ยังไม่สามารถมีสุขภาพดีในฐานะพลเมืองประเทศไทยได้ จึงเป็นสิ่งที่เราควรจะต้องเร่งแก้ไขนางการดี เชื่อว่า คงไม่มีอะไรเร่งด่วนไปกว่าการระดมทรัพยากรสำคัญในการที่จะดับไฟป่าครั้งนี้ และตนไม่อยากให้เกิดการสูญเสียอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้เล่าให้ฟังเมื่อสักครู่อีกต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญและคิดว่าการระดมทรัพยากรครั้งนี้คงจะมาจากท้องถิ่นไม่เพียงพอ เพราะว่าพื้นที่ที่เกิดไฟป่าและผลกระทบมันกระจายไปเกินกว่าที่จะสามารถควบคุมได้จากการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นเท่านั้นแล้วนอกจากนี้อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญและเวลาที่จะแก้ไขในเรื่องของภัยพิบัติไม่อยากให้เอาการเมืองมาเป็นตัวนำ อยากให้เอาข้อมูลที่แท้จริงซึ่งวันนี้ประเทศไทยไม่ได้อ่อนด้อยในการที่จะเอาข้อมูลมาวิเคราะห์หรือวิจัยเพราะเราควรสนับสนุนสิ่งนี้ให้มีการใช้งานได้มากยิ่งขึ้นรวมถึงการแก้ปัญหาเรื่องของฝุ่นที่เราเจอมาเป็น 10 ปี คงจะแก้ในเพียงมิติการเมืองอย่างเดียวหรือกระทรวงใครกระทรวงมันเป็นไปไม่ได้ เพราะถ้าวิเคราะห์ผลกระทบในภาพรวม ตนอยากเสนอ 6 มิติ 6 ด้านด้วยกัน1. เราเชื่อมั่นว่าอากาศสะอาดควรจะเป็นสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนและของพลเมืองไทยทุกคน สิ่งหนึ่งที่เพื่อนสมาชิกที่อยู่ในสภาแห่งนี้ก่อนหน้านี้หลายท่านก็เป็นรัฐบาลในตอนนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ได้มีการยื่น พ.ร.บ. อากาศสะอาดไปแต่ว่ามีการยุบสภาเสียก่อน แต่ในนาทีนี้ความเร่งด่วนเกิดขึ้นเพราะเราควรจะต้องมีการยื่นและรับรองอีกครั้ง ก่อนที่จะถึงเส้นตายของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพียง 6 สัปดาห์เท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกคนจะต้องมาร่วมกันรับผิดชอบ และสิ่งที่ให้ความสำคัญในพ.ร.บ.ฉบับนี้คิดว่าเป็นประโยชน์ แม้ว่าจะต้องทำความเข้าใจกันมากกว่านี้คือผู้ก่อมลพิษต้องรับผิดชอบไม่ใช่ประชาชนคนทั่วไป และอยากให้เกิดการผลักดันเพราะเชื่อมั่นว่าอากาศสะอาดคือสิทธิพื้นฐานของทุกคน2.การที่เกษตรกร ต้องมีความจำเป็นในการกำจัดขยะการเกษตรไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากที่จะเผาบนพื้นที่เพื่อให้ฤดูกาลนั้นสามารถใช้งานได้อย่างรวดเร็ว จนมองว่าถ้าเราจะออกกฏหมายเพียงแค่ตามจับคนผิดคงจะไม่พอ เพราะต้องมีในเรื่องของเครื่องมือและทางเลือกให้กับเกษตรกรที่ดีมากเพียงพอ อาทิ การคืนเงินอุดหนุนตัดอ้อยสด หรือการให้สินเชื่อ 0% รวมถึงวิถีชีวิตทางเลือกของพวกเราทุกคนที่ต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน3.เรื่องของสุขภาพ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งที่รัฐบาลต้องมีความร่วมมือป้องกันในระดับเฉพาะหน้าในเรื่องของการแจกหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันในกลุ่มของเด็กๆหรือกลุ่มเปราะบาง หรือแม้กระทั่งห้องปลอดฝุ่น หรือแนวคิดที่ควรจะมีคือการติดตามในเรื่องผลกระทบของระยะยาวเรื่องของสุขภาพประเทศไทยไม่ควรชะล่าใจ สิ่งต่างๆเหล่านี้ที่เป็นวิจัยและนวัตกรรมในประเทศนอกเหนือจากการป้องกันหรือการลงโทษคนผิด เราควรมีการส่งเสริมสิ่งเหล่านี้ให้มีมากยิ่งขึ้นยิ่ง แต่ตนแอบดีใจที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) วันนี้ก็มีคนที่เข้าใจในเรื่องของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นอย่างดีเพราะฉะนั้นคงจะเป็นการแก้ไขปัญหาในองค์รวม4.เร่งฟื้นการท่องเที่ยวและความเชื่อมั่นให้กลับมา รวมถึงการฟื้นการท่องเที่ยวของพี่น้องภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบอย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นรัฐเองควรที่จะเตรียมการในการที่จะช่วยเหลือในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ก็ลำบากมากอยู่แล้ว5. ยกระดับข้อมูลต่างๆที่มีในหลายพื้นที่เข้ามาวิเคราะห์เพื่อที่จะไม่ใช่เพียงแค่แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วเท่านั้น แต่ใช้ในการป้องกันที่มันจะเกิดขึ้นทั้งระดับความชื้นในอากาศหรือในพื้นที่ต่างๆ เราสามารถที่ใช้เทคโนโลยีปัจจุบันได้ อย่างน้อยจะสามารถให้ท้องถิ่นสามารถเตรียมการป้องกันให้ประชาชนได้6.ความสามารถในการจัดการภายในประเทศและในขณะเดียวกันคือความสามารถในการเจรจาในระหว่างประเทศ เพราะว่าจุดที่เกิดขึ้นในบ้านเรา เราต้องมีความสามารถในการจัดการให้ดีที่สุด รวมถึงที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านเหล่านั้นก็ต้องใช้ขีดความสามารถในการเจรจาไม่ให้เกิดในประเด็นเรื่องของหมอกควันหรือสิ่งที่เป็นพิษ สิ่งนี้ควรต้องมีการดูแลและติดตามโดยองค์รวมทั้งนี้ นางการดี กล่าวทิ้งท้ายว่า การจัดตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาวิกฤติ PM 2.5 โดยที่ประชาชนทุกคนจะได้อยู่และใช้สิทธิ์การเป็นพลเมืองโดยอากาศสะอาดได้อย่างเท่าเทียม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อนุทิน” จ่อตั้ง “เอกนิติ” นั่งคุม ศบก.แทน “พิพัฒน์”
Politics2026 Apr 01 :: 04:52

“อนุทิน” จ่อตั้ง “เอกนิติ” นั่งคุม ศบก.แทน “พิพัฒน์”

“อนุทิน” จ่อตั้ง “เอกนิติ” นั่งคุม ศบก.แทน “พิพัฒน์” พร้อม ส่งปลัดมท.ลงพื้นที่เหนือแก้ฝุ่น PM2.5 วันที่ 1 เม.ย. 2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ชี้แจงกรณี พิพัฒน์ รัชกิจประการ ไม่กำกับดูแลกระทรวงพลังงาน ว่าจะให้นาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รับผิดชอบแทนเพื่อสร้างความสบายใจประชาชนและ สส. ระดมความรู้และประสบการณ์ทุกฝ่ายแก้ปัญหาพลังงานให้ประชาชน ยืนยันน้ำมันไทยต้องใช้สำหรับคนไทย ไม่ให้มีการลักลอบส่งออกโดยไม่ได้รับอนุญาต หารือหน่วยงาน ศรชล. ตำรวจ กรมเจ้าท่า และกรมการปกครอง ร่วมควบคุมตลาดน้ำมัน ย้ำ MOU 2544 กับเสนาธิการทหารเรือจบแล้ว และถือเป็นการยกเลิก“อนุทิน” ส่ง ปลัดมท.ลงพื้นที่เหนือแก้ฝุ่น PM2.5นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์กรณีจะประกาศให้จังหวัดภาคเหนือเป็นพื้นที่ภัยพิบัติหลังจากค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานหรือไม่ ว่า วันนี้ในช่วงบ่าย ปลัดกระทรวงมหาดไทย จะเดินทางไปในพื้นที่ภัยพิบัติ เพื่อเรียกประชุมหน่วยงาน ตนทราบมาเบื้องต้นว่า แต่ละจังหวัดจะดำเนินการตามดุลยพินิจ และความจำเป็นเร่งด่วน โดยได้กำชับให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปบัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ เมื่อถามว่ามีความจำเป็นในการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติหรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ผู้ที่จะประกาศ คือ ผวจ.และให้คนอยู่หน้างานเป็นผู้ดู ซึ่งตนให้อำนาจและการตัดสินใจไปยังผวจ. ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่สร้างความมั่นใจ และเตรียมการช่วยเหลือประชาชนในทุกด้าน และเมื่อวานนี้ (31 มี.ค.) ยังมอบหมายให้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งรับผิดชอบดูแลเรื่องนี้ ซึ่งจะลงพื้นที่พร้อมอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย (ปภ.)ซึ่งจะอยู่ในพื้นที่ตลอดเวลาในช่วงที่มีสถานการณ์ฝุ่น“อนุทิน” ยันการเมืองไม่มีแทรกทำงาน ชี้ ภท.พรรคใหญ่ รมต.ต้องแข่งกันทำงานนายอนุทิน ชาญวีรกูล เผยโฉม ครม.ชุดใหม่ “อนุทิน 2” มี 35 คน เน้นมืออาชีพ 3 กระทรวงหลัก ไม่ตั้งรัฐมนตรีช่วย ยืนยันรัฐมนตรีทุกคนทำงานอิสระ วัดผลด้วย KPI เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ไม่ทำเอ็มโอยูล็อกเก้าอี้ ใช้ความเชื่อใจและความโปร่งใส เตรียมแถลงนโยบายต่อรัฐสภา มุ่งแก้ปัญหาพลังงานและความเดือดร้อนประชาชนทันที โครงการคนละครึ่งปรับเพิ่ม “พลัส” รองรับสถานการณ์น้ำมัน แต่ยังต้องพิจารณาขอบเขตกฎหมายและการเงิน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“พริษฐ์“ กร้าว ไม่มีเวลาทดลองงาน สำหรับ “ครม.ชุดใหม่” ยัน สู้คดี 44 สส.เต็มที่
Politics2026 Apr 01 :: 04:41

“พริษฐ์“ กร้าว ไม่มีเวลาทดลองงาน สำหรับ “ครม.ชุดใหม่” ยัน สู้คดี 44 สส.เต็มที่

“พริษฐ์“ กร้าว ไม่มีเวลาทดลองงาน สำหรับ “ครม.ชุดใหม่” ยัน สู้คดี 44 สส.เต็มที่ หลัง ป.ป.ช.เตรียมยื่นศาลฎีกาวันที่ 1 เม.ย. 69 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ โฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึง โฉมหน้าคณะรัฐมนตรี(ครม.) ชุดใหม่ ของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า พอมี ครม.ใหม่ควรเริ่มทำงานทันทีแก้ปัญหาขีดความสามารถการแข่งขัน การศึกษา และทุจริต เน้นวิกฤติพลังงานส่งผลต่อปากท้องประชาชนต้องรีบแก้ไข กังวลช่วงสงกรานต์ เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกประชาชน เน้นโปร่งใสเรื่องข้อมูลน้ำมันและจุดเติมเชื้อเพลิง ให้ความสำคัญระบบขนส่งสาธารณะและความปลอดภัยบนถนน“โดยคิดว่าสิ่งที่ประชาชนคาดหวังที่สุด ก็คือ ครม.ชุดใหม่ ต้องเดินหน้าทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชนทันที คงไม่มีเวลาทดลองงาน” นายพริษฐ์ กล่าว"พริษฐ์" ยัน สู้คดี 44 สส.เต็มที่ หลัง ป.ป.ช.เตรียมยื่นศาลฎีกา ย้ำชัด เสนอร่างกฎหมายไม่ควรถูกตัดสิทธิ์พริษฐ์ วัชรสินธุ ระบุกรณี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เตรียมยื่นฟ้อง 44 สส. ต่อศาลฎีกา ยืนยันการเสนอร่างกฎหมายไม่ควรถูกตัดสิทธิทางการเมือง พรรคประชาชนเตรียมสู้คดีเต็มที่ ทั้งในกระบวนการศาลและการสื่อสารกับสังคม ชี้ขั้นตอนหากศาลรับคำร้อง อาจมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังไม่ใช่การตัดสินความผิด ย้ำ สส. ที่ยังปฏิบัติหน้าที่จะทำงานต่อจนกว่าจะมีคำสั่งศาล กังวลผลกระทบต่อระบบรัฐสภาและอนาคตการเมืองไทย มากกว่าผลกระทบต่อพรรค

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“สันติ ปิยะทัต” เก็บของออกจากห้องทำงานทำเนียบฯ
Politics2026 Apr 01 :: 04:34

“สันติ ปิยะทัต” เก็บของออกจากห้องทำงานทำเนียบฯ

“สันติ ปิยะทัต” เก็บของออกจากห้องทำงานทำเนียบฯเตรียมเคลียร์ห้องทำงานรอรับรองนายกฯ-รมต.สำนักนายกฯป้ายแดงวันที่ 1 เม.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ครม.อนุทิน 2 ทำให้รัฐมนตรีในครม.อนุทิน 1 ที่ไม่ได้ไปต่อทยอยเก็บของออกจากห้องทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลโดยเมื่อช่วงเช้าวันนี้ นายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ให้เจ้าหน้าที่มาเก็บของที่ชั้น 4 ตึกบัญชาการ 1 โดยมีรถบรรทุกคันเล็กจำนวน 2 คัน และรถกระบะ 1 คัน มาขนของออกไป โดยส่วนหนึ่งจะไว้ที่บ้าน และส่วนหนึ่งนำไว้ที่ออฟฟิศของนายสันติ ซึ่งในส่วนของรถกระบะเป็นโต๊ะหมู่บูชาและรูปภาพบางส่วน ขณะที่รถบรรทุกคันเล็กขนตู้ไม้ ชุดเฟอร์นิเจอร์โต๊ะทำงาน เก้าอี้ต่างๆ รวมถึงจานชามขณะที่ วันเดียวกัน ทีมงาน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์เดินทางมาไหว้ศาลพระภูมิ และศาลตาศาลยาย ประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นการอำลาขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น อดีตรองนายกฯ ซึ่งใน “ครม.อนุทิน 2” ดำรงตำแหน่ง รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพียงตำแหน่งเดียว ได้ให้เจ้าหน้าที่ขนของออกจากห้องทำงานชั้น 1 ไปก่อนหน้านี้แล้ว เช่นเดียวกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาขนของออกจากตึกบัญชาการ 1 ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาโดยหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะมีการเตรียมห้องทำงานเพื่อรองรับรองนายกฯ และรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ประกอบด้วย ห้องทำงานของนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์, นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ, นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม และนางสุขสำรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีขณะที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง, น.ส.ศุภมาศ อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะใช้ห้องทำงานเดิม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

เปิดประวัติ "โบว์ ณัฏฐา" โฆษก ศบก. คนใหม่ ที่เส้นทางชีวิตไม่ธรรมดา
Politics2026 Apr 01 :: 03:02

เปิดประวัติ "โบว์ ณัฏฐา" โฆษก ศบก. คนใหม่ ที่เส้นทางชีวิตไม่ธรรมดา

เปิดประวัติ "โบว์ ณัฏฐา" โฆษก ศบก. คนใหม่ ที่เส้นทางชีวิตไม่ธรรมดาน.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ “โบว์” เกิดเมื่อปี 2522 ที่กรุงเทพมหานคร จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนสาธิตปทุมวัน ก่อนศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะอักษรศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้านการทำงาน เธอมีประสบการณ์ในหลายสายงาน ทั้งฝ่ายต่างประเทศ ฝ่ายสื่อมวลชน และฝ่ายสื่อสารองค์กร เคยทำหน้าที่พิธีกรในสถานีวอยซ์ทีวี โดยมีผลงานรายการอย่าง “ดีว่าส์ คาเฟ่” และ “โคซี่ ลิฟวิ่ง” ก่อนที่รายการจะยุติการผลิต นอกจากนี้ยังประกอบอาชีพครูสอนภาษาอังกฤษ และเป็นวิทยากรด้านบุคลิกภาพและการตลาดสำหรับบทบาททางการเมือง “โบว์ ณัฏฐา” เริ่มเป็นที่รู้จักจากการเข้าร่วมกิจกรรมเคลื่อนไหว โดยเริ่มจากการชักชวนของ อานนท์ นำภา ให้ร่วมจัดกิจกรรมเปิดหมวกช่วยเหลือนักโทษการเมืองที่ถนนข้าวสาร ต่อมาได้ร่วมเรียกร้องสิทธิให้ “ไผ่ ดาวดิน” และมีบทบาทสำคัญในการชุมนุมเรียกร้องการเลือกตั้งในนามกลุ่ม MBK39 จนได้รับฉายา “โบว์ คนอยากเลือกตั้ง”ในด้านธุรกิจ พบว่าเธอมีชื่อเป็นกรรมการบริษัท 1 แห่ง และถือหุ้นรวม 2 รายการ มูลค่ารวม 883,303 บาท โดยบริษัทหลักคือ บริษัท บีที เวนเจอร์ส จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสนามเด็กเล่นและกิจกรรมสันทนาการ มีทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาทโบว์ถือหุ้นจำนวน 23,200 หุ้น หรือ 58% ของบริษัท อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องในช่วงปี 2556–2558 และมีสถานะเป็นบริษัทร้าง ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2563ผลประกอบการย้อนหลังของบริษัทมีดังนี้ปี 2556 รายได้ 4.81 ล้านบาท ขาดทุน 1.92 ล้านบาทปี 2557 รายได้ 3.02 ล้านบาท ขาดทุน 1.23 ล้านบาทปี 2558 รายได้ 1.03 ล้านบาท ขาดทุน 1.72 ล้านบาทขณะที่งบการเงินปี 2558 ระบุว่า บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1.70 ล้านบาท และหนี้สินรวม 6.51 ล้านบาท

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

รัฐบาลเตือนประชาชน ระมัดระวัง April Fool’s Day หากโพสต์สร้างความเสียหาย มีความผิดตามกฎหมาย
Politics2026 Apr 01 :: 02:48

รัฐบาลเตือนประชาชน ระมัดระวัง April Fool’s Day หากโพสต์สร้างความเสียหาย มีความผิดตามกฎหมาย

รัฐบาลเตือนประชาชน ระมัดระวัง April Fool’s Day หากโพสต์สร้างความเสียหาย-สร้างความตื่นตระหนก มีความผิดตามกฎหมาย โทษทั้งจำและปรับ แนะตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นเรื่องจริงก่อนแชร์นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 1 เมษายน ของทุกปี ตรงกับ April Fool’s Day หรือ วันแห่งการโกหก ซึ่งมักจะมีการสร้างเรื่องโกหกเพื่อความสนุกสนาน หรือเพื่อหยอกล้อซึ่งกันและกันในหมู่เพื่อนฝูง โดยหลายๆ คนมักจะใช้เป็นกิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์และคลายความเครียด แต่บางครั้งการล้อเล่นหรือการโกหกก็อาจส่งผลกระทบต่อผู้อื่น หรืออาจสร้างความตื่นตระหนกในสังคมได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการโพสต์เรื่องโกหกผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจมีการเผยแพร่ ส่งต่อ หรือแชร์ ทำให้เรื่องโกหกกระจายไปในวงกว้างรัฐบาล โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้ระมัดระวังในการสร้างเรื่องโกหกเพื่อความสนุกสนานหรือหยอกล้อบุคคลอื่น เพราะการกระทำดังกล่าวทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย หรือเกิดความตื่นตระหนกในสังคม ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมาย เช่น1. การเผยแพร่ข้อมูลที่ทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ร่วมแชร์ ร่วมด่า หรือแสดงความคิดเห็นหยาบคาย ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท2. การนำเข้า หรือเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ที่ส่งผลกระทบต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 (1) (2) (15) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ“ท่ามกลางสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ส่งผลต่อวิกฤตพลังงาน รัฐบาลขอความร่วมมือส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และก้าวผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน ก่อนที่จะแชร์ข่าว หรือข้อมูลใดๆ ให้กับบุคคลอื่น ขอให้ตรวจสอบก่อนว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริงหรือไม่ หากได้รับความเสียหาย หรือพบเห็นบุคคลใดสร้างข่าวปลอมจนทำให้เกิดความสับสนในสังคม สามารถแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้านท่าน หรือแจ้งเบาะแสไปยังสายด่วน 191 และสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง”นางสาวอัยรินทร์ ระบุ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ครบรอบ 134 ปี วันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงมหาดไทย 1 เมษายน 2569
Politics2026 Apr 01 :: 02:40

“ครบรอบ 134 ปี วันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงมหาดไทย 1 เมษายน 2569

“ครบรอบ 134 ปี วันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงมหาดไทย 1 เมษายน 2569 น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณองค์ปฐมเสนาบดี สืบสานปณิธาน ‘บำบัดทุกข์ บำรุงสุข’ ผนึกกำลังราชสีห์ขับเคลื่อนแผ่นดินสู่ความสมบูรณ์พูนสุขอย่างยั่งยืน”วันนี้ 1 เม.ย 69 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีวางพุ่มดอกไม้ถวายสักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงมหาดไทย ครบ 134 ปี วันที่ 1 เมษายน 2569 โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย คณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย อธิบดี หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ คณะกรรมการบริหารและสมาชิกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายวิชัย ศรีขวัญ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย สมาคมนักปกครองแห่งประเทศไทย สมาคมข้าราชการบำนาญ และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมพิธี.โอกาสนี้ นายอนุทิน นำคณะผู้บริหารระดับสูง สักการะศาลพระชัยมงคล ศาลพระกาฬไชยศรี และสักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ โดยหลั่งน้ำจากพระสังข์ที่ป้ายพระนาม “ดำรงราชานุภาพ” เสร็จแล้วเจิม ถวายพวงมาลัย โปรยดอกไม้ และวางพุ่มดอกไม้ถวายสักการะ จุดธูป เทียนที่เครื่องทองน้อย และที่โต๊ะเครื่องสังเวย ผู้บริหารระดับสูงร่วมปักธูปบริวารทั้งหมดที่เครื่องสังเวย โหร พราหมณ์ อ่านคำบวงสรวงเพื่อถวายสักการะ จบแล้ว นายอนุทิน กล่าวคำสดุดี และตรวจเยี่ยมแถวข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ เป็นอันเสร็จพิธีวางพุ่มดอกไม้ถวายสักการะฯ.นายอนุทิน กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชโองการตั้งกระทรวงมหาดไทยขึ้น เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2435 และได้ทรงมอบหมายให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ดำรงตำแหน่งองค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย พระองค์ได้ทรงวางรากฐานอันมั่นคงให้แก่กระทรวงมหาดไทย อาทิ ทรงจัดวางระบบการบริหารราชการ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ทรงวางรากฐานการปกครอง แบบเทศาภิบาลและสุขาภิบาล อันเป็นพื้นฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ทรงกำหนดความหมายของงานมหาดไทยให้ชัดเจนว่า "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข" ทรงสดับตรับฟังทุกข์และสุขของประชาชนด้วยพระองค์เองพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสว่า กรมดำรงฯ มอบดวงใจให้กับกระทรวงมหาดไทย ในปีพุทธศักราช 2505 องค์การ UNESCO ได้ถวายการสดุดีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ให้ทรงเป็น “บุคคลสำคัญของโลก” นับเป็นเกียรติภูมิอันยิ่งใหญ่ของประเทศไทย และชาวกระทรวงมหาดไทย และเป็นแบบอย่างแห่งความวิริยะ อุตสาหะ ความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชน แม้ต้องเผชิญอุปสรรคก็ไม่ย่อท้อ อันสะท้อนจิตวิญญาณของการเป็นข้าราชการที่ดีตลอดมา.ตลอดระยะเวลา 134 ปีที่ผ่านมา ข้าราชการ “ราชสีห์” แห่งกระทรวงมหาดไทยได้ยืนหยัดปฏิบัติภารกิจด้วยความมุ่งมั่นและจิตสำนึกแห่งความเป็นข้าราชการที่ดี ยึดมั่นในอุดมการณ์ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเสียสละ วิริยะอุตสาหะ และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ส่งผลให้บุคลากรมหาดไทยในทุกยุคทุกสมัยหล่อหลอมเป็นกำลังสำคัญที่เปี่ยมด้วยความเข้มแข็ง อดทน และพร้อมเผชิญทุกความท้าทาย อันนำไปสู่การขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงมหาดไทยให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม สร้างความเจริญก้าวหน้าและความผาสุกแก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างมั่นคงสืบเนื่องตราบจนปัจจุบัน.ทั้งนี้ ในเวลา 09.00 น. นายอนุทิน เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยได้รับเมตตาจากสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร พร้อมด้วยคณะสงฆ์จากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ถวายไทยธรรม ภัตตาหาร และกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล เป็นอันเสร็จพิธี

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

เพจดังแฉ! “ศุภจี” จบ MBA จากมหาลัยปิดตำนาน ด้านชาวเน็ตจับตาแรง ทำไมเลือกเรียนที่นี่
Politics2026 Apr 01 :: 02:23

เพจดังแฉ! “ศุภจี” จบ MBA จากมหาลัยปิดตำนาน ด้านชาวเน็ตจับตาแรง ทำไมเลือกเรียนที่นี่

เพจดังแฉ! “ศุภจี” จบ MBA จากมหาลัยปิดตำนาน ด้านชาวเน็ตจับตาแรง ทำไมเลือกเรียนที่นี่หรือเบื้องหลังมีอะไรมากกว่าที่เห็น?วันที่ 1 เม.ย. 2569 เพจดังอย่าง "CSI LA" ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "พึ่งรู้ว่า “ศุภจี” จบ MBA จาก Northrop University ปี 1988 มหาลัยห้องแถวใน LA ที่ปิดตัวไปตั้งแต่ปี 1991 ทั้งที่ในยุคนั้นก็มีมหาลัยดีๆ ให้เลือกอีกมาก แต่กลับเลือกที่นี่ มันส่อให้เห็นอะไรบางอย่าง"

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

รุกฆาตเสนอแก้รัฐธรรมนูญคืนอำนาจประชาชน “ถอดถอนองค์กรอิสระ” สกัด “รัฐบาล-ป.ป.ช.”
Politics2026 Apr 01 :: 00:56

รุกฆาตเสนอแก้รัฐธรรมนูญคืนอำนาจประชาชน “ถอดถอนองค์กรอิสระ” สกัด “รัฐบาล-ป.ป.ช.”

รุกฆาตเสนอแก้รัฐธรรมนูญคืนอำนาจประชาชน “ถอดถอนองค์กรอิสระ” สกัด “รัฐบาล-ป.ป.ช.” ฮั้ว พรรคประชาชนยืนแก้กติกาตัดอำนาจประธานสภาฯปัดตกคำร้องสแกน ป.ป.ช.วันที่ 1 เม.ย. 69 สำนักข่าวThe Room 44 เกาะติดการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราและการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ภายหลังประชามติด้วยเสียงท่วมท้นให้ทำกติกาใหม่ของประเทศ และล่าสุด“ครม.นายอนุทินพลัส” กำลังมีอำนาจเต็มภายหลังแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาวันที่ 7- 9 เม.ย. ไปดูมุมมองของพรรคประชาชนที่พยายามเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 มาหลายครั้ง ครั้งนี้มาลุ้นกันว่าจะสำเร็จหรือไม่ ไปฟังมุมคิดของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน และว่าที่ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) โดยขับมุมคิดถึงการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ นำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับ ภายหลังประชามติทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านว่า ขอแยกเป็น 2 ขา คือ 1.ทุกพรรคการเมือง ทุกฝ่าย ทั้งสส.และสว.ต้องดำเนินการตามมติของประชาชนที่แสดงออกเสียงประชามติ ถือเป็นมติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น กว่า 20 ล้านเสียงและต้องทำความเข้าใจ โดยคำนึงถึง 10 ล้านเสียงที่ลงคะแนนไม่เห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นายพริษฐ์กล่าวว่า ส่วนในเชิงกระบวนการที่ต้องจับตามอง ต้องดูว่าครม.ชุดใหม่ จะมีมติยืนยันร่างรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ในรัฐสภาหรือไม่ ร่างรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ไม่ได้หมายถึงร่างของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯที่อยู่ในชั้นวาระ 2 พิจารณารายมาตรา แต่เป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชน และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย ที่ผ่านวาระหนึ่งในขั้้นรับหลักการ ทั้ง 2 ร่างนี้ ครม.ชุดใหม่จะยืนยันหรือไม่ ถ้าครม.ยืนยันก็นำไปสู่การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯชุดใหม่ เพื่อพิจารณาตามหลักการและเหตุผลของ 2 ร่างนี้ หากครม.ไม่ยืนยันภายใน 60 วัน จะต้องเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับหมวด 15/1 เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกรอบนายพริษฐ์กล่าวว่า ไม่ว่าครม.ตัดสินใจอย่างไร พรรคประชาชนเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1ต้องเน้นการมีกลไกในจัดทำฉบับใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุด และไม่ถูกผูกขาดโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งทางการเมือง ส่วนขาที่ 2 มันมีบางประเด็นในรัฐธรรมนูญที่อาจจะต้องหรือสมควรแก้ไขรายมาตราคู่ขนานไปด้วย ประเด็นนี้พรรคประชาชนยืนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าไปแล้ว 2 ร่าง เป็นการแก้ไขรายมาตราคู่ขนานกับการจัดทำฉบับใหม่ โดยร่างที่ 1 คืนสิทธิ์ให้ประชาชนในการเข้าชื่อ เพื่อริเริ่มกระบวนการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่มันไม่ได้หมายถึงแค่การเข้าชื่อเพื่อริเริ่มการถอดถอน สส. สว. รัฐมนตรีอย่างเดียว แต่รวมไปถึงผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระด้วย เช่น ประชาชนเห็นพฤติกรรมของกกต.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ประชาชนมีสิทธิ์เข้าชื่อ เพื่อริเริ่มกระบวนการถอดถอนได้ เปิดทางให้เรื่องเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ส่วนร่างที่ 2 แก้มาตราเดียว เพื่อป้องกันการฮั้วระหว่างรัฐบาลกับป.ป.ช.“รัฐธรรมนูญเปิดช่องให้สส.หรือประชาชนเข้าชื่อกล่าวหาป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่ต้องผ่านประธานสภาฯก่อนให้ใช้ดุลพินิจก่อนส่งไปที่ศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะไต่ส่วนอิสระตรวจสอบป.ป.ช.ทันทีทันใด ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่สมมติรัฐบาลและป.ป.ช.ฮั้วกัน ป.ป.ช.ไม่ตรวจสอบรัฐบาล ถ้าประชาชนไปร้องป.ป.ช.ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ก็ให้ประธานสภาฯที่เป็นคนจากพรรคแกนนำรัฐบาลปัดตกข้อร้องเรียนทั้งหมด กลายเป็นตรวจสอบป.ป.ช.ไม่ได้ เราถึงพยายามตัดดุลพินิจของประธานสภาฯออก”นายพริษฐ์ทิ้งท้ายชวนสังคมขบคิด

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"รักชนก" โพสต์แรง! จ่อตัดสิทธิ์นักการเมืองคุณภาพ คดี 44 สส. ปล่อยคนไร้ผลงานครองสภา ลั่นเราจะอยู่กันแบบนี้เหรอ?
Politics2026 Mar 31 :: 15:02

"รักชนก" โพสต์แรง! จ่อตัดสิทธิ์นักการเมืองคุณภาพ คดี 44 สส. ปล่อยคนไร้ผลงานครองสภา ลั่นเราจะอยู่กันแบบนี้เหรอ?

"รักชนก" โพสต์แรง! จ่อตัดสิทธิ์นักการเมืองคุณภาพ คดี 44 สส. ปล่อยคนไร้ผลงานครองสภา ลั่นเราจะอยู่กันแบบนี้เหรอ?วันที่ 31 มี.ค. 2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน โพสต์ภาพข้อความ ระบุว่า บ้านนี้เมืองนี้กำลังจะตัดสิทธิตลอดชีวิตคนอย่าง วิโรจน์ ศิริกัญญา ณัฐพงษ์ วรภพ วาโย เท่าภิภพ รังสิมันต์ แล้วปล่อยให้ในสภา ในการเมืองไทยประเทศไทยก็จะ มีแต่คนอย่าง สุชาติ ชมกลิ่น ธรรมนัส พรหมเผ่า สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ชนนพัฒฐ์ นาคสัว ไผ่ ลิกค์ , ชาดา ไทยเศรษฐ์ และอื่นๆอีกมากมาย ประเทศเราจะอยู่กันแบบนี้หรอ ?นอกจากนี้ ระบุอีกว่า 44 สส. พรรคก้าวไกล ความผิดของพวกเค้าคืออะไร?พิมพ์ด้วยความ หงุดหงิด โมโห โกรธ หดหู่และสังเวทในอนาคต ประเทศเรากำลังจะตัดสิทธิ์ตลอดชีวิตคนอย่าง เช่นคนที่ 1 รังสิมันต์ โรม - ผู้ที่ทำให้ประชาชนคนไทย ได้รู้ว่า แก๊งคอลเซนเตอร์ไม่ใช่ความผิดพลาดส่วนบุคคล แต่คือการบริหารราชการแผ่นดินที่ผิดพลาด ไปจนถึงความจงใจในการปล่อยปะละเลย เพราะคนในรัฐบาลเป็นเพื่อนกับ สแกเมอมอร์และนักฟอกเงินระดับโลก โรมทำให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้รู้จักกับผู้ชายที่ชื่อ “เบน สมิธ” ถ้าไม่มีเค้าผู้ชายคนนี้ก็คงเป็นแค่คนสนิทยอดฮิตของนักการเมืองที่ไม่มีใครรู้เบื้องหลังคนที่ 2 กาย ณัฐชา - รถถังฝั่งธน แกเป็น สส.กรุงเทพ แต่เป็นขวัญใจเกษตรกรทั่วประเทศ เพราะการระบาดของปลาหมอคางดำ หนักจนทำให้เกษตรกรหมดตัวกันถ้วนหน้า สส.ทั้งสภามีแค่พวกเราพรรคประชาชน นำโดย กาย ณัฐชา ที่กล้าพูดเรื่องหมอคางดำและพิสูจน์ให้เห็นว่ามันคือความผิดพลาดและหน้าด้านของกลุ่มทุนใหญ่ ที่ทำลายทั้งชีวิตเกษตรกรและระบบนิเวศทั่วทั้งประเทศคนที่ 3 เอิท ปกรณ์วุฒิ - ชื่อนี้ไม่โดนเด่นเท่าไหร่ แต่พี่เอิทคือคนที่ทำให้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ น้องชายในไส้ ของ เนวิน ชิดชอบ หลุดจากตำแหน่งรัฐมนตรีคมนาคม จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จากกรณีถือหุ้นและเป็นเจ้าของ หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ผ่านนอมินีคนที่ 4 ธี ธีชัยชัย - “มันคือแป้ง” คนอาจจะลืมไปแล้วว่ามาจากไหน ดิฉันจะย้ำให้ฟังอีกครั้งว่าเป็นผลงานของ ธีรัจชัย พันธุมาศ เพื่อนของดิฉัน ที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ นายธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่ต้องบอกมั้งว่าเรื่องอะไร คนที่ทำให้ซะให้นายธรรมนัสนั่งไม่ติดต้องลุกขึ้นโต้ จนเกิดวลีที่คนยังใช้มาจนถึงทุกวันนี้ มันคือแป้ง!คนที่ 5 อาจารย์สุรเชษฐ์ - ผู้ที่แหกงบประมาณกระทรวงคมนาคมทุกปีแล้วก็เจอทุกปี ผู้ที่ทำให้คนทั้งประเทศได้รู้ว่า ประเทศไทยในรัฐบาลที่ภูมิใจไทยคุมกระทรวงคมนาคม จัดงบซ่อมถนน “บุรีรัมย์นำโด่ง” ถนนที่บุรีรัมย์ต้องทุบแล้วทำใหม่ซ่อมแล้วซ่อมอีกอยู่จังหวัดเดียว ไม่รู้เป็นห่าไรและตอนนี้เพื่อนๆทุกคนของไอซ์ ถูก ป.ป.ช. มีมติเห็นชอบร่างคำร้องเตรียมยื่นต่อศาลฎีกา กรณีเสนอแก้กฏหมาย คำถามคือความผิดของพวกเค้าคืออะไรพูดให้ชัดๆหน่อย ?ราวกับว่าประชาชนทั้งประเทศเชื่อไปแล้ว ว่าพวกเค้าจะต้องถูกตัดสิทธิ์แน่นอน โดยลืมไปแล้วว่าต้นเหตุมาจากอะไรทุกคนตั้งสตินะคะ เรากำลังจะเสียบุคลากรคุณภาพจำนวนมากไป แค่เพียงเพราะพวกเค้าตั้งใจทำงานและทำหน้าที่ตาม job description ที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ คือ ต ร า ก ฏ ห ม า ย !คนกลุ่มนี้เค้ากำลังจะโดนตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต เพราะพวกเค้ายื่นแก้กฏหมาย ทั้งๆกฏหมายแม่งยังไม่ได้เข้าสภาด้วยซ้ำ!ประเทศนี้มันจะบิดเบี้ยวไปถึงไหน สส. ที่ขาดประชุมสภาเป็นว่าเล่น ไม่เข้าสภา ไม่มาโหวต บางคนตลอดสมัยโผล่มาสภา 2ครั้ง บางคนลงมติ ไม่โดนลงโทษอะไร เช่น สุชาติชมกลิ่น สส. พรรคภูมิใจไทย ในสมัยที่แล้ว ลา/ขาดลงมติในการลงมติ 138 มติ จากทั้งหมด 183 มติ คิดเป็น 75.41% จากการขาดการลงมติทั้งหมดในสภา! ไม่โดนอะไรเลย ยังลอยหน้าลอยตาลงรับสมัครและเป็น สส. อยู่ได้เรื่อยๆแต่คนที่ตั้งใจทำงาน เป็นเดือดเป็นร้อนไปกับทุกข์ของประชาชน ขยันเสนอแก้กฏหมาย เอาใจใส่หน้าที่ตัวเองมาประชุมสภาทุกวัน ไม่ขาดลงมติน้อยมาก กำลังจะโดนตัดสิทธิ์ตลอดชีวิตความยุติธรรมอยู่ที่ไหน..ใจคอผู้มีอำนาจในประเทศนี้ จะตัดตอนองคาพยพสีส้มให้เหี้ยนเตียน ตัดแขนตัดขาให้เดินไม่ได้กันไปเรื่อยๆใช่ไหม ท่านคิดบ้างหรือป่าวว่าทำแบบนี้ไปเรื่องๆในสภา หรือ ประเทศเรามันจะเหลืออะไรท่านจะตัดสิทธิ์ตลอดชีวิตคนอย่าง พิธา วิโรจน์ ศิริกัญญา ณัฐพงษ์ วรภพ วาโย เท่าภิภพ รังสิมัน แล้วในสภาและในการเมืองไทยก็จะมีแต่คนอย่าง สุชาติ ชมกลิ่น , ธรรมนัส พรหมเผ่า , สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ , ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว , ไผ่ ลิกค์ , ชาดา ไทยเศรษฐ์ และอื่นๆอีกมากมาย ประเทศเราจะอยู่กันแบบนี้หรอ ?ท่านเกลียดเรา หวาดกลัวพวกเรา ใช้ทุกวิธีการไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไร ทำให้พวกเราค่อยๆหายไป แล้วเคยคิดไหมว่าพวกเราหายไปแล้ว คนแบบไหนที่จะเรืองอำนาจขึ้นมาปกครองประเทศนี้ เราจะอยู่กันแบบนี้หรอ ?

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ธรรมนัส” โว ได้ สส.เยอะเกินคาด ชม สส.ป้ายแดงฉายแสงเต็มที่
Politics2026 Mar 31 :: 11:28

“ธรรมนัส” โว ได้ สส.เยอะเกินคาด ชม สส.ป้ายแดงฉายแสงเต็มที่

“ธรรมนัส” โว ได้ สส.เยอะเกินคาด ชม สส.ป้ายแดงฉายแสงเต็มที่ ลุย สภา ติวเข้ม สส. ถก ‘ฝุ่น PM2.5-ช้างป่า’ จี้ รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา-ตั้ง คณะกมธ. เพื่อการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติเดินหน้าได้มีประสิทธิภาพวันที่ 31 มี.ค. 69 ที่ ทำการพรรคกล้าธรรม มีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค โดยมีแกนนำสำคัญเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม, นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม, ปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาพรรคด้านความยุติธรรม, นายอัครา พรหมเผ่า, นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม, นายอรรถกร ศิริลัทธยากร นายทะเบียนพรรค และเหล่า สส.ในพรรค เดินทางมาเข้าร่วมประชุมด้วยร้อยเอกธรรมนัส กล่าวถึงทิศทางการทำงานของพรรค โดยประเมินว่าพรรคกล้าธรรมมีจำนวน ส.ส. มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้บทบาทของพรรคเริ่มโดดเด่นมากขึ้นในเวทีการเมือง พร้อมชื่นชม ส.ส.หน้าใหม่จำนวนมากที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และขอให้สมาชิกทุกคนเร่งสร้างความคุ้นเคยและกระชับความสัมพันธ์ภายในพรรค เพื่อเสริมความเป็นเอกภาพในการทำงานนอกจากนี้ ยังได้สอบถามความคืบหน้าการช่วยเหลือ นายณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ กรณีการก่อสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับ พลทหารกฤตฏิกร สร้อยระย้า หรือพลทหารบุ้งซึ่ง นายณัฐชาติ ชี้แจงว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าในขั้นตอนการถมที่ดินและเตรียมปลูกสร้างบ้านเรียบร้อยแล้ว โดยมีมูลนิธิเข้ามาให้การสนับสนุนการก่อสร้าง ทั้งนี้ ร้อยเอกธรรมนัส ได้ระบุเพิ่มเติมว่า หากโครงการดังกล่าวไม่มีความคืบหน้าหรือขาดการสนับสนุน ก็สามารถประสานมายังมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งพร้อมเข้าช่วยเหลือดำเนินการก่อสร้างให้สำหรับประเด็นปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 นายไผ่ระบุว่า พรรคได้มอบหมายให้ สส.จากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดในภาคเหนือ อาทิ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เตรียมข้อมูลเพื่อนำเสนอในการอภิปรายในวันถัดไป เนื่องจากปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพอย่างเห็นได้ชัด พร้อมย้ำให้ สส.ของพรรคให้ความสำคัญกับประเด็นนี้เป็นลำดับแรก แม้ว่าภาครัฐจะอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดตั้งคณะกรรมาธิการ แต่พรรคก็พร้อมส่งตัวแทนเข้าร่วมทำงานอย่างเต็มที่ด้าน นายอรรถกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันถัดไป จะมีวาระสำคัญอย่างน้อยสองเรื่อง ได้แก่ ปัญหาช้างป่าและสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ซึ่งพรรคได้เตรียม สส.จากหลายจังหวัด เช่น ลำปาง เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน และชัยภูมิ ไว้ร่วมอภิปราย เพื่อผลักดันข้อเสนอไปยังรัฐบาลให้เร่งแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการอภิปรายในสัปดาห์ถัดไป ซึ่งคาดว่าจะเป็นวาระการแถลงนโยบายของรัฐบาล โดยจะเชิญชวน สส.ของพรรคเข้าร่วมอภิปรายอย่างเต็มที่ เพื่อใช้เวลาที่ได้รับจัดสรรให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายหลัง นายไผ่ ได้กล่าวเสริมให้ นายอรรถกร ประสานงานกับวิปรัฐบาลในประเด็นการจัดตั้งคณะกรรมาธิการ เนื่องจากกระบวนการดังกล่าวล่าช้ามาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งอาจส่งผลต่อการขับเคลื่อนงานในสภา โดยเห็นว่าจำเป็นต้องเร่งรัดให้เกิดความชัดเจนโดยเร็วที่สุด เพื่อให้การทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“มาร์ค” บอกแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา 2 วัน กังวล “พิพัฒน์” ชี้แจงฝั่งนายทุนพลังงานมากกว่าฝั่ง ปชช.
Politics2026 Mar 31 :: 10:59

“มาร์ค” บอกแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา 2 วัน กังวล “พิพัฒน์” ชี้แจงฝั่งนายทุนพลังงานมากกว่าฝั่ง ปชช.

“มาร์ค” บอกแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา 2 วัน กังวล “พิพัฒน์” ชี้แจงฝั่งนายทุนพลังงานมากกว่าฝั่ง ปชช.วันที่ 31 มี.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคปชป. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งครม.ชุดใหม่ ว่า ไม่มีอะไรที่เหนือความคาดหมาย ส่วนข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลใหม่ เชื่อว่า จะใช้ในเวทีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เบื้องต้นทราบว่า จะให้มีการอภิปราย 2 วัน แต่ยังไม่ตกลงเป็นที่แน่นอนว่าจะเป็น ช่วงวันที่ 8-9 เม.ย. หรือ 9-10 เม.ย. ซึ่งพรรคฝ่ายค้าน ต้องหารือกันอีกครั้งถึงการจัดสรรเวลา เบื้องต้นคาดว่า พรรคฝ่ายค้านจะได้รับเวลาอภิปราย 14-15 ชั่วโมง แต่พรรคปชป. อาจได้เวลาอภิปราย เพียง 1 ชั่วโมง กังวล “พิพัฒน์” ชี้แจงฝั่งนายทุนพลังงานมากกว่าฝั่งปชช.นายอภิสิทธิ์ ยังได้กล่าว เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งทำมาตรการ หรือแนวทางที่ชัดเจนต่อการแก้ปัญหาประชาชน จากการขึ้นราคาน้ำมัน โดยเฉพาะความรับผิดชอบของโรงกลั่น ต้องมีส่วนร่วมรับภาระ เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนชีวิตได้ ประชาชนแบกรับภาระอยู่มาก แม้จะใช้กลไกของกองทุนน้ำมัน แต่ข้อเท็จจริงที่ต้องยอมรับคือเป็นภาระของประชาชนในอนาคตแม้ว่าราคาน้ำมันจะถูกลงแต่ยังต้องจ่ายแพง ต้องเร่งทำแนวทางเพื่อช่วย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง “กังวลต่อการชี้แจงของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ในฐานะผอ.ศบก.ที่มักชี้แจงในฝั่งผู้ประกอบการธุรกิจพลังงานมากกว่ามุมของประชาชน เมื่อถูกตั้งคำถามต่อประเด็นมีผลประโยชน์ทับซ้อน แม้จะบอกว่าได้พยายามลาออก แต่กลับไม่อยู่ในข้อพิจารณาของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ยิ่งทำให้สงสัยและเป็นห่วงมากขึ้น”

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"เท้ง" ยัน เสนอแก้ ม.112 เป็นสิทธิ สส. ไม่ควรถูกเอาผิด พร้อมเดินหน้าสู้ หลัง ป.ป.ช. จ่อยื่นศาลฎีกา คดี 44 สส.
Politics2026 Mar 31 :: 10:54

"เท้ง" ยัน เสนอแก้ ม.112 เป็นสิทธิ สส. ไม่ควรถูกเอาผิด พร้อมเดินหน้าสู้ หลัง ป.ป.ช. จ่อยื่นศาลฎีกา คดี 44 สส.

"เท้ง" ยัน เสนอแก้ ม.112 เป็นสิทธิ สส. ไม่ควรถูกเอาผิด พร้อมเดินหน้าสู้ หลัง ป.ป.ช. จ่อยื่นศาลฎีกา คดี 44 สส.วันที่ 31 มี.ค. 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า จากรายงานข่าวที่ประชุม ป.ป.ช. มีมติเห็นชอบให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ในคดีที่เกี่ยวข้องกับอดีต 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล จากการเข้าชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ในวันนี้ขอยืนยันอีกครั้งว่าการเสนอแก้ไขกฎหมายเป็นอำนาจโดยแท้ของผู้แทนราษฎร และเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการทำงานในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ - ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยกับร่างกฎหมายหรือไม่ - การทำหน้าที่ของพวกเราอย่างการเสนอร่างแก้ไขกฎหมาย ไม่ควรถูกนำไปดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ คือ สิ่งบ่งชี้ว่ากลุ่มชนชั้นนำที่ยึดกุมอำนาจในประเทศนี้อยู่ พร้อมใช้กลไกของรัฐทุกอย่างเพื่อรักษาฐานอำนาจและผลประโยชน์ของตนให้คงอยู่ต่อไปผ่านกระบวนการนิติสงครามแต่ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามแช่แข็งและฉุดรั้งไม่ให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปแค่ไหน ผมและเพื่อนร่วมพรรคจะยังคงเดินหน้าต่อไป ปฏิบัติหน้าที่ของพวกเราอย่างเต็มที่และสุดกำลังความสามารถ ไม่ว่าในอนาคตศาลฎีกาจะมีคำสั่งหรือมีคำตัดสินเป็นแบบใดเวทีที่สำคัญต่อจากนี้ คือ การอภิปรายการแถลงนโยบายของรัฐบาล และญัตติสำคัญเรื่องการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษในพื้นที่ภาคเหนือและใกล้พื้นที่เคียง ที่พวกเราเตรียมเสนอในสภาในวันพรุ่งนี้ผมหวังว่าประชาชนคนไทยทุกคน จะช่วยกันเรียกร้องระบบนิติรัฐ-นิติธรรม ที่กฎหมายถูกนำมาบังคับใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ได้ถูกนำมาใช้เป็นอาวุธทำลายล้างกันทางการเมืองโดยละเว้นพวกพ้อง มีระบบการถ่วงดุลตรวจสอบที่เข้มแข็ง และยึดโยงกับประชาชน เพื่อทำให้การเมืองเป็นของประชาชนไปด้วยกันครับ“วาโย” เผย ปชน.เตรียม 3 คำร้องเอาไว้สู้คดี 44 สส. จวก ป.ป.ช.ไม่เปิดโอกาสให้ต่อสู้อย่างเต็มที่นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคปชน. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ป.ป.ช.มีมติยื่นศาลฎีกาพิจารณาคดี 44 สส.พรรคก้าวไกลยื่นเสนอแก้ ม.112 ว่า ได้เตรียมความพร้อม โดยการเตรียมคำร้องเอาไว้ 3 เรื่อง 1.เป็นคำร้องขอให้ศาลฎีกา มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ขอให้ศาลท่านสั่งให้มีการปฎิบัติหน้าที่ต่อ โดยทั้ง 10 คนที่เป็น สส.อยู่ขณะนี้ เราก็มีการเตรียมคำร้องเอาไว้ อย่างกรณี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหน้าพรรคปชน. มีการชี้ให้ศาลท่านได้เห็นว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา จะต้องมีผู้นำสูงสุดของฝ่ายค้าน คือผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หากสูญเสียการปฎิบัติหน้าที่ไป ก็เป็นผลเสียกับระบอบประชาธิปไตย มากกว่า 2.คำร้องที่ขอให้ศาลท่านไม่รับคำร้อง 3.ขอศาลสั่งให้ ป.ป.ช.ย้อนกลับกระบวนพิจารณา พวกตนในฐานะที่เป็นผู้ถูกร้อง เห็นว่าป.ป.ช.ปฏิบัติขัดกับตัวกฎหมาย และระเบียบภายในของ ป.ป.ช.เองในหลายขั้นตอน อย่างกรณีนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ที่ถูกกล่าวหาว่ารับส่วยทอง แต่ก็เป็นหัวหน้าคณะที่ มาตรวจสอบพวกเรา ตนก็ยื่นคำร้องไป ขอให้เปิดเผยกระบวนการทั้งหมดที่นายสุชาติมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ก็ยังไม่ได้รับการบอกกล่าว ซึ่งมีการทวงถามไปหลายครั้ง สัปดาห์ที่แล้วก็เพิ่งทวงถามเป็นหนังสือคำร้องไปอีกฉบับหนึ่ง ยังไม่ได้รับคำตอบใดๆจวก ป.ป.ช.ไม่เปิดโอกาสให้ต่อสู้อย่างเต็มที่ นพ.วาโย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีกระบวนการพิจารณาที่ตนมองว่าผิดระเบียบหลายข้อ เช่น ไม่เปิดโอกาสให้ทางพวกตนนำสืบพยานบุคคลหรือพยานเอกสารเลย โดยส่วนใหญ่พวกตนขอแค่คนละ 1 คำร้องเท่านั้น แต่ ป.ป.ช.ก็ยังไม่อนุญาต ตนเห็นว่า ไม่ได้เปิดโอกาสให้กับผู้ถูกร้องต่อสู้ได้อย่างเต็มที่ ป.ป.ช.ทำสำนวนคดีนี้ เรียกว่าแทบจะทำอยู่ฝ่ายเดียว ทางฝั่งพวกตน ทำได้แค่ส่งพยานหลักฐานเอกสารเข้าไปแก้ข้อกล่าวหา ยกตัวอย่างเช่น กรณีนายณัฐพงษ์ หรือ น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่ถูกหาว่าไปประกันตัวผู้ต้องหาคดี112 แต่พอตนไปค้นเลขคดีที่ศาล มาก็พบว่าคดีนั้น ผู้ต้องหาไม่ได้เป็นคดี 112 แต่เป็นคดี 116 กล่าวหาแบบไม่ถูกต้องแบบนี้ พวกผมก็ทักท้วงไป ขอให้สืบพยานทางฝั่งตนเพิ่มเติม ก็ได้รับการปฎิเสธ แต่ก็ไม่เป็นไร ทั้งหมดนี้พวกผมก็บันทึกทั้งหมด และอายุความต่างๆของฝั่ง ป.ป.ช. ที่อาจจะต้องมีการดำเนินการทางกฎหมายต่อไป ก็ยังพอรอเวลาได้ เมื่อถามว่าคำร้องของแต่ละคนที่จะแก้ต่าง ไม่เหมือนกันเลยใช่ไหรือไม่ นพ.วาโย กล่าวว่า คำร้องของแต่ละบุคคลไม่เหมือนกันเลย แต่ละคนเราไม่ก๊อปปี้เพลส แต่การทำงานของ ป.ป.ช.แทบจะก๊อปปี้เพลส ทั้งหมด 98% ของทางฝั่งตนไม่มีเลย ทนายประกบกันคนต่อคน ไม่มีใครที่เหมือนกันหรอก ความคิดความอ่านมันเป็นปัจเจก ไม่มีใครที่เขาเหมือนกัน ตนก็สู้กันไปแบบนี้

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อนุทิน” นำประชุม สส.ภท. กำชับ ประสานงานฝ่ายบริหาร-สส. เร่งแก้ปัญหา ปชช. จ่อแถลงนโยบาย 9-10 เม.ย. นี้
Politics2026 Mar 31 :: 10:53

“อนุทิน” นำประชุม สส.ภท. กำชับ ประสานงานฝ่ายบริหาร-สส. เร่งแก้ปัญหา ปชช. จ่อแถลงนโยบาย 9-10 เม.ย. นี้

“อนุทิน” นำประชุม สส.ภท. กำชับ ประสานงานฝ่ายบริหาร-สส. เร่งแก้ปัญหา ปชช. จ่อแถลงนโยบาย 9-10 เม.ย. นี้วันที่ 31 มี.ค. 2569 ที่ พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานการประชุมสส. พรรค โดยมี รัฐมนตรีแกนนําพรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง จากนั้น เวลา 16.40 น น.ส.แนน บุญย์ธิดา สมชัย รมช. ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษกพรรค แถลงผลการประชุมว่า ในที่ประชุมได้หยิบยกปัญหาของประชาชนมาพูดคุยโดยเฉพาะเรื่องผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลาง โดยนําเสียงสะท้อนของ สส.มาพูดคุย ว่าจะวางแผนการดําเนินการอย่างไร โดยทางฝ่ายรัฐบาล และสส. ต้องประสานงาน เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างเร่งด่วน สส. ต้องนําปัญหาของประชาชนไปสะท้อนให้ฝ่ายรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาโดยเร็ว เพราะความเดือดร้อนของประชาชนขณะนี้ไม่ใช่แค่น้ํามัน แต่สินค้าหลายอย่างก็เริ่มปรับตัวขึ้น พร้อมกันนี้ที่ประชุมยังได้มีการหารือ รวมถึงการจัดงานวันครบรอบวันเกิดพรรคภูมิใจไทย ปีที่ 18 ย่างปีที่ 19 ในวันที่ 6 เม.ย.นี้ ซึ่งจะมีการจัดทําบุญใหญ่ที่ทําการพรรคผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา จากเดิมที่วางไทม์ไลน์ไว้วันที่ 7-9 เม.ย. แต่ เมื่อนายอนุทิน มีกำหนดการนำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เข้าเฝ้าถวายสัย์ปฏิญาณ วันที่6 เม.ย. และจะมีการประชุมครม.นัดพิเศษเพื่อให้ความเห็นชอบร่างนโยบายในวันดังกล่าว แต่ด้วยเงื่อนไขว่าครม. ต้องส่งร่างแถลงนโยบายให้ประธานรัฐสภาเพื่อส่งต่อไปยังสมาชิกรัฐสภา ศึกษาร่างนโยบาย เป็นเวลา3วันก่อนที่จะแถลงนโยบายได้ ทำให้ทำไทม์ไลน์แถลงนโยบายเปลี่ยนเป็นวันที่ 9-10 เม.ย.และวางกรอบเวลาไว้ประมาณ2วัน โดยร่างคำแถลงนโยบายจะมีเนื้อหาประมาณ 20 กว่าหน้า

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ค่ายส้มระส่ำรับนิติสงคราม “เท้ง-ไหม-โรม” ไม่รอด เตรียมดัน “วีระยุทธ” คุมบังเหียนหัวหน้าใหม่ สู้ขั้วอนุรักษ์นิยมพลัส
Politics2026 Mar 31 :: 09:02

ค่ายส้มระส่ำรับนิติสงคราม “เท้ง-ไหม-โรม” ไม่รอด เตรียมดัน “วีระยุทธ” คุมบังเหียนหัวหน้าใหม่ สู้ขั้วอนุรักษ์นิยมพลัส

ค่ายส้มระส่ำรับนิติสงคราม “เท้ง-ไหม-โรม” ไม่รอด เตรียมดัน “วีระยุทธ” คุมบังเหียนหัวหน้าใหม่ สู้ขั้วอนุรักษ์นิยมพลัส ท่ามกลางศึกในสส.ก่อหวอดซัด “ธนาธร”วันที่ 31 มี.ค. 69 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเห็นชอบร่างคำร้องส่งสำนวนเอาผิดอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกลต่อศาลฎีกา กรณีผิดจริยธรรมร้ายแรง ในการเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ขั้นตอนหลังจากนี้จะส่งคำร้องให้กับสำนักคดี ป.ป.ช. เพื่อยื่นคำร้องแก่ศาลฎีกาต่อไปหากศาลฎีกามีคำสั่งประทับรับฟ้อง และไม่มีคำสั่งอื่นใด 10 สส. พรรคประชาชน ที่อยู่ในรายชื่อ 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล จะต้องถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยทันทีโดยรายชื่อ 10 สส.พรรคประชาชน ที่เสี่ยงถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ แบ่งเป็นสส.บัญชีรายชื่อ 8 คน ประกอบด้วย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นายรังสิมันต์ โรม นายวาโย อัศวรุ่งเรือง นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายณัฐวุฒิ บัวประทุม นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และอีก 2 คนเป็น สส.กทม. ได้แก่ นายธีรัจชัย พันธุมาศ และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.แต่ “ฉากทัศน์ร้ายแรงสุด” พรรคประชาชนเตรียมรับมือเอาไว้เรียบร้อยแล้ว แม้มีความมั่นใจว่า สส.มีอำนาจเสนอแก้ไขกฎหมายได้ เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ในเมื่อการสู้รบบนสมรภูมินิติครามยังไม่จบจนกว่าพรรคนี้แตกยับย่อยสลายไป ค่ายส้มจึงเตรียมประชุมใหญ่พรรค เพื่อวางขุมกำลังใหม่โดยผลักดันนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ทำหน้าที่เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่จะถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ ถอยฉากออก มานั่งเป็นเลขาธิการพรรค ทำหน้าที่เป็นแม่บ้านส่วนอีกตำแหน่งที่วางตัวเอาไว้ คือ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(ประธานวิปฝ่ายค้าน) เตรียมวางตัวนายพริษฐ์ วัชรสินธุ แทนนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส่วนคนอื่นๆยังทำงานอยู่เบื้องหลังให้พรรคต่อไปขณะที่น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้มีบทบาทบริหารจัดการข้อมูลด้านนโยบายต่างๆ ยังคงทำหน้าที่คอย “ลำเลียงอาวุธหนัก”ระหว่างพรรคประชาชนกับสส.พรรคประชาชนในเวทีสภาผู้แทนราษฎร เพื่อตรวจสอบรัฐบาลขั้วอนุรักษ์นิยมพลัสชนิดเข้มข้นเหมือนเดิมช่วงเปลี่ยนผ่านของพรรคประชาชนจะมีแรงกระเพื่อมตามมามากน้อยแค่ไหน เป็นบททดสอบผู้บริหารชุดใหม่ ที่ยังเป็นเนื้อเดียวกับผู้นำจิตวิญญาณ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แต่นายธนาธร เริ่มเผชิญมรสุมที่กำลังก่อตัวเป็นศึกภายในเหมือนกัน หลังเจอข้อครหา 4 ข้อด้านลบของผู้นำจิตวิญญาณ ระหว่างดีลลับผลักดันพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยโดยขณะนี้สส.ค่ายส้มส่วนใหญ่เริ่มตั้งคำถาม และผู้นำจิตวิญญาณก็อาศัยจังหวะตั้้งคำถามกลับสส.เหมือนกัน ทำนอง “เชื่อว่าคนอย่างผมจะรับ…..” คำตอบมีอยู่ในใจของสส.ทุกคน อยู่ที่จะตัดสินใจทางการเมืองอย่างไรต่อในโลกการเมืองที่กว้างท่ามเลือกตั้งกี่ครั้งก็เป็นฝ่ายค้าน เป็นอีกประเด็นที่เซาะกร่อนหัวใจสส.เหมือนกัน และยังโดนเจาะยางจอตัดหัวระดับแกนนำพรรคอีก ขณะที่เกิดปรากฏการณ์ขั้วอนุรักษ์นิยมใหม่ เมื่อ “ก๊วนลูกเทพ”แห่งพรรคภูมิใจไทยสบายปีกขึ้นคุมบังเหียนกระทรวงต่างๆ ในนาม“รัฐบาลอนุทินพลัส”ต่างกับพรรคประชาชนที่มีรากเหง้าจากพรรคอนาคตใหม่ ประเดิมเลือกตั้ง 24 มี.ค. 62 กวาดสส. 81 คน ก่อนถูกยุบพรรคในเวลาต่อมา ถึงเวลาก่อกำเนิดพรรคก้าวไกล ตั้งตระหง่านท้าทายขั้วอนุรักษ์นิยมอีกครั้ง ผลเลือกตั้ง 14 พ.ค. 66 กวาดชัยชนะได้สส. 151 คน กลายเป็นพรรคเบอร์1ของประเทศไทยแต่เครื่อข่ายอนุรักษ์นิยมโชว์เหนือ เขี่ยพรรคก้าวไกลตกกระป๋องไปเป็นฝ่ายค้าน แถมถูกยุบพรรคประหารชีวิตทางการเมืองคณกรรมการบริหารพรรค แต่อุดมการณ์ฆ่าไม่ตาย กลายเป็นพรรคประชาชน เลือกตั้งครั้งล่าสุด 8 ก.พ. 69 บนกระแสความนิยมแรงสุดติ่ง กลับพ่ายแพ้ขั้วอนุรักษ์นิยมใหม่แบบมีข้อกังขา ได้สส.ไปเพียง 120 คนอุดมการณ์แห่งการเปลี่ยนแปลงกำลังถูกทดสอบอีกครั้ง พังพาบหรือไปต่อ บนสถานการณ์ของชนชั้นมีแค่ตัวเลือกเดียว ยังคงต้องใช้บริการ “พรรคภูมิใจไทย” ที่ตกอยู่ในสภาพเรือล่มตั้งแต่ยังไม่แล่นออกจากอ่าว เข้าไปบริหารประเทศบนวิฤติโลกที่หนักหน่วงพรรคประชาชนระส่ำ พรรคภูมิใจไทยระสาย ชาวบ้านระทวย ประเทศไทยขอฝากอนาคตเอาไว้ที่ชนชั้นนำต่อไป

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

สว.จ่อถกเด้งรับแนวทางสส.จ่ายค่าอาหารเอง
Politics2026 Mar 31 :: 08:44

สว.จ่อถกเด้งรับแนวทางสส.จ่ายค่าอาหารเอง

สว.จ่อถกเด้งรับแนวทางสส.จ่ายค่าอาหารเองวันที่ 31 มี.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา(สว.)ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีผลหารือของตัวแทนพรรคการเมือง ที่เสียงเอกฉันท์ให้เลิกเลี้ยงอาหารกลางวัน สส. ตั้งแต่ช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์เป็นต้นไปว่า สว.พร้อมให้ความร่วมมือ ในภาวะที่ประเทศตกในภาวะวิกฤติพลังงาน สว.ได้คุยกันว่าพร้อมให้ความร่วมมือประหยัดงบประมาณของราชการให้มากที่สุด เช่น มีมติชัดเจนให้งดเดินทางไปต่างประเทศโดยไม่จำเป็น ขณะที่มาตรการประหยัดค่าใช้จ่าย เช่น ค่าอาหาร ทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือ ตนจะนำเข้าที่ประชุมวิปวุฒิสภา ในวันที่ 1 เม.ย.เพื่อให้รับทราบร่วมกัน ว่า เมื่อสภาฯ มีมติออกมา สว.ต้องดำเนินการตามแบบอย่างเพื่อบ้านเมืองของเรา การจัดเลี้ยงเป็นเรื่องของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ทั้งนี้ ต้องดูตามความจำเป็น อะไรที่ประหยัดได้จะประหยัด อะไรที่ไม่จำเป็นไม่ทำ สำนึกที่ต้องมีคือสำนึกคนไทย และวิกฤติของประทศ หากประเทศตกในภาวะวิกฤติต้องร่วมมือประหยัด การใช้งบฯต้องทำตามความจำเป็น อะไรที่เสียสละได้ทุกคนต้องเสียสละ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“นพดล” จ่อขึ้นเลขาธิการกฤษฎีกาแทน “ปกรณ์” หลังนั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2
Politics2026 Mar 31 :: 08:32

“นพดล” จ่อขึ้นเลขาธิการกฤษฎีกาแทน “ปกรณ์” หลังนั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2

“นพดล” จ่อขึ้นเลขาธิการกฤษฎีกาแทน “ปกรณ์” หลังนั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2วันที่ 31 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ครม.อนุทิน 2 จำนวน 35 คน ซึ่ง 1 ในนั้น มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีด้วย ทำให้เก้าอี้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาว่างลง โดยมีนายนพดล เภรีฤกษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่มีความอาวุโสสูงสุด รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาอยู่ โดยมีรายงานว่า หลังจาก ครม.ชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ และมีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น มีอำนาจเต็ม จะมีการแต่งตั้งนายนพดล ขึ้นมาเป็นเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาต่อไปทั้งนี้ นายนพดล เคยดำรงตำแหน่งกรรมการร่างกฎหมายประจำสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนขยับขึ้นรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาเมื่อปี 64 โดยยังทำหน้าที่โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอีกหน้าที่หนึ่งด้วย จบการศึกษาระดับปริญญาตรี นิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และระดับปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อามินทร์” ปิดฉากภารกิจ รมช.เกษตรฯ ย้ำ ทุกคำสัญญายังเดินหน้าต่อให้สำเร็จ
Politics2026 Mar 31 :: 08:08

“อามินทร์” ปิดฉากภารกิจ รมช.เกษตรฯ ย้ำ ทุกคำสัญญายังเดินหน้าต่อให้สำเร็จ

“อามินทร์” ปิดฉากภารกิจ รมช.เกษตรฯ ย้ำ ทุกคำสัญญายังเดินหน้าต่อให้สำเร็จ แม้บทบาทจะเปลี่ยน แต่ยังอยู่ฝ่าย ปชช.เสมอ พร้อมขอบคุณ “ธรรมนัส” ที่ให้โอกาสวันที่ 31 มีนาคม 2569 นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส เขต 2 พรรคกล้าธรรม เปิดเผยว่า ตนได้เสร็จสิ้นภารกิจในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างเป็นทางการแล้ว โดยตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น แต่ทำให้ได้รับทราบถึงปัญหาของพี่น้องเกษตรกรในหลายด้านและหลากหลายมิติ โดยเฉพาะปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งยังคงต้องได้รับการแก้ไขและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง“สิ่งใดที่เคยให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องประชาชนไว้ จะยังคงติดตามและผลักดันให้เกิดผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ แม้สถานะทางการเมืองจะเปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ผมยังคงยืนหยัดเป็นฝ่ายของพี่น้องประชาชนเสมอและตลอดไป”นายอามินทร์ กล่าวพร้อมกันนี้ นายอามินทร์ ยังได้กล่าวขอบคุณ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ที่มอบโอกาสสำคัญในการทำหน้าที่ทางการเมือง รวมถึงขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่ให้การสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ตลอดมา

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"นครินทร์" มั่นใจ ความเป็นอิสระของตุลาการศาล แม้ มีการวิพากษ์วิจารณ์ผ่านความเห็น ชอบ สว. สีน้ำเงิน ชี้ มาตามกลไก รธน. 60
Politics2026 Mar 31 :: 06:39

"นครินทร์" มั่นใจ ความเป็นอิสระของตุลาการศาล แม้ มีการวิพากษ์วิจารณ์ผ่านความเห็น ชอบ สว. สีน้ำเงิน ชี้ มาตามกลไก รธน. 60

"นครินทร์" มั่นใจ ความเป็นอิสระของตุลาการศาล แม้ มีการวิพากษ์วิจารณ์ผ่านความเห็น ชอบ สว. สีน้ำเงิน ชี้ มาตามกลไก รธน. 60 ปัดให้ความเห็นแก้รธน. ยอมรับมีข้อบกพร่อง โยนเป็นหน้าที่รัฐสภา เปรียบ ตุลาการเหมือนแพทย์ผ่าตัด ไม่ได้สอนหนังสือแต่ชำนาญภาคปฏิบัติ คนไข้ไว้วางใจนายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ กล่าวถึงการสรรหาตุลาการใหม่ซึ่งต้องผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภา โดยยอมรับว่ามีความกังวลเรื่องความเอนเอียง แต่ย้ำว่าความเป็นอิสระของตุลาการยังคงอยู่ ส่วน อุดม สิทธิวิรัชธรรม ระบุว่าตนเองมาจากชุดเก่าและพร้อมให้ตรวจสอบประวัติ ยืนยันไม่เคยมีอคติ และชี้ว่ากระบวนการสรรหาถูกกำหนดโดยกฎหมาย แม้บางครั้งมีการวิพากษ์วิจารณ์ภายนอก แต่ตนและผู้เข้าสรรหาพร้อมยืนยันความโปร่งใสและความเป็นอิสระในการทำหน้าที่."ปธ.ศาลรธน." ปัดให้ความเห็นแก้รธน. ยอมรับมีข้อบกพร่อง โยนเป็นหน้าที่รัฐสภานายนครินทร์ กล่าวในโครงการสัมมนาศาลรัฐธรรมนูญพบสื่อมวลชนว่า จะไม่แสดงความเห็นต่อข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นเรื่องของรัฐสภา แต่ยอมรับว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 มีข้อบกพร่อง เช่น การลดวาระตุลาการจาก 9 ปีเหลือ 7 ปี ซึ่งสั้นเกินไปเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล และอาจทำให้องค์กรตุลาการทำงานเต็มประสิทธิภาพได้ยาก นอกจากนี้กล่าวถึงกรอบการพิจารณาคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งว่าน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 ปี โดยรอพยานหลักฐานจากทั้งสองฝ่ายครบก่อน“นครินทร์" เปรียบ ตุลาการเหมือนแพทย์ผ่าตัด ไม่ได้สอนหนังสือแต่ชำนาญภาคปฏิบัติ คนไข้ไว้วางใจนายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ กล่าวบรรยายถึงบทบาท ทิศทาง และความท้าทายของศาลรัฐธรรมนูญ ว่าสื่อและศาลต้องปรับตัวเข้าหากันและเข้าใจธรรมชาติของกันและกัน ศาลมีอำนาจจำกัดและงบประมาณเพียง 300 ล้านบาท ไม่สามารถดำเนินการโดยไม่มีคดีที่ยื่นเข้ามา พร้อมย้ำความสำคัญของพลเมืองที่รู้เท่าทันการเมืองและเข้าใจขั้นตอนการยื่นคำร้อง เปรียบเทียบการทำหน้าที่ของตุลาการเหมือนการออกผลแบบ A หรือ F โดยไม่สามารถมีทางเลือกกลาง ศาลเปิดรับการวิพากษ์วิจารณ์จากนักวิชาการอย่างสุภาพและเปรียบเทียบตุลาการกับบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานจริงในภาคปฏิบัติมากกว่าการสอนทฤษฎี พร้อมยอมรับช่วงเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญตกต่ำที่สุดในปี 2540 จากความผิดพลาดในการนับคะแนนคดีวินิจฉัยทรัพย์สินของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

นายกฯ เผยเป็นพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ “ครม.อนุทิน2” พร้อมมอบ “สุชาติ-ปลัดมท.” ลงพื้นที่ดูไฟป่าเหนือ
Politics2026 Mar 31 :: 06:07

นายกฯ เผยเป็นพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ “ครม.อนุทิน2” พร้อมมอบ “สุชาติ-ปลัดมท.” ลงพื้นที่ดูไฟป่าเหนือ

นายกฯ เผยเป็นพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ “ครม.อนุทิน2” ลั่น จะทำงานเต็มที่เพื่อปชช. มอบ “สุชาติ-ปลัดมท.” ลงพื้นที่ดูไฟป่าเหนือ พร้อมเปิดงานต้านโกง ดันรัฐโปร่งใส ยกระดับ CPI หลังต่ำจนน่าอับอายวันที่ 31 มี.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณ และทุกคนยังทำงานเต็มที่เพื่อประชาชน ร่างแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเตรียมสาระสำคัญครบถ้วนแล้ว โดยรวมข้อเสนอจากทุกพรรคและพรรคร่วมรัฐบาล พร้อมเปิดรับข้อเสนอแนะจาก ส.ส. และสภา นายกฯ ระบุว่าจะเน้นด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม การปราบปรามคอร์รัปชันและยาเสพติด เพื่อยืนยันความเชื่อถือและธรรมาภิบาลของไทยในเวทีสากล ส่วนการถวายสัตย์ปฏิญาณคาดว่าจะเป็นวันที่ 6 เม.ย. 2569 หลังจากนั้นจะประชุมครม.และแถลงนโยบายต่อรัฐสภาทันทีนายกฯมอบ “สุชาติ-ปลัดมท.” ลงพื้นที่ดูไฟป่าเหนือนายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวถึงสถานการณ์ไฟป่าใน เชียงใหม่ ว่าประชาชนได้รับผลกระทบด้านสุขภาพแล้ว โดย สุชาติ ชมกลิ่น และปลัดกระทรวงมหาดไทย จะลงพื้นที่กำกับดูแล 3–4 จังหวัดภาคเหนือ เน้นการควบคุมการเผาวัชพืชอย่างเข้มงวด นายกฯ ระบุว่าควันไฟข้ามแดนมีเข้ามา จึงมีการพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อหาความร่วมมือ แต่การบริหารจัดการภายในประเทศยังสำคัญในการลดความรุนแรง พร้อมสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดและถือเป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพการทำงานของผู้ว่าฯนายกฯ เปิดงานต้านโกง ดันรัฐโปร่งใส ยกระดับ CPI หลังต่ำจนน่าอับอายนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “Synergy for Transparency” ที่อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี ภายใต้โครงการขับเคลื่อนระบบเฝ้าระวังการทุจริตเชิงรุก นายอนุทินเน้นว่าไทยยังเผชิญปัญหาการคอร์รัปชั่นสูง ดัชนี CPI ล่าสุดอยู่ที่ 33 คะแนน อันดับ 116 ของโลกและอันดับ 8 ของอาเซียน จึงต้องเร่งแก้ไขโดยบูรณาการทุกภาคส่วน ปรับปรุงระบบงานราชการให้รวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้ ใช้เทคโนโลยีและ AI สนับสนุนการติดตามและกำกับ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือกับประชาชนในการเข้าถึงข้อมูล เพื่อยกระดับธรรมาภิบาล สร้างวัฒนธรรมความซื่อสัตย์สุจริต และยกย่องคนดีเป็นแบบอย่าง ทั้งนี้เป้าหมายสำคัญคือยุติการทุจริตและการเรียกรับสินบนในหน่วยงานภาครัฐ.

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“โสภณ” ปลุกสภาฯสามัคคีร่วมมือฝ่าวิกฤติ ขณะที่ “ยศนันท์” เผยเร่งแก้เหลื่อมล้ำ
Politics2026 Mar 31 :: 05:49

“โสภณ” ปลุกสภาฯสามัคคีร่วมมือฝ่าวิกฤติ ขณะที่ “ยศนันท์” เผยเร่งแก้เหลื่อมล้ำ

“โสภณ” ปลุกสภาฯสามัคคีร่วมมือฝ่าวิกฤติ ขณะที่ “ยศนันท์” เผยเร่งแก้เหลื่อมล้ำ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ พร้อมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาววันที่ 31 มี.ค. 2569 ที่รัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีการจัดสัมมนาเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับที่ได้รับเลือกตั้ง มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาฯ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วยผู้บริหาร อาทิ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่สอง และสส.อาทิ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.)เข้าร่วมโครงการสัมมนา นายโสภณ กล่าวในหัวข้อ “เรื่องเล่าของรัฐสภาไทย” ใจความต่อหนึ่งว่า ในวิกฤติโลกความขัดแย้งครั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย อยากฝากไปยังประชาชน ว่า ต้องอยู่ในโลกความเป็นจริง ต้องสร้างสังคมแห่งความรักคือให้อภัย แม้จะถูกใจหรือไม่ ทั้งนี้ หมดยุคฮีโร่ หรืออัศวินม้าขาวแล้ว สมาชิกทุกคนต้องมาร่วมมือกันเร่งบูรณาการฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ย้ำว่าการบริหารจัดการด้านนิติบัญญัติจำเป็นที่จะต้องอาศัยความสามัคคีและความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เพื่อเป็นภาพลักษณ์และแบบอย่างที่ดีของประชาชนนายยศชนัน ให้สัมภาษณ์ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นรองนายกฯและรมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ว่า ดีใจที่คนไว้วางใจ จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด โดย 1 เดือนแรกมีเรื่องจำเป็นต้องทำเร่งด่วน และมีแนวทางที่จะวางแผนให้กับประชาชนได้รับทราบว่าอะไรจะเป็นแนวทางที่ทำในระยะประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ซึ่งจะเป็นสิ่งที่เป็นความหวัง ที่จะทำในระยะเวลา 2 ปี 4 ปี นอกจากนี้ยังมีเรื่องการรับมือสิ่งที่ไม่คาดฝัน เมื่อถามว่า นโยบายเร่งด่วนที่จะบรรจุในกระทรวงอุดมศึกษาฯ และจะมีการแถลงต่อรัฐสภาจะมีเรื่องใดบ้าง นายยศชนัน กล่าวว่า มี 2 เรื่อง 1.คือเรื่องความเหลื่อมล้ำ การปรับโครงสร้างต่างๆ ให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก 2.การวางโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว มีความจำเป็นต้องลงทุนเรื่องนี้ ในการวางโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าได้ เราไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ ในกระทรวงเท่านั้น ต้องดูเรื่องเกี่ยวกับนโยบายงบประมาณของกระทรวงการคลัง โดยในส่วนนี้ต้องมีการทำงานร่วมกันในทุกรูปแบบทุกมิติ เราสามารถดูเรื่องมิติเศรษฐกิจ หรือมิติปากท้อง ที่เป็นมิติเรื่องที่เกี่ยวกับการศึกษา การพัฒนาและทุนมนุษย์

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ด่วน! ป.ป.ช. ชุดใหญ่ เห็นชอบคำร้อง ยื่นศาลฎีกา ปมอดีต 44 ส.ส.ก้าวไกล เสนอแก้ ม.112
Politics2026 Mar 31 :: 05:34

ด่วน! ป.ป.ช. ชุดใหญ่ เห็นชอบคำร้อง ยื่นศาลฎีกา ปมอดีต 44 ส.ส.ก้าวไกล เสนอแก้ ม.112

ด่วน! ป.ป.ช. เห็นชอบคำร้องยื่นศาลฎีกา กรณีอดีต 44 ส.ส.ก้าวไกลเสนอแก้ ม.112 เสี่ยงสูง 10 สส.บัญชีรายชื่อและเขต ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที หากศาลประทับรับฟ้องวันที่ 31 มี.ค. 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. วันนี้ มีมติเห็นชอบ ร่างคำร้องเพื่อยื่นศาลฎีกา กรณีกล่าวหาอดีต 44 ส.ส.พรรคก้าวไกลเกี่ยวกับการเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดอดีต ส.ส. ทั้ง 44 คน และได้ขยายเวลาการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาออกไป ซึ่งขั้นตอนต่อไปหลังจากนี้จะส่งคำร้องให้สำนักคดี ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการยื่นต่อศาลฎีกาผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากศาลฎีกาประทับรับฟ้องคดีและไม่มีคำสั่งอื่นใด 10 ส.ส.พรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.ก้าวไกล จะต้องถูก สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยทันทีสำหรับรายชื่อของ 44 สส.พรรคก้าวไกล ที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ในนามพรรคประชาชน (ปชน.) ที่มีความเสี่ยงถูกศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ มีจำนวน 10 คน แบ่งเป็นสส.บัญชีรายชื่อ 8 คน ประกอบด้วยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล นายรังสิมันต์ โรม นายวาโย อัศวรุ่งเรือง นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายณัฐวุฒิ บัวประทุม นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และอีก 2 คนที่เป็น สส.แบ่งเขต ประกอบด้วยนายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

โปรดเกล้าฯ ‘ปกรณ์ นิลประพันธ์’พ้นจากตำแหน่งเลขากฤษฎีกา
Politics2026 Mar 31 :: 04:07

โปรดเกล้าฯ ‘ปกรณ์ นิลประพันธ์’พ้นจากตำแหน่งเลขากฤษฎีกา

โปรดเกล้าฯ ‘ปกรณ์ นิลประพันธ์’พ้นจากตำแหน่งเลขากฤษฎีกาเมื่อวันที่ 31 มี.ค.เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องให้ข้าราชการพลเรือนสามัญพ้นจากตำแหน่ง ด้วยสำนักนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งอนุญาตให้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรีลาออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค.2569 และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พ้นจากตำแหน่งแล้ว บัดนี้ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค.2569ประกาศ ณ วันที่ 30 มี.ค.2569 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“นายกฯอนุทิน“ เข้าทำเนียบฯ หลังโปรดเกล้าฯ ครม.อนุทิน 2 ยิ้มให้สื่อฯ ก่อนขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า
Politics2026 Mar 31 :: 03:27

“นายกฯอนุทิน“ เข้าทำเนียบฯ หลังโปรดเกล้าฯ ครม.อนุทิน 2 ยิ้มให้สื่อฯ ก่อนขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า

“นายกฯ อนุทิน“ เข้าทำเนียบฯ หลังโปรดเกล้าฯ ครม.อนุทิน 2 ยิ้มให้สื่อฯ ก่อนขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ต้อนรับ บริษัทไมโครซอฟท์ขณะที่ ทำเนียบฯ เข้ม เพิ่มคัดกรองบุคคลเข้า-ออก หลังชายสูงวัยบุกตึกไทยคู่ฟ้าวันที่ 31 มี.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เข้าปฎิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาลในเวลาภายหลังเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระบรมราชโองการให้ประกาศแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.)โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถาม ว่าจะนำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณวันไหน นายกรัฐมนตรี หันมายิ้มให้สื่อฯ แต่ไม่ได้ตอบคำถามนี้ ก่อนจะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าโดยวันนี้ นายอนุทิน จะให้การต้อนรับ Mr. Brad Smith รองประธานและประธานกรรมการ บริษัท ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น และ คณะ ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลจากนั้น เวลา 10.30 น. นายกฯจะเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ การบูรณาการเพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐเชิงรุก ภายใต้โครงการขับเคลื่อนระบบเฝ้าระวังการทุจริตเชิงรุกในหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ ห้อง Sapphire ที่อิมแพ็ค ฟอรั่ม ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานีขณะที่เช้าวันเดียวกันนี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ต.จิรศักดิ์ ไกรเพชร ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 พร้อมเจ้าหน้าที่กองสถานที่ ยานพาหนะ และรักษาความปลอดภัย สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี(สลน.) ตรวจสอบทางเข้าและออก บริเวณโดยทำเนียบรัฐบาล โดยเฉพาะประตู ฝั่งสะพานชมัยมรุเชฐ ภายหลังเมื่อวานนี้ มีชายสูงวัย ขับรถจักรยานยนต์เข้ามาตึกไทยคู่ฟ้าโดยประตูทางเข้าออก ฝั่งสะพานชมัยมรุเชฐ จะเปิดตามปกติ แต่เมื่อนายกรัฐมนตรีเข้าปฎิบัติหน้าที่ภายในทำเนียบรัฐบาลแล้วก็จะปิด ส่วนประตู 4 จะเปิดให้รถเข้าและออก เวลา 06.30-09.30 น. และจะเปิดอีกครั้ง หลังเวลาเลิกงานเวลา 16:00 น.นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเพิ่มการตรวจคัดกรองบุคคลเข้าและออกเข้มงวดมากขึ้นทั้งนี้ กองสถานที่ ยานพาหนะ และรักษาความปลอดภัย สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จะทำหนังสือเวียนแจ้งไปยังกองต่าง ๆ ถึงเวลาเปิดและปิดอีกครั้ง

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

'อนุทิน' จ่อลุยแถลงนโยบาย “Thailand 10 Plus” เขย่าเศรษฐกิจ-รับมือ 4 วิกฤตใหญ่
Politics2026 Mar 31 :: 02:54

'อนุทิน' จ่อลุยแถลงนโยบาย “Thailand 10 Plus” เขย่าเศรษฐกิจ-รับมือ 4 วิกฤตใหญ่

'อนุทิน' จ่อลุยแถลงนโยบาย “Thailand 10 Plus” เขย่าเศรษฐกิจ-รับมือ 4 วิกฤตใหญ่ จัดเต็มแผนฟื้นประเทศ 7–9 เม.ย. นี้วันที่ 31 มี.ค. 2569 หลังจากที่ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการให้ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 19 มีนาคม พุทธศักราช 2569 แล้วนั้น บัดนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เลือกผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไปแล้วนอกจากนี้ยังมีรายงานต่อว่า รัฐบาลกำหนดแถลงนโยบายต่อรัฐสภาวันที่ 7-9 เม.ย.2569 โดยมีคำแถลงนโยบาย 20-30 หน้า มีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจในชื่อ “Thailand 10 Plus” ซึ่งมี 4 ด้าน คือ นโยบายการเติบโตอย่างทั่วถึง , นโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน , นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจและจัดการหนี้ รวมถึงนโยบายอุตสาหกรรมเพื่อการสร้างรายได้ และแผนการรับมือภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคตไว้ 4 ด้าน คือ ภัยธรรมชาติ ,ภัยเศรษฐกิจ ,ภัยความมั่นคง และสังคม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ด่วน! พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ครม.อนุทิน2
Politics2026 Mar 31 :: 02:34

ด่วน! พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ครม.อนุทิน2

ด่วน! พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ครม.อนุทิน2วันที่ 31 มี.ค. 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการให้ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 19 มีนาคม พุทธศักราช 2569 แล้วนั้น บัดนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เลือกผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไปแล้วอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งรัฐมนตรีดังต่อไปนี้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี​นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นายวัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนางสาวแนน บุญย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยพลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 30 มีนาคม 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบันผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ปลัด มท. สั่งการด่วนที่สุด ผู้ว่าฯ 17 จังหวัดภาคเหนือ ดำเนิน 4 มาตรการ "ยกระดับมาตรการลดผลกระทบจากสถานการณ์ PM 2.5 อย่างจริงจัง
Politics2026 Mar 31 :: 00:45

ปลัด มท. สั่งการด่วนที่สุด ผู้ว่าฯ 17 จังหวัดภาคเหนือ ดำเนิน 4 มาตรการ "ยกระดับมาตรการลดผลกระทบจากสถานการณ์ PM 2.5 อย่างจริงจัง

ปลัด มท. สั่งการด่วนที่สุด ผู้ว่าฯ 17 จังหวัดภาคเหนือ ดำเนิน 4 มาตรการ "ยกระดับมาตรการลดผลกระทบจากสถานการณ์ PM 2.5 อย่างจริงจังและต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ.​วันนี้ (31 มี.ค. 69) เวลา 00.05 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในภาพรวมของประเทศที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ กำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก นครสวรรค์ น่าน พะเยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน สุโขทัย อุตรดิตถ์ และจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งหลายจังหวัดมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานและอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน​."เพื่อให้การแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) จึงได้สั่งการให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด ยกระดับการดำเนินงานตามมาตรการเพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) รวม 4 แนวทาง อย่างจริงจังและต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ ได้แก่ 1. ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน แก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในทุกมิติ 2. หากพบจุดความร้อน (Hotspot) ที่เกิดจากการกระทำของบุคคล ให้บังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด 3. ระดมทรัพยากรบุคลากร และอุปกรณ์ทุกชนิดในการดับไฟป่า เพื่อบรรเทาความรุนแรง ทำให้เข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว และ 4. ประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยระดมสรรพกำลังในทุกด้าน และหากเกินกำลังของจังหวัดให้ขอรับการสนับสนุนการแก้ไขปัญหามายังกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติโดยเร็ว".​ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด รายงานสถานการณ์และการดำเนินการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ให้กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติทราบผ่านกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (ปภ.) อย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นสถานการณ์ไฟป่า สามารถแจ้งสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งมีเจ้าหน้าที่สแตนด์บายเข้าดำเนินการระงับเหตุโดยทันที.กองสารนิเทศ สป.มท.ครั้งที่ /2569วันที่ 31 มี.ค. 2569

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"วีระยุทธ" ถามพิพัฒน์ ทำไมเพิ่งติด GPS รถน้ำมันหลังวิกฤต ขอรัฐบาลออกมาตรการนึกถึงหัวอกประชาชน
Politics2026 Mar 30 :: 13:37

"วีระยุทธ" ถามพิพัฒน์ ทำไมเพิ่งติด GPS รถน้ำมันหลังวิกฤต ขอรัฐบาลออกมาตรการนึกถึงหัวอกประชาชน

"วีระยุทธ" ถามพิพัฒน์ ทำไมเพิ่งติด GPS รถน้ำมันหลังวิกฤต ขอรัฐบาลออกมาตรการนึกถึงหัวอกประชาชน ชี้มีอำนาจปรับภาษี 4 ตัวในมือ อย่าช่วยแต่โรงกลั่น-ปั๊มใหญ่ ต้องเคลียร์ลักลอบน้ำมันเถื่อน ลบข้อครหา ‘ผลประโยชน์ทับซ้อน’วันที่ 30 มีนาคม 2569 วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้แสดงความคิดเห็นกรณีวิกฤตน้ำมันในปัจจุบัน ผ่านรายการ ‘กรรมกรข่าว คุยนอกจอ’ โดยตั้งคำถามต่อศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นประธานว่า เหตุใดจึงเพิ่งสั่งติด GPS เพื่อตรวจสอบเส้นทางรถบรรทุกน้ำมันแบบ real time หลังสถานการณ์ผ่านช่วงวิกฤตรุนแรงไปแล้ว ทำให้เสียโอกาสในตรวจสอบพฤติการณ์กักตุนหรือลักลอบขนส่งน้ำมันในช่วงเวลาโกลาหลวีระยุทธย้ำว่า นายพิพัฒน์เองเป็นคนเปิดประเด็นว่าจะจับ “ไอ้โม่ง” ในวันที่ 18 มี.ค. แต่หลังการประชุมวันต่อมาที่มีนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล มานั่งหัวโต๊ะกลับออกมาแถลงว่าไม่มีไอ้โม่งแล้ว และชี้ว่าเป็นปัญหาของประชาชนคนธรรมดา หรือที่นายพิพัฒน์เรียกว่า “กองทัพมด” ที่ตื่นตระหนกแห่กักตุนกันเอง จึงไม่สามารถกลบข้อครหาเรื่อง “ผลประโยชน์ทับซ้อน” ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่ได้รับตำแหน่งประธาน ศบก. ได้ นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ยังดำเนินนโยบายโดยมองจากมุมของกลุ่มธุรกิจใหญ่มากเกินไป แต่ไม่ได้มองจากมุมของคนธรรมดาทั่วไปที่ใช้รถ เกษตรกร ชาวประมง ไรเดอร์ หรือคนที่หาเช้ากินค่ำและกำลังเดือดร้อนรุนแรงขึ้นทุกวันในด้านการปรับลดราคาน้ำมัน วีระยุทธชี้ว่าเราต้องลงไปดู “โครงสร้างราคา” ให้ชัดๆ เพื่อจะได้รู้ว่าตรงไหนที่รัฐบาลมีอำนาจจัดการ โดยพบว่ามีตัวเลข 4 ตัวที่รัฐบาลสามารถพิจารณาปรับลดลงชั่วคราวได้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า เช่นในกรณีเบนซิน 95 แต่ละลิตร จะมีต้นทุนของภาษีสรรพสามิต 7.50 บาท, ภาษีเทศบาล 0.75 บาท, ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ของราคาขายส่ง) 2.92 บาท และเงินเข้ากองทุนอนุรักษ์พลังงาน 0.05 บาท แต่วีระยุทธก็ย้ำว่า รัฐบาลต้องประเมินร่วมกับผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลด้วย เพื่อให้เพียงพอสำหรับปีงบประมาณ 2569 ซึ่งภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มชะลอตัวในส่วนของ “ค่าการกลั่น” ที่มีการถกเถียงกันมาก วีระยุทธแสดงตัวเลขให้เห็นว่า ค่าการกลั่นมีการขึ้นแบบก้าวกระโดดชัดเจน จากที่เคยมีค่าเฉลี่ยเพียง 1.71–2.35 บาท ในช่วงปี 2567–68 แต่ในเดือนมีนาคม 2569 นี้ ค่าการกลั่นทะยานขึ้นเป็น 6.46 บาทต่อลิตร จึงเป็นฐานที่ทำให้รัฐบาลสามารถเข้ามาเก็บ “ภาษีลาภลอย” ได้ แต่หากรัฐบาลจะทำ ก็ไม่ได้แปลว่ารัฐบาลจะเก็บเงินได้ทันที เพราะต้องไปออกกฎหมายและพิจารณาต้นทุนให้ชัดเจน เงินที่เก็บได้ก็ไม่ได้แปลงกลับมาเป็นส่วนลดให้กับประชาชนได้ในปัจจุบัน จึงควรนับเป็นมาตรการ “ขยักสอง” ไม่ใช่มาตรการที่รัฐบาลทำได้ใน “ขยักแรก” อย่างการปรับภาษีสรรพสามิตในช่วงท้ายของรายการ วีระยุทธสอบถามนายพิพัฒน์ว่า หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ตลาดน้ำมันไทยปั่นป่วน เกิดจากการลักลอบขนน้ำมันเถื่อนทางเรือหรือไม่ แต่พิพัฒน์ยืนยันว่า “ไม่มีการลักลอบขนน้ำมันเถื่อนทางเรือ” เพราะได้ขอความร่วมมือโรงกลั่นน้ำมันและมั่นใจระบบการกำกับดูแลของรัฐ วีระยุทธแย้งว่าคำชี้แจงดังกล่าวขัดกับข้อเท็จจริงที่เราเห็นจากข่าวอยู่เป็นระยะ แม้แต่ในช่วงวิกฤตน้ำมันขาดที่ผ่านมา เพราะน้ำมันเถื่อนที่ลักลอบขนส่งทางเรือเป็นหนึ่งในปัญหาคอร์รัปชันที่คาราคาซังมายาวนาน แต่แทนที่รัฐบาลจะถือโอกาสนี้ลุยแก้ปัญหาจริงจัง กลับยอมรับความผิดปกติให้ดำรงอยู่ต่อไป แนวทางเช่นนี้จึงไม่สามารถลดข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนได้

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ศบก.เปิดตัว “โบว์ นัฏฐา” ทำหน้าที่โฆษก พร้อมเปิดเพจรวมศูนย์ข้อมูลที่เดียว แจงสถานการณ์น้ำมันรอบด้าน-เฟกนิวส์
Politics2026 Mar 30 :: 10:51

ศบก.เปิดตัว “โบว์ นัฏฐา” ทำหน้าที่โฆษก พร้อมเปิดเพจรวมศูนย์ข้อมูลที่เดียว แจงสถานการณ์น้ำมันรอบด้าน-เฟกนิวส์

ศบก.เปิดตัว “โบว์ นัฏฐา” ทำหน้าที่โฆษก พร้อมเปิดเพจรวมศูนย์ข้อมูลที่เดียว แจงสถานการณ์น้ำมันรอบด้าน-เฟกนิวส์วันที่ 30 มี.ค. 2569 ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง(ศบก.) ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว. คมนาคม ในฐานะผอ.ศบก.มอบหมายให้นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมศบก.แทน เนื่องจากนายพิพัฒน์ ติดภารกิจทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการรายงานว่า นายพิพัฒน์ ลงนามคำสั่ง ศบก.ที่ 1/2569เรื่อง แต่งตั้งน.ส.นัฏฐา มหัทธนา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ทำหน้าที่โฆษก ศบก. โฆษกศบก.เพื่อให้การประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ และสามารถสร้างความเข้าใจอันดีให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับมาตรการที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ของรัฐบาล วันที่ 30 มี.ค.โดย น.ส.นัฏฐา กล่าวว่า หลังจากได้แต่งตั้งเป็นโฆษก ศบก. ได้มีการประชุม และได้ข้อสรุปว่า การแถลงข่าวประจำวันของ ศบก.ในเวลา 11.00 น. จะปรับรูปแบบแต่ยังมีข้าราชการที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเหมือนเดิม จากเดิมที่มีการรายงานแต่ละกระทรวง แต่ตนในฐานะโฆษก.ศบก. จะเป็นผู้สรุปประเด็น และชี้แจงให้เกิดความเข้าใจง่ายขึ้น เพื่อให้สื่อมวลชนสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจได้ง่ายขึ้น ขณะที่ผู้แทนกระทรวงต่างๆคอยมาตอบคำถามหลังตนสรุปประเด็นแล้วน.ส.นัฏฐา กล่าวอีกว่า ยังมีสิ่งใหม่จะมีศูนย์รวมทุกอย่างที่เกี่ยวกับ ศบก. รวมถึงสถานการณ์พลังงาน และสถานการณ์ในตะวันออกกลางอยู่ในที่เดียว ซึ่งวันนี้ได้เปิดเพจเฟซบุ๊ก ศบก. หากสื่อมวลชนต้องการข้อมูลด้านใดก็ไปดูในเพจดังกล่าวได้จะทำให้ไม่รู้สึกว่าข้อมูลกระจัดกระจายนอกจากนี้ เพจเฟซบุ๊กทำหน้าที่ชี้แจงเฟคนิวส์ต่างๆด้วย จึงไม่ต้องเสียเวลาให้โฆษกแถลงชี้แจ้งเรื่องดังกล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“เท้ง” จี้ประกาศเขตภัยพิบัติฝุ่นภาคเหนือ
Politics2026 Mar 30 :: 10:44

“เท้ง” จี้ประกาศเขตภัยพิบัติฝุ่นภาคเหนือ

“เท้ง” จี้ประกาศเขตภัยพิบัติฝุ่นภาคเหนือวันที่ 30 มี.ค.2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคปชน.โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า ฝุ่นพิษ PM2.5 ในภาคเหนือ เกินเกณฑ์มาตรฐานอย่างรุนแรง อันตรายต่อชีวิตพี่น้องประชาชน ควรประกาศเป็นเขตพื้นที่ภัยพิบัติได้แล้ว ตอนนี้ ไฟป่าและฝุ่น PM2.5 กำลังสร้างปัญหาให้ชีวิตพี่น้องประชาชนชาวเหนืออย่างมาก จากเกณฑ์ที่รัฐตั้งไว้ว่าหากปริมาณฝุ่น PM2.5 เกิน 125 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเฉลี่ย 24 ชั่วโมงต่อเนื่อง 5 วัน พื้นที่นั้นจึงสามารถประกาศเป็นเขตพื้นที่ภัยพิบัติได้หมายความว่า ในเวลานี้มีอย่างน้อย 9 จังหวัดแล้วที่ต้องประกาศเป็นเขตพื้นที่ภัยพิบัติ ได้แก่​เชียงใหม่ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ แม่ฮ่องสอน และตาก ผู้ว่าราชการจังหวัด คือผู้มีอำนาจในการประกาศเขตภัยพิบัติโดยตรง แต่ที่ผ่านมามักจะไม่ประกาศทั้งที่สถานการณ์เข้าขั้นรุนแรงแล้ว โดยขอเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 9 จังหวัด รวมถึรัฐบาลในเวลานี้เข้าจัดการกับสถานการณ์โดยด่วน การนิ่งเฉยโดยไม่ยอมประกาศพื้นที่ภัยพิบัติอาจช่วยให้รัฐบาลหนีปัญหาได้ในระยะหนึ่ง แต่ประชาชนที่ต้องอยู่กับฝุ่นพิษทุกวันไม่สามารถหนีจากปัญหาได้ นี่คือปัญหาที่ส่งผลถึงความเป็นความตายแก่ประชาชนที่ไม่ควรถูกละเลยและเอาปัญหาไปซุกไว้ใต้พรมเหมือนที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคปชน. เตรียมเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาในการประชุมสภาฯ วันพุธที่ 1 เม.ย.นี้ เพื่อให้สภาฯ เสนอแนะรัฐบาลถึงมาตรการรับมือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากวิกฤตฝุ่น PM2.5 - จากการหารือกับวิปรัฐบาลและตัวแทนพรรคต่างๆอย่างไม่เป็นทางการด้วย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“โสภณ” เผย สส.จ่ายเงินค่าข้าวกันเองหลังสงกรานต์ ให้การบ้านเรื่องแต่งกายตามนโยบายประหยัดพลังงาน
Politics2026 Mar 30 :: 10:39

“โสภณ” เผย สส.จ่ายเงินค่าข้าวกันเองหลังสงกรานต์ ให้การบ้านเรื่องแต่งกายตามนโยบายประหยัดพลังงาน

“โสภณ” เผย สส.จ่ายเงินค่าข้าวกันเองหลังสงกรานต์ ให้การบ้านเรื่องแต่งกายตามนโยบายประหยัดพลังงานวันที่ 30 มี.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ว่า วันนี้มีการหารือในประเด็นหลัก เรื่องแรกคือการจัดอาหาร สส. ในวันประชุมสภาฯ ที่ประชุมมีความเห็นตรงกันว่าสมาชิกจะจ่ายกันเอง โดยฝ่ายเลขาสภาฯจะจัดอาหารบริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกที่ห้องอาหารเดิม แต่ต้องจ่ายเงินกันเอง จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่หลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นต้นไป 2.การแต่งตั้งผู้ช่วยสส. และผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ที่ประชุมมีความเห็นว่า ในยุคที่ทั่วโลกมีวิกฤตการณ์น้ำมันแพง เราจะหาวิธีการประหยัดงบฯ ได้อย่างไร เรื่องนี้เกิดจากระเบียบสภา ออกโดยกรรมการรัฐสภา(กร.) ที่ประชุมจึงมีมติให้นำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของ กร. วันที่ 28 เม.ย. ตนจะนัดประชุมกร. เพื่อสรุปในเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง และ 3.กองทุนผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา หรือเบี้ยเลี้ยงชีพ สืบเนื่องจากเรื่องนี้เป็นพ.ร.บ และออกเป็นระเบียบโดยคณะกมธ.กิจการสภาฯ ในอดีตที่ผ่านมา ดังนั้น เมื่อมีกมธ.กิจการสภาฯ ก็จะมอบให้ กมธ. ไปพิจารณาว่าเบี้ยเลี้ยงชีพ จะมากมากน้อยเพียงใดเมื่อถามกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าสส.ลงไปซื้ออาหารรับประทานบริเวณศูนย์อาหารรัฐสภา ชั้นB2 ทำให้สิ้นเปลืองงบฯในการจัดทำอาหารไว้แล้ว นายโสภณ กล่าวว่า เกิดจากความเข้าใจผิด ผู้ที่วิจารณ์ไม่รู้ข้อมูล ภายหลังเรามีสภาฯชุดนี้ ตนให้ทำอาหารตามความเป็นจริง ประมาณ 200-300 ที่ ไม่ใช่ตัวเลข 500 ที่ ตามจำนวนสมาชิกมาคูณกับงบประมาณ บางทีเรื่องดีๆ ประชาชนอาจไม่เข้าใจ เพราะไม่รู้ ซึ่งเรายังขาดการสื่อสาร ฉะนั้นฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสภาฯ ต้องชี้แจงให้ประชาชนได้รู้ ไม่ใช่จัดเต็มงบประมาณ ซึ่งการดำเนินการ จะทำให้ลดงบฯ ได้วันละ 200,000 บาท ขณะเดียวกันเรื่องเงินกองทุนยังมีการหักจากสมาชิก และอีกส่วนหนึ่งที่สมทบจากรัฐบาลให้การบ้านเรื่องแต่งกายตามนโยบายประหยัดพลังงานนายโสภณ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับความสง่างามของสภาฯ ระเบียบกฎหมายที่ล้าสมัยไม่สามารถนำมาปฏิบัติได้ เราให้การบ้านแต่ละพรรคไปดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็น การแต่งกายตามนโยบายประหยัดพลังงาน ที่ตนในฐานะประธานสภาฯอาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ให้งดเว้นการสวมสูทผูกเนคไท โดยสามารถสวมเสื้อเชิ๊ตมีปก ที่ไม่ต้องเป็นคอพระราชทาน แต่ต้องเป็นผ้าไทย ขณะเดียวกันการทำงานในสภาฯ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน เช่น การหารือของสมาชิก ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม จะเสนอให้เพิ่มการหารือเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วประธานฯจะนำมาแจ้งต่อที่ประชุมว่ามีเรื่องหารือใดบ้างนายกฯยังไม่ประสานเรื่องแถลงนโยบายรัฐสภา นายโสภณ ยังกล่าวถึงการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภาว่า เมื่อมีการโปรดเกล้าฯ และเข้าเฝ้าถวายสัตย์เรียบร้อยแล้ว และมีการแจ้งกำหนดการแถลงนโยบายรัฐบาล มายังรัฐสภา สภาฯจะแจ้งให้สมาชิกรับทราบภายใน 3 วัน แต่ขณะนี้นายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้มีการประสานงานมา เนื่องจากยังไม่ทราบว่าจะมีการโปรดเกล้าฯรายชื่อคณะรัฐมนตรีเมื่อใด ยอมรับว่าเราอยากเห็นการแถลงนโยบายฯก่อนสงกรานต์ เนื่องจากมีวิกฤตประเทศ ก่อนช่วงสงกรานต์จึงควรมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการมาบริหารจัดการทั้ง วิกฤตเศรษฐกิจ และวิกฤตจากสงครามผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสวัสดิการอาหารเลี้ยง สส. ช่วงวันประชุมสภา พบว่าปัจจุบันยังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างหาผู้รับเหมารายใหม่ หลังจากที่ผู้ค้ารายเดิมได้หมดสัญญาลงด้วยเหตุยุบสภา เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.68 ดังนั้นการหารือกับตัวแทนพรรคการเมืองจึงต้องการสอบถามความคิดเห็นว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ขณะที่งบประมาณเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันของ สส.ในวันประชุมยังมีงบประมาณเหลืออยู่ ตามกฎหมายงบประมาณประจำปี 2569 อย่างไรก็ดีมีข้อหารือว่าหากไม่ใช้งบประมาณตามที่จัดสรร สามารถนำไปใช้ในกิจการอื่นของสภาฯ ตามภารกิจที่เกี่ยวข้องได้

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อนุทิน” เผย น้ำมันไทยยังเพียงพอ แม้โลกผันผวนตามกลไกตลาด ติดใจรถไฟฟ้า เงียบดี เร่งดี เก็บรถเก่าไว้ก่อนกินน้ำมันไม่ไหว
Politics2026 Mar 30 :: 10:26

“อนุทิน” เผย น้ำมันไทยยังเพียงพอ แม้โลกผันผวนตามกลไกตลาด ติดใจรถไฟฟ้า เงียบดี เร่งดี เก็บรถเก่าไว้ก่อนกินน้ำมันไม่ไหว

“อนุทิน” รับ ทูลเกล้าฯ ครม.แล้ว ย้ำรอโปรดเกล้าฯ เดินหน้าบริหารไร้สะดุดแม้ช่วงเปลี่ยนผ่าน ป้อง “พิพัฒน์” ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน ชี้น้ำมันใกล้กลับสู่ปกติ เผย น้ำมันไทยยังเพียงพอ แม้โลกผันผวนตามกลไกตลาด มั่นใจ สต๊อกไทยเอาอยู่ ชี้ ซื้อดีเซล ส่ง ส.ป.ป.ลาว คลายกังวลประชาชน สงกรานต์นี้ น้ำมันไม่ขาด แต่ลดราคาไม่ได้ - ติดใจรถไฟฟ้า เงียบดี เร่งดี เก็บรถเก่าไว้ก่อนกินน้ำมันไม่ไหววันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐมนตรี ว่า ตนได้ทูลเกล้าฯ ไปแล้วตามขั้นตอน เมื่อถามว่าทูลเกล้าฯ ครบทั้ง 35 คนหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า เดี๋ยวรอ เพราะเรื่องนี้ตนตอบไม่ได้ต้องรอการโปลดเกล้าลงมา การที่จะไปพูดอะไรไปถือเป็นสิ่งที่ไม่บังควรเมื่อถามต่อว่าหากได้รับการโปรดเกล้าทางนายกรัฐมนตรีจะเดินหน้างานต่อหรือไม่ นายอนุทิน เปิดเผยว่า งานจริงๆแล้วก็ต่อเนื่อง รัฐมนตรีหลายหลายคนก็จะอยู่ช่วยงานกันต่อไป ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นตำแหน่งสำคัญๆ ที่จะไม่ทำให้เกิดการชะงักของการบริหารประเทศเมื่อถามว่าเป็นห่วงนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ หรือไม่ หลังมีกระแสโจมตีมาเยอะ นายอนุทิน กล่าวว่า ท่านทำงานหนักมาก และยืนยันว่าไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ ได้มีการเขียนใบลาออกจากตำแหน่ง ผอ.ศบก. มาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไม่อนุมัติและตนเป็นคนไม่อนุมัติให้ออก นายพิพัฒน์ ทำงาน รู้กลไก เราต้องใช้ประสบการณ์ของคนเหล่านี้มาทำประโยชน์ให้กับประชาชน ในวันนี้ผู้สื่อข่าวติดตามขนาดนี้ มีประชาชนทั้งนักวิชาการ ที่เป็นคอมเม้นต์เตเตอร์ แม้พวกตนเองในคณะรัฐมนตรี นั่งทำงานกันแบบนี้เป็นใครก็คงไม่กล้าคิดถึงประโยชน์ของตัวเอง หากนายพิพัฒน์ เพียงแค่คิดว่าถ้าทำนโยบายแบบนี้แล้วจะเกิดประโยชน์กับครอบครัวของตัวเอง ตนก็จับได้และให้ความมั่นใจเลยว่าไม่มีทางยอมให้เกิดเกิดขึ้น เพราะตนเห็นว่าไม่มีในเรื่องของผลประโยชน์ และเรายังใช้ความเห็นของนายพิพัฒน์ ใช้ประสบการณ์ ในการที่จะให้แนวทาง และปฏิบัติออกมาแล้วได้ผล โดยสถานการณ์เรื่องการเติมน้ำมัน การให้บริการตามปั๊ม ก็ถือว่าเกือบเข้าสู่ขั้นปกติแล้ว หากบางคนไปถ่ายปั๊มใดปั๊มหนึ่งแล้วบอกว่ายังปิดอยู่ ตนก็ต้องบอกว่าตนดูภาพรวม ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศต้องรายงานเข้ามาทุกเช้า เพราะหากทุกจังหวัดบริหารสถานการณ์เรื่องน้ำมันได้ การที่จะสัญจรไปมาช่วงสงกรานต์ก็จะไม่มีปัญหา นับเป็น KPI เป็นสิ่งที่ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องให้ความใส่ใจอย่างเต็มที่เมื่อถามว่าอาการนายกรัฐมนตรีมั่นใจในตัวนายพิพัฒน์ ให้มาทำงานตรงนี้ โดยที่ไม่กังวลใช่หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ท่านเป็น รมว.คมนาคม และกรรมการ ศบก. ก็เป็นชุดเฉพาะกิจ ซึ่งจริงๆ ตนอยากให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง เป็นตั้งแต่แรก แต่ก็ต้องมี รมว. คมนาคม อยู่ในกรรมการด้วย และนายพิพัฒน์ ก็เป็นรองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 จึงเรียงตามตำแหน่ง โดยนายเอกนิติ บอกว่าไม่เป็นไรเขาจะขับเคลื่อนทุกอย่างให้ แต่ขอให้ชื่อนายพิพัฒน์ เป็นประธานคณะกรรมการ และตนก็มาประชุมทุกวันแม้ไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการด้วยเช่นกัน เราก็ทำงานด้วยกัน ตำแหน่งนั้นก็เอาไว้กำกับดูแลของหน่วยงานที่สังกัดแต่ละคนเมื่อถามถึงรัฐบาลชุดใหม่เมื่อมีอำนาจเต็มการบริหารจะไฉไลกว่าเดิมหรือไม่ นายอนุทิน ยิ้ม พร้อมบอกว่าตนก็ไม่รู้จะตอบยังไง ส่วนจะสะดวกมากขึ้นหรือไม่นั้น ตนคิดว่าต้องสะดวกอยู่แล้ว ทุกคนอยู่ภายใต้การกำกับดูแลและก็สั่งการของตนในฐานะนายกรัฐมนตรี การเปลี่ยนผ่านตนก็จะทำให้เปลี่ยนผ่านด้วยความราบรื่นที่สุด รัฐมนตรีของตนไม่มีใครออกมาบอกว่าขอรอตั้ง ขอเข้าทำงานก่อน ขอมีอำนาจเป็นก่อน ซึ่งไม่มีใครกล้าพูด เพราะรู้ว่าหากพูดก็จะถูกตนตำหนิ วันนี้หัวหน้ารัฐบาลเป็นคนเดิม การที่จะสะดุดเพื่อรอกฎหมายนั้นกฏหมายนี้ยืนยืนยันว่าไม่มี“อนุทิน” เผย น้ำมันไทยยังเพียงพอ แม้โลกผันผวนตามกลไกตลาด - มั่นใจ สต๊อกไทยเอาอยู่ - ชี้ ซื้อดีเซล ส่ง ส.ป.ป.ลาว คลายกังวลประชาชน - สงกรานต์นี้ น้ำมันไม่ขาด แต่ลดราคาไม่ได้กรณีที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ออกมาพูดถึงกรณีพลังงานและน้ำมันนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า เค้าคงพูดในฐานะอดีต รมว. พลังงาน ก็อาจจะอยากให้ความเห็น ส่วนรัฐบาลจะปฏิบัติหรือไม่นั้นก็เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะตัดสินใจ เราก็รับฟังความเห็นเมื่อถามว่าจะสามารถให้ความคลายกังวลกับประชาชนได้หรือไม่ว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้แล้วหลังน้ำมันดิบเริ่มเข้าได้ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็เริ่มขี้ขลาดมาตามลำดับ ไม่ใช่ว่าเพิ่งเข้าสู่สภาวะปกติ ทุกอย่างก็ดีขึ้นมาเรื่อยๆ และมีการรายงานเข้ามาตลอดเวลา ได้มีการใช้เครือข่ายเน็ตเวิร์คของบริษัทผู้ค้าน้ำมันในประเทศไทย ซึ่งเขาก็มีเครือข่ายในการนำเข้าน้ำมันดิบ ทุกฝ่ายยังให้คำยืนยันว่ายังไม่มีความผิดปกติใดๆ ในการนำเข้าน้ำมันดิบมากลั่น นอกจากนี้ยังมีการปฏิบัติโดย ปตท. ที่นำร่องไปแล้ว คือ การสั่งน้ำมันดีเซลสำเร็จรูปจากต่างประเทศเข้ามา และนำส่วนนี้ส่งไปที่ ส.ป.ป.ลาว ซึ่งจะยิ่งทำให้เราสามารถให้ความมั่นใจกับประชาชนได้ว่า ตอนนั้นมีการปั่นน้ำมันส่งไปลาวแต่เราก็ให้เหตุผลไว้แล้ว แต่ตอนนี้เราฝากประชาชนที่อยากเพิ่มความมั่นใจเราก็มีช่องทางในการที่จะนำเข้าน้ำมันดีเซลสำเร็จรูปเข้ามา และได้ราคาที่ตกลงกับเราได้ ก็ยิ่งเป็นสิ่งที่น่าจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนเพิ่มขึ้นไปอีก ปริมาณน้ำมันในระบบก็จะมีมากขึ้น ใช้ไม่หมดก็สำรองเอาไว้ ก็มีการสำรองตามกฎหมายอยู่แล้วเมื่อถามต่อว่าการตั้งข้อสงสัยจากประชาชนเกี่ยวกับการบริหารสถานการณ์เรื่องน้ำมัน ทำให้นายกรัฐมนตรีเสียสมาธิหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ตนไม่ได้เสียสมาธิ ช่วงนี้ตนไม่ค่อยได้เล่นกับนักข่าวพูดเล่นหรือพูดขำๆ ก็เพราะตนเข้าใจว่าประชาชนมีความกังวล มีความห่วงใย ตนก็ต้องใส่ใจให้มากขึ้น เพราะตนมีหน้าที่ที่จะทำให้ความกังวลความห่วงใยของประชาชนน้อยที่สุด แต่หากจะบอกว่าอย่าห่วงใยเลยมันก็พูดเต็มปากไม่ได้ เพราะเราไม่รู้ว่าคู่กรณีที่เขาเคารพกันอยู่ในตะวันออกกลางไม่แน่นอน วันนี้บอกเปิด พรุ่งนี้บอกปิด วันนี้หยุดยิง พรุ่งนี้กลับมายิงกันใหม่ ส่วนนั้นเป็นปัจจัยที่ประเทศไทยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่สิ่งที่เราต้องบริหารจัดการให้ได้คือต้องมั่นใจว่าพลังงาน น้ำมันของเรา จะต้องไม่หายไปจาก ซึ่งเราก็ยังมีความมั่นใจอยู่นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากมีข่าวความขัดแย้งเกิดขึ้น ก็เป็นในทุกวงการไม่ใช่เฉพาะน้ำมัน หากมีเรื่องนี้หุ้นก็ขึ้น แม้กระทั่งตอนที่เรามีปัญหากับกัมพูชา หุ้นเราก็ตก เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องของกลไกตลาด สิ่งที่เราทำให้ดีที่สุดคือค่อยค่อยมาแก้ปัญหาเรื่องของซัพพลายว่าต้องไม่มีผลกระทบ แต่ก็ยังให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าน้ำมันของเรายังมีปริมาณที่เพียงพอสำหรับการให้บริการ ยิ่งประชาชนให้ความร่วมมือช่วยกันประหยัด ช่วยกันหาพลังงานทางเลือก ช่วยกันลดการใช้น้ำมันเหล่านี้ ก็จะยิ่งทำให้ความมั่นคงทางพลังงานมีระดับสูงขึ้นไปอีกเมื่อถามว่าในช่วงวันสงกรานต์ที่ประชาชนต้องการเดินทางกลับบ้านรัฐบาลจะมีของขวัญในเรื่องของราคาน้ำมันอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นไปตามราคาตลาดเมื่อถามว่าขณะนี้ประเทศไทยได้มีการเตรียมพร้อมภาวะฉุกเฉินในเรื่องน้ำมันเหมือนกับประเทศอื่นๆบ้างหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้ยัง จนเชื่อว่าประชาชนก็เข้าใจว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร ขณะที่ประเทศสิงคโปร์น้ำมันลิตรละ 100 กว่าบาท อเมริกาลิตร 90 บาท ส่วนมาเลเซียลิตรละ 47 บาท ซึ่งราคาขึ้นทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น หากคนอื่นยังอยู่นิ่งแล้วประเทศไทยราคาขึ้นอยู่กับประเทศเดียวก็คงต้องดูว่ามีอะไรที่ผิดปกติติดใจรถไฟฟ้า เงียบดี เร่งดี เก็บรถเก่าไว้ก่อนกินน้ำมันไม่ไหวข่าวการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่อีกคันเป็นของนายกฯหรือของลูกชาย ว่า “อยู่บ้านเดียวกัน บางทีเขาก็มายืมรถผม บางทีผมก็ยืมรถเขา ที่บ้านมีรถ 3-4 คัน แต่ตอนนี้รถแรงสูบเยอะๆเอาผ้าคลุมไว้ก่อนมาใช้รถเล็กๆ” เมื่อถามว่าตั้งใจจะใช้รถไฟฟ้าถึงตอนไหน นายอนุทิน กล่าวว่า จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และพอเริ่มใช้ ก็ติดใช้รถไฟฟ้า เมื่อถามว่าใช้รถไฟฟ้าแล้วเป็นอย่างไรบ้าง นายกฯ​กล่าวว่า เงียบดี เร่งดี และก็ได้ใช้ฟีเจอร์ในรถไฟฟ้า ฟีเจอร์เยอะ รถรุ่นเก่าเอาไว้ก่อนไม่ไหว 3 กิโลเมตร 1 ลิตรไม่ไหว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“วัน อยู่บำรุง” แจ้งข่าวเศร้า คุณแม่ “ลำเนา อยู่บำรุง” ถึงแก่กรรมอย่างสงบ
Politics2026 Mar 30 :: 10:09

“วัน อยู่บำรุง” แจ้งข่าวเศร้า คุณแม่ “ลำเนา อยู่บำรุง” ถึงแก่กรรมอย่างสงบ

“วัน อยู่บำรุง” แจ้งข่าวเศร้า คุณแม่ “ลำเนา อยู่บำรุง” ถึงแก่กรรมอย่างสงบวันที่ 30 มีนาคม 2569 นายวัน อยู่บำรุง โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ครอบครัวอยู่บำรุง ขอแจ้งข่าวให้ทุกท่านได้ทราบว่า คุณแม่ลำเนา อยู่บำรุง ได้จากพวกเราไปอย่างสงบแล้ว ส่วนพิธีสวดพระอภิธรรม ผมจะแจ้งให้ทราบภายหลังครับประวัติ นางลำเนา อยู่บำรุง เป็นบุตรของนายประเสริฐ คำสุภาพ (เสียชีวิต) สามีชื่อ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นักการเมืองชื่อดังมีบุตรชาย 3 คน คือ อาจหาญ อยู่บำรุง, วัน อยู่บำรุง และ ดวง อยู่บำรุง เคยเป็นครูโรงเรียนวัดโพธิ์ทอง ปี 2512, ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนวัดโพธิ์ทอง ลาออก ปี 2540 และ ผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง 28 มกราคม 2542 ลาออก 31 ตุลาคม 2544

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“รัชดา” สยบข่าวนายกฯ ถอยรถไฟฟ้าอีกคัน ขอใจเย็นชี้รถไฟฟ้าญี่ปุ่นเป็นของลูกชาย “อนุทิน”
Politics2026 Mar 30 :: 09:28

“รัชดา” สยบข่าวนายกฯ ถอยรถไฟฟ้าอีกคัน ขอใจเย็นชี้รถไฟฟ้าญี่ปุ่นเป็นของลูกชาย “อนุทิน”

“รัชดา” สยบข่าวนายกฯ ถอยรถไฟฟ้าอีกคัน ขอใจเย็นชี้รถไฟฟ้าญี่ปุ่นเป็นของลูกชาย “อนุทิน”วันที่ 30 มี.ค.2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มอีกคัน TOYOTA bZ4X รุ่น AWD ว่า เรื่องบ้านเมืองวิจารณ์ได้เลยจ้า เข้าใจในความกังวลของประชาชนอยู่แล้ว แต่บางเรื่องก็ใจเย็นแป๊บตอนนี้มีความเข้าใจผิดกันว่านายกฯอนุทิน ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่เพิ่มอีกแล้ว เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และกำลังเตรียมขับมาทำเนียบ !!! จะซื้ออะไรนักหนา !!!คือมันไม่ใช่นะ รถไฟฟ้าคันใหม่ค่ายญี่ปุ่นที่กล่าวถึงกันอยู่เป็นของลูกชายค่ะ นายกฯไม่ได้ซื้อเพิ่ม มีแต่คันที่ขับมาทำเนียบฯ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“พีระพันธุ์” ชี้ช่องกฎหมายหนุนพาณิชย์ดูแลราคาน้ำมัน ติงคำพิพากษาศาลปกครองเดิมใช้บังคับปัจจุบันไม่ได้
Politics2026 Mar 30 :: 09:23

“พีระพันธุ์” ชี้ช่องกฎหมายหนุนพาณิชย์ดูแลราคาน้ำมัน ติงคำพิพากษาศาลปกครองเดิมใช้บังคับปัจจุบันไม่ได้

“พีระพันธุ์” ชี้ช่องกฎหมายหนุนพาณิชย์ดูแลราคาน้ำมัน ติงคำพิพากษาศาลปกครองเดิมใช้บังคับปัจจุบันไม่ได้ ยัน กกร. มีอำนาจคุมราคาน้ำมัน แนะนายกฯ ใช้อำนาจ พ.ร.ก. ช่วยเหลือประชาชนฝ่าวิกฤตเร่งด่วนวันที่ 30 มี.ค. 2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊กถึงแนวทางการแก้ไขวิกฤตราคาน้ำมัน โดยระบุว่า จะหาทางออกเรื่องน้ำมันให้ประเทศให้ประชาชนนี่มันเหนื่อยยากจริงๆ ในขณะที่ตนพยายามหาช่องทางทั้งทางด้านการบริหารและกฎหมายเพื่อจะช่วยบอกรัฐบาลว่ามีอำนาจทำอะไรได้บ้าง แต่ผู้มีอำนาจหน้าที่ทั้งหลายกลับพยายามหาช่องทางบอกว่าทำไม่ได้ ไม่มีอำนาจนายพีระพันธุ์ ระบุอีกว่า การเป็นหน่วยงานของรัฐหรือการเป็นรัฐบาลนั้นอะไรที่ไม่มีอำนาจ ง่ายนิดเดียวก็ทำให้ตัวเองมีอำนาจ ไม่มีกฎหมายก็ออกกฎหมาย ซึ่งทำได้ในทันทีโดยออกเป็นพระราชกำหนด ไม่มีระเบียบก็ออกระเบียบ มีระเบียบแต่ไม่เอื้ออำนวยก็แก้ระเบียบ ก็เท่านั้น แต่ที่น่าเป็นห่วงคือผู้มีอำนาจหน้าที่สูงสุดในแต่ละตำแหน่งแต่ละหน่วยงานต้องมีความรู้เพียงพอที่จะวินิจฉัยได้เองว่าอะไรใช่อะไรไม่ใช่ ไม่ใช่ฟังเขาว่าหรือฟังรายงานแล้วเชื่อตามโดยไม่วิเคราะห์ต่อ นั่นคือสิ่งที่จะพาเข้ารกเข้าพงไปกันใหญ่เหมือนที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน สุดท้ายแม้แต่ท่านนายกฯ ยังต้องออกมาขอโทษรับผิดที่บริหารจัดการเรื่องน้ำมันจนสับสนไปหมด แบบนี้ทำให้ท่านนายกฯ และรัฐบาลเสียหายหรือไม่“ผมไม่อยากให้เป็นแบบนี้ ไม่ใช่เพราะไม่อยากให้รัฐบาลโดนต่อว่าเท่านั้น แต่เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ใช่ว่าจะเกิดกับรัฐบาลเท่านั้น แต่มันจะเดือดร้อนเสียหายกันทั้งแผ่นดิน” นายพีระพันธุ์ กล่าวนายพีระพันธุ์ ยังระบุอีกว่า ผู้มีอำนาจบอกว่ามีอะไรแนะนำก็บอกมาไม่ใช่เอาแต่วิจารณ์ แต่พอเสนอไปก็บอกว่าทำไม่ได้บ้าง ไม่ถูกบ้าง โต้แย้งเสียดสีบ้าง บางเรื่องกว่าจะทำคิดได้แล้วลงมือทำก็ล่าช้าเกินเหตุบ้าง เช่นที่ตนเสนอมาตั้งนานแล้วว่าให้ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันมากว่าสองสัปดาห์แล้ว สุดท้ายก็เพิ่งมาประกาศว่าจะลดแล้ว ใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสองสัปดาห์หลังจากที่เสนอไป ช้าไปไหม และล่าสุดตนบอกว่ากระทรวงพาณิชย์มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการที่จะช่วยรัฐบาลกำกับดูแลแก้ไขปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงได้ทำไมไม่ทำ แทนที่จะไปดูไปวิเคราะห์กันว่าจะทำได้ด้วยวิธีใดหรือติดขัดอะไร จะแก้อย่างไร กลับไปค้นหาเหตุผลมาโต้แย้งเพื่อจะบอกว่าฉันไม่มีอำนาจ ฉันทำไม่ได้ ซ้ำยังดั้นด้นไปงัดเอาคำพิพากษาศาลปกครองมาใช้เป็นเครื่องมือยืนยันการทำไม่ได้อีก แล้วก็รับลูกกันใหญ่ อย่างนี้จะไปรอดกันได้อย่างไรนายพีระพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า ก่อนที่จะอธิบายให้ผู้รู้ทั้งหลายได้รู้มากขึ้นเกี่ยวกับสถานะและผลบังคับของคำพิพากษาศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขดำที่ 1872/2556 คดีหมายเลขแดงที่ 1937/2561 นั้น ก็ต้องบอกว่า แทนที่ผู้มีอำนาจหน้าที่พยายามยกคำพิพากษาศาลปกครองดังกล่าวมาอ้างอิงเพื่อทำให้ตนเองหรือหน่วยงานของตนไม่มีอำนาจเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนกันอยู่ในขณะนี้นั้น ผู้มีอำนาจหน้าที่และหน่วยงานนั้นควรจะคิดให้ออกว่าแท้จริงแล้วกรณีในปัจจุบันกับกรณีตามคำพิพากษาศาลปกครองดังกล่าวมันแตกต่างกันอย่างไร เพื่อที่จะทำให้ตนมีอำนาจช่วยเหลือประชาชนได้ จะดีกว่าหรือไม่นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า ต้องบอกให้เข้าใจก่อนว่าคำพิพากษาศาลปกครองคดีใดจะมีผลผูกพันเฉพาะคู่กรณีในคดีให้ต้องถือปฏิบัติ เว้นแต่จะต้องด้วยมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ถึงจะมีผลต่อบุคคลภายนอก ดังนั้น คำพิพากษาศาลปกครองย่อมไม่อาจยึดถือหรือนำมาใช้บังคับกับคดีหรือกรณีอื่นได้ในทันทีโดยปริยายเสมอไป เพราะอาจมีข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีที่แตกต่างกัน และขอยืนยันว่ากระทรวงพาณิชย์โดยคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือ กกร. มีอำนาจตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ที่จะเสนอให้ ครม. มีมติกำหนดให้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นสินค้าควบคุมได้อย่างเต็มที่โดยไม่ติดขัดมติ ครม. วันที่ 21 พฤษภาคม 2534 และไม่ติดขัดกับคำพิพากษาศาลปกครองดังกล่าวแต่อย่างใดทั้งสิ้น และเมื่อ ครม. มีมติเห็นชอบให้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นสินค้าควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริหารนั้นแล้ว กกร. ก็มีอำนาจดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้อย่างเต็มที่ เพราะมติ ครม. วันที่ 21 พฤษภาคม 2534ที่ให้ยกเลิกการควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิงได้สิ้นผลการใช้บังคับไปแล้ว โดยสภาพที่มีการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ดังนั้น คำพิพากษาศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขดำที่ 1872/2556 คดีหมายเลขแดงที่ 1937/2561 จึงไม่อาจนำมาใช้กับสถานการณ์และข้อเท็จจริงในปัจจุบันได้ขณะที่ประเด็นเรื่องคำพิพากษาศาลปกครอง นายพีระพันธุ์ ระบุว่า ไม่ว่าจะเป็นคำพิพากษาศาลปกครองหรือคำพิพากษาศาลอะไรก็แล้วแต่ การทำคำพิพากษาจะถูกกำหนดตามประเด็นแห่งคดี โดยใช้ข้อเท็จจริงที่มีการรับฟังหรือแสวงหามาในสำนวนแห่งคดีเท่านั้น แต่คำพิพากษาศาลปกครองที่หยิบมาอ้างกัน คือ คำพิพากษาศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขดำที่ 1872/2556 คดีหมายเลขแดงที่ 1937/2561 นั้น ไม่มีประเด็นต่อสู้กันว่า ณ วันที่ต่อสู้คดีกันนั้น มติ ครม. วันที่ 21 พฤษภาคม 2534 (ที่ให้ยกเลิกการควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิง) นั้น ได้สิ้นผลการใช้บังคับแล้วหรือไม่ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงมติ ครม. วันที่ 21 พฤษภาคม 2534 สิ้นผลการใช้บังคับไปแล้วตามหลักเกณฑ์การสิ้นผลการใช้บังคับมติ ครม.ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่ถือปฏิบัติกันตลอดมา ในหัวข้อที่ว่า “มติคณะรัฐมนตรีจะสิ้นผลการใช้บังคับเมื่อใด” คำตอบคือ “เมื่อมีมติคณะรัฐมนตรีในภายหลัง ขัดหรือแย้งกับมติคณะรัฐมนตรีเดิม (มติคณะรัฐมนตรีเดิมก็ถูกยกเลิกโดยปริยาย)” ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฎต่อมาภายหลังจากวันที่ 21 พฤษภาคม 2534 ว่ากระทรวงพาณิชย์ได้เสนอ ครม. ให้มีมติให้น้ำมันเชื้อเพลิงกลับมาเป็นสินค้าควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 หลายครั้ง โดยครั้งหลังสุดกระทรวงพาณิชย์เสนอ ครม. ให้มีมติให้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นสินค้าควบคุมเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 จึงต้องถือว่า มติ ครม. เดิมเมื่อวันที่ 21พฤษภาคม 2534 ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกันเป็นอันขัดหรือแย้งกับมติ ครม. ในภายหลังในแต่ละครั้งดังกล่าว มติ ครม. วันที่ 21 พฤษภาคม 2534 จึงเป็นอันถูกยกเลิกโดยปริยายตามหลักเกณฑ์ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ซึ่งแม้ประเด็นนี้จะไม่มีการหยิบยกขึ้นมาพิจารณาในคำพิพากษาศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขดำที่ 1872/2556 คดีหมายเลขแดงที่ 1937/2561 ก็ตาม แต่ในความเป็นจริงและตามหลักเกณฑ์ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก็ต้องถือว่ามติ ครม. วันที่ 21 พฤษภาคม 2534 ถูกยกเลิกไปโดยปริยายแล้วนายพีระพันธุ์ ย้ำว่า มติ ครม. เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2534 ตามคำพิพากษาศาลปกครอง คดีหมายเลขดำที่ 1872/2556 คดีหมายเลขแดงที่ 1937/2561 ที่ยกมาอ้างอิง ได้สิ้นผลการใช้บังคับไปแล้ว และข้อเท็จจริงในคำพิพากษาศาลปกครองดังกล่าวไม่ถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริงในปัจจุบันแล้วจึงจะนำมาเทียบเคียงกันไม่ได้ อย่างไรก็ตามแม้จะพยายามอ้างคำพิพากษาศาลปกครองดังกล่าว แต่ศาลปกครองก็ยอมรับในคำพิพากษานั้นว่า กกร. มีอำนาจควบคุมสินค้าและกำหนดสินค้าที่ต้องควบคุมได้ตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 เพียงแต่ไม่มีหน้าที่กำหนดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นเพียงอำนาจหน้าที่หนึ่งใน 12 ข้อที่เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกร. ตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 เท่านั้น ดังนั้น เมื่อศาลปกครองไม่ได้กล่าวถึงอำนาจหน้าที่อื่นของ กกร. ในอีก 11 ข้อที่เหลือ และน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นสินค้าควบคุมตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอให้ ครม. พิจารณามีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 ดังนั้น กกร. จึงมีอำนาจหน้าที่ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงได้ตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542นายพีระพันธุ์ ยังระบุถึงข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า 1) หากกระทรวงพาณิชย์มีความตั้งใจที่จะช่วยรัฐบาลแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิง แต่อ้างว่าติดขัดมติ ครม. วันที่ 21 พฤษภาคม 2534 ที่ใช้อ้างในคำพิพากษาศาลปกครองแล้ว กระทรวงพาณิชย์์ก็แก้ไขปัญหานี้ได้ง่ายๆ เพียงเสนอ ครม. ให้ยกเลิกมติ ครม. วันที่ 21 พฤษภาคม 2534 เสีย ก็เท่านั้น2) คำพิพากษาศาลปกครองกลางที่หยิบมาอ้างนั้นกำหนดเพียงว่า กกร. ไม่มีอำนาจกำหนดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเท่านั้น ทั้งนี้ แม้จะอ้างว่ามีคำพิพากษาดังกล่าวอยู่ก็ตาม แต่ กกร. ก็ยังคงมีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการอีกหลายประการที่จะดำเนินการช่วยรัฐบาลและประชาชนในการแก้ไขปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงได้ ทำไมถึงไม่ทำ https://law.dit.go.th/Upload/Document/76047cb8-06ff-459e-8d71-7ee1d63ee507.pdf3) ในคำพิพากษาศาลปกครองและคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ถูกหยิบยกมาอ้างนั้นระบุว่ากระทรวงพลังงานและหน่วยงานอื่นมีอำนาจตามกฎหมายในเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งเท่าที่ตรวจค้นดูหน่วยงานอื่นที่พอจะถือว่ามีอำนาจตามกฎหมายได้ก็คือ นายกรัฐมนตรีตาม พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 https://www.offo.or.th/sites/default/files/files/regulations/add/royal_act_2516_0.pdf ในกรณีเช่นนี้จึงเท่ากับว่ากระทรวงพาณิชย์กำลังโยนเรื่องดังกล่าวกลับไปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่4)หากกระทรวงพาณิชย์ยึดมั่นในคำพิพากษาศาลปกครองที่ยกมาอ้างว่าทำให้กระทรวงพาณิชย์ไม่มีอำนาจควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงจริงแล้ว กระทรวงพาณิชย์ก็ไม่ควรเสนอ ครม. ให้มีมติเห็นชอบให้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็น “สินค้าควบคุม” แต่กระทรวงพาณิชย์กลับเสนอ ครม.ให้มีมติเห็นชอบให้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นสินค้าควบคุมตลอดมา โดยล่าสุดเพิ่งเสนอให้ ครม.เห็นชอบอีกครั้งเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 ตามที่กล่าวมาข้างต้น ดังนั้นหากกระทรวงพาณิชย์อ้างคำพิพากษาศาลปกครองว่าทำให้กระทรวงพาณิชย์มีอำนาจควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงแล้วทำไมไม่เสนอ ครม.ให้ยกเลิกมติ ครม.วันที่ 24 มิถุนายน 2568 ในส่วนของน้ำมันเชื้อเพลิงเสีย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

เทียบชัดๆ! “พิธา” หุ้นสื่อ vs “พิพัฒน์” หุ้นพลังงาน ทำไมผลต่างกัน?
Politics2026 Mar 30 :: 09:07

เทียบชัดๆ! “พิธา” หุ้นสื่อ vs “พิพัฒน์” หุ้นพลังงาน ทำไมผลต่างกัน?

เทียบชัดๆ! “พิธา” หุ้นสื่อ vs “พิพัฒน์” หุ้นพลังงาน ทำไมผลต่างกัน?วันที่ 30 มี.ค. 2569 จากกรณีวิกฤติน้ำมันที่เกิดขึ้น ซึ่งได้รับผลกระทบจากตะวันออกกลางเป็นวงกว้าง ส่งผลให้ประเทศไทยเกิดการขาดแคลนน้ำมันในหลายปั๊มทั่วประเทศ โดยรัฐบาลได้มีการตั้งศูนย์บริหารจัดการสถานการณ์วิกฤตจากผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (ศบก.) มอบหมายให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี นั่งเป็นประธานและผู้อำนวยการศูนย์ฯ เพื่อดูแลเรื่องแรงงานไทยในต่างประเทศ และประเด็นเรื่องผลกระทบด้านพลังงานที่เชื่อมโยงกับค่าครองชีพทั้งนี้ นายพิพัฒน์ ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องน้ำมัน เนื่องจากบทบาทซ้อนทับกันระหว่างผู้กำกับดูแลนโยบายรัฐ กับเจ้าของธุรกิจน้ำมันรายใหญ่ มีการถือหุ้นในธุรกิจพลังงานและค้าปลีกภายใต้โครงสร้างครอบครัวผ่านบริษัท รัชกิจ โฮลดิ้ง ซึ่งถือหุ้นใหญ่ใน PTG สัดส่วน 25.12% โดย นายพิพัฒน์ มีสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทโฮลดิ้งดังกล่าวประมาณ 28% แต่เนื่องจากเป็นการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี กฎหมายจึงสั่งห้ามถือหุ้นในบริษัทเอกชนเกิน 5% นายพิพัฒน์ จึงได้ดำเนินการโอนหุ้นส่วนที่เกินให้แก่นิติบุคคลหรือจัดการตามพระราชบัญญัติการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543 เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนนายพิพัฒน์ มีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เมื่อวันที่ 24 ก.ย.68 ต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งเปิดเผยบนเว็บไซต์สำนักงาน ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 5 ม.ค.69 ได้แจ้งไว้ในรายละเอียดประกอบรายการเงินลงทุน ลำดับที่ 1 บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 ล้านหุ้น มูลค่า 17.6 ล้านบาท และ ลำดับที่ 4 บริษัท รัชกิจโฮลดิ้ง จำกัด จำนวน 37,542,610 หุ้น มูลค่า 3,626,616,126 บาท มีรายชื่อกรรมการ ประกอบด้วย 1. นางฉัตรแก้ว คชเสนี (น้องสาวนายพิพัฒน์) 2. นายปกเขตร รัชกิจประการ (ลูกชายนายพิพัฒน์) 3. นางกชกรณ์ พิบูลย์ธรรมศักดิ์ (น้องสาวนายพิพัฒน์) 4. นายพริษฐ์ จันทรศารทูล 5. น.ส. ภัคจิรา รัชกิจประการ (น้องสาวนายพิพัฒน์) และ 6. น.ส.ชนัญชิกา รัชกิจประการอย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายพิพัฒน์ มีการถือ 75 ล้านหุ้น แต่ทยอยขายก่อนเป็น รมต. จนเหลือ 2 ล้านหุ้นดังกล่าว พร้อมยังเปิดเผยว่า ไม่มีอำนาจบริหารกว่า 20 ปีแล้ว เพราะน้องชายบริหารแทนนอกจากนี้ ยังถูกนำมาเปรียบเทียบกับคดีหุ้นสื่อของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2567 ให้ นายพิธา ไม่พ้นสมาชิกภาพ สส. เนื่องจากในวันที่สมัครรับเลือกตั้ง บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ไม่ได้ประกอบกิจการสื่อมวลชนแล้ว โดยสัญญาสัมปทานได้สิ้นสุดลงและไม่มีใบอนุญาตคลื่นความถี่ รวมถึงไม่มีรายได้จากการทำสื่อมาตั้งแต่ปี 2550 การถือหุ้น 42,000 หุ้นในฐานะผู้จัดการมรดกจึงไม่ถือเป็นลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้คุณพิธาสามารถกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ สส. ได้ตามปกติหลังถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปนานกว่า 6 เดือน แต่ก็กลายเป็นอุปสรรคทางการเมืองครั้งใหญ่ของ นายพิธาการถือหุ้นของ นายพิพัฒน์ ต่างจากกรณีหุ้นสื่อของ นายพิธา ที่ห้ามถือแม้เพียงหุ้นเดียว เพราะ PTG ไม่ได้ประกอบกิจการสื่อมวลชน จึงสามารถถือครองได้ตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนดสำหรับสาเหตุที่ นายพิพัฒน์ ไม่โดนคดีถือหุ้นแบบเดียวกับ นายพิธา มีเหตุผลหลักอยู่ 2 ประเด็นทางกฎหมายที่ต่างกัน ดังนี้1. ประเภทของธุรกิจ (สื่อ vs พลังงาน)นายพิธา (คดีหุ้นสื่อ) ถูกร้องตาม มาตรา 98 (3) ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งห้ามผู้สมัคร ส.ส. ถือหุ้นในกิจการ "สื่อมวลชน" แม้เพียงหุ้นเดียวก็ไม่ได้ เพราะเจตนารมณ์กฎหมายคือป้องกันไม่ให้นักการเมืองใช้สื่อครอบงำความคิดประชาชนนายพิพัฒน์ (หุ้น PT) ธุรกิจหลักของ PTG (ปั๊มน้ำมัน PT) คือ "พลังงานและค้าปลีก" ไม่ใช่สื่อมวลชน จึงไม่เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 (3) ตั้งแต่ต้น นักการเมืองจึงสามารถถือหุ้นในบริษัทลักษณะนี้ได้2. กฎหมายที่ใช้บังคับ (สส. vs รัฐมนตรี)กรณี สส. ห้ามถือหุ้น "สื่อ" เด็ดขาด (0 หุ้น) แต่หุ้นบริษัททั่วไปถือได้ไม่จำกัดกรณีรัฐมนตรี เมื่อคุณพิพัฒน์รับตำแหน่งรัฐมนตรี จะมีกฎหมายเพิ่มมาอีกฉบับคือ พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543 ซึ่งกำหนดว่า รัฐมนตรีถือหุ้นในบริษัททั่วไปได้ ไม่เกิน 5% หากมีเกิน ต้อง "โอนหุ้น" ให้บริษัทจัดการสินทรัพย์ (Private Fund) เป็นผู้ดูแลแทน และต้องแจ้ง ป.ป.ช. ภายในกำหนดโดย นายพิพัฒน์ ได้ดำเนินการโอนหุ้นส่วนที่เกิน 5% ให้กองทุนจัดการตามขั้นตอนกฎหมายแล้ว จึงถือว่าปฏิบัติถูกต้องตามระเบียบของรัฐมนตรี

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“แบงค์ ศุภณัฐ” ซัดแรง! นโยบายพลังงาน ‘ตรรกะพัง’ ปล่อยประชาชนแบกภาระแทนรัฐ
Politics2026 Mar 30 :: 08:42

“แบงค์ ศุภณัฐ” ซัดแรง! นโยบายพลังงาน ‘ตรรกะพัง’ ปล่อยประชาชนแบกภาระแทนรัฐ

“แบงค์ ศุภณัฐ” ซัดแรง! นโยบายพลังงาน ‘ตรรกะพัง’ ปล่อยประชาชนแบกภาระแทนรัฐ จี้รัฐบาลเลิกผลักหนี้อนาคตให้คนไทย ลั่นผู้นำคิดแบบนี้ ‘ไม่ควรบริหารประเทศ’วันที่ 30 มี.ค.นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคปชน. โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า รมต.พิพัฒน์ ตรรกะพังมาก ไม่ลดภาษีสรรพสามิต เพราะกลัวรายได้รัฐบาลลด และงบปี 70 ที่รัฐบาลจะใช้ได้จะน้อยลง แต่เลือกใช้กองทุนน้ำมันมาอุดหนุนแทน แล้วพอน้ำมันลงค่อยไปบวกเงินคืนจากประชาชน เพื่อชดเชยกองทุน สรุปคือ รัฐบาลเลือกให้ประชาชนรับภาระ-เป็นหนี้ในอนาคต แทนที่ตัวเองจะรับภาระแทนประชาชน โดยการรัดเข็มขัด-ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง ถ้าผู้บริหารประเทศคิดแบบนี้ ไม่สมควรมาบริหารประเทศครับ จะช่วยประชาชนกี่โมง

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"ธนกร" อำลากระทรวงอุตสาหกรรม ผู้บริหาร-ขรก.ร่วมส่งเนืองแน่น
Politics2026 Mar 30 :: 08:13

"ธนกร" อำลากระทรวงอุตสาหกรรม ผู้บริหาร-ขรก.ร่วมส่งเนืองแน่น

"ธนกร" อำลากระทรวงอุตสาหกรรม ผู้บริหาร-ขรก.ร่วมส่งเนืองแน่น เน้นย้ำแนวทางทำงานตลอด 6 เดือน ยึดมั่นหลักการ มุ่งแก้ปัญหาเพื่อประชาชนวันที่ 30 มี.ค. 2569 นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะ ประกอบด้วย นายสุรพงศ์ นำชัยรุจิพงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวพลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนางสาวจิรัฐิติกาล จันทราทิพย์ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้ากระทรวงฯ ในโอกาสอำลาตำแหน่ง โดยมีนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นำคณะผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงฯ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นนายธนกร กล่าวว่า ขอบคุณไมตรีจิตของข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ให้การต้อนรับอย่างดีตั้งแต่วันแรกที่เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมจวบจนถึงวันนี้เป็นระยะเวลากว่า 6 เดือน ซึ่งนับตั้งแต่ได้เข้ามาทำงานก็ทำอย่างเต็มที่ ได้สะสางและริเริ่มงานให้เป็นรูปธรรมมากมาย อาทิ การปิดฉากข้อพิพาทเหมืองทองอัคราที่ค้างยาวนานกว่า 8 ปี ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ การอัดฉีดเม็ดเงินให้เอสเอ็มอีกว่า 30,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องและรักษาการจ้างงาน ให้เอสเอ็มอีประคองธุรกิจไปต่อได้ การตั้งทีมงานเต็มเหนี่ยว เพื่อปราบปรามโรงงานเถื่อนและแหล่งมลพิษทั่วประเทศ ลดความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมได้มากกว่า 2,000 ล้านบาท วางระบบควบคุม PM2.5 แบบ Real-time ติดตั้งในโรงงาน 760 แห่ง ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน จัดการขยะอุตสาหกรรมอันตราย กวาดล้างแบตเตอรี่เถื่อนกว่า 60,000 ตัน การฝึกอบรมเสริมสร้างอาชีพให้กับประชาชนทั่วประเทศ การผลักดัน Soft Power อาหารไทย ร่วมพัฒนาเชฟมืออาชีพกว่า 20,000 คน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสู่ฐานราก เรื่องการลดเผาอ้อย และในปีนี้รับอ้อยสดได้กว่า 96.6 % ถือว่าทำได้ทะลุเป้า“ผมรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำงานกับชาวกระทรวงอุตสาหกรรม การทำงานที่ผ่านมาอาจจะมีแรงเสียดทานจากปัจจัยต่างๆ แต่ผมเชื่อมั่นว่าตัวผมและข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรมยึดมั่นในหลักการที่ถูกต้อง ตั้งใจทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างมุ่งมั่นตามที่ประชาชนคาดหวัง ผมเห็นสิ่งที่กระทรวงอุตสาหกรรมทำให้กับประชาชน ซึ่งหลายอย่างสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ และช่วยเหลือประชาชนได้อย่างแท้จริง” นายธนกรกล่าวจากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะ ได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แก่ พระภูมิ และองค์พระนารายณ์ โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมร่วมส่ง ก่อนจะเดินทางออกจากกระทรวงอุตสาหกรรม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

นายกฯ พยักหน้ารับ ทูลเกล้าฯ รายชื่อ ครม. แล้ว
Politics2026 Mar 30 :: 08:05

นายกฯ พยักหน้ารับ ทูลเกล้าฯ รายชื่อ ครม. แล้ว

นายกฯ พยักหน้ารับ ทูลเกล้าฯ รายชื่อ ครม. แล้ว เวลา 14.56 น. วันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาฐวีรกูล นายกรัฐมนตรี พยักหน้ารับ หลังสื่อมวลชนตะโกนถามว่าได้มีการทูลเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่แล้วหรือไม่อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีชายคนหนึ่งขับมอเตอร์ไซต์บุกเข้ามาที่ตึกไทยคู่ฟ้า หลังนายกฯ ออกจากตึกเพียง 10 นาที ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำทำเนียบต้องปิดประตูตรงสะพานชมัยมรุเชษฐ์ และประตู2 ซึ่งเป็นประตูทางออก และเปิดเฉพาะตอนที่นายกฯ เข้า-ออก ทำเนียบแทน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

สิ้น ‘อดิศัย โพธารามิก’ อดีตรัฐมนตรีคนสำคัญ จากไปอย่างสงบ
Politics2026 Mar 30 :: 07:41

สิ้น ‘อดิศัย โพธารามิก’ อดีตรัฐมนตรีคนสำคัญ จากไปอย่างสงบ

สิ้น ‘อดิศัย โพธารามิก’ อดีตรัฐมนตรีคนสำคัญ จากไปอย่างสงบในวัยชรา ท่ามกลางความอาลัยวันที่ 30 มี.ค. 2569 นายอดิศัย โพธารามิก อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 07.28 น.โดย พิชญ์ โพธารามิก บุตรชาย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Pete Bodharamik” ระบุว่า“7.28 am : 28 มีนาคม 2569 คุณพ่อ จากไป อย่างสงบ ทุกคำสอน ทุกคำสั่งเสีย จะนำไปดำเนินการ ให้เรียบร้อยครับ...”พร้อมกันนี้ยังได้ถ่ายทอดแนวคิดจาก “พิชิตความสำเร็จสไตล์ ดร.อดิศัย โพธารามิก” โดยระบุว่า ความสำเร็จในมุมมองของบิดา ไม่ใช่เรื่องของตำแหน่งหรือโชคชะตา แต่คือ “วิธีคิด และวิธีลงมือทำที่แตกต่าง”ภายหลังการเผยแพร่ข้อความ มีประชาชนจำนวนมากร่วมแสดงความเสียใจและไว้อาลัยต่อการจากไปของอดีตรัฐมนตรีรายนี้กำหนดการพิธีศพ จัดขึ้น ณ วัดพุทธพรหมยาน (พิชญ์ชาราม) อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีรายละเอียดดังนี้วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2569เวลา 16.00 น. : พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพเวลา 16.30 น. : สวดพระอภิธรรมวันที่ 31 มีนาคม – 3 เมษายน 2569เวลา 16.00 น. : สวดพระอภิธรรมวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2569เวลา 16.00 น. : สวดพระอภิธรรม (รอบที่ 1)เวลา 16.30 น. : สวดพระอภิธรรม (รอบที่ 2)วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2569เวลา 15.40 น. : อ่านหมายรับสั่งพระราชทานเพลิงศพ และประวัติผู้วายชนม์เวลา 15.50 น. : พิธีทอดผ้าไตรพระราชทานเวลา 16.00 น. : พิธีพระราชทานเพลิงศพการจากไปของ อดิศัย โพธารามิก นับเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญอีกท่านหนึ่งของแวดวงการเมืองและการบริหารราชการของประเทศไทย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“พิพัฒน์” แจงปมไม่เข้าสภา เปิดทาง สส.สะท้อนปัญหาน้ำมัน หลังราคาพุ่ง 6 บาทต่อลิตร
Politics2026 Mar 30 :: 07:32

“พิพัฒน์” แจงปมไม่เข้าสภา เปิดทาง สส.สะท้อนปัญหาน้ำมัน หลังราคาพุ่ง 6 บาทต่อลิตร

“พิพัฒน์” แจงปมไม่เข้าสภา เปิดทาง สส.สะท้อนปัญหาน้ำมัน หลังราคาพุ่ง 6 บาทต่อลิตรวันที่ 30 มีนาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ในฐานะประธานศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เปิดเผยในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ กรณีการประชุมสภา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา ไม่ได้เดินทางมาชี้แจงในสภาเรื่องผลการประชุมในวันดังกล่าวจากนั้นหลังสภาปิดประชุมเวลา 22.00 น. คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและเบนซิน ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดปรับเพิ่มขึ้น 6 บาทต่อลิตร และในวันที่ 26 มีนาคม สภาไม่ได้มีการนัดประชุมนายพิพัฒน์ กล่าวว่า การที่ตนไม่ได้ไปชี้แจงในสภาวันนั้น เป็นการเปิดโอกาสให้ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และฝ่ายอื่นๆ สามารถสะท้อนปัญหาต่างๆ ต่อรัฐบาลได้อย่างเต็มที่ หากตนหรือนายกฯอยู่ในสภา เพื่อนๆ อาจเกรงใจและไม่กล้าพูดถึงข้อเท็จจริงที่ประชาชนสะท้อนมาเมื่อถามว่า การประชุมวันนั้นตั้งใจวางแผนให้เสร็จในวันเดียว และปิดประชุมปุ๊บก็ประกาศราคาน้ำมันทันที เวลา 22.30 น.ใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การประกาศราคาน้ำมันล่าช้าไปถึง 4 ทุ่มนั้น เกิดจากขั้นตอนปกติที่ต้องรอราคาการเทรดน้ำมันปิดที่ประเทศสิงคโปร์ จากนั้นนำมาประมวลผลและหารือในที่ประชุม กบน. เพื่อพิจารณาว่าควรปรับราคาอย่างไร “ในภาวะวิกฤตอย่างนี้ ผมคิดว่าเราควรจะเก็บรายละเอียดให้ได้มากที่สุดแล้วตัดสินใจ โดยเฉพาะการตัดสินใจในขึ้นราคากระโดดทีเดียว ผมคิดว่าไม่มีใครอยากทำ ตัวผมเองผมก็ไม่อยากทำ ท่านนายกรัฐมนตรีก็คงไม่อยากจะทำอะไรเลยในการที่จะไปกระทบกระเทือนถึงผู้ใช้น้ำมันของคนไทยทุกๆ คน”ด้าน นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ไม่ได้มีปัญหาเรื่อง 4 ทุ่ม แต่ทำไมวันพฤหัสบดีไม่มีการนัดประชุม นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การที่วันพฤหัสบดีไม่ได้เรียกประชุม ตนคิดว่ามันเป็นหน้าที่ของสภา ซึ่งตนไม่ได้เป็น ส.ส. จะไปชี้นำหรือไปกำหนดได้อย่างไรว่า “ทำไมคุณถึงเรียกประชุม ถึงไม่เรียกประชุม” ก็ต้องกลับไปถามสภาว่าทำไมไม่ประชุมกันวันที่สองคือวันพฤหัสบดี“วันนี้เรามีรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่ว่ามีนายกฯเพียงท่านเดียว ที่เหลือก็บางท่านก็ยังอยู่ในรัฐบาล บางท่านก็ไม่ได้ร่วมรัฐบาลแล้ว แล้ว ส.ส.ถามไป เกิดไปกระทบกระทั่งถึงคนที่ไมได้ร่วมรัฐบาลแล้ว เขาจะเอาอะไรมาตอบ หรือว่าเขาเป็น ส.ส. เขาอยู่ในสภาสามารถลุกขึ้นมาตอบแทนได้หรือเปล่า”เมื่อถามว่า “ให้เกิดรัฐบาลสมบูรณ์ก่อน?” นายพิพัฒน์ ตอบว่า “ใช่ครับ ผมไม่มีความตั้งใจตรงส่วนนั้น ผมเชื่อว่าท่านนายกฯเขาก็ไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นกิจกรรมของสภา ก็ต้องให้สภา ให้ประธานสภาเป็นผู้ตัดสินใจ”ส่วนกรณีสั่งมอนิเตอร์จีพีเอสรถน้ำมัน เพื่อจับผิดคนกักตุนและลักลอบขนออกนอกเส้นทาง ทำไมระบบจีพีเอสรถบรรทุกน้ำมันจึงเริ่มใช้ติดตามก็ตอนราคาขึ้นแล้ว นายพิพัฒน์ ชี้แจงว่า รถบรรทุกน้ำมันโดยกฎหมายขนส่งทางบกมีการบังคับติดจีพีเอสอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ได้มีการหารือกับกรมธุรกิจพลังงานและกระทรวงการคลังเรื่องทำแดชบอร์ดรายงานการเคลื่อนไหวการซื้อขายของแต่ละบริษัท เพื่อดูปริมาณน้ำมันที่รับจากโรงกลั่นและส่งต่อไปยังสถานีบริการ แต่รูปแบบรายงานของแต่ละบริษัทไม่เหมือนกัน ทำให้ไม่สามารถติดตามแบบเรียลไทม์ทุกคันส่วนทำไมจึงเริ่มใช้ระบบหลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ระบบติดตาม (Track) มีอยู่แล้ว แต่ไม่ได้เจาะจงรายงานตำแหน่งรถแต่ละคัน และหน่วยงานต่าง ๆ ก็ไม่ได้ขอข้อมูลจากขนส่งทางบก ทำให้ไม่สามารถนำรายงานไปใช้ตรวจสอบล่วงหน้านายวีระยุทธ กล่าวเสริมว่า ข่าวการกักตุนมีมาก่อนวันที่ 25 มีนาคมแล้ว หากระบบนี้เริ่มใช้ทันที ก็น่าจะป้องกันหรือแก้ปัญหาได้เร็วกว่านี้ แต่จังหวะการตัดสินใจล่าช้าไป

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“โบว์ ณัฏฐา”เตรียมนั่งโฆษกศบก.รอคำสั่งแต่งตั้งทางการ หลังร่วมสังเกตการณ์แถลงเช้านี้ เริ่มงานพรุ่งนี้
Politics2026 Mar 30 :: 06:24

“โบว์ ณัฏฐา”เตรียมนั่งโฆษกศบก.รอคำสั่งแต่งตั้งทางการ หลังร่วมสังเกตการณ์แถลงเช้านี้ เริ่มงานพรุ่งนี้

“โบว์ ณัฏฐา”เตรียมนั่งโฆษกศบก.รอคำสั่งแต่งตั้งทางการ หลังร่วมสังเกตการณ์แถลงเช้านี้ เริ่มงานพรุ่งนี้วันที่ 30 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เตรียมแต่งตั้ง น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ อดีตนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ทำหน้าที่โฆษกศูนย์ศบก.โดยวันเดียวกันนี้ ระหว่างที่มีการแถลง ศบก.ประจำวัน ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ณัฏฐา ได้มาร่วมสังเกตการณ์การแถลงด้วย โดย น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่า ต้องรอการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการทั้งนี้มีรายงานว่า ศบก. ที่ดำเนินการจัดรูปแบบแถลงโดยกรมประชาสัมพันธ์ เตรียมปรับรูปแบบการแถลงประจำวันใหม่ โดยจะมีโฆษก ศบก. เป็นหลักพร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคอยเสริมข้อมูล โดยจะเริ่มในวันที่ 31 มี.ค.นอกจากนี้ มีรายงานว่า น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ ได้ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของคณะทำงานนายอนุทิน และทำงานในพรรคภูมิใจไทย(ภท.)มาพักใหญ่แล้ว โดยยังไม่มีการออกหน้าสื่อ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"สุดารัตน์" วอนรัฐบาลงดจัดเก็บภาษีน้ำมันชั่วคราว ลั่น ช่วยลดภาระ-ความเดือดร้อนของประชาชนได้แน่
Politics2026 Mar 30 :: 06:23

"สุดารัตน์" วอนรัฐบาลงดจัดเก็บภาษีน้ำมันชั่วคราว ลั่น ช่วยลดภาระ-ความเดือดร้อนของประชาชนได้แน่

"สุดารัตน์" วอนรัฐบาลงดจัดเก็บภาษีน้ำมันชั่วคราว ลั่น ช่วยลดภาระ-ความเดือดร้อนของประชาชนได้แน่ ชี้น้ำมันลดทันที10บาท/ลิตร ย้ำบทพิสูจน์ความรับผิดชอบก่อนก้าวเป็นรัฐบาลเต็มตัวเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงสถานการณ์วิกฤตพลังงานน้ำมันที่มีราคาพุ่งสูงขึ้นจนสร้างผลกระทบให้พี่น้องประชาชนต้องเดือดร้อนกันไปทั้งแผ่นดินว่า เพียงเวลาภายใน 3 อาทิตย์ ราคาน้ำมันขึ้นไปแล้ว 3 ครั้ง รวม 9 บาท อย่างไรก็ตาม รัฐบาล กลับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพียงบาทเดียวต่อลิตรเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอภาษีสรรพสามิตที่รัฐบาลเก็บอยู่นั้นลิตรละเกือบ 7 บาท ยังมีภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT อีก เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนในระยะนี้ ขอให้รัฐบาลงดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชืัเพลิงไปก่อนชั่วคราว ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันลดลงทันที 10 บาท ดังนั้นอยากจะขอวิงวอน ให้รัฐบาลเห็นใจประชาชนช่วยให้ประชาชนอยู่รอดได้คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตนขอเสนอให้รัฐบาลทบทวน "โครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่น" โดยเฉพาะการคำนวณค่าการกลั่นและค่าการตลาดที่ควรสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ไม่ใช่อ้างอิงราคาเสมือนนำเข้าจากสิงคโปร์เพียงอย่างเดียวในยามวิกฤต รวมถึงขอเรียกร้องให้มีการจัดตั้ง "กองทุนเฉพาะกิจ"เพื่อช่วยเหลือ กลุ่มผู้ผลิตอาหารและเกษตรกรโดยตรง เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงลามไปเป็นวิกฤตค่าครองชีพที่รุนแรงกว่าเดิม เพราะในภาวะที่รัฐบาลมีสถานะรักษาการ การตัดสินใจที่รวดเร็วและเห็นใจ คนตัวเล็กคือ บทพิสูจน์ความรับผิดชอบที่สำคัญที่สุดก่อนจะก้าวเข้าสู่การเป็นรัฐบาลเต็มตัว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

พรรคประชาชน ระทึก! ป.ป.ช. จ่อนำคำร้องฟัน 44 สส.ก้าวไกล เข้าชื่อแก้ ม.112 ให้กรรมการชุดใหญ่รับรองภายใน 1-2 วันนี้
Politics2026 Mar 30 :: 06:18

พรรคประชาชน ระทึก! ป.ป.ช. จ่อนำคำร้องฟัน 44 สส.ก้าวไกล เข้าชื่อแก้ ม.112 ให้กรรมการชุดใหญ่รับรองภายใน 1-2 วันนี้

พรรคประชาชน ระทึก! ป.ป.ช. จ่อนำคำร้องฟัน 44 สส.ก้าวไกล เข้าชื่อแก้ ม.112 ให้กรรมการชุดใหญ่รับรองภายใน 1-2 วันนี้ ก่อนส่งศาลฎีกา จับตา 10 สส. ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่วันที่ 30 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าในคดี 44 สส.พรรคก้าวไกล เข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งก่อนหน้านี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด 44 สส. และขอขยายเวลาการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาออกไปก่อนนั้นล่าสุดแหล่งข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ภายใน 1-2 วันนี้ จะมีการนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ โดยต้องรอให้ประธาน ป.ป.ช. เรียกประชุม และบรรจุวาระ เพื่อให้มีมติรับรองคำร้องที่จะยื่นต่อศาลฎีกา ซึ่งหากมีมติรับรองแล้ว ตามขั้นตอนจะส่งคำร้องให้กับศาลฎีกาต่อไป ส่วนการหยุดปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่ดำรงตำแหน่งสส.นั้น อยู่ที่การพิจารณาของศาลฎีกา สำหรับรายชื่อของ 44 สส.พรรคก้าวไกล ที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ในนามพรรคประชาชน ที่มีความเสี่ยงถูกศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ มีจำนวน 10 คน แบ่งเป็นสส.บัญชีรายชื่อ 8 คน ประกอบด้วยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล นายรังสิมันต์ โรม นายวาโย อัศวรุ่งเรือง นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายณัฐวุฒิ บัวประทุม นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และอีก 2 คนที่เป็น สส.แบ่งเขต ประกอบด้วยนายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน" เผย กำลังรวบรวมข้อมูล-ร่างคำชี้แจงศาล รธน.คำร้อง ”คดีบัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ด“
Politics2026 Mar 30 :: 05:28

"ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน" เผย กำลังรวบรวมข้อมูล-ร่างคำชี้แจงศาล รธน.คำร้อง ”คดีบัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ด“

"ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน" เผย กำลังรวบรวมข้อมูล-ร่างคำชี้แจงศาล รธน.คำร้อง ”คดีบัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ด“ บอก เป็นดูุลยพินิจศาลปมจัดคูหาจำลองเลือกตั้ง ส่วนมีผู้ร้องขอส่งเป็นพยานในศาล ขอพิจารณาความจำเป็นก่อนวันที่ 30 มี.ค. 69 ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งกรณีบาร์โค้ดและบาร์โค้ด ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยตรงและลับ ที่อยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้อยู่ที่ศาลแล้ว ในส่วนของผู้ตรวจการแผ่นดินขณะนี้ก็มีผู้มายื่นข้อมูลหลักฐาน ซึ่งไม่ได้เป็นผู้ร้องโดยตรง เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ และผู้ตรวจอยู่ระหว่างการพิจารณา ส่วนที่ศาล ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นบัญชีพยานหลักฐาน และผู้ร้องต้องการให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งรายชื่อเป็นพยานต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้น ก็ขอดูในรายละเอียดก็ขอดูในรายละเอียดก่อน ว่ามีความจำเป็นแค่ไหน เพราะผู้ตรวจก็ได้ส่งข้อมูลให้ศาลในระดับหนึ่งแล้ว แต่ก็ยินดีพิจารณาข้อมูลที่ส่งมา ขณะนี้จึงยังไม่สามารถตอบอะไรได้ อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลอยู่เนื่องจากมีการส่งข้อมูลมาเมื่อไม่กี่วันนี้ นายทรงศัก ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาประเด็นที่มีการร้องเรียนเรื่องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2569 ที่เหลือ ว่า ได้พิจารณาไปได้พอสมควร เป็นประเด็นปลีกย่อยนอกเหนือจากเรื่องบาร์โค้ดและ QR code เราก็ว่ากันไปตามข้อมูลหลายเรื่องเป็นการร้องเข้ามาว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยไม่ได้พูดถึงการละเมิดสิทธิเสรีภาพ ซึ่งก็ต้องดูไปตามข้อกฎหมายเพราะอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน เราสามารถวินิจฉัยเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญได้เฉพาะกรณีบทบัญญัติของกฎหมาย ระดับพระราชบัญญัติ ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ถ้าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของเรา ยกเว้นร้องว่าไปละเมิดสิทธิเสรีภาพ เหมือนที่เราได้ส่งสารพระธรรมนูญไป เมื่อถามว่าผู้ตรวจการแผ่นดินได้เสนอไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้มีการจำลองจัดเลือกตั้งหรือไม่ นายทรงศัก กล่าวว่า เรื่องนี้น่าจะเป็นดุลยพินิจของศาล ซึ่งคงจะพิจารณาไปตามกระบวนการ เราไม่สามารถไปก้าวล่วงได้ ในส่วนของผู้ตรวจการแผ่นดินครั้งนี้กำลังร่างคำชี้แจงเพื่อส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อถามว่าในคำร้องมีการร้องขอให้มีการจำลองเหตุการณ์จัดเลือกตั้งหรือไม่ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินกล่าวว่า ผู้ที่มายื่นข้อมูลก็มีทั้งผู้ที่เป็นผู้ร้องและคนที่ไม่ใช่ผู้ร้อง ขอดูรายละเอียดก่อนเพราะขณะนี้อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังมารวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ประเด็นว่ามีเรื่องอะไรบ้าง จึงยังไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ประชาธิปัตย์” ร่วมประชุม CALD ฟิลิปปินส์ ดันความเท่าเทียม-คนรุ่นใหม่
Politics2026 Mar 30 :: 05:06

“ประชาธิปัตย์” ร่วมประชุม CALD ฟิลิปปินส์ ดันความเท่าเทียม-คนรุ่นใหม่

“ประชาธิปัตย์” ร่วมประชุม CALD ฟิลิปปินส์ ดันความเท่าเทียม-คนรุ่นใหม่ พร้อมคว้าตำแหน่งเลขาฯ เยาวชนเอเชียเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 นายอิสรา สุนทรวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 ถึง 29 มีนาคมที่ผ่านมา ตนและคณะผู้แทนพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมทีมคนรุ่นใหม่ เดินหน้าโชว์ศักยภาพบนเวที Council of Asian Liberals and Democrats (CALD) ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยย้ำจุดยืนพรรคการเมืองที่ยึดมั่นในหลักสากลและการปฏิรูปประชาธิปไตยอย่างยั่งยืนใน3 ประเด็นหลักที่ชูธงประชาธิปไตยไทยในกลุ่มชาติอาเซียน คือ1. ยุติความรุนแรงต่อสตรีในสนามการเมือง โดย นางสาววีร์ ศรีวราธนบูลย์ รองโฆษกพรรค ร่วมเสวนาบนเวทีระดับโลก ชี้ปัญหารากลึกของโครงสร้างสังคมที่จำกัดศักยภาพผู้หญิงและกลุ่มหลากหลายทางเพศ พร้อมเสนอแนวคิด "รื้อถอนกรอบความคิดเดิม" เพื่อสร้างพื้นที่การเมืองที่ปลอดภัยและเท่าเทียมสำหรับทุกคน 2.สร้างความยืดหยุ่นให้ประชาธิปไตย (Democratic Resilience)ท่ามกลางวิกฤตประชาธิปไตยถดถอยทั่วโลก โดย นายอิสรา สุนทรวัฒน์ รองหัวหน้าพรรค ฯ ประกาศจุดยืนพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคสายกลางมืออาชีพ ที่มุ่งมั่นปฏิรูปประเทศภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม และความรับผิดชอบต่อประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ 3. คนรุ่นใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ได้นั่งเก้าอี้ระดับภูมิภาคนายอิสรา กล่าวต่อว่า ในครั้งนี่ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของคนรุ่นใหม่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อ น.ส.ณัฏฐา ปิ่นนัดดา วสันตสิงห์ (ผู้ช่วยดำเนินงานสส.ของ นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์)ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกหลายประเทศ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการเยาวชนเสรีประชาธิปไตยแห่งเอเชีย (Secretary General of CALD Youth) เพื่อเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเครือข่ายคนรุ่นใหม่ทั่วภูมิภาคเอเชีย พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยหยุดนิ่งในการปกป้องคุณค่าประชาธิปไตย พร้อมร่วมมือกับเครือข่ายพรรคการเมืองเสรีนิยมทั่วเอเชีย เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างความเชื่อมั่นว่า "การเมืองที่มีหลักการ" คือพลังสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตประชาชนให้ดีขึ้นอย่างแท้จริง

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

สก.พท.โวยพรรคคิดทิ้งเมืองหลวง ลั่น หากละเลยอาจเสียคะแนนยาว
Politics2026 Mar 30 :: 05:05

สก.พท.โวยพรรคคิดทิ้งเมืองหลวง ลั่น หากละเลยอาจเสียคะแนนยาว

สก.พท.โวยพรรคคิดทิ้งเมืองหลวง ฐานเสียงเข้มแข็ง-ผลงานเด่นในพื้นที่ หากละเลยอาจเสียทั้งคะแนนและความเชื่อมั่นประชาชนระยะยาววันที่ 30 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ขณะนี้แกนนำพรรคเพื่อไทยมีแนวคิดจะไม่ส่งผู้สมัคร ส.ก.ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ก.ที่จะมีขึ้นในเดือนพ.ค.นี้พร้อมกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ทำให้เกิดเสียงพิพากษ์วิจารณ์ในหมู่สมาชิกสก. พรรคเพื่อไทยในปัจจุบันว่า กทม.ถือเป็นพื้นที่เมืองหลวงของประเทศ ไม่ใช่พื้นที่ที่ควรถูกมองข้าม เพราะเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สะท้อนความเชื่อมั่นของประชาชนทั้งประเทศ ความพ่ายแพ้ของผู้สมัคร สส. ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่ใช่เพราะคนทำงานในพื้นที่ไม่ทำงาน แต่เป็นผลจากการตัดสินใจของพรรคที่ไม่สอดคล้องกับความจริงในพื้นที่ ทีม สก.คือกลุ่มที่มีฐานเสียงเข้มแข็งที่สุดในกรุงเทพฯ มีทั้งโครงสร้าง มีผลงาน และยืนอยู่กับประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง การเลือกไม่ส่ง ไม่สู้เพียงเพราะกังวลกระแสการเลือกตั้ง ถือเป็นการประเมินที่ผิดพลาด หากพรรคมองข้ามกรุงเทพฯมองข้ามคนทำงานในพื้นที่ สุดท้าย สิ่งที่เสียไปจะไม่ใช่แค่คะแนนเลือกตั้ง แต่คือความเชื่อมั่นของประชาชนทั้งเมืองหลวงในระยะยาว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

นายกฯ เผยรายชื่อ ครม.เรียบร้อย จ่อลงนามนำขึ้นทูลเกล้าฯวันนี้
Politics2026 Mar 30 :: 04:02

นายกฯ เผยรายชื่อ ครม.เรียบร้อย จ่อลงนามนำขึ้นทูลเกล้าฯวันนี้

นายกฯ เผยรายชื่อ ครม.เรียบร้อย จ่อลงนามนำขึ้นทูลเกล้าฯวันนี้ ระบุ พร้อมแถลงนโยบายต่อรัฐสภาทันที หลังได้รับโปรดเกล้าฯ-เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณวันที่ 30 มี.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความเรียบร้อยรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม ว่า เรียบร้อยดี สามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯได้เลย โดยต้องรีบพิจารณาเอกสารและดำเนินการนำขึ้นทูลเกล้าฯให้เร็วที่สุด เมื่อถามว่าขณะนี้ไม่มีรายชื่อใดมีปัญหาแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า หากมีปัญหาก็ต้องตัดออก เมื่อถามว่า 35 รายชื่อตอนนี้เรียบร้อยหมดใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า รายชื่ออยู่ที่ตนหมดแล้ว แต่ยังไม่ได้ลงนาม ต้องมาประชุมให้เกิดความชัดเจนเมื่อถามถึงความพร้อมด้านนโยบายของรัฐบาล นายกฯพยักหน้ารับ เมื่อถามว่ามีการวางวันแถลงนโยบายรัฐบาลระหว่างวันที่ 7-9 เม.ย.ใช่หรือไม่ นายกฯ พยักหน้า และกล่าวว่า ให้เร็วที่สุด เรายังกำหนดวันไม่ได้ ต้องรอให้มีการโปรดเกล้าฯลงมา และนำครม.เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่นายกฯ ชี้ สุ่มตรวจปั๊มนครพนม ส่วนใหญ่เปิดบริการปกตินายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางลงพื้นที่สุ่มตรวจสถานีบริการน้ำมันที่จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา ว่า ปั๊มส่วนใหญ่มีการให้บริการตามปกติ แต่มีบางรายที่ยังไม่เปิดให้บริการ แต่ไม่ใช่ส่วนใหญ่เมื่อถามว่าการสุ่มตรวจแบบนี้ถือเป็นการมาดูปัญหาหน้างาน หลังไม่ตรึงราคาน้ำมัน จะมีน้ำมันเพียงพอหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องมีการลงไปดูเหมือนสมัยที่มีการสู้รบในพื้นที่ตามแนวชายแดน ซึ่งต้องไปลงในพื้นที่เพราะต้องมีการตัดสินใจในหลายเรื่อง หากเราไปเห็นหน้างาน เห็นความเป็นไป เห็นปัญหา และเห็นข้อเท็จจริง รวมถึงได้สอบถามกับประชาชนทั่วไป ทำให้เรามีข้อมูลมากขึ้น จะได้ตัดสินใจอย่างถูกต้อง

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“นครินทร์” แจงศาล รธน.ได้รับงบไม่ถึง 400 ล้าน เล็กกว่าองค์กรท้องถิ่น ชี้ดูงานต่างประเทศ ไม่ใช่เที่ยวพักผ่อน
Politics2026 Mar 30 :: 03:52

“นครินทร์” แจงศาล รธน.ได้รับงบไม่ถึง 400 ล้าน เล็กกว่าองค์กรท้องถิ่น ชี้ดูงานต่างประเทศ ไม่ใช่เที่ยวพักผ่อน

“นครินทร์” แจงศาล รธน.ได้รับงบไม่ถึง 400 ล้าน เล็กกว่าองค์กรท้องถิ่น ชี้ดูงานต่างประเทศ ไม่ใช่เที่ยวพักผ่อน แต่เป็นการสานสัมพันธ์-เพิ่มพูนความรู้บุคลากร ยัน สั่งยกเลิกไปหมดแล้ว ชี้ ปม บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ต้องรอ กกต.-ผู้ตรวจฯ ส่งพยานหลักฐานเวลา 09.00 น. วันที่ 30 มี.ค. 69 ที่ จ.กระบี่ ศาสตราจารย์ ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญยกเลิกโครงการศึกษาดูงานที่ต่างประเทศ ว่า ศาลรัฐธรรมนูญก่อตั้งมา 28 ปีแล้ว องค์กรตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ดูงานเป็นหลัก การดูงานเป็นเพียงส่วนหนึ่งของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรที่มีขนาดเล็กมาก มีคนทั้งหมด 260 คน งบประมาณ 368 ล้านบาท ซึ่งเล็กกว่าองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) อีก เทศบาลใหญ่กว่ามากมาย การที่เราใช้เงินไม่ถึง 400 ล้านบาท เป็นส่วนที่เล็กน้อยมาก ในการดำเนินกิจการหน่วยงานของรัฐ ศาสตราจารย์ ดร.นครินทร์ กล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้นการใช้จ่ายเงินของศาลรัฐธรรมนูญที่เดินทางไปดูงานต่างประเทศ ไม่ใช่เป็นการดูงานเพื่อการเที่ยวพักผ่อน แต่เป็นการสานความสัมพันธ์ เพิ่มพูนความรู้ของบุคลากรอย่างไรก็ตามเราไม่ได้นิ่งนอนใจในมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ผู้บริหารจึงตัดสินใจยกเลิกการดูงานต่างประเทศไปหมดแล้วผู้สื่อข่าวบางคนอาจจะคิดว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องใหญ่โตแต่ในเชิงการบริหารจัดการองค์กรงานต่างประเทศเป็นงานที่มีความสำคัญ เพราะไทยเพิ่งพ้นจากตำแหน่งประธานสมาคมศาลรัฐธรรมนูญแห่งเอเชียและเทียบเท่าเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา จึงขอให้เข้าใจการดูงานต่างประเทศว่าเราทำด้วยความระมัดระวังทำในฐานะที่เป็นกลไกหนึ่งของการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญ“ การเพิ่มพูนความเข้าใจของศาล เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นเรื่องสำคัญ ศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถทำงานอย่างโดดเดี่ยวได้ ในโลกที่มีปฏิสัมพันธ์เชื่อมกันอย่างแนบแน่นเหมือนกับทุกวันนี้” ศาสตราจารย์ ดร.นครินทร์ กล่าว“นครินทร์" รับภาพลักษณ์ศาล รธน.ถูกท้าทายจากกระแสสังคม ย้ำ ไม่ใช่เครื่องมือทำร้ายฝ่ายตรงข้ามนายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ เป็นประธานเปิดโครงการ “ศาลรัฐธรรมนูญพบสื่อมวลชน” ปี 2569 และตอบคำถามเรื่องภาพลักษณ์ศาลในสายตาประชาชนนายนครินทร์กล่าวว่าคำวินิจฉัยของศาลมักท้าทายมุมมองนักวิชาการและกระแสสังคม ทำให้คำตัดสินบางครั้งไม่ถูกใจทุกฝ่าย แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการและการทำงานขององค์กร ย้ำว่าศาลรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นเพื่อวินิจฉัยข้อพิพาททางรัฐธรรมนูญ ทั้งเสียงข้างมากและข้างน้อยสามารถยื่นเรื่อง และคำตัดสินต้องออกข้างใดข้างหนึ่งตามกติกาและวุฒิภาวะของสังคม นอกจากนี้เปรียบเทียบกรณีศาลรัฐธรรมนูญในต่างประเทศ เช่น สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ แสดงให้เห็นว่าปัญหาการตัดสินเสียงข้างมากและข้างน้อยเป็นเรื่องปกติทั่วโลก สรุปว่าการตัดสินของศาลต้องอิงเหตุผลและกติกา ไม่ใช่อารมณ์ เพื่อให้สังคมเข้าใจความซับซ้อนของข้อพิพาทอย่างเป็นระบบ"ปธ.ศาลรัฐธรรมนูญ" ชี้ ชงเองไม่ได้ ปม บุคคลขาดคุณสมบัตินั่ง รมต. ลั่น ต้องมีผู้ร้องตามช่องทางกติกานายนครินทร์ ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีคุณสมบัติทางจริยธรรมของรัฐมนตรี นายนครินทร์กล่าวว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 เพิ่มมาตรฐานเรื่องจริยธรรม ซึ่งไม่เคยมีในรัฐธรรมนูญปี 2550 ส่วนเรื่องการยุบพรรคลดลงเพราะ กกต. สามารถดำเนินการได้เองโดยไม่ต้องผ่านศาล ชี้ว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถริเริ่มคดีได้ ต้องมีข้อพิพาทถูกยื่นตามกติกาเท่านั้น ดังนั้นรัฐมนตรีบางคนที่มีปัญหาก่อนหน้านี้เป็นไปได้เพราะไม่มีคนยื่นเรื่อง ย้ำว่าศาลทำงานแบบพาสซีฟ ไม่สามารถวินิจฉัยเองได้ ต้องรอข้อพิพาทจากสังคมมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม นายนครินทร์ชื่นชมความระมัดระวังของฝ่ายบริหารปัจจุบัน ว่าเป็นเรื่องดีและช่วยลดโอกาสเกิดข้อพิพาทต่อศาล"นครินทร์" เผย คดี บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ชี้ ต้องรอ กกต.-ผู้ตรวจฯ ส่งพยานหลักฐานนาย นครินทร์ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีบัตรเลือกตั้งว่า ต้องรอคำชี้แจงและบัญชีพยานจากทั้งคู่ความก่อนจึงจะตัดสินใจว่าจะไต่สวนหรือไม่ ย้ำว่าศาลจะตัดสินหลังจากได้รับหลักฐานทั้งหมด และไม่สามารถตอบล่วงหน้าว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่ ระบุว่าบัตรเลือกตั้งจะเป็นความลับหรือไม่ ขึ้นอยู่กับข้อกฎหมาย และคำวินิจฉัยเป็นของตุลาการทั้ง 9 คนตามอำนาจรัฐธรรมนูญ สำหรับหลักฐานภาคประชาชน เช่น การเลือกตั้งจำลอง ศาลจะพิจารณาได้ก็ต่อเมื่อถูกนำเข้าสู่กระบวนการศาล ยืนยันว่าการวินิจฉัยจะอิงรัฐธรรมนูญเป็นหลัก ทั้งหลักรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ขึ้นอยู่กับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

 “ดีเซล B20” เริ่มขายแล้ว ทางเลือกพลังงาน ลดต้นทุนขนส่ง เพิ่มรายได้เกษตรกรไทย
Politics2026 Mar 30 :: 01:56

“ดีเซล B20” เริ่มขายแล้ว ทางเลือกพลังงาน ลดต้นทุนขนส่ง เพิ่มรายได้เกษตรกรไทย

“ดีเซล B20” เริ่มขายแล้ว ทางเลือกพลังงาน ลดต้นทุนขนส่ง เพิ่มรายได้เกษตรกรไทยรัฐบาลเดินหน้าเพิ่มทางเลือกด้านพลังงาน ด้วยการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล B20 เพื่อลดต้นทุนภาคขนส่งและอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของราคาสินค้า และสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทยควบคู่กันนางสาวรัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ดีเซล B20 เป็นน้ำมันดีเซลที่ผสมไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มของไทยในสัดส่วน 20% รถที่รองรับสามารถใช้งานได้เช่นเดียวกับดีเซลทั่วไป โดยจุดเด่นคือช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิง และเพิ่มการใช้พลังงานที่ผลิตได้ภายในประเทศทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้มีมาตรการดูแลราคาดีเซล B20 ให้ต่ำกว่าดีเซลทั่วไป (B7) ประมาณลิตรละ 5 บาท เพื่อจูงใจการใช้งาน และช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรมมาตรการดังกล่าวจะช่วยภาคขนส่ง โลจิสติกส์ และภาคอุตสาหกรรมที่มีต้นทุนด้านพลังงานสูง ให้สามารถบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันต่อการปรับขึ้นราคาสินค้า และเป็นผลดีต่อประชาชนในภาพรวมขณะเดียวกัน ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ได้ทยอยขยายจุดจำหน่าย B20 อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสะดวกและทางเลือกให้กับผู้ใช้รถที่รองรับน้ำมันประเภทนี้ โดยสถานีบริการน้ำมันบางจาก เริ่มจำหน่ายแล้วที่คลังพระโขนง สถานีบริการน้ำมัน OR ที่คลังสงขลา และคลังสระบุรี และสถานีบริการน้ำมัน Shell คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายต้นเดือนเมษายนนอกจากนี้ การส่งเสริมการใช้ B20 ยังช่วยเพิ่มความต้องการใช้น้ำมันปาล์ม ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของประเทศ ส่งผลดีต่อเสถียรภาพราคาผลผลิต และช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรไทย รวมถึงช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศในระยะยาว“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลต้นทุนพลังงานของประชาชนและผู้ประกอบการควบคู่กัน การส่งเสริมดีเซล B20 จึงเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ช่วยทั้งภาคเศรษฐกิจ ภาคการเกษตร และความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว” นางสาวรัชดา กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"ศศิกานต์" ชวนทุกฝ่ายลดอคติทางการเมืองลง ย้ำ! วันนี้คนไทยต้องช่วยกันฝ่าวิกฤตน้ำมัน
Politics2026 Mar 29 :: 12:16

"ศศิกานต์" ชวนทุกฝ่ายลดอคติทางการเมืองลง ย้ำ! วันนี้คนไทยต้องช่วยกันฝ่าวิกฤตน้ำมัน

"ศศิกานต์" ชวนทุกฝ่ายลดอคติทางการเมืองลง ย้ำ! วันนี้คนไทยต้องช่วยกันฝ่าวิกฤตน้ำมันวันที่ 29 มี.ค. 2569 กรณีที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาพาดพิงถึง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยใช้ถ้อยคำที่ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดนั้นนางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ อดีตรองโฆษกรัฐบาล และ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้กล่าวถึงกรณีนี้ว่าขอให้นำเรื่องการเมืองออกไปก่อน เพราะวิกฤตครั้งนี้ คือวิกฤตชาติที่เราทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกันฝ่าไปให้ได้ ไม่ว่าจะมีตำแหน่งในรัฐบาลหรือไม่ และเหตุผลเดียวที่คุณพีระพันธุ์ออกมาพูดในตอนนี้ คือ ช่วยรัฐบาลหาทางออกให้กับประเทศ ด้วยการชี้ช่องว่า รัฐบาลมีอำนาจสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชนด้วยการจัดการผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมายอะไรได้บ้าง แต่ดูเหมือนรัฐบาลพยายามจะตอบโต้ทุกอย่างว่าทำไม่ได้ ซึ่งตนก็สงสัยว่า บางเรื่องเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เพราะเหตุใดจึงไม่รับฟังทั้งนี้ ขอยืนยันว่า เป้าหมายเดียวของ คุณพีระพันธุ์ และพรรครวมไทยสร้างชาติคือเพื่อส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องให้ฝ่ายบริหารรับทราบ โดยไม่โดนใครหลอกหรือโดนผู้ไม่หวังดีหาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเอง เพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ปิดหีบแล้ว! เลือกตั้ง ส.ท.-นายกเทศมนตรี 297 แห่ง พบ 3 จังหวัดทำผิดกฎหมาย
Politics2026 Mar 29 :: 11:01

ปิดหีบแล้ว! เลือกตั้ง ส.ท.-นายกเทศมนตรี 297 แห่ง พบ 3 จังหวัดทำผิดกฎหมาย

ปิดหีบแล้ว! เลือกตั้ง ส.ท.-นายกเทศมนตรี 297 แห่ง พบ 3 จังหวัดทำผิดกฎหมาย ฉีกบัตร-แอบใช้สิทธิ์ คาดรู้ผลอย่างช้าไม่เกิน 60 วันวันที่ 29 มีนาคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง ว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงปิดหน่วยเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี กรณี อบต. จัดตั้งเป็นเทศบาลตำบลและเทศบาลเมือง จำนวน 297 แห่งร.ต. ภาสกร ระบุว่า ตั้งแต่เวลา 08.00 น. จนถึง 17.00 น. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะนี้ทุกจังหวัดได้รายงานผลการปิดการลงคะแนนมาแล้วทุกแห่งใน 297 เทศบาล ทุกหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งจากนี้เป็นต้นไปก็จะเป็นกระบวนการขั้นตอนการนับคะแนน โดยการนับคะแนนครั้งนี้ต้องใช้เวลาอยู่บ้าง เพราะการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเลือกได้ไม่เกิน 6 หมายเลข ฉะนั้นการขานคะแนนก็ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ และเมื่อนับคะแนนเสร็จสิ้น คณะกรรมการประจำหน่วยก็จะมีการสรุปผล นำรายงานผลการนับคะแนนมาส่งที่ที่สำนักงานเทศบาลกำหนดไว้ ก่อนจะมีการรวมผลการนับคะแนนของแต่ละเขตเลือกตั้งและการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีต่อไปส่วนการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งระหว่างการออกเสียงลงคะแนน จากข้อมูลในการตรวจสอบใน 63 จังหวัด พบเพียง 3 แห่ง 3 จังหวัด คือ จังหวัดราชราชบุรี อำเภอโพธาราม เทศบาลตำบลท่าชุมพล เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 4 มีผู้มีสิทธิ์ซึ่งไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งแต่พยายามจะใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายเลือกตั้ง กระบวนการในการฝ่าฝืนแบบนี้จะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งกำหนด 20 ปีส่วนจังหวัดสุรินทร์ ที่อำเภอเมืองเมืองสุรินทร์ เทศบาลตำบลเพี้ยราม เขตที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 1 และที่จังหวัดพัทลุง อำเภอปากพะยูน เทศบาลตำบลเกาะหมาก เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ได้มีการกระทำการฉีกบัตรเลือกตั้ง ซึ่งตามกฏหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่าผู้ใดจงใจกระทำการด้วยประการใดให้บัตรเลือกตั้งชำรุดเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งผู้นั้น มีกำหนด 10 ปี ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของพนักงานสืบสวนต่อไปร.ต. ภาสกร กล่าวต่อว่า ตนขอบคุณประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในพื้นที่ของเทศบาลตั้ง 297 แห่ง ที่วันนี้ได้ออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี เพื่อทำหน้าที่ในการบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของ 297 แห่ง ขอบคุณคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเทศบาล 297 แห่ง ขอบคุณกรรมการจะจำนวนเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและขอบคุณพิเศษสำหรับสื่อมวลชนในการช่วยกันประชาสัมพันธ์สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ให้ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อยสุดท้ายในการประกาศผลการเลือกตั้ง เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งของ 297 เทศบาล จะต้องมีการตรวจสอบความถูกต้อง ความครบถ้วนตามขั้นตอนของกฎหมาย หากไม่มีกรณีเรื่องร้องเรียนกล่าวโทษ คณะกรรมการการเลือกตั้งจะพิจารณาประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง ส่วนกรณีที่มีเรื่องร้องเรียนกล่าวโทษ ก็จะมีกระบวนการสืบสวนไต่สวน อาจจะมีการสั่งให้เลือกตั้งหรือออกเสียงลงคะแนนใหม่ แต่ทั้งนี้ดังนั้นเราจะประกาศผลการเลือกตั้งอย่างช้าต้องไม่เกิน 60 วัน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ดราม่าระอุ!นายกฯ ตรวจปั๊มน้ำมัน ถูกฟาด “สร้างภาพ” รับมือวิกฤตพลังงานไม่ตรงจุด
Politics2026 Mar 29 :: 10:44

ดราม่าระอุ!นายกฯ ตรวจปั๊มน้ำมัน ถูกฟาด “สร้างภาพ” รับมือวิกฤตพลังงานไม่ตรงจุด

ดราม่าระอุ!นายกฯ ตรวจปั๊มน้ำมัน ถูกฟาด “สร้างภาพ” รับมือวิกฤตพลังงานไม่ตรงจุด แอคถ่ายรูปทำเท่ เรียกร้องรัฐแก้ปัญหาที่ต้นเหตุประเทศไทยไม่ใช่สนามเด็กเล่น ปั๊มน้ำมัน ไม่ใช่สถานที่ แอคชั่น ถ่ายรูปเท่ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกุล ไปเช่ารถโตโยต้า รุ่นสันดาป ใช้น้ำมันล้วน มายื่นถ่ายรูปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม รุมล้อมไปด้วยเด็กปั๊มและชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมา พร้อมให้คำบรรยายใต้ภาพว่า เช่ารถมาสุ่มตรวจราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่ นครพนมก็เข้าใจได้ว่า นายกฯอนุทิน ก็หามุกถ่ายรูปให้สอดคล้องกับสถานการณ์ไปวันๆ ภาษาการเมือง เรียกว่า เป็นการสร้างภาพ หรือ การสร้างภาพลักษณ์ ให้เป็นที่จดจำแต่วิกฤติน้ำมันเที่ยวนี้ มันไม่ธรรมดา เป็นวิกฤติโลกที่เกิดจากภาวะสงคราม ที่สร้าง ความหายนะให้กับเศรษฐกิจทั้งโลกใบนี้ได้ในพริบตาเดียวเป็นหายนะทางเศรษฐกิจที่ไม่สามารถแก้ได้ด้วยทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ หรือการสร้างภาพ แต่จะต้องแก้ที่ต้นตอ คือการยุติสงครามสำนักข่าว เดอะไทม์ของอิหร่านระบุว่า มีข้อมูลจากประเทศคนกลางในการเจรจา อ้างว่า ทรัมป์ มีแนวโน้มจะสั่งให้กองทัพสหรัฐฯ ส่งกองกำลังภาคพื้นดิน บุกเข้าไปในอิหร่าน โดยใช้ปฎิบัติการทางทหารทำให้อิหร่าน ยอมแพ้ เหมือนกับที่ใช้ได้ผลกับ เวเนซุเอลามาแล้วและเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวยังบอกด้วยว่า สหรัฐฯ ยอมรับว่า โอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงตามแผนยุติสงคราม15 ข้อกับอิหร่านแทบเป็นไปไม่ได้เลย การที่สหรัฐฯ ส่งทหารจำนวนหลายพันนาย ไปยังตะวันออกกลาง จุดมุ่งหมายคือการยึด เกาะคาร์ก แหล่งน้ำมันดิบขนาดใหญ่ของอิหร่าน และจะทำให้มีการสู้รบ เกินกว่า 6 สัปดาห์สตีฟ วิตคอฟ ผู้แทนพิเศษ ตะวันออกกลางของสหรัฐฯ ยอมรับว่า สหรัฐฯมีการเจรจาทางการฑูตกับอิหร่าน โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง และ มาร์โก รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯก็ออกมายอมรับในเรื่องนี้ แต่ไม่มีรายละเอียดใดๆเมื่อประเมิน จากตัวแทนการเจรจายุติสงครามของสหรัฐฯ และประเทศคนกลางที่ช่วยเจรจาคือ ปากีสถาน แล้ว ฟันธง ได้ว่า สหรัฐฯ ก็ไม่ต้องการจะยุติสงคราม กลับบ้านมือเปล่าในขณะที่สถานการณ์สู้รบ ระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านยังเต็มไปด้วยความดุเดือด บีบีซี รายงานว่ามีการโจมตีกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง มีเสียงระบบป้องกันภัยทางอากาศและเสียงระเบิดกระหึ่มทั่วกรุงเตหะราน เป้าหมายคือโรงงานผลิตยูเรเนียมชนิดเข้มข้น หรือ yellowcake รวมทั้งโรงไฟฟ้าในอิรักด้วยอับบาส อารักซี รมว.ต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า สหรัฐฯและอิสราเอล มีแผนที่จะโจมตีเป้าหมายพลเรือนในอิหร่าน อย่างผิดกฎหมาย รวมถึงโรงพยาบาลและโรงเรียนการกระทำที่ผ่านมาของสหรัฐฯ อิหร่าน ไม่อาจยอมรับได้ แปลเป็นไทยว่า จะไม่มีการเจรจายุติสงครามแน่นอน ตาต่อตา ฟันต่อฟัน จนกว่าจะตายกันไปข้างล่าสุดมีการ ยิงขีปนาวุธ จาก เยเมนไป ยังอิสราเอล เป็นการประกาศ เคียงบ่าเคียงไหล่ ของ กลุ่มนักรบอาหรับ กับอิหร่าน ที่จะทำสงครามกับ สหรัฐฯและอิสราเอลสงครามขยายเป็นวงกว้าง เข้าสู่การจำลองเหตุการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางของสภาพัฒน์ และผลกระทบที่จะเกิดขึัน อย่างรุนแรงเพราะฉะนั้น วิกฤติน้ำมัน และวิกฤติพลังงาน จะเป็นขีปนาวุธ ลูกใหม่ ทำลายล้าง ไปทั่วทุกภูมิภาคบนโลกใบนี้ประเทศไทย เอาแค่วิกฤติพื้นฐาน น้ำมันขาดแคลน กว่านี้ ราคาน้ำมันแพงกว่านี้จะ50-60-70 บาทต่อลิตรได้เห็นแน่แต่รัฐบาลอนุทิน ยังใช้ยาสามัญประจำบ้านมารักษาโรคร้ายแรง จะไปบอกว่า ประเทศไทยไม่ใช่คนป่วย แต่สุดท้ายแล้วจะเป็นคนป่วยติดเตียงของแทร่ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ทำเป็นมากางแผนเชิงรุกรับมือวิกติโลก คุมราคาสินค้าจำเป็นเพิ่ม 6 รายการ ขนเอาสินค้าราคาถูกกว่า พันรายการ ไปร่วมงาน ไทยช่วยไทย ลดสูงสุด 50 % และจะเร่งระบายปุ๋ยเคมี ทีติดค้างช่องแคบฮอร์มุซ พูดเหมือนกับว่า ช่องแคบฮอร์มุซ อยู่หน้า ปากซอย พ่อค้าแม่ค้า ขึ้นราคาสินค้า ขึ้นราคาไข่ ไปเรียบร้อยจับตาว่า ไข่รัฐบาลอนุทิน จะแพงขนาดไหนส่วนเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ท่องบทเดิมๆเป็นแผ่นเสียงตกร่อง ต้องปล่อยน้ำมันไปตามกลไกตลาด ป้องกันการซ้ำรอยวิกฤติปี 2540 เพราะมีงบจำกัด ต้องใช้เงินทุกบาทให้คุ้มค่า ต้องดูแลประชาชนให้มีผลกระทบน้อยทีสุด คิดอย่างอื่นไม่เป็นขนาด จับได้ว่า กักตุนน้ำมันกันอย่างมโหฬาร ทั้งทางเรือ และพ่อค้าน้ำมัน รัฐบาลก็ยังออกมาตะแบงว่า กระทรวงพาณิชย์ ของ ศุภจี ไม่มีอำนาจไปตรวจสอบราคาน้ำมันได้เพราะมีองค์กรตรวจสอบอยู่แล้วอ้างว่า แค่ผิดกฎหมายสรรพสามิตแค่นั้นพูดเป็นหนังการ์ตูน ก็รัฐบาล มีอำนาจในการบริหารปกครองประเทศ หรือ ไม่มีปัญญาจะบริหารประเทศในกรณีฉุกเฉิน หรือไม่มีน้ำยา ที่จะบริหารประเทศ เลยหาข้อแก้ตัวไปแบบเอาสีข้างเข้าถู เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่ประชาชนนิกเคอิรายงานว่า ราคาน้ำมันเบนซินในเวียดนามลดต่ำลงร้อยละ19 ทันทีหลังจากรัฐบาลเวียดนาม ยกเลิกภาษีน้ำมัน ย้ำว่า ยกเลิก ไม่ใช่ลด เป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อรักษาเสถียรภาพ ตลาดพลังงานในประเทศส่วนรัฐบาลทองไม่รู้ร้อนยังชิลๆ ขี้ช้างจับตั๊กแตน ปล่อยให้มือสมัครเล่น มานั่งเล่นขายของไปวันๆ อีกไม่นานประเทศไทย จะต้องนอนติดเตียงแทนที่จะประกาศ ภาวะฉุกเฉิน ควบคุมภาวะวิกติเอาจริงเอาจัง ตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม ยังมีอารมณ์มาแจกเงิน 100บาท ปัดฝุ่นโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อนุทิน” เตรียมแผนรับมือภัย 4 ด้านแถลงนโยบาย
Politics2026 Mar 29 :: 10:09

“อนุทิน” เตรียมแผนรับมือภัย 4 ด้านแถลงนโยบาย

“อนุทิน” เตรียมแผนรับมือภัย 4 ด้านแถลงนโยบายวันที่ 29 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความคืบหน้าการตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่โดยจะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าวันที่ 30 เม.ย. พร้อมกับเดินหน้าทำร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาฯ ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยวางไทม์ไลน์การแถลงนโยบายต่อรัฐสภาฯไว้ก่อนสงกรานต์ช่วงประมาณวันที่ 7-9 เม.ย. ซึ่งคำแถลงนโยบายจะมีทั้งสิ้นประมาณ 20-30หน้า มีแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะใช้ชื่อ "Thailand 10 Plus" ซึ่งมี 4 ด้าน คือ นโยบายการเติบโตอย่างทั่วถึง นโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจและจัดการหนี้ รวมถึงนโยบายอุตสาหกรรมเพื่อการสร้างรายได้ และแผนการรับมือภัยต่างๆที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคตไว้ 4 ด้าน คือภัยธรรมชาติ เศรษฐกิจ ความมั่นคง และสังคม"นายกฯ อนุทิน" เยี่ยมชมงาน “DNA นครพนม” ครั้งที่ 1 ปลุกอัตลักษณ์เมืองงาม สู่ “Restination” เมืองหลักแห่งการพักผ่อน พร้อมพาคณะนั่งสามล้อเครื่องเมืองนครพนม Carpool ลดใช้พลังงานนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เยี่ยมชมงาน “มหกรรมเผยแพร่อัตลักษณ์เมืองนครพนม ครั้งที่ 1” หรือ “DNA นครพนม” ณ ลานพญาศรีสัตตนาคราช อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนมโดยนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสนใจสินค้าของผู้ผลิตสินค้า OTOP อาทิ จิวเวลรี่ ร้านคัลเลอร์เจมส์ จังหวัดจันทบุรี ร้านกรุเงิน จังหวัดสุโขทัย กลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้าบ้านพิมาน จังหวัดนครพนม และซื้อกระเป๋าถือสานกกสีเขียวของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสหกรณ์กกจักสานตำบลเหล่าพัฒนา จ.นครพนม ซึ่งได้น้อมนําแนวพระดําริ "ผ้าไทยใส่ให้สนุก" และ "Sustainable Fashion" ต่อยอดพัฒนางานหัตถศิลป์หัตถกรรมอย่างลงตัว โดยภายหลังจากการเยี่ยมชมงาน นายกรัฐมนตรีได้พาคณะ นั่งรถสามล้อเครื่อง Carpool เดินทางไปยังพื้นที่ภายในเขตเทศบาลเมืองนครพนม เพื่อเป็น ตัวอย่างการใช้ยานพาหนะร่วมกัน เพื่อลดการใช้พลังงานอีกด้วยงาน “มหกรรมเผยแพร่อัตลักษณ์เมืองนครพนม ครั้งที่ 1” หรือ “DNA นครพนม” ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเชิงสร้างสรรค์ของจังหวัดนครพนม สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ด้วยการยกศักยภาพทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่มีเอกลักษณ์ ผลักดันแนวคิด “DNA นครพนม” ต่อยอดสู่การพัฒนาเมืองแห่งการพักผ่อน (Restination) ผ่านกลยุทธ์ 5 Must ได้แก่ การท่องเที่ยวชมความงาม (Visit) การลิ้มรสอาหารถิ่น (Eat) การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชน (Shop) การท่องเที่ยวเชิงศรัทธา (Mu) และการพักผ่อนแบบวิถีสโลว์ไลฟ์ (Rest) เพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้ประชาชนในพื้นที่ โดยจะมีกิจกรรมถึงค่ำคืนวันที่ 29 มีนาคม 2569 ณ ลานพญาศรีสัตตนาคราช อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"นายกฯ อนุทิน" เช่ารถยนต์ขับสุ่มตรวจปั๊มน้ำมัน ป.ต.ท. ธาตุพนม
Politics2026 Mar 29 :: 07:03

"นายกฯ อนุทิน" เช่ารถยนต์ขับสุ่มตรวจปั๊มน้ำมัน ป.ต.ท. ธาตุพนม

"นายกฯ อนุทิน" เช่ารถยนต์ขับสุ่มตรวจปั๊มน้ำมัน ป.ต.ท. ธาตุพนมวันที่ 29 มี.ค. 2569 ที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ห้างหุ้นส่วนจํากัด กุลศักดิ์วิมล ถนนชยางกูร ตำบลธาตุพนม จังหวัดนครพนม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ได้เช่ารถยนต์รถยนต์โตโยต้า veloz สีขาว ทะเบียน 5 ขล 6523 ขับสุ่มตรวจติดตามสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จ.นครพนม Ffpสำหรับสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่0”นครพนมในปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงรวม 333 แห่ง เป็นปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ 72 แห่ง โดยในส่วนของอำเภอธาตุพนม มีสถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่ 10 แห่ง ซึ่งสถานการณ์ด้านการให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิงในขณะนี้ สถานะของดีเซล เริ่มเป็นสีเขียวกระจายไปทุกอำเภอและน้ำมันชนิดอื่น ๆ ก็สามารถบริการให้กับประชาชนได้ตามปกติ ไม่มีการต่อคิวแน่นเหมือนที่ผ่านมา โดยนายอนุทิน ได้เน้นย้ำให้จ.นครพนมประชาสัมพันธ์เรื่องการประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น และติดตามสถานการณ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้มีปริมาณน้ำมันเพียงพอต่อผู้ใช้บริการโดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหา ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ร่วมลงพื้นที่ด้วย ในระหว่างการปฏิบัติภารกิจเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างการรับรู้และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพทางด้านการยกระดับและพัฒนามรดกภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมไทย ตามพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ครั้งที่ 3 ที่โรงแรมเวลาดี อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ปชน.งง อาคารใหม่ สน.สุทธิสาร มีบันไดแต่ขึ้นไม่ได้ ชื่อบริษัทชนะประมูลคุ้นๆ นึกถึงตอนแผ่นดินไหว
Politics2026 Mar 29 :: 06:30

ปชน.งง อาคารใหม่ สน.สุทธิสาร มีบันไดแต่ขึ้นไม่ได้ ชื่อบริษัทชนะประมูลคุ้นๆ นึกถึงตอนแผ่นดินไหว

ปชน.งง อาคารใหม่ สน.สุทธิสาร มีบันไดแต่ขึ้นไม่ได้ ชื่อบริษัทชนะประมูลคุ้นๆ นึกถึงตอนแผ่นดินไหววันที่ 29 มี.ค. 2569 พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. โพสต์ภาพบันไดทางขึ้นชั้น1ไปชั้น2 ของอาคารใหม่สน.สุทธิสาร พร้อมกับข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า เมื่อวันก่อนได้มีโอกาสผ่านไปที่ สน.สุทธิสาร เห็นอาคารใหม่แล้วต้องบอกเลยว่าสวยจริงดูทันสมัย น่าใช้งานมาก แต่พอลองสังเกตดี ๆ ก็เริ่มงงนิด ๆ บันไดที่สร้างไว้ ขึ้นไปชั้น 2 ไม่ได้ เลยแอบสงสัยว่า ตอนออกแบบหรือก่อสร้าง คนทำชั้น 1 กับชั้น 2 เขาได้คุยกันไหมนะ ถ้าจะปรับแก้ ดูแล้วคงต้องเลือกสักทาง จะทุบบันไดชั้น 1 หรือจะเจาะพื้นชั้น 2 ดี ยังไม่นับรวมทางขึ้นอาคารจอดรถที่แคบและเลี้ยวยากมาก กับห้องทำงานใต้ลานจอดรถ ที่มีหน้าต่า แต่ดันตรงกับเสาใหญ่พอดี ทั้งหมดนี้ทำให้อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า งบประมาณที่ใช้สร้างคงไม่ใช่น้อย ๆ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมีรายละเอียดที่น่าเสียดายแบบนี้ก็ได้แต่รู้สึกเสียดายแทนพี่น้องประชาชนที่เสียภาษีและเห็นใจตำรวจที่ต้องมาทำงานในอาคารที่ควรจะดีกว่านี้พ.ต.ท.ธีรวัตร์ โพสต์อีกว่า กรณีอาคาร สน.สุทธิสาร ผมลองไปค้นข้อมูลเพิ่มเติม จนเริ่มเห็นภาพชัดขึ้นครับว่าโครงการนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร เดิมทีอาคารแห่งนี้มีราคากลางอยู่ที่ประมาณ 162 ล้านบาท แต่กิจการร่วมค้า ดีวายซีอาร์ คอนสตรัคชั่น เป็นผู้ชนะการประกวดราคาที่ 139 ล้านบาท เท่ากับว่าลดราคาลงไปถึง 23 ล้านบาท เพื่อให้ได้งานนี้มา โครงการกำหนด ระยะเวลาก่อสร้างไว้ 660 วัน หรือเกือบ 2 ปี โดยมีพิธีวางศิลาฤกษ์ตั้งแต่ เม.ย. 2564 ซึ่งถ้านับตามแผน งานควรจะแล้วเสร็จราวปี 2566 แต่ปัจจุบันคือปี 2569 นั่นหมายความว่า โครงการนี้ล่าช้ามาแล้วประมาณ 3 ปี มากกว่าระยะเวลาก่อสร้างที่ตั้งไว้เสียอีกตัวอาคารแบ่งเป็น 2 ส่วน อาคารด้านหน้า สูง 3 ชั้น สำหรับให้บริการประชาชน อาคารด้านหลัง สูง 10 ชั้น ใช้เป็นอาคารจอดรถและที่พักอาศัย โดยห้องพักมีขนาดประมาณ 45 ตารางเมตร มีครบทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ และห้องครัว ซึ่งถือว่าเป็นขนาดที่ในพื้นที่นี้สามารถปล่อยเช่าได้ในระดับ 2x,xxx บาทต่อเดือนเมื่อค้นลึกลงไปอีก พบว่าบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 ซึ่งเป็นบริษัทที่เคยมีประเด็นกับโครงการก่อสร้างอื่น ได้เข้ามาร่วมกับกิจการร่วมค้า ดีวายซีอาร์ คอนสตรัคชั่น ด้วยภาพทั้งหมดเลยเริ่มต่อกันติด ว่าทำไมอาคารแห่งนี้ถึงออกมามีลักษณะ “ผิดปกติ” ในหลายจุด จากตอนแรกที่ตั้งใจจะไปชื่นชมอาคารใหม่ที่สร้างขึ้นเพื่อดูแลสวัสดิการตำรวจพอได้รู้ข้อมูลเบื้องหลัง กลับรู้สึกอีกแบบหนึ่งเลยครับ และก็อดคิดไม่ได้ว่า โชคดีแค่ไหนแล้ว ที่เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา ไม่ได้ทำให้อะไรแย่ไปกว่านี้สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้อาจไม่ใช่แค่เรื่องของอาคารหนึ่งหลังแล้วแหละครับ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

เริ่มแล้ว! เลือกตั้งเทศบาลทั่วประเทศ ประธาน กกต.ลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เรียบร้อยดี
Politics2026 Mar 29 :: 05:18

เริ่มแล้ว! เลือกตั้งเทศบาลทั่วประเทศ ประธาน กกต.ลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เรียบร้อยดี

เริ่มแล้ว! เลือกตั้งเทศบาลทั่วประเทศ ประธาน กกต.ลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เรียบร้อยดี เชิญชวน ปชช.ออกมาใช้สิทธิให้มาก- กกต. เปิดหน่วยเลือกตั้ง 297 เทศบาลทั่วไทยไร้ปัญหา ย้ำ กติกาเข้ม ห้ามทำผิดกฎหมาย จับตาพื้นที่ใหญ่ ร้อยเอ็ด-ขอนแก่น-มหาสารคามวันที่ 29 มีนาคม 2569 ที่ เทศบาลตำบลท่าเสา อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี ในเขตพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี กรณี อบต. จัดตั้งเป็นเทศบาล ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ศาลาเอนกประสงค์ เทศบาลตำบลท่าเสา อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี โดย นายณรงค์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการเลือกตั้งระดับเทศบาลทั่วประเทศจำนวน 297 แห่ง โดยมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งประมาณ 1,900,000 คน พร้อมเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งเลือกนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลเพื่อเข้ามาบริหารท้องถิ่นของตนเอง ถือเป็นการเลือกตั้งที่มีความสำคัญ เพราะเป็นการเเลือกผู้แทนเข้ามาทำหน้าที่ และมีความใกล้ชิดกับประชาชน การลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยพบว่าบรรยากาศเป็นไปด้วยดี สถานที่จัดการเลือกตั้งกว้างขวาง มีการอำนวยความสะดวกให้กับผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นอย่างดี ประชาชนทยอยออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกกต. เปิดหน่วยเลือกตั้ง 297 เทศบาลทั่วไทยไร้ปัญหา ย้ำ กติกาเข้ม ห้ามทำผิดกฎหมาย จับตาพื้นที่ใหญ่ ร้อยเอ็ด-ขอนแก่น-มหาสารคามว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงข่าว ประเด็น "การเปิดหน่วยเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี กรณี อบต. จัดตั้งเป็นเทศบาลตำบลและเทศบาลเมือง จำนวน 297 แห่ง"ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า วันนี้กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศยกฐานะ อบต. เป็นเทศบาล จำนวน 297 แห่ง ซึ่งแบ่งเป็น เทศบาลตำบล 273 แห่ง โดยจะมีเขตเลือกตั้งแห่งละ 2 เขต และเทศบาลเมือง 24 แห่ง จะมีเขตเลือกตั้งแห่งละ 3 เขต ในส่วนของจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งรวมทั้งสิ้น 1,918,259 คน จากทั้งหมด 63 จังหวัด 297 แห่ง และผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนายกเทศมนตรี 1,919,249 คน เหตุผลที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้ง 2 ประเภทแตกต่างกัน เนื่องจากว่าหากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้มีการย้ายไปย้ายมาในเขตพื้นที่ของเทศบาลเดียวกัน ทำให้สิทธิ์ในการเลือกตั้งจะเหลือเพียงนายกเทศมนตรีประเภทเดียว ส่วนจำนวนหน่วยเลือกตั้งมีทั้งสิ้น 3,901 หน่วยเลือกตั้งทั้งนี้ ช่วงเวลา 08.00 น. ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ทั้ง 63 จังหวัด ได้รายงานว่าขณะนี้ทุกหน่วยเลือกตั้งได้เปิดการลงคะแนนด้วยความเรียบร้อย และต่อจากนี้ไปจะเป็นขั้นตอนการใช้สิทธิ์ของประชาชน เป็นการลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 17.00 น. จึงขอฝากถึงประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง ก่อนที่จะออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้ตรวจสอบหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน เพื่อจะได้รู้ว่าเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในหน่วยไหน อย่างไร และลำดับที่เท่าไหร่ รวมถึงสามารถตรวจสอบได้จากบัญชีรายชื่อซึ่งมีการปิดประกาศบริเวณหน่วยเลือกตั้ง และสุดท้ายสามารถตรวจสอบได้จากแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโหวตของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งในส่วนขั้นตอนการไปใช้สิทธิ์ กกต.ขอความร่วมมือในการเตรียมหลักฐานการแสดงตนซึ่งประกอบไปด้วย บัตรประจำตัวประชาชน หรือหลักฐานอื่นใดที่ทางราชการ หน่วยงานของรัฐออกให้ ซึ่งต้องมีรูปถ่ายเลขประจำตัว 13 หลัก และไม่หมดอายุ รวมถึงหลักฐานภาพอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็น ThaiD ใบอนุญาตขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ และบัตรประจำตัวผู้พิการสำหรับสิ่งที่ต้องเน้นย้ำในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งมีการเลือกตั้งทั้ง 2 ประเภท เพราะฉะนั้นบัตรเลือกตั้งก็จะมีสีที่แตกต่างกัน โดยบัตรสีเขียวเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล ซึ่งเลือกได้ไม่เกิน 6 หมายเลข ส่วนบัตรเลือกตั้งอีกสีนึงเป็นสีเหลืองทอง เลือกนายกเทศมนตรีได้ไม่เกิน 1หมายเลข ฝากประชาชนเตรียมความพร้อมในเรื่องของสมาชิกหรือนายกที่ประสงค์จะเลือก และขอฝากข้อพึงระวังสำหรับการเลือกตั้งในวันนี้จึง จริงๆ เริ่มต้นมาตั้งแต่เมื่อวานในเวลา 18.00 น. ทั้งการห้ามจำหน่าย จ่าย แจก จัดเลี้ยงสุรา ในเขตพื้นที่ของเทศบาลจำนวน 297 แห่ง รวมถึงการห้ามโฆษณาหาเสียง ไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษกับผู้สมัครหรือผู้ใด ซึ่งมีความผิดตามกฏหมายส่วนกระบวนการไปใช้สิทธิ์นั้นก็มีข้อห้ามตามกฏหมายเช่นกัน คือ ห้ามใช้บัตรอื่นที่ไม่ใช่บัตรเลือกตั้งที่ได้รับแจกจาก กปน. ห้ามทำลายบัตรเลือกตั้งให้ชำรุดเสียหาย เช่น อาจมีการฉีกทำลายบัตร ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย และห้ามนำบัตรเลือกตั้งออกจากหน่วยเลือกตั้ง รวมถึงห้ามใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิค หรืออุปกรณ์ใดถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ทำเครื่องหมายลงคะแนนแล้ว และห้ามนำบัตรเลือกตั้งที่ออกเสียงลงคะแนนแล้วไปแสดงต่อผู้อื่น ซึ่งเหล่านี้คือกฎหมายและข้อห้ามที่ต้องพึงระวัง เพื่อให้การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกเทศบาลที่จะเกิดขึ้น 297 แห่งในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า หลายคนอาจสงสัยว่าในสถานการณ์แบบนี้ กกต. มีการแบ่งความรับผิดชอบในการควบคุมดูแลอย่างไร ซึ่งขณะนี้หากเราโฟกัสในพื้นที่ ก็จะมีบางจังหวัดที่มีการเลือกตั้งเทศบาลมากที่สุดในวันนี้ คือ จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 19 เทศบาล รองลงมาคือจังหวัดมหาสารคามและขอนแก่น อีก 13 เทศบาล ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกแห่ง ก็จะมีการควบคุม กำกับดูแลการเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเมื่อถามว่า ทางคณะกรรมการกกต. ได้เน้นย้ำไปยังเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) บ้างหรือไม่ในการปฏิบัติงาน เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดเหมือนการเลือกตั้ง สส.ที่ผ่านมา ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร กล่าวว่า เราได้มีการพูดคุยกับ "ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด" ทั้ง 77 แห่ง พร้อมกำชับขั้นก่อน วิธีการ กระบวนการให้ชัดเจนถูกต้องตามตามระเบียบกฎหมายมากที่สุด ซึ่งได้เน้นย้ำไปยัง กปนทั้งหมดในการอบรมอยู่แล้วเมื่อถามว่า ได้รับรายงานว่ามีพื้นที่ใด ต้องจับตาดูเป็นพิเศษหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องการแข่งขัน ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร กล่าวว่า บางแห่งบางจังหวัดมีการเลือกตั้งเฉพาะเทศบาลเดียว บางแห่งก็สองถึงสามเทศบาล แต่ที่เราต้องโฟกัสเป็นพิเศษ คือ จังหวัดที่มีเทศบาลมาก เช่น จังหวัดร้อยเอ็ด ที่มีมีอยู่ 19 แห่งรวมถึงมหาสารคาม และ จังหวัดขอนแก่น ที่มี 13 แห่ง และอาจมีจังหวัดใหญ่ เช่น จังหวัดนครราชสีมามีจำนวน 11 แห่ง ซึ่งจังหวัดเหล่านี้ต้องมีการโฟกัสเป็นพิเศษในการติดตามดูแลเพื่อให้กระบวนการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเมื่อถามอีกว่า ได้รับรายงาน เกี่ยวกับการกระทำที่สุ่มเสี่ยงกระทำผิดกฎหมาย ของ กกต. บ้างแล้วหรือไม่ ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่มี อาจด้วยประเด็นหลายอย่างเพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ยกฐานะเป็นเทศบาลกระบวนการจะมีการเปลี่ยนแปลงไป จากสมาชิกสภาซึ่งเดิมทีอบต. มีเขตละหนึ่งคนแต่รอบนี้ปรับเปลี่ยนเป็นเขตละหกคน ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลง ฉะนั้นกระบวนการส่วนนี้ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"อนุทิน" นายแบกพรรคน้ำเงิน! “ธนพร” มองผลนิด้าโพล “นายกหนู” มาแรงกว่า “พรรคภูมิใจไทย” อวย เรียกว่าเข้าเส้นชัยทางการเมืองแล้ว
Politics2026 Mar 29 :: 04:28

"อนุทิน" นายแบกพรรคน้ำเงิน! “ธนพร” มองผลนิด้าโพล “นายกหนู” มาแรงกว่า “พรรคภูมิใจไทย” อวย เรียกว่าเข้าเส้นชัยทางการเมืองแล้ว

"อนุทิน" นายแบกพรรคน้ำเงิน! “ธนพร” มองผลนิด้าโพล “นายกหนู” มาแรงกว่า “พรรคภูมิใจไทย” อวย เรียกว่าเข้าเส้นชัยทางการเมืองแล้ววันที่ 29 มี.ค. 2569 รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย กล่าวถึงผลโพลยกสองกระแสเลือกตั้ง 69 และคะแนนนิยมการเมืองไตรมาส 1/2569 กับ The Room 44 ระบุว่า เมื่อเปรียบเทียบกับนิด้าโพลกระแสเลือกตั้ง2 เฉพาะส่วนคะแแนนนิยม นายกฯ และ คะแนนนิยมพรรค (บัญชีรายชื่อ) ซึ่งสะท้อนภาพรวมกระแสการเมือง โดยทั่วไป ก่อนเข้าคูหา 8 กุมภา 69 พบว่า นิด้าโพลไตรมาส 1/69 มีความน่าสนใจ ครับ1.ช่วงก่อนเข้าคูหา คะแนนนิยม นายกฯ หนู เรียกได้ว่า เป็นเนื้อเดียวกับคะแนนนิยมพรรค เลย (22.24:22.60%) ต่างจากพรรค ส้ม แดง ฟ้า ที่คะแนนนิยมพรรค จะมากกว่าคะแนนนิยมว่าที่ นายกฯ2.นิด้าโพลรอบนี้ คะแนนนิยม นายกฯหนู “ นำ ”คะแนนนิยมพรรคน้ำเงิน อย่างเห็นได้ชัด (29.40:26.60%)เช่นเดียวกับพรรคเศรษฐกิจ และ พรรคไทยสร้างไทย ที่คะแนนนิยม พลเอกรังษี คุณหญิงหน่อย นำคะแนนนิยมพรรค ขณะที่ คะแนนนิยมพรรค ส้ม แดง ฟ้า จะ สูงกว่า คะแนนนิยม ว่าที่นายกฯ แต่ละพรรค3.มองจากตัวเลขที่เห็น ชัดเจนว่า ระยะยาว พรรคส้ม แดง ฟ้า มีแนวโน้มเป็นสถาบันการเมือง มากกว่า พรรคน้ำเงิน ที่หากไม่มี นายกฯหนูเป็นผู้นำพรรคน้ำเงิน จะไปต่ออย่างไร บ้านใหญ่สารพัดหลัง รวมถึง มืออาชีพตัวตึง จะไปต่อกับพรรค หรือไม่ อย่างไร4.นี่อาจไม่ใช่ปัญหาของ นายกฯหนู เพราะในฐานะการเมือง นายกฯหนูถึงเส้นชัยเรียบร้อยแล้ว แต่จะเป็นปัญหาของ ฝ่ายอนุรักษ์นิยม ที่ต้องมองหา คนเป็นตัวแทนแบบนายกฯหนู ซึ่งไม่ง่ายเลย“ขนาดโพลนิด้ารอบนี้เก็บข้อมูลช่วง โกลาหลน้ำมัน คะแนนนิยม นายหนูฯ ยังเหนือกว่า คะแนนพรรคน้ำเงินและ แทบไม่ต่างจากคะแนนนิยม ว่าที่นายกฯพรรคส้ม ซึ่งพรรคส้มได้ สส.บัญชีรายชื่อ มากกว่า พรรคน้ำเงิน เกือบ เท่าตัว (32:19) ช่วงเวลาต่อไป การเมืองไทย จึงน่าสนใจยิ่ง!”

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

นิด้าโพล เผยคะแนนนิยมการเมืองไตรมาส 1/2569 คนไทยเทใจให้ “เท้ง” นั่งนายกฯ
Politics2026 Mar 29 :: 02:46

นิด้าโพล เผยคะแนนนิยมการเมืองไตรมาส 1/2569 คนไทยเทใจให้ “เท้ง” นั่งนายกฯ

นิด้าโพล เผยคะแนนนิยมการเมืองไตรมาส 1/2569 คนไทยเทใจให้ “เท้ง” นั่งนายกฯ ขณะที่ “พรรคประชาชน” ครองแชมป์ความนิยมวันที่ 29 มี.ค. 2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 1/2569” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 19-24 มีนาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,500 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับคะแนนนิยมทางการเมือง การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 30.60 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) อันดับ 2 ร้อยละ 29.40 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 3 ร้อยละ 10.92 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 4ร้อยละ 8.20 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 5 ร้อยละ 8.08 ระบุว่าเป็น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 6 ร้อยละ 2.64 ระบุว่าเป็น พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ) อันดับ 7 ร้อยละ 1.76 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) อันดับ 8 ร้อยละ 1.56 ระบุว่าเป็น นายแพทย์ วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี) อันดับ 9 ร้อยละ 1.28 ระบุว่าเป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) อันดับ 10 ร้อยละ 1.16 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 4.20 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย)นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย) ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า (พรรคกล้าธรรม) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นางสาวตรีนุช เทียนทอง (พรรคพลังประชารัฐ) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคทางเลือกใหม่) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ (พรรคโอกาสใหม่) นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์) ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่) นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล (พรรคประชาชน) นายรังสิมันต์ โรม (พรรคประชาชน) นายวสวรรธน์ พวงพรศรี (พรรคไทรวมพลัง) ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร (พรรคประชาชน) นางสาวรักชนก ศรีนอก (พรรคประชาชน) นายกุลิศ สมบัติศิริ นายจาตุรนต์ ฉายแสง (พรรคเพื่อไทย) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ (พรรคประชาชน) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) นายวิกรม กรมดิษฐ์ นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ (พรรคประชาชน) และพลเอกบุญสิน พาดกลาง และร้อยละ 0.20 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 35.80 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 26.60 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 3 ร้อยละ 12.04 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 4 ร้อยละ 11.64 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 ร้อยละ 4.60 ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 6 ร้อยละ 2.44 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ อับดับ 7 ร้อยละ 1.76 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ อับดับ 8 ร้อยละ 1.28 ระบุว่าเป็น พรรคไทยภักดี อับดับ 9 ร้อยละ 1.24 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 2.32 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคกล้าธรรม พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาชาติ พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคโอกาสใหม่ และพรรคครูไทยเพื่อประชาชน และร้อยละ 0.28 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ซัดเดือด! "กรณ์" จวก รัฐไร้ฝีมือแก้วิกฤตพลังงาน  พร้อมแฉปมขึ้นดีเซล
Politics2026 Mar 28 :: 16:19

ซัดเดือด! "กรณ์" จวก รัฐไร้ฝีมือแก้วิกฤตพลังงาน พร้อมแฉปมขึ้นดีเซล

ซัดเดือด! "กรณ์" จวก รัฐไร้ฝีมือแก้วิกฤตพลังงาน ลั่น อย่าบริหารด้วยความหวัง พร้อมแฉปมขึ้นดีเซล-ข้อมูลน้ำมันปริศนาเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กับทาง The Room44 ถึงสถานการณ์วิกฤตพลังงาน โดยชี้ว่ารัฐบาลต้องยอมรับว่าวิกฤตโลกเกิดขึ้นแล้วและมีแนวโน้มยืดเยื้อ จึงจำเป็นต้องมีแผนรองรับอย่างรอบด้าน ไม่สามารถบริหารด้วย “ความหวัง” ได้นายกรณ์ระบุว่า สิ่งสำคัญคือการเข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ทั้งจุดอ่อน ความเปราะบาง และโอกาสในภาวะวิกฤต เพื่อให้ประเทศสามารถรับมือได้โดยประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุดในประเด็นราคาน้ำมัน กรณ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลไม่เพียงขาดฝีมือ แต่ยังขาด “ใจ” ในการยืนอยู่ข้างประชาชน ทำให้เกิดความรู้สึกว่ารัฐให้ความสำคัญกับกลุ่มอื่นมากกว่า โดยเฉพาะกรณีปรับขึ้นราคาดีเซล 6 บาท ซึ่งมองว่าเป็นการตัดสินใจที่ขาดการสื่อสาร และอาจเป็นเพียงการปรับขึ้น “ขั้นบันได” เนื่องจากราคาตลาดจริงสูงกว่านี้มากนายกรณ์ยังตำหนิไปถึงรัฐบาลว่าการ “ลักหลับ” ปรับขึ้นราคาน้ำมัน โดยไม่ชี้แจงต่อรัฐสภาและไม่ส่งสัญญาณล่วงหน้าให้ประชาชนรับรู้ พร้อมเสนอว่าหากฝ่ายบริหารเข้าชี้แจงสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมา จะช่วยสร้างความเข้าใจและความร่วมมือจากทุกฝ่ายได้มากกว่านอกจากนี้ กรณ์ตั้งข้อสังเกตถึงระบบข้อมูลน้ำมันของประเทศว่าควรสามารถติดตามได้ทุกขั้นตอน แต่กลับไม่สามารถอธิบายได้ว่าน้ำมันบางส่วนหายไปไหน พร้อมระบุว่ามีการพูดถึง “ไอ้โม่ง” ในระบบพลังงานอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนนายกรณ์ยังแสดงความกังวลต่อวัฒนธรรมการใช้อำนาจของรัฐบาล โดยเตือนว่าอำนาจที่สูงเป็น “ดาบสองคม” และอาจตกอยู่ในภาวะ “Echo Chamber” ที่รับฟังเฉพาะความคิดเห็นที่สอดคล้องกับตนเอง พร้อมเรียกร้องให้เปิดรับเสียงจากภายนอกมากขึ้นสำหรับภาพรวมเศรษฐกิจ นายกรณ์มองว่าวิกฤตครั้งนี้มีความท้าทายสูง และอาจรุนแรงกว่าช่วงก่อนหน้า เรียกได้ว่า “ถ้าไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน รัฐบาลส่วนใหญ่ไปต่อได้ ยกเว้นกรณีวิกฤตรุนแรงจริง ๆ อย่างต้มยำกุ้ง” กรณ์กล่าวอย่างไรก็ตามการอภิปรายที่พุ่งเป้าไปยัง พิพัฒน์ รัชกิจประการ นั้น นายกรณ์มองว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เนื่องจากบทบาทและคำให้สัมภาษณ์ที่อาจก่อให้เกิดข้อกังขาเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจทั้งนี้ นายกรณ์ทิ้งท้ายว่า รัฐบาลยังสามารถเดินหน้าต่อได้ หากยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และไม่มีปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน พร้อมย้ำว่าการแก้ปัญหาพลังงานต้องอาศัยความโปร่งใสและความกล้าทางการเมืองในการปรับโครงสร้างอย่างเป็นธรรม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

เช็กค่าการกลั่นเดือด! "อรรถพล" ตั้งทีมลุยตรวจต้นทุนโรงกลั่น สางปมราคาน้ำมันพุ่ง
Politics2026 Mar 28 :: 12:46

เช็กค่าการกลั่นเดือด! "อรรถพล" ตั้งทีมลุยตรวจต้นทุนโรงกลั่น สางปมราคาน้ำมันพุ่ง

เช็กค่าการกลั่นเดือด! "อรรถพล" ตั้งทีมลุยตรวจต้นทุนโรงกลั่น สางปมราคาน้ำมันพุ่ง จัดสมดุลผลกำไร-ค่าครองชีพ หวังคืนความเป็นธรรมให้ประชาชนวันนี้ 28 มี.ค. 2569 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังงาน Meet the Press "1 เดือน วิกฤตโลก : แผนรับมือไทย ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม" ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ว่า จากวิกฤตด้านพลังงานที่เกิดขึ้น กระทรวงพลังงาน ได้ออกมาตรการและแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งหนึ่งในปัญหาที่มีการกล่าวถึงกันมากคือเรื่อง ค่าการกลั่น ซึ่งกระทรวงพลังงานไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเมื่อวานนี้ ได้มีการลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบค่าการกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะทำงาน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงานหรือผู้แทน ผู้แทนกรมธุรกิจพลังงาน ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยมีผู้อำนวยการกองนโยบายและแผนปิโตรเลียม สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เป็นคณะทำงานและเลขานุการทั้งนี้ เนื่องจากหลังเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พบว่าค่าการกลั่นปรับตัวสูงกว่าระดับปกติจนกระทบต่อเสถียรภาพราคาและภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยคณะทำงานชุดนี้ จะเร่งรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลต้นทุนเชิงลึกจากหน่วยงานรัฐและผู้ประกอบกิจการโรงกลั่น ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทุนน้ำมันดิบ ค่าใช้จ่ายในการนำเข้า ต้นทุนส่วนเพิ่ม ต้นทุนการผลิต ไปจนถึงผลกำไรและขาดทุนของโรงกลั่น เพื่อนำมาประเมินค่าการกลั่นให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด แต่ก็จะพิจารณาให้เกิดความยุติธรรมกับทุกภาคส่วน ก่อนนำผลที่ได้เสนอเป็นแนวทางกำหนดมาตรการในการบริหารจัดการกิจการโรงกลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสมในช่วงวิกฤตนี้ต่อไป"สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโดยตรง และหลังเกิดสถานการณ์พบว่า ค่าการกลั่นพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องตั้งคณะทำงานชุดนี้ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบข้อมูลต้นทุนและกระบวนการทั้งหมด เพื่อให้ค่าการกลั่นที่โรงกลั่นได้รับเป็นไปอย่างเป็นธรรมและสอดคล้องกับความเป็นจริงที่สุด โดยจะพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งในแง่ของกลไกตลาด ผลกระทบต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจ และให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้จะเป็นแนวทางสำคัญที่สามารถให้รัฐออกมาตรการบริหารจัดการกิจการโรงกลั่นน้ำมันในช่วงวิกฤตนี้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการกำหนดราคาค่าการกลั่นที่ยุติธรรมกับทุกฝ่ายโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ" นายอรรถพล กล่าวทิ้งท้าย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

วิกฤติโลกที่ไม่เหมือนเดิม แผนรับมือไทย ที่โยนภาระให้ประชาชนเหมือนเดิม
Politics2026 Mar 28 :: 11:34

วิกฤติโลกที่ไม่เหมือนเดิม แผนรับมือไทย ที่โยนภาระให้ประชาชนเหมือนเดิม

วิกฤติโลกที่ไม่เหมือนเดิม แผนรับมือไทย ที่โยนภาระให้ประชาชนเหมือนเดิมเวที Meet the Press ที่ทำเนียบรัฐบาล ที่เอาบรรดาว่าที่ ครม.ในรัฐบาลชุดใหม่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และที่น่าจะไม่ได้ไปต่อ อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงานมารับหน้าเสื่อตอบคำถามสื่อถึงวิกฤติพลังงาน โดยมี ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาสภาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นั่งกำกับบทอยู่ข้างๆมีอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ก่อนอื่นเลยต้องโทษคนที่ คิดงานนี้ออกมาก่อน ปัญหาน้ำมันจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง ที่เป็นปัญหาใหญ่มากไม่ใช่ของประเทศไทย แต่เป็นของมวลมนุษย์ทุกคนบนโลกนี้ ที่ได้รับผลกระทบเหมือนกันหมดไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ที่จะมาจัดเป็นรายการ Meet the Press นอกจากไม่เท่ห์ แล้ว ยังเห็นความหน่อมแน้มของ รัฐบาลอนุทิน ก็ในเมื่อ เอกนิติ อารัมภบท ตั้งแต่ปิดฉากแล้วว่า ไม่คิดว่า จะเกิดสงครามในตะวันออกกลาง และไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า สงครามจะยุติเมื่อไหร่ จะเลวร้ายขนาดไหน และพยายามเอาดีใส่ตัว ที่รัฐบาลออกมาตรการต่างๆออกมาก็เพื่อช่วยเหลือประชาชน เห็นความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ ก่อนจะตบท้ายว่า ที่ปล่อยให้น้ำมันเป็นไปตามกลไกตลาดเพราะเงินกองทุนใกล้จะถังแตก เต็มทีแล้วเลยปล่อยให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มขึ้นทีเดียว 6 บาทต่อลิตร โดยไปอ้างเหตุผลว่าที่ต้องตัดสินใจขึ้นราคาเอากลางดึกก็เพราะราคาน้ำมันประเทศเพื่อนบ้านแพงกว่า ก็เลยต้องแพงตาม เอาสีข้างเข้าถู จนถลอกไปหมด แต่ก็ยังเอาดีใส่ตัวต่อไปว่า ตอนนี้รัฐบาลก็ยังอุ้มอยู่เช่นดียวกับศุภจี เจ้าเก่า จะหายไปปรับโหงวเฮ้ง มาอย่างไร ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึัน จารไนย การลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วยการควบคุมราคาสินค้า อุปโภคบริโภค 66 รายการ และจะควบคุมสินค้าที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของชาวบ้านอื่นๆอีกรวมแล้วมากว่า 71 รายการ โดยไม่ฟังว่า วันที่รัฐบาลจัดงาน พบสื่อ สหกรณ์ไข่ไก่ ประกาศแล้วว่า จะขอขึ้นราคาไข่ไก่อีก แผงละ 6 บาท วันที่ 2 เม.ย.นี้ เรือโดยสารคลองแสนแสบก็จะขอขึ้นราคาอีก สินค้าที่ขึ้นราคาไปแล้ว อีกบานตะไทสีหศักดิ์​ ก็ยังยกแม่น้ำทั้งห้า ในการพยายามเจรจากับอิหร่าน เพื่อให้เรือสินค้าและบรรทุกน้ำมัน ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีเรือของไทยผ่านไปได้2 ลำแล้วในจำนวนนั้นมีเรือบางจากอยู่ด้วย เสมือนว่า เป็นวีรกรรมอันยิ่งใหญ่เป็นผลงานชิ้นโบว์แดง รู้ไหมว่า สหรัฐฯ ประกาศระงับวีซ่า ชั่วคราวอีก 75 ประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือ ในนั้น มีประเทศไทยอยู่ด้วย คนไทยจะเดือดร้อนแค่ไหน ไม่พูด แต่ยอมรับว่า เรือสินค้าไทยที่ถูกอิหร่านยิง ในช่องแคบฮอร์มุซ จนบัดนี้ยังหาลูกเรือ 3 คนไม่พบไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนสุดท้ายก็ต้องยกให้ นายกฯ อนุทิน พูดเป็นแผ่นเสียงตกร่อง ที่ต้องขึ้นราคาน้ำมันทีเดียว 6 บาทในยามค่ำคืน เพราะถ้าจะใช้เงินกองทุนไปชดเชย ก็จะเป็นการอุ้มมากเกินไป ซึ่งปัจจุบัน ใช้เงินกองทุนติดลบไปแล้ว 3.8 หมื่นล้าน หนี้ท่วมหัว งบประมาณจะไม่พอจ่ายและจะทำให้มีการกักตุนน้ำมันกันมากขึ้นเพราะราคาน้ำมันไทยขายถูกกว่าประเทศเพื่อนบ้านเกือบทั้งหมดยกเว้น อินโดนีเซียและบรูไน เช่นสิงคโปร์ ดีเซลลิตรละ 100บาท เมียนมา 68 บาท ฟิลิปปินส์ลิตรละ 66 บาท สปป ลาวลิตรละ 64 บาท กัมพูชาลิตรละ 57 บาท เวียดนาม 47 บาท มาเลเซีย 45.59 บาท ส่วนไทยอยู่ที่ลิตรละ 38.94 บาทคิดดู ที่ผ่านมา พ่อค้าน้ำมัน ไอ้โม่ง 3 ตัว จะได้ผลประโยชน์มหาศาลขนาดไหน นายกฯไม่ได้พูดถึง ไอ้โม่ง 3 ตัว(โรงกลั่น พ่อค้า jobber)แม้แต่คำเดียว คนในรัฐบาลไม่มีใครกล้าพูดถึง ไอ้โม่งอีกเลย หลังจากที่นายกฯอนุทิน บอกสื่อว่าไม่มี ไอ้โม่งแต่ที่นายกฯอนุทิน ย้ำแล้วย้ำอีก คือ ราคาน้ำมันเราถูกกว่าประเทศอื่น สาเหตุที่น้ำมันขาดแคลน เพราะความต้องการน้ำมันของประชาชนมากกว่า ปกติจากวันละ 67 ล้านลิตร เป็น 82 ล้านลิตร วิธีแก้ปัญหาคือ ให้คนไทยเลิกตื่นตระหนก แล้ว กลับมาใช้น้ำมันตามปกติคือวันละไม่เกิน 67 ล้านลิตร ก็จะแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนได้มาตรการที่เด็ดที่สุดคือ ให้ประชาชน ช่วยกันลดการใช้น้ำมันลงวันละ 1 ลิตร จะลดการใช้น้ำมันได้วันละ 10 ล้านลิตร พูดง่ายแต่ทำยากแก้ปัญหาเหมือนเด็กเล่นขายของไฮไลด์ของงานมีผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมันจากต่างประเทศ ตั้งคำถามว่า จะมีแนวทางหาน้ำมันจากแหล่งอื่นอย่างไร และจะควบคุมคุณภาพอย่างไรให้เท่ากับน้ำมันที่มาจากตะวันออกกลาง พร้อมเสนอว่า รัฐบาลควรจะตั้งคณะทำงานที่มีความรู้ด้านพลังงาน โรงกลั่น การกระจายน้ำมัน การขนส่ง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นวาระแห่งชาติรมว.พลังงานตอบได้แค่การหาแหล่งน้ำมันสำรองจากหลายแหล่ง เช่นแอฟริกาใต้ แต่ไม่ได้ ให้รายละเอียดใดๆ รวมทั้งการหาเส้นทางการขนส่งน้ำมันอื่นจากตะวันออกกลางที่ไม่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่โดนใจชาวบ้านต้องยกให้คำถามของ ดร.เกษมสันต์ วีระกุล อดีตเลขาฯรมว.คลัง ที่แสดงอาการผิดหวัง ต่อมาตรการรับมือในการแก้ปัญหาของรัฐบาล “การสื่อสารจะต้องยกเครื่องนะครับท่านนายกฯ ในทุกมิติคือการลงมือทำ สร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้กับประชาชน ซึ่งในขณะนี้ เห็นตรงกันว่า มันเกิดวิกฤติศรัทธาแล้ว”การจัดงานวันนี้ ความคาดหวัง อยากจะฟังแผนรับมือ แต่เราต้องมารับฟังสถานการณ์ในอดีต ดีใจที่เห็นนายกฯมาขอโทษประชาชน แต่ประชาชนก็อยากจะรู้ว่ารัฐบาลจะทำอย่างไรต่อไป โดยมีข้อเสนอให้ยกเครื่องการสื่อสารและ ศบก. ให้ชัดเจน โปร่งใส และรวดเร็วกว่านี้หมายเหตุ รายการที่รัฐบาลจัดขึ้น ไร้เงา พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ จากพรรคประชาชน ออกมาแฉว่า มีการถือหุ้นอยู่ในบริษัทพ่อค้าน้ำมันรายใหญ่ และรายย่อย หรือ Jobber อยู่ด้วยวิกฤติพิสูจน์ความเป็นผู้นำ ประเทศไทยไม่ใช่สนามเด็กเล่น ของแทร่

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ซาบีดา” ลุยเปิดเส้นทางพหุวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี ชวนสัมผัสวัฒนธรรม 3 วิถี
Politics2026 Mar 28 :: 09:05

“ซาบีดา” ลุยเปิดเส้นทางพหุวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี ชวนสัมผัสวัฒนธรรม 3 วิถี

“ซาบีดา” ลุยเปิดเส้นทางพหุวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี ชวนสัมผัสวัฒนธรรม 3 วิถี ดัน 7 ไฮไลต์ Unseen Thai Thai สร้างรายได้กลับสู่ชุมชนเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “เส้นทางตามรอยศรัทธา เมืองพหุวัฒนธรรมปัตตานี จังหวัดปัตตานี” ภายใต้โครงการเส้นทางท่องเที่ยวในมิติศาสนา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี โดยมีนางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล (Quick Big Win) ที่มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ทางวัฒนธรรมใหม่ (Unseen Thai Thai) เพื่อสร้างสรรค์และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวในมิติศาสนา อันจะช่วยยกระดับอัตลักษณ์ของพื้นที่ สร้างคุณค่าทางสังคม และสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและชุมชนอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ จังหวัดปัตตานีถือเป็นพื้นที่ที่มีความโดดเด่นด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ภาษา อาหาร วิถีชีวิต และศาสนา โดยเป็นพื้นที่ที่ผสมผสานความเชื่อของศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ และวัฒนธรรมจีนไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน สะท้อนผ่าน “แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม 3 วิถี” ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด สำหรับจังหวัดปัตตานี เป็น 1 ใน 20 เส้นทางท่องเที่ยวในมิติศาสนาที่ได้รับการส่งเสริมในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยกรมการศาสนาได้มุ่งพัฒนาศักยภาพวัด ศาสนสถาน และชุมชนโดยรอบ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศาสนาและวัฒนธรรม ควบคู่กับการส่งเสริมเศรษฐกิจ มีไฮไลต์ Unseen 7 จุดสำคัญ ได้แก่ 1. อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว ชุมชนวัดทรายขาว และมัสยิดนัจมุดดิน มัสยิดโบราณกว่า 300 ปี สะท้อนวิถีชุมชน 2 วัฒนธรรม (พุทธ–มุสลิม) พร้อมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เช่น เดินป่า นั่งรถจิ๊บโบราณ และเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น 2. วัดราษฎร์บูรณาราม(วัดช้างให้) วัดเก่าแก่กว่า 300 ปี ที่ประดิษฐานหลวงปู่ทวด พระเถราจารย์ผู้มีชื่อเสียง เป็นศูนย์รวมศรัทธาของพุทธศาสนิกชน 3. เมืองโบราณยะรัง แหล่งโบราณคดีสำคัญของภาคใต้ ซึ่งเชื่อว่าเป็นศูนย์กลางอาณาจักรลังกาสุกะ อายุกว่า 1,000 ปี 4. ศาลเจ้าเล่งจูเกียง (ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว)ศาลเจ้าเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีความเชื่อเรื่อง “เงินถุงแดง” เพื่อความเป็นสิริมงคล 5. มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานีศูนย์กลางศาสนาอิสลามในพื้นที่ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทัชมาฮาล 6. มัสยิดกรือเซะ โบราณสถานอายุกว่า 300 ปีโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอิฐแดงแบบอาหรับ 7. วัดอัครเทวดาคาเบรียล ศูนย์กลางคริสตชนคาทอลิกในจังหวัดปัตตานี สะท้อนบทบาทของคณะธรรมทูตในอดีต นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนพหุวัฒนธรรม ผ่านการเลือกซื้อสินค้าและลิ้มลองอาหารพื้นถิ่น อาทิ ไก่ฆอและ ไข่พ่อเฒ่า ข้าวยำปัตตานี ปลาส้ม มะตะบะ โรตีปาแย ละแซ ตูปะซูตง (ปลาหมึกยัดไส้ข้าวเหนียว) ยำส้มแขก และแกงไตปลาน้ำขลุกขลิก รวมถึงผลิตภัณฑ์วัฒนธรรม เช่น ผ้าจวนตานี ลูกปัดมโนราห์ และผ้าบาติกพิมพ์ลาย ตลอดจนการเช่าบูชาวัตถุมงคล เหรียญหลวงปู่ทวดจากวัดช้างให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้วัดและศาสนสถานเป็นศูนย์กลางของชุมชนในการถ่ายทอดคุณธรรมและภูมิปัญญา สร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ท้องถิ่น และกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม ในโอกาสนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา จึงขอเชิญชวนศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ร่วมเดินทางมาสัมผัส “เส้นทางตามรอยศรัทธา เมืองพหุวัฒนธรรมปัตตานี” เพื่อเรียนรู้รากฐานทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย สัมผัสวิถีชีวิตที่เรียบง่ายเปี่ยมด้วยศรัทธา และร่วมสืบสาน อนุรักษ์ และเผยแพร่คุณค่าทางศาสนาและวัฒนธรรมให้คงอยู่อย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมของประเทศไทยสู่ระดับสากลต่อไป

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"ลุงป้อม" ชวนชิมอาหารใต้แท้รสจัดจ้าน บรรยากาศคาเฟ่ เป็นกันเอง ตอบโจทย์ทั้งสายอาหารพื้นถิ่น
Politics2026 Mar 28 :: 08:21

"ลุงป้อม" ชวนชิมอาหารใต้แท้รสจัดจ้าน บรรยากาศคาเฟ่ เป็นกันเอง ตอบโจทย์ทั้งสายอาหารพื้นถิ่น

"ลุงป้อม" ชวนชิมอาหารใต้แท้รสจัดจ้าน บรรยากาศคาเฟ่ เป็นกันเอง ตอบโจทย์ทั้งสายอาหารพื้นถิ่นวันที่ 28 มี.ค.พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เดินทางไปรับประทานอาหารที่Gatui (กาตุ่ย)อาหารใต้ ซอยรามอินทรา 5 แยก 7 กทม.พร้อมพี่น้อง หลาน ๆ และกลุ่มเพื่อนเตรียมทหาร ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเองร้านกาตุ่ย อาหารใต้ มีจุดเด่นด้านการปรุงอาหารจากเครื่องแกงที่ทำเอง คัดสรรวัตถุดิบจากชุมชนในภาคใต้โดยตรง เพื่อคงเอกลักษณ์รสชาติอาหารใต้ดั้งเดิมที่เข้มข้น หอม และถึงเครื่อง อีกทั้งยังพัฒนาเครื่องแกงสำเร็จรูปภายใต้แบรนด์ “บ้าน BJ” สำหรับผู้ที่ต้องการนำรสชาติอาหารใต้แท้ไปปรุงรับประทานที่บ้านเมนูยอดนิยมที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ ขนมจีนปักษ์ใต้ น้ำยารสเข้มข้น เครื่องแน่น เสิร์ฟพร้อมผักสดหลากหลาย หมูฮ้องเนื้อนุ่ม เคี่ยวจนเข้าเนื้อ รสหวานเค็มกลมกล่อม และเกาเหลาเนื้อโคขุน น้ำซุปหอม เนื้อโคขุนนุ่ม เอาใจผู้ที่ชื่นชอบเมนูเนื้อโดยเฉพาะด้านน.ส.จุฬารัตน์ นัดส์ ผู้จัดการร้าน เปิดเผยว่า ทราบจากสื่อว่า พล.อ. ประวิตร มีการตระเวนชิมอาหารเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เมื่อทราบว่ามีกิจกรรมที่สนามกอล์ฟ ทบ.รามอินทรา ซึ่งอยู่ใกล้กับร้าน จึงได้ประสานงานผ่านหลายช่องทางจนสามารถติดต่อกับทีมงานได้ และรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่มีโอกาสต้อนรับในครั้งนี้ทั้งนี้ ภายหลังรับประทานอาหาร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “วันนี้ได้มาชิมอาหารใต้แท้ ๆ รสชาติเข้มข้น อร่อยถึงเครื่อง วัตถุดิบสด บรรยากาศร้านสบาย ๆ เป็นกันเอง เหมาะกับการมาทานข้าวร่วมกันทั้งครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ถือเป็นอีกร้านที่อยากแนะนำให้มาลอง

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

เตรียมทูลเกล้าฯ "ครม.อนุทิน 2"  30 มี.ค.นี้ หลัง 35 รายชื่อ ผ่านด่านอรหันต์ตรวจเข้มคุณสมบัติ
Politics2026 Mar 28 :: 06:48

เตรียมทูลเกล้าฯ "ครม.อนุทิน 2" 30 มี.ค.นี้ หลัง 35 รายชื่อ ผ่านด่านอรหันต์ตรวจเข้มคุณสมบัติ

เตรียมทูลเกล้าฯ "ครม.อนุทิน 2" 30 มี.ค.นี้ หลัง 35 รายชื่อ ผ่านด่านอรหันต์ตรวจเข้มคุณสมบัติ ชัด"นิกร"เข้าวินเสียบแทน"ปุ๋ง"หลังพท.ส่ง 3 ชื่อ"นิกร-เดียร์ ขัตติยา - วิสุทธิ์"สำหรับความคืบหน้ารัฐบาล อนุทิน 2 หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระบุถ้าไม่มีปัญหาอะไร เตรียมน้ำรายชื่อครม.ขึ้นทูลเกล้าฯวันที่ 30 มี.ค.นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 มี.ค.การตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติของว่าที่รัฐมนตรีใหม่ในรัฐบาล "อนุทิน 2" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากติดปัญหาเรื่องคุณสมบัติของน.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) โดยทางพรรคพท.ได้ส่งรายชื่อ มาใหม่ 3 รายชื่อสำรอง เพื่อตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติ คือ นายนิกร โสมกลาง นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และน.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ซึ่งผ่านทั้ง 3 คน แต่สุดท้าย เคาะนำรายชื่อนายนิกร เสนอเป็นรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แทนน.ส.สุดาวรรณ วันที่ 30 มี.ค.นายอนุทินจะหารือกับหน่วยงานที่ตรวจสอบคุณสมบัติเป็นครั้งสุดท้าย หากทุกอย่างเรียบร้อย ไม่มีอะไรติดขัด นายกรัณนำรายชื่อทั้ง 35 คน ขึ้นทูลเกล้าฯ ตามขั้นตอน โดยรายชื่อประกอบด้วย1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย 2.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม 3.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี 4.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง 5.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี 6.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ 7.นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 8.นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์9.นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ 10.น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรกฯ 11.นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ 12.นางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ 13.พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม 14.นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา 15.นายนิกร โสมกลาง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์16.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ 17.นายวัชรพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ 18.น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัชรมช.เกษตรและสหกรณ์ 19.นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติรมช. คมนาคม 20.นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช. คมนาคม 21.นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม 22.นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 23.น.ส.แนน บุญย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 24.นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 25.นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์รมว.พลังงาน26.นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์รมช. มหาดไทย 27.นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์รมช.มหาดไทย 28.นายพลพีร์ สุวรรณฉวีรมช.มหาดไทย 29.พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม30.นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน 31.น.ส,ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว. วัฒนธรรม 32.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ 33.นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์รมช. ศึกษาธิการ 34.นายพัฒนา พร้อมพัฒน์รมว.สาธารณสุข 35.นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว. อุตสาหกรรม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อนุทิน” ขอโทษประชาชน ปมราคาน้ำมันปั่นป่วน ยืนยันสงกรานต์นี้น้ำมันพอ
Politics2026 Mar 28 :: 06:44

“อนุทิน” ขอโทษประชาชน ปมราคาน้ำมันปั่นป่วน ยืนยันสงกรานต์นี้น้ำมันพอ

“อนุทิน” ขอโทษประชาชน ปมราคาน้ำมันปั่นป่วน ย้ำชัด สงกรานต์นี้มีน้ำมันพอ ขณะที่ "เอกนิติ" ลั่นวิกฤตพลังงานกระทบไทยหนัก หลัง 'ปิดช่องแคบฮอร์มุซ' เดินหน้าพยุงราคาน้ำมัน-ดูแลค่าครองชีพ ด้าน 'ศุภจี'​ เตรียมยกระดับควบคุมราคาสินค้าจำเป็นเพิ่มอีก 6 รายการ ด้าน “สีหศักดิ์ ” เร่งตามหา 3 ลูกเรือ ‘มยุรี นารี’ ย้ำยังไม่สามารถยืนยันชะตากรรมได้ ที่ทำเนียบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”ชี้แจงแผนรับมือวิกฤตโลกครบ 1 เดือน เน้นสร้างความเข้าใจทิศทางรัฐบาลและคลายความกังวลประชาชน รัฐบาลตั้งศูนย์บูรณาการติดตามสถานการณ์รายวัน ครอบคลุมด้านต่างประเทศ พลังงาน ราคาสินค้า และผลกระทบประชาชน เน้นเจรจากับต่างประเทศให้น้ำมันและสินค้าขนส่งถึงไทยอย่างปลอดภัย รวมถึงแก้ปัญหาน้ำมันภายในประเทศ เพิ่มรอบขนส่ง อัดฉีดน้ำมันสำรอง และปราบปรามกักตุน-ลักลอบส่งออก ตรึงราคาน้ำมันให้น้อยลงตามกลไกตลาดโลก ลดภาระกองทุนน้ำมัน ขณะให้ความสำคัญผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกร มาตรการพยุงเศรษฐกิจและค่าครองชีพ เช่น สินค้าควบคุม 66 รายการ ร้านธงฟ้า และไทยช่วยไทย เพื่อช่วยประชาชนปรับวิถีชีวิตประหยัดพลังงาน ยืนยันพร้อมรับมือสงกรานต์ ปั๊มน้ำมันบนเส้นทางหลักทุกจังหวัดจะมีน้ำมันเพียงพอ และขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสผู้กระทำผิดกฎหมายด้านพลังงานและราคาสินค้า"อรรถพล" ย้ำ สต๊อกน้ำมันไทยเพียงพอ รับมือ วิกฤตะวันออกกลาง เดินหน้าปรับแผนรายวันนายอรรถพล​ ฤกษ์​พิบูลย์​ รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​พลังงาน​ กล่าวว่า​ กระทรวงพลังงานยืนยันมีสำรองน้ำมันเพียงพอ 107 วัน พร้อมจัดเรือบรรทุกตามแผนถึงพฤษภาคม ระงับส่งออกชั่วคราวและตรวจสต๊อกน้ำมัน เพิ่มกำลังผลิตน้ำมันดีเซล ปรับสัดส่วนน้ำมันชีวภาพ และผ่อนผันนำเข้าเพื่อรองรับความต้องการสูง ตรวจสอบคลังน้ำมัน 53 แห่ง ถังสำรอง 589 ถัง และสถานีบริการ 2–3 พันแห่ง ป้องกันการกักตุนผิดกฎหมาย ราคาน้ำมันปรับตามกลไกตลาดโลก พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจ War Premium และประสานภาษีลาภลอย ช่วงสงกรานต์จัดน้ำมัน 7 ล้านลิตรต่อวัน พร้อมแอปตรวจสอบสถานะน้ำมัน เตรียมสำรองและนำเข้าเพิ่มจากผู้ค้าใหญ่เพื่อความมั่นใจประชาชน"เอกนิติ" วิกฤตพลังงาน กระทบไทยหนักเหตุ 'ปิดช่องแคบฮอร์มุซ' เดินหน้าพยุงราคาน้ำมัน-ดูแลค่าครองชีพนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึง รัฐบาลมองวิกฤตตะวันออกกลางเป็นวิกฤตพลังงานระดับโลกและยืดเยื้อ กระทบราคาน้ำมันและค่าครองชีพ ใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงรักษาเสถียรภาพราคาโดยไม่แทรกแซงตลาดจนเกินไป และปรับลดอุดหนุนตามความเหมาะสม สั่งรัดเข็มขัดค่าใช้จ่ายภาครัฐ ลดงบไม่จำเป็น สนับสนุน Work from Home เพื่อประหยัดพลังงาน เตรียมมาตรการช่วยกลุ่มเปราะบางผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและบริหารงบค่าขนส่งไม่ให้กระทบราคาสินค้า ย้ำใช้เงินภาษีประชาชนอย่างคุ้มค่า ครอบคลุมทุกกลุ่ม แม้ไม่ใช่ทุกคนจะใช้พลังงานโดยตรง'ศุภจี'​ กางแผนเชิงรุกรับมือวิกฤตโลก ยกระดับการควบคุมราคาสินค้าจำเป็นเพิ่มอีก 6 รายการ เตรียมขนทัพสินค้ากว่า 1,000 รายการ ลดสูงสุด​ 50%นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์เน้นจัดการสินค้าควบคุมเพิ่ม 6 รายการและติดตามคุณภาพ-ปริมาณใกล้ชิดตรวจสอบราคาพลังงานและค่าการกลั่นร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง แม้ราคากำหนดโดยกระทรวงพลังงาน เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่กว่า 4,000 แห่งและแก้ไขร้องเรียนขายเกินราคา ~400 เรื่อง เปิดโครงการ "ไทยช่วยไทย" ลดราคาสินค้าจำเป็น 25–50% พร้อมกระจายสินค้าชุมชนและรถธงฟ้าเคลื่อนที่ แก้ปัญหาการนำเข้าวัตถุดิบและรักษาส่งออกข้าว โดยปรับสูตรปุ๋ยและเจรจาตลาดใหม่ในแอฟริกา-ละตินอเมริกา“สีหศักดิ์ ” เร่งตามหา 3 ลูกเรือ ‘มยุรี นารี’ ย้ำยังไม่สามารถยืนยันชะตากรรมได้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศเน้นความปลอดภัยของคนไทยกว่า 1 แสนคนในตะวันออกกลาง จัดวอร์รูมและอพยพกลับได้ 1,500 คน ประสานสถานทูตอิหร่าน สหรัฐ อิสราเอล และประเทศตะวันออกกลางอื่นๆ เพื่อความปลอดภัยและเส้นทางเดินเรือปลอดภัย ติดตามเหตุโจมตีเรือไทยในช่องแคบฮอร์มุซและประสานอิหร่านให้ช่วยลูกเรือ พร้อมยืนยันสิทธิการเดินเรือระหว่างประเทศ ติดต่อหาแหล่งน้ำมันสำรองจากบราซิล ไนจีเรีย อาเซอร์ไบจาน คาซัคสถาน พร้อมร่วมกับกระทรวงพลังงานและ ปตท. ไทยเสนอประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ เน้นยุติสงคราม เคารพกติกา และเตรียมความพร้อมความมั่นคงพลังงาน-อาหารในภูมิภาคมอง MOU 43 ยังมีความจำเป็น ส่วนยกเลิก MOU 44 ต้องชงครม.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการยกเลิก MOU 43-44 ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติงานสะท้อนมาว่า ต้องการเครื่องมือในการปฏิบัติงาน หาก MOU ดังกล่าวถูกยกเลิก ว่า หลักการยกเลิก MOU ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และต้องแจ้งไปยังฝ่ายกัมพูชา และหากไม่มี MOU แล้ว จะใช้แนวทางอะไรก็ต้องคุยควบคู่กันไปด้วย นายสีหศักดิ์ มองว่า MOU 43 มีความจำเป็นอยู่ แต่ก็ต้องไปดูอีกที ย้ำว่าขณะนี้ยังเห็นความจำเป็น แต่ก็ต้องเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ด้วยนายกฯ ตอบสื่อต่างประเทศยันไทยไม่ใช่คนป่วยของเอเชีย ชี้นักลงทุนต่างชาติยังมีความเชื่อมั่นนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ตอบสื่อต่างประเทศกรณีวิกฤตพลังงานว่า ประเทศไทย “ยังโอเคอยู่ ไม่ได้ป่วย” นายกรัฐมนตรียืนยันว่านักลงทุนต่างชาติยังมีความเชื่อมั่นในประเทศไทย โครงสร้างพื้นฐานยังคงแข็งแรงและไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับวิกฤตพลังงาน นายกรัฐมนตรีระบุว่าประเทศมีพลังงานเพียงพอรองรับภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด พร้อมสร้างศักยภาพที่ดียิ่งขึ้นสำหรับนักลงทุนวง “Meet the Press” 1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม ด้าน ’เกษมสันต์‘ ฟาด อยากเห็นแผนรับมือในอนาคต ไม่ใช่มาฟังเรื่องสถานการณ์ในอดีตรัฐบาลจัดเวที “Meet the Press” นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมทีมเศรษฐกิจ ชี้แจงแผนรับมือวิกฤตตะวันออกกลางหลังครบ 1 เดือน ทั้งด้านพลังงาน ราคาสินค้า และเศรษฐกิจ โดยยืนยันว่าประเทศมีน้ำมันสำรองเพียงพอ และสามารถจัดหาแหล่งอื่นทั้งอเมริกา แอฟริกาใต้ มาเลเซีย และซาอุดีอาระเบีย พร้อมปรับผลิตภัณฑ์น้ำมันให้เหมาะสม รัฐบาลยังเน้นควบคุมราคาสินค้าโดยเฉพาะข้าวแกงและวัตถุดิบ ตลอดจนปรับกลไกกองทุนน้ำมันให้ยืนระยะได้ยั่งยืน พร้อมเร่งมาตรการคนละครึ่งพลัสเพื่อช่วยประชาชน มีข้อเสนอให้ปรับปรุงการสื่อสารให้โปร่งใส ฉับไว และเห็นใจประชาชนมากขึ้น โดยให้โฆษกหลักเป็นผู้เชี่ยวชาญและได้รับการยอมรับในสังคม กระทรวงการคลังยืนยันใช้กลไกสรรพสามิตและกองทุนน้ำมันอย่างเหมาะสม เพื่อคงราคาน้ำมันที่ประชาชนเข้าถึงได้ และโครงการเยียวยาจะเริ่มทันทีหลังมีรัฐบาลใหม่

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"อิสระ" มอง 5 ข้อปฏิรูประบบงบฯอาหาร สส. ไม่ต้อง ”กินน้อยลง แค่ต้อง "โกงน้อยลง"
Politics2026 Mar 28 :: 05:01

"อิสระ" มอง 5 ข้อปฏิรูประบบงบฯอาหาร สส. ไม่ต้อง ”กินน้อยลง แค่ต้อง "โกงน้อยลง"

"อิสระ" มอง 5 ข้อปฏิรูประบบงบฯอาหาร สส. ไม่ต้อง ”กินน้อยลง แค่ต้อง "โกงน้อยลง" ไม่ต้อง “ทานน้อยลง” ขอแค่ “ไม่ต้องทอน”วันที่ 28 มี.ค. นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า งบอาหาร สส. แก้ปลายเหตุ หรือระบบดีนะ? ช่วงหลายวันนี้ มีการพูดถึงประเด็นงบประมาณอาหารของสส.จนหลายพรรคนำอาหารมาทานเอง หรือพาเหรดกันลงไปซื้อข้าวร้านในโรงอาหารรัฐสภา ในมุมหนึ่ง หากทำได้ทุกวัน ตลอด 4 ปี ก็เป็นเรื่องที่ดีแต่ในทางปฏิบัติระบบยังคงต้อง “เตรียมอาหารให้ครบตามจำนวน” ในวันประชุมอยู่ดี งบประมาณจึงยังใช้เท่าเดิม เพิ่มเติมคือ อาหารเหลือ = food waste นี่คือวิธีแก้ปัญหาแบบปลายเหตุ ที่เราคุ้นเคยในการเมืองไทย เพราะต้นเหตุไม่ใช่ “ใครเอาข้าวมาจากบ้าน” แต่คือ “ระบบ“นายอิสระ ระบุว่า อันที่จริงการจัดอาหารให้กับ สส. หรือคนมาประชุมที่ข้ามมื้อ ก็ไม่ได้ผิดอะไรและทำกันทั่วโลก แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้น โดยหลักการ งบอาหารของสส. อยู่ที่ประมาณ 80 กว่าล้านบาท/ปี แต่การใช้จริงอยู่ที่ราว 50 ล้านบาท ยังไม่รวมงบอาหารกรรมาธิการอีก ปีละ 20 กว่าล้าน ถ้าผมจำไม่ผิด ปกติเขาจัดอาหารให้ 3 มื้อ (เช้า-กลางวัน-เย็น) รวมไม่เกิน 1,000 บาท/คน และหากมีการประชุมเกิน 20.00 น. ก็จะเพิ่มเป็น 5 มื้อ คือ มื้อค่ำและมือดึก อีก 250 บาท ใครจะกินหรือไม่กิน เขาก็ต้องจัดเต็ม max เผื่อไว้ เหลือแล้วจะทิ้ง แจก บริจาค ก็ว่ากันคำถามคือ เราจะออกแบบระบบให้มีประสิทธิภาพกว่านี้ได้หรือไม่? 1. เปลี่ยนจาก “จัดเลี้ยงรวม” เป็น “สิทธิรายบุคคล” ให้เป็นบัตรวงเงิน (ไม่เกิน 1,000 บาท/วัน) ใช้กับผู้ประกอบการที่หมุนเวียนมาจากทั่วประเทศ ใช้เท่าที่ทาน เหลือคืนหลวง เป็นการลดงบประมาณ ลด food waste และเพิ่มโอกาสเศรษฐกิจท้องถิ่น ส่วนใครไม่ประสงค์รับสิทธิ์ตลอดอายุ 4 ปีของสมาชิกภาพ ก็ให้ทำแบบแจ้งความประสงค์ไว้เลย และเปลี่ยนไม่ได้ตลอด 4 ปี ทีนี้ จะได้เห็นแล้วว่าที่ลงไปซื้ออาหารโรงอาหารกัน สัปดาห์ที่ผ่านมา มีคนแจ้งจริงๆ กี่คน2. อีกมิติที่สำคัญคือ ความโปร่งใส งบอาหารควรถูกเปิดเผยแบบรายวัน/รายมื้อ ให้สาธารณชนตรวจสอบได้ว่า ใช้จริงเท่าไร เหลือเท่าไร และจัดการอย่างไร3. ต้นทุนที่สูง ไม่ได้มาจากอาหารอย่างเดียวผมเคยคุยกับอดีตผู้ประกอบการของรัฐสภา เขาต้องจ้างแรงงานเฉพาะวันประชุม (สัปดาห์ละ 2 วัน) และต้องยอมรับว่า พฤติกรรมการนำอาหารไปทานนอกห้องอาหาร มีอยู่ตลอด มากหรือน้อยแล้วแต่สมัย นอกจากเพิ่มปริมาณอาหารที่ต้องจัดแล้ว ยังเกิดปัญหาภาชนะที่สูญหายเป็นประจำ แน่นอน ผู้ประกอบการก็ต้องคิดราคาสูงให้ครอบคลุม4. การ ”ห้ามนำอาหารออกนอกพื้นที่“ จึงต้องทำจริงไม่ว่า จะยิ่งใหญ่ มากบารมีแค่ไหน การให้บริการอาหารต้องจบในห้องอาหาร และไม่ขยายอาหารไปถึงห้องทำงาน รวมถึง ”ทีมงาน” เพราะในทางคณิตศาสตร์ ส.ส. 500 คน × ทีมงาน 8 คน = 4,000 คน งบหัวละ 1,000 บาท กลายเป็น “9 เท่า” โดยไม่รู้ตัว5. มองให้ใหญ่กว่า 50 ล้านบาท งบส่วนนี้ จะว่ามากก็ใช่ แต่ก็ไม่ใช่หัวใจของปัญหา หากเราจริงจังกับการทุจริต เงินทอนโครงการทั่วประเทศ และการซื้อเสียงตัวเลขที่ประหยัดได้ จากวงเงินงบประมาณแผ่นดิน 3 ล้านล้านบาท จะมากกว่า 50 ล้านบาทนี้หลายเท่าตัวนายอิสระ ย้ำว่า หากอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงจริง ไม่ต้องถึงเอาข้าวมาจากบ้าน เริ่มจากการพร้อมใจไม่โกง ทั้ง 500 คน ไม่ทำให้การเมืองเป็น “ธุรกิจ” เพราะเมื่อไม่ต้องลงทุน 30–50 ล้านบาท เพื่อเข้าสู่สภา แรงจูงใจในการถอนทุนคืนจากงบหลวงก็จะลดลง และนั่นอาจเป็นการประหยัดงบประมาณที่ทรงพลังที่สุดของประเทศนี้กว่าข้าวกระเพราโรงอาหารรัฐสภา การประหยัดเงินหลวงทำได้ง่าย ไม่ต้อง ”กินน้อยลง” แค่ต้อง ”โกงน้อยลง“ ไม่ต้อง “ทานน้อยลง” ขอแค่ “ไม่ต้องทอน” พอ!!!

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ตายๆงบเสียเปล่า! "วิโรจน์" จวก สส. “ทำไมไม่กินอาหารที่จัดไว้”
Politics2026 Mar 28 :: 04:28

ตายๆงบเสียเปล่า! "วิโรจน์" จวก สส. “ทำไมไม่กินอาหารที่จัดไว้”

ตายๆงบเสียเปล่า! "วิโรจน์" จวก สส. “ทำไมไม่กินอาหารที่จัดไว้” ลั่น แบบนี้งบที่จ่ายไปแล้วก็เสียเปล่าวันที่ 28 มี.ค.นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตสส.บัญชีรายชื่อ รองหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก สส. ในสภาเขาเป็นอะไรกันครับเนี่ย อาหารที่เตรียมไว้ให้กินดันไม่กิน ดันลงไปซื้อกินที่โรงอาหาร อาหารที่เขาจัดเอาไว้ให้กับ สส. เป็นงบประมาณที่จ่ายไปแล้ว ต่อให้คุณไม่กิน เงินก็จ่ายไปแล้ว อาหารก็ยิ่งเหลือ ประชาชนเขาเรียกร้องให้ปรับลดงบลงมาให้เหมาะสม สมเหตุสมผล ไม่ใช่มาดราม่าบ้าบออะไรแบบนี้ สภาเขาจัดอาหารไว้แล้ว ก็ไปกินครับ รีบกินแล้วรีบกลับเข้าห้องประชุม รีบไปทำงาน แล้วงบประมาณอาหารในปีหน้า ก็ค่อยปรับลดให้เหมาะสม ไม่ใช่มาเล่นขายของแบบนี้

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“สีหศักดิ์” เผย ยังไม่ทราบชะตากรรม 3 ลูกเรือไทย
Politics2026 Mar 28 :: 04:20

“สีหศักดิ์” เผย ยังไม่ทราบชะตากรรม 3 ลูกเรือไทย

“สีหศักดิ์” เผย ยังไม่ทราบชะตากรรม 3 ลูกเรือไทย ยัน ยังติดตาม พร้อมประสานอิหร่านให้ช่วยเหลือเต็มที่วันที่ 28 มี.ค. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการติดตามช่วยเหลือ 3 ลูกเรือมยุรี นารี ว่า ขณะนี้กำลังติดตามกับฝ่ายอิหร่านอยู่ ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฝ่ายอิหร่านแจ้งว่าได้เข้าถึงเรือเรียบร้อยแล้ว”แต่ยังไม่แน่ใจในชะตากรรมของลูกเรือ“ ซึ่งตนได้ตามกับทั้งทูตอิหร่านประจำประเทศไทยและได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ให้ช่วยเร่งรีบในการช่วยเหลือ เพราะเราต้องการทราบชะตากรรมของลูกเรือทั้ง 3 คนโดยเร็วที่สุด ซึ่งเราทำอย่างเต็มที่เมื่อถามย้ำว่ายังไม่มีการยืนยันสถานะของ 3 ลูกเรือใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ก็ยังติดตามอยู่ ยืนยันว่าจะทำอย่างเต็มที่

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ศบก. เผย ผลตรวจคลังน้ำมัน-จ๊อบเบอร์ 7 จว. ไม่พบความผิดปกติ
Politics2026 Mar 27 :: 06:03

ศบก. เผย ผลตรวจคลังน้ำมัน-จ๊อบเบอร์ 7 จว. ไม่พบความผิดปกติ

ศบก. เผย ผลตรวจคลังน้ำมัน-จ๊อบเบอร์ 7 จว. ไม่พบความผิดปกติ นายกฯ สั่งพิจารณาปรับแผนส่งออก กลั่นเองให้ใช้ในประเทศ แล้วนำจาก ตปท. ให้ สปป.ลาวแทน - ชี้สถานการณ์ตะวันออกกลางยังเปราะบาง ย้ำคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง ช่วยคนไทยกลับแล้ว 1,501 คน ร่าง “ชัยวัฒน์” ถึงไทยแล้ววันนี้ ขอให้มั่นใจติดตามใกล้ชิดช่วย 3 ลูกเรือไทย ชี้ไม่ใช่เรื่องง่าย โอมาน-อิหร่าน รับปากช่วยเต็มที่วันที่ 27 มี.ค. ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แถลงว่า สำหรับการลงพื้นที่ตรวจผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่มีคลังน้ำมัน และจ๊อบเบอร์เมื่อวันที่ 26 มี.ค. โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และพาณิชย์จังหวัดดำเนินการร่วมกัน จำนวน 22 จุด ใน 7 จังหวัด ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา อุดรธานี ลำปาง พิษณุโลก ชุมพร และสงขลา ผลการตรวจในส่วนจ๊อบเบอร์ ทั้งจ๊อบเบอร์ที่มีคลังน้ำมันและไม่มีคลังน้ำมัน ไม่พบความผิดปกติ ในส่วนที่มีคลังน้ำมัน พบน้ำมันที่อยู่ในคลังเหลือติดคลังเฉลี่ยประมาณ 1 หมื่นลิตร ส่วนที่อยู่ในแต่ละจ๊อบเบอร์เป็นน้ำมันที่กำลังอยู่ระหว่างการขาย การตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ทั้งผู้ซื้อผู้ขายของจ๊อบเบอร์ที่ได้มีการบันทึกไว้ ถูกต้องตรงกัน ไม่ได้มีความผิดปกติ สำหรับการตรวจสอบคลังน้ำมันที่เป็นผู้ค้าตามมาตรา 7 ซึ่งเป็นคลังน้ำมันขนาดใหญ่ที่ จ.สงขลา คือ บริษัท ปตท. และเชลล์ ก็พบว่า ทั้ง 2 คลังมีน้ำมันเหลือติดคลังไม่ถึง 50% หรือประมาณ 10 ล้านลิตร จากความจุของคลังที่จุได้ 25-28 ล้านลิตร จากการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด มีการซื้อขาย และจัดส่งน้ำมันออกไปถูกต้อง ไม่มีข้อมูลที่ผิดปกติ และการส่งน้ำมันตั้งแต่เดือน มี.ค. เป็นต้นมา มีปริมาณการส่งออกจากคลังเพิ่มขึ้น และมีการติดประกาศราคาเรียบร้อยนายดนุชา กล่าวว่า ขณะที่สถานการณ์ปั๊มน้ำมัน ข้อมูลจากหอการค้า ที่มีการสำรวจสถานีน้ำมันทั่วประเทศ ประมาณ 550 แห่ง พบว่า ปั๊มน้ำมันที่มีน้ำมันหมดลดลงค่อนข้างมาก จากประมาณ 450 กว่าแห่ง ตอนนี้เหลืออยู่ประมาณ 390 กว่าแห่ง โดยจะมีการสำรวจทุกวันตอนกลางคืน และช่วงเช้าจะมีน้ำมันเติมเข้าไป ให้บริการได้ต่อเนื่องนายดนุชา กล่าวว่า เรื่องปริมาณน้ำมันดิบที่เข้าสู่ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 - 18 มี.ค. มีประมาณ 3.4 พันล้านลิตร ส่วนช่วงวันที่ 20 - 25 มี.ค.เข้ามาอีกประมาณ 878 ล้านลิตร รวมแล้วประมาณ 4.2 พันล้านลิตร ซึ่งเพียงพอที่จะนำมากลั่นให้ประชาชนในช่วงเดือน เม.ย. ทั้งนี้ เรามีแผนการนำเข้าน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงสิ้นเดือน มี.ค. จะมีน้ำมันเข้ามา อีกประมาณ 4 ล้านบาร์เรล เดือน เม.ย. จะมีเข้ามาใหม่อีกประมาณ 24 ล้านบาร์เรล และเดือน พ.ค. ผู้ค้าอย่าง ปตท. ได้มีการทำสัญญาแล้ว และเตรียมส่งมอบประมาณ 8 ล้านกว่าบาร์เรล ซึ่งจะมีการจัดหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีน้ำมันเพียงพอสำหรับการใช้ในประเทศนายดนุชา กล่าวว่า สำหรับน้ำมันที่เราส่งออกไป 2 ประเทศคือ สปป.ลาว และเมียนมา ตั้งแต่วันที่ 1 - 25 มี.ค. ส่งไป สปป.ลาว ประมาณ 4.6 ล้านกว่าลิตรต่อวัน เมียนมา 2 แสนกว่าลิตรต่อวัน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีดำริว่า น้ำมันที่เราผลิตและกลั่นได้ในประเทศ อยากเอาเก็บให้ประชาชนในประเทศได้ใช้ จึงมอบหมายให้ตนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับรูปแบบ โดยอาจนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศ เพื่อส่งออกไปยัง สปป.ลาวแทน แทนที่จะเอาน้ำมันที่กลั่นในประเทศส่งไปที่ สปป.ลาว เพื่อเพิ่มน้ำมันสำรองในประเทศให้มากขึ้น อย่างน้อยจะเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานได้อีกประมาณ 5 ล้านลิตรต่อวัน ขณะนี้กำลังดูรายละเอียดศบก.ชี้สถานการณ์ตะวันออกกลางยังเปราะบาง ย้ำคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง ช่วยคนไทยกลับแล้ว 1,501 คน ร่าง “ชัยวัฒน์” ถึงไทยแล้ววันนี้ ขอให้มั่นใจติดตามใกล้ชิดช่วย 3 ลูกเรือไทย ชี้ไม่ใช่เรื่องง่าย โอมาน-อิหร่าน รับปากช่วยเต็มที่นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือคนไทยว่า สำหรับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงความรุนแรงโดยการโจมตีตอบโต้ระหว่างคู่ขัดแย้งหลัก และการโจมตีไปยังกลุ่มประเทศอ่างอาหรับ (GCC) ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องนายปาณิดล กล่าวว่า ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศผ่านทางโซเชียลมีเดียว่าสหรัฐฯ จะขยายระยะเวลาการชะลอการโจมตีต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่านออกไป 10 วัน จนถึงวันที่ 6 เม.ย. นอกจากนี้ ยังได้ระบุด้วยว่าการเจรจากับอิหร่านยังคงดำเนินอยู่ด้วยดี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศว่า จะชะลอการโจมตีโครงสร้างพลังงานของอิหร่านเป็นระยะเวลา 5 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 27 มี.ค. นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่าอิสราเอลได้ระงับการดำเนินการต่อบุคคลระดับสูงของอิหร่านบางรายเป็นการชั่วคราว เพื่อคงช่องทางการติดต่อทางการทูตอย่างไรก็ดี รมว.กลาโหมอิสราเอล เปิดเผยว่า ได้สังหารผู้บัญชาการทหารเรือ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งฝ่ายอิสราเอลชี้ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการวางทุ่นระเบิด และการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ แม้มีรายงานความพยายามในการเจรจาก็ตาม แต่สถานการณ์ยังมีความเปราะบาง จึงจำเป็นต้องติดตามอย่างต่อเนื่องต่อไป โดยเฉพาะที่ผ่านมาความคืบหน้าของการเจรจามีความไม่แน่นอนและยังอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่ได้ตลอดเวลานายปาณิดล กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศ จึงขอย้ำอีกครั้งว่าขอให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการโดยเคร่งครัด รวมทั้งลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อของท่านกับสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบของท่านนายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่หลัก และการดำเนินการด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เรื่องแรกกรณีลูกเรือ 3 คน บนเรือบรรทุกสินค้ามยุรีนารี ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้รับทราบเกี่ยวกับการรายงานข่าวเมื่อเช้าวันที่ 27 มี.ค.ด้วยแล้ว โดยกระทรวงการต่างประเทศยังคงติดตามและกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องภายหลังจากปฏิบัติการร่วมระหว่างอิหร่านและโอมาน สามารถเข้าถึงเรือได้สำเร็จ ซึ่งในขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการและการดำเนินการเพื่อกู้ และให้ความช่วยเหลือลูกเรือ 3 คน และจะรีบแจ้งทันทีที่ได้รับการยืนยันข้อมูลความคืบหน้าของปฏิบัติการทั้งหมดนายปาณิดล กล่าวว่า ส่วนกรณีของอิสราเอล ร่างของนายชัยวัฒน์ แววนิล ที่เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิดที่อิสราเอล มีกำหนดถึงประเทศไทยในวันที่ 27 มี.ค. เวลาประมาณ 12.45 น. โดยสายการบินแอล อัล อิสราเอล แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน LY 093 โดยจะมีผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงาน รับที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ยังคงย้ำเตือนให้คนไทยที่อยู่ในอิสราเอลเพิ่มความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยจากทางการโดยเคร่งครัดนายปาณิดล กล่าวว่า ในส่วนของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ยังคงติดต่อกับคนไทยในอิหร่านที่ยังไม่ประสงค์เดินทางกลับเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารและความช่วยเหลือตามความจำเป็นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ในส่วนของประเทศซาอุดีอาระเบีย ล่าสุด สายการบินซาลามแอร์ของโอมาน ได้ประกาศจะกลับมาทำการบินที่สนามบินดามมัม ซึ่งเป็นเมืองสำคัญสำหรับการเดินทางเข้า-ออก ของคนในพื้นที่ผ่านซาอุดีอาระเบีย โดยจะเริ่มบินในวันที่ 1 เม.ย.69นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับท่านที่ยังอยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง ตนขอย้ำอีกครั้งว่า ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการ เพื่อประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการโดยเคร่งครัด และตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือเพื่อให้ออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางเดินทางกลับมายังประเทศไทยหรือเดินทางไปประเทศที่สาม รวมทั้งสิ้น 1,501 คนเมื่อถามว่า ความคืบหน้าช่วยเหลือ 3 ลูกเรือไทย ที่ผ่านมาโอมานแจ้งมาบ้างหรือไม่ ติดขัดอะไร แล้วสถานการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นตามที่สื่อรายงานกันว่าเรือหลุดไป เกยตื้นที่เกาะ Qeshm ของอิหร่าน ได้รับรายงานบ้างหรือไม่ นายปาณิดล กล่าวว่า ขอตอบเป็นภาพรวมอย่างที่รายงานไป เมื่อเช้าก็มีรายงานข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คงเห็นกันแล้ว ทางกระทรวงการต่างประเทศก็ติดตามและประสานงานอย่างใกล้ชิด ขอให้มั่นใจได้เพราะเราติดต่อพูดคุยต่อเนื่องกับทุกคนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ถ้ามีอะไรคืบหน้าจะรีบแจ้งทันทีหลังจากที่ได้รับการยืนยันข้อมูล โดยรวมการดำเนินการช่วยเหลือลูกเรือคนไทย 3 คน และการกู้เรือก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย เราก็รู้ดีว่าตอนนี้อยู่ในช่วงที่สถานการณ์สู้รบ ซึ่งยังคงรุนแรงอยู่ ดังนั้น คิดว่าเราก็ต้องมีความเชื่อใจและเคารพฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายโอมานและอิหร่านรับปากว่าจะดำเนินการอย่างเต็มที่ ดังนั้น ขอย้ำอีกครั้งว่ามีการประสานงานกับทุกฝ่ายใกล้ชิดอย่างต่อเนื่องและเกาะติด หากมีอะไรอัปเดตจะรีบแจ้งให้ทราบในทันที

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"วิสุทธิ์" ห่วงค่าครองชีพ-น้ำมันพุ่ง  สวนรายได้ชาวบ้าน ย้ำผู้แทนฯต้องยืนข้าง ปชช.ไม่ใช่ทิ้งภาระให้ลำบาก
Politics2026 Mar 27 :: 04:40

"วิสุทธิ์" ห่วงค่าครองชีพ-น้ำมันพุ่ง สวนรายได้ชาวบ้าน ย้ำผู้แทนฯต้องยืนข้าง ปชช.ไม่ใช่ทิ้งภาระให้ลำบาก

"วิสุทธิ์" ห่วงค่าครองชีพ-น้ำมันพุ่ง สวนรายได้ชาวบ้าน ย้ำผู้แทนฯต้องยืนข้าง ปชช.ไม่ใช่ทิ้งภาระให้ลำบากวันที่ 27 มี.ค. 2569 นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์ค่าครองชีพของประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันและราคาปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อประชาชนและเกษตรกรจำนวนมากทั่วประเทศ นายวิสุทธิ์ ระบุว่า ในช่วงเวลาที่ประชาชนกำลังเผชิญความยากลำบากจากภาวะค่าครองชีพที่พุ่งสูง ตนในฐานะผู้แทนราษฎรขอยืนเคียงข้างประชาชน และจะสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรอย่างเต็มที่ เพื่อผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหามาตรการบรรเทาผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม นายวิสุทธิ์ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณามาตรการดูแลราคาพลังงานรวมถึงต้นทุนด้านการเกษตรให้ดีกว่านี้ เพราะเป็นปัจจัยสำคัญต่อเกษตรกร เพื่อไม่ให้ภาระทั้งหมดตกอยู่กับประชาชนในช่วงที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ขณะนี้เสียงสะท้อนจากประชาชนดังขึ้นทั่วประเทศ ทุกพื้นที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่พุ่งสูง จึงอยากถามไปยังผู้มีอำนาจบริหารประเทศ ว่าได้ยินเสียงความเดือดร้อนของประชาชนเหล่านี้หรือไม่“วันนี้ประชาชนจำนวนมากกำลังแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทั้งราคาน้ำมันและราคาปุ๋ยแต่รายได้ประชาชนไม่ได้เพิ่มตาม ผมในฐานะผู้แทนราษฎรจะยืนอยู่ข้างประชาชน และพร้อมผลักดันทุกช่องทางในสภา” นายวิสุทธิ์ กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"พิพัฒน์" เผย "คมนาคม" ออกมาตรการช่วยภาคขนส่ง ตรึงค่าโดยสาร–ลดต้นทุนน้ำมัน 1–30 เม.ย.
Politics2026 Mar 27 :: 04:10

"พิพัฒน์" เผย "คมนาคม" ออกมาตรการช่วยภาคขนส่ง ตรึงค่าโดยสาร–ลดต้นทุนน้ำมัน 1–30 เม.ย.

"พิพัฒน์" เผย "คมนาคม" ออกมาตรการช่วยภาคขนส่ง ตรึงค่าโดยสาร–ลดต้นทุนน้ำมัน 1–30 เม.ย.วันที่ 27 มี.ค. 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์พลังงานและผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง (ผอ.ศบก.) เปิดเผยในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ระบุว่า กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก ออกมาตรการช่วยเหลือภาคการขนส่งภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน มุ่งลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและควบคุมต้นทุนโลจิสติกส์ โดยดำเนินการจริงผ่านระบบ GPS และระบบติดตามการทำงาน ระหว่างวันที่ 1–30 เมษายนมาตรการแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มรถบรรทุกไม่ประจำทาง (ป้ายเหลือง 70) และกลุ่มรถโดยสารสาธารณะรวมถึงไรเดอร์ในส่วนของรถบรรทุกไม่ประจำทาง มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค และป้องกันการปรับขึ้นราคาสินค้าที่กระทบต่อประชาชน โดยมีรถเข้าร่วมมาตรการจำนวน 287,175 คัน จากข้อมูล GPS พบว่ามีระยะทางวิ่งเฉลี่ยรวม 31 ล้านกิโลเมตรต่อวัน ใช้น้ำมันประมาณ 7.8 ล้านลิตรต่อวัน รัฐจึงสนับสนุนราคาน้ำมันในอัตรา 6 บาทต่อลิตรขณะที่กลุ่มรถโดยสารสาธารณะและไรเดอร์ มีเป้าหมายตรึงราคาค่าโดยสารและส่งเสริมการใช้ขนส่งสาธารณะ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ รายละเอียดการสนับสนุนแบ่งเป็น รถโดยสารหมวด 2 และ 3 จำนวน 11,395 คัน ได้รับการสนับสนุน 4 บาทต่อลิตร รถโดยสารหมวด 4 จำนวน 19,414 คัน ได้รับการสนับสนุน 300 บาทต่อคันต่อวัน และกลุ่มไรเดอร์จำนวน 114,653 คัน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“สุดาวรรณ” ตรวจคุณสมบัติ รมต.ไม่ผ่าน จับตา “นิกร” เสียบแทน
Politics2026 Mar 27 :: 01:04

“สุดาวรรณ” ตรวจคุณสมบัติ รมต.ไม่ผ่าน จับตา “นิกร” เสียบแทน

“สุดาวรรณ” ตรวจคุณสมบัติ รมต.ไม่ผ่าน จับตา “นิกร” เสียบแทนวันที่ 27 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการยื่นเอกสารเพื่อตรวจสอบประวัติ และคุณสมบัติรัฐมนตรี น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีชื่อนั่ง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ตรวจสอบคุณสมบัติ รมต. แล้วไม่ผ่านทั้งนี้ คาดว่าจะส่ง นายนิกร โสมกลาง สส.นครราชสีมา ในฐานะคนใกล้ชิดจ่อเสียบแทน โดยจะมีการยื่นตรวจสอบคุณสมบัติ ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ทำเนียบรัฐบาล วันนี้

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

น้ำมันแพงกระทบหนัก! “ชนกนันท์” ลุยจัดรถรับ-ส่งฟรี ช่วยชาวแพร่ลดค่าครองชีพ
Politics2026 Mar 26 :: 12:45

น้ำมันแพงกระทบหนัก! “ชนกนันท์” ลุยจัดรถรับ-ส่งฟรี ช่วยชาวแพร่ลดค่าครองชีพ

น้ำมันแพงกระทบหนัก! “ชนกนันท์” ลุยจัดรถรับ-ส่งฟรี ช่วยชาวแพร่ลดค่าครองชีพ ผุดไอเดียส่งถึงโรงพยาบาล หวังพยุงประชาชนผ่านช่วงยากลำบากวันที่ 26 มี.ค. 2569 นางสาวชนกนันท์ ศุภศิริ สส.พรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงสถานการณ์ราคาพลังงานและน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยระบุว่า "จากสถานการณ์ราคาพลังงานและน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น อันเป็นผลจากความผันผวนของตลาดโลก และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้ยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นผลกระทบในระยะสั้นหรือระยะยาว แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ได้ส่งผลต่อค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนอย่างชัดเจน เบนตระหนักดีถึงภาระที่ทุกคนกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้น้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้หลายครอบครัวเริ่มได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะค่าเดินทางเพื่อเข้าถึงบริการสาธารณสุข และรวมไปถึงสถานที่ราชการต่างๆ ในพื้นที่อำเภอห่างไกล ในเบื้องต้น เบนได้ประสานจัด “รถรับ-ส่ง ชาวแพร่ทุกคน” ต้นทางจาก รพ. ประจำอำเภอ ส่งที่ รพ. แพร่ ทุก 2-4 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่วันที่ 27, 30,31 มีนาคม และ 1,2,3,4 เมษายน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนในช่วงเวลานี้ (รอบละ 10 -15 คน และกำลังหารถบริการเพิ่ม) แม้อาจไม่ใช่ทางออกทั้งหมด แต่คือการเริ่มต้นช่วยเหลือที่ทำได้ทันทีขอเป็นส่งความห่วงใย เราจะผ่านวิกฤตที่เราไม่ได้ก่อนี้ไปด้วยกัน และเบนจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมผลักดันแนวทางที่เป็นรูปธรรม เพื่อดูแลประชาชนให้ดีที่สุด"ทั้งนี้ยังรบุอีกว่า "ต้นทางจาก รพ. ประจำอำเภอ ส่งที่ รพ. แพร่ ทุก 2-4 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่วันที่ 27, 30,31 มีนาคม และ 1,2,3,4 เมษายน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนในช่วงเวลานี้ (นำร่องวันละ 1-2 คัน รอบละ 10 -15 คน และกำลังหารถบริการเพิ่ม) แม้อาจไม่ใช่ทางออกทั้งหมด แต่คือการเริ่มต้นช่วยเหลือที่ทำได้ทันที"

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ศุภจี” รับไม่สามารถควบคุมราคาสินค้าได้ทุกประเภท  ขอปชช.ทำความเข้าใจ-รวมมือประหยัดค่าใช้จ่าย
Politics2026 Mar 26 :: 11:58

“ศุภจี” รับไม่สามารถควบคุมราคาสินค้าได้ทุกประเภท ขอปชช.ทำความเข้าใจ-รวมมือประหยัดค่าใช้จ่าย

“ศุภจี” รับไม่สามารถควบคุมราคาสินค้าได้ทุกประเภท เหตุเป็นภาวะ “ไม่ปกติ” ขอปชช.ทำความเข้าใจ-รวมมือประหยัดค่าใช้จ่าย แจงปรับสินค้าควบคุมราคา เพิ่ม7รายการ กำชับอาหารสำเร็จรูปแจ้งราคาให้ชัดเจน หากพบไม่ปกติ สามาร้องเรียนได้เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 69 ที่กระทรวงพาณิชย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถบงข่าวถึงกรณีผลกระทบสินค้าพาณิชย์จากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ว่า มาตรการเร่งด่วน จะช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งพาณิชย์จะลดค่าครองชีพทันทีผ่านโครงการไทยช่วยไทย โดยคัดเลือกสินค้าเป้าหมายที่ใช้ในชีวิตประจำวัน มาจำหน่ายในราคาพิเศษ กระจ่าย 77 จังหวัดทั่วประเทศ ตลอดจนจัดตลาดธงฟ้าลดราคาสินค้าที่จำเป็น เริ่มโครงการ ช่วงมีนาคม-สิงหาคม 2569 พร้อมย้ำว่า พาณิชย์จะทำนโยบายพุ่งเป้าไปยังกลุ่มต่างๆให้สามารถใช้กลไกด้านราคาสินค้าและบริการที่เป็นแนวทางร่วมกันได้โดยไม่ให้สูงหรือต่ำเกินไปสำหรับมาตรการสินค้าและบริการควบคุม เดิมทีจะมีทั้งหมด 12 หมวดสินค้าจำนวน 59 รายการ และจะปรับเพิ่มเติม 7 รายการ รวมเป็น 66 รายการ โดยวันนี้กระทรวงพาณิชย์ได้เสนอรัฐมนตรีให้เห็นชอบแล้ว สำหรับมาตรการยกระดับสินค้าควบคุมที่ต้องมีการขออนุญาตเปลี่ยนเแปลงราคาจะมี 8 รายการเพิ่มเติม ได้แก่ กระดาษชำระ กระดาษเช็ดหน้า แชมพู ผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์ล้างจาน ผ้าอนามัย สบู่ก้อน สบู่เหลว สุกรเนื้อสุกร และหอมใหญ่ ขณะที่ น้ำตาลทรายเป็นสินค้าที่มีความจำเป็น จะต้องยกระดับ หากจะเปลี่ยนแปลงราคาต้องแจ้งกระทรวงพาณิชย์ส่วนสินค้าควบคุมเพิ่มเติมจะมีทั้งหมด 6 หมวดสินค้าจำนวน 7 รายการ ได้แก่ เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด น้ำปลา และซีอิ้ว ได้รับความเป็นชอบจาก ครม. แล้ว ขณะที่ ผลิตภัณฑ์มะพร้าว มะพร้าวอ่อน ปลากระพงขาว และกากถั่วเหลือง ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดที่จะขอเพิ่มเป็นรายการสินค้าควบคุม คาดว่าในเร็วๆนี้จะมีความชัดเจนนางศุภจี ยังกล่าวอีกว่า แนวทางการช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SME จะมีการเชื่อมโยงผู้ผลิตรายใหญ่กับผู้ประกอบการรายย่อย ผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทย" โดยจะรับสินค้าราคาถูกจากผู้ผลิตรายใหญ่มาจำหน่าย เพื่อเพิ่มกำไรส่วนต่าง (margin) ให้ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกรายย่อยรวมถึงจะสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อรองรับต้นทุนด้านพลังงานและโลจิสติกส์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะร่วมกับ ธ.ก.ส. จัดกิจกรรมส่งเสริมไม้ยืนต้นหลักประกันทางธุรกิจ ส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการและประชาชนทุกระดับ ควบคู่กับการกำกับดูแลสินค้าต้นทุน อาทิ ปุ๋ย อาหารสัตว์ และวัตถุดิบอุตสาหกรรมส่วนการดูแลราคาสินค้าในช่วงสถานการณ์ปัจจุบันนั้น กระทรวงพาณิชย์ยังคงดำเนินการควบคุมราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันมีรายการสินค้าที่สามารถกำกับดูแลได้ตามกลไกที่มีอยู่ และอยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มเติมสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตเข้าไปในบัญชีสินค้าควบคุม เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างเหมาะสมอย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าไม่สามารถควบคุมราคาสินค้าได้ทุกประเภท เนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้ถือเป็นภาวะไม่ปกติ แต่คาดว่าจะไม่ยืดเยื้อเป็นระยะเวลานาน จึงขอความเข้าใจและความร่วมมือจากประชาชนในการช่วยกันประหยัดค่าใช้จ่าย และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ายกตัวอย่างเช่นกรณีหากประชาชนซื้อผักชีราคาผักชีก็ปรับตัวสูงขึ้นนั้น นางศุภจีชี้แจงว่า ไม่ใช่การละเลยการดูแล แต่เนื่องจากสินค้าบางประเภทมีผู้ประกอบการจำนวนมากและมีความซับซ้อนในห่วงโซ่การผลิต จึงยังไม่สามารถเข้าไปกำกับดูแลในระดับรายสินค้าได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม กระทรวงยังคงมุ่งเน้นควบคุมสินค้าที่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะวัตถุดิบหลัก เช่น เนื้อหมูและเนื้อไก่ เพื่อช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการในส่วนของการควบคุมราคาจำหน่ายอาหารสำเร็จรูปนั้น กระทรวงพาณิชย์เน้นกำกับดูแลให้ผู้ประกอบการแสดงราคาสินค้าอย่างชัดเจน และจำหน่ายตามราคาที่ระบุ หากพบการจำหน่ายไม่ตรงตามป้ายราคา ประชาชนสามารถร้องเรียนเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถกำหนดให้ร้านค้าทุกร้านจำหน่ายสินค้าในราคาเดียวกันได้ เนื่องจากแต่ละร้านมีต้นทุนและรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างกันนางศุภจี ย้ำว่า กระทรวงพาณิชย์พยายามดำเนินมาตรการอย่างเต็มที่ภายใต้กลไกที่มีอยู่ เพื่อให้ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการสามารถดำเนินชีวิตและธุรกิจต่อไปได้อย่างสมดุลในช่วงวิกฤตส่วนผลผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นว่า ขณะนี้ได้มีการจัดทำฉากทัศน์ (Scenario) เบื้องต้นร่วมกันแล้ว และมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ผู้ผลิต สินค้าควบคุม ช่องทางการจัดจำหน่าย ผู้ค้าส่ง ค้าปลีก รวมถึงต้นทุนด้านการขนส่งทั้งนี้ หากมีการปรับขึ้นราคาสินค้า จะต้องสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากราคาพลังงานอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นสต๊อกใหม่ ขณะที่สินค้าที่ยังเป็นสต๊อกเดิมหรืออยู่ในคลังสินค้าแล้ว การปรับขึ้นราคาในทันทีอาจไม่เหมาะสม และต้องพิจารณาอย่างรอบคอบนอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้จัดทำข้อมูลวิเคราะห์ล่วงหน้าเกี่ยวกับผลกระทบของราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นต่ออัตราเงินเฟ้อ และผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อใช้ประกอบการกำหนดมาตรการดูแลในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ไผ่ ลิกค์” แฉปุ๋ยใกล้วิกฤต ชี้ ยูเรีย 40-0-0 เสี่ยงขาดก่อนสงกรานต์ ขอรัฐเปิดความจริง
Politics2026 Mar 26 :: 11:36

“ไผ่ ลิกค์” แฉปุ๋ยใกล้วิกฤต ชี้ ยูเรีย 40-0-0 เสี่ยงขาดก่อนสงกรานต์ ขอรัฐเปิดความจริง

“ไผ่ ลิกค์” แฉปุ๋ยใกล้วิกฤต ชี้ ยูเรีย 40-0-0 เสี่ยงขาดก่อนสงกรานต์ ขอรัฐเปิดความจริง จี้ “ศุภจี” เร่งแก้ด่วน ก่อนซ้ำรอยวิกฤติน้ำมันวันที่ 26 มี.ค. 2569 นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร ในฐานะเลขาธิการพรรคกล้าธรรม(กธ.) โพสต์ข้อความพร้อมด้วยรูปภาพแสดงข้อมูลปริมาณปุ๋ยคงเหลือในครอบครองของผู้นำเข้าและผู้ผลิต ณ วันที่ 10 มีนาคม 2569 (รวบรวมเมื่อ 17 มีนาคม 2569 พร้อมระบุว่า ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว เราต้องบอกให้เกษตรกรเตรียมตัว ใครที่บอกว่า ปุ๋ยมีพอ มันเป็นเรื่องไม่จริง ปุ๋ยที่จะให้กับนาข้าวหลังต้นข้าวเริ่มโต เป็นปุ๋ย Urea (40-0-0) ก่อนสงกรานต์ก็ไม่น่าจะพอแล้วผมกราบขอร้องให้รัฐบาลเร่งดูแลในส่วนนี้เพราะพี่น้องประชาชนไม่ได้มีทุนจะอยู่ต่อ ถ้าพูดเอาความจริงออกมาพูดและแก้ปัญหา ไม่ใช่วันนี้พูดออย่าง อีกวันพูดอีกอย่าง ฝากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ด้วย ทุกคนรับความจริงได้ แต่ต้องให้เกษตรกรเตรียมตัว อย่าให้เหมือนเรื่องน้ำมัน เพราะถ้าเป็นปุ๋ย เกษตรกรถึงขั้นหมดตัวจริงๆนายไผ่ กล่าวว่า วันนี้นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ใช้งานกระทรวงเกษตรฯเลยอาจจะเป็นเพราะพวกเราไม่ได้ร่วมรัฐบาล แต่พวกเราเป็นห่วงประชาชนไม่น้อยกว่าใคร

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“คุณหญิงสุดารัตน์”  ฉะรัฐบาล 5 ข้อ บริหารแก้ไขวิกฤตน้ำมันพลาด
Politics2026 Mar 26 :: 11:32

“คุณหญิงสุดารัตน์” ฉะรัฐบาล 5 ข้อ บริหารแก้ไขวิกฤตน้ำมันพลาด

“คุณหญิงสุดารัตน์” ฉะรัฐบาล 5 ข้อ บริหารแก้ไขวิกฤตน้ำมันพลาด “ปิดจ็อบ” ให้ขบวนการกักตุนน้ำมัน พ่วงบี้ ถามหามาตรการรัฐควบคุมสินค้าอุปโภค-บริโภคแพงเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงการประกาศขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด6 บาท/ ลิตร ว่า ดิฉันมีความห่วงใยในความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องเผชิญกับสภาวะ ข้าวยากหมากแพงที่แสนสาหัส โดยเฉพาะผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันถึง 2 ครั้ง ภายในเวลาเพียง 3 วัน รวมกว่า 8 บาท แม้ดิฉันจะเข้าใจถึงความจำเป็นที่รัฐบาลต้องปรับราคาน้ำมันให้ใกล้เคียงกับต้นทุนจริง แต่มีความกังวลอย่างยิ่งต่อ ‘วิธีการดำเนินการและ ’ความโปร่งใส‘ในการรับมือวิกฤตครั้งนี้ ดังนี้1. ทำไมไม่ลดภาษี และค่าการตลาดก่อนผลักภาระให้ประชาชน? ก่อนจะขึ้นราคา เหตุใดรัฐบาลจึงไม่พิจารณางดเก็บภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม และลดค่าการตลาด ซึ่งรวมกันแล้วสูงกว่า 10 บาทต่อลิตรเพื่อลดภาระทันที จะทำให้ประชาชนจ่ายค่าน้ำมันถูกลงลิตรละไม่ต่ำกว่า 10 บาททันที ในอนาคต: การใช้เงินกองทุนน้ำมันมาอุ้มราคา คือการนำเงินในอนาคตของประชาชนมาใช้ก่อน ทำให้เมื่อราคาน้ำมันโลกลดลง ประชาชนก็ยังต้องซื้อน้ำมันแพงเพื่อชดเชยคืนกองทุนฯ2. เหตุใดไม่ตรวจสอบสต็อกน้ำมันก่อนประกาศขึ้นราคา? น้ำมันที่ขายอยู่ในปัจจุบันคือสต็อกเก่า ต้นทุนเดิม แต่รัฐบาลกลับปล่อยให้ขึ้นราคาถึง 8 บาท เป็นการเปิดช่องให้มีการขูดรีดประชาชนหรือไม่? หากคำนวณจากน้ำมันสำรองเพื่อการค้า 1,500 ล้านลิตร คูณด้วยส่วนต่าง 8 บาท จะเป็นเงินสูงถึง 12,000 ล้านบาท ที่เข้ากระเป๋านายทุน บนความทุกข์ยากของประชาชน3. มาตรการช่วยเหลือกลุ่มเฉพาะหน้า (Targeted Subsidy) อยู่ที่ไหน?รัฐบาลควรเร่งออกมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้ประกอบอาชีพที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น เกษตรกร, ชาวประมง, SMEs, รถขนส่ง, วินมอเตอร์ไซค์, ไรเดอร์ และแท็กซี่ เช่น การออกคูปองส่วนลดเติมน้ำมัน ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำทันที“ 4.การขึ้นราคาครั้งนี้เป็นการ ’ปิดจ๊อบ‘ ให้ขบวนการกักตุนน้ำมันหรือไม่?มีข้อสังเกตถึงกลุ่ม "ไอ้โม่ง" ที่กักตุนน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา เมื่อรัฐบาลขึ้นราคาทันทีจะทำให้ไม่สามารถสืบหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ใช่หรือไม่?5. มาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคมีความชัดเจนอย่างไร? ในขณะที่ต้นทุนพลังงานพุ่งสูง รัฐบาลมีแผนงานที่เป็นรูปธรรมอย่างไรในการควบคุมไม่ให้ราคาสินค้าขยับสูงขึ้นเกินความเป็นจริงจนซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน ข้อสังเกตทั้งหมดนี้ มาจากความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนที่กำลังแบกรับภาระค่าครองชีพอย่างหนัก และหวังว่ารัฐบาลจะทบทวนแนวทางการบริหารงานให้มีความโปร่งใสและคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง“ คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุทิ้งท้าย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ครม.เคาะ 7 มาตรการดูแลปชช. รับวิกฤตน้ำมันโลกพุ่ง ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เติมเงินบัตรคนจน 100 บาท
Politics2026 Mar 26 :: 10:09

ครม.เคาะ 7 มาตรการดูแลปชช. รับวิกฤตน้ำมันโลกพุ่ง ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เติมเงินบัตรคนจน 100 บาท

ครม.เคาะ 7 มาตรการดูแลปชช. รับวิกฤตน้ำมันโลกพุ่ง ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เติมเงินบัตรคนจน 100 บาท อุดหนุนขนส่ง-เกษตร-ประมง พร้อม Soft Loan 1 หมื่นล้าน SME น้ำมันขึ้นแล้ว 6 บาท/ลิตร ปลัดพลังงานหนักใจ ย้ำราคายังผันผวนสูง ขึ้นอยู่ตลาดโลกและกองทุนน้ำมันแบกรับได้แค่ไหน รณรงค์ใช้รถสาธารณะช่วงสงกรานต์-ขยายสินค้าควบคุมเป็น 66 รายการ ป้องกันกักตุนและเก็งกำไรวันที่ 26 มี.ค. 2569 ได้มีแถลงข่าวมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เรื่อง แนวทางด้านพลังงานเพื่อดูแลประชาชน สืบเนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นำโดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม และนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ครม.มอบคลัง ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันโดยนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.ได้มีมติเห็นชอบ 7 มาตรการเร่งด่วน เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนทุกภาคส่วน ดังนี้ 1. มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาแนวทางและระยะเวลาที่เหมาะสมในการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัจจุบันเป็นรัฐบาลรักษาการ การดำเนินการนี้จะต้องดำเนินการขออนุญาตจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อน “เมื่อครม.มีมติแล้ว เรื่องนี้ ต้องไปถาม กกต.ก่อนว่าสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งหากมีมติดำเนินการได้ ก็จะส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับลดลงในทันที เช่น สรรพสามิตเก็บอยู่ 5-6 บาท หากลดเท่าไหร่น้ำมันก็ต้องลงเท่านั้นเลยตรงไปตรงมา”อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้ไหมที่ราคาน้ำมันยังขึ้นต่อเพราะราคาของไทยตอนนี้ยังต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน นายเอกนิติ ได้อธิบายว่า มีโอกาสที่ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นได้ แม้จะมีการลดภาษีสรรพสามิตแล้วก็ตาม เนื่องจากปัจจัยหลายประการ โดยการลดภาษีสรรพสามิตจะทำให้ราคาน้ำมันหน้าสถานีบริการลดลงตามสัดส่วนที่ลดภาษีอย่างตรงไปตรงมา แต่ทิศทางราคาหลังจากนั้นจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์พลังงานในตลาดโลกที่มีความผันผวนสูงมากซึ่งมีโอกาสทั้งปรับลดลงและปรับเพิ่มขึ้นตามกลไกตลาด เพิ่มเงินเยียวยากลุ่มเปราะบาง 100 บาท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการที่ 2. เพิ่มเงินเยียวยากลุ่มเปราะบาง อนุมัติการเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อการอุปโภคบริโภค อีก 100 บาทต่อเดือน จากเดิม 300 บาท เพิ่มเป็น 400 บาทต่อคนต่อเดือน เบื้องต้นจะให้ความช่วยเหลือเป็นเวลา 1 เดือน โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณ 1,300 ล้านบาท สำหรับผู้ถือบัตรกว่า 13.3 ล้านคน ซึ่งต้องขออนุญาตจาก กกต. เช่นกัน ส่วนจะขยายเพิ่มมากกว่านี้หรือไม่ขอให้รัฐบาลใหม่มาพิจารณา 3.อุดหนุนกลุ่มขนส่งแบบพุ่งเป้า ช่วยเหลือรถบรรทุก รถโดยสารสาธารณะ รถโดยสารขนาดเล็ก และรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยจะอุดหนุนค่าเชื้อเพลิงตามการใช้งานจริง สำหรับรถบรรทุกและรถโดยสารขนาดใหญ่จะประเมินผ่านระบบ GPS ส่วนรถโดยสารขนาดเล็กและมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จะต้องลงทะเบียนเข้าสู่ระบบของการขนส่งทางบกเพื่อรับสิทธิ์ ช่วยเกษตรกรและประมงกลุ่มคู่สัญญาภาครัฐ4. ช่วยลดต้นทุนภาคเกษตรกร ผลักดันโครงการช่วยเหลือค่าปุ๋ยและบัตรดินดี เพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกร พร้อมทั้งสนับสนุนให้เปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยทางเลือกหรือปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า 5. เยียวยากลุ่มประมง บรรเทาผลกระทบด้วยการสนับสนุนให้ใช้น้ำมัน B20 ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าน้ำมันปกติประมาณ 5-6 บาทต่อลิตร 6. ช่วยเหลือผู้รับเหมาคู่สัญญาภาครัฐ โดยพิจารณาขยายระยะเวลาส่งมอบงานก่อสร้างออกไป 3-15 วัน ตามความเหมาะสมเป็นกรณีไป เพื่อชดเชยช่วงที่เครื่องจักรหยุดชะงักจากปัญหาน้ำมัน และเร่งรัดการชดเชยค่า K ให้แก่ผู้ประกอบการ 7.สินเชื่อเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารออมสินเตรียมวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) จำนวน 10,000 ล้านบาท เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ที่อยู่ในซัพพลายเชนที่ได้รับผลกระทบเที่ยวสงกรานต์ให้ใช้รถสาธารณะขณะที่ นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการเตรียมพร้อมช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า รัฐบาลรณรงค์ให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพื่อลดการใช้รถส่วนบุคคล โดยได้ประสานขอความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทยให้กำหนดจุดเติมน้ำมันเฉพาะสำหรับรถโดยสารสาธารณะในทุกจังหวัด แยกออกจากประชาชนทั่วไป และให้กระทรวงพลังงานป้อนน้ำมันเข้าสู่สถานีเหล่านี้ เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีน้ำมันเพียงพอในการให้บริการประชาชนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ครม.เห็นชอบเพิ่มสินค้าควบคุมเป็น 66 รายการนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ที่ประชุมครม. นัดพิเศษ ได้เห็นชอบตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอมาตรการดูแลค่าครองชีพของประชาชนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยให้ขยายบัญชีสินค้าควบคุมเพิ่มขึ้นอีก 7 รายการ จากเดิม 59 รายการ รวมเป็น 66 รายการ ซึ่งสินค้าใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาเป็นกลุ่มที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทาน ได้แก่ เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด และซอสปรุงรส เช่น น้ำปลาและซีอิ๊ว นอกจากนี้ ยังได้ยกระดับความเข้มข้นในการกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นหลายรายการ อาทิ น้ำตาลทราย กระดาษชำระ แชมพู ผงซักฟอก และสบู่ โดยปรับเปลี่ยนมาตรการให้เข้มงวดขึ้นเป็นต้องขออนุญาตจากกรมการค้าภายในก่อนปรับขึ้นราคาจากเดิมที่กำหนดให้เพียงแจ้งการเปลี่ยนแปลงราคาล่วงหน้าเท่านั้นพร้อมกันนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้ขับเคลื่อนมาตรการเสริมผ่านโครงการไทยช่วยไทย โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการรายใหญ่กระจายสินค้าราคาพิเศษไปยังร้านค้าปลีกและค้าส่งใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงการจัดโครงการลดค่าครองชีพเฉพาะจุดเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง สำหรับภาคการเกษตร ได้เตรียมมาตรการรับมือต้นทุนปุ๋ยที่ได้รับผลกระทบจากราคาปิโตรเคมี โดยยืนยันว่ามีสต็อกปุ๋ยเพียงพอถึงเดือนเมษายน พร้อมเร่งจัดหาวัตถุดิบเพิ่มเติม และบูรณาการร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อปรับสูตรปุ๋ยและส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนการนำเข้า ทั้งนี้ ได้สั่งการให้คณะกรรมการส่วนจังหวัด (กจร.) ลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกสินค้าอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการขาดแคลนและการกักตุน หากพบการฉวยโอกาสขายสินค้าในราคาที่ไม่สมเหตุสมผลจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยประชาชนสามารถร่วมแจ้งเบาะแสการกระทำผิดได้ที่สายด่วน 1569 สถานการณ์รุนแรงเกินขีดความสามารถนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลไม่ได้กำหนดเพดานราคาน้ำมันสูงสุดไว้แล้ว โดยจะปล่อยให้ราคาเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดมากขึ้น แต่จะยังคงใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยดูแลประกอบกันไป ตอนนี้กองทุนน้ำมันฯ ต้องแบกรับภาระเข้าไปอุดหนุนราคาดีเซล 19 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่รุนแรงจนเกินขีดความสามารถของกองทุนฯนอกจากนี้ การที่ราคาน้ำมันดีเซลของไทยต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านมาก เช่น มาเลเซีย 45 บาท, ฟิลิปปินส์ 60 บาท, ลาวและเมียนมา 60-70 บาท ได้ทำให้เกิดปัญหาการลักลอบนำน้ำมันไปกักตุนและเก็งกำไร จนปริมาณการใช้น้ำมันในระบบพุ่งสูงผิดปกติกว่า 20% ดังนั้น ในการพิจารณาราคาน้ำมันหลังจากนี้ รัฐบาลจะต้องนำปัจจัยเรื่องสถานการณ์ตลาดโลก ความแตกต่างของราคากับประเทศเพื่อนบ้าน ปัญหาการลักลอบกักตุน และสถานะของกองทุนน้ำมันฯ มาประเมินร่วมกัน ซึ่งราคาน้ำมันจึงยังมีโอกาสปรับขึ้นได้หากสถานการณ์พลังงานโลกยังคงรุนแรงปลัดพลังงานแจงหนักใจขึ้นราคา 6 บาทต่อลิตรนายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ไม่คิดว่าสถานการณ์จะรุนแรงและยาวนานขนาดนี้ เมื่อคืนวันที่ 25 มี.ค. ที่ตัดสินใจขึ้นราคาน้ำมันลิตรละ 6 บาท ก็ตัดสินใจกันนาน มีความหนักใจ แต่ด้วยสถานการณ์ความรุนแรงที่เราคาดไม่ถึง ตอนแรกเราไม่ได้คิดว่ามันจะรุนแรงถึงขนาดนี้ ก็พยายามที่จะตรึงราคา และผ่อนมาถึง 33 บาท สุดท้ายต้องยอมรับว่าด้วยสถานการณ์ขณะนี้กองทุนน้ำมันเอาไม่อยู่ ประกอบกับการลักลอบ เก็งกำไร จากการกักตุนต่างๆ ซึ่งทำให้มีการใช้น้ำมันมากกว่าปกติ 20% ซึ่งก็มีทั้งการกักตุนไว้ใช้ และการลักลอบส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งวันนี้น้ำมันในหลายประเทศแพงกว่าประเทศไทย โดยเฉพาะมาเลเซียวันนี้ก็ขึ้นไปอีก 7 บาทต่อลิตร รัฐบาลก็พยายามดูแลมาตลอด ตอนนี้ราคาน้ำมันจะเป็นอย่างไรต้องบอกว่าขึ้นกับสถานการณ์ และถ้าลดภาษีลงก็สามารถลดราคาลงได้บางส่วน ซึ่งตรงนี้มีทั้งบวกและลบ“วันนี้ถามว่าน้ำมันจะไปถึง 50 บาทต่อลิตรหรือไม่ บอกตรงๆ ว่าตอบไม่ได้ เพราะน้ำมันอาจจะลงมาไม่ได้ เพราะหากเขาหยุดรบกันน้ำมันอาจจะลงมาเลยก็ได้ ทั้งหมดขึ้นกับสถานการณ์”

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

 “สุริยะ-จุลพันธ์” เข้าตึกไทย คุยคืบหน้าตั้งรบ.
Politics2026 Mar 26 :: 09:53

“สุริยะ-จุลพันธ์” เข้าตึกไทย คุยคืบหน้าตั้งรบ.

“สุริยะ-จุลพันธ์” เข้าตึกไทย คุยคืบหน้าตั้งรบ. วันที่ 26 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้เข้าพบนายอนุทิน ที่ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เวลาหารือประมาณ 30 นาที ก่อนที่นายอนุทิน จะเดินออกมาส่งนายสุริยะ และนายจุลพันธ์ เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลจากนั้นเวลา 15.25น. นายจุลพันธ์ เปิดเผยว่า ตนและนายสุริยะ เข้าไปหารือกับนายอนุทิน ตามคำเชิญของนายอนุทิน เพื่อหารือความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล และแนวทางในการจัดทำร่างนโยบายเพื่อแถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา ตามที่ได้ประสานงานกันไว้ล่วงหน้า ในส่วนของพรรคเพื่อไทยห่วงใยปัญหาราคาน้ำมัน โดย สส.พรรคเพื่อไทยก็ได้แสดงความเห็น ข้อเสนอแนะ แนวทางการแก้ปัญหาต่างๆ ไว้ในที่ประชุมสภาแล้ว ตนเชื่อว่ารัฐบาลรักษาการปัจจุบัน คงได้รับทราบแนวทางที่เราได้เสนอแนะ และตระหนักได้ถึงความวิตกกังวลถึงความเดือดร้อนของประชาชนอยู่แล้ว จึงขอให้กำลังใจทุกฝ่ายเพื่อให้รีบตั้งรัฐบาลใหม่ได้โดยเร็ว เพื่อมีอำนาจเต็มในการปฏิบ้ติหน้าที่รับมือและแก้ไขสถานการณ์วิกฤตน้ำมันให้ผ่านพ้นได้โดยเร็ว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ไหนบอกหน่อย'ลับ'กี่โมง ?  กกต.ย้ำชัด บัตรเลือกตั้ง QR Code “ลับจริง” ตรวจสอบไม่ได้ว่าใครกาใคร
Politics2026 Mar 26 :: 08:56

ไหนบอกหน่อย'ลับ'กี่โมง ? กกต.ย้ำชัด บัตรเลือกตั้ง QR Code “ลับจริง” ตรวจสอบไม่ได้ว่าใครกาใคร

ไหนบอกหน่อย'ลับ'กี่โมง ? กกต.ย้ำชัด บัตรเลือกตั้ง QR Code “ลับจริง” ตรวจสอบไม่ได้ว่าใครกาใคร ชี้สแกน-นับใหม่ได้ ก็ไม่กระทบความลับ ยืนยันเลือกตั้งโปร่งใสตาม รธน.วันที่ 26 มี.ค. 2569 รายงานข่าวจากการประชุมถอดบทเรียนของสำนักงานคณะกกรมการการเลือกตั้งที่ จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 24-26 มี.ค.69 นายแสวง บุญมีเลขาธิการ กกต. ได้กล่าวถึงการจัดให้มีการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ ในการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.69 ที่ผ่านมา และขณะนี้อยู่ในชั้นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ให้ที่ประชุมผู้บริหารฟังว่า การจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 กรณีบัตรเลือกตั้งมี qr code หรือ bar code เป็นการเลือกตั้งโดยตรงและลับ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญโดยแท้ กล่าวคือ การลงคะแนนไม่มีผู้ใดรู้และไม่อาจตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็น ศาล หรือ กกต. หรือประชาชนโดยทั่วไป แต่ก็ไม่ได้กระทบต่อการทำหน้าที่ของศาลหรือ กกต. ที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมแต่ประการใด“เพราะการตรวจสอบให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เป็นคนละประเด็นกับการตรวจสอบย้อนหลังว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด การตรวจสอบความไม่สุจริตในการเลือกตั้งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายให้อำนาจใว้ อาทิ ให้อำนาจแก่ศาล หรือ กกต. แล้วแต่กรณี แต่การตรวจสอบว่าใครลงคะแนนให้ใคร เป็นเรื่องที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองใว้ และเป็นไปตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนในการเลือกตั้ง ไม่มีองค์ใด หรือใคร จะไปตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นศาลหรือ กกต.”ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า ขอยกตัวอย่างของการทำหน้าที่ของ ศาล หรือ กกต ในการตรวจสอบการกระทำทีไม่สุจริต เกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง ที่กฎหมายให้อำนาจใว้ 2 กรณีคือ กรณีการสั่งให้นับคะแนนใหม่ ในกรณีนี้ ถ้าศาล หรือ กกต. มีมติสั่งให้นับคะแนนใหม่แล้วแต่กรณี ก็เพียงแต่เปิดหีบและนำบัตรของหน่วยเลือกตั้งนั้นมานับคะแนนใหม่เท่านั้น ซึ่งในการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 ก.พ.69 กกต. ได้มีมติให้นับคะแนนใหม่ในหลายหน่วยเลือกตั้ง ในวันที่ 22 ก.พ. 69 การนับคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งดังกล่าว ก็ยังเป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับตลอดเวลาจนกว่าบัตรจะถูกทำลายตามเวลาที่กฎหมายกำหนดกรณีที่ 2 การตรวจสอบบัตรปลอม หรือการตรวจสอบการใช้บัตรข้ามเขต กกต. ก็เพียงมีมติสั่งให้เปิดหีบบัตรและนำบัตรในหน่วยเลือกตั้งมาสแกน บาร์โค๊ดหรือ คิวอาร์โค๊ด ก็จะทราบทันทีว่าเป็นบัตรปลอมหรือเป็นบัตรข้ามเขตเลือกตั้งหรือไม่ ไม่ได้กระทบถึงหรือทำให้ทราบว่าใครลงคะแนนให้ใคร มันจึงยังเป็นความลับอยู่ตลอดไปจนกว่าบัตรจะถูกทำลายตามเวลาที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม ผลจากการถอดบทเรียนในครั้งนี้ สำนักงานกกต.จะได้เผยแพร่ให้ประชาชนรับ เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมและตรวจสอบการเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นของประชาชน โดยประชาชน และเป็นที่ยอมรับ ให้การเลือกตั้งเป็นกระบวนการทางการเมืองที่ประชาชนทุกคนได้ทำหน้าที่พลเมืองดีในการรับผิดชอบประเทศชาติร่ว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

‘ไชยชนก’ ขอปชช.ปรับทัศนคติ ใช้ชีวิตพอเพียง รับน้ำมันพุ่ง 6 บาท เป็นไปตามกลไกราคาโลก
Politics2026 Mar 26 :: 07:27

‘ไชยชนก’ ขอปชช.ปรับทัศนคติ ใช้ชีวิตพอเพียง รับน้ำมันพุ่ง 6 บาท เป็นไปตามกลไกราคาโลก

"นภินทร" เผย วงประชุมครม.นัดพิเศษ มีข่าวดีออกมาตรการช่วยปชช.มั่นใจ รบ.เอาอยู่ ย้ำ ‘สงกรานต์’ มีน้ำมันใช้แน่ ด้าน ‘ไชยชนก’ รับ น้ำมันพุ่ง 6 บาทย้ำ เป็นไปตามกลไกราคาโลก สกัดน้ำมันเถื่อนรั่วออกนอกประเทศ ขอปชช.ปรับทัศนคติ ใช้ชีวิตพอเพียงวันที่ 26 มี.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมการประชุมคณะรัฐ (ครม.) นัดพิเศษในวันเดียวกันนี้ ว่า มีการหารือกันในหลายประเด็น ซึ่งจะมีมติออกมาโดยรอให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ แถลงผลการประชุมอย่างเป็นทางการอีกครั้งเมื่อถามว่า รัฐบาลจะเอาอยู่ใช่หรือไม่ นายนภินทร กล่าวว่า “เอาอยู่สิครับ”เมื่อย้ำถามว่า มีมาตรการภาษีสรรพสามิตมาช่วยลดราคาน้ำมันด้วยหรือไม่ นายนภินทร กล่าวว่า มี ข่าวดีอย่างแน่นอน และมีมาตรการหลายอย่างมาช่วยประชาชนอย่างแน่นอน โดยจะมีเรื่องการลดราคาสินค้า และจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีน้ำมันใช้เดินทางในช่วงสงกรานต์ รวมไปถึงการควบคุมราคาสินค้าเมื่อถามถึงบรรยากาศในที่ประชุมครม.นัดพิเศษ นายนภินทร กล่าวว่า เป็นไปด้วยดี ทุกคนช่วยกันระดมความคิดเห็นเพื่อให้มีมาตรการช่วยเหลือประชาชนออกมาจากนั้นเวลา 13.35 น.นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมครม.นัดพิเศษด้วยเช่นกันว่า เบื้องต้นหารือเพื่อเตรียมการรับมือ ทั้งระยะสั้นและระยะยาวโดยจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย อัพเดทสถานการณ์ ปั๊มน้ำมัน ให้พี่น้องประชาชนสามารถติดตามได้ โดยไม่ต้องไปไล่เช็คแต่ละปั๊ม นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการควบคุมราคาในผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับน้ำมัน รวมถึงแนวทางการประสานงานจัดซื้อน้ำมันจากประเทศพันธมิตรเมื่อถามถึงกรณีราคาน้ำมันพุ่งรวดเดียว 6 บาท นายไชยชนก กล่าวยอมรับว่า มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ ซึ่งมีกลไกราคาโลก หากเรามัวแต่กดไว้ จะทำให้มีการรั่วไหล ไปในประเทศที่มีการปรับราคาขึ้น ตามราคาตลาด ซึ่งจะส่งผลกระทบหลายอย่าง และป้องกันไม่ให้น้ำมันเถื่อน ออกไปประเทศอื่น และทำให้เรามีน้ำมันในประเทศน้อยลง พร้อมยกตัวอย่าง ว่าอาจมีกองทัพมด แฝงตัวเป็นประชาชน มาซื้อและนำไปขายช่องทางอื่น ซึ่งตามปิดไม่ได้ 100% อยู่แล้วนายไชยชนก กล่าวอีกว่า รัฐบาล ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และทุกกระทรวงจะต้องหาวิธีการรับมือ เราต้องหาวิธีการปรับตัว และทัศนคติในการใช้ชีวิตที่พอเพียงขึ้น เพราะสถานการณ์ยืดเยื้อแน่นอน และผลกระทบ น่าจะมีอย่างอื่นมากกว่าเรื่องน้ำมัน จึงขอความร่วมมือให้ช่วยกันคนละไม้คนละมือ โดยรัฐบาลก็จะเร่งดู และทำทุกอย่างภายใต้ข้อจำกัดที่ยังไม่ได้เป็นครม.ใหม่

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ประชาธิปัตย์” ซัดเต็มข้อ ลั่น  รัฐบาลลักไก่ขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท/ลิตร  หลังประชุมสภาถกญัตติด่วนวิกฤตพลังงาน
Politics2026 Mar 26 :: 06:46

“ประชาธิปัตย์” ซัดเต็มข้อ ลั่น รัฐบาลลักไก่ขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท/ลิตร หลังประชุมสภาถกญัตติด่วนวิกฤตพลังงาน

“ประชาธิปัตย์” ซัดเต็มข้อ ลั่น รัฐบาลลักไก่ขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท/ลิตร หลังประชุมสภาถกญัตติด่วนวิกฤตพลังงาน ไร้เงาหัวนายกฯ-รมต.ที่เกี่ยวข้อง ย้ำผลักภาระให้ประชาชนแบกหลังแอ่น ชี้ ไร้ยุทธศาสตร์บริหารขายผ้าเอาหน้ารอดเอื้อทุนพลังงานเมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พร้อมนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคได้พูดคุยในรายการ "กรรมกรข่าว คุยนอกจอ" วิจารณ์ถึงกรณีรัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาท เมื่อช่วงดึกคืนวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า ตนทราบข่าวการขึ้นราคาน้ำมันในช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. – 23.00 น. หลังจากที่การประชุมสภาสิ้นสุดลง โดยตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการจงใจส่งข่าวหลังจากสภาปิดเพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้าและการตรวจสอบจาก สส.ในสภา ทั้งที่ตามหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย รัฐมนตรีควรเข้ามาแถลงและชี้แจงเหตุผลต่อสภาเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบแนวทางที่ชัดเจน ทั้งนี้ ตนสรุปประเด็นความล้มเหลวของรัฐบาลในการรับมือวิกฤตน้ำมันครั้งนี้ไว้ 3 ประเด็นหลักคือ 1.ขาดความชัดเจนเชิงยุทธศาสตร์ รัฐบาลไม่มีการตั้งเป้าหมายหรือหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนว่า จะพยุงราคาน้ำมันไปจนถึงระดับราคาตลาดโลกที่เท่าใด ทำให้ภาคเอกชนและประชาชนไม่สามารถวางแผนล่วงหน้าได้ 2. ประชาชนแบกรับภาระเพียงฝ่ายเดียว ทำไมรัฐบาลไม่ขอความร่วมมือจากโรงกลั่นน้ำมันในการส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเพิ่มเติมจาก ค่าการกลั่นที่สูงขึ้น หรือพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตที่ก็บจากน้ำมันเพื่อช่วยพยุงราคา แทนที่จะปล่อยให้ราคาดีเซลพุ่งสูงขึ้นทันที 3.มาตรการช่วยเหลือล่าช้า แม้รัฐบาลจะระบุว่ามีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเฉพาะเป้าหมาย 5 กลุ่ม แต่กลับยังไม่มีผลบังคับใช้จริง ในขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงไปแล้ว ทั้งที่ควรทำควบคู่ไปกับการขึ้นราคาน้ำมันนายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนการอภิปรายของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่ระบุว่า รัฐบาลมีข้อมูลย้อนแย้งกันระหว่างภาครัฐที่ยืนยันว่า น้ำมันสำรองมีเพียงพอ แต่หน้าปั๊มกลับไม่มีน้ำมันขายหรือมีการลดโควตา ซึ่งคนเห็นว่า สิ่งนี้สะท้อนว่ามี "ไอ้โม่ง" หรือกระบวนการกักตุนน้ำมันเกิดขึ้นจริง พร้อมกับได้เปรียบเทียบว่า การที่รัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาท เมื่อคืนวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นการ ‘ปล่อยผีไอ้โม่งไปแล้ว‘เพราะเมื่อราคาขยับขึ้นไปสูงตามที่ต้องการแล้ว น้ำมันที่เคยถูกกักตุนไว้ก็จะถูกปล่อยออกมาขายทันที เพราะก่อนหน้านี้มีการกักตุนน้ำมันไว้ เนื่องจากราคาไม่สะท้อนความเป็นจริง แต่พอราคาขยับขึ้นมาแบบนี้ ก็ไม่มีใครไปตามจับไอ้โม่งแล้วนายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลในมิติของระบบสภาในระบอบประชาธิปไตย ว่า หน้าที่สำคัญของรัฐบาลในระบบรัฐสภาคือ ต้องมีความรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในประเทศที่เป็นประชาธิปไตย นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่อภิปรายในญัตติด่วนควรเข้ามาแถลงมติสำคัญในสภา โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นราคาน้ำมัน เพื่อรับฟังความคิดเห็นจาก สส. และชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจผ่านระบบสภาโดยตรง ขณะที่การประกาศขึ้นราคาน้ำมันในช่วงดึกเมื่อคืนวาน ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า รัฐบาลจงใจประกาศขึ้นราคาหลังจากที่ปิดประชุมสภาหรือไม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบหรือซักถามจากสมาชิกสภาด้านนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคปชป. กล่าวตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่น้ำมันตามปั๊มต่างๆ ขาดแคลนว่า เกิดจากการที่รัฐบาลค้างชำระเงินชดเชยแก่โรงกลั่นน้ำมันกว่า 20,000 ล้านบาท เนื่องจากยังไม่มีมติ ครม. อนุมัติให้กองทุนน้ำมันกู้เงินได้ ส่งผลให้โรงกลั่นขาดสภาพคล่องและลังเลที่จะปล่อยน้ำมันออกมาขายในราคาต่ำ อยากเตือนว่า หากรัฐบาลใช้กลไกราคาตลาดจริงโดยไม่ตรึงราคา ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงขึ้นอีกกว่า 10 บาทต่อลิตร เมื่อคำนวณจากราคาหน้าโรงกลั่นและภาษีต่างๆ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความโปร่งใสเรื่องงบประมาณในกองทุนน้ำมันเพื่อให้ประชาชนเตรียมใจรับมือกับค่าครองชีพที่จะสูงขึ้นตามมา

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ค่าไฟจ่อขึ้นตามราคาน้ำมัน สว.เผย กฟผ.แจ้งอุ้มค่าไฟไม่ไหว ปรับขึ้น 50-60สตางค์ต่อหน่วย พ.ค.นี้
Politics2026 Mar 26 :: 06:37

ค่าไฟจ่อขึ้นตามราคาน้ำมัน สว.เผย กฟผ.แจ้งอุ้มค่าไฟไม่ไหว ปรับขึ้น 50-60สตางค์ต่อหน่วย พ.ค.นี้

กรรมคนไทยรอช็อกซ้ำ! ค่าไฟจ่อขึ้นตามราคาน้ำมัน สว.เผย กฟผ.แจ้งอุ้มค่าไฟไม่ไหว ปรับขึ้น 50-60สตางค์ต่อหน่วยเดือนพ.ค.นี้ ส่วนสินค้าอุปโภค บริโภค กรมการค้าภายในบอกตรึงราคาได้แค่เดือนเม.ย. รอเผชิญสินค้าแพงช่วงสงกรานต์ ฉุนรัฐบาลช็อกเศรษฐกิจ ขึ้นดีเซล 8บาท ซัดเอื้อประโยชน์ ไอ้โม่งกักตุนน้ำมันวันที่ 26 มี.ค. 2569 ที่ รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงถึงสถานการณ์พลังงานประเทศไทยว่า ในวันที่ 24 มี.ค.กมธ.เรียกกรมธุรกิจพลังงาน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กรมการค้าภายใน สำนักงานกำกับกิจการพลังงาน มาสอบถามความชัดเจนการขาดแคลนน้ำมัน กรมธุรกิจพลังงานบอกว่าวิกฤติน้ำมันขาดแคลนเป็นพฤติกรรมกักตุนของประชาชนที่ตื่นตระหนกต่อภาวะสงคราม และลงพื้นที่ไปตรวจสอบแล้วไม่พบการกักตุนน้ำมัน สวนทางข้อมูลกมธ.ที่พบว่า ปั๊มน้ำมันต่างๆถูกลดโควตาน้ำมันจำนวนมาก การที่กรมธุรกิจพลังงานบอกว่า ไม่พบการกักตุนน้ำมันนั้น เป็นการไปตรวจสอบปลายทางตามปั๊มน้ำมัน แต่ไม่ตรวจสอบโรงกลั่นที่อยู่ต้นทางว่า มีสต๊อกน้ำมัน และการจำหน่ายอย่างไร กมธ.จะทำหนังสือถึงกรมธุรกิจพลังานขอข้อมูลการจัดการน้ำมันในระบบทั้งหมด อย่างไรก็ตามกมธ.ไม่สามารถสรุปได้ว่า น้ำมันในระบายหายไปอยู่ที่ใคร บอกได้แค่ว่า ยังอยู่ในระบบ แต่หาไม่เจออยู่ที่ใคร เพราะหน่วยงานรัฐไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลนายนรเศรษฐ์กล่าวว่า ล่าสุดรัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมัน 6-8บาท จะส่งผลกระทบค่าไฟฟ้าที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)แจ้งกมธ.ว่า ต้นทุนราคาแอลเอ็นจีที่ใช้ผลิตไฟฟ้าในตลาดโลกพุ่งจาก 13ดอลลาร์ เป็น 25ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู ให้เตรียมรับค่าไฟปรับขึ้นในเดือนพ.ค.นี้ ขั้นต่ำ 50-60สตางค์ต่อหน่วย เพราะกฟผ.รับภาระต้นทุนแอลเอ็นจี มีหนี้ 30,000กว่าล้านบาท ต้องดูแนวทางรัฐบาลจะช่วยเหลืออย่างไร ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคที่กรมการค้าภายในระบุจะตรึงราคาสินค้า แต่คาดคงตรึงได้แค่เดือนเม.ย.เท่านั้น ช่วงสงกรานต์สินค้าต่างๆอาจขึ้นราคา ข้อเสนอแนะกมธ.คือ ให้รัฐบาลใช้พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562 ดึงกำไรส่วนเกินจากค่าการกลั่นที่สูงขึ้นจาก 2บาท เป็น 6บาท และกำไรจากสต๊อกน้ำมันที่ซื้อก่อนหน้านี้ที่มีราคาถูกกว่า ดึงมาเข้ากองทุนน้ำมัน รวมถึงการยกเลิกราคาอ้างอิงสิงคโปร์ที่บวกค่าขนส่ง เสมือนนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งที่ความจริงไม่มีการนำเข้า แต่กลั่นได้เองในประเทศ ทำให้เป็นภาระประชาชนปีละ 36,000ล้านบาท นายสุนทร พฤกษ์พิพัฒน์ สว. ในฐานะประธานอนุกมธ.คุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวว่า การขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 8บาท เป็นการช็อกเศรษฐกิจ ทั้งที่บอกจะค่อยๆปรับราคา รู้สึกโกรธมาก และประชาชนก็โกรธเหมือนก่อน การขึ้นราคาแบบนี้ใครได้ประโยชน์ คนที่กักตุนน้ำมันใช่หรือไม่ ทั้งที่น้ำมันที่มีอยู่เป็นสต๊อกเก่า ราคาเก่า แต่ทำไมขึ้นราคาช็อกแบบนี้ นายกฯผ่านมาหลายวิกฤติ ควรมีพัฒนาการรับมือเศรษฐกิจมากกว่านี้ การอ้างยังไม่มีอำนาจเต็ม ทำให้แก้ปัญหาไม่ได้นั้น ฟังไม่ขึ้น เพราะสามารถไปตรวจสอบสต๊อกน้ำมันได้ ไม่มีการห้ามตรวจสอบ การอ้างไม่มีอำนาจเต็มถือว่าแย่

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"ณัฐพงษ์" ชี้ตั้ง "พิพัฒน์" คุม ศบก. อาจเป็นความฉ้อฉล ผลประโยชน์ทับซ้อน
Politics2026 Mar 26 :: 05:47

"ณัฐพงษ์" ชี้ตั้ง "พิพัฒน์" คุม ศบก. อาจเป็นความฉ้อฉล ผลประโยชน์ทับซ้อน

"ณัฐพงษ์" อัดรัฐบาลขาดความจริงใจ เลือกไม่ยอมชี้แจงข้อสงสัยในสภาฯ สร้างวิกฤตความเชื่อมั่น ชี้ตั้ง "พิพัฒน์" คุม ศบก. อ้างความเชี่ยวชาญ แต่อาจเป็นความฉ้อฉล ผลประโยชน์ทับซ้อน ด้าน “วีระยุทธ” ฟาดนายกฯ ขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทรวดเดียว ตัดสินใจไม่มีหลักการ ไร้เห็นใจประชาชน แนะรบ.ออกมาสื่อสารทางการ ดีกว่าไปนั่งพูดบางรายการ จี้ขอ กกต.ไฟเขียวงบกลางช่วยแก้วิกฤติวันที่ 26 มี.ค. 69 ที่ พรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค แถลงข่าวกรณีราคาน้ำมันขึ้นราคา 6 บาท ในช่วงคืนที่ผ่านมาโดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เมื่อวานที่สภาได้มีการพิจารณาญัตติด่วนเรื่องนี้ด้วย แต่วันนี้ประชาชนเดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้าที่อยู่ดี ๆ มีการปรับขึ้นราคาน้ำมัน สูงถึง 6 บาทต่อลิตร ก่อนหน้านี้พรรคประชาชนเรียกร้องมาโดยตลอดเรื่องการบริหารจัดการ คืออยากให้รัฐบาลพูดความจริงกับประชาชนมากกว่านี้รวมถึงการบริหารที่ทำให้ประชาชนเชื่อใจได้มากกว่านี้" กลไกของสภาผู้แทนราษฎรถือเป็นกลไกที่ดีที่สุดที่รัฐบาลจะมาชี้แจง เพื่อไขข้อสงสัยในหลายเรื่องทั้งผลประโยชน์ทับซ้อน ของคนที่ดำรงตำแหน่งในรัฐบาล อย่างนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ.ศบก. ที่มีการตั้งคำถามว่าหากรัฐบาลรู้ล่วงหน้า ว่ารัฐบาลจะมีการดำเนินนโยบายอย่างไร จะประกาศขึ้นราคาเมื่อไหร่ ซึ่งตัวรัฐมนตรีอาจมีส่วนเกี่ยวข้องในธุรกิจพลังงาน จึงมีข้อสงสัยว่าการที่รัฐบาลแต่งตั้งบุคคลแบบนี้เข้ามาทำงานโดยอ้างในเรื่องของความเชี่ยวชาญจะกลายเป็นความช่ำชองหรือฉ้อฉลในการใช้อำนาจรัฐและมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ " นายณัฐพงษ์กล่าวนายณัฐพงษ์ ยังกล่าวว่า ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ารัฐบาลบอกตลอดว่าน้ำมันไม่เคยขาด แต่หน้างานหลายพื้นที่ประชาชนต้องต่อคิวเติมน้ำมันหลายชั่วโมง และขณะนี้ก็ยังตามหาตัวไอ้โม่งไม่พบตัวใหญ่ที่แท้จริงอยู่ตรงไหน ขณะที่ตำรวจก็จับกุมแถลงข่าว ว่ามีการจับกุมคนกักตุนน้ำมันรายย่อย ดังนั้นสถานการณ์วันนี้เชื่อว่าต้องมีคนได้ประโยชน์อยู่เบื้องหลังจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบนความเดือดร้อนของประชาชนแน่นอนแต่รัฐบาลกลับเลือกที่จะชี้แจงผ่านเวทีของสื่อมวลชน และในเวทีที่รัฐบาลเป็นคนควบคุมเนื้อหาในการสื่อสาร เลือกที่จะหลีกเลี่ยงไม่ยอมมาชี้แจงในสภา ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่จะทำให้รัฐบาลตอบข้อเท็จจริงและเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นการประชุม เราพยายามเรียกร้องให้ตัวแทนของรัฐบาลที่อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง ทั้งตัวนายอนุทินชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายพิพัฒน์ลุกขึ้นชี้แจง โดยใช้สิทธิ์พาดพิงเพื่อตอบข้อสงสัยของเพื่อนสมาชิก แต่กลับไม่เห็นสองคนนี้ลุกขึ้นมาชี้แจงข้อสงสัย มีเพียงตัวแทน สส. จากรัฐบาลบางส่วนลุกขึ้นมาชี้แจงเรื่องนี้จึงเป็นสาเหตุในการสรุปปิดอภิปราย ว่า สถานการณ์วิกฤตในตอนนี้สิ่งที่สำคัญมากกว่า วิกฤตก็คือวิกฤตความเชื่อมั่นของประชาชนที่กระทบคนจำนวนมาก จนเกิดข้อสงสัยว่าอยู่ดี ๆ ปรับขึ้นราคาน้ำมันส่วนต่างที่เกิดขึ้น ผลประโยชน์จะตกอยู่กับใครก่อนหน้านี้มีการกักตุนพลังงานไว้หรือไม่นี่คือสิ่งสำคัญ ทางรัฐบาลยังไม่สามารถกอบกู้ความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับมาได้ ตนยังมองไม่เห็นทางออกว่าจะบริหารสถานการณ์วิกฤต ให้กลับสู่สถานการณ์ปกติได้อย่างไรด้านนายวีระยุทธ กล่าวว่า เมื่อวานที่มีการขึ้นราคา 6 บาทไม่มีคำอธิบายไม่มีหลักการไม่มีความเห็นอกเห็นใจประชาชนเลย ทำตรงข้ามกับที่พูดมาโดยตลอดและไม่ได้รับฟังข้อเสนอที่พูดคุยกันในสภา ข้อเสนอ 3 ข้อที่พรรคประชาชนเสนอไม่ได้ถูกนำไปใช้เลย คือ 1. เปลี่ยนการบริหารแบบปิดห้องคุยเฉพาะกลุ่ม ธุรกิจรายใหญ่แล้วมาบอกประชาชนให้ทำแบบนั้นแบบนี้ ก็ยังเป็นเหมือนเดิมไม่มีการเปิดรับฟังผู้เดือดร้อนเลย ไม่ได้เดินหน้าเข้าไปหา ชาวนาชาวประมง กลุ่มขนส่งรายย่อย2. รัฐบาลต้องยอมรับ ว่าเกิดจากการที่ประกาศตรึงราคา 15 วัน ถ้าไม่ยอมรับตรงนี้แล้วกลับมาชี้หน้าว่าประชาชนสังคมไม่มีทางเฉลี่ยทุกข์สุขกันได้ เราเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงแบบขั้นบันได ซึ่งไม่ใช่แบบที่รัฐบาลทำอยู่"จู่ๆ ขึ้นราคา 6 บาท โดยที่ไม่มีคำอธิบายเลยว่า แล้วพรุ่งนี้ มะรืนนี้ จะเป็นอย่างไร ประชาชนจะใช้ชีวิตกันอย่างไร ต้องรอเวลา 4 ทุ่มเพื่อมีประกาศ ต้องรอความไม่แน่นอนแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน หากมีหลักการอธิบาย และประกาศให้รู้ล่วงหน้าสังคมก็จะสามารถเฉลี่ยทุกเฉลี่ยสุขไปด้วยกันได้" นายวีระยุทธกล่าวส่วนข้อ 3 นายวีระยุทธ กล่าวว่า การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เมื่อวาน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาพูด แต่ก็ไม่ใช่การพูดอย่างเป็นทางการในนามรัฐบาล และ 5 กลุ่มเปราะบางที่พูดมา ก็ไม่ได้มีส่วนในการมาชี้แจงรับฟังความคิดเห็นเลย เช่น การบอกว่าจะช่วยผู้ได้รับสัมปทานก่อสร้างภาครัฐ ต้องตั้งคำถามไปว่า ทำไมกลุ่มที่เขาจะช่วยเหลือกลุ่มแรกจึงมีกลุ่มนี้โผล่ขึ้นมาโดยไม่มีคำอธิบายด้วย จะตอบสังคมอย่างไร นี่คือการทำงานด้วยความเชี่ยวชาญแล้วหรือ หรือเป็นการใช้ผลประโยชน์นำเมื่อถามถึงการตัดสินใจขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาท เป็นการบริหารผิดพลาดของรัฐบาล และเป็นการจัดการความรู้สึกของประชาชนล้มเหลว นายวีระยุทธตอบว่า เป็นการทำให้ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่น เพราะปั๊มน้ำมันในต่างจังหวัด ที่ประชาชนต้องถือแกลลอนน้ำมันไปต่อแถวแล้ว ตอนเช้ามารู้ว่าน้ำมันแพงขึ้น 6 บาท ขณะที่ชาวประมงซื้อน้ำมันรายวัน เมื่อเจอราคาน้ำมันปรับขึ้นรวดเดียวแบบนี้ไม่มีใครออกไปหาปลาแน่นอน วันนี้มีแต่ความไม่แน่นอนเต็มไปหมด รัฐบาลไม่เห็นอกเห็นใจประชาชนเลยว่าจะใช้ชีวิตกันอย่างไรส่วนที่วันนี้นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมทีมเศรษฐกิจด่วนที่ทำเนียบรัฐบาล ส่วนตัวยังไม่ทราบว่าจะมีมาตรการอะไรออกมา มีแต่ไปพูดผ่านรายการนั้นรายการนี้ โดยยกตัวอย่าง กรณีที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไปให้สัมภาษณ์บางสื่อ แต่ไม่มีการสื่อสารที่เป็นทางการจากรัฐบาล ซึ่งในวิกฤติแบบนี้ ภาวะผู้นำสำคัญกว่าอื่นใด ในภาวะปกติ ควรจะสื่อสารกับประชาชนโดยตรงอธิบายให้เข้าใจ ไม่ใช่สื่อสารผ่านทางหน้าข่าว หรือบางรายการเท่านั้นพร้อมย้ำว่าการช่วยเหลือเยียวยาของประชาชนสามารถทำได้ทันที เพราะมีเงินสำรองใช้จ่ายฉุกเฉิน อยู่แล้วในงบประมาณกลางปี ยกเว้นว่ารัฐบาลจะเก็บเอาไว้ทำอย่างอื่น แต่ในสภาวการณ์แบบนี้เรื่องนี้เร่งด่วนที่สุด ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะรอรัฐบาลใหม่ สามารถนำเงินนี้มาใช้ได้เลยผ่าน กกต.นายวีระยุทธ กล่าวต่อว่า เมื่อวานนี้หลังเปิดญัตติหารือกันที่สภา พอปิดประชุมราคาน้ำมันก็กระชากขึ้นทันที โดยที่ประชาชนยังไม่ทันตั้งตัว หากบริหารแบบนี้ยังไงก็ปั่นป่วน และ มองว่ารัฐบาลตัดสินใจพลาดตั้งแต่การตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน เพราะโลกภายนอกปั่นป่วนมีพายุเข้ามา แต่เราไปสร้างกำแพงกั้นไว้พร้อมถามว่ารัฐบาลยอมรับแล้วหรือยังว่า การตัดสินใจแบบนั้นเป็นต้นตอของความปั่นป่วน จากที่“ดีมาน“กับ“ซัพพลาย” เคยเท่ากัน คนอยากขายก็ขายน้อยลง คนอยากซื้อก็ซื้อมากขึ้น เกิดช่องว่างรูโหว่บวกกับคอรัปชั่นอีก จึงเป็นความปั่นป่วนที่รัฐบาลสร้างขึ้นจากนโยบาย ถ้าไม่ยอมรับก็ไม่มีบทเรียน แล้วตกลงจะปล่อยให้ราคาน้ำมันลอยตัวหรือเปล่าก็ไม่มีใครให้คำตอบได้ส่วนตัวเชื่อว่าคนไทยเข้าใจดีปัญหาพลังงานมีผลกระทบจากปัจจัยภายนอก แต่ในประเทศต้องรู้ว่าใครเดือดร้อนไม่ใช่เลือกช่วยเหลือเฉพาะบางกลุ่ม พร้อมตั้งคำถามว่า ตกลงเราบริหารสถานการณ์นี้ด้วยอะไรส่วนวิธีปล่อยให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นทุก 6 บาทตลอดไป จะเป็นแนวทางที่รัฐบาลจะใช้ต่อไปเลยหรือไม่นั้น นายวีระยุทธ กล่าวว่า ไม่มีใครสามารถบอกได้ และทุกปีเทศกาลสงกรานต์ เป็นช่วงที่คนเดินทางกลับบ้านเศรษฐกิจจะคึกคัก แต่เจอวิกฤตแบบนี้ไปใครจะกล้าเดินทาง หากเดินทางไปแล้ว ราคาน้ำมันปรับขึ้นระหว่างเดินทาง หรือมีน้ำมันให้เติมหรือไม่ จึงคิดว่าเป็นผลที่ส่งต่อสืบเนื่องไปถึงสงกรานต์แน่นอนส่วนที่กรณีที่พบการส่งออกน้ำมันจากไทยไปขายให้ประเทศเพื่อนบ้านต่อเนื่อง ทั้งที่ไทยยังประสบปัญหาขสดแคลนน้ำมัน รัฐบาลควรชะลอหรือยกเลิกการส่งออกไปหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับคนไทยก่อน ส่วนต้องยกเลิกส่งออกไปก่อนหรือไม่ต้องไปดูรายละเอียดสัญญา แต่เรื่องนี้รัฐบาลต้อลให้คนไทยเพียงพอใช้จ่ายกันเองในประเทศก่อน พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า “การตัดสินใจกระชากราคาขึ้น 6 บาทเป็นการกระทำที่ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในสังคม ขอวิพากษ์วิจารณ์เป็นการตัดสินใจที่ไม่มีหลักการ ไม่มีคำอธิบาย และไม่เห็นใจประชาชน” และย้ำว่าพรรคประชาชน จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

เดือด! “เสรีพิศุทธ์” ลั่น “ชั่วมาก” ซัดขึ้นน้ำมันวันเดียว 6 บาท ฉวยวิกฤติหากำไร
Politics2026 Mar 26 :: 04:53

เดือด! “เสรีพิศุทธ์” ลั่น “ชั่วมาก” ซัดขึ้นน้ำมันวันเดียว 6 บาท ฉวยวิกฤติหากำไร

เดือด! “เสรีพิศุทธ์” ลั่น “ชั่วมาก” ซัดขึ้นน้ำมันวันเดียว 6 บาท ฉวยวิกฤติหากำไรวันที่ 26 มี.ค. 2569 พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ทุกวิกฤติมีโอกาสเสมอ มีแต่คนชั่วเท่านั้นที่ใช้วิกฤติความเดือดร้อนของประชาชนถือโอกาสหาผลประโยชน์กำไรเพื่อพวกพ้องและตัวเอง ขึ้นราคาน้ำมันวันเดียว 6 บาทเท่ากับกำไรครั้งเดียววันเดียว 6 บาท คนที่ทำได้ต้องเป็นคนที่ชั่วมากๆจริงๆใช่ไหมหนู ถามพิพัฒน์คนทำธุรกิจค้าน้ำมันดูว่าจริงหรือไม่ คนค้าน้ำมันจะได้กำไรมหาศาลใช่หรือไม่ ถามแล้วหาตัวคนชั่วออกมาด้วยนะหนูวันเดียวกำไรลิตรละ 6 บาท พอแล้วๆ รวยไม่ไหวแล้ว ถ้าฉวยโอกาสบนความเดือดร้อนของปชช. ต้องถือว่าคนนั้น ชั่วมากๆนะหนูพิพัฒน์

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"ปกรณ์" อุบเสียบแทน “บวรศักดิ์” นั่งรองนายกฯ มือกฎหมายรัฐบาลอนุทิน 2
Politics2026 Mar 26 :: 04:01

"ปกรณ์" อุบเสียบแทน “บวรศักดิ์” นั่งรองนายกฯ มือกฎหมายรัฐบาลอนุทิน 2

"ปกรณ์" อุบเสียบแทน “บวรศักดิ์” นั่งรองนายกฯ มือกฎหมายรัฐบาลอนุทิน 2 ขอเอาเรื่องประชาชนก่อน รับยังไม่ต้องแก้ กม.พลังงาน เหตุมีมาตรการอยู่แล้ววันที่ 26 มี.ค. 2569 ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่วมประชุมครม.เศรษฐกิจนัดพิเศษ ตามกรอบอำนาจ มาตรา 8 กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยนายปกรณ์ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ปรากฏรายชื่อจะมานั่งในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลฝ่ายกฎหมาย ในรัฐบาลอนุทิน 2 พร้อมโบกมือปัดที่จะตอบคำถาม ก่อนจะบอกว่า เอาเรื่องประชาชนก่อนเมื่อถามว่าจำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมายอะไรหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ยังไม่ต้อง เพราะมีมาตรการอยู่แล้ว ก่อนหันมายิ้มให้ผู้สื่อข่าว หลังถูกถามว่าจะได้เจอกันที่ตึกบัญชาการ 1 ซึ่งเป็นห้องทำงานของรองนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการปรากฏตัวของนายปกรณ์ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกหลังมีรายชื่อติดโผรัฐบาลอนุทิน 2 แทนนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

นายกฯ ถกด่วนครม.เศรษฐกิจนัดพิเศษ แก้วิกฤตพลังงาน
Politics2026 Mar 26 :: 03:47

นายกฯ ถกด่วนครม.เศรษฐกิจนัดพิเศษ แก้วิกฤตพลังงาน

นายกฯ ถกด่วนครม.เศรษฐกิจนัดพิเศษ แก้วิกฤตพลังงานวันที่ 26 มีนาคม 2569 ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าปฎิบัติหน้าที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยวันเดียวกันนี้นายอนุทิน ขับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัว ยี่ห้อ BYD รุ่น byd sealion 7 สีเทาเข้ม ป้ายแดง ทะเบียน ฎ 9798 กรุงเทพมหานคร มาทำงานเป็นวันที่2โดยเวลา 11.00 น. นายอนุทินเรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจนัดพิเศษ ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อถกแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน จากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง และหลังจากมีการปรับขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อรรถวิชช์” จี้ "พาณิชย์" เบรกน้ำมันขึ้นพรวด ซัดสต๊อกเก่าไม่ควรแพง ด้าน “พีระพันธุ์” ลั่น ปล้นกันชัดๆ
Politics2026 Mar 26 :: 03:04

“อรรถวิชช์” จี้ "พาณิชย์" เบรกน้ำมันขึ้นพรวด ซัดสต๊อกเก่าไม่ควรแพง ด้าน “พีระพันธุ์” ลั่น ปล้นกันชัดๆ

“อรรถวิชช์” จี้ "พาณิชย์" เบรกน้ำมันขึ้นพรวด ซัดสต๊อกเก่าไม่ควรแพง ด้าน “พีระพันธุ์” ลั่น ปล้นกันชัดๆวันที่ 26 มี.ค. 2569 ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า พาณิชย์ ต้องเบรคด่วน ! น้ำมันสต๊อกเก่า ขึ้นพรวด 6 บาท ผมว่าเกินไปแล้ว เพราะแบบนี้ โรงกลั่นถึงกั๊กน้ำมัน เก็บไว้ขายทำกำไรนอกจากนี้ยังบอกอีกว่า มันสต๊อกเก่า จะขึ้นราคาแบบนี้ไม่ได้ ของจริงตัวแพงยังไม่มานะครับ ผมได้เสนอ “วิธีการและกฎหมาย”ที่ต้องใช้ในการบริหารน้ำมันในยามวิกฤตต่อสภาไปแล้วเมื่อวานในฐานะ สส. แต่ สิ่งที่ฝ่ายประจำนำเสนอกับผู้บริหารเป็นวิธีการบริหารความผันผวนน้ำมันในกรณีสภาวะปกติ…ขณะเดียวกัน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์เฟซบุ๊กกลางดึกเช่นกัน ระบุว่า แบบนี้มันปล้นกันชัดๆ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

เฉลี่ยทุกข์สุขแบบไหน? "พริษฐ์" จี้ รัฐแจงด่วน ขึ้นราคาน้ำมันพรวดเดียว แต่ไร้มาตรการรองรับ-ไร้คำตอบใครกักตุน
Politics2026 Mar 26 :: 02:01

เฉลี่ยทุกข์สุขแบบไหน? "พริษฐ์" จี้ รัฐแจงด่วน ขึ้นราคาน้ำมันพรวดเดียว แต่ไร้มาตรการรองรับ-ไร้คำตอบใครกักตุน

เฉลี่ยทุกข์สุขแบบไหน? "พริษฐ์" จี้ รัฐแจงด่วน ขึ้นราคาน้ำมันพรวดเดียว แต่ไร้มาตรการรองรับ-ไร้คำตอบใครกักตุนวันที่ 26 มี.ค. 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขแบบใด ถึงได้ขึ้นกระชากแบบนี้ ทั้งๆ ที่1. ยังไม่มีคำตอบหรือข้อสรุปว่าใครกักตุนที่ผ่านมา2. ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องภาษีลาภลอย3. ยังไม่มีความชัดเจนว่ามาตรการเยียวยาประชาชนกลุ่มต่างๆ จะเริ่มทันทีหรือไม่4. ยังไม่มีคำชี้แจงจากนายกฯในสภาแม้แต่คำเดียวตลอดทั้งวันป.ล. ภาพจากสถานการณ์ที่ปั๊มแถวลาดพร้าว กทม. ณ เวลา 01.30 น. - คิวอยู่ที่ประมาณ 15 นาทีป.ล.2. ผมว่าผมเข้าใจแล้วว่าทำไมสัปดาห์นี้ ถึงนัดประชุมสภาแค่วันเดียว โดยไม่เปิดประชุมสภาพรุ่งนี้ ทั้งๆที่ธรรมดาจะมีประชุมสภาทุกวันพฤหัสบดีด้วย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

สส.กินภาษีทะลุแสน! เงินเดือน-สวัสดิการแน่น มีผู้ช่วยอีก 8 คน ไม่รู้ทำงานเพื่อประชาชน หรือแค่ตำแหน่งทอง?
Politics2026 Mar 25 :: 14:54

สส.กินภาษีทะลุแสน! เงินเดือน-สวัสดิการแน่น มีผู้ช่วยอีก 8 คน ไม่รู้ทำงานเพื่อประชาชน หรือแค่ตำแหน่งทอง?

สส.กินภาษีทะลุแสน! เงินเดือน-สวัสดิการแน่น มีผู้ช่วยอีก 8 คน ไม่รู้ทำงานเพื่อประชาชน หรือแค่ตำแหน่งทอง?วันที่ 25 มี.ค. 2569 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน มีสถานะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ใช่จิตอาสา จึงได้รับค่าตอบแทนจากภาษีประชาชน เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนและสะท้อนเสียงของประชาชนในสภา โดย สส. จะได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งรวมเดือนละ 113,560 บาท แบ่งเป็น เงินเดือน 71,230 บาท /เงินเพิ่ม 42,330 บาททั้งนี้ หากดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น ประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาฯ หรือผู้นำฝ่ายค้าน จะได้รับค่าตอบแทนในอัตราที่สูงขึ้น สิทธิประโยชน์ด้านค่าใช้จ่ายและสวัสดิการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า สส. มีสิทธิได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติหน้าที่ เช่น ค่าเดินทางเข้าร่วมประชุมหรือปฏิบัติภารกิจ เทียบเท่าข้าราชการระดับบริหารสูง เบี้ยประชุมตามที่กำหนด ค่าอาหารในวันประชุม ซึ่งจัดสรรจากงบประมาณรัฐสภา โดยเฉลี่ยประมาณ 861 บาทต่อมื้อต่อคน ด้านสวัสดิการรักษาพยาบาล สส. สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ตามจริงในอัตราที่กำหนด ครอบคลุมทั้งการรักษาในสถานพยาบาล อุบัติเหตุฉุกเฉิน และการตรวจสุขภาพประจำปี โดยต้องยื่นเบิกภายใน 1 ปีมีผู้ช่วยประจำตัวได้สูงสุด 8 คน เนื่องจากภารกิจของ สส. ครอบคลุมทั้งงานในสภาและพื้นที่ จึงสามารถมีผู้ช่วยได้รวมไม่เกิน 8 คน ได้แก่ผู้เชี่ยวชาญ 1 คน เงินเดือน 24,000 บาทผู้ชำนาญการ 2 คน เงินเดือนคนละ 15,000 บาทผู้ช่วยดำเนินงาน 5 คน เงินเดือนคนละ 15,000 บาทผู้ช่วยเหล่านี้มีหน้าที่สนับสนุนงานด้านวิชาการ การค้นคว้าข้อมูล กฎหมาย และการประสานงานต่าง ๆไม่มีบำนาญ แต่มี “กองทุนอดีต สส.” สส. ไม่มีสิทธิรับบำนาญแบบข้าราชการ แต่จะได้รับเงินช่วยเหลือหลังพ้นตำแหน่งผ่าน “กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา” ซึ่งมีลักษณะคล้ายกองทุนประกันสังคม โดยจะได้รับเงินตามระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง (สูงสุดไม่เกิน 2 เท่าของระยะเวลาที่เป็น สส.) และจะถูกระงับสิทธิชั่วคราว หากกลับเข้าดำรงตำแหน่งในรัฐสภาอีกครั้งทั้งนี้ ระบบค่าตอบแทนและสวัสดิการดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อให้ สส. สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ และมีความมั่นคงในการทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“พิพัฒน์”  สั่งคุมเข้ม! มอนิเตอร์ GPS รถขนน้ำมัน ล่ากลุ่มกักตุน-ลักลอบออกนอกเส้นทาง
Politics2026 Mar 25 :: 14:04

“พิพัฒน์” สั่งคุมเข้ม! มอนิเตอร์ GPS รถขนน้ำมัน ล่ากลุ่มกักตุน-ลักลอบออกนอกเส้นทาง

“พิพัฒน์” สั่งคุมเข้ม! มอนิเตอร์ GPS รถขนน้ำมัน ล่ากลุ่มกักตุน-ลักลอบออกนอกเส้นทาง ขณะที่ ปชน. บอกใบ้ “รู้ตัวไอ้โม่ง” ซัดรัฐนิ่งเฉยอุดรูรั่ว ไม่รู้ไร้ประสิทธิภาพ หรือรู้เห็นหากินวิกฤติพลังานนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะผอ.ศบก. ยืนยันรัฐบาลไม่นิ่งเฉย เร่งติดตามเส้นทางน้ำมันตั้งแต่โรงกลั่นถึงปลายทาง พร้อมใช้ระบบ GPS ตรวจรถขนส่งทุกคัน ระบุจะรู้ผลข้อเท็จจริงเรื่องกักตุนภายใน 1 สัปดาห์ โดยประสานหลายหน่วยงานร่วมตรวจสอบอย่างเข้มงวด ชี้ว่าสต๊อกน้ำมันประเทศยังมีมากกว่า 100 วัน และมีข่าวดีการนำเข้าน้ำมันผ่านช่องทางระหว่างประเทศได้ เตือนว่าหากวิกฤตยืดเยื้อ รัฐอาจอุ้มราคาไม่ไหว ต้องให้ประชาชนช่วยประหยัดพลังงานร่วมกัน ย้ำช่วง เทศกาลสงกรานต์ มีแผนสำรองน้ำมันขนส่งเพียงพอ และสถานีบริการจะกลับสู่ภาวะปกติภายในสิ้นมีนาคมปชน. บอกใบ้ “พิพัฒน์” รู้ดีไอ้โม่งคือใคร ซัดรัฐบาลนิ่งเฉยอุดรูรั่ว ไม่รู้ไร้ประสิทธิภาพ หรือรู้เห็นหากินวิกฤติพลังานนายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า มี 4ไอ้โม่งที่เคยกักตุนน้ำมันคือ 1.โรงกลั่นน้ำมัน ที่รัฐบาลไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลการผลิตน้ำมันของโรงกลั่น 2.คลังน้ำมัน 3.พ่อค้าคนกลาง ที่ล่าสุดมีการกักตุนน้ำมัน 3แสนลิตรที่อ่างทอง แต่ผ่านมาหลายวัน รัฐบาลไม่มีความพยายามเอาผิดการกักตุนที่จ.อ่างทอง 4.รถขนส่งน้ำมัน ที่รถหลายร้อยคันจอดเฉยๆนิ่งๆ คือเครื่องมือที่ไอ้โม่งใช้กักตุนน้ำมันหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีไอ้โม่งที่เป็นโจรเอาน้ำมันไทยไปขายต่างประเทศ ทำกำไรเกือบเท่าตัว หากรัฐบาลยังตีรวนไม่ตรวจสอบ ไอ้โม่งก็รวยต่อไป ไอ้โม่งเหล่านี้มีศักยภาพกกักตุนน้ำมันมากกว่าประชาชนแน่นอน ถ้าถามว่า ไอ้โม่งที่มีส่วนกักตุนน้ำมันประชาชนคือใคร นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม น่าจะตอบเรื่องนี้ได้ดีกว่าตนแน่นอน เพราะมีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ในธุรกิจนี้เป็นอย่างดี วิกฤติพลังงานประเทศเข้าสู่สัปดาห์ที่4 แต่ไม่เห็นความพยายามรัฐบาลอุดรูรั่ว ยิ่งรัฐบาลนิ่งเฉยไม่ตอบว่าน้ำมันหายไปไหน ประชาชนยิ่งสงสัยว่า รัฐบาลไร้ประสิทธิภาพ หรือมีส่วนรู้เห็นเข้าไปหากินในวิกฤติพลังงานเลขาฯสภาพัฒน์ เผย ขอข้อมูลรถขนน้ำมันผู้ค้า ม.7 ทุกราย ไว้ติดตามตรวจสอบที่ทำเนียบรัฐบาล นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะกรรมการศบก. เผยสถานการณ์น้ำมันเริ่มคลี่คลาย หลังผู้ค้าน้ำมันเพิ่มการปล่อยน้ำมันและรัฐผ่อนคลายเงื่อนไขสำรอง ระบุว่าการขนส่งน้ำมันทำได้เร็วขึ้น แม้บางปั๊มยังขาด แต่ปริมาณจัดส่งให้จ๊อบเบอร์กลับมาใกล้ปกติราว 7 ล้านลิตร/วัน เตรียมใช้ข้อมูลรถขนส่งและระบบติดตาม ตรวจสอบเส้นทาง ป้องกันการกักตุนและลักลอบส่งออก ยอมรับยังมีการใช้น้ำมันสูงผิดปกติ ทำให้บางสถานีหมดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง พร้อมวางแผนรองรับ เทศกาลสงกรานต์ โดยเพิ่มสต๊อกและใช้คลังน้ำมันเคลื่อนที่ เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก“กรมธุรกิจพลังงาน” แจง แดชบอร์ด ปริมาณน้ำมันดิบเข้าโรงกลั่น - ก่อนกระจายทั่วประเทศเมื่อที่ทำเนียบรัฐบาล นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เผยข้อมูลแดชบอร์ดน้ำมันว่า ไทยยังมีสต๊อกเพียงพอ โดยดีเซลพื้นฐาน 868 ล้านลิตร และเบนซิน 408 ล้านลิตร โครงสร้างนำเข้าน้ำมันดิบมาจากตะวันออกกลาง 53% และแหล่งอื่นรวมถึงสหรัฐฯ ขณะที่กำลังการกลั่นยังผลิตได้ต่อเนื่อง น้ำมันถูกกระจายไปทั้งส่งออกบางส่วน อุตสาหกรรม และจำหน่ายผ่านผู้ค้าตามมาตรา 7 ไปยังสถานีบริการทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ตรวจพบการกักตุนผิดกฎหมายใน อำเภอเสาไห้ รวมกว่า 31,299 ลิตร จาก 3 จุดเก็บน้ำมัน ยืนยันจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเป็นการกักตุนและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อัครเดช” แนะ รัฐบาลต้องแก้ให้ราคา Jobber เท่ากับหน้าปั๊ม เสนอให้รัฐบาลอัดฉีดงบประมาณจัดงานสงกรานต์
Politics2026 Mar 25 :: 13:51

“อัครเดช” แนะ รัฐบาลต้องแก้ให้ราคา Jobber เท่ากับหน้าปั๊ม เสนอให้รัฐบาลอัดฉีดงบประมาณจัดงานสงกรานต์

“อัครเดช” แนะ รัฐบาลต้องแก้ให้ราคา Jobber เท่ากับหน้าปั๊ม เสนอให้รัฐบาลอัดฉีดงบประมาณจัดงานสงกรานต์ ในทุกพื้นที่ เพื่อลดการเดินทาง.วันที่ 25 มี.ค. 2569 นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางรับมือวิกฤติการณ์จากสงครามตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ว่า สาเหตุที่น้ำมันหน้าปั๊มหมดไว ไม่ใช่เพราะน้ำมันในประเทศไม่มี แต่เกิดจากราคาน้ำมันที่แตกต่างกันเกินไปราคาหน้าปั๊ม (Retail): อยู่ที่ประมาณ 33 บาท ราคาขายส่ง (Jobber) ราคา 42 บาท ."เมื่อน้ำมันผ่าน Jobber แพงกว่าหน้าปั๊ม พวกอุตสาหกรรม ขนส่ง รถสิบล้อ รถหัวลาก จึงไม่ซื้อผ่าน Jobber แต่เอารถมาต่อคิวเติมที่ปั๊มแข่งกับประชาชน รัฐบาลต้องแก้ให้ราคา Jobber เท่ากับหน้าปั๊ม นอกจากนี้ ยังพบปัญหา "น้ำมันเขียว" ของชาวประมงที่ปัจจุบันราคาแพงกว่าน้ำมันบนบก ทำให้เรือประมงต้องมาขอแบ่งน้ำมันจากฝั่งไปใช้ ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์น้ำมันไม่พอเพียง มิเช่นนั้นน้ำมันลงเช้ามืด 11 โมงก็ไม่มีเติม " นายอัครเดชกล่าว.นายอัครเดช ได้กล่าวให้กำลังใจ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ที่ต้องเผชิญหน้ากับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลเสมือนเป็นรัฐมนตรีพลังงานเสียเอง ทั้งที่เป็นประธานคณะกรรมการ ศบก..นายอัครเดช เสนอให้รัฐบาลอัดฉีดงบประมาณจัดงานสงกรานต์ให้ระดับ "อำเภอ" และ "ท้องถิ่น" ในพื้นที่ตัวเอง เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องขับรถไปเที่ยวไกลๆ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต หรือพัทยา ซึ่งเป็นการช่วยประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายและ ลดการใช้น้ำมัน โดยส่วนตัวได้จัด "สงกรานต์บ้านโป่ง" จ.ราชบุรี ที่ร่วมกับท้องถิ่นจัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อให้คนในพื้นที่เที่ยวใกล้บ้าน ลดความแออัดและลดการใช้พลังงานในภาพรวม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“คริส” ชี้เป้าไอ้โม่งกักตุนน้ำมันอยู่ 6 โรงกลั่น แนะนายกฯเปิดทางนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ บีบ 6โรงกลั่นคายน้ำมัน
Politics2026 Mar 25 :: 13:11

“คริส” ชี้เป้าไอ้โม่งกักตุนน้ำมันอยู่ 6 โรงกลั่น แนะนายกฯเปิดทางนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ บีบ 6โรงกลั่นคายน้ำมัน

“คริส” ชี้เป้าไอ้โม่งกักตุนน้ำมันอยู่ 6 โรงกลั่น แนะนายกฯเปิดทางนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ บีบ 6โรงกลั่นคายน้ำมัน พ่วงลดภาษีสรรพสามิตดีเซล ลดราคาน้ำมันได้ทันที 7 บาท แม้เสียรายได้ 3 แสนล้าน แต่แลกคนไทยมีน้ำมันใช้นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ อภิปรายว่า กำลังตามหาไอ้โม่งที่ทำให้ราคาน้ำมันแพงในประเทศไทย หากวันนี้เปิดให้นำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเข้ามาขายในประเทศไทยได้ ไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมันอยู่ต้องปล่อยน้ำมันออกมา วันนี้จะมาเฉลยไอ้โม่งตัวนั้นเป็นใคร คนที่กักตุนตามหาง่ายที่สุดจากผู้กลั่นน้ำมันในไทยที่มีอยู่ 6โรง 3โรงถือหุ้นโดยปตท. 45% อีก 2โรงถือหุ้นโดยบางจาก ประกอบด้วยกองทุนวายุภักษ์ สำนักงานประกันสังคม และกระทรวงการคลัง ถือหุ้นรวม 34% ส่วนอีก 1โรงถือหุ้นโดยเอกชน คือ เชฟรอน หากจะตามหาน้ำมันให้ตามจาก 6โรงนี้ หากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียกโรงกลั่น 6แห่ง มาคุยแล้วพูดกันไม่รู้เรื่อง ให้เปิดใบอนุญาตนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ เพื่อให้โรงกลั่น 6แห่งนี้ ต้องขายแข่งกับตลาดโลก ทำให้น้ำมันลดลงทันที 7บาท และยังสามารถยกเว้นการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน แม้จะทำให้รัฐเสียรายได้ 2.4แสนล้านบาท แต่เคยทำมาแล้วปี2565 สมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ยกเว้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 3บาทต่อลิตร ขณะนั้นน้ำมันบาร์เรลละ 100เหรียญสหรัฐ แพงกว่าตอนนี้ก็ยังทำได้ ดังนั้นหากวันนี้สามารถเปิดใบอนุญาตนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน รวมถึงยกเลิกแวตน้ำมันทุกประเภท รวมทั้งหมดเสียรายได้ 3แสนล้านบาท แต่ประชาชนจะกลับมามีน้ำมันอีกครั้ง รัฐต้องเสียสละ ถ้าทำ 3เรื่องนี้สำเร็จ จะกลับไปใช้น้ำมันได้เพียงพอ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

น้ำมันไม่ขาดแน่! "อนุทิน" ไล่เช็กบิลขบวนกักตุน ลั่นกลับบ้านสงกรานต์ต้องไม่มีปัญหา
Politics2026 Mar 25 :: 12:09

น้ำมันไม่ขาดแน่! "อนุทิน" ไล่เช็กบิลขบวนกักตุน ลั่นกลับบ้านสงกรานต์ต้องไม่มีปัญหา

น้ำมันไม่ขาดแน่! "อนุทิน" ไล่เช็กบิลขบวนกักตุน–เก็งกำไรกลางวิกฤตพลังงาน ลั่นกลับบ้านสงกรานต์ต้องไม่มีปัญหา มั่นใจผ่านวิกฤติพลังงานไปได้วันที่ 25 มี.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯให้สัมภาษณ์ถึงการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ว่า รถคันนี้จองมาเป็นเดือนตั้งแต่ออกมาตรการประหยัดหลังงานวันนี้จะขับกลับเองแต่ยังใช้ไม่ค่อยเป็น เมื่อถามว่า ก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ สถานการณ์พลังงานจะดีขึ้นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าเรื่องที่กังวลที่สุด คือจะมีน้ำมันใช้หรือไม่ แต่วันนี้ผ่านมา 3 สัปดาห์กว่าก็ชัดเจนว่าน้ำมันไม่ได้ขาด ส่วนที่มีการลักลอบเกร็งกำไร ตนได้สั่งการให้ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รวมถึงตำรวจดำเนินการ ก็นึกไม่ถึงว่าจะมีคนคิดทำผิดกฎหมาย ทั้งที่ประเทศกำลังเกิดความเดือดร้อนมีปัญหา ซึ่งเราก็ต้องดูเรื่องของปริมาณน้ำมันให้ชัวร์ว่ายังมี การหารือวันนี้ และตนได้จี้ถามไปยังกรรมการบริหารจัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ถึงการสั่งปริมาณน้ำมันดิบที่ลากไปถึงสิ้นเดือน พ.ค. ยังจะเข้ามาเรื่อยๆ วันที่ 24 มี.ค. ก็มีข่าวเป็นบวกมา เราส่งรายชื่อเรือไทยที่สั่งซื้อน้ำมันและสินค้า ทางการอิหร่านก็ให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาได้ ก็ติดตามจนผ่านได้แล้วก็รายงานมา และวันนี้ได้บอกให้ทางคลังและโรงกลั่น ต้องประกาศราคาหน้าคลังห้ามสูงกว่าโรงกลั่นทุกคนก็ปฏิบัติตาม ขณะที่ราคาลอยตัวตามกลไกก็ทำแล้ว ฉะนั้นเรื่องการลักลอบก็จะลดลงโดยธรรมชาติ แต่เมื่อลักลอบไปแล้ว ความผิดสำเร็จแล้ว เราก็ต้องไปดำเนินการ เรามีรายชื่อ มีการตรวจ มีการสืบขยายผลเพิ่มเติมเมื่อถามย้ำว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ประชาชนเดินทางกลับต่างจังหวัด มั่นใจได้ใช่หรือไม่ว่าน้ำมันจะไม่ขาดแคลน ว่า เป้าหมายคือประชาชน เดินทางไปกลับสงกรานต์ต้องไม่มีปัญหา ตอนนี้ขอความร่วมมือว่า เมื่อลดความตระหนกลง เราก็จะไปไล่จับพวกกักตุน ไม่ใช่ไอ้โม่งหรอก ที่เห็นๆกันนี่แหละ การกักตุนไม่ทำแค่ 50-100 ลิตร ต้องใช้คลังเยอะ ถ้าเราตรวจเจอ รมว.ยุติธรรม และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เขาดำเนินการอยู่แล้ว และตอนนี้ได้สั่งการรมว.คลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หามาตรการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะเรื่องภาษีต่างๆ ที่เราจะช่วยได้ เช่น ด้านการขนส่งนํ้ามันหรือสินค้า เราจะดูให้ครบมากที่สุด เมื่อถามว่า จะต้องมีการกลับมาใช้มาตรการเวิร์คฟอร์มโฮมที่เคยสั่งการไปแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนั้นเป็นมาตรการปกติ ถ้าทำได้ก็ดี ที่สำคัญคือ อยากให้ตระหนักว่าแม้เราไม่มีปัญหาเรื่องการนำเข้าน้ำมันดิบแต่ก็ควรตระหนักถึงสถานการณ์โลกที่มีสงครามอยู่ ดังนั้นเราต้องพึ่งพาตัวเอง ใช้พลังงานด้วยความประหยัดนายอนุทิน กล่าวต่อว่า ทุกวันนี้ตนได้บอกทุกหน่วยงานให้ประหยัด เพราะปริมาณนํ้ามันที่ใช้แต่ละวันปกติคือ 67 ล้านลิตร แต่ตอนนี้เพิ่มมาเป็น 80 ล้านลิตร อาจมีคนที่กังวลและไปกักตุนบ้าง ตนขอย้ำว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ เรามีพอ หากปริมาณกลับมาที่ 67 ล้านลิตร เท่ากับเรายังไม่ทำอะไรเลย สถานการณ์เหมือนช่วงก่อนจะมีสงคราม เมื่อถามว่า ข้อมูลมีในมือทุกอย่าง ต้องมีการปรับกลยุทธ์อย่างไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า บางทีตนก็พยายาม รับรองทุกคนเขาทำงานกันหมด แต่บางทีเรื่องการพูด การออกไปตอบโต้ตรงนั้นตรงนี้ ถ้ามัวออกไปตอบโต้ก็ไม่ต้องทำงาน หรือถ้ามัวแต่ไปตอบโต้ แล้วหวั่นไหวต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ทุกเรื่อง สิ่งที่เขามั่นใจว่าเขาทำอย่างนี้ถูก เขาก็เกิดอาการไขว้เขว เขาก็จะไม่ทำ ถ้าไปพูดว่าทำไมไม่สื่อสารอย่างนั้นอย่างนี้ ทำไมไม่ไปตอบโต้ อีกหน่อยเขาก็นั่งเงียบอย่างเดียว เราก็ต้องมานั่งคิดคนเดียว แทนที่เราจะระดมสมองกันได้ ทุกวันนี้เราทำงานแบบระดมสมองกัน เมื่อถามว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อจะพิจารณาประกาศภาวะฉุกเฉินพลังงานหรือไม่ นายอนุทิน ส่ายหน้าไม่ตอบคำถาม เมื่อถามว่า เจอเรื่องหินแบบนี้ เครียดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันก็ธรรมดา เราก็ต้องรับผิดชอบ และครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น ทุกคนมีประสบการณ์ในการบริหารสถานการณ์วิกฤติ เราต้องผ่านตนมั่นใจ มั่นใจครับจากนั้น นายอนุทินได้ขับรถไฟฟ้าเดินทางออกจากทำเนียบฯ ด้วยตัวเอง โดยกล่าวว่า เป็นรถที่สั่งไว้นานแล้ว ตนจะไปหาหมอเนื่องจากปวดกล้ามเนื้อ พร้อมกับทำมือยกนิ้วโป้งแสดงความพร้อมกล่าวว่า ไปแล้ว ประกันซื้อแล้ว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ยศชนัน” หอบกฎหมาย 10 ฉบับประเดิมประชุมสภาวันแรก แก้ไขปัญหาปากท้องปชช.
Politics2026 Mar 25 :: 10:57

“ยศชนัน” หอบกฎหมาย 10 ฉบับประเดิมประชุมสภาวันแรก แก้ไขปัญหาปากท้องปชช.

“ยศชนัน” หอบกฎหมาย 10 ฉบับประเดิมประชุมสภาวันแรก แก้ไขปัญหาปากท้องปชช.เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 69 ที่รัฐสภา ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวกรณีพรรคเพื่อไทยยื่นหนังสือถึงนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ถึงกฎหมายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน หลังจากยื่นอภิปรายในสภาผู้แทนยราษฎรถึงปัญหาเรื่องพลังงาน โดยกฎหมายที่ยื่นในวันนี้เป็นร่างพรบ.ทั้งหมด 10 ร่างกฎหมายที่ทำเรียบร้อย คือร่างกฎหมายพรบ.ส่งเสริมวิทยาศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม พรบ.โรงแรมและสถานที่พักที่ไม่ใช่โรงแรม พรบ.การปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตกรรม พรบ.ภาพยนต์ และพรบ.ส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะมีพรบ.เกี่ยวกับการศึกษาและการเข้าถึงบริการอย่า่งเท่าเทียม ซึ่งจะได้บริหการจัดการความเดือดร้อนของประชาชนซึ่งนอกกเหนือจากพรบ.ที่เสนอไปนั้นก็มีอีก 47 ร่างกฎหมายที่พรรคเพื่อไทยพยายามเตรียมและระหว่างนี้จะมีเรื่องกฎหมายต่างๆเพิมเติมอีกครั้งหนึ่ง ส่วนรายละเอียดแต่ละฉบับจะมีการขึ้นไว้บนเว็บไซต์ของพรรคเพื่อไทยรวมทั้งการสัมนา เสวนาเพื่อให้ประชาชนเข้าใจพรบ.ต่างๆให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งระยะเวลานั้นจะมีกระบวนการและอาจต้องมีการยื่นควบคู่ไปด้วย คาดว่าอย่างน้อย 1-2 ปีโดยบรรยากาศในการประชุมวันนี้ก็ค่อนข้างดีเพราะหากมีวาระเร่งด่วนก็จะมีการประชุมเพิ่มเติมในวันศุกร์เมื่อถามว่าบทบาทของพรรคเพื่อไทย จะเปลี่ยนประเทศไทยอย่างไรบ้าง ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ตรงนี้จะเป็นการร่างเพื่อแก้ปัญหาที่เปลี่ยนไป ทั้งเรื่องภาวะโลกร้อน เรื่องประชาธิปไตย ความเท่าเทียม ซึ่งเป็นประเด็นหลักสำคัญรวมทั้งรายได้ที่มีหลายพรบ.ไม่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ เรื่องปัญหาทางสังคมและการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ต้องดูแล วึ่งเป็นเรื่องทีมีความจำเป้นและต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์โลกและสภาพเศรษฐกิจ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อ.โอฬาร” ชี้ สส.กินข้าวโชว์แค่ละคร เบี่ยงประเด็นกลบแรงกดดันผลประโยชน์แท้จริง สส.
Politics2026 Mar 25 :: 10:42

“อ.โอฬาร” ชี้ สส.กินข้าวโชว์แค่ละคร เบี่ยงประเด็นกลบแรงกดดันผลประโยชน์แท้จริง สส.

“อ.โอฬาร” ชี้ สส.กินข้าวโชว์แค่ละคร เบี่ยงประเด็นกลบแรงกดดันผลประโยชน์แท้จริง สส. เตือนจับตา “ทีมผู้ช่วย-สวัสดิการหลังพ้นตำแหน่ง”วันที่ 25 มี.ค. 2569 รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.บูรพา ให้ความเห็นผ่านฟซบุ๊กระบุว่า “สส.ไม่ได้กังวลเรื่องอาหาร แต่กังวลว่าแรงกดดันจากสังคมจะลามไปแตะ“ผลประโยชน์ที่แท้จริง” คือ ทีมผู้ช่วย 8 ตำแหน่ง สิทธิพิเศษและสวัสดิการหลังพ้นตำแหน่ง การกินข้าวโชว์ คือ ฉากละครที่ปกปิดอำพรางเบี่ยงเบนประเด็น เพราะกลัวแรงกดดันจากสังคมที่จะทำให้สถานะอภิสิทธิ์ชนจากการเลือกตั้งของตนเองเสียผลประโยชน์“

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

พรรคปชน.จ่อชงร่างปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจากพ.ร.บ.การพนัน
Politics2026 Mar 25 :: 10:25

พรรคปชน.จ่อชงร่างปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจากพ.ร.บ.การพนัน

“บิ๊กสระบุรี” ขอปลดล็อคสนุ๊กเกอร์จากพ.ร.บ.เต่าล้านปี ขณะที่ ปชน.จ่อชงร่างปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจากพ.ร.บ.การพนันวันที่ 25 มี.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายอรรถสิทธิ์ มหิทธิ อดีตแชมป์สนุกเกอร์สมัครเล่นโลก อดีตผู้สมัคร สส. สระบุรี พรรคปชน. หรือ “บิ๊ก สระบุรี“ เข้ายื่นหนังสือ ต่อ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. และนายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สส.นนทบุรี พรรค ปชน. เพื่อขอให้ผลักดันการปลดล็อคสนุกเกอร์ ออกจาก พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 ของกระทรวงมหาดไทย โดย นายอรรถสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เรามีแชมป์โลกชาวไทย คือ นายเทพไชยา อุ่นหนู หรือ เอฟวัน ได้แชมป์ในรายการแรงกิ้งโลก ในรอบ 31 ปี ต่อจากที่ต๋อง ศิษย์ฉ่อย ได้แชมป์เมื่อปี 1995 ผ่าน 31 ปี เอฟ เป็นคนไทยคนที่ 2 ที่ได้แชมป์แรงกิ้งโลก สิ่งที่เรามาวันนี้เกี่ยวกับ พ.ร.บ.การพนัน ตัวนี้ 91 ปีแล้ว เป็น พ.ร.บ.เต่าล้านปี อยากเรียกร้องให้ รมว. มหาดไทย ได้โปรดมาดูวงการของเราบ้าง หากกีฬานี้ไม่หลุดออกจาก พ.ร.บ.การพนันไปได้ เราจะไม่สามารถสร้างเด็กรุ่นใหม่ขึ้นมาได้ อาจต้องรอไปอีกถึง 31 ปี ถึงจะมีแชมป์โลกคนที่ 3นายอรรถสิทธิ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ตนอยากให้มีการแก้ไขแบบเล็กก่อน เพราะสนุกเกอร์ถูกบรรจุอยู่ในบัญชีแนบท้าย ตาม พ.ร.บ.การพนัน ในเรื่องการห้ามเล่นเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ซึ่งตามข้อกฎหมาย รมว.มหาดไทย สามารถใช้อำนาจในการผ่อนปรนได้ เช่น การยกเว้นค่าธรรมเนียมหรือผ่อนปรนหรือขยายเวลาเปิด ส่วนในระยะยาว ตนอยากให้เสนอแก้ พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 ซึ่งเป็นอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ โดยต้องพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติม นำสนุกเกอร์ออกจากบัญชีแนบท้ายและต้องระบุให้ชัดเจนว่า สนุกเกอร์เป็นกีฬาไม่ใช่การพนันขณะที่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า บริบทของสังคมไทยเปลี่ยนไปตามกาลเวลา อยากให้รัฐบาลหยิบยกเอาโอกาสนี้ที่พ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวไทยเฉลิมฉลองให้กับเอฟวัน ได้มาปลดล็อคสนุกเกอร์ให้ออกจาก พ.ร.บ.การพนัน เนื่องจาก พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้อำนาจกระทรวงมหาดไทยในการออกระเบียบได้ โดยสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ท้องถิ่นนำไปเรียกรับผลประโยชน์กับโต๊ะสนุกเกอร์ทั่วประเทศ และมีการเก็บส่วยอย่างที่เราได้เห็นกัน รวมถึงโต๊ะสนุกเกอร์ในชุมชนหากใครจะเปิด ก็ไม่สามารถเปิดได้อย่างถูกกฎหมายต้องมีการจ่ายส่วย และรีดไถอยู่เรื่อยๆ ส่วนในการแก้ปัญหาในภาพใหญ่ คือ การแก้ใน พ.ร.บ.การพนัน เป็นการปลดล็อคอย่างถาวร ที่ทำให้กีฬาสนุกเกอร์ได้เป็นกีฬาที่สมศักดิ์ศรี สามารถฝึกฝนได้ตั้งแต่ยังอายุน้อยๆ จึงอยากเรียกร้องต่อสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติให้ร่วมกัน เพราะอีกไม่นานพรรคปชน.จะยืนร่างนี้เข้าสู่สภาฯ และขอความร่วมมือจากทุกพรรคในการผลักดันร่างนี้ เพราะเป็นโอกาสดีในการใช้กระแสที่พ่อแม่พี่น้องประชาชนใช้กระแสที่สูงในการเฉลิมฉลองแชมป์ ลบอคติที่มีต่อสนุกเกอร์ในอดีตออกไป และเรียกร้องต่อรมว.มหาดไทย หรือ นายกฯ ที่ท่านเคยรับปากไว้กับผู้ที่ได้แชมป์ว่าจะดูเรื่องนี้ให้ ตนเห็นว่า ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะทำงานร่วมกัน และทำให้วงการสนุกเกอร์เป็นกีฬาที่สมศักดิ์ศรีจริงๆ จังจังสักทีเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เตรียมที่จะยื่นร่างดังกล่าวในช่วงใด และรายละเอียดเป็นอย่างไร นางสาวรักชนก ตอบว่า หลังจากนี้ตั้งใจจะจัดอีเวนท์เปิดให้ประชาชนสมัครเข้ามา ร่วมเล่นกีฬาสนุกเกอร์ร่วมกับพรรคปชน. และจะใช้โอกาสนี้ เชิญชวนให้ทุกคนร่วมเสนอร่างพ.ร.บ.ซึ่งขณะนี้อยู่ในชั้นกลั่นกรองกฎหมายของพรรคปชน.โดยคาดว่าสามารถจะขับเคลื่อนได้ไม่เกินครึ่งปี 2569

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

 “อรรถวิชช์” แฉกลางสภา “ไอ้โม่ง” อมน้ำมัน คือโรงกลั่น ทำชาวบ้านเดือนร้อน สอนมวย “นายกฯ”  ใช้ พ.ร.ก. ป้องกันขาดแคลนน้ำมัน ทุบโรงกลั่นตั้งราคาตายตัว
Politics2026 Mar 25 :: 10:17

“อรรถวิชช์” แฉกลางสภา “ไอ้โม่ง” อมน้ำมัน คือโรงกลั่น ทำชาวบ้านเดือนร้อน สอนมวย “นายกฯ” ใช้ พ.ร.ก. ป้องกันขาดแคลนน้ำมัน ทุบโรงกลั่นตั้งราคาตายตัว

“อรรถวิชช์” แฉกลางสภา “ไอ้โม่ง” อมน้ำมัน คือโรงกลั่น โยกขายกลุ่มค้าส่ง ฟันกำไรส่วนต่าง ทำชาวบ้านเดือนร้อนทั่วไทย สอนมวย “นายกฯ”ใช้ พ.ร.ก. ป้องกันขาดแคลนน้ำมัน ปี16 ทุบโรงกลั่นตั้งราคาตายตัว น้ำ กองทุนน้ำมันไม่ได้มีไว้เพื่อชดเชยกำไรให้โรงกลั่นน้ำมันวันที่ 25 มี.ค. 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 วาระพิจารณาญัตติด่วนการแก้ไขวิกฤตพลังงาน นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส. แบบบัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) กล่าวอภิปรายตอนหนึ่งว่า วิกฤตขาดแคลนน้ำมันของจริงยังไม่มาถึง แต่จะตามมาจริงในอีก 1 เดือนข้างหน้า หลังช่วงสงกรานต์ เปรียบเหมือนการดูดหลอดกาแฟ ช่วงลมยังมาไม่ถึง ปริมาณตอนนี้ที่รัฐบาลตรวจสอบจะพบว่า น้ำมันในประเทศยังมี แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ หน้าปั๊มน้ำมันไม่มีของาย วิกฤตยังไม่มา ต้องบริหารดีๆ และไม่ต้องไปตามหาไอ้โม่งที่ไหน เพราะ ไอ้โม่งคือโรงกลั่นน้ำมัน ประชาชนจะมีเก็บภาชนะได้หรือ น้ำมันอย่างเก่งก็แค่มีถัง 200 ลิตร ถัง 30 ลิตร จะเก็บได้มากไหน ต้องไปถามว่า โรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 โรง และเครือข่ายของเขาว่า น้ำมันหายไปไหนมากกว่าช่วงที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อครั้งเป็นรมว.พลังงาน เมื่อปี 2568 พบว่า น้ำมันปกติของประเทศไทย กลั่นวันละ 1 ล้านบาร์เรล ใน 1 บาร์เรลเท่ากับ 159 ลิตร กล่าวคือในปี 2568 ที่ผ่านมา ไทยผลิตน้ำมันอย่างน้อย 159 ล้านลิตรต่อวัน ถือว่าเพียงพอ และมากเกินความต้องการใช้ แต่เหตุใดหน้าปั๊มน้ำมันจึงไม่มีน้ำมันพอขาย เพราะสงครามเกิดเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2569 ราคาน้ำมันสำเร็จรูปกระชากขึ้นเมื่อต้นเดือนมีนาคม และเกิดอาการ 2 ราคาคือ ราคาค้าปลีกไม่ถึง 30 บาท/ลิตร ที่หน้าปั๊ม แต่ราคาค้าส่งกลับสูงไปถึง 50 บาท/ลิตร โรงกลั่นย่อมต้องขายให้กลุ่มค้าส่งเพราะขายได้ราคาแพงกว่า กำไรมากกว่า เป็นเหตุให้กลุ่มค้าปลีกหน้าปั้มน้ำมัน เกิดขาดแคลนน้ำมันที่หน้าปั๊ม โดยเฉพาะปั๊มที่เป็นระบบแฟรนไชส์จะถูกตัดโควตาก่อน เพราะโรงกลั่นและคลังน้ำมันนำน้ำมันส่วนนี้ไปขายให้กลุ่มค้าส่งเมื่อรัฐบาลประกาศอุ้มตรึงราคา โดยใช้กองทุนน้ำมันฯชดเชยส่วนต่างให้ และเปลี่ยนราคาเรื่อยๆ โรงกลั่นจึงเก็บน้ำมันเพื่อรอนำออกไปขายในตอนที่มีราคาสูงกว่า แล้วจะแก้ไขอย่างไร ตอนนี้มองว่า นายกรัฐมนตรี มาถูกทางแล้ว คือใช้กฎหมาย พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันสภาวะการขาดแคลนน้ำมัน พ.ศ. 2516 เพื่อห้ามส่งออก แต่ยังไม่ได้ใช้กฎหมายนี้ในการสั่งตรึงราคาโดยไม่ชดเชย ซึ่งรัฐบาลควรใช้กฎหมายทุบโรงกลั่นน้ำมัน โดยการประกาศให้ขายเป็นราคาเดียว หรือใช้คณะกรรมการกลางของกระทรวงพาณิชย์ให้กำหนดราคาแทน ท่านไปบอกโรงกลั่น ว่าโรงกลั่นไม่ใช่ร้านทอง ทองซื้อมาเมื่อวาน 5 หมื่นบาท วันรุ่งขึ้นจะไปขาย 8 หมื่นบาท ท่านจะไปบังคับให้เขาขาย 5 หมื่นไม่ได้ เพราะรัฐไม่เคยมีกลไกอุ้มความเจ๊งของร้านทอง แต่ในกรณีโรงกลั่นน้ำมัน ก็คุณซื้อมา 5 หมื่น วันนี้ขึ้นไป 8 หมื่น รัฐจะบังคับให้คุณขาย 5 หมื่น คุณก็ต้องขาย เพราะเรามีกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุ้มการขาดทุนของโรงกลั่นอยู่ นายอรรถวิชช์ กล่าวนายอรรถวิชช์ กล่าวย้ำว่า ขอแนะว่ารัฐบาลต้องคิดใหม่ในการใช้ พ.ร.ก. ปี 2516 โดยต้องกำหนดราคาขายน้ำมันในราคาตายตัว เพราะเขาใช้ต้นทุนเก่าเมื่อเดือนที่แล้ว ที่มีเพียงราคาสมมติที่เพิ่มสูงขึ้น หากนายกรัฐมนตรีสั่งให้เป็นราคาเดียวได้ ไม่เกิดกลไก 2 ราคา และหากโรงกลั่นจะขอชดเชยการขาดทุน ให้ทำเรื่องขอมาที่คณะกรรมการกองทุนน้ำมันฯ ไม่ใช่การชดเชยอัตโนมัติอย่างที่ทำกันทุกวันนี้ เพราะโรงกลั่นย่อมต้องรู้ต้นทุนและกำไรขาดทุนดีอยู่แล้ว “ผมขอขีดเส้นใต้ 500 ครั้ง กองทุนน้ำมันไม่ได้มีไว้ชดเชยกำไรของโรงกลั่น และนี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องทำ ผมคิดว่าท่านจะทำสำเร็จและขอให้กำลังใจ” นายอรรถวิชช์ กล่าว“อรรถวิชช์” เดินหน้างานสภาฯ ยื่น 2 กฎหมาย รทสช. ดัน “เสรีโซลาร์ - ปฏิรูปเครดิตบูโร” ลดต้นทุนพลังงานดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เข้ายื่นเสนอร่างกฎหมายสำคัญของพรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวน 2 ฉบับ ต่อสภาฯ หลังรวบรวม สส. สนับสนุนครบ 20 คน ร่างแรกคือ “กฎหมายเสรีโซลาร์” ปลดล็อกการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ลดขั้นตอนอนุญาตหลายหน่วยงานรวมถึง สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และการไฟฟ้า ปรับเป็นระบบแจ้งครั้งเดียว พร้อมมาตรฐานรับรองโดยวิศวกร เพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาดและลดต้นทุนประชาชน ร่างที่สองคือกฎหมายเครดิตบูโร ปรับระบบลบประวัติลูกหนี้หลังปิดหนี้ เปลี่ยนเป็นระบบ Credit Scoring และเพิ่มความโปร่งใส เป้าหมายรวมคือ ลดอุปสรรคด้านพลังงานและการเงิน เพิ่มโอกาสประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“รมว.นฤมล” เคาะยกเครื่องใบอนุญาตครู ยกเลิก PBA เหลือใบเดียว ปรับปรุงเพื่อความสะดวก ลดยุ่งยาก
Politics2026 Mar 25 :: 09:38

“รมว.นฤมล” เคาะยกเครื่องใบอนุญาตครู ยกเลิก PBA เหลือใบเดียว ปรับปรุงเพื่อความสะดวก ลดยุ่งยาก

“รมว.นฤมล” เคาะยกเครื่องใบอนุญาตครู ยกเลิก PBA เหลือใบเดียว ปรับปรุงเพื่อความสะดวก ลดยุ่งยาก พร้อมกำหนดตัวชี้วัดเพิ่มในการพิจารณาคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพครู ย้ำไม่กระทบสิทธิครูเดิมเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ครั้งที่ 4/2569 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ปรับแนวทางการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจากระบบ PBA คือการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูระดับ ใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่ครู P-License ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นต้น B-License และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นสูง A-License ให้เป็นระบบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูที่เหลือเพียงใบเดียวศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า การปรับระบบดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพครู และตอบโจทย์การพัฒนาครูในระยะยาว โดยเป็นการปรับแนวทางการทดสอบด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู โดยการกำหนดตัวชี้วัดเพิ่มเติมในการพิจารณาคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพครู ด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ เช่น การเทียบเคียงประสบการณ์หรือสมรรถนะที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับคะแนนการทดสอบ“ประโยชน์ของการปรับระบบใบอนุญาตครูครั้งนี้ จะช่วยลดความยุ่งยากและทำให้ระบบมีความสะดวกมากขึ้น โดย การปรับเปลี่ยนครั้งนี้จะไม่กระทบต่อสิทธิของครูที่ได้รับใบอนุญาตตามระบบเดิมยังคงสามารถใช้สิทธิได้ตามปกติ ไม่ต้องกังวลว่าจะได้รับผลกระทบใด ๆ “ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาไปจัดทำรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งในส่วนของหลักเกณฑ์ วิธีการประเมิน และแนวทางปฏิบัติ เพื่อให้การปรับระบบครั้งนี้สามารถนำไปใช้ได้จริง

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ประวัติครม.อนุทิน 2 ถึงมือ สลค.ครบแล้ว  อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบ ด้าน “ปกรณ์” ไขก๊อกบอร์ด PTTGC
Politics2026 Mar 25 :: 09:09

ประวัติครม.อนุทิน 2 ถึงมือ สลค.ครบแล้ว อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบ ด้าน “ปกรณ์” ไขก๊อกบอร์ด PTTGC

ประวัติครม.อนุทิน 2 ถึงมือ สลค.ครบแล้ว อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบ ด้าน “ปกรณ์” ไขก๊อกบอร์ด PTTGC หลังมีชื่อจ่อนั่งรองนายกฯสำหรับความคืบหน้าการส่งประวัติและคุณสมบัติของบุคคลที่ถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ใน ครม. อนุทิน 2 ให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ตรวจสอบนั้น ล่าสุด วันที่ 25 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้บุคคลที่ถูกเสนอรายชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้ส่งประวัติและคุณสมบัติให้ สลค.ตรวจสอบครบแล้ว และอยู่ระหว่างส่งให้หน่วยงานต่างๆ เร่งตรวจสอบให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ขณะเดียวกัน มีการเผยแพร่เอกสารแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ลาออกจากประธานกรรมการและประธานกรรมการอิสระ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.โดยให้เหตุผลว่า ลาออกจากตำแหน่ง/บริษัท เนื่องจากมีภารกิจอื่น ซึ่งนายปกรณ์มีชื่อจะมาเป็นรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายแทนนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"พิทักษ์เดช" ทวงถามการจัดการวิกฤตน้ำมันขาดแคลน  เผย “เกษตรกร-ชาวประมง” แบกรับต้นทุนหลังแอ่น
Politics2026 Mar 25 :: 09:06

"พิทักษ์เดช" ทวงถามการจัดการวิกฤตน้ำมันขาดแคลน เผย “เกษตรกร-ชาวประมง” แบกรับต้นทุนหลังแอ่น

"พิทักษ์เดช" ทวงถามการจัดการวิกฤตน้ำมันขาดแคลน เผย “เกษตรกร-ชาวประมง” แบกรับต้นทุนหลังแอ่น เหน็บ “ พิพัฒน์” กล้าใช้อำนาจ แก้ไขหรือไม่วันที่ 25 มี.ค. 2569 ในการประชุมสภาฯ อภิปรายญัตติด่วนเรื่องการแก้ไขวิกฤตน้ำมัน นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอภิปรายถึงปัญหาดังกล่าวตอนหนึ่งว่า ตลอดกว่า 20 วันที่ผ่านมา วิกฤตการณ์าดแคลนน้ำมันได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่เกิดจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรที่ขาดแคลนน้ำมันเพื่อสูบน้ำเข้านา เข้าสวน ขณะที่รัฐยืนยันว่า น้ำมันไม่ขาดตลาด โดยไม่มีการตั้งวอร์รูมรับข้อมูลปัญหาเพื่อแก้ไข และในความเป็นจริงในพื้นที่จริงต่างจังหวัดกลับซื้อหาน้ำมันได้ยากลำบากมาก วันนี้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นรอบด้าน ตั้งแต่ค่าขนส่ง ราคาข้าวของเครื่องใช้ แม้กระทั่งถุงพลาสติก ที่ปรับราคาสูงขึ้น ในทางกลับกัน ราคาพืชผลทางการเกษตรและราคาสัตว์น้ำกลับสวนทางตกต่ำลง ทำให้พี่น้องเกษตรกรและชาวประมงต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนและความยากลำบากในการดำรงชีวิต"เราเป็นนักการเมือง เป็นผู้บริหาร มีหน้าที่ทำให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี ไม่ใช่ปล่อยให้เขารอคอยอยู่อย่างทุกข์ทรมาน วันนี้ผมไม่ได้มาเพื่อยกยอใคร แต่มาถามหาความรับผิดชอบและการบริหารจัดการที่โปร่งใส ในหนังฮ่องกงมี เดชนางพญาผมขาว ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีได้ให้ดาบ ให้มีดกับผู้ที่มีนามว่า เสนาบดีเหลืองหัวหอก ให้เป็นประธานแก้ไขวิกฤตการณ์น้ำมัน ท่านจะใช้ดาบ ใช้ลายแทงของนายกฯ กล้าที่จะแก้ไขเรื่องเหล่านี้หรือไม่” นายพิทักษ์เดช กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

หรอยกันแหล่ะ!  โหมวเรา "สส.ชัยชนะ" รื้อฟื้น จัดเลี้ยงบุฟเฟต์อาหารใต้ ในสภา
Politics2026 Mar 25 :: 08:45

หรอยกันแหล่ะ! โหมวเรา "สส.ชัยชนะ" รื้อฟื้น จัดเลี้ยงบุฟเฟต์อาหารใต้ ในสภา

หรอยกันแหล่ะ! โหมวเรา "สส.ชัยชนะ" รื้อฟื้น จัดเลี้ยงบุฟเฟต์อาหารใต้ ในสภา ไม่ให้สังคมดูแคลน ไม่กินงบฯเลี้ยงข้าว สส. สนองข้อเสนอ "หมอวรงค์" เซฟงบค่าอาหารปีละ72 ล้านเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 เพจเฟซบุ๊กของนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ภาพการจัดอาหารใต้บุฟเฟต์ โดยนายชัยชนะ ระบุใต้ภาพว่า “ฮาโร่ย.... อาหารใต้บ้านเรา หรอยจังฮู้วววว !! ณ ห้องพรรคประชาธิปัตย์ สภาผู้แทนราษฎร”ท่ามกลางการรณรงค์ของนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี ที่คัดค้านการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันและอาหารเย็นให้ สส. โดยใช้งบประมาณค่าอาหารของสภาฯ จากเงินภาษีประชาชน เฉลี่ยวันละ1,000 บาท/ หัว ให้ซื้ออาหารทานเอง เพราะสส.มีเงินเดือนเฉลี่ยเดือนละ 1.1 แสนบาทเศษ ทั้งนี้ ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ เคยมีการจัดอาหารปักษ์ ใต้ และแกงใต้ต่างๆ มาจัดเลี้ยงสส.ของพรรค จนเป็นประเพณีปฏิบัติมาก่อนเมื่อครั้งที่ยังประชุมสภา ที่รัฐสภาถนนอู่ทองใน โดยจะตั้งโต๊ะอาหารบุฟเฟต์เลี้ยงสส. ของพรรคที่ด้านหน้าห้องประธาน กมธ.ตำรวจ ชั้น3 ซึ่งเป็นมุมที่สส.พรรคประชาธิปัตย์ในช่วงนั้น ใช้เป็นที่พบปะพูดคุย ในระหว่างการประชุมสภาฯ กระทั่งจนมีรัฐสภาแห่งใหม่ที่ย่านเกียกกาย ประเพณีการตัดเลี้ยงอาหารปักษ์ใต้ของ สส.พรรคประชาธิปัตย์ได้สะดุดหยุดลง จนนายชัยชนะ ได้รื้อฟื้นจัดขึ้นอีกครั้ง เมื่อกระแสสังคมไทยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับข้อเสรอของนพ.วรงค์ ที่ให้เซฟเงินค่าอาหารเลี้ยงสส. ที่ใช้งบฯมากถึง 72 บ้านยาทต่อปีในการตัดเลี้ยงดูแลค่าอาหารการกินและเครื่องดื่มให้สส. ในวันที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร์

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"บิ๊กป้อม" ชวนชิมเนื้อวากิว ปิ้งย่าง-ชาบู  ร้านบุฟเฟต์เจ้าดังย่านคลองเตย ราคาจับต้องได้ การันตีไม่ผิดหวัง
Politics2026 Mar 25 :: 08:43

"บิ๊กป้อม" ชวนชิมเนื้อวากิว ปิ้งย่าง-ชาบู ร้านบุฟเฟต์เจ้าดังย่านคลองเตย ราคาจับต้องได้ การันตีไม่ผิดหวัง

"บิ๊กป้อม" ชวนชิมเนื้อวากิว ปิ้งย่าง-ชาบู ร้านบุฟเฟต์เจ้าดังย่านคลองเตย ราคาจับต้องได้ การันตีไม่ผิดหวังวันที่ 25 มี.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เดินทางไปรับประทานอาหาร ร้าน aQ Yakiniku & Shabu สาขา The Garden (5 แยกคลองเตย) ซึ่งเป็นร้านบุฟเฟต์ปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นและชาบูมีชื่อเสียงในเรื่องคุณภาพเนื้อวากิวระดับพรีเมียมและความคุ้มค่า ให้บริการทั้ง ปิ้งย่างและชาบู ในที่เดียวกัน โดยพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เนื้อวากิว เนื้อริบอาย หรือจะเป็นเซลมอนซาซิมิ” ร้านนี้มีรสชาติอร่อย ใช้วัตถุดิบคุณภาพดี รับรองไม่ผิดหวังหากมีโอกาสได้มาทาน โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบการรับประทานเนื้อระดับพรีเมียม ทั้งวากิว ,วากิวฮารามิ ,เนื้อริบอาย หรือ เซลมอนซาซิมิ-ซูชิ ในราคาที่ประชาชนจับต้องได้ เหมาะในช่วงภาวะเศรษฐกิจแบบนี้โดยส่วนตัว รู้สึกภูมิใจ ที่ได้มีส่วนช่วยแนะนำประชาชนได้มารับประทานอาหารดีๆ ราคาไม่แพง ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้พี่น้องประชาชนอีกทางหนึ่งด้วย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“เสรีพิศุทธิ์” ซัด รบ. ทำไมขึ้นราคาน้ำมัน  ด้าน “จูรี” ฟาด รบ.สื่อสารข้อมูล เหมือนอยู่คนละภพกับปชช.
Politics2026 Mar 25 :: 08:31

“เสรีพิศุทธิ์” ซัด รบ. ทำไมขึ้นราคาน้ำมัน ด้าน “จูรี” ฟาด รบ.สื่อสารข้อมูล เหมือนอยู่คนละภพกับปชช.

“เสรีพิศุทธิ์” ซัด รบ. ทำไมขึ้นราคาน้ำมัน ขณะที่ 'กังฟู'วอนจำกัดโควต้าส่งน้ำมันไปเพื่อนบ้าน เหมือนโรงกลั่นจำกัดโควต้าปั๊ม ด้าน “จูรี” ฟาด รบ.สื่อสารข้อมูล เหมือนอยู่คนละภพกับปชช.พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อภิปรายเสนอว่าการแก้ปัญหาควรหลีกเลี่ยงบุคคลที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน เช่น กรณีที่ดินใน จังหวัดบุรีรัมย์ ไม่ควรให้ผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงเข้าไปจัดการ ระหว่างการอภิปราย ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน และ ศุภชัย ใจสมุทร ได้ลุกขึ้นประท้วงว่ามีการออกนอกประเด็นและพาดพิงบุคคลอื่น นายเสรีพิศุทธิ์ ย้ำว่าควรใช้ผู้มีประสบการณ์จริงในการบริหาร พร้อมวิจารณ์บทบาทนักธุรกิจในรัฐบาล พร้อมตั้งคำถามการขึ้นราคาน้ำมัน ทั้งที่รัฐมีสำรอง 60 วัน และมองว่าไม่จำเป็นต้องปรับราคาในช่วงนี้ ชี้ว่าหากบริหารผิดพลาดและขาดความโปร่งใส อาจถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ส่วนตนและกระทบประชาชน“กังฟู” วอนจำกัดโควต้าส่งน้ำมันไปเพื่อนบ้าน เหมือนโรงกลั่นจำกัดโควต้าปั๊มนายวสวรรธ์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง อภิปรายในสภาฯ ถึงวิกฤติพลังงาน หลังลงพื้นที่ อำเภอสิรินธร พบปั๊มน้ำมันชายแดนขาดแคลนและประชาชนรอเติมนาน ตั้งข้อสังเกตการส่งออกน้ำมัน 5 ล้านลิตรแลกไฟฟ้า พร้อมเสนอให้ชะลอส่งออกและจัดสรรใช้ในประเทศก่อน เรียกร้องให้หน่วยงานพลังงานและรัฐจำกัดโควต้าเหมือนมาตรา 7 เพื่อแก้ปัญหาการกระจาย ชี้ว่าการสื่อสารรัฐควรผ่าน ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อลดความสับสน เตือนว่าหากแก้ไม่ตรงจุด จะกระทบผู้ประกอบการ-เกษตรกร และลุกลามเป็น “วิกฤติศรัทธา” ของประชาชน“จูรี” ฟาด รบ.สื่อสารข้อมูล เหมือนอยู่คนละภพกับปชช.จี้ ตามหาโควตาน้ำมันหาย พร้อม เร่งแก้ไข-หามาตรการ หวั่น กระทบท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายสะท้อนปัญหาประชาชนในภาคใต้ โดยเฉพาะ อำเภอหาดใหญ่ ต้องต่อคิวข้ามคืนเพื่อรอเติมน้ำมัน และยังไม่แน่ใจว่าจะได้เติมหรือไม่ ชี้ว่าคำยืนยันของรัฐบาลว่าน้ำมันเพียงพอ ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริงในพื้นที่ ตั้งคำถามว่าโควตาน้ำมันหายไปไหน และเตือนผลกระทบต่อการท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วง เทศกาลสงกรานต์ ที่เป็นรายได้หลักของพื้นที่ เรียกร้องให้รัฐเร่งตรวจสอบการกระจายสต็อกน้ำมัน และเพิ่มมาตรการสำรองในเมืองท่องเที่ยว พร้อมเตือนว่าหากไม่แก้ไข อาจกระทบความเชื่อมั่นและทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเอื้อประโยชน์ต่อนายทุนมากกว่าประชาชน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ปชน.จี้ตั้ง “พิพัฒน์” ผอ.ศบก.ผลประโยชน์ทับซ้อน ย้ำ หน้าที่จับไอ้โม่งเป็นของรัฐบาล  อัด ปุ๋ยธงเขียวพลัสหยดน้ำในทะเลทราย
Politics2026 Mar 25 :: 08:17

ปชน.จี้ตั้ง “พิพัฒน์” ผอ.ศบก.ผลประโยชน์ทับซ้อน ย้ำ หน้าที่จับไอ้โม่งเป็นของรัฐบาล อัด ปุ๋ยธงเขียวพลัสหยดน้ำในทะเลทราย

ปชน.จี้ตั้ง “พิพัฒน์” ผอ.ศบก.ผลประโยชน์ทับซ้อน ย้ำ หน้าที่จับไอ้โม่งเป็นของรัฐบาล อัด ปุ๋ยธงเขียวพลัสหยดน้ำในทะเลทรายวันที่ 25 มี.ค. 2569 นายวีรยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคปชน. อภิปรายเสนอให้รัฐบาลเปลี่ยนแนวทางการทำงาน 3 เรื่องใหญ่เพื่อกู้วิกฤติน้ำมัน ว่า 1.รัฐบาลต้องเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการวิกฤติแบบปกปิด เป็นแบบเปิดรับฟังข้อมูล และลงโทษคนผิด ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 มี.ค.รัฐบาล มีคำสั่งจัดตั้ง ศบก.ขึ้นมา แต่ก็ทำให้เกิดคำถามตั้งแต่วันแรกเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ ในฐานะผอ.ศบก. ก็มีธุรกิจครอบครัวที่เป็นบริษัทรายใหญ่ อยู่ในอุตสาหกรรมน้ำมัน นอกจากนี้ รัฐบาลย้ำแต่ว่าไทยมีน้ำมันพอ มีสำรองเป็นร้อยวันเยอะที่สุดในอาเซียน แต่ทำไมประชาชนไปปั๊มแล้วน้ำมันหมด ตกลงเติมน้ำมันได้ที่ไหน การทำงานแบบเปิดเท่านั้นจะทำให้ประชาชนมั่นใจในความโปร่งใสของรัฐบาล ว่าจะไม่ได้อยู่ข้างใคร เพราะวันที่นายกฯไม่ได้อยู่ประเทศไทย นายพิพัฒน์ ผอ.ศบก. ประกาศเอง ว่าจะจับไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมัน แต่พอนายอนุทิน กลับมา ทุกอย่างก็เข้ารูปแบบการเมืองแบบเดิม คือเรียกบริษัทใหญ่เข้ามาปิดห้องคุยแล้วก็ออกมาแถลงว่า ไม่มีอะไร“หลังจากนี้ จะมีเพื่อนสมาชิกของผมมาช่วยชี้เป้าจับพิรุธให้เห็นว่า จุดไหนในซับพลายเชนน้ำมันที่น่าจะเป็นจุดอันตรายต่อการรั่วไหลกักตุน แต่ขอย้ำอีกครั้งว่า หน้าที่ตรวจสอบและจับกุมไอ้โม่งอยู่ที่รัฐบาล เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของรมว.พลังงาน ของผอ.ศบก.และรองผอ.ศบก. ที่จะลบข้อครหา เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน”นายวีระยุทธ อภิปรายอีกว่า นายกฯยอมรับหรือยัง ว่าความปั่นป่วนหน้าปั๊มน้ำมัน เพราะรัฐบาลประกาศล่วงหน้าว่าจะตรึงราคา 15 วัน ความโกลาหลเป็นเพราะแนวทางการจัดการราคาน้ำมัน ที่สร้างช่องว่าง ช่องโหว่ในระบบ ตอนนี้ต้องตั้งหลักให้มั่น สื่อสารกับประชาชนให้ดี ว่า จะใช้หลักการอะไรในการอุดหนุนราคาน้ำมันต่อไปในอนาคต โดยการอุดหนุนแบบขั้นบันไดจะช่วยดูดซับแรงกระแทก จำกัดงบฯได้ดีกว่า ยังอุดหนุนแบบเฉพาะจุดได้ด้วย ยิงตรงไปที่กลุ่มเปราะบาง กลุ้มผู้มีรายได้น้อยกลุ่มชาวประมง หรือกลุ่มที่เป็นต้นน้ำ ต้องเปลี่ยนจากการตรึงราคาแบบกำหนดวันตายตัวที่พิสูจน์แล้วสร้างความวุ่นวาย โกลาหล และรั่วไหล ขณะที่ โครงการปุ๋ยธงเขียวพลัส แก้ปัญหาได้ในวงจำกัดแค่5ล้านกิโลกรัม ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ใช้ปุ๋ยปีละ 5 ล้านตัน แต่ท่านช่วยแค่5ล้านกิโลกรัม คิดเป็นสัดส่วนหนึ่งในพัน หรือ0.1 %ของความเดือดร้อน 0.1% ของความต้องการใช้ทั้งหมด ไม่ต่างอะไรจากการหยดน้ำลงไปในทะเลทราย พรรคปชน.เสนอว่า ควรเดินสองขาไปพร้อมกัน 1.รัฐบาลต้องกล้าเข้าไปมอนิเตอร์ดูแลราคาทั้งซับพลายเชน ไม่ให้เกิดการโก่งราคา กักตุนทำกำไรเกินควรระหว่างวิกฤติ 2.การแจกคูปองปุ๋ย ยิงตรงไปให้เกษตรกรเลยเพื่อนำไปลดราคาปุ๋ย ลดปัจจัยการผลิต อื่นได้ด้วย นี่คือ3เรื่องใหญ่ ที่รัฐบาลต้องเปลี่ยนแนวทางการทำงานเพื่อกู้วิกฤติ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดตอนนี้คือรัฐบาล ผู้นำประเทศไม่ได้อยู่เคียงข้างพวกเขาในยามวิกฤติ การเรียกความเชื่อมั่นให้กลับมาต้องอาศัยการทำงานที่โปร่งใสและเป็นธรรม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"หมอวงรค์" โชว์ สปิริต ฉีกใบสมัคร ผู้ช่วย สส. 5 คน กลางห้องแถลงข่าว
Politics2026 Mar 25 :: 08:12

"หมอวงรค์" โชว์ สปิริต ฉีกใบสมัคร ผู้ช่วย สส. 5 คน กลางห้องแถลงข่าว

"หมอวงรค์" โชว์ สปิริต ฉีกใบสมัคร ผู้ช่วย สส. 5 คน กลางห้องแถลงข่าว ชี้ ผู้ช่วยแค่ 3 คนก็ทำงานมีประสิทธิภาพได้ จี้ สส.-สว. ต้องตอบสนองความต้องการของประชาชนการเมืองใหม่ มอง เป็นสัญญาณดี หลัง สส.แห่ซื้อข้าวกินเอง ช่วยประหยัดงบประมาณได้กว่า 500 ล้านต่อปีวันที่ 25 มี.ค. 69 ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส. บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวถึง ข้อเสนอถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ในการยกเลิกสิทธิประโยชน์ที่มากเกินความจำเป็นของ สส.และ สว. ว่า วันนี้สะท้อนให้เห็น สส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลให้ความร่วมมือต่อกระแสการเรียกร้องของประชาชน ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่เป็นแนวโน้มในการยกเลิกอาหารกลางวัน สส. เพราะอย่างน้อยจะนำไปสู่การประหยัดงบประมาณของชาติ ประมาณ 72 ล้านบาทต่อปี และเมื่อเริ่มต้นจาก สส.แล้วก็ฝากไปถึง สว. ที่ถือว่าเป็นตัวแทนของประชาชนเช่นเดียวกัน ควรจะร่วมมือกันในการสร้างศรัทธาให้ประชาชนนอกจากนี้การยกเลิกผู้ช่วย สส. ที่มีผู้ช่วยมากถึง 8 คน เงินเดือนคนละ15,000 บาท อีก 1 คน เงินเดือน 24,000 บาท การมีตำแหน่งผู้ช่วยและผู้เชี่ยวชาญรวมกันมากถึง 8 คน สะท้อนถึงการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อเป็นสิทธิประโยชน์ให้กับ สส.และ สว. มากเกินความจำเป็น ดังนั้นจึงยืนยันที่จะเรียกร้อง ทั้ง สส. และ สว. ลดผู้ช่วยของตนเองให้เหลือ 3 คน หากเราสามารถลดจำนวนผู้ช่วยได้ สส.จะประหยัดงบประมาณได้มากถึงปีละ 540 ล้านบาทซึ่งถ้าหนึ่งสมัยประชุมก็สามารถประหยัดงบประมาณไป 2,060 ล้านบาท หากสว. ให้ความร่วมมือด้วย เท่ากับว่า 1 ปีเราจะสามารถประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้มากถึง 3,000 ล้านบาท นี่คือสิ่งที่เรียกร้องให้ตัวแทนปวงชนในภาวะที่ข้าวยากหมากแพง น้ำมันแพงประเทศชาติต้องประหยัดและเราต้องร่วมมือกันในการตอบสนองความต้องการของประชาชน ซึ่งขณะนี้ตนก็ตั้งผู้ช่วย สส.เพียงแค่ 3 คน และฉีกเอกสารที่สภาให้กรอกข้อมูลผู้ช่วย สส. อีก 5 ฉบับทิ้ง เพื่อเป็นการสื่อสารว่ามีผู้ช่วย สส. เพียงแค่ 3 คนก็ทำงานได้มีประสิทธิภาพเช่นกัน“ต้องการสื่อสารไปยัง สส.และ สว. ว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและเรียกศรัทธาจากประชาชนให้ประชาชนเห็นว่าวันนี้การเมืองใหม่จริงๆ”นพ.วรงค์ กล่าวทั้งนี้ นพ.วรงค์ กล่าวถึง การจัดตั้งกองทุนเพื่อดูแลอดีตสมาชิกรัฐสภา ซึ่งเป็นเงินสมทบที่ สส.และ สว. ต้องส่ง 3,500 บาทต่อเดือน แต่มีสิทธิประโยชน์มากมาย ซึ่งตนกังวลในประเด็นของเรื่องเงินบำนาญที่ต้องใช้ภาษีประชาชนเข้ามาช่วยอุดหนุน แต่ไม่ได้ใช้คำว่าบำนาญ แต่ใช้คำว่าเงินทุนเลี้ยงชีพ ซึ่งเป็นรูปแบบการจ่ายแบบเดียวกับบำนาญและจำนวนเงินที่จะได้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากอายุการปฎิบัติหน้าที่

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ไทยถกเมียนมาเข้มชายแดนแม่สอด–เมียวดี คุมลอบเข้าเมือง-เตือนระวังกระสุนปืนใหญ่ล้ำแดน ดูแลผู้อพยพ 5 อำเภอตาก ย้ำสัมพันธ์แน่น
Politics2026 Mar 25 :: 08:04

ไทยถกเมียนมาเข้มชายแดนแม่สอด–เมียวดี คุมลอบเข้าเมือง-เตือนระวังกระสุนปืนใหญ่ล้ำแดน ดูแลผู้อพยพ 5 อำเภอตาก ย้ำสัมพันธ์แน่น

ไทยถกเมียนมาเข้มชายแดนแม่สอด–เมียวดี คุมลอบเข้าเมือง-เตือนระวังกระสุนปืนใหญ่ล้ำแดน ดูแลผู้อพยพ 5 อำเภอตาก ย้ำสัมพันธ์แน่นวันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่หน่วยเฉพาะกิจราชมนู (ฉก.ราชมนู) อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พ.อ.ชนกานต์ แสงศร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู และประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย–เมียนมา (แม่สอด–เมียวดี) ฝ่ายไทย ได้พบปะหารือและพัฒนาความสัมพันธ์กับ พ.ท. Zaw Han Oo ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 275 และประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นฝ่ายเมียนมา พร้อมคณะการหารือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อประสานความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาตามแนวชายแดนในพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดตาก ให้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้ขอความร่วมมือจากฝ่ายเมียนมาในการดูแลและควบคุมปัญหาบุคคลลักลอบหลบหนีเข้าเมืองเข้ามายังฝั่งประเทศไทย รวมถึงขอให้เพิ่มความระมัดระวังเกี่ยวกับสถานการณ์สู้รบ ที่อาจส่งผลกระทบทำให้มีกระสุนปืนใหญ่และลูกปืน ค. ล้ำแดนมาตกฝั่งไทย ตลอดจนการดูแลผู้อพยพจากสถานการณ์สู้รบให้เป็นไปอย่างเป็นระเบียบและสงบเรียบร้อยนอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเน้นย้ำการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและเมียนมา เพื่อส่งเสริมความมั่นคงและความร่วมมืออย่างยั่งยืนในพื้นที่ชายแดนต่อไป

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

นายกฯนำถกแก้วิกฤติพลังงาน-มาตรการช่วยเหลือปชช.“เอกนัฏ”ร่วมวง ด้าน “เอกนิติ”เผยมีแผนรองรับวิกฤติพลังงานหมดแล้ว
Politics2026 Mar 25 :: 07:36

นายกฯนำถกแก้วิกฤติพลังงาน-มาตรการช่วยเหลือปชช.“เอกนัฏ”ร่วมวง ด้าน “เอกนิติ”เผยมีแผนรองรับวิกฤติพลังงานหมดแล้ว

นายกฯนำถกแก้วิกฤติพลังงาน-มาตรการช่วยเหลือปชช.“เอกนัฏ”ร่วมวง ด้าน “เอกนิติ”เผยมีแผนรองรับวิกฤติพลังงานหมดแล้ว รอรัฐบาลใหม่พร้อมทำทันทีวันที่ 25 มี.ค. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียกหารือรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือแก้วิกฤติพลังงาน โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว. คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย(ภท.) ซึ่งมีชื่อจะมาเป็นรมว.พลังงาน ในรัฐบาลชุดใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมทั้งนี้ นายเอกนิติ เปิดเผยก่อนการประชุมว่า ขอหารือกับนายกรัฐมนตรีก่อนจะมาชี้แจง ซึ่งจะมีเรื่องของน้ำมัน และมาตรการช่วยเหลือ เนื่องจากวันนี้ราคาน้ำมันตลาดโลกมีความผันผวนมากเมื่อถามว่า ขณะนี้ประชาชนมีความกังวล มาตรการช่วยเหลือจะออกมาเมื่อไหร่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ขณะนี้เตรียมพร้อมไว้ทุกอย่างแล้ว เมื่อมีรัฐบาลใหม่แล้วจะมีมาตรการช่วยเหลือ หากวันนี้ได้ข้อมูลอะไรจะแถลงให้ทราบ และจะมานำเสนอมาตรการช่วยเหลือลดค่าครองชีพ เพราะตอนนี้วิกฤติตลาดน้ำมันโลกผันผวนมากนายเอกนิติ กล่าวว่า สำหรับราคาสินค้าที่ปรับตัวลอยตัวตามราคาน้ำมัน จะมีการปรับแก้อย่างไร นายเอกนิติ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะมารายงานเรื่องราคาสินค้า และกระทรวงคมนาคม ดูเรื่องของภาคการขนส่ง

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“กล้าธรรม” ซัดวิกฤตน้ำมันลามหนักทั่วประเทศ แฉน้ำมันไม่ขาดแต่หายกลางทาง
Politics2026 Mar 25 :: 07:24

“กล้าธรรม” ซัดวิกฤตน้ำมันลามหนักทั่วประเทศ แฉน้ำมันไม่ขาดแต่หายกลางทาง

“กล้าธรรม” ซัดวิกฤตน้ำมันลามหนักทั่วประเทศ แฉน้ำมันไม่ขาดแต่หายกลางทาง ส่อเอื้อกลุ่มทุนโกยกำไร ทำเกษตรกรอ่วมต้นทุนพุ่ง จี้นายกฯ รีบแก้ให้จบ “พอแล้วพอแล้ว รวยไม่ไหวแล้ว” ระวังเสียคำพูด ชาวบ้านลั่นกลับ “พอแล้ว จะอดตายกันหมดแล้ว”วันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายโสภณ ซารัมย์ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณาญัตติด่วนที่พรรคการเมืองรวม 6 พรรคเสนอ เพื่อให้สภาฯ พิจารณาถึงปัญหาวิกฤติพลังงานและผลกระทบต่อประชาชน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเผ็ดร้อน ส.ส.หลายพรรคสะท้อนเสียงเดือดร้อนจากพื้นที่ โดยเฉพาะพรรคกล้าธรรมที่ลุกขึ้นอภิปรายอย่างดุดันนายสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคกล้าธรรม เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา โดยระบุว่า วิกฤตน้ำมันไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เริ่มส่งสัญญาณมาตั้งแต่ต้นเดือน มีประชาชนในพื้นที่เข้ามาร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรม เช่น อำเภอชุมแสง บรรพตพิสัย และตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต แต่กลับต้องเผชิญปัญหาน้ำมันขาดแคลนนายสัญญา กล่าวว่า น้ำมันไม่ได้ขาด แต่หายไปจากระบบ จากข้อมูลในพื้นที่ พบว่าน้ำมันไม่ถึงสถานีบริการจริง ทั้งที่รัฐบาลยืนยันว่ามีน้ำมันสำรองเพียงพอ สะท้อนความผิดปกติในกระบวนการกระจายสินค้า พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีบุคคลบางกลุ่มในระบบที่สับรางทำให้น้ำมันไหลไปอีกช่องทางหนึ่ง“มีคนเสนอขายน้ำมันนอกระบบให้ผมในราคาลิตรละ 40-42 บาท ถามว่ามันมาจากไหน ถ้าไม่ใช่จากระบบเดียวกัน นี่คือสิ่งที่น่ากังวล และไม่ใช่คนนอกแน่นอน” นายสัญญา ระบุนอกจากนี้ วิกฤตที่เกิดขึ้นยังสะท้อนปัญหาที่ซ้ำเติมเกษตรกรอย่างหนัก โดยเฉพาะกรณีรถเกี่ยวข้าวที่ไม่สามารถซื้อน้ำมันในปริมาณมากได้ ทำให้โยนภาระให้เกษตรกรต้องไปจัดหาน้ำมันเอง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงทันที หากต้องซื้อน้ำมันในราคาตลาดมืดถึงลิตรละ 40 บาทขึ้นไป“เงินหลักพันหลักหมื่นมีผลกับชีวิตเกษตรกรอย่างมาก วันนี้เขาแทบจะไปต่อไม่ไหวแล้ว ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลตั้งศูนย์ข้อมูลแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เพื่อรวมข้อมูลทุกหน่วยงาน และติดตามเส้นทางน้ำมันอย่างโปร่งใส”นายสัญญา กล่าวด้านนายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สส.ตาก พรรคกล้าธรรม อภิปรายเสริมว่า วิกฤตน้ำมันในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะจังหวัดตาก รุนแรงอย่างมาก ประชาชนต้องต่อคิวยาวหลายกิโลเมตรเพื่อรอซื้อน้ำมัน บางแห่งต้องถือแกลลอนรอเป็นเวลาหลายชั่วโมง ผมกลับบ้านไปแค่สัปดาห์เดียว ประเทศเหมือนเปลี่ยนไปแล้ว ต่อคิวยาว 2-3 กิโลเมตร คนหิ้วถังน้ำมันกันเต็มถนนนายภาคภูมิ กล่าวต่อว่า ปัญหาในพื้นที่ชายแดนมีความซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากมีการลักลอบนำน้ำมันข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งในรูปแบบถูกและผิดกฎหมาย ทำให้ปริมาณน้ำมันในประเทศยิ่งตึงตัว นอกจากนี้ ยังสะท้อนความเดือดร้อนของกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ซึ่งขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐาน ไม่มีสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ ต้องลงจากดอยเพื่อมาซื้อและขนกลับไปกักตุน ส่งผลให้เสียเวลาและเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายอย่างมากนายภาคภูมิ ยังตั้งคำถามถึงนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะแนวคิดการปล่อยลอยตัวราคาน้ำมัน ซึ่งอาจทำให้ราคาพุ่งสูงถึงลิตรละ 50 บาท และจะกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังต้นทุนการผลิต ทั้งปุ๋ย ยา และสินค้าเกษตร วันนี้ถ้ารัฐยังแก้ไม่ตรงจุด วิกฤตจะกลับมาอีกแน่นอน และอาจรุนแรงกว่าเดิม ความเดือดร้อนของประชาชนกำลังสะสม และอาจกลายเป็นแรงกดดันทางการเมืองในอนาคตทั้งนี้ นายภาคภูมิ กล่าวย้ำว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับระบบบริหารจัดการ การบังคับใช้กฎหมาย และพฤติกรรมแสวงหากำไรของบางกลุ่มในอุตสาหกรรมพลังงาน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบและแก้ไขอย่างจริงจัง ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามจนควบคุมไม่ได้“ท่านนายกฯ ต้องรีบแก้วิกฤตนี้ให้จบ ถ้าไม่จบมันก็จะเป็นปัญหาในอนาคตอีกต่อไป นายกฯ เคยพูดว่า พอแล้วพอแล้ว รวยไม่ไหวแล้ว วันนี้ก็กลัวท่านจะเสียคำพูด ผมกลัวชาวบ้านจะบอกว่า พอแล้ว พอแล้ว จะอดตายกันหมดแล้ว”

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ไม่มีน้ำมันก็ใช้ไฟฟ้า! นายกฯหนู โชว์รถไฟฟ้าป้ายแดง ราคา 1.3 ล้าน หลังไทยขึ้นราคาน้ำมันรายวัน
Politics2026 Mar 25 :: 07:20

ไม่มีน้ำมันก็ใช้ไฟฟ้า! นายกฯหนู โชว์รถไฟฟ้าป้ายแดง ราคา 1.3 ล้าน หลังไทยขึ้นราคาน้ำมันรายวัน

ไม่มีน้ำมันก็ใช้ไฟฟ้า! นายกฯหนู โชว์รถไฟฟ้าป้ายแดง ราคา 1.3 ล้าน หลังไทยขึ้นราคาน้ำมันรายวันภายหลังการปรับขึ้นราคาน้ำมันเมื่อวันที่ 24 มี.ค. โดยน้ำมันเบนซินและแก๊ซโซฮอล์ปรับขึ้นลิตรละ 2 บาท และน้ำมันดีเซลปรับขึ้นลิตรละ 1.80 บาทล่าสุดวันที่ 25 มี.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัว ยี่ห้อ BYD รุ่น byd sealion 7 สีเทาเข้ม ซึ่งเป็นรถ SUV ไฟฟ้าสไตล์สปอร์ตคูเป้ (C-SUV) ป้ายแดง ทะเบียน ฎ 9798 กรุงเทพมหานคร ใช้ในการปฎิบัติภารกิจสำหรับ BYD Sealion 7 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าประเภท SUV สไตล์สปอร์ตคูเป้ (C-SUV) ที่กำลังได้รับความสนใจในตลาด ด้วยดีไซน์ทันสมัยและสมรรถนะที่ตอบโจทย์การใช้งานในเมือง โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 1,149,900 - 1,249,900 บาททั้งนี้การที่นายกเอารถไฟฟ้าออกมาใช้ในครั้งนี้ดันไปประจวบเหมาะกับ บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (The 47th Bangkok International Motor Show 2026) จัดขึ้นที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ที่งานนี้คือการรวมตัวของรถยนต์และรถจักรยานยนต์กว่า 45 ค่าย พร้อมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรุ่นใหม่ล่าสุดจำนวนมากไว้ในงาน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อนุทิน” ขับรถไฟฟ้าเข้าทำเนียบ รณรงค์ประหยัดน้ำมัน
Politics2026 Mar 25 :: 06:32

“อนุทิน” ขับรถไฟฟ้าเข้าทำเนียบ รณรงค์ประหยัดน้ำมัน

นายกฯ นำร่องใช้รถไฟฟ้าทำงาน ไร้รถนำขบวน ร่วมประหยัดพลังงาน ท่ามกลางวิกฤติน้ำมัน ก่อนถกแก้ปัญหาบ่ายนี้สำหรับความเคลื่อนไหว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย วันที่ 25 มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ได้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัว ยี่ห้อ BYD รุ่น byd sealion 7 สีเทาเข้ม ซึ่งเป็นรถ SUV ไฟฟ้าสไตล์สปอร์ตคูเป้ (C-SUV) ป้ายแดงทะเบียน ฎ 9798 กรุงเทพมหานคร ในการปฎิบัติภารกิจ โดยช่วงเช้าเวลา 09.20 น. นายกฯเดินทางไปอาคารรัฐสภา เพื่อเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มีวาระพิจารณาญัตติด่วนการรับมือวิกฤติพลังงานจากสถานการณ์การสู้รบตะวันออกกลางก่อนที่เวลา 12.50 น. นายกฯเดินทางเข้าปฎิบัติหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล ที่ตึกไทยคู่ฟ้าโดยนายกฯนั่งด้านหน้าข้างคนขับ ไม่มีรถนำขบวนและรถติดตาม ทั้งนี้ รถคันดังกล่าวนายอนุทินเพิ่งซื้อมา 1-2 วันนี้ท่ามกลางวิกฤติน้ำมันและมาตรการรณรงค์ประหยัดพลังงานของรัฐบาลขณะเดียวกัน มีรายงานว่า เวลา 14.00 น.นายกฯ จะมีการหารือกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังาน และสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ถึงผลกระทบด้านพลังงาน ก่อนการประชุมหารือด้านสถานการณ์พลังงาน เวลา 16.30 น.ที่มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ในฐานะผอ.ศบก.เป็นประธาน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ห้องอาหารสภาสุดคึกคัก สส. ลงมาซื้อข้าวกินเที่ยง ด้าน ‘โสภณ’ เผยเตรียมถก ปม สวัสดิการอาหารกลางวัน
Politics2026 Mar 25 :: 06:29

ห้องอาหารสภาสุดคึกคัก สส. ลงมาซื้อข้าวกินเที่ยง ด้าน ‘โสภณ’ เผยเตรียมถก ปม สวัสดิการอาหารกลางวัน

ห้องอาหารสภาสุดคึกคัก สส. ลงมาซื้อข้าวกินเที่ยง ด้าน ‘โสภณ’ เผยเตรียมถก ปม สวัสดิการอาหารกลางวัน สส. ขณะที่ "เต้ มงคลกิตติ์" สบถคำหยาบ ด่านายก-ครม. ถาม ไม่อายบ้างเหรอ รับเงินเดือนช่วง ปชช.เดือดร้อน วันที่ 25 มี.ค. 69 ที่รัฐสภา บรรยากาศที่ห้องอาหารรัฐสภา มื้อเที่ยงวันนี้เป็นไปอย่างคึกคักหลังจากที่ก่อนหน้านี้มีประเด็นดราม่าข้อเสนอของนนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี ที่เสนอให้ตัดงบอาหารของ สส.เปลี่ยนให้มากินที่โรงอาหารในสภา ซึ่งวันนี้ถือเป็นการประชุม ครั้งแรกของสภาชุดที่ 27 ทำให้บรรยากาศการรับประทานอาหารมื้อเที่ยงวันนี้มี สส.หลายพรรคการเมืองลงมาซื้ออาหารเพื่อรับประทานเอง ส่วนใหญ่จะนั่งทานกันเป็นกลุ่มขณะที่นายนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ได้ลงมารับประทานอาหาร ที่ห้องอาหารสภา พร้อมเปิดเผยว่าตั้งแต่เปิดสมัยประชุมสภาตนลงมาทานทุกวัน อาหารอร่อย อาหารทำร้อนๆ พร้อมทานรวมถึงบรรยากาศในโรงอาหารถือว่าดีส่วนต่อไปสส.จะลงมาทานในโรงอาหารเลยหรือไม่นั้นเดี๋ยววันจันทร์นี้จะมีการประชุมกันในเรื่องนี้เมื่อถามว่าเห็นวันนี้ สส.พรรคภูมิใจไทยลงมามาทานกันเยอะ นายโสภณ กล่าวว่า ”ก็เขามีมติแล้วหนิ“ และวันนี้ตนสั่งอาหารไป 1 อย่าง แต่บอกเลยว่าใครมาทานที่นี่แล้วจะติดใจขณะที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีต สส. พรรคไทยศรีวิไลย์ ก็ลงมาทานอาหารที่โรงอาหาร พร้อมบอกว่าตนลงมาแวะดูบรรยากาศที่โรงอาหาร มาดูว่า สส.มากินข้าวที่ห้องอาหารกันหรือยัง“แต่ยังไม่เห็นนายกฯ และ ครม. หายหัวไปไหนหมด ผมอยากเสนอช่วงนี้ประชาชนเดือดร้อนชิบหายวายวอดขนาดนี้แล้ว ครม. สส. สว. ไม่ควรรับเงินเดือนจนกว่าสถานการณ์ประเทศจะเป็นปกติสุข ค่อยรับเงินเดือน มึงไม่อายกันบ้างหรอ รับเงินเดือนไปและบริหาร อีลุ่ยฉุยแฉกแบบนี้ มึงไม่อายบ้างหรอไอ้หนู“นายมงคลกิตติ์ กล่าว“หมอวรงค์” โชว์ให้เห็นเป็นขวัญตา สั่งข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาว สแกนจ่ายกันจะๆ ฉะ “สนธิญา” คงไม่รู้ ซื้อกินเองมาก่อนจะท้าอีก เชื่อ โซเชียลช่วยกันกดดันจน สส.พากันคล้อยตาม พกปิ่นโตเป็นเถาเข้าสภา เผย 30 มี.ค.นี้ ประธานเรียกถกทางออกด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส. บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้ลงมาซื้ออาหารกลางวันที่โรงอาหาร ชั้นบี 2 ของอาคารรัฐสภา โดย นพ.วรงค์ได้สั่งเมนูข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาวจากร้านอาหารตามสั่ง ครัววิทยุ 1 ระหว่างรออาหารได้พูดคุยกับสื่อมวลชน ที่ได้สอบถามว่าได้ลองซื้ออาหารครบทุกร้านหรือยัง โดย นพ.วรงค์ ตอบว่า ก็จะลองไปเรื่อยๆ ถือว่าเป็นการโปรโมตร้านอาหารให้โรงอาหารไปด้วยเมื่อถามว่าวันนี้มี สส.บางคนพกปิ่นโตมาด้วย รู้สึกอย่างไร นพ.วรงค์ กล่าวว่า รู้สึกว่าโอเค อย่างน้อยสส.ก็มีสำนึกที่ดีต่อประชาชน ถือเป็นเครดิตที่ดีของทุกพรรคการเมืองที่ช่วยกันส่วนกรณีที่ นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ท้าให้ นพ. วรงค์ ลงมากินข้าวที่โรงอาหารทุกวัน นพ. วรงค์กล่าวว่า ตนก็ดูอยู่เหมือนกัน แต่เขาไม่รู้ว่าตนมากินข้าวที่โรงอาหารก่อนที่เขาท้าเมื่อถามอีกว่าก่อนหน้านี้มี สส.หลายพรรค เสนอเรื่องค่าอาหารกลางวัน แต่เหตุใดจึงไม่ประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรม นพ.วรงค์ ถามกลับว่าเสนอด้วยใจจริงๆหรือไม่ คุณต้องแสดงออกด้วยใจจริงว่าคุณก็ไม่รับประทานอาหารฟรี ถ้าคุณทำจริงประชาชนก็จะสนับสนุน ถ้าเสนอแค่ตัดงบประมาณแล้วคุณก็กินเหมือนเดิม ก็ยังฟุ่มเฟือยเหมือนเดิม คุณต้องเสนอให้ยกเลิกเลย แล้วประชาชนจะเห็นเองว่าเราทำจริงส่วนพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนมีมติให้ สส. เลิกรับประทานอาหารกลางวันฟรีและจ่ายค่าใช้จ่ายด้วยตัวเอง นพ.วรงค์ กล่าวว่า เป็นการแสดงออกของประชาชนที่เป็นกระแสในโซเชียล ซึ่งต้องขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนและเพื่อนสมาชิก เราไม่ต้องมองเป็นเรื่องการเมือง แต่มองว่าเป็นเรื่องของพวกเราทุกคน ขณะที่วันจันทร์ที่จะถึงนี้ (30 มี.ค.69) ประธานสภาได้นัดหมายพรรคการเมืองให้เข้าหารือถึงเรื่องอาหาร สส. ตนคิดว่าจะได้เห็นการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ในเรื่องการยกเลิกอาหารกลางวันฟรี ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีจากนั้น นพ.วรงค์ ได้สแกนจ่ายค่าข้าว ในราคา 60 บาท ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะรับประทานอาหารร่วมกับผู้ช่วย สส. โดยยืนยันว่าอาหารที่โรงอาหารสภาอร่อยจริง ไม่ต่างจากอาหารฟรีที่ สส.ได้รับ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ไทยเตือน ปชช.รีบออกจากพื้นที่ หลังสหรัฐฯ ยื่นแผน 15 ข้อ เปิดช่องแคบฮอร์มุซถาวร
Politics2026 Mar 25 :: 05:22

ไทยเตือน ปชช.รีบออกจากพื้นที่ หลังสหรัฐฯ ยื่นแผน 15 ข้อ เปิดช่องแคบฮอร์มุซถาวร

เจรจาหรือระเบิด? สหรัฐฯ ยื่นแผน 15 ข้อ เปิดช่องแคบฮอร์มุซถาวร ด้าน ไทยเตือน ปชช.รีบออกจากพื้นที่ ก่อนสถานการณ์บานปลาย เร่งช่วย 3 คนลูกเรือไทย รอยืนยันสถานะวันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่ ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงมาตรการของรัฐบาลในการให้ความช่วยเหลือคนไทย ว่า สำหรับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งยังคงมีความรุนแรง โดยมีการโจมตีตอบโต้ระหว่างคู่ขัดแย้งหลัก และยังมีการตอบโต้ในประเทศแถบอาหรับ ซึ่งส่วนใหญ่สามารถสกัดกั้นได้ และจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐยืนยันว่าการเจรจาทางการทูตกับอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป แม้รัฐบาลอิหร่านปฏิเสธว่ามีการเจรจาก็ตาม ทั้งนี้มีรายงานว่าสหรัฐได้ส่งแผน 15 ข้อ ไปยังอิหร่าน เพื่อยุติการสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงกำหนดได้มีการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร แต่หากการเจรจาล้มเหลวก็อาจมีความเสี่ยงที่สหรัฐจะโจมตีโครงสร้างสำคัญของอิหร่านต่อไป ขณะที่อิหร่านยังคงยืนยันท่าทีในการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยเรือจากบางประเทศที่ไม่เป็นปฏิปักษ์กับอิหร่านจะได้รับอนุญาตให้เดินเรือผ่านได้ และเนื่องจากสถานการณ์โดยรวมมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศขอให้คนไทยพิจารณาออกออกจากพื้นที่โดยเร็ว พร้อมทั้งติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางต่างๆ อย่างเคร่งครัด รวมทั้งลงทะเบียนแจ้งชื่อ ที่อยู่และหมายเลขติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลในพื้นที่ที่รับผิดชอบสำหรับความคืบหน้าของการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ในการดำเนินการด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องนั้น กรณีอิหร่านและโอมานหลังจากเมื่อวานนี้ (24/03/69) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.กระทีวงการต่ทงประเทศ ได้แถลงข่าวแจ้งการหารือทางโทรศัพท์กับเอกอัครราชทูตอิหร่าน ในประเทศไทยนั้น เกี่ยวกับปฏิบัติการร่วมระหว่างอิหร่านกับโอมานในการให้ความช่วยเหลือคนงาน 3 คน ที่ยังติดอยู่บนเรือบรรทุกสินค้า มยุรี นารี ขณะนี้ยังคงรอยืนยันสถานะของลูกเรือทั้ง 3 ราย โดยเมื่อได้รับทราบความคืบหน้าทางกระทรวงการต่างประเทศแจ้งให้ประชาชนทราบทันที ในการนี้ไทยขอขอบคุณอิหร่าน โอมาน ในปฏิบัติการร่วมดังกล่าว รวมถึงมิตรประเทศต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ช่วยดำเนินความสะดวกให้ภารกิจดังกล่าวลุล่วงโดยสำเร็จนายปาณิดล ย้ำความประสงค์ของไทยต่อความปลอดภัยในการเดินเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ตามหลักกฏหมายระหว่างประเทศ โดยขณะนี้เรือบรรทุกน้ำมันของไทย 1 ลำ สามารถเดินทางผ่านช่องแคบอย่างปลอดภัยและกำลังเดินหน้าสู่ประเทศไทยแล้ว และยังรอเรืออีก 1 ลำ ในการเดินทางผ่านตามที่รัฐมนตรีได้แถลงเมื่อวานแล้วเช่นกัน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป นอกจากนี้ แรงงานไทย 4 คน ที่เดินทางมาจากอิหร่าน ผ่านตุรกี ได้เดินทางถึงไทยแล้วเมื่อช่วงเช้าวันนี้ และจะมีคนไทยอีก 8 คน ที่จะเดินทางมาจากอิหร่าน ผ่านตุรกี เพื่อเดินทางกลับประเทศไทยต่อไปสำหรับกรณีอิสราเอลที่ได้มีการแจ้งไปเมื่อวานแล้วว่าร่างของนายชัยวัฒน์ แววนิล ซึ่งเสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิดที่อิสราเอล จะกลับถึงประเทศไทยในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ (26/03/69) โดยร่างของนายชัยวัฒน์ จะเดินทางกลับโดยสายการบินเอลอัล ถึงประเทศไทยในเวลา 09:20 น. ก่อนจะส่งไปประกอบศาสนกิจในภูมิลำเนาต่อไป ทั้งนี้เมื่อวานนี้ 24 มีนาคม ผู้แทนสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวนครราชสีมา ได้เป็นผู้แทนกรมการกงสุลเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจครอบครัวของนายชัยวัฒน์ ที่จังหวัดชัยภูมิด้วยทั้งนี้ หลังจากเกิดเหตุการณ์สู้รบมีคนไทยที่ได้รับการช่วยเหลือออกจากภูมิภาคตะวันออกกลางมายังประเทศไทยหรือไปประเทศที่สามรวมทั้งสิ้น 1,486 คน และตนขอย้ำว่ารัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ ให้เดินทางออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรกด้วยความปลอดภัยเมื่อถามว่ามีแนวโน้มที่จะมีการอพยพประชาชนเพิ่มขึ้นหรือไม่ หากมีการประเมินสถานการณ์เรื่องของนิวเคลียร์ จะมีอะไรเตือนไปถึงแรงงานไทยหรือไม่ นายปาณิดล เผยว่า ในส่วนของแรงงานไทยในอิสราเอล เท่าที่ติดตามทุกอย่างยังคล้ายๆ เดิมอยู่ แม้จะมีรายงานกรณีการเสียชีวิตของแรงงานไทย 1 คนก็ตาม แต่โดยรวมอิสราเอลก็ยังมีระบบป้องกันภัยที่ใช้ได้และมีระบบเซ็นเซอร์ที่สำคัญ ตนอยากขอให้แรงงานไทยทุกคน รวมทั้งชาวไทยที่อยู่ในอิสราเอล ปฏิบัติตามมาตรการโดยเคร่งครัด

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

งูเห่าพรรคส้ม โผล่นั่งร่วม สส.ภูมิใจไทย หลังโหวตสวนมติพรรค หนุน "อนุทิน" นั่งนายกฯ
Politics2026 Mar 25 :: 04:50

งูเห่าพรรคส้ม โผล่นั่งร่วม สส.ภูมิใจไทย หลังโหวตสวนมติพรรค หนุน "อนุทิน" นั่งนายกฯ

งูเห่าพรรคส้ม โผล่นั่งร่วม สส.ภูมิใจไทย หลังโหวตสวนมติพรรค หนุน "อนุทิน" นั่งนายกฯวันที่ 25 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม โดยมีการเสนอญัตติด่วน เพื่ออภิปรายเรื่องราคาพลังงาน ที่เพิ่มสูงขึ้นจากเหตุการณ์สู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลาง นายสุริยา วงศ์อารีย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขต 7 จังหวัดอุดรธานี พรรคประชาชน ได้เข้าร่วมการประชุม โดยได้นั่งรวมกลุ่มอยู่กับ สส. ของพรรคภูมิใจไทย ในแถวหลังของห้องประชุมสำหรับนายสุริยา คือ สส. ของพรรคประชาชนคนเดียวที่โหวตสวนมติพรรค ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้สนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.จากพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี แทนที่จะโหวตสนุบสนุน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งที่ประชุมของพรรคประชาชน เห็นว่า จะใช้การดองงูเห่า เพื่อไม่ให้ไปทำกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคที่ดูดไปได้อย่างสมใจ ที่สำคัญ ส่วนใหญ่ยังเห็นว่าการดองไว้มีผลดีมากกว่าการขับออก เพราะหากขับออก จะทำให้พรรคประชาชนสูญเสีย สส.ไป 1 เก้าอี้ แล้วจะทำให้สูญเสียโควตาประธานกรรมาธิการสามัญ สภาผู้แทนราษฎรได้

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

รัฐบาลอยู่ไม่เกิน 30 วัน! ‘ธนพร’ เตือน ‘อนุทิน’ 16 เม.ย.นี้ ม็อบล้อมสภาแน่ ชี้หากเกิดจริง รัฐบาลอยู่ไม่เกิน 30 วัน
Politics2026 Mar 25 :: 03:12

รัฐบาลอยู่ไม่เกิน 30 วัน! ‘ธนพร’ เตือน ‘อนุทิน’ 16 เม.ย.นี้ ม็อบล้อมสภาแน่ ชี้หากเกิดจริง รัฐบาลอยู่ไม่เกิน 30 วัน

รัฐบาลอยู่ไม่เกิน 30 วัน! ‘ธนพร’ เตือน ‘อนุทิน’ 16 เม.ย.นี้ ม็อบล้อมสภาแน่ ชี้หากเกิดจริง รัฐบาลอยู่ไม่เกิน 30 วันวันที่ 25 มี.ค. 2569 รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิชาการ และนักวิเคราะห์การเมือง เปิดเผยถึงสถานการณ์วิกฤตน้ำมันว่า วันที่ 16 เม.ย. วันแถลงนโยบาย ม็อบเต็มหน้าสภาแน่นอน ถ้าสัปดาห์นี้ ยังมีภาพเกษตรกร ประชาชน ไปต่อคิวเติมน้ำมัน และจะมีการขบวนขับไล่รัฐบาลด้วย“วันที่ 16 เม.ย. คือวันนับถอยหลังอายุรัฐบาล และขอพยากรณ์ว่าถ้าเกิดม็อบวันนั้น ไม่เกิน 30 วัน รัฐบาลไปจริง เพราะที่ผ่านมา พลเอก สุจินดา คราประยูร, จอมพล ถนอม กิตติขจร, จอมพล ประภาส จารุเสถียร เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาแล้ว อย่าล้อเล่นกับเรื่องแบบนี้ ผมเตือนด้วยความปรารถนาดี”ทั้งนี้ รศ.ดร.ธนพร มองว่า วันนี้ การประชุมสภาผู้แทน ครั้งแรก หลังเลือกประธานน่าติดตามมากๆ เพราะ 1.ญัตติเรื่องปัญหาน้ำมัน ฝ่ายรัฐบาลฝ่ายค้าน เสนอหมด ไม่มีตกขบวน2.แต่ น่าสนใจว่า พรรครัฐบานจะ อภิปรายถล่มใคร หรือ น้ำเงิน จะถล่มแดง โดยอ้างว่าปัญหาจากรัฐบานเก่าหรือไม่ สส.พรรคร่วม เช่น รทสช. ถล่มใคร สส.พรรคแดง จะถล่มใคร สส.พรรรเขียว จะมีแฉหรือไม่ น่าติดตามมาก

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อนุทิน” รับยกเลิกตรึงน้ำมันกระทบเป็นลูกโซ่ จ่อใช้กลไก ก.พาณิชย์ช่วย ปัดตอบแนวทางรับอารมณ์ปชช. บอก ทุกคนทำงาน
Politics2026 Mar 25 :: 03:00

“อนุทิน” รับยกเลิกตรึงน้ำมันกระทบเป็นลูกโซ่ จ่อใช้กลไก ก.พาณิชย์ช่วย ปัดตอบแนวทางรับอารมณ์ปชช. บอก ทุกคนทำงาน

“อนุทิน” รับยกเลิกตรึงน้ำมันกระทบเป็นลูกโซ่ จ่อใช้กลไก ก.พาณิชย์ช่วย ปัดตอบแนวทางรับอารมณ์ปชช. บอก ทุกคนทำงานวันที่ 25 มี.ค. 69 ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเดินทางมาถึงอาคารรัฐสภาเพื่อเข้าร่วมการประชุม โดยให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประชาชนต่อคิวเติมน้ำมัน ว่า ให้สัมภาษณ์เมื่อวานตอนเย็นไปแล้ว ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และยังไม่ได้ได้รับรายงานเมื่อถามถึงกรณีการยกเลิกการตรึงราคาน้ำมัน นายอนุทิน กล่าวว่า ถามตรงนี้ไม่ตอบส่วนการเลิกตรึงราคาน้ำมันจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันก็มีบ้าง เราก็ต้องใช้กลไกที่เรามีอยู่ของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงต่าง ๆเมื่อถามต่อว่าจะมีมาตรการรองรับอารมณ์ประชาชนอย่างไรบ้าง นายอนุทิน พยักหน้าแล้วตอบว่าทุกคนทำงาน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"โสภณ" เทียบวิกฤตน้ำมัน 1980 ซัดปี 2026 “น้ำมันไม่ขาด แต่ขาดความสุจริต”
Politics2026 Mar 25 :: 02:27

"โสภณ" เทียบวิกฤตน้ำมัน 1980 ซัดปี 2026 “น้ำมันไม่ขาด แต่ขาดความสุจริต”

"โสภณ" เทียบวิกฤตน้ำมัน 1980 ซัดปี 2026 “น้ำมันไม่ขาด แต่ขาดความสุจริต”วันที่ 25 มี.ค. 2569 นายโสภณ สุภาพงษ์ อดีตรองผู้ว่าการ ปตท. และผู้ก่อตั้งบริษัท บางจากฯ โพสต์เฟซบุ๊ก วิถีคิด โดย โสภณ สุภาพงษ์ เกี่ยวกับประเด็นวิกฤตน้ำมัน ระบุว่า ครั้งนี้ วันนี้ 24 มีนาคม 2026 ผู้กักตุนน้ำมัน ได้เงินปชช.เพิ่มขึ้นอีกมากกว่า 16,000 ล้านบาท ครั้งก่อนปี 1980 วิกฤตน้ำมันขาดแคลน ขณะนั้นผมโสภณ สุภาพงษ์เป็นรองผู้ว่าการปตท. เป็นกรรมการนโยบายน้ำมันฯนั่งทำงานที่ตีกไทยคู่ฟ้า ให้นายกฯพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ครั้งก่อนทุกครั้งที่ร้ฐบาลให้ขึ้นราคาขายใหม่น้ำมันแก่ปชช. เราให้จ.น.ท ก.พาณิชย์ออกวัดถังสต๊อกผู้ค้าน้ำมันสำเร็จรูปราคาเก่าทั้งหมดทั่วประเทศแล้วเรียกเก็บเงินคืนให้ปชช.ทุกครั้ง.ครับ ด้วยกลไกราคาและการวัดถังสต๊อกผู้ค้าน้ำมันทันทีทุกครั้งนี้ ไม่มีนักการเมืองผู้ค้าน้ำมันใด อยากกักตุนน้ำมันเพราะรัฐบาลเก็บคืนให้ปชช.หมดครั้งนี้ปี2026วิกฤตม้ำมัน รัฐบาลให้ขี้นราคาขายใหม่2บาท/ ลิตร ไม่วัดถังสต๊อกผู้ค้าน้ำมัน นักการเมืองที่กักตุนน้ำมัน ผู้ค้าน้ำมันทุกรายได้เงินปชช.เพิ่มอีก มากกว่า16,000ล้านบาท* ในทันที (ประมาณจากสต๊อกแค่50วันxขาย160ลล./วันx2บ/ล,นายกฯบอกมีสต๊อก100วัน) จากการขายสต๊อกราคาเก่าในราคาที่รัฐบาลเพิ่มให้ใหม่ การไม่วัดถังสต๊อกผู้ค้าน้ำมันสำเร็จรูปราคาขายเก่าทั้งหมดทั่วประเทศ จะทำให้มีผู้ค้าเตรียมกักตุนน้ำมันอีกใว้รอการประกาศรัฐบาลขึ้นราคาน้ำมันในครั้งหน้าอีกหลายๆครั้งคอยเอากำไรจากปชช. ไม่มีนักการเมืองที่กักตุนอยากให้วัดสต๊อกน้ำมันครับการปรับขึ้นราคาน้ำมันครั้งดังกล่าว “ไม่สามารถเก็บเพิ่มจากประชาชนได้” เนื่องจากผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่กว่า 127 ราย ได้รับการชดเชยต้นทุนไปแล้วก่อนหน้านี้ พร้อมอ้างว่าเงินส่วนต่างถูกนำกลับเข้าสู่กองทุน และอาจก่อให้เกิดผลประโยชน์รวมมากกว่า 16,000 ล้านบาทนอกจากนี้ ยังมีการเปรียบเทียบสถานการณ์กับวิกฤตน้ำมันโลกในช่วงปี 1973 และ 1980 โดยระบุว่า ในอดีตสามารถแก้ปัญหาได้จากการใช้กลไกราคาและอำนาจรัฐควบคู่กับความโปร่งใสของผู้นำ ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบันถูกวิจารณ์ว่า “น้ำมันไม่ขาดแคลน แต่ขาดความสุจริต”ขณะเดียวกันโครงสร้างกำลังการกลั่นน้ำมันในประเทศไทย สัดส่วนการถือครองส่วนใหญ่เป็นของภาคเอกชน มากกว่าภาครัฐ ซึ่งถูกนำมาใช้ประกอบข้อกล่าวหาว่าอาจมีการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

รัฐบาลเชิญชวน ปชช. ลงทะเบียนร่วมโครงการ “ล้างแอร์ช่วยชาติ ” ตั้งแต่ 25 มี.ค.- 23 พ.ค. 2569 รับส่วนลดล้างแอร์ 300 บาท จำนวน 30,000 สิทธิ์
Politics2026 Mar 25 :: 01:42

รัฐบาลเชิญชวน ปชช. ลงทะเบียนร่วมโครงการ “ล้างแอร์ช่วยชาติ ” ตั้งแต่ 25 มี.ค.- 23 พ.ค. 2569 รับส่วนลดล้างแอร์ 300 บาท จำนวน 30,000 สิทธิ์

รัฐบาลเชิญชวน ปชช. ลงทะเบียนร่วมโครงการ “ล้างแอร์ช่วยชาติ ” ตั้งแต่ 25 มี.ค.- 23 พ.ค. 2569 รับส่วนลดล้างแอร์ 300 บาท จำนวน 30,000 สิทธิ์นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้ง ในตะวันออกกลาง รัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะปัญหาเรื่องพลังงานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนผ่านมาตรการการช่วยเหลือในด้านต่าง ๆนางสาวอัยรินทร์ กล่าววว่า รัฐบาล โดยกระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมมือกับพันธมิตรภาคเอกชนจัดทำมาตรการประหยัดพลังงาน ผ่านโครงการ “ล้างแอร์ช่วยชาติ ” โดยร่วมกับห้างสรรพสินค้าและผู้ให้บริการออนไลน์ มอบส่วนลดล้างเครื่องปรับอากาศมูลค่า 300 บาท จำนวน 30,000 สิทธิ์ และโครงการมอบส่วนลดซื้อผลิตภัณฑ์เบอร์ 5 จำนวน 15,000 สิทธิ์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการใช้ไฟฟ้า และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้สำหรับประชาชนที่สนใจ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้ ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม - 23 พฤษภาคม2569 ซึ่งจะเปิดลงทะเบียน ณ ห้างสรรพสินค้า และผู้บริการออนไลน์ โดยประชาชนจะต้องเตรียมข้อมูลและเอกสาร ดังต่อไปนี้ 1.บัตรประจำตัวประชาชน 2. บิลค่าไฟฟ้า 1 เดือนของปี 2569 (ต้องมีหมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า) ทั้งนี้ สิทธิ์นี้ไม่สามารถโอนให้ผู้อื่นหรือแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมการใช้สิทธิ์ ผ่าน LINE OA : https://line.me/R/ti/p/@734giksj“โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรณรงค์ให้ประชาชนดูแลรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการล้างเครื่องปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง ลดการใช้พลังงาน และช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าในระยะยาว ตามนโยบายประหยัดพลังงานของรัฐบาล” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ดราม่าน้ำมันขาด! “ไตรศุลี” โพสต์ขอหลักฐานปั๊มโดนลดโควตา ปชช.โวย เดือดร้อนทั้งประเทศ ยังต้องให้แจ้งอีกหรือ?
Politics2026 Mar 25 :: 01:26

ดราม่าน้ำมันขาด! “ไตรศุลี” โพสต์ขอหลักฐานปั๊มโดนลดโควตา ปชช.โวย เดือดร้อนทั้งประเทศ ยังต้องให้แจ้งอีกหรือ?

ดราม่าน้ำมันขาด! “ไตรศุลี” โพสต์ขอหลักฐานปั๊มโดนลดโควตา ด้าน ปชช.คอมเมนต์โวย เดือดร้อนทั้งประเทศ ยังต้องให้แจ้งอีกหรือ?วันที่ 25 มี.ค. 2569 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ปั๊ม ไหน มีปัญหา โดนลด น้ำมัน จากเดิม ที่เคยได้ ประสาน ส่งข้อมูลมาให้กวางได้เลยค่ะนอกจากนี้ ยังระบุว่า น้ำมันทุกวันนี้ผลิตมากกว่าเดิมที่เคยขายในปัจจุบัน เดิม ผลิต 67 ล้านลิตร / วัน ปัจจุบัน ผลิต กว่า 84 ล้านลิตร บริษัทน้ำมันยืนยัน ว่าส่งน้ำมันให้ ปั๊ม ในปริมาณเท่าเดิม จึงจำเป็นต้องขอหลักฐาน เพื่อ ไปยืนยันให้ค่ะ ว่าปั๊มไหนเดือดร้อน จะได้ รับแก้ไข ต่อจากนี้ไป รัฐบาล ให้ส่ง น้ำมัน ให้ ทุกที่เท่าเดิม ตามปริมาณที่เคยได้ ใครไม่ได้ ก็ต้องแจ้ง มาด้วยค่ะ จะได้รับแก้ปัญหา และ ต่อไปน้ำมันจะขึ้นลง ตามกลไกลตลาดปัญหา การขาดแคลนน้ำมัน น้ำมัน เถื่อน แพงกว่า น้ำมัน ในประเทศ พวกที่เคยใช้น้ำมัน เถื่อน เลยหันมาเติมที่ปั๊ม พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทั้งผู้ใช้รถโรงงานอุตสาหกรรม เกษตกร มีการ เตรีนทน้ำมันไว้ใช้ เพิ่มขึ้นและ ตลอดเวลามีการลักลอบ น้ำมันส่งออกขณะที่คอมเมนต์มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นตอบโต้ เช่น บางสะพาน ค่ะ ปตท.ไม่มีน้ำมันเติมเลย ติดป้ายไว้และแจ้งว่าให้มาเติมบ่าย 2 พรุ่งนี้ โดย น.ส.ไตรศุลี ตอบกลับว่า ต้อง ปั๊มให้ข้อมูล มาด้วยค่ะ ว่าโดน ลด โควตา ไหม เพราะ บริษัทน้ำมัน แจ้งว่า ขนส่ง น้ำมันให้ปริมาณ เท่าเดิม ที่เคยได้ เลยต้องเอาข้อมูล ไปยืนยัน กันค่ะประชาชนเดือดร้อนทั้งประเทศทำไมต้องให้มาแจ้งด้วย ไม่รู้เหรอว่ามันมีปัญหาทั่วประเทศ น.ส.ไตรศุลี ตอบกลับว่า ทราบค่ะ ต้องการข้อมูลเพื่อไปยืนบัน กับบริษัทน้ำมัน ที่มาอ่างว่า สางน้ำมันให้ เท่าเดิม แต่ปริมาณการใช้มากขึ้น จากเดิม จะได้ ยืนยันข้อเท็จจริงด้วยหลักฐานค่ะ เพราะ ถ้าท่าน ตามอ่านข่าว จะรู้ บ้าง ว่า ปริมาณน้ำมัน ที่ผลิตทุกวันนี้ มากขึ้น กว่าตอนเหตุการณ์ปกติ เราเลย ต้องไล่ เรียงทุก อย่่าง ถ้าไม่ ลำบาก ก็ส่ง ข้อมูลได้ค่ะ และจะได้ ตรวจสอบว่า น้ำมันมาลง ที่ที่ ควรลง ไม่ใช่ ส่งไปที่อื่น ไม่ถึง ปชชช่วยชาวบ้านด้วยครับ เดือดร้อนไปทั่ว ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ ก็อย่าเสนอตัวมารับใช้ประชาชน น.ส.ไตรศุลี ตอบกลับว่า น้ำมันทุกวันนี้ผลิตมากกว่าเดิมที่เคย ขายในปัจจุบัน เดิม ผลิต 77 ล้านลิตร / วัน ปัจจุบัน ผลิต กว่า 85 ล้านลิตร บริษัทน้ำมันยืนยัน ว่าส่งน้ำมันให้ ปั๊ม ในปริมาณเท่าเดิม จึงจำเป็นต้องขอหลักฐาน เพื่อ ไปยืนยันให้ค่ะ ว่าปั๊มไหนเดือดร้อน จะได้ รับแก้ไข เพราะ ต่อจากนี้ไป รัฐบาล ให้ส่ง น้ำมัน ให้ ทุกที่เท่าเดิม ตามปริมาณที่เคยได้ ใครไม่ได้ ก็ต้องแจ้ง มาด้วยค่ะ จะได้รับแก้ปัญหา

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อนุทิน” เผย “วันนอร์” ตอบรับนั่งประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ แล้ว ช่วยดูสร้างสันติภาพ - ความสงบสุขในพื้นที่
Politics2026 Mar 25 :: 01:05

“อนุทิน” เผย “วันนอร์” ตอบรับนั่งประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ แล้ว ช่วยดูสร้างสันติภาพ - ความสงบสุขในพื้นที่

“อนุทิน” เผย “วันนอร์” ตอบรับนั่งประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ แล้ว ช่วยดูสร้างสันติภาพ - ความสงบสุขในพื้นที่วันที่ 25 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เข้าไปคอมเมนต์เฟซบุ๊กของนายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา และเลขาธิการพรรคประชาชาติ ว่า ”ขอบพระคุณพระประชาชาติที่มาทำงานเพื่อชาติ และประชาชนด้วยกัน ผมได้กราบเรียนเชิญอาจารย์วันนอร์ (นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา) ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ขอให้ท่านได้มาช่วยดูแลพี่น้องมุสลิม และการสร้างความสงบสุข และสันติภาพในพื้นที่ต่างๆ ในฐานะประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และท่านได้กรุณาตอบรับแล้วครับ“ ทั้งนี้ นายซูการ์โน ได้ตอบกลับว่า “ ผมต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีให้โอกาสกับประชาชาติครับ”

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“เอกนัฏ” มอบทีมงานเข้าทำเนียบฯส่งประวัติ ให้ สลค.ตรวจสอบแล้ว
Politics2026 Mar 24 :: 13:07

“เอกนัฏ” มอบทีมงานเข้าทำเนียบฯส่งประวัติ ให้ สลค.ตรวจสอบแล้ว

“เอกนัฏ” มอบทีมงานเข้าทำเนียบฯส่งประวัติ ให้ สลค.ตรวจสอบแล้ววันที่ 24 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความคืบหน้าการส่งตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี ในรัฐบาล อนุทิน 2 หลังจากเมื่อวันที่ 23 มี.ค. มีบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรี ให้ทีมงานมาส่งประวัติที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ทำเนียบรัฐบาล จำนวนมากแล้วนั้นวันเดียวกันนี้ ตั้งแต่ช่วงเช้า ผู้ที่มีรายชื่อถูกเสนอในโผครม.ยังคงยังส่งประวัติอาทิ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม ที่มีชื่อจะขึ้นมาเป็นรมว.กลาโหม ได้ให้นายเวรนำเอกสารมายื่นด้วยแล้ว ยังมีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย(ภท.)ที่มีชื่อจะเป็นรมว.พลังงาน ได้ให้ทีมงานนำเอกสารมายื่นแล้วเช่นกัน ขณะที่ น.ส. แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภท.ที่มีชื่อเป็นรมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้มีการส่งเอกสารเพิ่มเติม หลังจากเดินทางมายื่นไปแล้วเมื่อวันที่ 23 มี.ค.

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

เก็บไว้ให้อกแตก! พรรคประชาชน มีมติ 'ดองงูเห่า'  อุดรธานี เขต 7
Politics2026 Mar 24 :: 13:02

เก็บไว้ให้อกแตก! พรรคประชาชน มีมติ 'ดองงูเห่า' อุดรธานี เขต 7

เก็บไว้ให้อกแตก! พรรคประชาชน มีมติ 'ดองงูเห่า' อุดรธานี เขต 7 ลั่นทำแบบนี้ พรรคจะได้ไม่เสีย สส.ช่วงค่ำผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคปชน.ถึงการประชุม สส.วาระการพิจารณากรณีนายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี เขต 7 ซึ่งเป็นงูเห่า จากรณีที่ไปลงมติให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยไทย เป็นนายกฯ นั้น ที่ประชุมมีความคิดเห็นที่หลากหลาย คือการให้ขับนายสุริยาออกจากพรรคหรือใช้กฎหมายดำเนินคดี เรื่องคุณสมบัติการเป็น สส. รวมถึงการดองงูไว้ในพรรคแบบนี้ อย่างไรก็ตาม สุดท้ายที่ประชุมเห็นว่าจะใช้การดองงูเห่า เพื่อไม่ให้ไปทำกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคที่ดูดไปได้อย่างสมใจ ที่สำคัญ ส่วนใหญ่ยังเห็นว่าการดองไว้มีผลดีมากกว่าการขับออก เพราะหากขับออก จะทำให้พรรคประชาชนสูญเสีย สส.ไป 1 เก้าอี้ แล้วจะทำให้สูญเสียโควตาประธานกรรมาธิการสามัญ สภาผู้แทนราษฎรได้ทั้งนี้ ก่อนหน้าการประชุม แกนนำพรรคประชาชนเคยให้สัมภาษณ์ไว้อย่างหนักแน่น ว่าพรรคประชาชนจะมีวิธีการลงโทษงูเห่าอย่างสาสม ถูกใจแฟนคลับและผู้สนับสนุนพรรคอย่างแน่นอน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“กล้าธรรม” ร่วมชงญัตติด่วนถล่ม“วิกฤติพลังงาน “อรรถกร” ซัดปัญหาลามทั้ง ปท. กระทบค่าครองชีพคนไทยหนัก
Politics2026 Mar 24 :: 12:52

“กล้าธรรม” ร่วมชงญัตติด่วนถล่ม“วิกฤติพลังงาน “อรรถกร” ซัดปัญหาลามทั้ง ปท. กระทบค่าครองชีพคนไทยหนัก

“กล้าธรรม” ร่วมชงญัตติด่วนถล่ม“วิกฤติพลังงาน “อรรถกร” ซัดปัญหาลามทั้ง ปท. กระทบค่าครองชีพคนไทยหนัก ด้าน “ร.อ.ธรรมนัส”กำชับ 58 สส.ลุยทำหน้าที่เต็มสูบ ย้ำ ฝ่ายค้านก็สวยหล่อได้ ถ้าพูดความจริงเพื่อแก้ปัญหาให้ ปชช.เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2569นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) อย่างไม่เป็นทางการนัดแรกว่า ในส่วนของพรรคกล้าธรรม นายสัญญา นิลสุพรรณ สส.นครสวรรค์ จะร่วมยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาต่อที่ประชุม ในวันที่ 25 มี.ค.เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ได้ร่วมกันเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤติพลังงานที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างทั้งประเทศนายอรรถกร กล่าวต่อว่า พรรคกล้าธรรม มีความตั้งใจจะเสนอญัตติดังกล่าวมาตั้งแต่การประชุมสภาเมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากประธานสภาฯ สั่งปิดการประชุมก่อน โดยในวันพรุ่งนี้ สส.ของพรรคจำนวนมากมีความประสงค์จะอภิปรายในประเด็นดังกล่าว เนื่องจากเป็นปัญหาสำคัญที่เกี่ยวข้องกับค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง“ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้กำชับ สส.ในพรรคให้ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างสร้างสรรค์ โดยระบุว่า พรรคกล้าธรรมมี สส.ถึง 58 คน ไม่ใช่พรรคขนาดเล็ก จึงต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในฐานะฝ่ายค้าน ไม่ใช่ฝ่ายแค้น โดยการเป็น สส.ฝ่ายค้านก็หล่อและสวยได้ เพราะเราจะทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างจริงจัง ดังนั้น เนื้อหาที่จะอภิปรายในสภาจะต้องเป็นข้อเท็จจริง และสะท้อนปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง”

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“จุลพันธ์” เผยพท.ร่วมยื่นญัตติด่วนสภาแก้วิกฤติน้ำมัน-ผลกระทบตะวันออกกลาง
Politics2026 Mar 24 :: 12:51

“จุลพันธ์” เผยพท.ร่วมยื่นญัตติด่วนสภาแก้วิกฤติน้ำมัน-ผลกระทบตะวันออกกลาง

“จุลพันธ์” เผยพท.ร่วมยื่นญัตติด่วนสภาแก้วิกฤติน้ำมัน-ผลกระทบตะวันออกกลาง ดันตั้งกมธ.วิสามัญเร่งหาทางออก หวังได้ข้อสรุปแนวทางแก้ปัญหาส่งครม.ชุดใหม่ ขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมวันที่ 24 มี.ค. 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) เปิดเผยภายหลังการสัมมนา สส.พรรคเพื่อไทยว่า ช่วงเช้าได้มีการประชุมสัมมนาและมีตัวแทนจากสภาผู้แทนราษฎรมาให้ความรู้กับ สส. ในเรื่องของการทำญัตติ กระทู้ การอภิปราย และการทำงานต่าง ๆ ส่วนช่วงบ่ายมีกิจกรรมละลายพฤติกรรมในช่วงสั้น ๆ จากนั้น ช่วงเย็นมีการประชุมพรรค ที่เรื่องส่วนใหญ่เป็นการแก้ไขปัญหาประชาชน โดยเฉพาะเรื่องของพลังงาน จากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันนายจุลพันธ์ กล่าวว่า โดยพรรคได้มีมติที่จะเสนอญัตติด่วนร่วมกับหลาย ๆ พรรคการเมืองในการรับมือแก้วิกฤติพลังงาน โดยผู้ที่เสนอญัตติคือนายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และจะเป็นตัวแทนพรรคในการเป็นผู้อภิปรายเปิด โดยสส.พรรคมีความประสงค์ที่จะร่วมอภิปรายเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ สส.พรรคเพื่อไทย ถึงแม้จะร่วมอยู่ในฝั่งรัฐบาลก็ตาม อะไรที่เป็นปัญหาเราพร้อมที่จะนำเสนอแก้ปัญหาให้กับประชาชน รวมถึงการอภิปรายเพื่อเสนอหนทางแก้ไขไปยังผู้มีอำนาจรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนโดยเร่งด่วนนายจุลพันธ์ กล่าวว่า สำหรับญัตติเรื่องนี้ได้มีการเตรียมไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งหากมีการอภิปรายกันในสัปดาห์ที่แล้วพรรคก็มีความพร้อม แต่วันนี้เป็นอีกครั้งที่ปัญหายังคงค้างอยู่ ซึ่งสมาชิกพรรคได้ใช้เวลาในการประชุมสส.พรรคเพื่ออภิปรายอย่างกว้างขวาง เรามีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม สำหรับให้ผู้มีอำนาจรับผิดชอบนำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อดำเนินการ เพราะขณะนี้ปัญหาที่เกิดขึ้น ปัญหาแรกคือเรื่องของการบริหารจัดการ เรื่องของโลจิสติกส์ ซึ่งไม่สามารถที่จะส่งน้ำมันไปยังจุดจ่ายต่าง ๆ ที่ประชาชนเข้าถึงได้อย่างเพียงพอ ปัญหาที่มีข้อสงสัยเรื่องของการกักตุนในจุดใด และที่สำคัญผลกระทบที่จะเกิดขึ้นไม่ได้จบแค่นี้ ปัญหาที่มีการอภิปรายกันในที่ประชุม เช่น ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จะพุ่งสูงขึ้น ราคาพลังงานที่จะเพิ่มมากขึ้นส่งผลกระทบต่อเนื่องรวมถึง เรื่องของห่วงโซ่อุปทานต่าง ๆ เรื่องของกลไกในการก่อสร้าง การลงทุน ซึ่งการลงทุนต่าง ๆ ในขณะนี้ ซึ่งเข้าใจว่ามีผู้รับเหมาจำนวนมากเริ่มส่งจดหมายถึงทางภาครัฐ เนื่องจากพลังงานที่สูงขึ้นและมีการปรับเปลี่ยนที่ไม่แน่นอน หาน้ำมันได้ยาก ทำให้เกิดภาวะที่ผู้รับเหมาหลายคนชะลอการก่อสร้าง ชะลอการลงทุน สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือการจ้างงาน การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจที่จะชะลอตัวอย่างรุนแรงนายจุลพันธ์ กล่าวว่า โดยตรงนี้เป็นประเด็นปัญหาที่พรรคเพื่อไทยมองเห็นถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะในเรื่องของการสื่อสาร ซึ่งอยากให้ทางภาครัฐสื่อสารได้รวดเร็วกว่านี้ เพื่อให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์ปัจจุบัน และสร้างความมั่นใจ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ประชาชนมั่นใจว่าประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอนายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตนมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหา อย่างแรก 1.กลไกสภาเราก็จะส่งความเห็นต่าง ๆ และมีการสรุปความเห็นให้กับทางคณะรัฐมนตรี(ครม.) 2.ขณะนี้ยังไม่มีคณะกรรมาธิการสามัญ ทางพรรคเพื่อไทยเสนอว่า จะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา 1 ชุด เพื่อพิจารณาสถานการณ์ตะวันออกกลางและเรื่องพลังงาน ซึ่งใช้เวลาไม่นาน 10-20 วัน ควรจะต้องจบ เพื่อที่จะได้มีข้อสรุปรายงานกลับมาต่อสภา และส่งให้กับครม.เพื่อดำเนินการต่อไป ซึ่งเชื่อว่าวันนั้นจะมีครม.ชุดใหม่แล้ว และจะมีการขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรม และสามารถรองรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ดีขึ้น

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อนุทิน”    ย้ำชัด “ไม่ตรึงราคาน้ำมัน”  เตือนอาจแตะ 50 บาท ขอประชาชนช่วยกันประหยัด
Politics2026 Mar 24 :: 12:18

“อนุทิน” ย้ำชัด “ไม่ตรึงราคาน้ำมัน” เตือนอาจแตะ 50 บาท ขอประชาชนช่วยกันประหยัด

“อนุทิน” แจงไทม์ไลน์ครม.ใหม่ ขอเวลาเช็กชื่อเพิ่ม 5 วัน ย้ำชัด “ไม่ตรึงราคาน้ำมัน” เตือนอาจแตะ 50 บาท ขอประชาชนช่วยกันประหยัดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ประชุม สส. พรรคภูมิใจไทย ย้ำให้ความสำคัญงานสภา พร้อมเตรียมยื่นญัตติเรื่องพลังงานวันที่ 25 มี.ค. เผยความคืบหน้าจัดตั้ง ครม. รายชื่อรัฐมนตรีถูกส่งตรวจคุณสมบัติหลายขั้นตอน ใช้เวลาราว 1 สัปดาห์ และอาจล่าช้าหากมีปัญหา ยืนยันหากรายชื่อมีข้อขัดข้องจะเปลี่ยนตัวทันที และยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้จนกว่าจะโปรดเกล้าฯ ระบุร่างแถลงนโยบายรัฐบาลอยู่ระหว่างรับฟังพรรคร่วม โดยเปิดให้ทุกกระทรวงใส่นโยบายของตน ชี้ประเด็นวิกฤตตะวันออกกลางจะถูกรวมไว้ในนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาด้วย“อนุทิน” บอกไม่มีคำว่าตรึงให้น้ำมันเป็นไปตามกลไกตลาด ไม่รู้ทะลุ 50 บาทหรือไม่ขอให้ช่วยกันประหยัดนายอนุทิน นายกฯและรมว.มหาดไทย ระบุ “ไม่มีการตรึงราคา” ดีเซล 33 บาท ให้เป็นไปตามกลไกตลาด แต่รัฐจะดูแลผลกระทบและช่วยเหลือประชาชนเท่าที่ทำได้ ชี้ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มจากความตื่นตระหนก ทำให้เกินกำลังผลิตในประเทศ ต้องเร่งลดการใช้และกลับสู่ภาวะปกติ ย้ำไทยยังมีศักยภาพผลิตน้ำมันและส่งออกบางส่วน แต่ราคาอาจผันผวนตามสถานการณ์โลกและความกังวลตลาด เผยมีการประสานด้านการทูตและขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางสำคัญ เพื่อรักษาความมั่นคงพลังงาน ยืนยันกองทุนน้ำมันและมาตรการรัฐยังช่วยพยุงราคา พร้อมคุมสินค้าจำเป็นไม่ให้เอาเปรียบผู้บริโภค“อนุทิน” ยัน ชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่มีอะไรน่าห่วงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา กรณีที่เจ้ากรมข่าวทหารบก เปิดเผยว่ามีโอกาสที่จะมีการปะทะกันรอบที่ 3 หลังมีรายงานว่าทหารกัมพูชายกพลประชิดชายแดน ว่าตนได้สอบถามไปยัง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) ได้ให้ข้อมูลว่า ฝั่งกัมพูชามีการเคลื่อนย้ายกำลังพลตามปกติ ไม่ได้มีความวิตกว่าจะทำอะไรกับประเทศของเรา ได้ให้กองทัพบกออกมาชี้แจง เพื่อให้ประชาชนได้สบายใจ แต่เราไม่ได้ประมาท ซึ่งนอกจากสอบถามถึงสถานการณ์ชายแดนกับเสธ ทบ.แล้ว ยังถามถึงการดูแลพื้นที่ ซึ่งสถานการณ์ในขณะนี้ยังเหมือนเดิม และมีการเตรียมความพร้อมในด้านยุทธโธปกรณ์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้ จึงขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่า เรื่องชายแดนไม่มีข้อกังวล ขณะนี้เราก็อยู่ของเราให้ดีที่สุด ลดปัจจัยความกังวลของประชาชนให้มากที่สุด วันนี้ในเรื่องชายแดน ไม่มีอะไรน่ากังวล ซึ่งคำตอบไม่ได้เกิดจากการคาดเดาของตน แต่เกิดจากการตรวจสอบข้อมูล

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“รมว.ยุติธรรม” ยันไม่พบลอบขายน้ำมันไปมาเลย์ ตรวจ 4 จว. 8 จุดปกติ ขณะที่ 'พาณิชย์' รับบางสินค้าขึ้นราคาตามพลังงาน
Politics2026 Mar 24 :: 11:09

“รมว.ยุติธรรม” ยันไม่พบลอบขายน้ำมันไปมาเลย์ ตรวจ 4 จว. 8 จุดปกติ ขณะที่ 'พาณิชย์' รับบางสินค้าขึ้นราคาตามพลังงาน

“รมว.ยุติธรรม” ยันไม่พบลอบขายน้ำมันไปมาเลย์ ตรวจ 4 จว. 8 จุดปกติ ขณะที่ 'พาณิชย์' รับบางสินค้าขึ้นราคาตามพลังงานเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 69 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเผยผลตรวจคลังน้ำมัน 4 จังหวัด 8 จุด ไม่พบความผิดปกติ ปริมาณน้ำมันมีเพียงก้นถังที่จำหน่ายไม่ได้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยืนยันยังไม่พบการปั่นราคาหรือพฤติกรรมผิดปกติของผู้ค้า พร้อมขยายผลตรวจผู้ค้ารวมกว่า 200 รายทั่วประเทศ ระบุราคาน้ำมัน มาเลเซีย สูงกว่าไทย จึงแทบไม่มีการลักลอบส่งออก แต่มีรถข้ามแดนมาเติมน้ำมัน พื้นที่ชายแดน เมียนมา ยังเฝ้าระวังใกล้ชิด ย้ำการค้าข้ามแดนอยู่ในกรอบกฎหมาย สั่งเข้มตรวจเรือขนน้ำมันและควบคุมราคาตามนโยบายรัฐ โดยยังไม่พบการกระทำผิด และเตรียมสรุปผลเพิ่มเติมต่อไป“ปลัดพาณิชย์” รับมีสินค้าบางชนิดปรับขึ้นราคาแล้ว หลังได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 69 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เผยคุมราคาสินค้าจำเป็น พร้อมดัน “สินค้าเฮ้าแบรนด์” ราคาประหยัด 20–30 รายการ ลดภาระประชาชน กระทรวงพาณิชย์ ขอความร่วมมือผู้ผลิต-ห้างใหญ่ กระจายสินค้าราคาถูกทั่วประเทศ เตรียมแถลงมาตรการใน 1–2 วัน ยอมรับบางสินค้าจำเป็นต้องขึ้นราคาตามต้นทุน แต่ย้ำห้ามบิดเบือนกลไกตลาด ป้องกันสินค้าขาดแคลน ยันยังไม่พบการกักตุน สต็อกเพียงพอถึง เม.ย. และมีแผนรองรับหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ปัจจุบันควบคุมราคา 59 รายการ และเตรียมเพิ่มเป็นราว 80 รายการ พร้อมขอประชาชน “อย่ากักตุนสินค้า”

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ไทยสร้างไทย” วุ่นไม่จบ   ล่าสุด  “โภคิน” พร้อม พวก ไขก็อก ไม่ร่วมสังฆกรรม "ชัชวาล"
Politics2026 Mar 24 :: 10:59

“ไทยสร้างไทย” วุ่นไม่จบ ล่าสุด “โภคิน” พร้อม พวก ไขก็อก ไม่ร่วมสังฆกรรม "ชัชวาล"

“ไทยสร้างไทย” วุ่นไม่จบ ล่าสุด “โภคิน” พร้อม พวก ไขก็อก ไม่ร่วมสังฆกรรม "ชัชวาล" หลังแหกมติพรรค “งดออกเสียง” ไม่โหวตหนุน”นายกฯหนู“ จี้ เร่งจัดการ ซ้ำรอยอดีต6 งูเห่าเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 นายโภคิน พลกุล ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) เปิดเผยถึงกรณีนายชัชวาล แพทยาไทย สส. ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย โหวตงดออกเสียงในการเลือกนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่19 มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งขัดต่อมติคณะ กก.บห.พรรคที่มีมติให้ร่วมรัฐบาล และโหวตสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีว่า หลังเกิดเหตุการดังกล่าว พวกตนที่เป็นผู้บริหารและแกนนำพรรค อาทินายไชยวัฒน์ หาญสมวงศ์ รักษาการรองหัวหน้าพรรค, นายวัชรพงศ์ อึงศรีสวัสดิ์ รักษาการรองหัวหน้าพรรค,นายณัฐวัฒน์ พอใช้ได้ รักษาการรองเลขาธิการพรรค,นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ที่ปรึกษาพรรคและตน จึงได้ทำหนังสือ ขอลาออกจากสมาชิกพรรคและการดำรงตำแหน่งทุกตำแหน่งในพรรคไทยสร้างไทยต่อ รักษาการนายทะเบียนพรรคไทยสร้างไทย เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา เพราะต่างมีความสงสัย และไม่สบายใจในปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเห็นว่า มีการกระทำ ที่น่าจะขัดกับอุดมการณ์หลักของพรรค เนื่องจากมีระบุในข้อบังคับพรรคชัดเจนว่า เราเน้นสร้างการเมืองสุจริต ตรวจสอบได้ และต่อต้านการเกี่ยวข้องกับทุนสีเทา เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น พวกเราจึงแสดงถึงความมบริสุทธิ์ใจ และการยึดมั่นในอุดมการณ์ และขอให้มีการตรวจสอบในเรื่องนี้ โดยพรรคต้องดำเนินการกับผู้ฝ่าฝืนมติพรรคที่กระทำตามระบอบประชาธิปไตย และข้อบังคับพรรค เพราะในอดีตที่ผ่านมา พรรคเคยมีมติว่า กรณีที่มีการฝ่าฝืนมติพรรค โดยไม่สุจริต ถือเป็นการขัดจริยธรรมอย่างร้ายแรง จนมีการตั้งคณะกรรมการวินัย และจริยธรรรมของพรรคดำเนินการ โดยได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว ดังนั้น จึงขอให้ กก.บห.พรรคที่เหลืออยู่ หรือชุดใหม่เร่งดำเนินการให้เกิดความกระจ่างชัดในเรื่องนี้ด้วย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อ.ณรงค์ชัย” ลั่น มีแนวโน้มสูง “ไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน” เหตุ หลายประเทศราคาน้ำมันดีเซลแพงกว่าไทย มอง วิกฤตน้ำมันเลวร้ายขึ้น
Politics2026 Mar 24 :: 10:45

“อ.ณรงค์ชัย” ลั่น มีแนวโน้มสูง “ไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน” เหตุ หลายประเทศราคาน้ำมันดีเซลแพงกว่าไทย มอง วิกฤตน้ำมันเลวร้ายขึ้น

“อ.ณรงค์ชัย” ลั่น มีแนวโน้มสูง “ไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน” เหตุ หลายประเทศราคาน้ำมันดีเซลแพงกว่าไทย มอง วิกฤตน้ำมันเลวร้ายขึ้น แม้สหรัฐฯเว้นการโจมตีอิหร่าน 5 วัน จี้ รบ.สื่อสาร ปชช.มากขึ้น ผลักดัน โรงกลั่น-การจัดส่งเข้าสู่หน้าปั๊มให้ราบรื่น ห้าม กักตุน-ส่งออกไปค้าขายตปท. เชื่อ ปชช.ควรได้เงินอุดหนุนจาก รบ. ในช่วงนี้วันที่ 14 มี.ค. 69 ดร.ณรงค์ชัย ใหญ่สว่าง ผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ อินเตอร์ นักวิชาการด้านเศรษฐกิจ ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว The Room44 ถึงกระแสข่าวที่มี“ไอ้โม่ง กักตุนน้ำมัน” มองอย่างไรบ้าง ว่า ราคาบ้านเรา โดนอุดหนุนโดยภาครัฐทำให้ราคาค่อนข้างต่างมากๆกับตลาดโลก รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านด้วย ทั้งประเทศเวียดนาม กัมพูชา ลาว มาเลเซียตอนนี้ประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมดมีราคาน้ำมันดีเซลแพงกว่าราคาหน้าปั๊มในประเทศไทย“ซึ่งหมายความว่าไอ้โม่งที่กักตุนหรือตามตะเข็บชายแดนที่ลักลอบขายน้ำผม ผมพูดได้ไม่ชัดเจน 100% แต่มีแนวโน้มสูงด้วยกลไกตลาดโลกจะมีบางรายที่พยายามลักลอบขนส่งออกไปขายยังต่างประเทศ”ดร.ณรงค์ชัย กล่าวเมื่อถามว่าในสถานการณ์เช่นนี้รัฐบาลควรดำเนินการอย่างไร ดร.ณรงค์ชัย กล่าวว่า ยกตัวอย่างในประเทศมาเลเซีย ประเทศเขาไม่ตรึงราคาหน้าปั๊มหรือลดการตรึงราคาหน้าปั๊มลง แต่นำเงินไปอุดหนุนให้ประชาชนใช้รถใช้ถนนโดยตรงและพยายามผ่อนคลายราคาหน้าปั๊มเมื่อถามว่าเรื่องของวิกฤตน้ำมัน จากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง มองอย่างไรบ้าง ดร.ณรงค์ชัย กล่าวว่า ตอนนี้สถานการณ์ค่อนข้างเลวร้ายกว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนเพราะตอนนี้สถานการณ์สงครามร้อนระอุมากขึ้น ถึงแม้ว่าปัจจุบันทางด้านของสหรัฐจะมีการเว้นการโจมตีอิหร่านประมาณ 5 วัน แต่ตอนนี้ราคาดีเซลทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการในตลาดสิงคโปร์ ซึ่งเมื่อเทียบกับราคา บ้านเราถ้าอิงจากสิงคโปร์ปัจจุบันราคาแตะอยู่ที่ 60 บาทต่อลิตรเพราะปัจจุบันราคาดีเซลอยู่ที่ประมาณ 243 ดอลลาร์ ถือว่าสูงขึ้นประมาณ 150-170% จากราคาปกติเมื่อถามว่ามีอะไรอยากบอกถึงประชาชนถึงสถานการณ์ในตอนนี้เนื่องจากมีการกักตุนน้ำมันเพิ่มมากขึ้น ดร.ณรงค์ชัย กล่าวว่า ต้องมี 2 ภาค ที่ทำงานร่วมกัน ทั้งภาครัฐ และในส่วนของประชาชน ต้องมีการร่วมมือกันเพราะตอนนี้ประชาชนก็ต้องเข้าใจว่ามีความตื่นตระหนกรวมถึงกลัวว่าในอนาคตนี้มันจะไม่พอใช้หรือไม่เพราะประชาชนบางคนต้องมีการขับรถไปทำงานรวมถึงบางทีเกษตรกรต้องมีการใช้น้ำมันดีเซลในการใช้กับเครื่องยนต์ต่างๆทั้งรถไถนาเครื่องสูบน้ำส่วนรัฐบาลจะทำอย่างไรให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนกนั้นมองว่ารัฐบาลต้องมีการสื่อสารกับประชาชนให้มากขึ้นว่าน้ำมันเพียงพอจริงๆรวมถึงมีการผลักดันให้ทั้งโรงกลั่นและการจัดส่งน้ำมันเข้าสู่หน้าปั๊มต่างๆเป็นไปอย่างราบรื่นห้ามให้มีใครในห่วงโซ่ซัพพลายเชนหรือห่วงโซ่อุปทานกักตุนหรือส่งออกไปค้าขายกับต่างประเทศซึ่งการกระตุ้นหรือส่งออกไปขายกับต่างประเทศมันจำกัดค่อนข้างยากเพราะบ้านเรามีทั้งชายแดนทางบกรวมถึงทางน้ำค่อนข้างกว้าง และรัฐบาลไม่สามารถที่จะเอาข้าราชการหรือว่าตำรวจไปตรวจจับได้ครอบคลุมทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นอยากผลักดันให้รัฐบาลมีการใช้กลไกตลาดในการปิดจุดอ่อนของรัฐบาลปัจจุบันเพราะปัจจุบัน การเติมน้ำมันหน้าปั๊มบ้านเรา 33 บาทหากข้ามไปขายในต่างประเทศก็จะขายได้ 38-50 บาทขึ้นไป เพราะฉะนั้นมีการรีเทิร์นในแง่ของความเสี่ยงค่อนข้างสูงที่มีพ่อค้าลักลอบตามชายแดนเพราะมีโอกาสที่จะทำกำไรค่อนข้างสูงทำให้มีการลักลอบและกักตุนค่อนข้างเยอะ เพราะฉะนั้นรัฐบาลคนจะมีการปรับโครงสร้างน้ำมันและปล่อยลอยตัวขึ้นแต่ถ้าลอยตัวขึ้นมาแล้วก็ต้องมีการช่วยเหลือประชาชนด้วยถึงแม้มันจะแพงแต่ประชาชนก็ควรได้เงินอุดหนุนจากรัฐบาลในช่วงนี้

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“รมว.นฤมล” นั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ด ก.ค.ศ. ปรับเกณฑ์คัดเลือก “ครูผู้ช่วย–ผอ.เขตพื้นที่ฯ–บุคลากรการศึกษา”
Politics2026 Mar 24 :: 10:24

“รมว.นฤมล” นั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ด ก.ค.ศ. ปรับเกณฑ์คัดเลือก “ครูผู้ช่วย–ผอ.เขตพื้นที่ฯ–บุคลากรการศึกษา”

“รมว.นฤมล” นั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ด ก.ค.ศ. ปรับเกณฑ์คัดเลือก “ครูผู้ช่วย–ผอ.เขตพื้นที่ฯ–บุคลากรการศึกษา”ยกระดับมาตรฐานเดียวทั้งระบบ เพิ่มโอกาส ลดปัญหาตำแหน่งว่าง ตอบโจทย์คุณภาพการศึกษาเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ครั้งที่ 3/2569 โดยมีคณะกรรมการฯ ซึ่งเป็นผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการ ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ โดยปรับปรุงจากหลักเกณฑ์เดิม (ว 16/2557) ที่ถูกบังคับใช้มาเป็นระยะเวลานานและเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวการณ์การจัดการศึกษาในปัจจุบัน เพื่อให้การคัดเลือกนี้สามารถตอบสนองความต้องการของแต่ละส่วนราชการ รวมทั้งได้บุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ในสถานศึกษา และสามารถพัฒนาผู้เรียนได้อย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยรวม โดยการปรับปรุงดังกล่าวนั้นครอบคลุมถึงหลักเกณฑ์สำหรับคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติฯ ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ว 17/2557) ด้วย เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันนอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยปรับปรุงระยะเวลาในการขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันที่ประกาศขึ้นบัญชี ปรับเกณฑ์การตัดสิน ให้ประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่าน ภาค ก จำนวน ไม่เกิน 4 เท่าของจำนวนตำแหน่งว่างที่ประกาศรับสมัคร และหลักสูตรการคัดเลือกโดยการประเมิน ภาค ก ให้นำการประเมินผลงานมารวมไว้ด้วย เพื่อเพิ่มโอกาสในการคัดเลือกบุคคลผู้มีประสบการณ์ในการบริหารการศึกษามากขึ้น และเพื่อให้สามารถคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ตรงตามมาตรฐานตำแหน่ง สามารถขับเคลื่อนการบริหารจัดการศึกษาในระดับพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไปด้านเลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวว่า การกำหนดระยะเวลาการขึ้นบัญชีผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาไว้ไม่เกิน 2 ปี ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดขึ้นใหม่นี้ จะช่วยลดปัญหาตำแหน่งว่าง และทำให้การบริหารกำลังคนเกิดความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค. (2) ในกรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ โดยได้ปรับปรุงกระบวนการคัดเลือกให้สอดคล้องกับสภาพการปฏิบัติงานจริงมากยิ่งขึ้นทั้งนี้ ทุกตำแหน่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระบบการศึกษาในภาพรวม การปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการบริหารอัตรากำลัง ให้สอดรับกับความต้องการของภาคการศึกษาในอนาคต ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความคล่องตัว โปร่งใส และตอบสนองต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

กมธ.มีมติเอกฉันท์ล้มเอ็มโอยู43 ซัดแผนที่ 1:200,000 บกพร่อง
Politics2026 Mar 24 :: 10:22

กมธ.มีมติเอกฉันท์ล้มเอ็มโอยู43 ซัดแผนที่ 1:200,000 บกพร่อง

กมธ.มีมติเอกฉันท์ล้มเอ็มโอยู43 ซัดแผนที่ 1:200,000 บกพร่อง ขัดแย้งแผนที่1:50,000ยันยกเลิกได้ไม่ต้องให้เขมรยินยอม วันที่ 24 มี.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายนพดล อินนา สว. ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และเอ็มโอยู 2544 วุฒิสภา แถลงว่า กมธ.มีมติเอกฉันท์เห็นควรยกเลิกเอ็มโอยู 2543 หลังจากเคยมีมติยกเลิก เอ็มโอยู 2544 ไปเมื่อเดือนธ.ค.2568 จากการลงพื้นที่ใน 7จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา และรับฟังข้อมูลเชิงลึกฝ่ายความมั่นคง กระทรวงต่างประเทศ พบว่ากัมพูชาละเมิดพื้นที่ไทยต่อเนื่อง เพิกเฉยการทักท้วง แม้ไม่มีเอ็มโอยู 2543 แต่ประเทศไทยยังมีเจตจำนงแน่วแน่เจรจาหาเส้นเขตแดนทางบกถาวรกับกัมพูชาโดยสันติต่อไป เหตุผลสำคัญ 6 ประการให้ยกเลิกเอ็มโอยู 2543 ได้แก่1.ข้อกำหนดในเอ็มโอยูบกพร่อง ยอมรับแผนที่1:200,000 ของกัมพูชา ขัดแย้งแผนที่1:50,000 ของไทย ทำให้เกิดปัญหาปักปันเขตแดน 2. เอ็มโอยู2543 มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจากครม.ในอดีตมีมติเพียงรับทราบ ไม่ใช่เห็นชอบ และไม่ได้ผ่านการพิจารณาจากรัฐสภา 3.รัฐธรรมนูญกัมพูชา ค.ศ.1993 บังคับใช้แผนที่1:100,000 ดังนั้นแผนที่เอ็มโอยู 2543 จึงเสี่ยงไม่ได้รับการรับรองจากกัมพูชา ทำให้การเจรจาสูญเปล่า 4.ความล่าช้าดำเนินการ ผ่านมาเกือบ 26ปี แต่สำรวจคืบหน้าเพียงร้อยละ60 5. สถานการณ์ชายแดนเปลี่ยนไปสิ้นเชิงหลังการปะทะใหญ่ 2ครั้ง ปี2568 ไทยหันไปยึดแถลงการณ์ร่วมจีบีซี วันที่27 ธ.ค. 2568 ให้คงกำลังทหาร ณ ที่ตั้งปัจจุบัน 6.กัมพูชาไม่รักษาสัญญา ยั่วยุ สร้างข่าวปลอม ซึ่งเอ็มโอยู 2543 ไม่รัดกุมพอรับมือได้ นายนพดล กล่าวว่า กมธ.เห็นว่าไทยยกเลิกเอ็มโอยู 2543 ได้เพียงฝ่ายเดียวตามอนุสัญญาเวียนนาว่าด้วยกฎหมายสนธิสัญญา ข้อ60 เนื่องจากกัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงอย่างร้ายแรง ทั้งการสร้างอาคารสูงบริเวณชายแดน การวางทุ่นระเบิด การใช้อาวุธสงครามทำร้ายประชาชนไทย โดยไทยต้องแจ้งให้กัมพูชาทราบล่วงหน้า 3เดือน ภายหลังการยกเลิกไทย-กัมพูชายังสามารถใช้กลไกสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส รวมถึงข้อตกลงความร่วมมือชายแดนปี 2538 ระงับข้อพิพาทได้ตามปกติ กมธ. เสนอแนะว่า หากจะจัดทำข้อตกลงฉบับใหม่ในอนาคต ต้องไม่ยอมรับแผนที่ 1:200,000 ว่าเป็นผลงานการปักปันเขตแดน ต้องเพิ่มอำนาจให้ JBC จัดการการรุกล้ำได้ ยึดแนวขอบหน้าผาเป็นเส้นเขตแดนบริเวณเทือกเขาพนมดงรัก และกำหนดเงื่อนไขเวลาสิ้นสุดข้อตกลงอย่างชัดเจน เพื่อปกป้องผลประโยชน์สูงสุดชาติ ขั้นตอนต่อไปจะนำมติกมธ. บรรจุเข้าสู่วาระการประชุมวุฒิสภาลงมติเห็นชอบ เพื่อส่งรายงาน กมธ.ให้ครม.พิจารณาต่อไป คาดว่าจะเสนอมติกมธ.ต่อที่ประชุมวุฒิสภาได้ภายในเดือน เม.ย.นี้

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ธนพร” ชี้ นายกฯ ทำคนเดียวไม่ไหว แนะทุกหน่วยเร่งลงพื้นที่-ยกเครื่องสื่อสาร
Politics2026 Mar 24 :: 10:21

“ธนพร” ชี้ นายกฯ ทำคนเดียวไม่ไหว แนะทุกหน่วยเร่งลงพื้นที่-ยกเครื่องสื่อสาร

“ธนพร” ชี้ นายกฯ ทำคนเดียวไม่ไหว แนะทุกหน่วยเร่งลงพื้นที่-ยกเครื่องสื่อสาร รับมือวิกฤตน้ำมัน-แรงกดดันการเมืองรศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิชาการและนักวิเคราะห์การเมือง แสดงความเห็นต่อสถานการณ์พลังงานท่ามกลางวิกฤตตะวันออกกลางว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังอยู่ในภาวะ ตั้งรับเต็มตัว ทั้งที่มีข้อมูลอยู่ในมือจำนวนมาก โดยปัญหาสำคัญไม่ใช่การขาดข้อมูล แต่คือการขับเคลื่อนเชิงปฏิบัติที่ยังไม่ทั่วถึงรศ.ดร.ธนพร ระบุว่า นายกฯ ทำส่วนของตัวเองแล้ว คือ การออกนโยบายคุมราคาน้ำมัน คุมผู้ประกอบการ ตั้งทีมเฉพาะกิจ จับแก๊งกักตุน ให้ผู้ค้าน้ำมัน ระบายคลังสำรอง อย่างเร่งด่วน คุมราคาสินค้า ทุกอย่างออกมาเป็นคำสั่ง ก็เหมือนให้ดาบคนทำงาน แต่จะให้นายกฯ ลงไปตรวจสอบตามร้านค้า แบบนั้น ก็เกินไป เนื่องจากบทบาทหลักควรอยู่ที่การกำกับนโยบายในภาพรวม ขณะที่หน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรง ต้องลงมือปฏิบัติอย่างเข้มข้นและครอบคลุมมากกว่านี้“การตรวจร้านค้าทั่วประเทศเพียงประมาณ 2,000 ร้าน หากเฉลี่ย 77 จังหวัด จะตกจังหวัดละเพียงราว 30 ร้าน ถือว่าน้อยเกินไป และอาจไม่สะท้อนสถานการณ์จริงในพื้นที่ อีกทั้งรูปแบบการรายงานที่ยังจำกัดอยู่เพียงเอกสาร ก็ไม่สามารถรับมือกับความตื่นตระหนกของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มันต้องทำมากกว่านี้ ตัวอย่างการลงพื้นที่มันต้องถึง ถ้าพบใครทำผิดต้องจับกุม ทำให้มันจริงจัง ให้ประชาชนเห็นว่ารัฐไม่ได้ปล่อยปละ ให้ประชาชนถูกเอาเปรียบ นี่ไม่ใช่เวลามาเช้าชาม เย็นชาม หรือผักชีโรยหน้า” รศ.ดร.ธนพร กล่าวพร้อมกันนี้ ยังเสนอว่า เมื่อรัฐบาลมีข้อมูลด้านพลังงาน เช่น ยอดรับและยอดใช้น้ำมันรายวันจากสถานีบริการ ควรเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนสามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง ลดความตื่นตระหนก และเสริมความเชื่อมั่นในมิติการสื่อสาร รศ.ดร.ธนพร เห็นว่า รัฐบาลจำเป็นต้องยกเครื่องใหม่ทั้งหมด โดยเน้นความโปร่งใส ชัดเจน และเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น เนื่องจากในปัจจุบัน ฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะฝ่ายค้าน ได้เริ่มใช้เครื่องมือดิจิทัลเปิดช่องให้ประชาชนรายงานสถานการณ์ในพื้นที่แล้ว ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องปรับตัวเชิงรุกนอกจากนี้ ยังระบุว่า ทุกภาคส่วนในรัฐบาลและพรรคการเมืองฝ่ายสนับสนุนควรเข้ามามีบทบาทร่วมกัน โดยเฉพาะการใช้เครือข่าย ส.ส. ในพื้นที่ ช่วยรายงานสถานการณ์จริง และสื่อสารข้อมูลด้านพลังงานไปยังประชาชนอย่างต่อเนื่อง“นายกฯ ไม่สามารถรับมือสถานการณ์ได้เพียงลำพัง ทุกองคาพยพต้องช่วยกันขับเคลื่อน หากยังปล่อยให้การทำงานกระจุกตัวอยู่ที่ผู้นำเพียงคนเดียว ให้ผู้นำเป็นกันชน ส่วนตัวเอง อยู่สบาย ระวังจะอยู่ลำบากเสียเอง” รศ.ดร.ธนพร กล่าวทิ้งท้าย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

วิกฤตพลังงานซ้ำซ้อน! "เอกนิติ" เผย น้ำมันขาดหน้าปั๊ม เหตุความต้องการพุ่งเกินกำลังผลิต
Politics2026 Mar 24 :: 10:16

วิกฤตพลังงานซ้ำซ้อน! "เอกนิติ" เผย น้ำมันขาดหน้าปั๊ม เหตุความต้องการพุ่งเกินกำลังผลิต

วิกฤตพลังงานซ้ำซ้อน! "เอกนิติ" เผย น้ำมันขาดหน้าปั๊ม เหตุความต้องการพุ่งเกินกำลังผลิต เร่งสั่งลดสัดส่วนสำรองน้ำมัน ระบายสู่หน้าปั๊ม ป้องกันน้ำมันขาด ยืนยันมีน้ำมันดิบสำรองเพียงพอ .นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวถึงวิกฤตพลังงาน ว่า สงครามในตะวันออกกลางทำให้เกิดวิกฤตน้ำมันที่หนักและคาดเดาไม่ได้ สถานการณ์ยืดเยื้อและรุนแรงกว่าที่คิด เป็นวิกฤตซ้ำซ้อนทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และวัตถุดิบอื่นๆ ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก นโยบายรับมือวิกฤตช่วงแรกและการตรึงราคา รัฐบาลได้พยายามดูแลประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบด้วยการใช้กองทุนน้ำมันตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร เป็นเวลา 15 วัน เพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพ และจากการประเมินสถานการณ์พบว่าวิกฤตจะยาวนานและใหญ่กว่าที่คิด การตรึงราคาทำให้เกิดปัญหาการกักตุนน้ำมัน เพราะประชาชนไปเติมก่อนราคาขึ้น รวมถึงความต้องการน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นจาก 67 เป็น 80-100 ล้านลิตร/วัน เกินกำลังการกลั่นสูงสุดที่ 76 ล้านลิตร/วัน และระบบขนส่งลำเลียงไม่ทันนายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลต้องบริหารจัดการปัญหาอย่างใกล้ชิด โดยมีการติดตามและตรวจสอบข้อมูลการผลิตน้ำมันจากบริษัทต่างๆ แบบวันต่อวัน เพื่อยืนยันว่าไม่มีการบิดเบือนข้อมูล และขอให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันดิบมีพอ ไม่ใช่แค่เชื่อข้อมูลที่ได้รับ โดยนายกรัฐมนตรี ได้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจเพื่อปราบปรามการกักตุนและเอาเปรียบประชาชน ซึ่งปัญหาการขาดแคลนและแย่งน้ำมันเกิดจากหลายปัจจัยคือ 1. เมื่อรู้ว่าน้ำมันจะขึ้นราคาคนที่มีรถก็ไปสำรองน้ำมัน 2. ปัญหาช่องทางการขนส่ง ทั้งรถบรรทุก รถไฟ เรือและท่อ ถูกจำกัดเวลาวิ่ง ไม่สามารถเร่งรอบส่งน้ำมันให้ทันกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นแบบกะทันหันได้ 3. ปั๊มที่มียี่ห้อรอง (Jobber) ไม่ได้รับน้ำมัน ทำให้ผู้บริโภคแห่ไปปั๊มใหญ่ 4. เรือประมงใช้น้ำมันเขียว หรือบางกลุ่มใช้น้ำมันลักลอบจากมาเลเซีย แต่ปัจจุบันราคาน้ำมันต่างประเทศแพงกว่าน้ำมันในไทยที่รัฐอุดหนุน ทุกกลุ่มจึงเปลี่ยนมาแย่งเติมน้ำมันที่หน้าปั๊มปกติรมว.คลัง กล่าวว่า สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน รัฐบาลได้สั่งการให้ 1. สั่งปรับลดสัดส่วนการสำรองน้ำมันตามกฎหมายจากที่เคยประกาศเพิ่มขึ้น ให้กลับมาอยู่ที่ 1% เท่าเดิม เพื่อระบายน้ำมันที่เก็บไว้ในคลังออกมาสู่หน้าปั๊มให้ประชาชนทันที 2. ยกเลิกข้อกำหนดการเพิ่มสำรองน้ำมันที่ทำให้ผู้ค้าเก็บน้ำมันไว้ 3. ปลดล็อกให้รถขนส่งน้ำมันวิ่งได้ทั้งวัน 4. กำกับให้เรือประมงได้รับน้ำมันจากผู้ค้า เพื่อแก้ปัญหาการแย่งซื้อที่ปั๊ม"วันนี้เราต้องยอมรับว่ามันคือวิกฤตพลังงานโลกที่หนักมาก การฝืนกลไกตลาดด้วยการตรึงราคาไม่ได้ผล เราต้องบอกความจริงกับประชาชน ทุกคนต้องช่วยกันปรับตัวตามความผันผวนของตลาดโลก เพราะการยันราคาจะทำให้เกิดปัญหาน้ำมันขาดแคลนและลักลอบนำน้ำมันไทยไปขายต่างประเทศ ดังนั้นจึงต้องบริหารจัดการให้เป็นไปตามกลไกตลาด ค่อยๆ ปรับ และมุ่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง กลุ่มขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตร โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ช่วยดูแลด้านราคาสินค้าอยู่" รมว.คลัง กล่าว นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า รัฐบาลเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบไว้แล้วโดยระยะสั้น มุ่งเน้นการจัดระเบียบระบบจำหน่ายน้ำมันให้กลับสู่ภาวะปกติ เช่น การปรับลดปริมาณน้ำมันสำรองที่กำหนดไว้ เพื่อให้มีการกระจายน้ำมันไปยังปั๊มขนาดเล็กอย่างเพียงพอ และการปล่อยให้ราคาน้ำมันดีเซลลอยตัวในระดับหนึ่ง โดยเทียบเคียงราคาตลาดโลกและราคาในภูมิภาค เช่น มาเลเซีย พร้อมทั้งใช้กองทุนน้ำมันและพิจารณาภาษีสรรพสามิตเพื่อลดผลกระทบ และปราบปรามการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า ส่วนระยะยาว เตรียมผลักดันพลังงานทางเลือก อาทิ ไบโอดีเซล เอทานอล น้ำมันปาล์ม การประหยัดพลังงาน รวมถึงก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ใช้ผลิตไฟฟ้า ซึ่งมองว่าเป็นโอกาสเร่งพัฒนาพลังงานสะอาด ขณะเดียวกัน โครงการ “เศรษฐกิจสีเขียว พลัส” โดยใช้ประโยชน์จากแสงแดดในการผลิตไฟฟ้า หรือSolar Farm, Solar ลอยน้ำ และสนับสนุนให้ประชาชนติดตั้ง Solar Rooftop โดยมีการลดหย่อนภาษีและระบบซื้อคืนไฟฟ้า จะช่วยลดต้นทุนพลังงานของประเทศและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน/////////////////

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ธรรมนัส” ส่งสารถึงรัฐบาลใหม่ ชี้วิกฤตโลกซ้ำเติมเกษตรกร เสนอ 3 มาตรการเร่งด่วน ลดต้นทุน-จัดการน้ำ-แก้ปัญหาที่ดิน
Politics2026 Mar 24 :: 09:46

“ธรรมนัส” ส่งสารถึงรัฐบาลใหม่ ชี้วิกฤตโลกซ้ำเติมเกษตรกร เสนอ 3 มาตรการเร่งด่วน ลดต้นทุน-จัดการน้ำ-แก้ปัญหาที่ดิน

“ธรรมนัส” ส่งสารถึงรัฐบาลใหม่ ชี้วิกฤตโลกซ้ำเติมเกษตรกร เสนอ 3 มาตรการเร่งด่วน ลดต้นทุน-จัดการน้ำ-แก้ปัญหาที่ดินเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำทางการเมืองด้านภาคเกษตร กล่าวถึงรัฐบาลใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และสะเทือนถึงภาคเกษตรกรรมของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า สิ่งที่เกษตรกรไทยกำลังเผชิญคือต้นทุนชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งราคาน้ำมัน ปุ๋ย และค่าขนส่ง ซึ่งล้วนเป็นภาระโดยตรงต่อชาวนาและเกษตรกรที่อยู่ฐานรากของประเทศ พร้อมกันนี้ ได้เสนอแนวทาง “Smart & Hard” ให้รัฐบาลใช้เป็นหลักคิดในการแก้ปัญหา โดยต้อง “อ่านเกมโลกให้ขาด” ควบคู่กับ “การตัดสินใจที่เด็ดขาด” เพื่อรับมือกับวิกฤตอย่างทันท่วงทีผมขอเสนอ 3 มาตรการเร่งด่วนที่รัฐบาลควรดำเนินการทันที ได้แก่1. ปฏิรูปโครงสร้างปุ๋ย มุ่งลดต้นทุนทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงการแจกจ่าย โดยเสนอให้ใช้กลไกความร่วมมือรัฐต่อรัฐ (G2G) เพื่อจัดหาปุ๋ยราคาถูก2. บริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งพื้นที่ชลประทานและนอกชลประทาน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำในภาคเกษตร3. แก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน เพื่อให้เกษตรกรมีสิทธิ์เป็นเจ้าของอย่างแท้จริง และสามารถใช้ที่ดินเป็นหลักประกันในการเข้าถึงแหล่งทุนร.อ.ธรรมนัส ยังเน้นย้ำว่า เกษตรกรคือ “กระดูกสันหลังของประเทศ” ไม่ใช่กลุ่มที่ต้องรอความช่วยเหลือ แต่ต้องได้รับการเสริมสร้างศักยภาพ ทั้งด้านสถาบัน อำนาจต่อรอง และคุณภาพชีวิตที่มั่นคง และขอเรียกร้องให้ข้าราชการปรับบทบาทในการทำงานในภาวะวิกฤต โดยต้องทำงานอย่างรวดเร็ว กล้าตัดสินใจ และลงมือปฏิบัติจริง พร้อมเตือนว่า ความล่าช้า คือความเสียหายของชีวิตประชาชน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

นายกฯ เผยเคลียร์ “บวรศักดิ์”แล้ว หลังโผอนุทิน 2 ไม่มีชื่อ แจงครม.คนละชุดกัน แค่นายกฯคนเดียวกัน
Politics2026 Mar 24 :: 08:10

นายกฯ เผยเคลียร์ “บวรศักดิ์”แล้ว หลังโผอนุทิน 2 ไม่มีชื่อ แจงครม.คนละชุดกัน แค่นายกฯคนเดียวกัน

นายกฯ เผยเคลียร์ “บวรศักดิ์”แล้ว หลังโผอนุทิน 2 ไม่มีชื่อ แจงครม.คนละชุดกัน แค่นายกฯคนเดียวกันวันที่ 24 มี.ค.ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ไม่มีชื่อนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย โดยนายกฯย้อนถามว่า รู้ได้อย่างไร ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ได้มีโอกาสคุยกับนายบวรศักดิ์หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็คุยๆกับท่านในฐานะที่ทำงานด้วยกัน ไม่มีอะไรหรอกครับ ครม.มันเป็นเทอมๆ เพียงแต่ว่าเทอมนี้กับเทอมถัดไปดันมีนายกฯคนเดียวกัน แต่ก็ถือว่าเป็นคนละคณะ ไม่ได้มีว่า ใครอยู่ที่ไหนก็จะต้องต่อไป ต้องแยก ไม่มีอะไรหรอกนายอนุทิน กล่าวว่า การตัดสินใจในการนำเสนอรายชื่อ ครม.ขึ้นทูลเกล้าฯก็มีขั้นตอนที่คนเป็นนายกฯในฐานะผู้พิจารณา ต้องพิจารณาในทุกๆด้าน แต่ไม่มีว่าชุดนี้แล้วจะยกไปชุดหน้า มันไม่เคยมีเรื่องแบบนี้ มันคนละชุดกันเมื่อถามว่า ที่มีการเปลี่ยนชื่อจากนายบวรศักดิ์ มาเป็นนายปกรณ์ นิลพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้มาดูกฎหมาย เหมือนที่นายบวรศักดิ์ดูใช่หรือไม่ นายอนุทิน ไม่ตอบคำถามดังกล่าว โดยระบุเพียงว่า “ไปและ” ก่อนขึ้นรถออกจากทำเนียบรัฐบาล

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“สว.ปฏิมา” แจงปมแนะปลูกผัก-เลี้ยงไก่ ไร้เจตนา ทำให้เข้าใจผิด ย้ำวิกฤตสงครามกระทบพลังงาน
Politics2026 Mar 24 :: 06:42

“สว.ปฏิมา” แจงปมแนะปลูกผัก-เลี้ยงไก่ ไร้เจตนา ทำให้เข้าใจผิด ย้ำวิกฤตสงครามกระทบพลังงาน

“สว.ปฏิมา” แจงปมแนะปลูกผัก-เลี้ยงไก่ ไร้เจตนา ทำให้เข้าใจผิด ย้ำวิกฤตสงครามกระทบพลังงาน ยึดแนวทางศก.พอเพียง ช่วยดำรงชีพได้ วันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่ รัฐสภา นายปฏิมา จีระแพทย์ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) แถลงชี้แจงกรณีที่ได้อภิปรายในวาระเร่งด่วน เรื่องขอให้วุฒิสภาพิจารณาปัญหาผลกระทบต่อประเทศไทยจากกรณีการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่เสนอแนะให้ประชาชนปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ท่ามกลางวิกฤตพลังงาน จนต่อมาเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ โดยนายปฏิมา สว.กล่าวว่า เจตนาที่ตนพูดเพื่อให้ประชาชนตระหนักว่า หากเกิดวิกฤตสงครามจริงจะรับมืออย่างไร และหากทุกคนจำช่วงโควิด-19 ทุกคนไม่สามารถออกไปซื้ออาหาร แม้จะมีน้ำมัน คนเมืองที่อยู่คอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ มีความลำบากกันหมด แต่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัด แม้จะมีที่ดินไม่มากก็สามารถปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่มีปัญหาการกิน อยู่ นี่คือเจตนารมณ์ของตนในการอภิปราย เพราะเห็นว่า ขณะนี้เรามีปัญหาวิกฤตพลังงานทำให้เรื่องค่าครองชีพสูงขึ้นตามมา จึงจำเป็นต้องหาทางออก เพื่อช่วยเหลือตัวเอง สว.ปฏิมา กล่าวอีกว่า ตนสามารถให้คำแนะนำหรือสอนได้ เพราะส่วนตัวก็ปลูกผักในกล่องโฟมบนดาดฟ้า 5 กล่อง ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ ทางออกคือยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ ถึงเวลาที่เราต้องเอาตัวรอด เศรษฐกิจพอเพียงช่วยเราได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะให้ทุกคนเข้าใจในทางลบ หากเกิดเหตุไม่คาดคิด จนทำให้เราอยู่อย่างลำบาก หากไม่มีน้ำมัน ไม่มีไฟฟ้าในยามวิกฤตสงคราม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“สีหศักดิ์” แจงประสาน “กต.อิหร่าน” ช่วย 3 ลูกเรือมยุรีนารี มีความคืบหน้าคาดจำกัดวีซ่าเหลือ 30 วัน ไม่กระทบการท่องเที่ยว
Politics2026 Mar 24 :: 06:29

“สีหศักดิ์” แจงประสาน “กต.อิหร่าน” ช่วย 3 ลูกเรือมยุรีนารี มีความคืบหน้าคาดจำกัดวีซ่าเหลือ 30 วัน ไม่กระทบการท่องเที่ยว

“สีหศักดิ์” แจงประสาน “กต.อิหร่าน” ช่วย 3 ลูกเรือมยุรีนารี มีความคืบหน้าคาดจำกัดวีซ่าเหลือ 30 วัน ไม่กระทบการท่องเที่ยววันที่ 24 มี.ค. 69 ที่ โรงแรมเซ็นทารา เซ็นทรัลลาดพร้าว นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ว่า วันนี้มีการประชุมสถานทูตทั่วโลก ซึ่งมีเพียงสถานทูตที่ตะวันออกกลางที่จะเข้าร่วมแบบออนไลน์ เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่สงบ โดยความขัดแย้งในตะวันออกกลางนั้นต้องให้ความสำคัญของคนไทยและการอพยพนำคนไทยกลับมาจากประเทศต่างๆ ซึ่งเรียบร้อยดีแต่การนำคนไทยกลับมาจากอิหร่านนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อถามถึงเรื่องชีวิตลูกเรือไทย 3 รายที่ติดค้างอยู่ในเรือมยุรีนารี นั้นมีความคืบหน้าอย่างไร นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า มีการช่วยเหลือเต็มที่ ได้มีการโทรศัพท์หารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน และก็ได้มีการประท้วงที่จู่โจมเรือไทย รวมถึงขอความช่วยเหลือกับโอมาน ซึ่งก็ยังไม่รู้ชะตากรรมลูกเรืออีก 3 คน ที่กำลังมีความคืบหน้า รวมถึงเรือไทยที่ยังค้างอยู่ทางอิหร่านก็บอกว่าจะรับไว้พิจารณารายชื่อเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุชคาดว่าจะมีข่าวดีตรงนี้ด้วยนายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงเรื่องยกเลิกวีซ่านั้น เนื่องจากในรัฐบาลก่อนก็มีมาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันนั้นนักท่องเที่ยวบางส่วนก็ไม่ได้เข้ามาเพื่อวัตถุประสงค์การท่องเที่ยวแต่มีวัตถุประสงค์อื่น ทางกระทรวงการต่างประเทศเห็นว่าควรลดระยะเวลา จาก 60 วันเหลือเพียง30 วัน ซึ่งเป็นเวลาที่เพียงพอ แต่หากอยากท่องเที่ยวต่อก็สามารถต่อได้อีก 30 วัน ซึ่งคาดว่าจะไม่กระทบการท่องเที่ยว และจะสามารถดูแลเรื่องความมั่นคงได้ดีขึ้น

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"ปชน." เตรียมเปิดข้อมูล "ไอ้โม่ง" กักตุนน้ำมันพรุ่งนี้ จัดทัพ 30 สส. ร่วมอภิปราย
Politics2026 Mar 24 :: 06:13

"ปชน." เตรียมเปิดข้อมูล "ไอ้โม่ง" กักตุนน้ำมันพรุ่งนี้ จัดทัพ 30 สส. ร่วมอภิปราย

"ปชน." เตรียม เปิดข้อมูล "ไอ้โม่ง" กักตุนน้ำมันพรุ่งนี้ จัดทัพ 30 สส. ร่วมอภิปราย จี้ รบ.เปิดข้อมูลน้ำมันให้ ปชช. แนะ แก้ปัญหาเฉพาะจุดช่วยคนตัวเล็กตัว - “วีระยุทธ” ชี้โผ ครม.ยังไม่นิ่ง รอตรวจคุณสมบัติ-รอดูแถลงนโยบาย ย้ำ ปชน.เตรียมอภิปรายแล้ว ทั้งวิกฤตน้ำมัน-นโยบายรัฐบาล เตรียม ถกบทลงโทษ “งูเห่าอุดรฯ” ต้องทำให้ประชาชนมั่นใจอีกครั้งวันที่ 24 มี.ค. 69 ที่ ทำการพรรคประชาชน นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงวิกฤตน้ำมัน จากสถานการณ์การสู้รบของตะวันออกกลางขณะนี้ในส่วนของภาคเกษตรและประมง ว่า ตอนนี้เป็นเรื่องใหญ่และเรื่องด่วนที่พรรคประชาชนติดตามอย่างต่อเนื่อง พรุ่งนี้เราจะเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่ออภิปรายเรื่องนี้และส่งผ่านข้อเสนอไปยังรัฐบาลมีการเตรียม สส. ร่วมอภิปรายกว่า 30 คน เพื่อสะท้อนปัญหาแต่ละภาคส่วน ตอนนี้รัฐบาลพูดเรื่องเอาน้ำมันสำรองออกมาหรือปริมาณน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในระบบ แต่ยังเป็นปัญหาเฉพาะจุดสำหรับคนตัวเล็กตัวน้อยที่เสียงยังไปไม่ถึง เช่น ชาวนาชาวประมง หรือ พี่น้องไรเดอร์ เพราะมีต้นทุนรายวันการที่หาน้ำมันรายวันไม่ได้ถือว่าขาดเครื่องมือทำมาหากิน เราจึงอยากรวบรวมปัญหาในทุกภาค มาหารือในสภาเพื่อส่งผ่านข้อเสนอไปยังรัฐบาล" ตอนนี้ความช่วยเหลือเราอยากให้ไปเฉพาะจุดมากขึ้น แทนที่จะเป็นการช่วยเหลือแบบกวาดตรึงราคาแต่อยากให้ลงเฉพาะจุดหลัก เพราะเราเห็นแล้วว่าจุดที่เดือดร้อนอยู่ที่ไหนกันบ้าง " นายวีระยุทธ์กล่าวเมื่อถามว่าได้คุยฝั่งรัฐบาลแล้วหรือไม่ที่จะมีการเสนอญัตติในวันพรุ่งนี้ นายวีระยุทธกล่าวว่า ถือว่าช้าไปนิดนึง เพราะเราเสนอไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากเป็นความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่เลื่อนมาสัปดาห์นี้เท่าที่ได้รับสัญญาณฝ่ายรัฐบาลก็พร้อมที่จะรับฟังและจะมีคนร่วมอภิปรายด้วยจะอยากชวนชวนให้ติดตาม เพราะจะได้เห็นมุมมองจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านส่วนที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม แถลงว่าสัปดาห์หน้าจะต้องมีน้ำมันทุกปั๊ม นั้นนายวีระยุทธ กล่าวว่า เรื่องข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญที่เราเรียกร้องมาตลอด สิ่งที่จะทำให้ประชาชนคลายความตื่นตระหนกได้คือการเปิดเผยข้อมูล ว่าจะเติมน้ำมันได้ที่ปั๊มไหนเพื่อวางแผนชีวิต เมื่อ 2 วันก่อนกรมพัฒนาธุรกิจพลังงานประกาศจะทำแอพพลิเคชั่น Fuel Now (เชื้อเพลิงเดี๋ยวนี้) เพื่อเป็นข้อมูลให้ประชาชนแต่ถึงวันนี้ยังไม่เห็น จึงอยากให้เร่งรัดตรงนี้เหมืนกันนายวีระยุทธ ยังกล่าวว่า ที่กังวลต่อมาคือในเรื่องของภาคการเกษตรโดยเฉพาะเรื่องปุ๋ย ซึ่งเป็นปัญหาต้นตอที่ทำให้เกษตรกรเพาะปลูกไม่ได้ แม้จะมีโครงการธงฟ้าธงเขียว ซึ่งพรุ่งนี้ก็จะเป็นหนึ่งในเรื่องที่อภิปราย ต่อให้มีความช่วยเหลือไปถึงเกษตรกรแต่ก็ไปถึงในสัดส่วนที่จำกัดโครงการธงเขียวที่ผ่านมาช่วยไปได้ 5 ล้านกิโลกรัมแต่ปุ๋ยที่เราต้องใช้ทั้งประเทศคือ 5 ล้านตันต่อปี โครงการนี้ช่วยได้แค่ 0.1% เท่านั้น จึงคิดว่าเป็นโครงการที่ไม่ตอบโจทย์ไม่ถึงเกษตรกรวงกว้างเมื่อถามว่าพรรคประชาชนมองทางรอดเรื่องนี้อละมีข้อเสนอแนะอย่างไร หลังมีรายงานตะวันออกกลางเตรียมงดส่งน้ำมันให้เอเชีย นายวีระยุทธ กล่าวว่า ถ้าระยะสั้นเฉพาะหน้าคือการกระจายน้ำมันให้ทั่วถึง หากมีน้ำมันสำรองร้อยกว่าวันตามที่รัฐบาลยืนยันคิดว่าจะผ่านช่วงเวลาวิกฤตนี้ไปได้ แต่เรื่องการกระจายน้ำมันและเปิดเผยข้อมูลจะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ประชาชนเชื่อมั่น" ทุกวันนี้ประชาชนยังถามคำถามที่รัฐบาลไม่ได้ตอบว่าจะเติมน้ำมันได้ที่ไหน การเปิดเผยข้อมูลมีประโยชน์ 2 อย่าง คือ ทำให้ประชาชนมั่นใจในชีวิตประจำวันและจะเป็นความโปร่งใสที่สามารถตรวจสอบได้ว่าช่องโหว่และจุดที่หายไปหรือโม่งมีจริงหรือไม่ " นายวีระยุทธกล่าวเมื่อถามว่าได้รับร้องเรียนเรื่องไอ้โม่งมาที่พรรคประชาชนบ้างหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า ตอนนี้มีหลายจุดที่เราได้รับข้อมูลมา ขอให้รอดูในการอภิปรายพรุ่งนี้ ซึ่งเราจะนำมาเปิดเผย“วีระยุทธ” ชี้โผ ครม.ยังไม่นิ่ง รอตรวจคุณสมบัติ-รอดูแถลงนโยบาย ย้ำ ปชน.เตรียมอภิปรายแล้ว ทั้งวิกฤตน้ำมัน-นโยบายรัฐบาล เตรียม ถกบทลงโทษ “งูเห่าอุดรฯ” ต้องทำให้ประชาชนมั่นใจอีกครั้งวันที่ 24 มี.ค.69 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชนให้สัมภาษณ์ถึงโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า เข้าใจว่าจำนวนตัวเลข ครม. ยังไม่นิ่ง กำลังตรวจสอบคุณสมบัติกันอยู่ อย่างไรก็ตาม ตนขอรอชื่อคนนิ่งก่อน เราเตรียมการอภิปรายนโยบายรัฐบาลแล้ว เป็นเรื่องใหญ่ที่เราต้องเริ่มเตรียมความพร้อมกันแล้ว วันนี้ในที่ประชุม สส.พรรคประชาชนก็มีการคุยกันถึงขั้นว่าถ้ามีการแถลงนโยบายรัฐบาล พรรคประชาชนจะพูดเรื่องอะไรกันบ้าง ตอนนี้เตรียมอยู่ 2 เรื่อง คือเรื่องญัตติด่วนเรื่องวิกฤตน้ำมัน และเตรียมเรื่องการอภิปรายนโยบายรัฐบาล เมื่อถามว่าประเด็นหลักๆที่พรรคประชาชนผลักดัน เช่น ประกันสังคม พอได้เห็นโฉมหน้าอย่างนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแล้ว ถือว่าจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า ขอรอดูที่เขาแถลงนโยบายก่อนแล้วกัน เพราะตัวนโยบายจะเป็นตัวสำคัญที่จะเป็นไม้บรรทัด ว่าสุดท้ายรัฐบาลจะทำอะไร แล้วเราเห็นด้วยหรือไม่อย่างไรเมื่อถามว่าในที่ประชุมวันนี้ จะมีการเคาะเรื่องบทลงโทษนายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี เขต 7 ที่เป็นงูเห่าหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า เป็นหนึ่งในวาระที่เราจะคุยกับ สส.ในวันนี้เมื่อถามว่าส่วนตัวได้มีการคุยกับนายสุริยาหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า เดี๋ยวมีคณะทำงานที่เขาพูดคุยกับนายสุริยา แล้วจะมารายงานและสรุปกันในวันนี้ ในที่ประชุม สส.ส่วนที่มีรายงานว่านายสุริยาติดหนี้สินจนทำให้ต้องรับเงินเป็นงูเห่า นายวีระยุทธ กล่าวว่า ขอประเมินก่อน แล้วคงจะมีข้อสรุปออกมาในวันนี้เมื่อถามว่าจะมีการโน้มน้าวให้กลับมาพรรคประชาชนหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า ขอรอดูข้อสรุปวันนี้ก่อน ที่ประชุม สส.จะมีการคุยกันต่อ ยืนยันว่าบทลงโทษจะเป็นที่น่าพอใจสำหรับแฟนคลับพรรคประชาชน เนื่องจากเราคำนึงถึงเสียงของประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องชาวอุดรธานีที่ฝากความหวังไว้กับเรา“พอเรากลับไปดูคลิปย้อนหลัง ต้องบอกว่าเราเห็นใจและเข้าใจประชาชนพี่น้องชาวอุดรธานี เขต 7 มาก และยังอยากทำให้พรรคประชาชนเป็นความหวังต่อไป” นายวีระยุทธ กล่าวเมื่อถามว่าแกนนำรู้สึกอย่างไรกันบ้าง เพราะทุกคนลงไปช่วยลงหาเสียงหมดเลย นายวีระยุทธกล่าวว่า เป็นเขตที่เราต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนจริงๆ อย่างไรก็จะมีมาตรการเชิงรุกต่อไป เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในอนาคต

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"จุลพันธ์" ปัดข่าว สส.เพื่อไทย ไม่พอใจโผ ครม. "อนุทิน 2" ย้ำ พรรคยังสามัคคี ไม่มีใครน้อยใจหรือคิดย้ายพรรค
Politics2026 Mar 24 :: 05:52

"จุลพันธ์" ปัดข่าว สส.เพื่อไทย ไม่พอใจโผ ครม. "อนุทิน 2" ย้ำ พรรคยังสามัคคี ไม่มีใครน้อยใจหรือคิดย้ายพรรค

"จุลพันธ์" ปัดข่าว สส.เพื่อไทย ไม่พอใจโผ ครม. "อนุทิน 2" ย้ำ พรรคยังสามัคคี ไม่มีใครน้อยใจหรือคิดย้ายพรรค ชี้ รายชื่อส่งถึงนายกฯ แล้วรอขั้นตอนตรวจคุณสมบัติ-โปรดเกล้าฯ มั่นใจ ทุกคนคุณสมบัติครบถ้วนผ่านการคัดกรองมาอย่างดี - “ยศชนัน” เผย สัมมนาเพื่อไทย สส.ใหม่ได้ทำความรู้จักกัน วางแผนทำงาน 4 ปี รับมือวิกฤตพลังงาน-สงครามตะวันออกกลาง - “สุดาวรรณ” ยิ้มไม่ตอบสื่อหลังถูกถาม ยื่นตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรี-กังวลคดีหรือไม่วันที่ 24 มี.ค. 69 ที่ โรงแรม เอสซี ปาร์ค นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่าสส.ภายในพรรคเพื่อไทยแสดงความไม่พอใจในการจัดโผคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. อนุทิน 2 ว่า ไม่มี เป็นการคาดการณ์จากภายนอก กระบวนการการจัดตั้งรัฐบาลต้องมีการเจรจา และต้องดูตัวบุคคลที่สามารถทำงานได้ในกระทรวงที่ได้รับมอบหมาย เมื่อมีการดูในเรื่องคุณสมบัติและความเหมาะสม รวมไปถึงการขับเคลื่อนกระทรวงและนโยบาย หลังจากนั้นจะต้องพิจารณาตัวบุคคลซึ่งแน่นอนว่าตำแหน่งมีน้อยคนมีเยอะ ก็ไม่ได้ทุกคน ซึ่งทุกคนก็เข้าใจ ในขณะนี้ในพรรคก็ไม่ได้มีความเคลื่อนไหว หรือสั่นไหวอะไร ทุกคนยังรักและสามัคคี พร้อมย้ำว่าเป็นการคาดการณ์จากคนภายนอกที่มองเข้ามาว่าอาจจะมีคนไม่พอใจ แต่ในข้อเท็จจริงภายในพรรคก็มาประชุมกันครบถ้วน ทุกคนพร้อมที่จะขับเคลื่อนพรรคเดินหน้านโยบาย และขับเคลื่อนความเป็นรัฐบาล และขอย้ำอีกครั้งว่าทุกคนสามัคคีกันเมื่อถามว่าจากกระแสข่าวดังกล่าวไม่ใช่ความรู้สึกของคนภายในพรรคใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตนมองว่าไม่ใช่เรื่องความไม่พอใจ ตอนนี้ไม่มีใครที่ยังไม่ได้รับโอกาส บทบาทหน้าที่ ในความเป็นตัวแทนประชาชนและการทำงานด้านอื่นๆยังมี ในตำแหน่งที่เป็นองค์ประกอบเข้ามา ทั้งในตำแหน่งการเมืองและการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร โอกาสไม่ได้หมดไป ทุกคนพร้อมที่จะเดินหน้าร่วมกับพรรคอยู่แล้วเมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าบางคนน้อยใจ อาจจะออกจากพรรคไปนั้น นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า "ไม่มี"เมื่อถามว่าในฐานะหัวหน้าพรรคยืนยันได้ใช่หรือไม่ว่ายังสามารถบริหารจัดการความรู้สึกของ สส.ภายในพรรคได้ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ในช่วงของการจัดตำแหน่ง ทุกครั้งไม่ใช่เพียงแค่ครั้งนี้ ก่อนที่จะมีการขยับจนลงตัวหรือตัดสินใจในการเลือกบุคลากร แน่นอนว่ามีการพูดคุยหารือและทุกคนพร้อมที่จะทำงาน บุคลากรในพรรคเพื่อไทยก็มีประสบการณ์ มีความรู้เยอะ หลายคนมีความพร้อม แต่สุดท้ายต้องตัดสินใจและเมื่อตัดสินใจแล้วทุกคนก็พร้อมเดินหน้าต่อ ทุกครั้งมีการปรึกษาหารือกันเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับรายชื่อที่ออกมาหลายคนก็มองว่าฝั่งของพรรคเพื่อไทยก็มีลูกเทพเช่นกัน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่จบกระบวนการ ตนไม่ขอพูดถึงรายชื่อ เพราะกระบวนการทั้งหมดในขณะนี้ พรรคเพื่อไทยดำเนินการในส่วนของพรรคเรียบร้อยในการส่งรายชื่อให้กับนายกรัฐมนตรี ส่วนกระบวนการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีเป็นอำนาจโดยเต็มของนายกรัฐมนตรี และเป็นเรื่องที่ต้องรอให้มีการโปรดเกล้าฯ เพราะฉะนั้นในจุดนี้ตนคงไม่พูดถึงรายชื่อที่ออกมา ถูกหรือไม่ตนไม่ขอยืนยันเมื่อถามว่าหากในรายชื่อรัฐมนตรีที่มีปัญหา ขณะนี้มีการส่งกลับมายังพรรคเพื่อไทยแล้วหรือไม่ นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า ยังไม่มี เข้าใจว่ากระบวนการพึ่งเริ่มต้น ซึ่งเป็นภาระหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและเลขาคณะรัฐมนตรี ตอนนี้ก็รอยืนยันได้อย่างเดียวว่าส่งชื่อให้กับนายกรัฐมนตรีแล้วเมื่อถามว่าได้ส่งรายชื่อของพรรคเพื่อไทยไปให้ตรวจสอบทั้งหมดแล้วใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า การตรวจคุณสมบัติเป็นกลไกที่ทางเลขาคณะรัฐมนตรีต้องดำเนินการ และเรามั่นใจว่าบุคลากรของเราสามารถทำงานได้ และเป็นรายชื่อที่นายกรัฐมนตรีรับได้ ที่จะไปทำงานในตำแหน่งต่างๆ เราต้องมั่นใจว่าคนที่มาอยู่ตรงนี้ เราผ่านกระบวนการคัดกรองมาหลายครั้ง ไม่ใช่ว่ามาถึงจุดนี้ได้โดยไม่ทำอะไรเลย การสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเคยเป็นอดีตรัฐมนตรี มีการผ่านการคัดกรองคุณสมบัติมาแล้วหลายครั้ง เพราะฉะนั้นเราก็มีความมั่นใจอยู่ทั้งนี้การตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีในครั้งนี้ดูเหมือนจะเข้มข้นกว่าทุกครั้งจะต้องมีรายชื่อสำรองหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตอนนี้คงไม่พูดถึงไม่สามารถเล่าได้เป็นเรื่องที่ดำเนินการเรียบร้อย“ยศชนัน” เผย สัมมนาเพื่อไทย สส.ใหม่ได้ทำความรู้จักกัน วางแผนทำงาน 4 ปี รับมือวิกฤตพลังงาน-สงครามตะวันออกกลาง เชื่อ กระทบปากท้องปชช. เตรียม ยื่นญัตติหารือน้ำมันในสภา เร่ง เสนอแนวทางช่วยกลุ่มเปราะบาง พร้อม ดันพลังงานทดแทนนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมสัมมนาในวันนี้ ว่า มี สส. ใหม่ค่อนข้างมาก โดยจะอัปเดตกฎระเบียบต่าง ๆ และแนวทางที่พรรคมองไว้ในอนาคต การสัมมนารอบนี้น่าจะทำให้ บุคลากรของพรรคได้ทำความรู้จักกัน ซึ่งการพูดคุยในวันนี้ จะมีการบรรยายถึงแนวทาง ในการทำงาน 4 ปี โดยผู้มีประสบการณ์ก็จะมาแชร์องค์ความรู้ และแนวทางการเสนอญัตติต่าง ๆโดยพรรคเพื่อไทยมองเห็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นมา 20 ปีแล้ว รวมถึงการพูดคุยเรื่องพลังงาน และสงครามต่าง ๆ ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่วนตัวประเมินไว้ และพูดคุยที่พรรคตั้งแต่การประชุมครั้งที่แล้ว โดยประเมินเป็นฉากทัศน์ ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนจบ แต่ไม่จบ ดังนั้น ในฉากทัศน์ที่ร้ายแรงที่สุด ภาครัฐ และกระทรวงต่าง ๆ มีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมความพร้อม ซึ่งตนเองดูมาใน 3 มิติ คือ มิติแรก ด้านปัจจัยสี่ เกี่ยวกับอาหาร น้ำต่างๆ ที่จะมีปัญหาได้หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ที่อยู่อาศัย ราคาค่าน้ำค่าไฟ การคมนาคมขนส่ง ยารักษาโรค ที่ได้พูดคุยกับโรงพยาบาลต่าง ๆ เริ่มมีการตรวจสอบ ว่า จะมียาอะไรขาดแคลนบ้าง ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อเสนอแนวทางให้กับภาครัฐ ว่า หากยาขาดแคลนแล้วจะต้องทำอย่างไร แต่ขณะนี้ยังไม่ขาดแคลน ยังซื้อขายกันได้ตามปกติ ซึ่งการเตรียมพร้อมเหล่านี้ เพื่อให้รับมือได้ หากเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ขณะเดียวกัน จะเป็นการเพิ่มโอกาสใช้ยาจากไทย ซึ่งปัจจุบัน สปสช. พยายามนำสมุนไพรมาใช้ทดแทนในบางเรื่อง ส่วนเรื่องเครื่องนุ่งห่ม เครื่องอุปโภคบริโภค ซึ่งขณะนี้เริ่มพูดถึงกันแล้วสำหรับมิติที่สองเรื่องการเรียงความจำเป็นที่จะต้องช่วยเหลือ ซึ่งกลุ่มแรก คือ กลุ่มเปราะบาง ไล่เรียงตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน ที่จะทำให้คนสามารถอยู่ดีกินดีได้ ตรึงราคาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้ตามปกติมากที่สุดส่วนมิติที่สาม มิติของอนาคต ซึ่งสามารถเริ่มได้เลย วันนี้การนำพลังงานทดแทนมาใช้ ทั้งโซลาร์ อีวี ไม่ได้ใช้ตรงไปตรงมา ต้องเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีต่าง ๆ ซึ่งประเทศไทยมีหน่วยงานที่ดูแลเรื่องเทคโนโลยี จะต้องไปดู ว่า มีอะไรที่สามารถทำเรื่องนี้ทดแทนเพิ่มเติมได้บ้าง รวมถึงการหาซัพพลายเชนต่าง ๆ เพิ่มขึ้นในยามฉุกเฉิน ซึ่งสามารถพูดคุยเพิ่มเติมได้เลย โดยทั้ง 3 มิตินี้ในสัปดาห์ที่แล้ว ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยได้ลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชน วันนี้แต่ละคนก็จะรวบรวมบางส่วนเข้ามา ซึ่งจะมีแนวทางการแก้ปัญหาในแต่ละมิติ โดยการทำงานหลังบ้านพยายามส่งข้อมูลหลายอย่าง เพื่อแนะนำ และให้สามารถลงมือทำได้ ทั้งคนรู้จักที่อยู่ในภาครัฐ รวมถึงรัฐบาล เพื่อให้ข้อมูลในเชิงพื้นที่ และในวันพรุ่งนี้น่าจะมีการพูดคุยเพิ่มเติมที่สภา เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนนายยศชนัน เปิดเผยว่าในวันพรุ่งนี้พรรคเพื่อไทย ได้เตรียมญัตติขอหารือเรื่องน้ำมันไว้ และความจริงแล้วเตรียมไว้ตั้งแต่การประชุมครั้งที่แล้ว ซึ่งแม้ไม่ได้พูดแต่สามารถทำได้เลย และแนวทางที่พูดมาทั้งหมดนี้สามารถทำในพื้นที่ต่างๆได้เลย ซึ่งมีการสำรวจความเดือดร้อนในเขตพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยดูแลอยู่แล้ว และความจริงแล้วการประชุมในวันนี้ ควรจะเป็นแบบสบายๆทั้งนี้กรณีราคาน้ำมันขณะนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชน ที่จะกระทบไปถึงระบบขนส่ง และอีกหลายอย่าง นายยศชนัน กล่าวว่า วันนี้เดือดร้อนจริง ๆ มองเห็นแล้วว่าในหลายที่ต่างๆ มีปัญหาพอสมควรที่พูดว่าวันนี้สบาย คือ การทำให้บรรยากาศการแชร์ข้อมูลสามารถทำได้อย่างเข้มข้นจริง โดยจะให้ สส. ในพื้นที่มาพูดคุย เรื่องปากท้อง และวิกฤตที่เกิดขึ้น ซึ่งน่าจะอยู่ด้วยกันทั้งวัน ขณะเดียวกันก็ต้องจับตามองในแต่ละจุดแบบวันต่อวัน สำหรับเรื่องต่างประเทศ ก็ต้องให้การดูแลเหมือนเดิม แม้วันนี้เราดูแลคนในประเทศไทย แต่ก็ยังมีคนไทยอยู่ในประเทศต่าง ๆ ด้วย พรรคเพื่อไทยก็มีเครือข่าย เพราะก่อนหน้านี้ก็ดูกระทรวงการต่างประเทศมา ก็ต้องตรวจสอบว่าแต่ละคนเป็นอย่างไรบ้าง และคงสะท้อนประเด็นเหล่านี้ให้รัฐบาล พร้อมเสนอแนวทางแก้ไข“สุดาวรรณ” ยิ้มไม่ตอบสื่อหลังถูกถาม ยื่นตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรี-กังวลคดีหรือไม่น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) เดินทางมาร่วมงานอบรมสัมมนา สส. พรรคเพื่อไทย โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงการส่งรายชื่อตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี ในรัฐบาล “อนุทิน 2“ ซึ่ง น.ส.สุดาวรรณ เพียงยิ้มทักทายสื่อ และไม่ได้ตอบคำถามถึงความกังวลในเรื่องที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาในคดีบุกรุกที่ดินสาธารณะหาดสวนยา อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี"เพื่อไทย" จ่ออภิปรายปัญหาน้ำมันที่สภาพรุ่งนี้ พร้อมดักกฎหมายเข้าประชุมสมัยนี้ 47 ฉบับ ยัน สมาชิกยังรัก-สามัคคี ไม่มีอารมณ์ผิดแผกแตกต่าง ปม การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี ลั่น ทุกคนรู้โอกาสหน้ายังมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดสัมนาบรรยายความรู้ให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย ที่รร.เอสซีปาร์ควันนี้เป็นการอบรมและสัมมนา ก่อนจะมีการเปิดประชุมสมัยสภาเพราะมี สส.หน้าใหม่หลายคน วันนี้ได้เชิญเจ้าหน้าที่สภามาให้ความรู้เรื่องญัตติ กระทู้ การอภิปราย และ สิทธิประโยชน์ของ สส. ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะทํางานอย่างสร้างสรรค์ ตรวจสอบการทํางานของรัฐบาล เดินหน้ากฎหมายและนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนนายจุลพันธุ์ กล่าวว่า ทางพรรคเพื่อไทยได้ยื่นกฎหมายเข้าไปในสภาแล้วกว่า 10 ฉบับ มีอยู่ในคิวสมัยประชุมนี้ 47 ฉบับ ส่วนญัตติแก้ปัญหาพลังงาน และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พรรคเพื่อไทย จะเสนอญัตติพร้อมกับสส.ที่จะลุกอภิปรายร่วมกับแต่ละพรรคการเมืองในประเด็นนี้อย่างกว้างขวาง ไม่ใช่เฉพาะเรื่องพลังงาน แต่พูดถึงการสู้รบในตะวันออกกลางที่กระทบไปทั่วโลก การจัดสรรพลังงานที่น้ำมันมีเพียงพอแต่ไม่สามารถส่งถึงประชาชนได้เข้าถึง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญ สส.ของฝ่ายค้านและรัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบที่รับมาจากประชาชนต้องรับปัญหานี้ และเชื่อว่าปัญหานี้ส่งผลกระทบไปในหลายเรื่อง เช่นเศรษฐกิจ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จะเพิ่มขึ้นจากการขนส่งที่ปรับสูงขึ้น ปัญหาเหล่านี้เป็นหน้าที่ สส.ต้องอภิปราย สะท้อนไปรัฐบาลให้เตรียมการรับมือแก้ปัญหาให้กับประชาชน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ปิดซอง ครม.อนุทิน 2 สุทธิที่ 35 ที่นั่ง กันไว้ 1 เก้าอี้ เผื่อสมการการเมืองเปลี่ยน
Politics2026 Mar 24 :: 04:32

ปิดซอง ครม.อนุทิน 2 สุทธิที่ 35 ที่นั่ง กันไว้ 1 เก้าอี้ เผื่อสมการการเมืองเปลี่ยน

ปิดซอง ครม.อนุทิน 2 สุทธิที่ 35 ที่นั่ง กันไว้ 1 เก้าอี้ เผื่อสมการการเมืองเปลี่ยน หรือยามบ้านเมือง ต้องการบุคคลที่เหมาะสมตามสถานการณ์สำหรับความคืบหน้าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุทิน 2 ภายหลังผู้ที่มีชื่อ ได้เริ่มทยอยส่งประวัติเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลน.)แล้ว โดยเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าจะมีรัฐมนตรี ทั้งหมด 35 คน ไม่ตั้งหมดโควตา 36 ที่นั่ง เหลืออีก 1 ตำแหน่ง ไว้ในยามที่บ้านเมืองต้องการบุคคลที่เหมาะสมตามสถานการณ์ รวมถึงกรณีที่อาจมีความจำเป็น ตามสมการทางการเมือง และเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าไร้สัดส่วนจากพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ทั้งนี้ รายชื่อทั้งหมด จากทั้ง 2 พรรคการเมือง หากมีชื่อใดไม่ผ่านคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้าม ก็เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองนั้น ที่จะส่งคนมาเปลี่ยนตัว ซึ่งแต่ละพรรคมีรายชื่อสำรองไว้แล้วโดยมีรายชื่อ ดังนี้1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย2. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม3. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี4. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี5. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง6. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้วรองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ7. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม8. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์9. นายภราดร ปริศนานันทกุลรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี10. น.ส.ศุภมาส อิศรภักดีรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี11. นายนภินทร ศรีสรรพางค์รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี12. นางสุขสมรวย วันทนียกุลรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี13.พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม14. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา15. น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์16. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจรมว.เกษตรและสหกรณ์17. นายวัชรพล ขาวขำรมช.เกษตรและสหกรณ์18. น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัชรมช.เกษตรและสหกรณ์19. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติรมช.คมนาคม20. นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์รมช.คมนาคม21. นายสรรเพชญ บุญญามณีรมช.คมนาคม22. นายไชยชนก ชิดชอบรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม23. น.ส.แนน บุญย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม24. นายสุชาติ ชมกลิ่นรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม25. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์รมว.พลังงาน26. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์รมช.มหาดไทย27. นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์รมช.มหาดไทย28. นายพลพีร์ สุวรรณฉวีรมช.มหาดไทย29. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์รมว.ยุติธรรม30. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์รมว.แรงงาน31. น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม32. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ33. นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ34. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข35. นายวราวุธ ศิลปอาชารมว.อุตสาหกรรม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อนุทิน” รับ “บวรศักดิ์” ไม่ได้ไปต่อ ขณะที่ "ปกรณ์" นั่งแทน
Politics2026 Mar 24 :: 04:01

“อนุทิน” รับ “บวรศักดิ์” ไม่ได้ไปต่อ ขณะที่ "ปกรณ์" นั่งแทน

“อนุทิน” รับ “บวรศักดิ์” ไม่ได้ไปต่อ ขณะที่ "ปกรณ์" นั่งแทนวันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่ สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ปัดตอบ หลังสื่อพยายามสอบถามถึงกรณีที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ไม่ได้ไปต่อในรัฐบาลชุดใหม่เมื่อถามต่อถึงกรณีที่มีชื่อของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา มานั่งในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายแทน นายอนุทิน ไม่ตอบ แต่พยักหน้ารับเมื่อถามว่าเตรียมนำรายชื่อ ครม.ใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ยังคงพยักหน้ารับผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่ารายชื่อคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า ทุกอย่างเรียบร้อยส่วนกรณีที่เมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีได้เรียกผู้ประกอบการหารือและกำชับให้ทุกสถานีบริการน้ำมันห้ามน้ำมันขาด และในขณะนี้ราคาน้ำมันขยับขึ้น 2 บาทนั้น นายอนุทิน ไม่ได้ตอบคำถามนี้ แต่พยักหน้ายอมรับว่าได้สั่งให้บริหารจัดการเรื่องน้ำมันขาดแคลนให้ได้ภายใน 1 สัปดาห์

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

 เปิดรายชื่อโผ ครม. 35 คน ไร้ชื่อคนของ พลังประชารัฐ ยังลุ้นอีก 1 ชื่อ ยังไม่เคาะ
Politics2026 Mar 24 :: 01:52

เปิดรายชื่อโผ ครม. 35 คน ไร้ชื่อคนของ พลังประชารัฐ ยังลุ้นอีก 1 ชื่อ ยังไม่เคาะ

เปิดรายชื่อโผ ครม. 35 คน ไร้ชื่อคนของ พลังประชารัฐ ยังลุ้นอีก 1 ชื่อ ยังไม่เคาะ ขณะที่ ‘บวรศักดิ์’ ไม่ได้ไปต่อ เหตุมติ กก.บห. ภูมิใจไทยไม่ได้เสนอชื่อวันนี้ (23 มี.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าในการตั้งคณะรัฐมนตรี ในรัฐบาล “อนุทิน 2” โดยล่าสุดมีรายชื่อทั้ง 35 คน ซึ่งประกอบด้วย1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย2. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี3. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี​4. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง5. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ6. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม7. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์8. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี9. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี10. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี11. นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี12. พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม13. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา14. นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์15. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์16. นายวัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์17. นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์18. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม19. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม20. นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม21. นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม22. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม23. นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม24. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม25. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน26. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย27. นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย28. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย29. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม30. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน31. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม32. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ33. นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ34. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข35. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมทั้งนี้ ว่าที่รัฐมนตรี ได้ทยอยส่งประวัติตรวจสอบ คุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามแล้ว ซึ่งหากใครไม่ผ่าน ก็มีรายชื่อสำรอง ส่งไปตรวจสอบประวัติแล้วด้วยผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากจำนวนสัดส่วนรัฐมนตรีที่จะมีได้ทั้งหมด 36 คน ยังเหลืออีก 1 ตำแหน่งที่รอเคาะ และรอความชัดเจน ว่าจะมีหรือไม่ เพราะมีการเสนอรายชื่อไปเกินจำนวนแล้วอย่างไรก็ตาม กรณีของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ได้มีชื่อนั้นเกิดจาก เมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ได้พิจารณาเสนอ บุคคล ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ตามข้อบังคับของพรรค ซึ่งไม่ปรากฏชื่อนายบวรศักดิ์ และพรรคได้มีการแจ้งไปยังนายบวรศักดิ์ให้ทราบแล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“บวรศักดิ์” ขนของออกจากทำเนียบ หลังไม่ได้ไปต่อรัฐบาล “อนุทิน” ขณะที่ เจ้าตัวงดให้สัมภาษณ์
Politics2026 Mar 23 :: 10:13

“บวรศักดิ์” ขนของออกจากทำเนียบ หลังไม่ได้ไปต่อรัฐบาล “อนุทิน” ขณะที่ เจ้าตัวงดให้สัมภาษณ์

“บวรศักดิ์” ขนของออกจากทำเนียบ หลังไม่ได้ไปต่อรัฐบาล “อนุทิน” ขณะที่ เจ้าตัวงดให้สัมภาษณ์ ด้าน ‘ปกรณ์’ ส่งคณะทำงานมายื่นเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติวันที่ 23 มี.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ส่งทีมงานมาขนของออกจากห้องทำงานที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังแสดงความประสงค์ไม่รับตำแหน่งในรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีโดยได้ใช้รถบรรทุก 4 ล้อ ในการขนของ อาทิ กล่องหนังสือพระปริตรธรรม (เล่มใหญ่) 40 เล่ม จำนวน 5 กล่อง ชั้นวางของ ตู้ลิ้นชัก รูปภาพผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้ด้านนายบวรศักดิ์ เดินทางไปปฏิบัติภารกิจสุดท้าย ร่วมการประชุมว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตและความซื่อสัตย์ระดับโลก (OECD) ปี 2026 ที่ประเทศฝรั่งเศส โดยเจ้าตัวเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวสั้น ๆ ว่า “ขอไม่ให้สัมภาษณ์”ทั้งนี้มีรายงานว่า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา จะรับตำแหน่งในรัฐบาลนายอนุทินแทน ซึ่งเป็นบุคคลที่เคยทำงานใกล้ชิดกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 และนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย โดยวันนี้นายปกรณ์ ได้ส่งคณะทำงานมายื่นเอกสารเพื่อตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติแล้ว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“พิพัฒน์” เผย “นายกฯ” สั่งการภายในสัปดาห์นี้ต้องไม่มีภาพปั๊มไม่มีน้ำมันขาย
Politics2026 Mar 23 :: 09:34

“พิพัฒน์” เผย “นายกฯ” สั่งการภายในสัปดาห์นี้ต้องไม่มีภาพปั๊มไม่มีน้ำมันขาย

“พิพัฒน์” เผย “นายกฯ” สั่งการภายในสัปดาห์นี้ต้องไม่มีภาพปั๊มไม่มีน้ำมันขาย คาด สุดสัปดาห์นี้มีน้ำมันสูตรใหม่ ดีเซลB20 ขายให้ภาคอุตสาหกรรม - เลขาสภาพัฒน์ฯ คาด 1-2 วัน สถานการณ์น้ำมันดีขึ้น เผย ไม่พบปั๊มผิดปกติ หลัง DSI ลุยตรวจ หลังนายกฯ สั่งการติดป้ายราคาที่คลัง - แจงเหตุส่งน้ำมันขาด บางปั๊มส่งทางท่อ ต้องรอรอบตามปฏิทินวันที่ 23 มี.ค. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แถลงภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)โดยระบุว่าขณะนี้ข่าวที่ปรากฏในแต่ละวัน มีทั้งภาพความโกลาหลหรือความตื่นตระหนกในเรื่องของสถานีบริการที่เข้าไปเติมน้ำมันแล้วไม่มีน้ำมันจ่ายให้ประชาชน ตนขอแจ้งให้ประชาชนรับทราบว่าในแต่ละวันโรงกลั่นและผู้ค้าตามมาตรา 7 ได้มีการนำน้ำมันอัดฉีดเข้าสู่ระบบสถานีบริการเกือบ 10,000 แห่ง จากในอดีตที่เคยเติมเข้าสู่สถานีบริการประมาณ 67 ล้านลิตร แต่ขณะนี้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 82 -84 ล้านลิตรต่อวัน แต่ยังไม่เพียงพอต่อผู้ใช้ในประเทศทั้งนี้เมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีได้ลงนามคำสั่ง ให้งดการเก็บน้ำมันสำรอง ที่จะมีการเพิ่มน้ำมันสำรองของผู้ค้าตามมาตรา7 ในวันที่ 31 มีนาคมเพิ่มอีก 1.5% และในวันที่ 10 เมษายนเพิ่มขึ้นอีก 1.5% ซึ่งรวมจะมีน้ำมันสำรองถึง 3% โดยขอให้คงน้ำมันสำรองให้มีเพียง 1% เหมือนก่อนที่จะมีสงครามเกิดขึ้น ขณะเดียวกันจะมีการหารือว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ค้าตามมาตรา 7 และโรงกลั่น ปล่อยน้ำมันและนำน้ำมันสำรองเข้าสู่ตลาด เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของผู้ใช้ทั้งหมดดังนั้นรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการว่าภายในสัปดาห์นี้จะเห็นภาพว่าไม่มีสถานีบริการใดที่บอกว่าไม่มีน้ำมันขาย เพราะจากการหารือ ผู้ค้าตามมาตรา7 ทุกบริษัทได้รับทราบและจะพยายามปฏิบัติให้ได้ตามที่นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการ ซึ่งจากการประชุมก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกบริษัทที่เป็นผู้ค้าตามมาตราเ7 และโรงกลั่นต่างๆก็พยายามที่จะกลั่นให้ได้ 100% และบางโรงกลั่นก็อาจจะทำเกิน 100% เพื่อพยายามปล่อยน้ำมันทั้งหมดให้ผู้ค้าตามมาตรา7 เพื่อบรรเทาและผ่อนคลายให้ผู้ใช้ได้อย่างเพียงพอทั้งนี้ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบว่า คาดว่าสุดสัปดาห์นี้จะมีน้ำมันดีเซล สูตรใหม่ B20 ซึ่งทางโออาร์ บางจาก เชลล์ ออกมาขายให้ผู้ใช้บริการภาคอุตสาหกรรม โดยจะขายผ่านจ๊อบเบอร์นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ แถลงภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า สำหรับผลการดำเนินงานจากที่ประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่นายกรัฐมนตรีได้ออกคำสั่งให้มีการติดประกาศราคาที่คลังน้ำมัน ซึ่งเดิมไม่เคยมี ถือเป็นการประกาศราคาไม่ให้สูงเกินกว่าราคาที่สถานีบริการ ซึ่งก็มีการดำเนินการเรียบร้อยแล้ว โดยในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ทางหน่วยงานจากกระทรวงยุติธรรม และดีเอสไอ ร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน ลงพื้นที่ตรวจคลังน้ำมันทั้งหมด 8 จุด โดยจากการลงตรวจไม่มีความผิดปกติ เพราะการลงตรวจในครั้งนี้จะดำเนินการการตรวจวัดปริมาณน้ำมันที่อยู่ในคลังและจำนวนที่ขายออกไป ทุกอย่างถูกต้องตรงกัน ไม่ได้มีความผิดปกติใดๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็เข้าใจที่ทางประชาชนได้เห็นภาพของน้ำมันในสถานีตามบริการต่างๆ ที่ยังขาดอยู่ ซึ่งในระบบการส่งน้ำมันจากคลังออกไปยังสถานีบริการต่างๆ จะมี 2-3 เรื่อง ทั้งการส่งตามท่อ ไปที่คลังน้ำมันปลายทาง และรับกันที่ปลายทางด้วยรถขนน้ำมัน แล้วจะมีรถน้ำมันที่ขนไปภาคใต้ด้วย โดยการส่งน้ำมันทางท่อจะไม่สามารถส่งน้ำมันพร้อมกันทุกชนิดได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งจะมีปฏิทินการส่งอยู่ วันนี้อาจส่งน้ำมันชนิดนี้และอีกวันอาจส่งอีกชนิดหนึ่ง ทำให้ช่วงเวลาที่ประชาชนไปซื้อน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันสูงกว่าเวลาปกติ ก็จะทำให้การส่งน้ำมันจากคลังผ่านท่อไปยังคลังปลายทางและขึ้นรถไปส่งที่สถานีบริการอาจทำได้ล่าช้า แต่โดยรวมจากที่มีการรายงานสถานการณ์ในแต่ละปั๊มขาดน้ำมันก็เริ่มปรับตัวดีขึ้น หลังจากมีการให้ขนส่งน้ำมันได้ 24 ชั่วโมง โดยจากการเติมน้ำมันโดยปกติ มีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 65 ถึง 66 ล้านลิตรเฉลี่ยประมาณ 84 ล้านลิตรต่อวัน แต่บางวันในช่วงสัปดาห์ที่มีเหตุการณ์ใหม่ๆ มีการใช้น้ำมันโดยเฉพาะดีเซลประมาณกว่า 100 ล้านลิตร เพราะฉะนั้นเวลาที่การเติมน้ำมันโดยปั๊มน้ำมันหลายแห่งในช่วงเวลาปกติหนึ่งวันจะขายอยู่ที่ 15,000 ลิตร สามารถขายได้ตั้งแต่เช้าจนถึงกลางคืน และตอนเช้าจะมีรถมาเติมน้ำมันใหม่ แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมา 15,000 ลิตรที่เติมไปในตอนเช้า ปรากฏว่าประมาณเที่ยงวันก็หมดแล้ว จึงทำให้ต้องการขนส่งน้ำมันไปเติมบ่อยขึ้นด้วยปริมาณความต้องการใช้ที่เพิ่มสูงคือในช่วงที่ผ่านมา อาจด้วยความหวั่นเกรงว่าจะไม่มีน้ำมัน ซึ่งตนยืนยันว่าน้ำมันยังมี เพราะตัวเลขที่เช็คจากกรมศุลกากรจะเห็นว่าน้ำมันดิบที่วิ่งเข้ามาในประเทศไทยหากนับตั้งแต่วันที่ 1-20 มีนาคม มีน้ำมันดิบเข้าประเทศมาแล้วกว่า 3400 ล้านลิตร ซึ่งเป็นปริมาณที่เพียงพอในการกลั่นใช้ในประเทศ เพียงแต่น้ำมันดิบที่เรากลั่นออกมาเป็นน้ำมันสำเร็จรูปภายในประเทศ จะมีกำลังการกลั่นที่อยู่ถึง 175 ล้านลิตร ส่นดีเซลก็ประมาณ 77 ล้านลิตรต่อวัน แต่ในขณะนี้ความต้องการเพิ่มขึ้นมาเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน โดยทางโรงกลั่นก็พยายามเพิ่มกำลังการผลิตเต็มที่ไม่มากนัก เพราะด้วยกำลังการกลั่นที่มีอยู่แค่นี้จึงสามารถเพิ่มได้อีกนิดหน่อย และบางการก็ใช้พลังงานที่ผลิตจากเดิม 100% เพิ่มขึ้นมาเป็น 110% ก็พยายามทำเต็มที่เพื่อให้มีน้ำมันเข้ามา ส่วนที่จะมีการเติมเข้ามาเพื่อเป็นการผ่อนคลายน้ำมันที่เราเคยมีคำสั่งไว้ให้เพิ่มขึ้น 0.5% ในช่วงสิ้นเดือนก็ผ่อนคลายออกไปโดยในเรื่องนี้จากการตรวจของดีเอสไอและกระทรวงยุติธรรม ก็ยังไม่พบสิ่งผิดปกติในการเข้าตรวจตคัลงน้ำมัน ขณะเดียวกันก็ได้มีการเข้าไปตรวจของกรมการปกครองที่สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศประมาณ 9,387 แห่ง พบว่าประมาณ 8,000 แห่งมีปัญหาด้านการขนส่ง นั่นคือน้ำมันถูกเติมจนหมดปั๊มและต้องรอให้ขนส่งวิ่งเข้าไปส่ง ขณะเดียวกันปริมาณน้ำมันที่ได้รับต่อวัน จากตัวเลขที่กรมการปกครองลงพื้นที่สำรวจ พบว่าปริมาณน้ำมันที่ได้รับต่อวันอยู่ที่ประมาณ 82 ล้านลิตร หากในเชิงปริมาณก็มีความเพียงพอที่จะให้กับประชาชนได้ และจำหน่ายอยู่ที่ 65 ล้านลิตร ซึ่งนี่เป็นผลการตรวจสอบที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา"พิพัฒน์" ยังไม่ยืนยัน ว่ามี “ไอ้โม่ง หรือไม่ รอชุด ฉก. ที่นายกตั้งตรวจสอบรื้อทั้งระบบ ชี้ หากดูตัวเลขยังพบเพียงยอดการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น-เร่งจ่ายน้ำมัน B20ให้จ๊อบเบอร์ แก้ปัญหาบริษัทขนส่งภาคใต้ขู่หยุดเดินรถ ส่วนปั้มบางจากที่สงขลาไม่ได้โควตาน้ำมัน ได้ปลดล็อคปริมาณสำรองแล้วกรณีทางสมาคมโลจิสติกส์และขนส่งภาคใต้ขู่รัฐบาลหากยังไม่มีการแก้ไขในเรื่องของน้ํามัน จะหยุดการเดินรถในการขนส่งสินค้าทั้งหมดตั้งแต่วันที่หนึ่งเมษายนนี้เป็นต้นไป โดยขณะนี้ทางผู้ค้าเชื้อเพลิงรายใหญ่หรือตามมาตรา 7 จะปล่อยน้ํามันผ่าน บริษัทตัวแทนค้าน้ํามันหรือจ็อบเบอร์ ซึ่งบริษัทขนส่งน้ํามันไม่ได้เติมน้ำผ่านปั้มน้ำมันแต่เป็นการฅื้อน้ำมันผ่าน ผ่านจ็อบเบอร์ ออกไปเติมในแทงค์ของบริษัทหรือในไซต์งานของตนเองแล้วไปเติมในรถบรรทุก ซึ่งผู้ค้าตามมาตรา 7 นั้นจะขายน้ํามันให้กับบริษัทจ็อบเบอร์ โดยเชื่อว่าหากทําแบบนี้จะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ส่วนผลจากการตรวจสอบทั้งระบบห่วงโซ่ของการขายน้ํามัน มีการพบ “ไอ้โม่ง” ซุกซ่อนในระบบหรือส่วนไหนอีกหรือไม่ หากผลการตรวจสอบพบว่าคลังน้ํามัน 8 แห่งนั้นไม่พบความผิดปกติ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า“ขณะนี้จากที่หน่วยเฉพาะกิจที่ทางนายกรัฐมนตรีได้มีการแต่งตั้งขึ้น โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดกําชับให้นายอําเภอลงตรวจสถานีบริการน้ํามันหรือปรับน้ํามันทุกแห่ง นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบผู้ค้าในลักษณะที่มีกี่แทงค์เก็บน้ํามัน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ค้าตามมาตรา 7 และผู้ค้ามาตรา 10 หรือว่าจ็อบเปอร์ ว่ามีการกักตุนน้ํามันหรือไม่ ซึ่งในขณะนี้จากการตรวจสอบยังไม่พบ นอกเหนือจากที่เจอที่จ.อ่างทอง ซึ่งเมื่อวานนี้รับทราบว่ามีความพยายามที่จะส่งน้ํามันออกไปนอกประเทศประมาณ 20,000 ลิตร ซึ่งหลังจากนี้จะมีการตรวจสอบต่อไป แต่ในเวลานี้ก็ไม่กล้าที่จะยืนยันว่าจะมีไอ้โม่งหรือไม่มีไอ้โม่ง แต่รัฐบาลจะทําการตรวจสอบโดยกระทรวงมหาดไทย และชุดเฉพาะกิจที่มีองค์ประกอบจากกระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง สํานักงานตํารวจแห่งชาติ และกระทรวงยุติธรรมที่มีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ ดีเอสเอ เข้าตรวจสอบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นโรงการคลังน้ํามัน สถานีบริการน้ํามัน และจุดอื่น ๆ ทางประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชน ถ้าคิดว่าตรงไหนมีปัญหาหรือสื่อมวลชนคิดว่าจุดไหนที่มีพฤติกรรม ขอให้แจ้งเบาะแสมายังที่ศูนย์ ศบก.”ด้านนายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวเสริมว่า คําสั่งของนายกรัฐมนตรีที่ออกมาเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วจะเป็นตัวชี้วัด เพราะทั้งผู้ค้า ทั้งผู้ประกอบการมาตรา 7และมาตรา 10 ทุกคนจะต้องรายงานตัวเลขการซื้อขายน้ำมันว่าน้ำมันไปไหน ทางกระทรวงมหาดไทยและสถานีบริการน้ํามันจะตรวจสอบย้อนกลับมาว่าเขาได้รับตามจํานวนที่มีการระบุหรือไม่ ซึ่งถ้าหากตัวเลขไม่สอดคล้องกัน นี่ไม่ครบตามจํานวนและมีการหายไปก็จะรู้ว่าหายไปไหน หายไปในช่วงไหน เมื่อได้ตัวเลขปริมาณการขายซื้อขายน้ํามันแบบวันต่อวันครบถ้วนแล้ว จะได้รู่ว่า น้ํามันไปที่ไหนบ้าง มีการเก็บกักตุนไว้ที่ไหนบ้าง หรือน้ํามันหายไปที่จุดไหน หรือหายไประหว่างทาง แต่ถ้าหากดูจากตอนนี้ จะพบว่าความต้องการใช้น้ํามันของประเทศสูงกว่าเท่าที่เคยมีมา จากเดิมที่ไม่ได้เคยผ่อนผันในเรื่องของการเก็บน้ํามันสํารอง ทําให้ผู้ค้าไม่กล้านําน้ํามันสํารองนั้นมาขาย ทําให้เกิดการขาดในบางส่วน หลังจากนี้จะพยายามตรวจสอบรันระบบติดตามความโปร่งใส ว่าน้ํามันกระจายไปที่ไหนบ้าง หรือน้ํามันเหลืออยู่ที่คลังที่ไหน ปริมาณเท่าไหร่ ผู้ค้าจะต้องรายงานมาทั้งหมด ซึ่งจะเห็นชัดเจนว่าน้ํามันไปที่ไหนส่วนกรณีผู้บริหารปั๊มน้ํามันในพื้นที่จังหวัดสงขลาออกมาร้องว่าไม่ได้รับโควตาขายน้ํามัน จะต้องรอเดือนเมษายนจึงจะได้รับน้ำมัน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ กล่าวว่า จากการ จะพูดคุยกับผู้ประกอบการปั๊มน้ํามันที่เป็นข่าว ทราบว่าเป็นปั๊มของบางจาก โดยระบุว่า น้ํามันรอบถัดไปจะมาในเดือนเมษายน ขอชี้แจงว่า ในช่วงที่ผ่านมาปริมาณการขายน้ํามันสูงกว่าที่เคยขายมาในช่วงเวลาปกติ จึงทําให้โควต้าน้ํามันในเดือนมีนาคมนั้นหมด ประกอบกับ ยังไม่มีการผ่อนคลาย การสำรองน้ำมันแต่ตอนนี้มีการผ่อนคลายแล้ว ทางบริษัทบางจากก็สามารถที่จะนําน้ํามันส่งไปยังผู้ค้าที่เป็นสถานีบริการได้แล้ว โดยหลังจากนี้ทางฝั่งทางรัฐบาลเองจะมีการติดตามในเรื่องนี้ ว่าน้ำมันจะถูกส่งไปยังสถานีบริการหรือไม่

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

‘มนพร’ เผย ‘เพื่อไทย’ ดูด้านสังคมเป็นหลัก ปัดข่าว สส.เพื่อไทย ไม่พอใจรายชื่อรัฐมนตรี ชี้สื่อลือกันไปเอง
Politics2026 Mar 23 :: 08:15

‘มนพร’ เผย ‘เพื่อไทย’ ดูด้านสังคมเป็นหลัก ปัดข่าว สส.เพื่อไทย ไม่พอใจรายชื่อรัฐมนตรี ชี้สื่อลือกันไปเอง

ภท. เรียก “พท.” ถกนโยบายรัฐบาล “อนุทิน 2” ด้าน ‘มนพร’ เผย ‘เพื่อไทย’ ดูด้านสังคมเป็นหลัก ปัดข่าว สส.เพื่อไทย ไม่พอใจรายชื่อรัฐมนตรี ชี้สื่อลือกันไปเอง ขณะที่ "เผ่าภูมิ" รอหารือดึงนโยบายยุค "เศรษฐา-อุ๊งอิ๊ง" มาต่อยอดวันที่ 23 มี.ค. 2569 ที่ พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางมาเพื่อเข้าหารือกับแกนนำพรรคภูมิใจไทย เรื่องนโยบายเตรียมพร้อมในการจัดทำนโยบายของรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภาโดยนางมนพร กล่าวว่า วันนี้จะมามีการพูดคุยถึงเรื่องนโยบายของพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทยที่มีความคล้ายคลึงกัน รวมทั้งนโยบายที่จะบรรจุไว้ในร่างแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรี ซึ่งส่วนใหญ่พรรคเพื่อไทยจะดูนโยบายด้านสังคมเป็นหลัก ซึ่งวันนี้นอกจากจะพูดคุยเรื่องนโยบายแล้ว ก็จะพูดคุยเรื่องการทำงานภายในวิปรัฐบาล และกรอบการทำงานในสภาผู้แทนราษฎรด้วยนางมนพร กล่าวถึงความชัดเจนของรายชื่อรัฐมนตรี ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทยว่า เป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรค ได้มอบหมายให้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคฯ เป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้ ส่วนที่มีกระแสข่าว สส.พรรคเพื่อไทย ไม่พอใจกับรายชื่อรัฐมนตรีนั้น นางมนพร กล่าวว่า ไม่มี มีแต่ข่าวลือจากสื่อเท่านั้นเอง แต่ภายในพรรคเพื่อไทยไม่มีเหตุการณ์แบบนั้น ซึ่งวันที่ 24มี.ค.นี้ จะมีการประชุมพรรคเพื่อไทย และมีการสัมมนา สส.ด้านนายเผ่าภูมิ กล่าวว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทยที่จะนำมาบรรจุในคำแถลงนโยบาย จะเป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทย เคยหาเสียงไว้ แต่อยู่ในขอบข่ายที่พรรคเพื่อไทยได้รับผิดชอบ ซึ่งจะต้องพูดคุยกันว่ามีข้อจำกัดหรือไม่ หรือนโยบายใดที่มีความคล้ายคลึงกัน เพื่อที่จะเดินไปข้างหน้าต่อไปเมื่อถามว่า จะได้เห็นนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ทำค้างไว้ในสมัยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือไม่ นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า จะต้องมีการหารือ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้หารือว่านโยบายใดที่จะสามารถสานต่อได้ หรือนโยบายใดที่จะสามารถทำตามที่ได้หาเสียงไว้ โดยวันนี้ถือว่า จะเป็นการพูดคุยอย่างเป็นทางการ ก็จะมีการหารือกันในรายละเอียดเชิงนโยบายเมื่อถามว่า หากจะใช้นโยบายของพรรคเพื่อไทย จะต้องหยิบยกมาทั้งหมด หรือต้องดัดแปลงให้เข้ากับนโยบายของพรรคภูมิใจไทย นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็จะต้องมีความกลมกล่อมซึ่งในมิติของการทำงานร่วมรัฐบาลกัน ต้องปรับกันบ้าง และทำให้สอดคล้องกัน เพื่อให้สามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศเมื่อถามว่า หากพรรคภูมิใจไทยจะมีการปรับนโยบายของพรรคเพื่อไทยบางส่วนจะยินดีหรือไม่ นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า ต้องมีการหารือกัน และต้องหารือให้ได้นโยบายที่ดีที่สุดต่อประชาชน และดีที่สุดในการทำงานร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ธิษะณา” ชี้ รัฐขยับเร็วรับวิกฤตน้ำมัน หลังออกมาตรการฉบับ 2 จี้ เปิดสภาถกโปร่งใส ปมฝ่ายค้านถูกปิดโอกาสยื่นญัตติด่วน
Politics2026 Mar 23 :: 07:51

“ธิษะณา” ชี้ รัฐขยับเร็วรับวิกฤตน้ำมัน หลังออกมาตรการฉบับ 2 จี้ เปิดสภาถกโปร่งใส ปมฝ่ายค้านถูกปิดโอกาสยื่นญัตติด่วน

“ธิษะณา” ชี้ รัฐขยับเร็วรับวิกฤตน้ำมัน หลังออกมาตรการฉบับ 2 จี้ เปิดสภาถกโปร่งใส ปมฝ่ายค้านถูกปิดโอกาสยื่นญัตติด่วนวันที่ 23 มี.ค. 69 ที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึง การทำงานของรัฐบาลในช่วง 3 สัปดาห์แรกและการทำหน้าที่ของพรรคประชาชนในฐานะว่าที่พรรคฝ่ายค้าน ว่า คิดว่าตอนนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเพิ่งออกมาประกาศเป็นราชกิจจานุเบกษา เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ซึ่งมองว่าตอนนี้อยู่ในช่วงวิกฤตและน่าจะมีการออกนโยบายการช่วยเหลือคนกลุ่มเปราะบางและกลุ่มที่ได้รับผลกระทบกลุ่มแรกๆ จึงคิดว่าเป็นการที่เคลื่อนไหวที่รวดเร็วส่วนพรรคประชาชนหรือพรรคฝ่ายค้านก็เห็นว่าพยามที่จะยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาในการพูดเรื่องวิกฤติน้ำมันแต่ถูกปิดการประชุมไปก่อน จึงหวังว่าจะได้มีการพูดคุยกันในรัฐสภาอย่างโปร่งใสในเรื่องนี้

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ศบก. ยันยังไร้คนไทยบาดเจ็บจากวิกฤตตะวันออกกลาง พร้อมตรึงราคาน้ำมันต่อเนื่อง
Politics2026 Mar 23 :: 07:01

ศบก. ยันยังไร้คนไทยบาดเจ็บจากวิกฤตตะวันออกกลาง พร้อมตรึงราคาน้ำมันต่อเนื่อง

ศบก. ยันยังไร้คนไทยบาดเจ็บจากวิกฤตตะวันออกกลาง พร้อมตรึงราคาน้ำมันต่อเนื่อง คุมเข้มสินค้าป้องกันฉวยขึ้นราคาสถานการณ์ตะวันออกกลางยังตึงเครียดสูง มีการโจมตีตอบโต้กันต่อเนื่อง รวมถึงการโจมตีใกล้พื้นที่สำคัญในอิสราเอลและประเทศ GCC อิหร่านเตือนอาจโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่แน่นอน หลังสหรัฐเรียกร้องให้เปิดเส้นทาง WHO เรียกร้องทุกฝ่ายลดความรุนแรงและคุ้มครองพลเรือน ไทยเร่งช่วยเหลือคนไทย ทั้งอพยพแรงงานในอิหร่านและดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตในอิสราเอล รวมช่วยคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้ว 1,479 คน พร้อมย้ำให้ติดตามข่าวและติดต่อสถานทูตใกล้ชิดก.พลังงาน ยัน ตรึงราคาดีเซล-เบนซินอยู่หมัด ชี้ น้ำมันในไทยยังถูกกว่าในอาเซียนราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง โดยน้ำมันดิบดูไบแตะ 158 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้นกว่า 122% ส่งผลกดดันราคาพลังงานไทย แต่รัฐใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงช่วยพยุงราคาไม่ให้กระทบค่าครองชีพมาก ปัจจุบันดีเซลอยู่ที่ 31.14 บาท/ลิตร และแก๊สโซฮอล์ E10 ที่ 33.5 บาท/ลิตร ยังต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน ภาครัฐยังส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า พร้อมขอความร่วมมือประชาชนประหยัดพลังงาน เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศพณ.ยันกำกับดูแลราคาสินค้าอย่างต่อเนื่อง ป้องกันผู้ค้าฉวยโอกาสขึ้นราคากระทรวงพาณิชย์ดูแลราคาสินค้า 59 รายการ โดยสินค้าจำเป็นต้องขออนุญาตก่อนปรับราคา ส่วนของใช้ทั่วไปต้องแจ้งล่วงหน้า มีการเข้มงวดตรวจสอบต้นทุนและการจำหน่าย ป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาไม่เป็นธรรม จากผลกระทบน้ำมันแพง ได้สั่งทบทวนรายการสินค้าควบคุมให้เหมาะกับสถานการณ์ เร่งช่วยประชาชนผ่านโครงการ “ธงฟ้าราคาประหยัด” และ “ปุ๋ยธงเขียว” ลดค่าครองชีพและต้นทุนเกษตรกร พร้อมลงพื้นที่ตรวจตลาด 23–25 มี.ค. และเปิดสายด่วน 1569 รับร้องเรียนอย่างใกล้ชิด

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ประชาธิปัตย์” เปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์เช็คราคาสินค้าขึ้นเกินควร ด้าน “กรณ์” จี้รัฐบาล ตอบให้ชัด น้ำมันหายไปไหน
Politics2026 Mar 23 :: 06:49

“ประชาธิปัตย์” เปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์เช็คราคาสินค้าขึ้นเกินควร ด้าน “กรณ์” จี้รัฐบาล ตอบให้ชัด น้ำมันหายไปไหน

“ประชาธิปัตย์” เปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์เช็คราคาสินค้าขึ้นเกินควร ด้าน “กรณ์” จี้รัฐบาล ตอบให้ชัด น้ำมันหายไปไหน ทำไมปั้มน้ำมันถูกลดโควตา หากนายกฯบอกไม่มี ไอ้โม่ง เพราะถูกจับได้ แต่ตอนที่ยังจับไม่ได้คือไอ้โม่งวันที่ 23 มี.ค. 69 ที่ พรรคประชาธิปัตย์ นางการดี เลี่ยวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอแนวทางการแก้ไขเรื่องปัญหาราคาสินค้าแก่รัฐบาล รวมทั้งปัญหาน้ำมันที่อยู่ในสภาวะขาดแคลนนายกรณ์ กล่าวว่า ปัญหาขาดแคลนน้ํามันเป็นปัญหาสําคัญ ตนได้ตรวจสอบพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ที่เดือดร้อนมาก ล่าสุดสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย เพราะน้ํามันยังส่งไปที่ปั้มน้ํามันไม่เป็นปกติ แม้ว่าตอนนี้รัฐบาลจะบอกให้ดําเนินการกลั่นไปที่ 104% และลดยอดการส่งออก จากเดิม 200,000 ลิตรต่อวัน เหลือเพียงแค่ 50,000 ลิตรต่อวัน แต่ปั้มน้ํามันกลับรายงานตรงกันว่าคลังน้ํามันได้รับน้ํามันน้อยกว่าปกติ จึงขอให้รัฐบาลช่วยเร่งรีบตรวจสอบส่วนผลกระทบต่อราคาสินค้าราคาครองชีพ มันเป็นต้นทุนสําคัญในการทําธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนการผลิต การขนส่ง กรมธุรกิจการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จะต้องระมัดระวังไม่ให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าจําเป็นในช่วงการขึ้นราคาเป็นการฉวยโอกาส รัฐบาลจะต้องตระหนักว่ามีสินค้าประเภทไหนที่รอคิวที่จะปรับขึ้นราคาเพื่อออกมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนอย่างทันท่วงที กรมการค้าภายในควรมีแนวทางกำกับให้ชัดเจน เช่น ปุ๋ยเคมี สินค้าที่พึ่งพาพลาสติก น้ำมันปาล์ม น้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้นด้านนางกานดี ได้เสนอแพล็ตฟอร์มจับตา เป็นแพล็ตฟอร์มจะจับสัญญาณสินค้าที่จะขยับราคาขึ้น ในหลายหมวดหมู่สินค้า เช่น เป็นอาหาร เครื่องดื่ม น้ํามัน พลังงานของใช้ในบ้าน ค่ายเดินทาง ยา เวชภัณฑ์ วัสดุก่อสร้าง วัตถุดิบการเกษตร วัตถุดิบการผลิต และ สินค้าเทคโนโลยี โดยระบบจะให้ประชาชนรายงานสินค้าที่ราคาสูงขึ้นผิดปกติ สามารถระบุรายละเอียดราคาที่เพิ่มขึ้น พร้อมภาพถ่าย และพิกัดพื้นที่ที่สินค้าราคาแพงขึ้น สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ราคาสินค้าและพื้นที่ได้ เพื่อให้กระทรวงพาณิชย์นำไปตรวจสอบ แม้เดิมจะมีวิธีการตรวจสอบราคาสินค้าทุกเดือนอยู่แล้ว แต่แพลตฟอรมนี้เป็นเครื่องมือเสริม ชี้เป้าจุดวิกฤตนำไปสู่การวางแผนนโยบายการช่วยเหลือประชาชนได้ตรงเป้าหมาย และให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้นด้วยขณะที่ปัญหา ผู้ประกอบการสินค้าได้ต่อคิวขอปรับราคาขึ้น นายกรณ์กล่าวว่าหน่วยงานรัฐควารประมินคำขอขึ้นราคาเทียบต้นทุน ซึ่งตอนนี้ยอมรับว่าต้นทุนสูงขึ้น แต่ที่สำคัญคือการกำกับราคาไม่ให้สูงกว่าความเป็นจริงส่วนปัญหาปริมาณน้ำมันที่ปั้มได้รับแค่ครึ่งหนึ่งนั้น นายกรณ์ กล่าวว่า สามารถตรวจสอบได้ ตรวจได้ง่ายมาก ขณะนี้ผู้ประกอบการปั๊มน้ํามันไม่สามารถอธิบายให้ประชาชนได้เข้าใจว่าทําไมเพราะอะไร ทำไมน้ํามันหมด แต่ว่ารัฐบาลบอกว่าประชาชนว่ามี และก่อนหน้านี้ ประชาชนรับรู้กาาจํากัดในเรื่องการเติมน้ํามันไม่เกิน 500 บาท ตอนนี้สงสัยว่าน้ำมันอยู่ที่ไหน ยังไม่เห็นคําชี้แจงจากกรมธุรกิจพลังงานและบริษัทใหญ่อย่าง เช่น ปตท.ว่า น้ํามันอยู่ที่ใดส่วนกรณีที่ตรวจพบเจอผู้ประกอบการกักตุนน้ำมันที่จ.อ่างทองและที่ อ.แม่สอด จ.ตาก การตรวจสอบควรมีความโปร่งใส ทําให้ให้คลี่คลายความกังวลของประชาชน แต่วิธีการที่รัฐบาล บริหารจัดการ และการสื่อสารไม่ชัดเจน ส่วนตนขอมองปก่อนว่า จะมีเรื่องปัญหาเรื่องไฟฟ้าตามมา เกี่ยวกับค่าไฟ จะเป็นประเด็นที่ถกเถียงในสังคมต่อไปอย่างแน่นอน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะยื่นญัตติด่วน เพื่อให้สภาเปิดอภิปรายเรื่องของวิกฤตพลังงานและผลกระทบต่อประชาชนและราคาสินค้า ในวันพุธที่ 25 มีนาคมนี้ผู้สื่อข่าวถามว่าในกรณีที่มีเจ้าหน้าที่กองปราบไปตรวจคลังน้ำมันที่จ.อ่างทองไม่ถือว่าเป็นไอ้โม่งเพราะว่าสามารถจับกุมและตรวจสอบได้แล้ว มีมุมมองกับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง และในปัญหาของการสื่อสารของรัฐบาลในตอนนี้ที่บอกว่ามีน้ำมันเพียงพอซึ่งขัดแย้งกับทางปั๊มน้ำมันที่แจ้งว่าได้น้ำมันแค่ครึ่งหนึ่งจากปกติ คิดว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการผิดพลาดหรือปกปิดอะไรอยู่หรือไม่นายกรณ์ กล่าวว่า อันดับแรกต้องขอให้มีข้อมูลที่ชัดเจน รัฐบาลสามารถตามน้ำมันทุกหยดได้ ตั้งแต่จากน้ำมันดิบไปสู่โรงกลั่น ออกจากโรงกลั่นเท่าไหร่ ไปที่ไหน รัฐบาลสามารถวัดได้อยู่แล้ว ทำไมถึงยังเป็นประเด็นถกเถียงกันอยู่ ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า คิดว่ามีเจตนาในการปกปิดอะไรบางอย่างหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า “มันมีคนที่ปกปิดอยู่อันนั้นชัดเจน รัฐบาลมีอำนาจในการหาข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นขอให้สื่อสารอย่างชัดเจนเพื่อคลี่คลายความกังวล ลดความขัดแย้งที่ไม่จำเป็นในประเด็นประชาชนกำลังเดือนร้อน”นางการดี กล่าวเสริมว่า ประเด็นหลักๆคือความโปร่งใสเรื่องข้อมูล การบริหารจัดการและการสื่อสารที่ถูกต้อง ตนคิดว่าเป็น 3 อย่างที่ตอนนี้รัฐบาลจะช่วยคลี่คลายข้อสงสัย เพราะความไม่แน่ใจความไม่มั่นใจ ทำให้เกิดความตื่นตระหนก แล้วนี่คือผลกระทบที่เกิดขึ้น นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีตลาดราคาน้ำมัน 3 ราคา มีราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่ได้รับการชดเชย ราคาน้ำมันที่ขายผ่านจ๊อบเบอร์ที่ไม่ได้มีการชดเชยและราคามันเขียวที่ขายให้กับประมงที่ไม่ได้รับการชดเชยแต่ได้รับการยกเว้นภาษี เมื่อนโยบายของรัฐบาลโดยเจตนาต้องการให้มีน้ำมันได้ถึง 3 ราคา สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือการบริหารจัดการให้กลุ่มผู้ที่ควรจะต้องซื้อในราคาไหน เขาอยู่ในราคานั้น แต่ถ้ารัฐบาลเปิดให้มี 3 ราคา แต่หละหลวมมากในการบริหารจัดการควบคุมไม่ให้มีการซื้อข้ามตลาด สิ่งที่เกิดขึ้นคือความวุ่นวายเพราะโดยธรรมชาติทุกคนจะวิ่งไปสู่ตลาดที่ราคาต่ำที่สุด นั้นคือหนึ่งในปัญหาแต่ไม่ใช่ทั้งหมด ฉะนั้นเป็นเรื่องของการบริหารจัดการการที่มีน้ำมัน 3 ราคา มีเหตุผลอของมัน เราต้องการที่ช่วยเหลือชาวประมง ต้องการช่วยเหลือประชาชน ในขณะเดียวกันเราก็มองว่าตลาดของภาคอุตสาหกรรมก็ควรเป็นตลาดต่างหาก เป็นไม่มีการบริหารจัดการที่ดีที่ตะควบคุมไม่ให้มีการข้ามตลาด จึงทำให้เกิดความวุ่นวาย ฉะนั้นทั้งหมดแล้วคือความชัดเจนความโปร่งใสและความเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการ ตอนนี้ขาดทุกอย่างผู้สื่อข่าวถามย้ำอีกว่า สรุปแล้วในเรื่องนี้มีไอ้โม่งไหมนายกรณ์ กล่าวว่า “ตนไม่รู้ว่าไอ้โม่งคืออะไร คือคนที่กักตุนใช่ไหม อย่างที่นายกว่าถ้าจับได้เมื่อไหร่ก็ไม่ใช่ไอ้โม่งแล้วแต่ก่อนที่จะจับได้มันก็คือไอ้โม่งอยู่”นายกรณ์กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลจะต้องมีมาตรการที่ชัดเจนว่าจะต้องกำกับอย่างไร ตอนนี้ภาคอุตสาหกรรมไปซื้อน้ำมันหน้าปั้ม ซึ่งเป็นราคาน้ำมันที่ได้รับการชดเชยจากกองทุนน้ำมัน ทำให้หนี้กองทุนน้ำมันเพิ่มขึ้น สร้างความไม่เป็นธรรมกับประชาชนที่จะต้องมาชดเชยจุดนี้แทน มันเป็นข้อเท็จจริงที่ผู้ประกอบ และประชาชนได้สะท้อนมา

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ข่าวร้ายคนไทย! น้ำมันแพงไม่พอ มาม่าจ่อขึ้นราคาตาม สว.จี้กระทรวงพาณิชย์เร่งควบคุมราคาสินค้า
Politics2026 Mar 23 :: 04:55

ข่าวร้ายคนไทย! น้ำมันแพงไม่พอ มาม่าจ่อขึ้นราคาตาม สว.จี้กระทรวงพาณิชย์เร่งควบคุมราคาสินค้า

ข่าวร้ายคนไทย! น้ำมันแพงไม่พอ มาม่าจ่อขึ้นราคาตาม ผู้ประกอบการแบกต้นทุนไม่ไหว สว.จี้กระทรวงพาณิชย์เร่งควบคุมราคาสินค้า อย่าฉวยโอกาสขึ้นราคา แนะประชาชนปลูกผัก-เลี้ยงไก่ เอาตัวรอดวันที่ 23 มี.ค. 2569 ที่ รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม โดยน.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ สว. เสนอญัตติด่วนขอให้วุฒิสภาพิจารณาปัญหาผลกระทบต่อประเทศไทยจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง โดยน.ส.รัชนีกรกล่าวว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นส่งผลให้เส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลกหยุดชะงัก ก่อให้เกิดวิกฤตด้านเศรษฐกิจและพลังงาน ในประเทศไทยหลายพื้นที่ปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการประชาชน แม้รัฐบาลจะยืนยันยังไม่เข้าสู่ภาวะขาดแคลนน้ำมัน แต่หากสถานการณ์ความขัดแย้งยังยืดเยื้อ จะกระทบต่อประเทศไทยในวงกว้าง เสี่ยงขาดแคลนพลังงานในประเทศ ในด้านเศรษฐกิจ คาดว่าจีดีพีไทยจะปรับตัวลดลงอย่างน้อย1% โดยเฉพาะภาคการส่งออกไปตะวันออกกลาง มีมูลค่าความเสียหายกว่า 60,000ล้านบาท รัฐบาลต้องเร่งหาแนวทางเพิ่มจีพีดีส่วนอื่นชดเชยความสูญเสียดังกล่าว ส่วนภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนัก มีการยกเลิกเที่ยวบินกว่า 1,000เที่ยว ปรับเส้นทางบินหลีกเลี่ยงพื้นที่ตะวันออกกลาง ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวบางส่วนตกค้างในหลายพื้นที่ท่องเที่ยว รัฐบาลจึงต้องแสดงจุดยืนไม่นำประเทศไทยไปเป็นส่วนหนึ่งของสงครามหรือความขัดแย้ง ขณะที่การบริหารจัดการด้านพลังงาน ผู้กำหนดนโยบายต้องไม่มีส่วนได้เสียกับธุรกิจน้ำมัน แก้ปัญหาอย่างโปร่งใส เป็นธรรมจากนั้นสว.หลายคนอภิปรายไปแนวทางเดียวกัน เป็นห่วงวิกฤติพลังานในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในหลายด้าน โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมัน ที่กำลังจะสร้างผลกระทบไปยังภาคการเกษตรที่ต้องใช้น้ำมันทำการเกษตร มีผลให้ราคาปุ๋ย อาหารสัตว์แพงขึ้น และยังกระทบไปถึงค่าใช้จ่ายที่ผู้บริโภคต้องเผชิญราคาสินค้าแพงขึ้นนายปฏิมา จิระแพทย์ สว. กล่าวว่า วิกฤติพลังงานกระทบราคาสินค้าทุกประเภท เช่น ราคาไข่ไก่สูงขึ้น 20 สตางค์ต่อฟอง ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 22มี.ค. ได้คุยกับผู้บริหารบริษัท สหพัฒนพิบูลย์ ได้รับแจ้งว่า มาม่ากำลังขึ้นจะราคา มาม่าเป็นดัชนีชี้วัดความอยู่รอดประชาชน ในฐานะสินค้าราคาถูก ทานแล้วอิ่ม ฝากกระทรวงพาณิชย์ควบคุมราคาสินค้า สินค้าบางประเภท ไม่ให้ฉวยโอกาสขึ้นราคา แต่บางรายการขึ้น เพราะต้นทุนสูงขึ้น แต่การขึ้นราคาต้องมีคำอธิบายว่าประกอบด้วยต้นทุนอะไรบ้าง ราคาที่ขึ้นคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของราคาสินค้า ไม่ใช่ขึ้นจาก 5บาท เพิ่มเป็น 10บาท สิ่งที่อยากฝากคือ การประชาสัมพันธ์ใช้น้ำมันเขียวในภาคเกษตรกรรมมากขึ้น ขณะที่กิจกรรมที่จะทำช่วงต้นเดือนเม.ย. เรื่องปลูกผัก บางคนหัวเราะในช่วง 1ปีที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันถือเป็นคำแนะนำให้ประชาชน เรื่องปลูกผัก เลี้ยงไก่ 2ตัวต่อครัวเรือนและเลี้ยงปลา เป็นทางออกของการดำรงชีวิตระยะยาว หากเกิดวิกฤติรุนแรง

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

นายกฯ เรียกถกปัญหาพลังงาน-น้ำมัน ก่อนประชุม ศบก. บ่ายนี้ ด้าน ว่าที่ รมต.เร่งส่งเอกสารสอบคุณสมบัติ หลังติดโผ ครม.
Politics2026 Mar 23 :: 04:20

นายกฯ เรียกถกปัญหาพลังงาน-น้ำมัน ก่อนประชุม ศบก. บ่ายนี้ ด้าน ว่าที่ รมต.เร่งส่งเอกสารสอบคุณสมบัติ หลังติดโผ ครม.

นายกฯ เรียกถกปัญหาพลังงาน-น้ำมัน ก่อนประชุม ศบก. บ่ายนี้ ด้าน ว่าที่ รมต.เร่งส่งเอกสารสอบคุณสมบัติ หลังติดโผ ครม.วันที่ 23 มีนาคม 2569 ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าปฎิบัติภารกิจตามปกติ โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงคมนาคม , นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงการคลัง , พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.กระทรวงยุติธรรม , นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.กระทรวงพลังงาน และนายวราวุธ ศิลปอาชา เพื่อหารือถึงปัญหาน้ำมันในประเทศไทย ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางทั้งนี้ มีรายงานว่า นายอนุทิน ได้ยกเลิกภารกิจตลอดทั้งวันแต่วันนี้ และในวันเดียวกัน เวลา 13.00 น. นายพิพัฒน์ จะเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี คณะทำงานของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และพลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.กระทรวงยุติธรรม เข้ายื่นเอกสารเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรี หลังมีชื่อติดโผ ครม. และในช่วงบ่ายวันนี้ทางรัฐมนตรีตามโผของพรรคภูมิใจไทย จะเดินทางเข้ายื่นเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติด้วยเช่นเดียวกัน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

กระชากหน้ากากคดีฮั้ว สว. แฉข้อพิรุธ กกต.ตั้งชุดพิเศษส่อฟอกขาวขบวนการทุจริตเลือกวุฒิสภา
Politics2026 Mar 23 :: 00:41

กระชากหน้ากากคดีฮั้ว สว. แฉข้อพิรุธ กกต.ตั้งชุดพิเศษส่อฟอกขาวขบวนการทุจริตเลือกวุฒิสภา

กระชากหน้ากากคดีฮั้ว สว. แฉข้อพิรุธ กกต.ตั้งชุดพิเศษส่อฟอกขาวขบวนการทุจริตเลือกวุฒิสภา “ประชาชน” หวั่นกระทบบิ๊กนักการเมือง-ว่าที่ รมต.เอี่ยวโพยจ้างเลือกลอยนวลวันที่ 23 มี.ค. 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธ์ โฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงการตรวจสอบรัฐบาลชุดใหม่ว่า มีหลายกรณีที่ต้องตรวจสอบ บางกรณีอาจไม่ได้เชื่อมโยงเฉพาะแค่รัฐบาลโดยตรง แต่จะเชื่อมไปถึงองค์กรอื่นด้วย อย่างกรณีคดีฮั้วเลือกสว. เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เร่งด่วน เพราะสุ่มเสี่ยงมาก ทุกครั้งที่กกต.ประชุมประจำสัปดาห์ ถ้าวันใดมีมติออกมาเห็นด้วยกับคณะอนุกรรมการวินิจฉัยที่ 36 กลายเป็นว่าทำให้คดีฮั้วเลือกสว.ผ่านกลไกกกต.เสร็จสิ้นลงและไปไม่ถึงศาล ขอชี้ให้เห็นภาพชัดว่าทำไมกกต.ไม่ควรมีเหตุผลที่ไม่ส่งศาล เมื่อไปเปรียบเทียบกับคดีก่อนหน้านี้ในปี 68 คดีนั้นมีแค่ข้อความไลน์ระหว่างผู้สมัครสว. 2 คน ที่อาจขอคะแนนกัน ไม่กี่ข้อความ แต่คดีนี้กกต.เห็นว่ามีหลักฐานเพียงพอส่งเรื่องไปที่ศาล และศาลฎีกาพิพากษาว่าผิด ดังนั้นคดีฮั้วเลือกสว.มีหลักฐานชัดเจนกว่า แล้วกกต.จะไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล ก็ต้องจับตาดูการทำงานของกกต.อย่างใกล้ชิด“เดิมพอเรื่องถึงกกต. มีการตั้งคณะไต่ส่วนชุดที่ 26 ทำงานร่วมระหว่างกกต.กับกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ทำสำนวนละเอียด คาดมีทั้งหลักฐานนัดพบ โพย ว่าจ้าง เส้นทางการเงิน สรุปผู้ที่ถูกกล่าวหากระทำความผิดกว่า 220 คน มีทั้งกว่า 130 สว. อีกกว่า 90 คนเป็นสมาชิกหรือเครือพรรคการเมือง หลายชื่ออยู่ในว่าที่ครม.ชุดใหม่ พอคณะไต่สวนมีมติเช่นนี้ ส่งเรื่องให้กกต.พิจารณาส่งศาล แต่กกต.กลับใช้วิธีตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยที่ 36 ขึ้นมา จนถูกตั้งคำถาม เพราะปกติมีอนุกรรมการวินิจฉัย 35 อนุกรรมการ และสุ่มอนุกรรมการมาพิจารณาแต่ละคดี เพื่อไม่ให้สามารถวิ่งเต้นได้ล่วงหน้าหรือรู้ว่าอนุกรรมการไหนรับผิดชอบคดีอะไร แต่คดีโกงสว. กกต.ใช้วิธีตั้งคณะอนุกรรมการที่ 36 ขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษสำหรับเรื่องนี้ ผลที่วินิจฉัยไม่มีใครมีมูลความผิด กลับสวนทางกับคณะไต่ส่วนชุดที่ 26 อย่างสิ้นเชิง จึงต้องจับตาดู เมื่อไหร่ก็ตามกกต.มีมติไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล มันทำให้เส้นทางนี้ถูกปิดกั้นทันที” นายพริษฐ์ระบุ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

โผ ครม.อนุทิน 2 โค้งสุดท้าย “บวรศักดิ์” ไม่ไปต่อ พปชร.ยังต้องลุ้น "รัชดา" เต็ง 1 โฆษก รบ.
Politics2026 Mar 23 :: 00:25

โผ ครม.อนุทิน 2 โค้งสุดท้าย “บวรศักดิ์” ไม่ไปต่อ พปชร.ยังต้องลุ้น "รัชดา" เต็ง 1 โฆษก รบ.

โผ ครม.อนุทิน 2 โค้งสุดท้าย “บวรศักดิ์” ไม่ไปต่อ พปชร.ยังต้องลุ้น "รัชดา" เต็ง 1 โฆษก รบ.สำหรับความคืบหน้าการจัดตั้ง ครม. อนุทิน 2 ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนใหญ่รายชื่อยังคงเป็นไปตามโผที่ออกมาก่อนหน้านี้ โดยบุคคลที่มีชื่อได้รับการพิจารณาเสนอแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีได้รับการติดต่อให้กรอกประวัติหมดแล้ว ล่าสุด มีบางคนได้ให้เจ้าหน้าที่ไปส่งประวัติและคุณสมบัติที่ตึกสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แล้วเพื่อให้เลขาธิการ ครม.ตรวจสอบ ซึ่งครั้งนี้ได้ให้แต่ละคนเดินทางมายื่นด้วยตัวเองที่ตึก สลค. แตกต่างจาก ครม.อนุทิน 1 ที่รวบรวมแล้วนำไปยื่นทีเดียว โดยตลอดสัปดาห์นี้ผู้ที่ได้รับการติดต่อให้เป็นรัฐมนตรีจะทยอยเดินทางไปยื่นที่ตึก สลค. ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ต้องการให้เสร็จสิ้นโดยเร็วอย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ จนขณะนี้ไม่มีชื่อใน ครม.อนุทิน 2 ขณะที่นายบวรศักดิ์เองเคยให้สัมภาษณ์ยอมรับว่ายังไม่ได้รับการทาบทามอยู่ต่อ ซึ่งต้องจับตาว่า จะให้ใครมาทำหน้าที่แทนเนื่องจากนายอนุทินต้องการให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอยู่ เช่นเดียวกับในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งมี 5 เสียง ยังไม่พบว่า มีรายชื่อบุคคลของพรรคอยู่ในโผ ครม.อนุทิน 2นอกจากนี้ มีรายงานว่า ขณะนี้ได้มีการวางตัว น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีชื่อจะมาเป็นโฆษกประจำสำนักนายกฯ ใน ครม.อนุทิน 2

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

มึงตายไม่ได้! "ชาดา" รับป่วยหนักคอแข็ง ถูกล้อว่าเมายา เปิดใจอาการหนักกว่า ปี 66 แต่ขอสู้เพื่อประชาชน
Politics2026 Mar 22 :: 13:15

มึงตายไม่ได้! "ชาดา" รับป่วยหนักคอแข็ง ถูกล้อว่าเมายา เปิดใจอาการหนักกว่า ปี 66 แต่ขอสู้เพื่อประชาชน

มึงตายไม่ได้! "ชาดา" รับป่วยหนักคอแข็ง ถูกล้อว่าเมายา เปิดใจอาการหนักกว่า ปี 66 แต่ขอสู้เพื่อประชาชนวันที่ 22 มี.ค. 2569 นายชาดา ไทยเศรษฐ์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า วันที่ 19 ที่ผ่านมา ทำให้นึกถึงตอนที่เลือกคุณพิธาเป็นนายกฯ ผมอภิปรายวันนั้นปี 66 ชีวิตผมเปลี่ยนไป แต่วันนั้นเป็นช่วงที่ปวดคอมากแทบตั้งคอไม่ได้ มีสื่อเอารูปผมไปทำท่าสบัดคอ เอาไปล้อว่าเมาของเมายา ผมสวนก็ไปบ้าง แต่ความจริงมันก็ยึกยักจริง ที่ผ่านมา 2 ปี กว่า 3 ปี เลือกนายกฯ หมาแก่อย่างเราไร้ความหมายนั่งดู แต่วันนี้ไม่ยึกยักแล้ว แต่คอแข็งหันไม่ได้เลย เวลาหันต้องหันทั้งตัวทรมานมากหนักกว่าปี 66 เยอะ แต่ไม่โดนแซว วันนี้อยากบอกว่าผมหนักจริงๆ ไม่รู้ว่าจะได้เห็นปี 70 หรือไม่ แต่สิ่งสำคัญคือภาระหน้าที่ และคะแนนที่ทุกท่านมอบให้นั้นมันยิ่งใหญ่ และมันเป็นสิ่งพูดไม่ออก มันจุกในหัวอก มันตื้อไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ คิดได้แต่บอกมึงตายไม่ได้ ดา เอ้ย ภาระต่อพี่น้องประชาชนยังมีอีกมากมาย สู้หน่อยสู้นะจ๊ะ (ปวดคอนอนบ่หลับ)

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“พริษฐ์” เปิดเกมฝ่ายค้าน 4 ภารกิจ ตรวจสอบพลังงาน-พร้อมรับมือคดี 44 สส.ก้าวไกล
Politics2026 Mar 22 :: 12:25

“พริษฐ์” เปิดเกมฝ่ายค้าน 4 ภารกิจ ตรวจสอบพลังงาน-พร้อมรับมือคดี 44 สส.ก้าวไกล

“พริษฐ์” เปิดเกมฝ่ายค้าน 4 ภารกิจ ตรวจสอบพลังงาน-เยียวยาน้ำท่วม-แก้เกษตร ดันกฎหมาย-ซักนโยบายรัฐ พร้อมรับมือคดี 44 สส.ก้าวไกลวันที่ 22 มี.ค. 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ให้สัมภาษณ์กับ The Room 44 ถึงแนวทางการปรับกระบวนทัพของพรรคประชาชนในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล หลังภาพการเมืองชัดเจนภายหลังการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนายพริษฐ์ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าพรรคการเมืองใดจะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน แต่หลังการลงมติเลือก อนุทิน ชาญวีรกูล ทำให้เห็นชัดว่าพรรคที่ไม่สนับสนุนจะทำงานในฝั่งฝ่ายค้าน โดยในต้นสัปดาห์หน้าจะมีการนัดหารือกันอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อกำหนดแนวทางทำงานร่วมกันสำหรับกรอบการทำงานฝ่ายค้าน แบ่งออกเป็น 4 ด้านหลัก ได้แก่1. ตรวจสอบวิกฤตพลังงานพริษฐ์ย้ำว่า พรรคฝ่ายค้านจะเร่งตรวจสอบการรับมือวิกฤตพลังงานและน้ำมันของรัฐบาล โดยก่อนหน้านี้พรรคประชาชนพยายามเสนอญัตติด้วยวาจาในวันประชุมสภาที่มีการเลือกนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ได้รับการพิจารณา อย่างไรก็ตาม ล่าสุดได้ยื่นญัตติเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว และคาดว่าจะถูกหยิบยกขึ้นอภิปรายในสัปดาห์หน้าเขามองว่าวิกฤตดังกล่าวมีหลายมิติ ทั้งราคาน้ำมัน ค่าไฟ ราคาปุ๋ย ค่าครองชีพ และผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว ซึ่งมีแนวโน้มยืดเยื้อจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง2. ญัตติเร่งด่วนตรวจสอบรัฐบาลพรรคประชาชนยังได้ยื่นญัตติอื่นเพิ่มเติม เช่น การติดตามการเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้ การแก้ปัญหาราคาพืชผลเกษตร และการตรวจสอบโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่กระทบประชาชน รวมถึงประเด็นต่อเนื่องจากเหตุอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม3. ผลักดันกฎหมายพริษฐ์เปิดเผยว่า พรรคได้เสนอร่างกฎหมายกว่า 30 ฉบับ ครอบคลุมการปฏิรูปการศึกษา ความโปร่งใสข้อมูลภาครัฐ และกฎหมายประกันสังคม โดยจะหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อผลักดันร่วมกัน4. เตรียมอภิปรายนโยบายรัฐบาลฝ่ายค้านเตรียมใช้เวทีแถลงนโยบายของรัฐบาลเป็นเวทีสำคัญในการตรวจสอบ ทั้งในแง่ความสมเหตุสมผลของนโยบาย และคุณสมบัติของคณะรัฐมนตรีนอกจากนี้ นายพริษฐ์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงท่าทีของนายกรัฐมนตรีต่อวิกฤตพลังงาน โดยมองว่าการสื่อสารบางส่วน “สวนทาง” กับสถานการณ์จริง เช่น การระบุว่าสาเหตุปัญหาน้ำมันขาดแคลนเกิดจากประชาชนกักตุน ขณะที่ข้อมูลจากผู้ประกอบการสะท้อนว่าปริมาณน้ำมันที่ได้รับลดลงรวมถึงกรณีการปฏิเสธว่าไม่มีการกักตุน ก่อนจะมีการจับกุมผู้กระทำผิดในเวลาต่อมา ทำให้เกิดคำถามต่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาล ซึ่งพริษฐ์เห็นว่าความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญในการคลี่คลายวิกฤตในประเด็นคดีจริยธรรมอดีต สส. 44 คน พริษฐ์ยอมรับว่าอาจกระทบต่อการทำหน้าที่ในสภา หากมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะ สส. ปัจจุบันราว 10 คน อย่างไรก็ตาม พรรคได้เตรียมแผนรองรับไว้แล้ว ทั้งการจัดสรรบทบาทใหม่ในสภารวมถึงความเป็นไปได้ในการปรับโครงสร้างตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพื่อให้สามารถแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านได้ตามรัฐธรรมนูญ หากเกิดสถานการณ์ที่หัวหน้าพรรคไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยย้ำว่าบทบาทผู้นำฝ่ายค้านมีความสำคัญต่อกลไกตรวจสอบและการทำงานในสภาอย่างยิ่ง

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ปชน.เตรียมเคลียร์ปมงูเห่าสีส้ม ยันต้องมีบทลงโทษหนักที่สุด ชี้ช่องแก้ รธน.ปราบงูเห่า
Politics2026 Mar 22 :: 11:44

ปชน.เตรียมเคลียร์ปมงูเห่าสีส้ม ยันต้องมีบทลงโทษหนักที่สุด ชี้ช่องแก้ รธน.ปราบงูเห่า

ปชน.เตรียมเคลียร์ปมงูเห่าสีส้ม ยันต้องมีบทลงโทษหนักที่สุด ชี้ช่องแก้ รธน.ปราบงูเห่าวันที่ 22 มี.ค. 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีสส.พรรคประชาชนระบนายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี พรรคประชาชน ที่เป็นงูเห่าของพรรคได้เป็น สส.เพราะซื้อเสียงว่า เรื่องที่คนในพรรคสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น มีการตรวจสอบเบื้องหลังบางอย่าง อาจมีความเข้าใจผิด ที่ผ่านมาอาจมีข่าวลือจากการพูดคุยภายในพรรค แต่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับไทม์ไลน์ที่มาที่ไปเบื้องหลังปัญหา ในฐานะทีมบริหารได้พูดคุยกับฝ่ายบริหารพรรค จะมีการสื่อสารกับ สส. และองคาพยพพรรคประชาชนเร็วๆ นี้ เพื่อเล่าถึงเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น ให้ทุกคนมีข้อมูลชุดเดียวกัน ยืนยันพรรคพร้อมลงโทษอย่างเด็ดขาด ให้ สส.งูเห่าได้รับบทลงโทษหนักที่สุดจากการกระทำนี้ แต่ขอหารือที่ประชุมสส. จะลงโทษรูปแบบใด จากนั้นจะแถลงข่าวเร็วๆนี้ การซื้อเสียงเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ส่วนที่พรรครับรู้ก่อนหน้านี้หรือไม่ว่าสส.ดังกล่าวซื้อเสียงเข้ามา คิดว่าอาจเป็นความเข้าใจผิดหรือข่าวลือที่เกิดขึ้น ในพรรคมีระบบรับฟังความเห็น ผ่านคณะกรรมการสรรหา ขณะนี้กำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องหลังตั้งแต่ต้นถึงปัจจุบันว่าผ่านกระบวนการสรรหาอย่างไร เช่น การเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชน เมื่อตรวจสอบย้อนหลังกรณีนายสุริยาไม่มีการร้องเรียนเข้ามา บางทีตัวแทนพรรคบางส่วนอาจได้ยินข่าวลือว่า พรรครับรู้มาแล้วหรือไม่ แต่เหตุใดยังให้ลงสมัครต่อ ขอเรียนว่าบางส่วนอาจเป็นความเข้าใจผิด ขอทำความเข้าใจให้เป็นที่สิ้นสุดข้อเท็จจริงเดียวกัน จะลงโทษให้หนักที่สุดเท่าที่คนเป็นงูเห่าต้องได้รับส่วนที่ยืนยันวันโหวตนายกฯจะไม่มีงูเห่าเกิดขึ้นนั้น ก่อนโหวตเชื่อว่าจะไม่มีงูเห่า เพราะบริบทขณะนี้รัฐบาลเสียงข้างมากมีเสถียรภาพ ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำลายความคิดที่คิดว่าไม่ควรจะเกิดขึ้น อยากตั้งคำถามกลับว่าทำเช่นนี้ทำไปเพื่ออะไร เหตุที่ให้สัมภาษณ์ยืนยันเช่นนั้น เพราะหากเหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้น มีแค่เสียงลือเสียงสะท้อน ในฐานะหัวหน้าพรรคต้องยืนยันว่าจะต้องเชื่อมั่นเพื่อนสส.ร่วมพรรค หากเขาไม่ได้เป็นงูเห่าจริงเท่ากับตนในฐานะผู้นำไปทำลายความเชื่อมั่นเชื่อใจระหว่างเพื่อนร่วมงานหรือไม่นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยอมรับว่า เป็นเหตุผลที่เราฟังหูไว้หู ต้องมีน้ำหนักแม้จะได้รับเสียงสะท้อนมา แต่การให้สัมภาษณ์ต่อสาธารณะไม่สามารถกล่าวหาเพื่อนร่วมได้ จนกว่าจะมีการกระทำเช่นนั้นเกิดขึ้นจริง มีตัวแทนในพรรคคุยกับนายสุริยามาตลอด แต่จะขอความชัดเจนหลังมีการพูดคุยสอบสวนข้อเท็จจริง จะชี้แจงในพรรคว่ากระบวนการสรรหาที่ผ่านมาเป็นอย่างไร การแก้ปัญหางูเห่าต้องแก้ที่ระบบการเมือง หากรัฐธรรมนูญยังออกแบบบิดเบี้ยว เปิดช่องให้คนที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาขายตัวเองให้พรรคอื่นเอาเงินมาซื้อได้ นอกจากจะเกิดเหตุกับพรรคประชาชนแล้ว ยังอาจเกิดเหตุแบบเดียวกันกับพรรคการเมืองอื่นด้วย มองว่า สส.งูเห่าจะไม่หมดจากการเมืองเมืองไทย หากจะแก้เรื่องนี้นอกจากกระบวนการตรวจสอบในพรรคต้องเข้มข้นมากขึ้น การแก้รัฐธรรมนูญและกติกาการเมืองเป็นสิ่งสำคัญ หวังว่ารัฐบาลใหม่จะผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญตามเจตจำนงประชาชน ไม่ครอบงำองค์กรอิสระหรือกลไกทางการเมืองให้อยู่กับพวกตัวเองอย่างเดียวปชน.สร้างอาสาส้มทั่วประเทศพรรคประชาชน จัดกิจกรรมพบปะอาสาส้ม เพื่อร่วมเป็นเครือข่ายประชาชน ช่วยเป็นหูเป็นตา แจ้งปัญหา และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า เป็นกิจกรรมที่ต้องการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งในพื้นที่ให้พรรคประชาชน ตั้งเป้าจะให้ครบทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ กว่า 75,000หมู่บ้าน ในพื้นที่กทม.ป็นพื้นที่ฐานเสียงที่เข้มแข็งจึงตั้งใจใช้เป็นพื้นที่นำร่องให้ทุกคนมามีส่วนร่วมในการทำงานการเมืองแบบฉบับพรรคประชาชน คือทำงานการเมืองเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน อย่างน้อยการเฝ้าคูหาเลือกตั้งจะได้มีอาสาส้มกระจายตัวทุกพื้นที่เฝ้าคูหาเลือกตั้งปกป้องคะแนนเสียงประชาชน และเครือข่ายอาสาส้มยังเข้ามาพัฒนานโยบายทั้งการสำรวจปัญหาในพื้นที่ เช่น วิกฤตพลังงาน ได้ใช้อาสาส้ม ปัจจุบันมี 4,000 กว่าคนทั่วประเทศไปสำรวจ ส่งข้อมูลกลับมาที่พรรค ในสัปดาห์หน้าจะสรุปข้อมูลส่งต่อไปยังรัฐบาล ในเวทีสภาผู้แทนราษฎรจะยื่นญัตติด่วน ส่งข้อมูลไปยังรัฐบาลให้เห็นว่าประชาชนเดือดร้อนอย่างไรให้เวลารัฐบาลทำงานก่อนยื่นซักฟอกเมื่อถามถึงสนามการเลือกตั้งผู้ว่ากทม. เตรียมคนลงแล้วหรือยังทั้งตัว สก.และผู้ว่าฯ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตอนนี้มีความพร้อมและยืนยันว่าส่งครบทุกเขต ด้านนโยบายก็พร้อมเช่นเดียวกัน เร็ว ๆ นี้พร้อมเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ยังอยากให้ทุกคนฝากความหวังไว้กับพรรคประชาชนได้ในสนามการเลือกตั้งกทม. เชื่อว่าทั้งตัวแคนดิเดตและนโยบาย รวมถึงสส. 33 เขตจะเป็นตัวเลือกดีที่สุดสำหรับประชาชน ส่วนการยื่นซักฟอกรัฐบาลนั้น ถ้าดูตามปฏิทินทางการเมืองตอนนี้ อาจต้องให้เวลารัฐบาลทำงานสักระยะหนึ่งก่อนแต่ไม่ได้หมายความว่าจะลดระดับการตรวจสอบ การยื่นญัตติ การตั้งกระทู้ถามหรือขับเคลื่อนในกรรมาธิการ จะเดินหน้าเต็มที่แน่นอน แต่การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจยื่นได้แค่ครั้งเดียวในปีสมัยประชุม ต้องพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วย ตอนนี้ยังเร็วไปที่จะพูดเรื่องนี้ แต่ถ้ามีประเด็นใหญ่ๆ เข้ามาเราพร้อมเดินหน้าเต็มที่ ไม่ลดระดับการตรวจสอบรัฐบาล

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

พท.รอความชัดเจนแจ้งชื่อ 8 รมต.วันสัมมนาพรรค 24 มี.ค.นี้ มั่นใจไม่เกิดแรงกระเพื่อมในพรรค
Politics2026 Mar 22 :: 11:14

พท.รอความชัดเจนแจ้งชื่อ 8 รมต.วันสัมมนาพรรค 24 มี.ค.นี้ มั่นใจไม่เกิดแรงกระเพื่อมในพรรค

พท.รอความชัดเจนแจ้งชื่อ 8 รมต.วันสัมมนาพรรค 24 มี.ค.นี้ มั่นใจไม่เกิดแรงกระเพื่อมในพรรคนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงรายชื่อโควตารัฐมนตรี 8คน ของพรรคเพื่อไทยที่ส่งให้พรรคภูมิใจไทย บางคนอาจมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติที่มีคดีถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)แจ้งข้อกล่าวหาว่า คิดว่ารายชื่อที่ส่งไปไม่น่าจะมีปัญหา แต่คงต้องรอความชัดเจนจากการประชุมสัมมนาพรรคในวันที่ 24มี.ค.นี้ ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค น่าจะมีการแจ้งให้ทราบถึงรายชื่อผู้ได้เป็นรัฐมนตรี ตอนนี้หลายคนยังสับสนอยู่ว่า อันไหนจริงหรือปลอม ผู้สื่อข่าวถามว่า รายชื่อครม.ที่พรรคเพื่อไทยส่งไปอาจมีปัญหาในส่วนน.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เนื่องจากถูกดีเอสไอเรียกไปรับทราบข้อหาคดีบุกรุกที่ดินรัฐหาดสวนยา อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี นายวิสุทธิ์ตอบว่า ไม่แน่ใจจะมีปัญหากระทบต่อการรับตำแหน่งหรือไม่ แต่เชื่อว่าไม่เป็นปัญหา ถ้ามีปัญหาจริงก็เชื่อว่า อาจส่งชื่อคนในเครือข่ายมาดำรงตำแหน่งแทน ทุกอย่างเป็นไปได้หมดผู้สื่อข่าวถามว่า ความรู้สึกสส.ส่วนใหญ่รับได้กับรายชื่อครม.ของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายวิสุทธิ์ตอบว่า มีหลายฝ่าย ต่างคนก็คิดกันไปคนละทาง การที่มีคนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย จะพอใจหรือไม่พอใจในรายชื่อที่ออกมาถือเป็นเรื่องปกติทางการเมือง สุดท้ายทุกคนต้องเคารพมติพรรค ไม่น่าจะมีแรงกระเพื่อมใดๆเกิดขึ้น เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่กลุ่มนิวเจนในพรรคเพื่อไทยได้โควตาเก้าอี้รัฐมนตรีรอบนี้หลายคน นายวิสุทธิ์ตอบว่า อาจเป็นเพราะมีความสามารถมาก คนเก่าๆอาจมือไม่ถึง ขึ้นอยู่กับมติพรรคจะเห็นอย่างไร ไม่มีปัญหา “ธงธรรม” ยัน พท.โหวตหนุน “อนุทิน” ตามกลไก ปชต. ขอรอดูผลลัพท์ผลักดันนโยบาย พท.สู่นโยบาย รบ.เพื่อ ปชช.นายธงธรรม เวชยชัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "สำคัญกว่ากลไก คือ ผลลัพท์ต่อประชาชน" เริ่มเห็นหลายๆ คน พยายามผลักความผิดให้พรรคเพื่อไทยในการโหวตคุณอนุทินฯ เป็นนายกรัฐมนตรี บ้างว่าข้าโหวต 4 เดือน เอ็งโหวต 4 ปี และรวบรวมเก็บ Digital Footprint ของสส.พรรคเพื่อไทย สำหรับการลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีในสภาฯผมเห็นว่า หากมีความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาอย่างแท้จริง จะตระหนักได้ว่าการที่ผม รวมถึงเพื่อนสมาชิกของพรรคเพื่อไทย ลงมติสนับสนุนคุณอนุทิน อย่างเป็นเอกฉันท์นั้นเป็นกลไกปกติของระบบ ไม่ใช่สิ่งผิดวิสัยแต่อย่างใด- พรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคที่ได้เสียงของประชาชนมาเป็นอันดับ 1 และได้รับความไว้วางใจ และความชอบธรรมในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล- พรรคเพื่อไทย ได้รับเทียบเชิญเพื่อร่วมรัฐบาล และ- พรรคภูมิใจไทย สามารถรวบรวมเสียงข้างมากในสภาฯ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อได้ทุกอย่างเป็นไปตามหลักการ และกลไกอย่างไม่มีอะไรผิดเพี้ยน แต่สิ่งที่สำคัญกว่ากลไก คือ “ผลลัพธ์ต่อประชาชน”การตัดสินใจในการร่วมรัฐบาลครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้มีโอกาสในการนำนโยบายที่เราใช้หาเสียงกับประชาชน ไปร่วมบรรจุในนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้แน่ใจว่านโยบายที่เราเคยให้สัญญาไว้ จะไม่หายไป แต่จะถูกผลักดันให้เกิดขึ้นจริงในรัฐบาลรอติดตามถึงสิ่งที่พรรคเพื่อไทยจะผลักดันเพื่อพี่น้องประชาชนกันต่อไปครับ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ปชน. จับตาว่าที่ รมต.มีคดีติดตัว อุบไต๋ยื่นจริยธรรม
Politics2026 Mar 22 :: 08:36

ปชน. จับตาว่าที่ รมต.มีคดีติดตัว อุบไต๋ยื่นจริยธรรม

ปชน. จับตาว่าที่ รมต.มีคดีติดตัว อุบไต๋ยื่นจริยธรรมวันที่ 22 มี.ค. 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) กล่าวถึงกรณี คุณสมบัติของรัฐมนตรีที่มีรายชื่อออกมาในขณะนี้หลายคนมีปัญหาเรื่องคดีความ พรรคฝ่ายค้านจะยื่นตรวจสอบจริยธรรม หรือไม่ ว่า คงต้องรอความชัดเจนก่อนว่าโฉมหน้า ครม.จะออกมาอย่างไร และใครนั่งในเก้าอี้ใดบ้าง ว่าที่รัฐมนตรีหลายคนมีปัญหาในเรื่องคุณสมบัติ เมื่อมีความชัดเจนในเรื่องการแต่งตั้ง ครม.แล้วพรรคจะมีการหารือกันในเรื่องนี้อีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร ส่วนกรณีการตรวจสอบนายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี เขต 7 พรรคปชน. ที่สวนมติพรรคโหวต หนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ นั้น พรรคกำลังเรียกตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยในการประชุมพรรควันที่ 24 มี.ค.นี้จะพิจารณาว่าจะดำเนินการกับนายสุริยาอย่างไร ซึ่งพรรคจะมีมาตรการที่ชัดเจนออกมาแน่นอน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ศบก.ย้ำคนไทยเร่งอพยพพ้นพื้นที่เสี่ยง ชี้สถานการณ์สู้รบยังรุนแรง ผันแปรสูง เผยช่วยคนไทยเดินทางกลับแล้ว 1,475 คน
Politics2026 Mar 22 :: 08:01

ศบก.ย้ำคนไทยเร่งอพยพพ้นพื้นที่เสี่ยง ชี้สถานการณ์สู้รบยังรุนแรง ผันแปรสูง เผยช่วยคนไทยเดินทางกลับแล้ว 1,475 คน

ศบก.ย้ำคนไทยเร่งอพยพพ้นพื้นที่เสี่ยง ชี้สถานการณ์สู้รบยังรุนแรง ผันแปรสูง เผยช่วยคนไทยเดินทางกลับแล้ว 1,475 คนวันที่ 22 มี.ค. ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือคนไทยว่า พี่น้องคนไทยหากเดินทางไปต่างประเทศขอให้ระมัดระวังและตื่นตัว กระทรวงการต่างประเทศมีคำแนะนำ 3 ประการ ข้อแรก ขอให้ติดหมายเลขสายด่วนของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยในประเทศที่เดินทางไป เผื่อในกรณีฉุกเฉินจะได้สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศได้อย่างทันท่วงทีข้อ 2 ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากสื่อสังคมออนไลน์ของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ รวมทั้งของหน่วยงานประเทศที่ท่านเดินทางไป และหากมีคำเตือนมีคำแนะนำใดๆ ก็ขอให้ปฏิบัติตามโดยเคร่งครัดข้อ 3 ขอให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า Thai consular ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางที่ท่านสามารถใช้ติดต่อหรือขอความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในประเทศที่เดินทางไปได้นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความรุนแรง โดยคู่ขัดแย้งหลักรวมถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ยังคงโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่องเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 ซึ่งอยู่ในช่วงการเฉลิมฉลองวันอีฎิลฟิตริของชาวมุสลิมและช่วงปีใหม่ของเปอร์เซีย โดยนอกจากการมุ่งเป้าฐานปฏิบัติการของสหรัฐฯในประเทศต่างๆ แล้ว ยังคงมีการขยายการโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในหลายประเทศของภูมิภาค ซึ่งส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านพลังงานของโลกมากขึ้นขณะเดียวกันสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงตึงเครียด แม้รมว.ต่างประเทศของอิหร่านยืนยันว่าเรือต่างชาติสามารถสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ หากมีการแจ้งและตกลงเงื่อนไขร่วมกันล่วงหน้ากับอิหร่านก็ตาม ในขณะที่ล่าสุดมีการเรียกร้องโดยประธานาธิบดีสหรัฐฯให้มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชั่วโมงนอกจากนี้ มีการออกแถลงการณ์ร่วมจาก 22 ประเทศ อาทิ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส แคนาดา เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ซึ่งรวมกันผลักดันให้มีการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย ในกรณีพลังงานสหรัฐฯได้ออกหนังสืออนุญาตระยะสั้นเพื่ออนุญาตให้มีการขายน้ำมันของอิหร่านซึ่งตกค้างอยู่บนเรือบรรทุกน้ำมัน และจะทำให้น้ำมันประมาณ 140 ล้านบาร์เรล เข้าสู่ตลาดโลกอย่างรวดเร็ว เพื่อบรรเทาการขาดแคลนน้ำมันนายปาณิดล กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์โดยรวมยังคงมีความผันแปรสูง กระทรวงการต่างประเทศจึงขอย้ำอีกครั้งให้คนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด ติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการอย่างเคร่งครัด รวมทั้งแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบเรื่องที่ 2 ความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ ประเทศแรกคืออิสราเอล จากกรณีแรงงานไทยในอิสราเอล 1 คนที่เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิด สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ยังคงออกประกาศย้ำเตือนให้คนไทยที่อยู่ในอิสราเอลให้เพิ่มความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยจากทางการอย่างเคร่งครัด สำหรับอิหร่านและตุรกี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา อยู่ระหว่างการประสานอพยพแรงงานไทยอีก 4 คน และนักศึกษาอีก 7 คน รวมทั้งสิ้น 11 คน เดินทางทางบกข้ามไปตุรกีเพื่อเดินทางกลับประเทศไทยต่อไปนายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับท่านที่ยังอยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง ตนขอย้ำอีกครั้งว่าขอให้ทุกท่านติดตามสถานการณ์จากช่องทางทางการเพื่อประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือให้ออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางมายังประเทศไทยหรือไปประเทศที่ 3 รวมทั้งสิ้น 1,475 คน รัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในพื้นที่อันตรายให้ออกมาในโอกาสแรกด้วยความปลอดภัย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"กระทรวงพาณิชย์" ลุยตรวจสอบสถานประกอบการกว่า 2 พันแห่ง พบส่วนใหญ่ไม่ปิดแสดงสินค้า
Politics2026 Mar 22 :: 07:53

"กระทรวงพาณิชย์" ลุยตรวจสอบสถานประกอบการกว่า 2 พันแห่ง พบส่วนใหญ่ไม่ปิดแสดงสินค้า

"กระทรวงพาณิชย์" ลุยตรวจสอบสถานประกอบการกว่า 2 พันแห่ง พบส่วนใหญ่ไม่ปิดแสดงสินค้า ขายไม่ตรงราคาแสดง ดำเนินคดีเปรียบเทียบปรับแล้ว กรมการค้าภายในยันใช้มาตรการกม.จริงจัง พร้อมขยายธงฟ้า-ธงเขียว ให้ครอบคลุมวันที่ 22 มี.ค. 2569 ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) น.ส.ญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ แถลงว่า จากสถานการณ์ต้นทุนด้านพลังงานและปัจจัยการผลิตที่ยังมีความผันผวนอยู่ในขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์มีการติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า ต้นทุนการผลิต รวมถึงปริมาณสินค้าอย่างใกล้ชิด โดยได้ส่งทีมงานลงพื้นที่ติดตามเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ และที่สำคัญที่สุดก็คือพี่น้องประชาชนผู้บริโภคน.ส.ญาณี กล่าวว่า สำหรับผลการติดตามตรวจสอบกำกับดูแลสถานการณ์สินค้าเชิงรุกอย่างใกล้ชิดในช่วงวันที่ 1 - 20 มีนาคม รวมทั้งสิ้น 2,321 กรณี ตนขอสรุปดังนี้ จากการลงพื้นที่ตรวจจริงทั่วประเทศ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะติดตามดูแลสถานการณ์ที่ได้รับผลกระทบ โดยการตรวจสอบร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด พลังงานจังหวัด คณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ(กจร.) ซึ่งได้มีการตรวจสอบสถานประกอบการไปแล้วทั้งสิ้น 2,021 กรณี ประกอบด้วยสถานีบริการน้ำมัน 1,262 แห่ง ร้านจำหน่ายปุ๋ยเคมี 433 แห่ง และตลาดค้าปลีกค้าส่ง 326 แห่ง เพื่อที่จะกำกับดูแลราคาสินค้า เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง ป้องกันการปฏิเสธจำหน่าย และดูแลปริมาณสินค้าให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน ซึ่งจากการตรวจสอบในระดับจังหวัด พบการกระทำผิดในกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า 10 ราย และได้ดำเนินคดีตามกฎหมายน.ส.ญาณี กล่าวว่า ในส่วนของการลงพื้นที่ตรวจจริง ตามที่ประชาชนได้เรียนผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 เราได้มีการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน ทางด้านราคาและปริมาณสินค้าไปแล้วทั้งหมด 300 คำร้อง แบ่งเป็นในพื้นที่กทม.53 คำร้อง และต่างจังหวัด 247 คำร้อง ซึ่งได้ตรวจสอบแล้วเสร็จ 99 คำร้อง แยกเป็นกทม. 42 คำร้อง และต่างจังหวัด 57 คำร้อง ซึ่งจากการตรวจสอบพบการกระทำผิดในกรณีที่ไม่ได้ติดป้ายแสดงราคาสินค้า 12 ราย ซึ่งได้มีการดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย พบในพื้นที่เขตบางซื่อ ลาดพร้าว วัฒนา พญาไท บางกอกน้อย คลองเตย สวนหลวง ประเวศ และบางบอน นอกจากนี้ก็ยังพบกรณีที่จำหน่ายสินค้าไม่ตรงกับราคาที่แสดง 3 ราย ในพื้นที่คลองเตย ยานนาวา บางขุนเทียน ซึ่งได้มีการดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายแล้วน.ส.ญาณี กล่าวว่า ขณะเดียวกันยังมีเรื่องร้องเรียนในเรื่องของการจำหน่ายสินค้าเกินสมควรอีก 25 คำร้อง ซึ่งขั้นตอนในการดำเนินการจากที่เราได้รับคำร้องแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะได้มีการเรียกเอกสารมาวิเคราะห์ต้นทุน หากตรวจสอบพบว่ามีการตั้งราคาสูงเกินสมควร ก็จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด ทั้งนี้จากการตรวจสอบ ยังไม่พบการกระทำความผิดจำนวน 79 ราย และยังเรื่องที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบอยู่ 201 คำร้อง แบ่งเป็นในเขตกทม. 11 คำร้อง และต่างจังหวัดอีก 190 คำร้อง ซึ่งในส่วนนี้ กรมการค้าภายในจะได้มีการตรวจสอบเชิงรุก เข้มงวดการคาดโทษและติดตามการตรวจสอบและรายงานตัวเลขการตรวจสอบทุกวัน ในเวลา 15.30 น.อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์ยังได้มีการดำเนินงานเชิงรุก ในการที่จะร่วมกับภาคเอกชนและภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง ในการที่จะช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ และเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมชี้เป้าร้านค้าและแหล่งจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด เพื่อสร้างเครือข่ายข้อมูลราคาสินค้าทั่วประเทศ ควบคู่ไปจากการเฝ้าระวังพฤติกรรมการขึ้นราคา โดยส่วนหนึ่งคือกรมการค้าภายในได้ร่วมกับตลาดสด ในความส่งเสริมของกรมการค้าภายใน รวมถึงร่วมกับสมาคมตลาดสด ตลาดกลาง ที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศ ในการเร่งติดตามและประชาสัมพันธ์การจำหน่ายสินค้าที่เป็นราคาปกติ รวมถึงจะใช้กลไกร้านค้าธงฟ้า ร้านอาหารราคาประหยัดที่อยู่ในความส่งเสริมของกรม ให้เป็นช่องทางช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ผู้ประกอบการ ภาคประชาชน ในการที่จะดูแลราคาสินค้าให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมน.ส.ญาณี กล่าวว่า ส่วนของมาตรการในการที่จะเพิ่มเติม โดยทางกระทรวงพาณิชย์ โดยรมว.พาณิชย์ ได้มีการเตรียมมาตรการเฉพาะกิจในการที่จะช่วยเหลือกลุ่มที่ต้องพึ่งพาน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ผู้ขนส่ง หรือประชาชนที่มีรายได้น้อย ในการลดภาระค่าครองชีพ ผ่านโครงการธงฟ้าราคาประหยัด ลดค่าครองชีพให้กับประชาชน ซึ่งเราได้มีการดำเนินการอยู่แล้ว แต่จะมีการขยายจุดจำหน่ายสินค้าจำเป็นราคาพิเศษทั่วประเทศให้ครอบคลุมทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ และชุมชน รวมถึงในส่วนของมาตรการลดต้นทุนให้กับเกษตรกร คือโครงการธงเขียวราคาประหยัด ในการที่จะช่วยดูแลปุ๋ยสูตรต่างๆ ที่เกษตรกรจำเป็นจะต้องใช้ ในช่วงฤดูกาลผลิตที่จะมาถึงนี้ ในส่วนที่กระทรวงพาณิชย์ได้มีการเตรียมพร้อมที่จะดำเนินการน.ส.ญาณี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ขอยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณสินค้าอย่างต่อเนื่องและอย่างใกล้ชิด พร้อมใช้มาตรการทางกฎหมาย ในการกำกับดูแลอย่างจริงจัง เพื่อที่จะดูแลค่าครองชีพประชาชน และรักษาระบบสินค้าและบริการของประเทศ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“เทพไท” หวั่น เร่งตั้ง “รัฐบาล” เพื่อกดดัน“ศาลรธน.” พิจารณาคำร้องเลือกตั้งโมฆะหรือไม่
Politics2026 Mar 22 :: 07:21

“เทพไท” หวั่น เร่งตั้ง “รัฐบาล” เพื่อกดดัน“ศาลรธน.” พิจารณาคำร้องเลือกตั้งโมฆะหรือไม่

“เทพไท” หวั่น เร่งตั้ง “รัฐบาล” เพื่อกดดัน “ศาลรธน.” พิจารณาคำร้องเลือกตั้งโมฆะหรือไม่วันที่ 22 มีนาคม 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส.นครศรีธรรมราชและนักวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองโพสต์คลิปภาพและเสียงถึงการตั้งรัฐบาลในหัวเรื่อง “เร่งตั้งรัฐบาล กดดันศาลรัฐธรรมนูญ?” มีสาระใจความว่า เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้มีมติเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี และในวันที่ 20 มีนาคม 2569 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้จัดพิธีรับสนองพระบรมราชโองการ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้จะมีการฟอร์มคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่า คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ที่มีจำนวน 35 คน แต่ได้ส่งรายชื่อให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตรวจสอบคุณสมบัติถึง 40 คน เพื่อต้องการให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียด ถ้าหากไม่ผ่านคุณสมบัติ ก็สามารถที่จะคัดออก ถือว่าเป็นรายชื่อสำรอง5คน แสดงให้เห็นว่า นายอนุทินพยายามเร่งรัดจัดให้มีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ให้เร็วที่สุด และเชื่อว่าต่อจากนี้ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ จะมีรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯเมื่อได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีแล้ว หลังจากนั้นจะนำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ และแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งสามารถคาดการณ์ได้ว่า คณะรัฐมนตรีชุดอนุทิน2 สามารถเข้าปฎิบัติหน้าที่ได้ ก่อนสงกรานต์ปีนี้อย่างแน่นอน เพราะมีการเร่งรัด หรือที่เรียกกันว่า รวบหัวรวบหาง เพื่อให้มีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าทำงานได้อย่างรวดเร็ว อย่างน้อยเป็นการกดดันการพิจารณาคดีการเลือกตั้งว่า เป็นโมฆะหรือไม่ของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะกระบวนการในศาลรัฐธรรมนูญ ต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง จะต้องเปิดโอกาสให้คณะกรรมการเลือกตั้งหรือกกต. ยื่นเอกสารชี้แจงภายใน 15 วัน ซึ่งอาจจะมีการขยายวันเวลาออกไปอีกก็เป็นไปได้“จึงทำให้ระยะเวลาการพิจารณาคำร้องของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน อาจจะใช้เวลาพอสมควร เมื่อรัฐบาลชุดใหม่ดำเนินการบริหารประเทศไปแล้วสักระยะหนึ่ง อาจจะมีกระแสกดดันให้ศาลรัฐธรรมนูญ ได้ชั่งน้ำหนักว่า จะให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ ในขณะที่รัฐบาลใหม่ได้เดินหน้าบริหารประเทศไปได้แล้ว และถ้าหากว่าผลการวินิจฉัยออกมาเป็นโมฆะ ต้องเลือกตั้งใหม่ อาจจะมีกระแสกดดันว่า ทำให้ประเทศถอยหลังเข้าคลอง ซึ่งเป็นกระบวนการหนึ่งของฝ่ายการเมืองที่กดดันศาลรัฐธรรมนูญ แต่อย่างไรก็ตามก็เชื่อว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีความหนักแน่นเพียงพอ และยึดมั่นในหลักการของกฎหมายและวินิจฉัยตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด จึงเชื่อว่า ไม่ว่าฝ่ายการเมืองจะกดดันการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญมากน้อยเพียงใด ก็ไม่สามารถโน้มน้าวหรือกดดันคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้อย่างแน่นอน” นายเทพไท กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ปลัด มท. กำชับผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ บูรณาการทุกภาคส่วนดูแลประชาชนควบคู่บริหารและรับมือ 3 ภัยในช่วงฤดูร้อน
Politics2026 Mar 22 :: 07:14

ปลัด มท. กำชับผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ บูรณาการทุกภาคส่วนดูแลประชาชนควบคู่บริหารและรับมือ 3 ภัยในช่วงฤดูร้อน

ปลัด มท. กำชับผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ บูรณาการทุกภาคส่วนดูแลประชาชนควบคู่บริหารและรับมือ 3 ภัยในช่วงฤดูร้อน "ไฟป่า/หมอกควัน/ฝุ่นPM2.5 - ภัยแล้ง - พายุฤดูร้อน" สแตนบายสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมงวันที่ 22 มี.ค. 69 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ เมื่อเวลา 06.00 น. ของวันนี้ โดยใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง เนื่องจากความกดอากาศต่ำจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมในบริเวณดังกล่าว สำหรับภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ทั้งนี้ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการสะสมของฝุ่นละอองหรือหมอกควันอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงค่อนข้างมาก เนื่องจากมีการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์น้อยถึงปานกลาง จึงขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อน และระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ในบางพื้นที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้มีข้อสั่งการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 พร้อมทั้งกำชับอย่างต่อเนื่อง โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในช่วงฤดูร้อน ปี 2569 ทั้ง 3 ภัย ได้แก่ 1) การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) 2) การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และ 3) การรับสถานการณ์พายุฤดูร้อน"ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)" ให้เฝ้าระวัง ติดตาม และประเมินสถานการณ์ที่ส่งผลต่อการเกิดเหตุในพื้นที่ และสร้างการรับรู้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยรับทราบสถานการณ์และแนวทางปฏิบัติตนให้เกิดความปลอดภัย พร้อมทั้งประสานการปฏิบัติร่วมกับฝ่ายทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ เครื่องจักรกลปฏิบัติการด้านภัยจากไฟป่าและหมอกควัน ให้พร้อมปฏิบัติการแก้ไขปัญหาตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่การมีส่วนร่วมของชุมชน/หมู่บ้าน ประชาชนจิตอาสา ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงดูแลสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด"ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง" ให้ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุที่ได้ซักซ้อมไว้ โดยให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นลำดับแรก รวมถึงน้ำเพื่อการเกษตรกรรม และป้องกันอาชญากรรมจำพวกการลักขโมยเครื่องสูบน้ำและทรัพย์สินอื่น ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพของประชาชน และเฝ้าระวังเหตุอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นจากความร้อนและการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้า ทั้งภายในหมู่บ้าน ชุมชน และพื้นที่ประกอบเกษตรกรรม โดยรถดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีน้ำสำหรับระงับเหตุได้ทันที"ด้านการรับสถานการณ์พายุฤดูร้อน" ให้เฝ้าระวัง ติดตามสภาพอากาศ และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกำชับเจ้าหน้าที่หมั่นตรวจตราความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร ป้ายโฆษณา เสาไฟฟ้า สิ่งก่อสร้าง ไม้ยืนต้นตามถนน และสถานที่สาธารณะต่าง ๆ หากพบว่าไม่ปลอดภัย ให้ปรับปรุงให้มีความมั่นคงแข็งแรง และเตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัย บุคลากรและทรัพยากรต่าง ๆ พร้อมออกให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ และกำชับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่ แจ้งเตือนเกษตรกรเพื่อป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงสัตว์เลี้ยงปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทย ยังได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดเน้นย้ำนายอำเภอ ใช้กลไกท้องที่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บูรณาการกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เฝ้าระวังสถานการณ์โรคที่เกิดในช่วงฤดูร้อนหรือหน้าแล้ง อาทิ อหิวาตกโรค อุจจาระร่วง อาหารเป็นพิษ รวมถึงโรคที่ประชาชนมักจะประสบถี่ขึ้น เช่น โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ที่พบในคนไทยบ่อยมากด้วยความถี่ในทุก ๆ 1 ชั่วโมง รวมถึงการเป็นลมจากอากาศร้อน ซึ่ง รพ.สต. และ อสม. เป็นกลไกที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญในการเป็นด่านแรกของการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การเฝ้าระวังภัยสุขภาพ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน โดยให้ความรู้การดูแลตนเองในช่วงหน้าร้อน และมียาดม ยาสามัญประจำบ้าน เพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยในเบื้องต้น หากอาการรุนแรงให้รีบพาไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด"กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้กำชับเจ้าหน้าที่ ปภ.จังหวัด ปภ.ศูนย์เขต และ ปภ.ส่วนกลาง สแตนบายประสานงานและรับแจ้งเหตุสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ และอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนทุกคน ในทุกเวลานาที ทุกสาธารณภัย เพื่อความผาสุกของสังคมไทย และความสุขที่ยั่งยืนของประชาชน"

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“สุดาวรรณ” แอบเครียดถูกดีเอสไอแจ้งข้อหารุกหาดสวนยา มั่นใจดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย
Politics2026 Mar 21 :: 09:15

“สุดาวรรณ” แอบเครียดถูกดีเอสไอแจ้งข้อหารุกหาดสวนยา มั่นใจดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย

“สุดาวรรณ” แอบเครียดถูกดีเอสไอแจ้งข้อหารุกหาดสวนยา มั่นใจดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ยังไม่กำหนดเวลาไปรับทราบข้อกล่าวหาวันที่ 21 มี.ค. 2569 น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ออกหมายเรียกให้รับทราบข้อกล่าวหากรณีบุกรุกทำเลเลี้ยงสัตว์ “หาดสวนยา” ต.ศรีวิเชียร อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเป็นกรรมการบริษัท มีการฟ้องในนามที่เป็นกรรมการบริษัท เวลาทำอะไรก็ซื้อขายอย่างถูกต้องทางกฎหมายอยู่แล้ว คงต้องดูรายละเอียดและชี้แจงกันไป สามารถอธิบายได้อยู่แล้ว ส่วนการไปรับทราบข้อกล่าวหาขอเลื่อนไปก่อน ยังไม่ได้กำหนดชัดเจนจะไปรับทราบข้อกล่าวหาเมื่อใด ต้องนัดอีกครั้ง เมื่อถามว่า คดีออกมาในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง หนักใจหรือไม่ น.ส.สุดาวรรณตอบว่า เมื่อวันที่ 20 มี.ค.เห็นหน้าตัวเองทั้งวัน หากจะบอกไม่อะไรก็ไม่ได้ เพราะเป็นข่าวใหญ่ ก็แอบเครียดนิดนึง แต่พร้อมเดินหน้าตามกระบวนการกฎหมาย ทำไปตามขั้นตอน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

พท.เคาะ 3 เก้าอี้รมช.ลงตัวแล้ว แบ่งตามโควตาภาคเหนือ - อีสาน - กลาง
Politics2026 Mar 21 :: 07:39

พท.เคาะ 3 เก้าอี้รมช.ลงตัวแล้ว แบ่งตามโควตาภาคเหนือ - อีสาน - กลาง

พท.เคาะ 3 เก้าอี้รมช.ลงตัวแล้ว แบ่งตามโควตาภาคเหนือ - อีสาน - กลาง “ปิยะรัฐชย์” สส.เชียงราย นั่งรมช.เกษตร “วัชระพล” เป็นรมต.แทนพ่อ "อัครนันท์" ยึดรมช.ศึกษาธิการ "ยศชนัน" นั่งเก้าอี้ อว. พร้อมนำทัพ ส่งชื่อ 8 รมต.ให้ภูมิใจไทยวันที่ 21 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยถึงความคืบหน้าการจัดสรรเก้าอี้ครม.ที่พรรคเพื่อไทยได้โควตา 8 เก้าอี้ โดยในส่วนของเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการ 5ตำแหน่ง ลงตัวไปก่อนหน้านี้แล้ว ล่าสุดได้ข้อสรุปในส่วนเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการอีก 3ตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว แบ่งเป็นโควตาภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลางอย่างละเก้าอี้ ได้แก่ น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช (ภาคเหนือ) รมช.เกษตรฯ, นายวัชระพล ขาวขำ (ภาคอีสาน) รมช.เกษตรฯ และนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ (ภาคกลาง) รมช.ศึกษาธิการครม.ใหม่เขย่าการเมือง! "ยศชนัน" นั่งเก้าอี้ อว. นำทัพรายชื่อ 8 รมต.เพื่อไทย ส่งต่อ พรรคภูมิใจไทย ตรวจเข้มก่อนทูลเกล้าฯผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับซองรายชื่อครม.8 คน ในส่วนพรรคเพื่อไทย ที่ส่งให้ พรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 19มี.ค.2569 19 มี.ค. 2569ประกอบด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรมว.เกษตรและสหกรณ์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็นรมว.แรงงาน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นรมว.ศึกษาธิการ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยชื่อนายประเสริฐ และน.ส.สุดาวรรณ รอลุ้นการเช็คประวัติอย่างเข้มข้น แต่หากเป็นไปในทางลบ พรรคเพื่อไทยก็ต้องส่งรายชื่อใหม่เข้ามาเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามภายหลังการรับโปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรี มีรายงานข่าวภายในพรรคภูมิใจไทยว่า ได้มอบเอกสารให้ รมต.นำไปกรอกประวัติ ก่อนที่จะนำมายื่นในวันที่ 23 มี.ค. นี้

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ขนของไม่เหลือ! “ธรรมนัส“ นำรถ 6 ล้อใหญ่ 4 คัน ขนของออกจากห้องทำงานกระทรวงเกษตรฯ
Politics2026 Mar 21 :: 04:49

ขนของไม่เหลือ! “ธรรมนัส“ นำรถ 6 ล้อใหญ่ 4 คัน ขนของออกจากห้องทำงานกระทรวงเกษตรฯ

ขนของไม่เหลือ! “ธรรมนัส“ นำรถ 6 ล้อใหญ่ 4 คัน ขนของออกจากห้องทำงานกระทรวงเกษตรฯวันที่ 21 มี.ค. 69 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม มอบหมายให้เจ้าหน้าที่นำรถบรรทุก 6 ล้อใหญ่ จำนวน 4 คัน รถกระบะ 1 คัน รถรับจ้างขนของ จำนวน 3 คันผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นบับเบิ้ลกันกระแทกจำนวน 6-7 ม้วนใหญ่ เพื่อรอห่อสิ่งของบนห้องทำงานของ ร.อ.ธรรมนัส โดยของประกอบด้วย โต๊ะหมู่บูชา ตู้ลิ้นชักไม้ เครื่องบินเล็กจำลองของกระทรวงเกษตร ไม้คฑา โต๊ะ ตู้เย็น 2 ตู้ เครื่องฟอกอากาศ บานประตู เก้าอี้ทำงาน เฟอร์นิเจอร์ชุดใหญ่ พระ พญานาค รูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ดาบ พระพิรุณทรงนาคซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สำหรับการขนของดังกล่าวเกิดขึ้นหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยประกาศชัดเจนว่าพรรคร่วมไม่มี “พรรคกล้าธรรม ”นอกจากนี้ยัง พบว่า มีการขนของออกจากห้องทำงานของนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ , นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งพบว่าเป็น เก้าอี้ทำงาน 3 ตัว และโต๊ะทำงานทั้งนี้พบว่าวันนี้มีการทำความสะอาดบริเวณโดยรอบกระทรวงฯ รวมถึงภายในอาคารและห้องทำงานต่างๆ อีกด้วย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“เทพไท” เฉ่ง  “อนุทิน-พิพัฒน์” เอาให้แน่ใครคือ “ไอ้โม่งตุนน้ำมัน”
Politics2026 Mar 21 :: 03:32

“เทพไท” เฉ่ง “อนุทิน-พิพัฒน์” เอาให้แน่ใครคือ “ไอ้โม่งตุนน้ำมัน”

“เทพไท” เดือด! ซัดรัฐอย่าโยนประชาชนเป็นแพะ ปมกักตุนน้ำมัน เฉ่ง “อนุทิน-พิพัฒน์” เอาให้แน่ใครคือ “ไอ้โม่งตุนน้ำมัน”วันที่ 21 มี.ค. 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส.นครศรีธรรมราชและนักวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองโพสต์คลิปภาพและเสียงถึงกรณีน้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลนจากผลกระทบสงครามตะวันออกกลางในหัวข้อ “อย่าโยนให้ประชาชนเป็นแพะกักตุนน้ำมัน” มีสาระใจความว่า หลังจากเกิดวิกฤติน้ำมันขาดแคลน และน้ำมันแพง มีการตื่นตระหนกกันในหมู่ประชาชน จนรัฐบาลต้องออกมาให้คำยืนยันกับประชาชนว่า น้ำมันมีเพียงพอืมีน้ำมันสำรอง และสามารถใช้ได้อีก 104 วัน แต่ในความเป็นจริงประชาชนที่ไปเติมน้ำมันในปั๊มต่างๆ พบว่าน้ำมันขาดแคลน เจอแต่ป้ายน้ำมันหมด หรือกำลังรอการขนส่งน้ำมัน เลยทำให้ประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรที่ต้องใช้น้ำมันในการทำการเกษตรเดือดร้อนไปตามๆกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนในชนบท และปั๊มน้ำมันในต่างจังหวัด จนนายพิพัฒน์ รัฐกิจปราการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผอ.ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. ได้ออกมาบอกว่า จะมีการเชิญทุกฝ่ายที่อยู่ในซัพพลายเชนของพลังงาน ตั้งแต่โรงกลั่น ผู้ประกอบการขนส่ง และจ๊อบเบอร์ เพื่อมาแก้ผ้าดูทีละคนว่า ใครเป็นผู้กักตุนน้ำมัน ใครที่โกหก ใครคือไอ้โม่ จะเอามาเข้าเครื่องจับเท็จทุกคน เมื่อนายพิพัฒน์พูดเช่นนี้ สังคมจึงตั้งคำถามว่า ใครคือไอ้โม่ง หรือตัวการ จนมีผู้สื่อข่าวได้นำประเด็น ไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมัน ที่ได้ประโยชน์จากการกักตุนน้ำมัน มาถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งนายอนุทินได้กล่าวว่า ไม่มี ยังไม่มีคำว่าไอ้โม่งที่มากักตุน มีแต่ประชาชนที่มีความกังวล แล้วมากักตุนน้ำมัน จากเดิมที่เคยใช้ปริมาณ 67 ล้านลิตรต่อวันเพิ่มเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน ทั้งที่การผลิตเท่าเดิม “จึงทำให้หลายคนสงสัยในประเด็น ไอ้โม่ง ระหว่างความเห็นของนายพิพัฒน์กับนายอนุทิน จึงตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้พูดคุย หรือทำความเข้าใจในข้อมูลว่า ไอ้โม่งมีหรือไม่ ถ้าจะอ้างว่าประชาชนเป็นผู้กักตุนน้ำมัน ต้องถามว่า มีประชาชนที่ไหนบ้าง จะมีศักยภาพเพียงพอ ที่จะกักตุนน้ำมันได้ จำนวนที่เพิ่มขึ้นจากการใช้ปกติถึง 17 ล้านลิตร ประชาชนไม่มีศักยภาพเพียงพอ และไม่มีอุปกรณ์หรือถังน้ำมันที่จะมาเก็บกักตุนน้ำมันได้ เพราะน้ำมันไม่ใช่น้ำประปา เป็นวัตถุไวไฟ เสี่ยงที่จะเกิดอันตรายเพราะฉะนั้น ประชาชนทั่วไป ที่จะใช้น้ำมันก็ใช้พอประมาณ หรือตามเท่าที่จำเป็น จะไม่มีกักตุน อยากจะให้รัฐบาล ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการแก้ปัญหาน้ำมันแพง และมันต้องกลับไปดูว่า ระหว่างโรงกลั่นกับคลังน้ำมัน ใครคือคนที่กักตุนน้ำมันกันแน่ และรัฐบาลจะมีมาตรการแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร อยากให้รัฐบาลพูดความจริงกับประชาชน และไม่ใช่โบ้ยให้ประชาชนเป็นแพะ และอยากให้ข้อมูลข่าวสารของในฝ่ายรัฐบาลมีเอกภาพ มิฉนั้นจะเกิดความสับสนในหมู่ประชาชน เรื่องน้ำมันขาดแคลนและน้ำมันแพง” นายเทพไท กล่าวทิ้งท้าย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อนุทิน” คาดตรวจคุณสมบัติ รมต. 1 สัปดาห์ - เซ็นสั่งการเอาผิดคนตุนน้ำมัน-ตุนสินค้าแล้ว
Politics2026 Mar 20 :: 11:54

“อนุทิน” คาดตรวจคุณสมบัติ รมต. 1 สัปดาห์ - เซ็นสั่งการเอาผิดคนตุนน้ำมัน-ตุนสินค้าแล้ว

“อนุทิน” คาด ตรวจคุณสมบัติ รมต. 1 สัปดาห์ บอก รอข้อสรุปส่งกลับมา หลังสื่อจี้ปม “สุดาวรรณ” ติดโผ ครม. โดน DSI เรียกสอบ เหตุรุกที่สาธารณะ นายกฯ เซ็น สั่งการ ยธ.-DSI-สตช.-ปกครอง ผนึกกำลังจัดการคนตุนน้ำมัน-ตุนสินค้า หลังพบคลังตุนน้ำมันใน จ.อ่างทอง ยัน ดำเนินคดี ไม่ละเว้น - เชื่อลอบยิง “กมลศักดิ์” สส.ประชาชาติ ปมการเมือง ชี้กระทำอุกอาจมุ่งหวังเอาชีวิตวันที่ 20 มีนาคม 2568 ที่ พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือการจัดทำนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา ว่า พูดคุยมาโดยตลอด ซึ่งจะเป็นไปตามแนวทางที่เราได้หาเสียงไว้ โดยจะดำเนินการให้เร็วที่สุด และขณะนี้ตนได้รับรายชื่อจากพรรคเพื่อไทยมาแล้ว ก็จะให้ทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้เร่งทำการตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งคาดว่าจะใช้ประมาณหนึ่งสัปดาห์เมื่อถามถึงกรณีที่มีชื่อของ นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส. พรรคเพื่อไทย ที่มีชื่อติดโผ ครม. และถูกทาง DSI ออกหมายเรียกหลังรุกที่สาธารณะ นายอนุทิน กล่าวว่า ส่วนนั้นตนยังไม่ทราบ เรื่องของรัฐมนตรีก็ต้องรอจนกว่าจะมีการโกรดเกล้าฯ ถึงจะมีการเปิดเผยเมื่อถามย้ำถึงกรณีที่เคยพูดว่าจะหากใครมีเรื่องติดขัดอะไรจะไม่ดำเนินการแต่งตั้ง นายอนุทิน ระบุว่า มีแนวทางของศาลรัฐธรรมนูญ การส่งรายชื่อไปตรวจสอบก็จะมีข้อสรุปกลับมาให้เมื่อถามว่าการทำงานของกระทรวงพลังงานจะสามารถต่อเนื่องได้เลยหรือไม่ในช่วงรอยต่อ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็เป็นรอยต่อทั้งคณะรัฐมนตรี โดยในแต่ละชุดก็ไม่เหมือนกันแม้จะมีรัฐมนตรีคนเดิม หรือรัฐมนตรีคนใหม่ แต่การทำงานในรัฐรัฐบาลนี้ก็ต้องทำภายใต้รัฐธรรมนูญ และภายใต้เทอมของรัฐบาลนี้ ซึ่งปกติเมื่อมีการแต่งตั้งหากไม่ใช่คนเดียวกัน และไม่มีจำเป็นเหตุฉุกเฉิน คงไม่ทำโดยรัฐบาลเดิมแล้ว แต่ตอนนี้ถือว่ายังมีนำมันอยู่ก็ต้องถือว่ายังเป็นเรื่องจำเป็น ฉะนั้นตนก็ยังขับเคลื่อนโดยใช้อำนาจของรัฐบาลที่ยังรักษาการอยู่ไปจนกว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเข้ามาปฎิบัติหน้าที่เมื่อถามต่อว่าจะทูลเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรีภายในสิ้นเดือนนี้เลยหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า หากการตรวจสอบคุณสมบัติครบถ้วนเมื่อไหร่ ไม่มีใครผิดและไม่มีปัญหา ก็จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ให้ทรงมีพระราชวินิจฉัยและลงพระปรมาภิไธยต่อไป แต่อย่างที่ตนบอกว่าตราบใดที่ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ เกิดขึ้น ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะต้องมาพูดนายกฯ เซ็น สั่งการ ยธ.-DSI-สตช.-ปกครอง ผนึกกำลังจัดการคนตุนน้ำมัน-ตุนสินค้า หลังพบคลังตุนน้ำมันใน จ.อ่างทอง ยัน ดำเนินคดี ไม่ละเว้นกรณีที่คลังกักตุนน้ำมันในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ตนเพิ่งลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ให้ทางกระทรวงยุติธรรม DSI สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการปกครอง ได้จัดการดำเนินคดีกับผู้ที่เข้าข่ายในลักษณะการกักตุนน้ำมัน กักตุนสินค้า โดยไม่มีเหตุจำเป็น ส่วนต้องตั้งชุดเฉพาะกิจขึ้นมาหรือไม่นั้น ตนบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเฉพาะกิจ แต่เป็นเรื่องของทั่วประเทศ ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ก็ร่วมมือกันอยู่แล้ว โดยแต่ละหน่วยงานก็จะไปจัดตั้งชุดปฏิบัติการที่จะทำงาน เพื่อเข้าไปดำเนินคดีและตรวจสอบทุกอย่างเมื่อถามต่อว่าทราบหรือไม่ว่าเจ้าของเป็นใครและจะดำเนินการอย่างไรต่อไป นายอนุทิน เปิดเผยว่า ตอนนี้ดำเนินการอยู่ โดยใช้กฎหมายที่เรามีอยู่มาดำเนินคดีในทุกข้อหาที่เขาทำผิดเมื่อทำย้ำว่าเป็นการปูพรหมทั้งประเทศหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนก็เพิ่งเซ็นคำสั่งไป ซึ่งจากการที่ตนดูตัวเลขของการการใช้และการผลิตในแต่ละวัน จนคิดว่ายังมีอีกนิดที่คิดว่าน่าจะเป็นการทำให้น้ำมันหายไป ก็ต้องไปตามหา ส่วนจะถึงหลักแสนหรือหลักล้านนั้นตนก็ไม่ได้ได้รับรายงาน เพียงแต่เราสันนิษฐานถึงปัญหาต่างๆ และตนเชื่อว่าไม่ใช่ไอ้โม่ง ถ้าเราจับได้ก็ไม่ใช่ คนที่ไปซื้อกระสุนไว้ในระดับมากกว่า 300,000 ลิตร คงไม่ได้มาใช้ในยามฉุกเฉินเมื่อถามว่าหากพบตัวผู้ที่ดำเนินการกักตุนน้ำมันจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า แน่นอน คนที่ทำผิดกฎหมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำมันหรือเรื่องอะไร ทุกอย่างต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่มีละเว้น ยุคสมัยนี้ใครละเว้นก็ผิดซะเอง ตนไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้นนายกฯ เชื่อลอบยิง “กมลศักดิ์” สส.ประชาชาติ ปมการเมือง ชี้กระทำอุกอาจมุ่งหวังเอาชีวิตส่วนกรณีเหตุการณ์คนร้ายลอบยิงรถของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ(ปชช.) มีการเชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ว่า การทำร้ายที่มุ่งหวังเอาชีวิตสส. ก็ถือว่าเป็นเรื่องการเมือง ตรงนี้ถือเป็นการกระทำที่อุกอาจ ก็โชคดีที่ไม่มีการเสียชีวิตแต่มีคนได้รับบาดเจ็บเมื่อถามว่า ได้เจอกับนายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา และเลขาธิการพรรคปชช.ได้ถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนได้สอบถามกับนายซูกาโน่ บอกนายกมลศักดิ์ปลอดภัย ซึ่งช่วงที่เกิดเหตุใกล้จะถึงบ้านแล้ว ก็ต้องดำเนินคดีและติดตามผู้กระทำความผิดเมื่อถามย้ำว่า เป็นเรื่องการเมืองท้องถิ่นใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“พริษฐ์” แถลงชงร่างกฎหมาย-ญัตติชุดแรก แก้ปัญหา ปชช. - หวัง ปธ.สภาฯ เร่งบรรจุญัตติแก้ปัญหาพลังงาน
Politics2026 Mar 20 :: 10:34

“พริษฐ์” แถลงชงร่างกฎหมาย-ญัตติชุดแรก แก้ปัญหา ปชช. - หวัง ปธ.สภาฯ เร่งบรรจุญัตติแก้ปัญหาพลังงาน

“พริษฐ์” แถลงชงร่างกฎหมาย-ญัตติชุดแรก แก้ปัญหา ปชช. - หวัง ปธ.สภาฯ เร่งบรรจุญัตติแก้ปัญหาพลังงานให้ สส.อภิปราย 25 มี.ค.นี้พริษฐ์ วัชรสินธุ เปิดเผยแนวทางประสานงานฝ่ายค้าน โดยมีการพูดคุยไม่เป็นทางการกับ พรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคกล้าธรรม เพื่อร่วมผลักดันญัตติแก้ปัญหาพลังงาน เตรียมนัดหารือร่วมฝ่ายค้านในวันที่ 25 มีนาคม เพื่อกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกัน ด้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มุ่งเดินหน้าแก้มาตรา 256 เพื่อเปิดทางจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยังรอความเห็นจากคณะรัฐมนตรีต่อร่างแก้ไขที่ค้างอยู่ใน รัฐสภาไทย ย้ำจุดยืนให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญมีประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด และไม่ถูกผูกขาดโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งพริษฐ์ วัชรสินธุ พร้อม สส. พรรคประชาชน ยื่นญัตติ 9 ชุด และร่างกฎหมาย 9 ชุดต่อสภา เพื่อเริ่มบทบาทฝ่ายค้าน ญัตติด่วนเน้นวิกฤตพลังงาน ตะวันออกกลาง ราคาพืชผลเกษตร เยียวยาภัยพิบัติ และตรวจสอบโครงการก่อสร้างรัฐ ญัตติทั่วไปครอบคลุมปฏิรูประบบราชการ กระจายอำนาจ Net Zero ทักษะคนไทย และปฏิรูปภาษี ร่างกฎหมายมุ่งเศรษฐกิจเป็นธรรม ปราบทุจริต พลังงานเสรี สิ่งแวดล้อม การศึกษา สิทธิเสรีภาพ และปฏิรูปการเมือง นายพริษฐ์ ย้ำให้สภาบรรจุญัตติเร่งด่วน และขอให้รัฐบาลร่วมชี้แจงในการประชุม พร้อมผลักดันให้สภามีเวลาพิจารณากฎหมายของประชาชนมากขึ้น‘คำพอง’ อดีตสส.สัมโพสต์ถึงใคร? ‘บักยอดชั่ว’ ยันซื้องูเห่าเกิดขึ้นจริงนายคำพอง เทพาคำ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ( ปชน.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า “เป็น สส.สองสมัย ข้าฯถูกติดต่อเสนอซื้องูเห่า กี่ครั้ง ? ครั้งแรก 3 ล้าน ครั้งที่สอง 30 ล้าน เงินรายเดือนๆ ละ2แสนพร้อมตำแหน่งขุนพลอีสาน (มาติดต่อถึงบ้านที่อุบลฯ) ครั้งที่สาม 20 ล้าน ครั้งที่สี่ 40 ล้าน ครั้งที่ห้า 30 ล้าน(ให้ไปรับเงินที่ราบ 11 มีรถตู้มารับไป) นี่ก่อนโหวตประธานสภา และโหวต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ครั้งที่หก 80 ล้านพร้อมรถหรูป้ายแดง 1 คัน ( หลังยุบพรรคอนาคตใหม่ ) ครั้งที่เจ็ด 15 กิโล ( หลังยุบพรรคก้าวไกล ) ทุกครั้งติดต่อผ่านคนรู้จักเช่นเพื่อน ที่ทำงานเก่า มีต่อตรงคือครั้งที่สอง หกและเจ็ด มันเกิดขึ้นจริง แบบบักยอดชั่ว”

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อรรถพล" สั่งพลังงานจังหวัดเกาะติดตรวจปั๊มและสถานที่เก็บน้ำมันทั่วประเทศ ป้องกันการกักตุน
Politics2026 Mar 20 :: 10:00

“อรรถพล" สั่งพลังงานจังหวัดเกาะติดตรวจปั๊มและสถานที่เก็บน้ำมันทั่วประเทศ ป้องกันการกักตุน

“อรรถพล" สั่งพลังงานจังหวัดเกาะติดตรวจปั๊มและสถานที่เก็บน้ำมันทั่วประเทศ ป้องกันการกักตุนนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สั่งการด่วนให้พลังงานจังหวัด (พนจ.) ทั่วประเทศลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของสถานีบริการน้ำมันและสถานที่เก็บน้ำมันที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงพลังงานทุกแห่งอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับให้รายงานผลการตรวจสอบการกักตุนน้ำมันอย่างต่อเนื่องสำหรับที่มีการพบการกักตุนน้ำมันในจังหวัดอ่างทอง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเข้าข่ายการกักตุนหรือไม่นั้น โดยเบื้องต้นพบความผิดฐานไม่รายงานใบกำกับการขนส่ง รวมถึงการจำหน่ายน้ำมันในราคาสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ หากผลการตรวจสอบออกมาอย่างไร หากสามารถดำเนินคดีทางกฎหมายได้ กระทรวงพลังงานและกระทรวงพาณิชย์จะร่วมดำเนินการอย่างเต็มที่ ในการลงโทษผู้กระทำผิดไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง"ผมได้สั่งการให้พลังงานจังหวัดทั่วประเทศติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรายงานผลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการดำเนินการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย พาณิชย์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อไม่ให้มีการกักตุน หรือการจำหน่ายในราคาที่สูงเกินควร ซึ่งกระทรวงพลังงานจะยังคงเกาะติดสถานการณ์เช่นนี้ไปจนกว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค" นายอรรถพล กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

นายกฯ สั่งตั้งชุดเฉพาะกิจไล่ตรวจทั่วประเทศ หลังพบเอกชนซุกน้ำมัน 3.3 แสนลิตร ขายเกินราคา ในพื้นที่ จ.อ่างทอง
Politics2026 Mar 20 :: 09:51

นายกฯ สั่งตั้งชุดเฉพาะกิจไล่ตรวจทั่วประเทศ หลังพบเอกชนซุกน้ำมัน 3.3 แสนลิตร ขายเกินราคา ในพื้นที่ จ.อ่างทอง

นายกฯ สั่งตั้งชุดเฉพาะกิจไล่ตรวจทั่วประเทศ หลังพบเอกชนซุกน้ำมัน 3.3 แสนลิตร ขายเกินราคา ในพื้นที่ จ.อ่างทองวันที่ 20 มีนาคม 2569 จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ. ร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดอ่างทอง และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอ่างทอง เข้าตรวจสอบบริษัทจำหน่ายน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลตลาดกรวด อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทองผลการตรวจสอบพบการกักตุนสต๊อกน้ำมันจำนวนประมาณ 330,000 ลิตร และมีพฤติการณ์จำหน่ายเกินราคาที่กำหนด อีกทั้งเมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบเอกสารการซื้อขายและหลักฐานการชำระเงิน กลับไม่สามารถนำมาแสดงได้ล่าสุด เวลา 15.42 น. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมขยายผลตรวจสอบไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศ ว่ามีลักษณะการกระทำผิดในลักษณะเดียวกันเพิ่มเติมหรือไม่พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้ลงนามแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจชุดใหม่ขึ้น เพื่อดำเนินการตรวจสอบสถานการณ์น้ำมันอย่างเข้มงวดในทุกพื้นที่นายพิพัฒน์ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่ามีกรณีลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด จำเป็นต้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกพื้นที่ก่อนเตรียมลุยโคราชเปิดงาน​ วันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี​ ครบรอบ​ 200​ ปี​ วันที่​ 23 มีนาคม​ ร่วมสดุดีวีรกรรมเชิดชูเกียรติยศวีรสตรีไทยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีกำหนดลงพื้นที่​จังหวัดนครราชสีมา​ เพื่อเปิดงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี​ ประจำปี 2569 ในวันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 17.00 น. ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง​ จ.นครราชสีมา โดยมี​ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา​ ข้าราชการ​ เจ้าหน้าที่และประชาชนร่วมงานในการนี้​ นายกรัฐมนตรี​ เฝ้ารับเสด็จ​ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่จะเสด็จร่วมทอดพระเนตรกิจกรรมภายในงานด้วยสำหรับงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี หรือที่คนทั่วไปเรียกว่างานย่าโม เป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดนครราชสีมา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มีนาคม - 3 เมษายน ของทุกปี ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีและสนามหน้าศาลากลางจังหวัด เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของท่านท้าวสุรนารี ที่กอบกู้เมืองโคราชจากกองทัพเวียงจันทน์ได้สำเร็จเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2369 โดยปีนี้จัดภายใต้แนวคิด “200 ปี วีรกรรมก้องหล้า ศรัทธาไม่เสื่อมคลาย”กิจกรรมภายในงาน​จะมีขบวนสักการะ​ และการรําบวงสรวงท้าวสุรนารี​ พิธีเปลี่ยนผ้าสไบ​ห่มอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ซึ่งมีการเปลี่ยนใหม่เป็นประจำทุกปี​ และการแสดงแสง สี เสียง ประวัติศาสตร์ และโดรนโชว์แปรอักษร​ และตลาดของใช้ท้องถิ่น ซึ่งงานนี้ไม่เพียงแต่เชิดชูเกียรติยศความกล้าหาญของย่าโม แต่ยังเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนครราชสีมาอีกด้วย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อนุทิน” ให้คำมั่นทำงานเพื่อประชาชน ยึดมั่นปากนิติรัฐ-นิติธรรม รัฐบาลโปร่งใส ตรวจสอบได้ เตรียมเร่งแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
Politics2026 Mar 20 :: 08:00

“อนุทิน” ให้คำมั่นทำงานเพื่อประชาชน ยึดมั่นปากนิติรัฐ-นิติธรรม รัฐบาลโปร่งใส ตรวจสอบได้ เตรียมเร่งแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

“อนุทิน” ให้คำมั่นทำงานเพื่อประชาชน ยึดมั่นปากนิติรัฐ-นิติธรรม รัฐบาลโปร่งใส ตรวจสอบได้ เตรียมเร่งแถลงนโยบายต่อรัฐสภาวันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า วันนี้ตนรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ตนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตนขอให้คำมั่นสัญญาต่อประชาชน ว่าจะใช้ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี เพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยอย่างเต็มกำลังความสามารถ และจะควบคุมกำกับดูแลให้รัฐบาล อันประกอบไปด้วย คณะรัฐมนตรี ข้าราชการ เจ้าพนักงานของรัฐ ได้ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นลำดับแรกและจะเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการทำงานของรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาของประเทศ มีส่วนร่วมกับการพัฒนาประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา การทำงานของภาครัฐจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มข้น จริงจังจากทุกภาคส่วน เพื่อการบริหารงานที่โปร่งใส ทั้งหลักนิติรัฐ นิติธรรมสุดท้ายนี้ ตนขอให้การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลในครั้งนี้ ได้สร้างบรรยากาศใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย เป็นบรรยากาศของการมองไปข้างหน้าร่วมกัน และให้เกิดวัฒนธรรมการทำงานใหม่ๆ ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยรายละเอียดและเป้าหมายของสิ่งที่รัฐบาลจะดำเนินการนั้นในเทอมของรัฐบาลชุดนี้ ตนจะได้เร่งแถลงเป็นวาระการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาด้วยความรวดเร็วต่อไป

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ในหลวง โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “อนุทิน” นั่งนายกรัฐมนตรี หลังสภาฯ โหวตหนุนเกินกึ่งหนึ่ง
Politics2026 Mar 20 :: 07:21

ในหลวง โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “อนุทิน” นั่งนายกรัฐมนตรี หลังสภาฯ โหวตหนุนเกินกึ่งหนึ่ง

ในหลวง โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “อนุทิน” นั่งนายกรัฐมนตรี หลังสภาฯ โหวตหนุนเกินกึ่งหนึ่งวันที่ 20 มี.ค. 2569 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง อนุทิน ชาญวีรกูล ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรประกาศระบุว่า ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เห็นชอบให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่การแต่งตั้งดังกล่าวเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 159 ส่งผลให้นายอนุทินเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไปทั้งนี้ ประกาศลงวันที่ 19 มีนาคม 2569 และมี โสภณ ซารัมย์ ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการการแต่งตั้งครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญทางการเมือง หลังการลงมติของสภาฯ ที่สะท้อนเสียงสนับสนุนจากฝ่ายนิติบัญญัติ ส่งผลให้รัฐบาลชุดใหม่เตรียมเดินหน้าบริหารประเทศต่อไป

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อนุทิน” โต้ข่าวงูเห่า 20 ล้าน! แลกโหวตนั่งนายกฯ มองนโยบายอาจไปโดนใจ
Politics2026 Mar 20 :: 06:10

“อนุทิน” โต้ข่าวงูเห่า 20 ล้าน! แลกโหวตนั่งนายกฯ มองนโยบายอาจไปโดนใจ

“อนุทิน” โต้ข่าวงูเห่า 20 ล้าน! แลกโหวตนั่งนายกฯ มองนโยบายอาจไปโดนใจ ชี้ยิ่งปชช.เชื่อมั่นต้องฝ่าปัญหาลุยไฟให้ได้ หนุนข้อเสนอ “หมอวรงค์” ลดมื้ออาหาร-ผู้ช่วย พยักรับส่งรายชื่อ ครม.ตรวจประวัติแล้ว ยืนยันตรวจสอบเข้ม ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. ชี้ “ภูมิใจไทย” ไม่มีปัญหา ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลหากพบติดขัด ตีกลับต้นสังกัดวันที่ 20 มี.ค. 2569 ที่ บริษัทหนังสือพิมพ์แนวหน้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจากงูเห่าสีส้มโหวตนายกฯ มาจากงูดูดงู ด้วยเงิน 20 ล้านบาท และให้เงินเดือนอีกเดือนละ 4 แสนบาทว่า เงินเดือนนายกฯยังแสนเดียวเอง ตนก็ไม่ทราบว่าเขามาจากไหน และไม่รู้จักเขา ทราบว่าเขาเป็นสมาชิกพรรคประชาชน (ปชน.)แต่ยังไม่เคยเห็นตัวจริง และน่าจะเป็นสส.สมัยแรก ตอนนี้ตนมีข้อมูลเพียงเท่านี้ ตนก็ไม่ทราบว่าเหตุผลที่เขาลงมติให้ตนด้วยเหตุอะไร แต่เรื่องแรงจูงใจหรือค่าตอบแทนรับรองว่าไม่มีแน่นอน เมื่อถามว่า เสียงของพรรคภท.มั่นคงแล้ว การจะเพิ่มใหม่อีกหนึ่งเสียงก็ไม่ช่วยอะไร นายอนุทิน กล่าวว่า ก็นั่นสิ คำตอบก็อยู่ในคำถาม แต่ถ้าตนเจอเขาก็ต้องเข้าไปขอบคุณที่เลือกตน เขาอาจจะมาเลือกเพราะนโยบายของเราไปโดนพื้นที่บ้านเขาหรือไปโดนใจ อาจจะมาเลือกตนได้ แต่ก็คงทำหน้าที่ตรวจสอบไป ซึ่งพรรคปชน.ทั้งพรรคก็เคยมาเลือกตน แต่เขาก็ทำหน้าที่ตรวจสอบเมื่อถามว่า เข้ามาในสถานการณ์ลุยไฟ ก่อนหน้านี้เรื่องชายแดนกัมพูชา ตอนนี้เรื่องของอิหร่าน นายอนุทิน กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ามาก็มีวิกฤตการณ์ใหญ่บ้างเล็กบ้าง ซึ่งกลไกของรัฐก็มีความพร้อมในระดับหนึ่ง จะต้องมีความร่วมมือกันทั้งภาครัฐและเอกชน เราก็ได้ความร่วมมืออย่างดี ภาครัฐเราก็จัดเต็ม ส่วนการเลือกตั้งรอบนี้ตนทราบดี ทุกคะแนน มาจากความคาดหวังความเชื่อมั่นและความกดดัน การทำงานสไตล์ของเราผ่านร้อนหนาวมาเยอะ ยิ่งประชาชนให้ความเชื่อมั่น เราต้องฟันฝ่าไปให้ได้ ไม่ให้ประชาชนผิดหวัง ต้องยอมรับว่าบทบาทของนายกฯช่วยได้เยอะมาก เพราะได้ทำงานในภาพใหญ่ภาพกว้าง และอาศัยที่ตนเป็นคนเข้าถึงได้ จับต้องได้ ดุด่าว่ากล่าวได้ ยูเทิร์นเป็น ถ้าไปแล้วไม่ดีก็ไม่ดื้อ รับฟังความคิดเห็น พร้อมตัดสินใจถ้าจำเป็นต้องตัดสินใจ ก็เกิดความเชื่อมั่นความมั่นใจของประชาชนที่สะท้อนออกมาจากการเลือกตั้งเมื่อถามถึง ข้อเสนอ 3 ข้อของนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี 1. ยกเลิกอาหารกลางวันของ สส. ในสภา 2. ลดจำนวนผู้ติดตามจาก 8 คนเหลือ 3 คน และ 3. ยกเลิกบำนาญ สส. นายกฯ กล่าวว่า ถ้าถามตน ตนก็เห็นด้วยหมด ของบางอย่างมันก็รุงรังเกินไปในยุคสมัยนี้ที่เรามีเทคโนโลยี มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆมากมาย สามารถที่จะลดได้ อย่างผู้ช่วยจาก 8 คน ให้เหลือ 3 คนนั้นตนเห็นด้วยอยู่แล้ว ส่วนเรื่องบำนาญ สส. นั้น ตนว่าแล้วแต่ ถ้าจะถามตนเดี๋ยวจะไม่แฟร์ เพราะตนเลี้ยงชีพตัวเองได้ ก็อาจจะมีบางคนที่เป็นผู้แทนราษฎรจริงๆ ไม่เคยเป็นรัฐมนตรี เป็นคนที่ชาวบ้านให้ความไว้วางใจ ไม่มีฐานะและเรื่องอาหารนั้นถ้าเราลดได้บ้างอยู่ในมื้อที่จำเป็น ช่วยกันลดงบประมาณ แต่จะไปหักด้ามพร้าด้วยเข่า ไม่ให้มีเลย ต้องดูว่าตรงไหนมันพอจะอะรุ่มอะล่วยกันได้“อนุทิน” พยักรับ ส่งรายชื่อ ครม.ตรวจประวัติแล้ว ยืนยันตรวจสอบเข้ม ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. ชี้ “ภูมิใจไทย” ไม่มีปัญหา ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลหากพบติดขัด ตีกลับต้นสังกัดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยนายอนุทิน ยิ้มรับ ไม่ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถามว่าการตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรีจะเข้มข้นขึ้นใช่หรือไม่ เนื่องจากขณะนี้เริ่มมีคดีกับผู้ที่คาดว่าจะมีชื่อในโผ ครม. นายกรัฐมนตรี พยักหน้า ก่อนตอบว่า ก็มีหลักเกณฑ์ของมันอยู่ โดยจะยึดหลักตามที่มีอยู่ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กรเมื่อถามว่ากรณีแบบนี้จะทำให้การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีล่าช้าลงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยไม่มีปัญหา ส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล ก็ได้รับรายชื่อมาแล้วและจะมีการตรวจสอบตามกระบวนการ โดยสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) จะเป็นผู้ประสานหน่วยงานต่างๆกว่าสิบหน่วยงาน และคิดว่าแต่ละหน่วยงานจะตรวจสอบอย่างละเอียด เราต้องรอผลของการตรวจสอบ ใครที่มีปัญหาก็จะแจ้งกลับไปยังต้นสังกัดของผู้ที่เสนอมาเมื่อถามว่าขั้นตอนการส่งรายชื่อประวัติเสร็จสิ้นแล้วใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี พยักหน้ายอมรับเมื่อถามถึงกรณีเมื่อวันที่ 20 มีนาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายพาดพิงนายกฯว่าขาดคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี เนื่องจากเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. และนำเรื่องนี้มาโจมตีตลอด นายกรัฐมนตรีหัวเราะ แต่ไม่ได้ตอบคำถาม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ก.แรงงาน เร่งช่วยเหลือครอบครัวส่งร่างแรงงานไทยกลับ พร้อมเตือนคนไทยออกพื้นที่เสี่ยงด่วน
Politics2026 Mar 20 :: 06:02

ก.แรงงาน เร่งช่วยเหลือครอบครัวส่งร่างแรงงานไทยกลับ พร้อมเตือนคนไทยออกพื้นที่เสี่ยงด่วน

ก.แรงงาน เร่งช่วยเหลือครอบครัวส่งร่างแรงงานไทยกลับ ขณะที่ตะวันออกกลางเดือดหนัก เตือนคนไทยออกพื้นที่เสี่ยงด่วน หลังถูกโจมตีลามโครงสร้างพื้นฐาน อพยพแล้วกว่า 1,209 คน สถานการณ์ยังไม่แน่นอนสูงที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวประจำวัน นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดและโฆษกกระทรวงแรงงาน นายสันติ นันตสุวรรณ แสดงความเสียใจต่อแรงงานไทยที่เสียชีวิตในอิสราเอลจากเหตุสู้รบ กระทรวงแรงงานได้เข้าดูแลครอบครัวที่ จ.ชัยภูมิ และเร่งประสานนำร่างกลับประเทศไทย สิทธิประโยชน์ที่ครอบครัวจะได้รับ เช่น เงินกองทุน 40,000 บาท เงินประกันสังคมกว่า 71,000 บาท และเงินชดเชยจากฝั่งอิสราเอล ยังมีสวัสดิการเพิ่มเติม เช่น ค่าเล่าเรียนบุตร และการช่วยเหลือด้านจิตใจ ตามเงื่อนไขของหน่วยงานประกันภัย ย้ำให้แรงงานไทยในอิสราเอลปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และให้ญาติช่วยสื่อสารเพิ่มความระมัดระวังรอง​โฆษกกต.​เผยสถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงรุนแรง ขยายวงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ เผยสถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรงและลุกลามสู่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ รวมถึงนิคม “ราส ลัฟฟาน” ใน กาตาร์ กระทบเศรษฐกิจและราคาน้ำมันโลก กระทรวงการต่างประเทศแนะคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็ว และติดตามคำแนะนำจากสถานทูตอย่างใกล้ชิด ยืนยันกำลังเร่งช่วยเหลือแรงงานไทยที่เสียชีวิตในอิสราเอล และประสานนำร่างกลับประเทศ พร้อมดูแลสิทธิประโยชน์ มีแผนอพยพคนไทย 10 คนจาก อิหร่าน ไปยัง ตุรกี ขณะที่แรงงานไทยในกาตาร์ยังปลอดภัย รวมแล้วไทยช่วยเหลือคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้วกว่า 1,209 คน และย้ำจุดยืนให้ทุกฝ่ายใช้การเจรจายุติความขัดแย้ง

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

กกต.โต้เดือด! ย้ำคุม “ความลับบัตรเลือกตั้ง” ปมฟ้อง 6 คนถอดรหัสบัตร  พร้อมแจงคดีฮั้ว สว. อยู่ระหว่างพิจารณา
Politics2026 Mar 20 :: 05:47

กกต.โต้เดือด! ย้ำคุม “ความลับบัตรเลือกตั้ง” ปมฟ้อง 6 คนถอดรหัสบัตร พร้อมแจงคดีฮั้ว สว. อยู่ระหว่างพิจารณา

กกต.โต้เดือด! ย้ำคุม “ความลับบัตรเลือกตั้ง” ปมฟ้อง 6 คนถอดรหัสบัตร พร้อมแจงคดีฮั้ว สว. อยู่ระหว่างพิจารณา ชี้ ECT Report เป็นแค่แนวโน้ม ไม่ใช่ผลทางการ รับศาลรัฐธรรมนูญตีความคดีบาร์โค้ดช่วยให้ชัดเจน แจงคดีฮั้ว สว. อยู่ระหว่างพิจารณา กกต. ชี้ทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมายวันที่ 20 มี.ค. 69 ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการ นายแสวง บุญมี ชี้แจงกรณี กกต.แจ้งความ 6 บุคคลเกี่ยวกับการถ่ายภาพและถอดรหัสบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งว่า เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการ “ขัดขวางกระบวนการเลือกตั้ง” ย้ำว่าหน้าที่ของ กกต. คือทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ และกฎหมายไม่เปิดช่องให้ทราบว่าประชาชนลงคะแนนให้ใคร ระบุว่าการกระทำที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สำเร็จถือเป็นความผิดตามกฎหมาย และ กกต.ต้องดำเนินการเพื่อปกป้องกระบวนการเลือกตั้ง ไม่ขอแสดงความเห็นกรณีความเชื่อมโยงของผู้ถูกกล่าวหา เนื่องจากเป็นเรื่องในสำนวนคดี ยืนยันว่าการดำเนินการของ กกต. มุ่งรักษาความสุจริต โปร่งใส และความลับของการลงคะแนนเลือกตั้ง“แสวง” โต้ข้อครหาบัตรเขย่ง ชี้ ECT Report เป็นแค่แนวโน้ม ไม่ใช่ผลทางการนายแสวง บุญมี กล่าวในกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ว่า กกต.เปิดรับการตรวจสอบและพร้อมชี้แจงการทำงานเลือกตั้งต่อสังคม ย้ำระบบเลือกตั้งยึด 3 หลัก คือ ความโปร่งใส การมีส่วนร่วมของประชาชน และการป้องกันทุจริต อธิบายบทบาทเอกสารสำคัญ “แบบ 5/18” ที่ใช้สรุปผลคะแนนและติดประกาศให้ตรวจสอบได้ในทุกหน่วยเลือกตั้ง ชี้แจงระบบรายงานผล ECT Report เป็นเพียงข้อมูลไม่เป็นทางการ อาจมีความคลาดเคลื่อนทางเทคนิค แต่ไม่กระทบผลจริง ยืนยันว่าคะแนนเลือกตั้งทุกคะแนนต้องผ่านการตรวจสอบหลายขั้นตอน และประชาชนสามารถร่วมตรวจสอบเพื่อให้การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม"แสวง"มองเป็นเรื่องดี ศาลรธน.รับคดีบาร์โค้ด ชี้ จะได้มีความชัดเจนนายแสวง ระบุว่า คดีบัตรเลือกตั้งที่มีประเด็นบาร์โค้ด–คิวอาร์โค้ด อยู่ระหว่างกระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญ และ กกต.ต้องรอคำสั่งให้ชี้แจง ยืนยันว่า กกต.ทำหน้าที่จัดเลือกตั้งให้สุจริต โปร่งใส และเป็นความลับตามรัฐธรรมนูญ กรณีศาลอาจให้จำลองเหตุการณ์หรือใช้พยานหลักฐานเพิ่มเติม เป็นเรื่องของกระบวนการพิจารณาคดี ไม่ขอแสดงความเห็นส่วนข้อกังวลเรื่องการทำให้บัตรเลือกตั้ง “ไม่ลับ” ยืนยันว่ายังไม่มีผลกระทบ และการเลือกตั้งยังคงเป็นไปอย่างลับตามเดิม กรณีถูกฟ้องคดีอื่น ๆ เช่น มาตรา 157 กกต. ยืนยันจะดำเนินงานตามหน้าที่ และรูปแบบบัตรเลือกตั้งในอนาคตยังอยู่ระหว่างการพิจารณา“แสวง” แจงคดีฮั้ว สว. อยู่ระหว่างพิจารณา กกต. ชี้ทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมายนายแสวง ระบุว่า คดีฮั้ว สว. อยู่ระหว่างขั้นตอนพิจารณาตามกระบวนการของ กกต. โดยคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ได้ทำความเห็นเสร็จแล้วและกำลังส่งเข้าสำนักงาน ย้ำว่าทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ และเป็นกระบวนการอิสระในแต่ละชั้นของการพิจารณา ชี้ว่าประเด็นข่าวหรือความเห็นจากภายนอกยังไม่สามารถยืนยันได้ เพราะเป็นเรื่องลับในชั้นสืบสวนสอบสวน เมื่อถูกถามถึงผลทางการเมืองหรือข้อครหาความเชื่อมโยงทางอิทธิพล แสวงระบุว่าเป็นเรื่องที่ตอบไม่ได้ และ กกต.ต้องรับแรงกดดันจากทุกฝ่าย ยืนยันว่าการตั้งคณะอนุกรรมการและการดำเนินคดีทั้งหมดอยู่ภายใต้กรอบระเบียบกฎหมาย และต้องรอผลวินิจฉัยสุดท้ายของ กกต.“เกรียงไกร” เผยความคืบหน้าคำร้องยุบ “พรรคประชาชน” ปมข้อมูลสมาชิกหลุดแสวง บุญมี ระบุว่า กรณีคำร้องขอยุบพรรคการเมืองยังอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบข้อเท็จจริงของ กกต. โดยมีผู้ร้อง 3 ราย และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน นายเกรียงไกร พานดอกไม้ ชี้ว่าคำร้องยื่นภายใต้มาตรา 92 ซึ่งอาจนำไปสู่การยุบพรรค แต่ต้องพิสูจน์ตามองค์ประกอบความผิดก่อน กกต.อยู่ระหว่างตรวจสอบประเด็นข้อมูลรั่วไหลและข้อกล่าวหาอื่น ๆ เช่น การใช้พรรคแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ย้ำว่าการพิจารณาของ กกต. จะยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ไม่ดำเนินการตามกระแสสังคม แสวงยืนยันว่า กกต.จะให้ความเป็นธรรมทุกพรรค และขอให้สังคมเชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสอบที่เปิดให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

นายกฯ มอบรางวัลวัน อสม. เปรียบเหมือนได้เจอรักเก่า - บอก เป็นของหายาก
Politics2026 Mar 20 :: 03:56

นายกฯ มอบรางวัลวัน อสม. เปรียบเหมือนได้เจอรักเก่า - บอก เป็นของหายาก

นายกฯ มอบรางวัลวัน อสม. เปรียบเหมือนได้เจอรักเก่า - บอก เป็นของหายาก เหตุน้อยประเทศมี อสม. - มุ่งยกระดับเป็นสมาร์ท อสม.วันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุมไดมอนด์ ฮอลล์ ชั้น 5 โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ท อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการจัดงานวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 และมอบรางวัลเชิดชูเกียรติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านดีเด่นนายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ตนรู้สึกดีใจที่ได้มาพบกันครั้ง เหมือนได้มาพบกับคนรักเก่า และวันนี้ตนก็ใส่เสื้อถูกโฉลก ตนไม่ได้แค่ใส่เสื้อ อสม.เฉยๆ แต่ตนเป็น อสม.ของ ตำบลอีสาน อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ วันนี้เป็นวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี 2569 หากไม่มีภารกิจที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ตนก็มักมาร่วมงานด้วยตัวเอง เพราะถือว่าพวกเราเป็นนักรบชุดเทาเหมือนกัน เราเคยร่วมทุกข์ร่วมสุข เคยได้ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพของประชาชนร่วมกัน ดูแลสถานการณ์ โควิด-19 ที่เราต่อสู้ด้วยกันมาอย่างหนักหนาสาหัส ร่วมกับบรรดาแพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุขทุกคน ตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ตนได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็ถือว่าเรามีความผูกพันกัน และในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี ความช่วยเหลือในเรื่องของพี่น้อง อสม.ก็อยู่ในความผิดของตนตลอดเวลาและมีความมั่นใจว่าประเทศนี้นอกจากบุคลากรสาธารณสุขที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาในเรื่องของความเจ็บป่วย ใช้ความรู้ความสามารถในทางการแพทย์ พยาบาล ทางเภสัชกรรมแล้ว ก็ยังมีพี่น้อง อสม.ที่เป็นผู้ช่วยสำคัญ ที่มีบทบาทเป็นอย่างยิ่งในการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน เป็นสิ่งที่รัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข และประเทศไทยขาดไม่ได้ในโอกาสนี้ตนขอแสดงความยินดีกับ อสม.ทุกคนในวันนี้ ที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ อาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่น ขอบคุณในความทุ่มเทเสียสละ ที่ได้ร่วมกันอุทิศกำลังกาย กำลังใจ และเวลาอย่างเต็มที่ ในการปฎิบัติหน้าที่ เพื่อดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน หลายคนคงทราบดีอยู่แล้วว่าประเทศไทยของเราได้รับการชื่นชมจากองค์การอนามัยโลกและได้รับการยอมรับจากนานาอารยประเทศ ว่ามีสาธารณสุขที่ดี มีความเข้มแข็ง มีศักยภาพสูง ทุกครั้งที่เราได้รับคำชมในเรื่องนี้จะมี 2 สิ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง นั่นคือ ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า และการมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพราะน้อยประเทศจะมีแบบเรา ซึ่งถือว่าทุกคนคือของหายากในโลกใบนี้ และเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจ ด้วยบทบาทที่มีคุณค่าเช่นนี้ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของ อสม.อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งยกระดับ อสม.ยุคใหม่ให้ก้าวเป็นสมาร์ท อสม.ที่มีความรู้ด้านสุขภาพอย่างรอบด้าน และมีทักษะที่ทันสมัย พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือในการเชื่อมความรู้เรื่องสุขภาพไปสู่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการเรื่องสุขภาพที่สะดวก รวดเร็ว ทั่วถึง และเท่าเทียมนอกจากนี้ พี่น้อง อสม.จะได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ และทักษะที่จำเป็นในการจัดการและแก้ไขปัญหาสุขภาพในชุมชน เชื่อมโยงระบบบริการสุขภาพระหว่างภาครัฐกับชุมชนในทุกระดับ ตลอดจนการเป็นผู้นำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ การสู้กับโรคที่ดีที่สุดคือการมีสุขนิสัยที่ดี เพราะเรารู้ควรกินอะไร อยู่อย่างไร ออกกำลังกายแค่ไหน และทำอย่างไรเมื่อเกิดภาวะความเครียด ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนในครอบครัว ตนขอให้พี่น้อง อสม.ทุกคน ตลอดจนเครือข่ายเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในทุกพื้นที่ ได้มีความภาคภูมิใจในบทบาทหน้าที่ของตัวเอง และร่วมแรงร่วมใจกันส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลและพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพ เพื่อความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศต่อไป

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“รัดเกล้า” ชู “ไบโอดีเซล” ยกระดับมาตรฐานปาล์ม ทางออกวิกฤตพลังงานโลก
Politics2026 Mar 20 :: 03:54

“รัดเกล้า” ชู “ไบโอดีเซล” ยกระดับมาตรฐานปาล์ม ทางออกวิกฤตพลังงานโลก

“รัดเกล้า” ชู “ไบโอดีเซล” ยกระดับมาตรฐานปาล์ม ทางออกวิกฤตพลังงานโลก ยก 4 ข้อทำหนุนอุตสาหกรรมปาล์มเพื่อใช้ในประเทศเสริมความมั่นคงระยะยาวเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์ความผันผวนด้านพลังงานจากผลกระทบสงครามในตะวันออกกลาง ที่ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้นและกระทบต่อค่าครองชีพคนไทยว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งสร้างความมั่นคงทางพลังงานจากแหล่งพลังงานภายในประเทศ โดยเฉพาะพลังงานชีวภาพ อาทิ ไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์ม ปัจจุบันไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซในสัดส่วนสูง เมื่อเกิดวิกฤตด้านพลังงาน ก็กระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ น้ำมันไบโอดีเซลจึงเป็นพลังงานทางเลือกที่ไทยสามารถผลิตใช้เองได้ครบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งนี้ ปาล์มน้ำมัน ที่คาดว่าจะออกสู่ตลาดในเดือนมีนาคม–เมษายน 2569 รวมกับสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบ มีราว 300,000 ตัน ที่ราคาตลาดกิโลกรัม(กก.)ละ34-35 บาท ชี้ว่าไทยมีเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ ดังนั้น การเพิ่มสัดส่วนการผลิตไบโอดีเซล จะช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานได้ดีกว่าการพึ่งพาการส่งออก และยังเป็นการเก็บสำรองน้ำมันปิโตรเลียมไว้ใช้ในยามจำเป็นด้วยนางรัดเกล้า กล่าวต่อว่า ปัจจุบันไทยผลิตน้ำมันปาล์มดิบได้ราว 3.6 ล้านตันต่อปี ส่งออกมากกว่า 1.2 ล้านตัน ขณะที่กำลังการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลในไทยอยู่ที่ราว 12 ล้านลิตรต่อวัน แต่ความต้องการใช้จริงสำหรับน้ำมัน B5 มีอยู่เพียง 3 ล้านลิตรต่อวัน หากมีการปรับเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 หรือ B10 จะทำให้ความต้องการใช้เพิ่มขึ้นเป็น 6 ล้านลิตรต่อวัน ก็ยังไม่เต็มศักยภาพการผลิตของประเทศ และภาคเอกชนก็มีความพร้อมที่จะรองรับได้ ดังนั้น การส่งเสริมไบโอดีเซล ต้องดำเนินควบคู่กับการยกระดับคุณภาพ เพื่อแก้ปัญหาการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ในเครื่องยนต์บางประเภทด้วยจึงเสนอให้มีการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างจริงจัง โดยเฉพาะเทคโนโลยีไบโอดีเซลขั้นสูง เช่น HVO (Hydrotreated Vegetable Oil) ซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงน้ำมันดีเซลคุณภาพสูง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น“ทั้งนี้มีความจำเป็นในการยกระดับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันของไทยทั้งระบบ โดยเสนอ 4 แนวทางสำคัญ คือ 1.การกำหนดมาตรฐานคุณภาพปาล์มน้ำมัน เพื่อให้ราคาสะท้อนคุณภาพและสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรพัฒนา 2.การส่งเสริมการปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและแข่งขันได้ 3.การผลักดันการใช้ไบโอดีเซล เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero 4.การขยายช่องทางตลาดและพัฒนาองค์ความรู้ให้เกษตรกร ตั้งแต่การคัดเลือกพันธุ์จนถึงการแปรรูป เพราะวิกฤตพลังงานโลกอาจยืดเยื้อ แต่สิ่งที่ประเทศไทยทำได้ทันทีคือการเสริมความแข็งแกร่งจากภายใน ใช้ทรัพยากรที่เรามีอย่างปาล์มน้ำมันให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อดูแลทั้งผู้บริโภค เกษตรกร และความมั่นคงของประเทศในระยะยาว” นางรัดเกล้า กล่าวย้ำ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ด่วน! DSI ออกหมายเรียกเอาผิด “สส.สุดาวรรณ” คดีบุกรุก “หาดสวนยา” อุบลฯ พัวพันที่ดินรัฐกว่า 16 ไร่
Politics2026 Mar 20 :: 02:40

ด่วน! DSI ออกหมายเรียกเอาผิด “สส.สุดาวรรณ” คดีบุกรุก “หาดสวนยา” อุบลฯ พัวพันที่ดินรัฐกว่า 16 ไร่

ด่วน! DSI ออกหมายเรียกเอาผิด “สส.สุดาวรรณ” คดีบุกรุก “หาดสวนยา” อุบลฯ พัวพันที่ดินรัฐกว่า 16 ไร่ สะเทือนวงการนักการเมือง–เอกชนถูกเรียกสอบปมเอกสารสิทธิ–ขุดดินถมดินผิดกฎหมาย คดีโยงหลายคดีพิเศษวันที่ 20 มี.ค. 2569 มีรายงานจากแหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงยุติธรรมว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องหลายราย ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในคดีพิเศษที่เกี่ยวกับการบุกรุกที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ “หาดสวนยา” ต.ศรีวิเชียร อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานีคดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการสืบสวนของ DSI ในคดีพิเศษที่ 154/2562 และคดีต่อเนื่อง 119/2566 ซึ่งพบพฤติการณ์การบุกรุก ยึดถือ และครอบครองที่สาธารณประโยชน์ รวมถึงการขุดบ่อกักเก็บน้ำรวม 3 บ่อ เนื้อที่กว่า 16 ไร่ โดยอ้างเอกสารสิทธิที่ดินซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องพนักงานสอบสวนได้พิจารณาประเด็นสำคัญ 6 ด้าน ครอบคลุมตั้งแต่การออกเอกสารสิทธิในที่ดินของรัฐ การตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ไปจนถึงการขุดดินและถมดินนอกเขตเอกสารสิทธิ รวมถึงการยื่นขอออกโฉนดโดยมิชอบก่อนหน้านี้ DSI เคยมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาบางราย และส่งสำนวนให้อัยการแล้ว ขณะที่บางส่วนอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมล่าสุด มีการออกหมายเรียกให้บุคคลในกลุ่มผู้บริหารและนักการเมืองเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ประกอบด้วย สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล , วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล , ยลดา หวังศุภกิจโกศลรวมถึงกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยถูกแจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ประมวลกฎหมายที่ดิน และประมวลกฎหมายอาญา ฐานบุกรุก ยึดถือ และใช้ประโยชน์ในที่สาธารณประโยชน์รายงานระบุว่า บางรายได้ยื่นหนังสือขอเลื่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ขณะที่บางรายอ้างเอกสิทธิ์ตามสถานะ สส. และอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางเข้าพบพนักงานสอบสวนทั้งนี้ คดีอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และยังไม่สิ้นสุดกระบวนการสอบสวนของ DSI และพนักงานอัยการที่เกี่ยวข้อง

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

คนร้ายเหิม! ขับกระบะไล่ยิง สส.พรรคประชาชาติ กลางดึก กระสุนถล่มกว่า 10 นัด รอดหวุดหวิด
Politics2026 Mar 20 :: 01:13

คนร้ายเหิม! ขับกระบะไล่ยิง สส.พรรคประชาชาติ กลางดึก กระสุนถล่มกว่า 10 นัด รอดหวุดหวิด

คนร้ายเหิม! ขับกระบะไล่ยิง สส.พรรคประชาชาติ กลางดึก กระสุนถล่มกว่า 10 นัด รอดหวุดหวิด ขณะที่คนขับ-ตร.เจ็บสาหัส ด้านเจ้าหน้าที่เร่งล่ามือปืนจากวงจรปิดวันที่ 20 มี.ค. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้รถยนต์กระบะสีขาว 4 ประตู ไม่ทราบยี่ห้อและแผ่นป้ายทะเบียน เป็นพาหนะก่อเหตุใช้อาวุธปืนสงครามไล่ยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 5 จังหวัดนราธิวาส ขณะโดยสารรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ รุ่นอัลพาร์ด เดินทางกลับจากสนามบินหาดใหญ่เหตุเกิดบริเวณหน้าบ้านพักเลขที่ 13/3 หมู่ 9 ถนนเพชรเกษม ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส โดยคนร้ายได้ขับรถแซง ก่อนถอยหลังและใช้อาวุธปืนยิงใส่รถของนายกมลศักดิ์กว่า 10 นัด ก่อนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่อำเภอบาเจาะจากเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ได้แก่ อุชลัมห์ โกะเลาะ อายุ 55 ปี คนขับรถ และ หริรักษ์ หีมมิหนะ อายุ 43 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตาม ซึ่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายจุด ชาวบ้านในพื้นที่ได้ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลบาเจาะอย่างเร่งด่วน ก่อนถูกส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้วขณะที่นายกมลศักดิ์ ซึ่งนั่งอยู่เบาะหลัง เมื่อได้ยินเสียงปืนได้รีบหมอบลงกับเบาะ ทำให้รอดพ้นจากกระสุนไปได้อย่างหวุดหวิดทั้งนี้ กล้องวงจรปิดบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุสามารถบันทึกภาพพฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายไว้ได้ โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 01.09 น. เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

นายกฯ ยืนยัน น้ำมันไม่ขาด! มีสต๊อก 100 วัน ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก-เสียใจเหตุแรงงานไทยในอิสราเอลเสียชีวิตจากเหตุสู้รบ
Politics2026 Mar 19 :: 12:28

นายกฯ ยืนยัน น้ำมันไม่ขาด! มีสต๊อก 100 วัน ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก-เสียใจเหตุแรงงานไทยในอิสราเอลเสียชีวิตจากเหตุสู้รบ

นายกฯ ยืนยัน น้ำมันไม่ขาด! มีสต๊อก 100 วัน ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก แจงเหตุขาดแคลน เพราะแห่กักตุน รับไทยยังส่งออก 2 ประเทศ ลาว-เมียนมาร์ - ไฟเขียวรถน้ำมันวิ่ง 24 ชม. สั่งเข้มความปลอดภัย - พยักหน้ารับ 2 ที ตั้งรบ.-ครม. เร็วแน่ ยันไม่มีปัญหา สส.ภท.-กลุ่มเทคโนแครต ลั่นเป็นโควตาหัวหน้าพรรค เสียลสละมาช่วยชาติ บอกใครมีปัญหาให้มาที่หัวหน้าพรรค - เสียใจเหตุแรงงานไทยในอิสราเอลเสียชีวิตจากเหตุสู้รบ ย้ำ รัฐบาลไทยพร้อมอำนวยความสะดวก หากประชาชนประสงค์ขอกลับไทย วอนแรงงานไทยปฏิบัติตามคำแนะนำของประเทศต้นทางวันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลการประชุมศูนย์บริหาร ใช้ และติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออก (ศบก.) โดยระบุว่า จากการตรวจสอบปริมาณน้ำมันและราคาน้ำมันในแต่ละขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน ครอบคลุมโรงกลั่นน้ำมัน คลังน้ำมัน จ๊อบเบอร์ การขนส่งน้ำมัน สถานีบริการน้ำมัน โดยในที่ประชุมพบว่าโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่ง ในประเทศไทยยังคงเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต โดยกำลังการผลิตเราผลิตได้ถึง 175 ล้านลิตรต่อวัน และมีการจัดหาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง หลายโรงกลั่นก็มีการจัดหาน้ำมันดิบจากหลายแหล่ง เพื่อให้มีความเพียงพอต่อการนำน้ำมันดิบมากลั่นเป็นน้ำมันประเภทต่างๆ ทั้งโรงกลั่นน้ำมันและคลังน้ำมัน จะดำเนินการประกาศราคาหน้าโรงกลั่นและหน้าคลังน้ำมัน และมีโรงกลั่นที่พร้อมจะขายน้ำมันให้จ๊อบเบอร์ด้วยราคาตามที่ประกาศ โดย PTTOR จะประกาศราคาที่ไม่เกินราคาหน้าสถานีบริการทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้สั่งการให้โรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมัน รายงานข้อมูลการผลิต การจำหน่ายน้ำมัน ปริมาณน้ำมันที่จะจำหน่าย ราคาที่จะจำหน่าย ให้กรมธุรกิจพลังงานได้รับทราบ เพื่อจะได้ดูแลจัดสรรปริมาณน้ำมันที่จะจำหน่ายให้กับประชาชนและภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ด้วยราคาที่เป็นธรรม ในขณะเดียวกันสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะออกมาตรการข้อบังคับผ่อนผันการเดินรถของรถบรรทุกน้ำมันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั่วประเทศภายในวันนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ทั่วประเทศ โดยขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการขนส่งเพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในการขนส่งน้ำมัน เพื่อจัดส่งไปยังสถานีบริการทั่วประเทศให้มีความปลอดภัยสูงสุดอย่างไรก็ตาม ปัจจุบันในเรื่องของการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป ได้รับการยืนยันแล้วว่า เรายังคงส่งออกไปเพียงที่ สปป.ลาว และเมียนมาร์ โดยปริมาณการส่งออกของน้ำมันที่ สปป.ลาว เฉลี่ยอยู่ที่ 5.29 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเป็นอัตราที่ลดลงมาถึง 25% จากที่เคยได้ดำเนินการมาก่อน และส่งไปที่เมียนมาร์อยู่ที่ 300,000 ลิตรต่อวันลดลง 20% จากที่เคยเป็นมามาก่อนนายอนุทิน กล่าวอีกว่า เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและแก้ปัญหาสถานการณ์น้ำมันไม่เพียงพอที่หน้าสถานีบริการน้ำมัน รัฐบาลจะเร่งพิจารณามาตรการต่างๆ เพิ่มเติม เช่น การผ่อนปรนการสำรองน้ำมัน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบ การเร่งผลิตพลังงานชีวภาพ B20 ให้มีความพร้อมจำหน่าย การพิจารณาเงินชดเชยให้กรมต่างๆ ทั้งหมดนี้รัฐบาลมีเป้าหมายเพื่อให้ระบบกลับสู่สภาวะปกติ จ้อบเบอร์กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ เพิ่มศักยภาพการขนส่งน้ำมันไปสถานีบริการน้ำมัน เพื่อให้มีน้ำมันตามความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภายใต้ราคาที่เหมาะสมสิ่งที่ตนอยากแจ้งประชาชน คือ ขอให้ประชาชนได้มีความมั่นใจ เรามีการประชุมกันหลายครั้ง มีการสอบถามผู้เกี่ยวข้องให้มีการยืนยันข้อมูล ทั้งทางเอกสาร ทางวาจา ทางประสบการณ์ที่มีอยู่ ตนจึงขอยืนยันว่าประเทศไทยเรายังไม่ประสบภาวะขาดแคลนการนำเข้าน้ำมันแต่อย่างใด ที่มีการพูดอยู่ตลอดเวลาว่าน้ำมันดิบไม่เข้าประเทศไทยแล้ว เพราะมีสถานการณ์การสู้รบที่ตะวันออกกลาง วันนี้ก็ได้เรียกประชุมกันอีกครั้งทั้งวงเล็ก วงใหญ่ วงภายใน ก็รับทราบเป็นที่ชัดเจนว่าเรายังสามารถผลิตน้ำมันในปริมาณและกำลังการผลิต ดังเช่นก่อนวันที่ 1 มีนาคม ก่อนที่จะมีการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางดังนั้น น้ำมันยังไม่ขาดแคลน ปริมาณน้ำมันสำรองก็ยังคงรักษาได้อยู่ที่ประมาณ 100 วัน ซึ่งตอนที่เกิดเหตุการณ์ใหม่ๆ เราเร่งตรวจสอบอย่างเต็มที่ ในขณะนั้นปริมาณน้ำมันสำรองมีอยู่เพียง 62 วันเท่านั้นเอง แต่หลังจากมีการใช้มาตรการในการบริหารจัดการการไหลเข้ามาของปริมาณน้ำมันดิบ เราสามารถบริหารจัดการได้ การออกมาตรการงดส่งน้ำมันที่กลั่นแล้วไปจำหน่ายยังประเทศอื่นๆ ยกเว้น 2 ประเทศ คือ ลาวและเมียนมาร์ เราก็สั่งห้ามการส่งออกตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมเป็นต้นมา ทำให้การสำรองน้ำมันในประเทศเพิ่มขึ้นมาเต็มที่ประมาณ 100 วัน ส่วนนี้เป็นปริมาณน้ำมันสำรองเท่านั้น โดยในแต่ละวันเรายังสามารถสั่งนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ถึงแม้ว่าจะมีเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง แต่เรายังสามารถใช้เครือข่ายต่างๆ ของเราได้นายอนุทิน ระบุอีกว่า เราเคยมีการใช้น้ำมันดีเซลในแต่ละวันที่ 67 ล้านลิตร ในช่วงก่อนเกิดเหตุสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งการใช้น้ำมัน 67 ล้านลิตรต่อวันนั้น ใช้ในสภาวะปกติ ไม่ได้มีการออกมาตรการเรื่องการลดการใช้หรือประหยัดน้ำมัน กำลังการผลิตน้ำมันดีเซลของประเทศไทยอยู่ที่ 77 ล้านลิตรต่อวัน แต่หลังจากเกิดสงคราม ด้วยข้อมูล ด้วยความตระหนก และวิตกกังวลของประชาชน ทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันในแต่ละวันเพิ่มมาเป็น 84 ลิตรต่อวัน จึงเกินกำลังการผลิต ก็อาจเป็นเหตุทำให้ขาดน้ำมันในบางพื้นที่วันนี้รัฐบาลและส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคการผลิต ภาคการขนส่ง ภาคการจัดจำหน่าย เราก็ร่วมมือกันอย่างเต็มที่ในการบริหารสถานการณ์ ให้มีน้ำมันให้กับประชาชนใช้ได้ตามปกติ แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องขอความร่วมมือประชาชน ว่าน้ำมันที่หายไปนั้นไม่ได้หายไปเพราะถูกส่งออกไปต่างประเทศหรือหายไปเพราะเอาไปใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติมหรือไปส่งเสริมภาคการผลิตอื่น ทำให้น้ำมันหาย ทุกอย่างยังอยู่ในภาวะปกติ แต่หายไปเพราะเกิดจากความกังวลของประชาชน จึงมีการมาเติมน้ำมันเพิ่มขึ้น มีการนำน้ำมันไปเก็บสำรองไว้เพิ่มมากขึ้นในครัวเรือน ทำให้เกิดภาวะการขาดแคลน เพราะฉะนั้นจุดนี้หากประชาชนให้ความร่วมมือ กลับมาใช้น้ำมันในภาวะปกติ ซึ่งน้ำมันที่เรามีอยู่ตามสถานีบริการน้ำมันทั่วไปก็เพียงพออยู่แล้ว ส่วนนี้การใช้ก็จะมาพอดีกับการผลิตตนขอเน้นย้ำว่า 67 ล้านลิตรที่เคยใช้ในแต่ละวัน ใช้ในภาวะปกติ แต่กระโดดมาเป็น 84 ล้านลิตร ถ้ากลับสู่ภาวะปกติ วันนี้ประชาชนได้ให้ความตระหนัก ลดการวิตกกังวลกับการใช้น้ำมันในแต่ละวัน ก็จะสอดคล้องกับกำลังความสามารถในการผลิตน้ำมันในประเทศประเทศไทย ยืนยันว่าในปัจจุบันยังไม่มีเหตุผลใดที่ต้องกังวลจนเกินเหตุ ขอให้ประชาชนได้ใช้ชีวิตตามปกติ และทางเราจะเร่งแก้ไขสถานการณ์ให้รวดเร็วที่สุด ขณะเดียวกันก็ขอวิงวอนให้ประชาชนได้ตระหนัก ถึงแม้เราจะยังไม่ขาดน้ำมัน แต่วันนี้มีปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้คือสถานการณ์สงคราม เรายังไม่รู้ว่าความรุนแรงมากไปกว่านี้หรือจะหยุดกันเมื่อไหร่ ฉะนั้นหากเราใช้ด้วยความระมัดระวัง ความตระหนักรู้ เราก็จะยิ่งมีปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศได้เพิ่มมากขึ้น ส่วนเรื่องของไฟฟ้าก็ยิ่งไม่ต้องกังวล เพราะไฟฟ้าส่วนใหญ่ในประเทศไทยใช้ก๊าซจากแหล่งที่อยู่ในอ่าวไทย สามารถนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าที่หล่อเลี้ยงความต้องการของประชาชนทั่วประเทศได้ โดยที่ไม่มีปัญหาติดขัดใดๆ และเราจะส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกอื่น ตนคิดว่ารัฐบาลได้ทำทุกอย่างเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างเต็มที่ส่วนข่าวที่ระบุว่าประเทศไทยแอบส่งออกน้ำมันไปประเทศที่ 3 นอกเหนือจากสปป.ลาว และเมียนมา โดยผ่านสปป.ลาวไปยังกัมพูชานั้น ขอยืนยันว่าไม่มี ส่วนตนจะรู้ได้อย่างไรว่าสปป.ลาว จะไม่ขายต่อไปยังกัมพูชานั้น ตนเพิ่งไปจนสปป.ลาวมา ได้สอบถามกับผู้บริหารระดับสูง และแสดงความกังวลว่ามีเหตุการณ์เช่นนี้หรือไม่ ก็ได้รับคำตอบอย่างชัดเจนว่าไม่มี ขอให้สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวสารให้เกิดความชัดเจน เพื่อประชาชนจะได้ไม่ต้องวิตกกังวล ขณะนี้เราส่งออกน้ำมันจากประเทศไทยไปยัง 2 ประเทศเท่านั้น เพราะมีเหตุผลทางยุทธศาสตร์ เพราะอาจจะต้องแสวงหาความร่วมมือกับ 2 ประเทศนี้ในอนาคต เพราะเป็นประเทศที่ผลิตไฟฟ้า และก๊าซ ป้อนเข้ามาที่ประเทศไทย จึงเหมือนเป็นการส่งเชื้อเพลิงเข้าไปให้เขาได้ผลิตพลังงานต่างๆต้อนกลับเข้ามาสู่ที่ประเทศไทย เป็นการเพิ่มซัพพลาย และพลังงานเข้ามาสู่ประเทศไทยอีกด้านหนึ่งผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีจังหวัดใดที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันในระดับรุนแรงหรือไม่ และรัฐบาลมีแนวทางแก้ไขปัญหาเฉพาะพื้นที่อย่างไร โดยยกตัวอย่างกรณีจังหวัดสงขลาที่มีการระบุว่าผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันต้องปิดให้บริการ เนื่องจากไม่สามารถจัดหาน้ำมันมาเติมได้ด้าน มล.ปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีกจำกัด (มหาชน) หรือ OR ชี้แจงว่า จากข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ ยังไม่พบพื้นที่ใดของประเทศที่ขาดแคลนน้ำมันในระดับวิกฤต โดยระบุว่าโดยปกติระบบการจัดส่งน้ำมันยังคงดำเนินการได้ตามแผน แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้มีสาเหตุสำคัญมาจากการที่ประชาชนจำนวนมากแห่เติมน้ำมันมากกว่าปกติ ส่งผลให้น้ำมันในบางสถานีบริการหมดเร็วกว่าที่ควรจะเป็นทั้งนี้ ย้ำว่าแม้น้ำมันในบางปั๊มจะหมดชั่วคราว แต่สามารถรอรอบการขนส่งได้ เนื่องจากมีการเติมน้ำมันเข้าสถานีบริการทุกวัน ไม่ได้เป็นการขาดแคลนในเชิงระบบแต่อย่างใดสำหรับกรณีจังหวัดสงขลา ที่มีรายงานว่าผู้ประกอบการปั๊ม 4 แห่งต้องปิดให้บริการ และจะได้รับน้ำมันรอบใหม่ในวันที่ 1 เมษายนนั้น กรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. OR ระบุว่า จากประสบการณ์ในธุรกิจน้ำมัน เห็นว่าการรอรอบขนส่งไม่น่าจะใช้เวลานานถึงระดับดังกล่าว โดยคาดว่าโดยทั่วไปควรใช้เวลาเพียงวันถัดไปเท่านั้นขณะเดียวกัน มีการเสริมข้อมูลจากภาคปฏิบัติในพื้นที่ว่า ขณะนี้ได้มีการเพิ่มเที่ยวเรือขนส่งน้ำมันลงสู่ภาคใต้ โดยมีการจัดส่งทุกวัน เพื่อเสริมปริมาณน้ำมันในระบบ และลดผลกระทบจากความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น โดยย้ำว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพียงช่วงรอยต่อของระบบขนส่ง ไม่ใช่การขาดแคลนในระยะยาวส่วนสถานการณ์จะสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เมื่อไหร่ รัฐบาลชี้แจงว่า สถานการณ์ที่ไม่ปกติในขณะนี้มีสาเหตุหลักมาจากการกักตุนของประชาชน ซึ่งทำให้ความต้องการใช้น้ำมันสูงกว่าระดับปกติโดยเป้าหมายของการแก้ไขปัญหาในระยะนี้ คือการทำให้สถานการณ์กลับไปสู่ระดับปกติก่อนวันที่ 1 มีนาคม ด้วยการทำให้การ ใช้น้ำมันกลับไปอยู่ที่ระดับ 67 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1–2 สัปดาห์ โดยมาตรการสำคัญคือการนำน้ำมันสำรองที่มีอยู่เข้าสู่ระบบเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในตลาด ให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน และลดปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในบางสถานีบริการ รวมถึงลดความตื่นตระหนกของประชาชนผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีที่กรมธุรกิจพลังงานรายงานว่า ในช่วงวันที่ 15–17 มีนาคม พบสถานีบริการน้ำมันปิดให้บริการชั่วคราวถึง 241 แห่ง จากปัญหาน้ำมันหมด โดยตั้งคำถามถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงสถานการณ์ล่าสุดในวันที่ 18–19 มีนาคม ว่ามีแนวโน้มดีขึ้นหรือไม่รัฐบาลชี้แจงว่า สถานการณ์ปั๊มน้ำมันที่ปิดให้บริการ จำเป็นต้องแยกออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ปั๊มน้ำมันที่มีบริษัทแม่หรือแบรนด์ใหญ่ ดูแล เช่น ปตท., เชลล์, บางจาก, Caltex, PT , Suscoกับปั๊มน้ำมันอิสระที่ไม่มีบริษัทแม่กำกับดูแลและดำเนินธุรกิจด้วยตนเองโดยระบุว่า ปั๊มในกลุ่มที่ไม่มีบริษัทแม่ เมื่อเกิดสถานการณ์ตึงตัวด้านอุปทาน จะมีความเปราะบางมากกว่า เนื่องจากต้องพึ่งพาการซื้อน้ำมันผ่าน “จ๊อบเบอร์” หรือผู้ค้าคนกลาง ซึ่งในภาวะปกติอาจได้ราคาที่ถูกกว่า แต่เมื่อเกิดวิกฤต การจัดหาน้ำมันจะทำได้ยากกว่า และไม่มีหน่วยงานกลางช่วยบริหารจัดการโดยตรงทั้งนี้ หากมีการปล่อยน้ำมันจากโรงกลั่นหรือผู้ค้ารายใหญ่ไปยังจ๊อบเบอร์มากขึ้น ก็จะช่วยให้ปั๊มอิสระสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติในส่วนของแนวทางแก้ไข รัฐบาลเปิดเผยว่า ได้ขอความร่วมมือจากผู้ค้าน้ำมันให้เร่ง “อัดสต็อก” น้ำมันสำเร็จรูปเข้าสู่ระบบ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีปัญหาปั๊มปิด เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในสถานีบริการให้กลับมาเพียงพอโดยเร็วโดยมาตรการดังกล่าวจะดำเนินการอย่างเข้มข้นในช่วง 1 สัปดาห์แรก เพื่อให้สถานีบริการที่ปิดไปสามารถกลับมาเปิดได้ และทำให้ระบบขนส่งน้ำมันกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เนื่องจากในปัจจุบันระบบโลจิสติกส์บางส่วนเกิดการส่งไม่ทันต่อความต้องการรัฐบาลย้ำว่า ปริมาณน้ำมันในระบบยังคงเพียงพอ และประเทศไทยยังมีน้ำมันสำรองในระดับสูง รวมถึงศักยภาพในการนำเข้าน้ำมันดิบจากหลายแหล่งทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย บราซิล อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย เวียดนาม บรูไน และลิเบีย โดยในช่วงวันที่ 1–18 มีนาคม มีการนำเข้าน้ำมันดิบรวมกว่า 3,300 ล้านลิตร ซึ่งเพียงพอต่อการกลั่นและใช้งานในประเทศส่วนสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขณะนี้ รัฐบาล ระบุว่า ยังมีเงินอยู่ 20,000 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการช่วยอุดหนุนราคาน้ำมันให้อยู่ที่ระดับ 33 บาท ตามนโยบายของรัฐบาลจนถึงการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เนื่องจากการจ่ายเงินอุดหนุนของกองทุนไม่ได้จ่ายทุกวันแต่จะจ่ายเป็นรอบเดือน เพราะฉะนั้นรอบของเดือนนี้จริงๆแล้วต้องไปจ่ายเดือนหน้า และยอดของเดือนมีนาที่ต้องจ่ายออกเป็นแค่หลัก 100 ล่านบาทเท่านั้น อย่างไรก็ตามจะเริ่มเห็นสัญญาณในกลางเดือนหน้า ซึ่งถึงตอนนั้นก็ยืนยันว่าจะไม่มีปัญหา และเมื่อถึงกลางเดือนหน้าเมื่อมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่แล้ว ก็ได้มีการเตรียมมาตรการรองรับไว้ พร้อมกับย้ำว่าจะไม่มีปัญหาในเรื่องของการอุดหนุนราคาน้ำมันอย่างแน่นอนนายกฯ พยักหน้ารับ 2 ที ตั้งรบ.-ครม. เร็วแน่ ยันไม่มีปัญหาสส.ภท. - กลุ่มเทคโนแครต ลั่นเป็นโควตาหัวหน้าพรรค เสียลสละมาช่วยชาติ บอกใครมีปัญหาให้มาที่หัวหน้าพรรค นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พยักหน้ารับ 2 ครั้ง แต่ไม่ตอบคำถาม หลังผู้สื่อข่าวถามถึงการตั้งรัฐบาลจะเร็วหรือไม่หลังจากได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วส่วนการเคาะรายชื่อคณะรัฐมนตรีใกล้แล้วเสร็จแล้วหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี พยักหน้ารับ 2 ครั้งแต่ไม่ได้ตอบคำถามเมื่อถามถึงปัญหาภายในพรรคภูมิใจไทย เหมือนกลุ่มเทคโนแครต ที่แก้ปัญหาตะวันออกกลาง โดนสส. ภายในพรรคภูมิใจไทยลอยแพ นายอนุทิน ย้อนถามสื่อว่า แปลว่าอะไรผู้สื่อข่าวอธิบายต่อว่า เหมือนสส.ภท. มีปัญหากับกลุ่มเทคโนแครต จึงไม่มีสส. ออกมาปกป้อง นายอนุทิน ย้อนถามอีกรอบ ว่าคำว่าเทคโนแครต คืออะไร สื่อไปเอาข่าวมาจากไหน เทคโนแครตถูกลอยแพแปลว่าอะไร วันนี้เขานั่งประชุมกับตนตลอดช่วงบ่ายผู้สื่อข่าวถามต่อว่าเหมือนกลุ่มสส. ไม่ปกป้องรัฐมนตรีคนนอก นายอนุทิน กล่าวว่า เทคโนแครต เป็นโควตาหัวหน้าพรรค เป็นคนที่หัวหน้าพรรคไปเชิญมาทำงานให้กับพี่น้องประชาชน หลายท่านยอมเสียรายได้มหาศาลที่เคยได้รับอยู่ หลายท่านยอมทิ้งอนาคตทางราชการ แล้วมาทำงานให้กับประเทศชาติ กับพี่น้องประชาชน ฉะนั้นคนที่รับผิดชอบเทคโนแครตเหล่านี้ คือหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นไม่มีความกังวล ถ้าสส. มีความสงสัยอย่างไร ได้มีการตกลงกันภายในพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า ให้มาที่หัวหน้าพรรค ไม่ต้องไปมีความวิตกกังวลอะไร ท่านทั้งหลายเหล่านี้ และวันนี้ ท่านเหล่านี้ สมัยนี้ ไม่ใช่เทคโนแครตแล้ว ซึ่งทุกท่านได้ใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ และทุกท่านได้ปฏิบัติตามครรลอง เป็นสมาชิก เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ทุกวันนี้ทุกคนสามารถทำงานได้ ด้วยอิสระอย่างเต็มที่อย่าไปกังวลเรื่องนั้นเลยเสียใจเหตุแรงงานไทยในอิสราเอลเสียชีวิตจากเหตุสู้รบ ย้ำ รัฐบาลไทยพร้อมอำนวยความสะดวก หากประชาชนประสงค์ขอกลับไทย วอน แรงงานไทย ปฏิบัติตามคำแนะนำของประเทศต้นทางกรณีแรงงานไทยในอิสราเอลเสียชีวิตจากเหตุสู้รบในตะวันออกกลาง ว่า ในเรื่องของการช่วยเหลือ กระทรวงแรงงานมีมาตรการช่วยเหลืออยู่แล้ว ซึ่งปกติแล้วทางรัฐบาลอิสราเอลก็จะให้การดูแลผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้เต็มที่ ส่วนตัวอยากให้ผู้ใช้แรงงานได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของประเทศ และทำตามคำแนะนำของทางการประเทศนั้นๆ เพราะผู้เสียชีวิตรายนี้ เท่าที่ทราบข้อมูลในเบื้องต้นไม่ได้อยู่ในหลุมหลบภัย และในขณะที่เกิดเหตุอาจจะกลับมาเอาของ หรือออกมาทำธุระในที่พักของตัวเอง ซึ่งอาจเป็นจังหวะที่เกิดเหตุพอดี ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียใจขณะเดียวกัน ได้รับรายงานว่ารายงานในอิสราเอลที่ทำตามคำแนะนำ ทุกคนก็ยังมีความปลอดภัยอยู่ ขณะที่รัฐบาลไทยก็มีความพร้อม หากแรงงานมีความประสงค์เดินทางกลับประเทศ ก็จะดำเนินการอย่างเต็มที่ ให้สามารถเดินทางกลับมาประเทศไทยเป็นการชั่วคราวเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ตั้งแต่เกิดสงครามในตะวันออกกลางแรงงานไทยในอิสราเอลติดต่อกลับมาบ้างหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีทั้งอยากกลับ แต่ไม่มีใครอยากอยู่หรอก เพราะด้วยเรื่องของโอกาส และการที่ต้องหารายได้ แต่จำนวนผู้ที่แสดงความจำนงมีน้อยกว่าผู้ที่จะอยู่ต่อ ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลก็ดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยทราบว่าในบางพื้นที่ของอิสราเอลที่อยู่ห่างไกลจากสู้รบก็ยังใช้ชีวิตและทำงานเป็นปกติอยู่ ทางนายจ้างก็มีแนวทางในการปฏิบัติตัว ต้องไปหลบภัยหากเกิดเหตุ รวมทั้งมีการซักซ้อมจัดการอย่างเป็นระบบ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

โดนหางเลข! “ณพวิทย์” ว่าที่ผู้สมัคร สก.พรรคส้ม งานเข้า นามสกุลเดียวกันกับ “สุริยา วงศ์อารีย์” ยันไม่ใช่ญาติกับงูเห่า
Politics2026 Mar 19 :: 09:10

โดนหางเลข! “ณพวิทย์” ว่าที่ผู้สมัคร สก.พรรคส้ม งานเข้า นามสกุลเดียวกันกับ “สุริยา วงศ์อารีย์” ยันไม่ใช่ญาติกับงูเห่า

โดนหางเลข! “ณพวิทย์” ว่าที่ผู้สมัคร สก.พรรคส้ม งานเข้า นามสกุลเดียวกันกับ “สุริยา วงศ์อารีย์” ยันไม่ใช่ญาติกับงูเห่า ขณะคอมเมนต์ถามพรึ่บ ทำไมไม่ลงพรรคน้ำเงินให้จบวันที่ 19 มี.ค. 2569 นายณพวิทย์ วงศ์อารีย์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณีที่นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี พรรคประชาชน ซึ่งเป็นงูเห่า ไปโหวตนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีโดยนายณพวิทย์ ระบุว่า งูเห่าคนนี้ ไม่ใช่ญาติผมครับ ผม ที-ณพวิทย์ วงศ์อารีย์ อยู่กับ “พรรคประชาชน” ครับขณะที่ช่องแสดงความเห็น ส่วนใหญ่ได้มีผู้มาสอบถามจำนวนมากว่าเป็นญาติกันหรือไม่ บางคนตั้งคำถามว่าทำไมไม่ลงพรรคน้ำเงินตั้งแต่แรกไปให้จบ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"อนุทิน" ยัน ไม่มีกักตุนน้ำมัน แต่ ปชช. กังวลใจ พบยอดการใช้สูงขึ้นกว่า 20 ล้านลิตร/วัน
Politics2026 Mar 19 :: 08:44

"อนุทิน" ยัน ไม่มีกักตุนน้ำมัน แต่ ปชช. กังวลใจ พบยอดการใช้สูงขึ้นกว่า 20 ล้านลิตร/วัน

"อนุทิน" ปัด ไม่มีไอโม่ง ย้อนถามสื่อ ไอโม่งทำอะไร ยัน ไม่มีกักตุนน้ำมัน แต่ ปชช. กังวลใจ พบยอดการใช้สูงขึ้นกว่า 20 ล้านลิตร/วัน - ยัน ไม่ทราบจริง ๆ หลัง งูเห่าส้มโหวต หนุน นั่ง “นายกฯ” พร้อม ขอบคุณทุกเสียง ทั้งที่เลือก-ไม่เลือกวันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่ รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลั เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า ยืนยันว่าไม่มีปัญหาการขาดแคลนน้ำมันการนำเข้าน้ำมันดิบ ยังมีสภาพเป็นปกติอยู่ กำลังการผลิตก็ไม่ได้ลดลง ผลผลิตการกลั่นน้ำมันออกมายังเป็นปกติเพียงแต่ว่าช่วงนี้ เป็นช่วงที่ประชาชนมีความกังวล ทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น ประมาณ 10,000,000 ลิตร ซึ่งเราก็ต้องไปหาตรงนี้มาชดเชยให้ได้ จะต้องบริหารไม่ให้ประชาชนเกิดความวิตกจนเกินไป จนทำให้ระบบขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันให้เป็นปกติโดยเร็วที่สุด ซึ่งตอนนี้กำลังไล่ปัญหาทีละข้อเมื่อถามว่าตอนนี้เจอไอ้โม่งที่ได้ประโยชน์จากการขึ้นราคาน้ำมันแล้วหรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่า“ ไอ้โม่งทำอะไร” ไม่มีคำว่า ไอ้โม่ง มีแต่ประชาชนที่ไปตุนน้ำมันจากที่เดิมเราเคยใช้ 67 ล้านลิตร/ต่อวัน เป็น 87 ล้านลิตร/ต่อวัน ทั้งที่ปริมาณการนำเข้าเท่าเดิมและการผลิตเท่าเดิมซึ่งตอนนี้จะต้องมาบริหารสถานการณ์ให้ประชาชนมีความมั่นใจว่าไม่มีการขาดแคลนไม่ต้องกักตุนเมื่อถามย้ำว่า สรุปแล้วยังไม่เจอไอ้โม่ง ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ไม่มี จะไปเจอได้อย่างไร ประชาชนทั้งหลายห่วงตัวเองซึ่งเขาก็มีสิทธิ์ห่วงเพราะมีความกังวล ซึ่งตนก็ต้องไปบอกทางกระทรวงพลังงานให้ประชาชนคลายความกังวลให้ได้ เรายังมีน้ำมันไม่ขาดน้ำมัน“อนุทิน” ยัน ไม่ทราบจริง ๆ หลัง งูเห่าส้มโหวต หนุน นั่ง “นายกฯ” พร้อม ขอบคุณทุกเสียง ทั้งที่เลือก-ไม่เลือกพร้อมเปิดเผยภายหลังงูเห่าจากพรรคประชาชนยกมือโหวตหนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า “ไม่ทราบ และก็ไม่ทราบด้วยว่าทำไมถึงมาโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีตนไม่ทราบเลยจริง ๆ ”อย่างไรก็ตามตนได้ขอบคุณทุกเสียงทั้งที่เลือกและไม่เลือก ยังไงก็ตามถือว่าเราทำงานเพื่อประชาชนด้วยกันเมื่อถามว่าเป็นนายกรัฐมนตรีเต็มตัววันแรกรู้สึกอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ยัง ๆ รอการโปรดเกล้าฯเมื่อถามต่อว่าจะคุยนโยบายกับพรรคเพื่อไทยเมื่อไรนั้น นายอนุทิน ระบุว่าก็คุยกันตลอดเวลา หลังจากนั้น นายอนุทินเดินทางขึ้นรถทันที โดยไม่ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ตั้งศูนย์รับมือวิกฤต! "อนุทิน"  นั่งหัวโต๊ะคุมสถานการณ์น้ำมัน ย้ำไทยสต๊อกพอ
Politics2026 Mar 19 :: 08:29

ตั้งศูนย์รับมือวิกฤต! "อนุทิน" นั่งหัวโต๊ะคุมสถานการณ์น้ำมัน ย้ำไทยสต๊อกพอ

ตั้งศูนย์รับมือวิกฤต! "อนุทิน" นั่งหัวโต๊ะคุมสถานการณ์น้ำมัน ย้ำไทยสต๊อกพอ ขณะที่รัฐจี้โรงกลั่น–คลัง–จ๊อบเบอร์ โปร่งใสทุกขั้น สกัดฉวยโอกาสช่วงสงครามวันที่ 19 มี.ค. 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน พล.ต.ท.รุทพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่น ผู้ค้าน้ํามันตามมาตรา 7 ตัวแทนกลุ่มผู้ค้าน้ํามันขายส่ง(จ๊อบเบอร์) เข้าร่วม โดยนายอนุทิน กล่าวเปิดการประชุมว่า ผลจากสถานการในตะวันออกกลาง รัฐบาลมีมาตรการต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้น้ํามันได้สามารถ ไปเติมน้ํามันได้เหมือนในสภาวะที่ก่อนเกิดสงคราม ส่วนเรื่องของราคาก็ปล่อยไปตามการควบคุมกลไกตลาด รัฐก็จะหามาตรการให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุดเท่าที่ทําได้ จนถึงปัจจุบันนี้ ประเทศไทยก็ยังยืนยันว่าเราไม่มีปัญหาในเรื่องของการสํารองน้ํามัน ปัญหาทุกวันนี้กลายเป็นว่าเมื่อประชาชนเกิดความกังวล พูดง่าย ๆ ตู้เอทีเอ็มมีอยู่เท่านี้ ใส่เงินไว้สามล้านบาท แต่จะเบิกเงินสิบล้านบาท เท่าไหร่ก็ไม่พอ การจัดเติมเข้าก็ต้องมีเวลาในการเติม เราไม่สามารถเติมให้น้ํามันเติมอยู่ในปั๊มตลอดเวลาได้ มันมีวงรอบของเขา รัฐบาลจึงเข้ามาปรับในส่วนนี้นายอนุทิน กล่าวต่อว่า วันนี้จะมีการตั้งประเด็นคําถามเพื่อให้แต่ละฝ่ายไปรับผิดชอบ และชี้แจงกันด้วยความชัดเจน ทุกฝ่ายจะได้มีความมั่นใจในข้อมูลและนําไปดําเนินการด้วยกัน เช่น ในส่วนของผู้ประกอบการโลกกลั่นน้ํามัน รัฐบาลต้องขอให้ท่านบอกให้ชัดเจนว่าน้ํามันดิบที่เข้าสู่การกลั่นแต่ละแห่งมีประมาณเท่าไหร่ แตกต่างจากช่วงปกติแค่ไหน เดินเครื่องเต็มขีดความสามารถแล้วหรือไม่ น้ํามันสําเร็จรูปแต่ละประเภทที่ออกมามีเท่าไหร่เมื่อเทียบกับช่วงปกติ มีปัญหาในการจัดส่งอย่างไร กําหนดโควตาการส่งน้ํามันให้แต่ละคลังอย่างไร ในส่วนของผู้ประกอบการคลังน้ํามัน มีปัญหาอะไรหรือไม่ คาดการณ์ไว้อย่างไร ราคาเป็นอย่างไร คลังน้ํามันได้ประกาศราคาขายหน้าคลังตามที่รัฐบาลได้สั่งการแล้วหรือยัง คลังน้ํามันได้ขายน้ํามันให้กับจ๊อบเบอร์ ด้วยราคาที่ประกาศใหม่แล้วใช่หรือไม่ จะต้องมีหลักฐานเอกสารยืนยัน ที่มากันวันนี้ไม่ใช่มายืนยันกันเอง แต่ต้องมายืนยันให้ประชาชนได้เห็นว่าเราได้ดําเนินการทุกอย่าง ประชาชนจะได้ไม่มีความกังวลอีกต่อไป ในส่วนของจ๊อบเบอร์ ที่มาในวันนี้ก็จะขอคําชี้แจงว่ามีสัญญาซื้อขายมีปริมาณอย่างไรบ้าง ถ้าราคาหน้าคลังถูกกว่าราคาหน้าปั๊ม จ๊อบเบอร์ได้มีการบวกกําไรตามปกติ เหมือนช่วงก่อนมีสงครามหรือไม่ หรือฉวยใช้โอกาสนี้ค้ากําไรกันเกินควร รวมถึงผู้ประกอบการขนส่งน้ํามัน เวลาปกติวิ่งรถเป็นอย่างไร เมื่อขยายเวลาแล้วจะสามารถเพิ่มเที่ยวรถได้อีกเท่าไหร่ กระทรวงพลังงานจะสามารถ ประกาศลดสเปกรถขนน้ํามัน ได้เพิ่มเติมหรือไม่ ถ้าได้ก็จะไปขอความร่วมมือจากกองทัพ เพราะกองทัพมีรถขนน้ํามันเหล่านี้อยู่

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ปชน.จ่อดำเนินการทางวินัยงูเห่าอุดรฯ คาดเข็น “วีระยุทธ” นั่งหัวหน้า ปชน.แทน “เท้ง”
Politics2026 Mar 19 :: 08:24

ปชน.จ่อดำเนินการทางวินัยงูเห่าอุดรฯ คาดเข็น “วีระยุทธ” นั่งหัวหน้า ปชน.แทน “เท้ง”

“ณัฐพงษ์” จวก "โสภณ" ปิดประชุมทันทีหลังโหวตนายกฯ ซัด ผิดคำพูด-ปิดโอกาสถกวิกฤตน้ำมัน ด้าน “วีระยุทธ” ชี้ หนีปัญหาประชาชน ห่วงสัปดาห์หน้าวิกฤตหนัก เสนอทำแดชบอร์ดน้ำมัน-ช่วยเหลือตรงจุด พร้อมจับตา ศบก. จับคนทำผิดกักตุนน้ำมัน หากจับไม่ได้ เชื่อ ทำลายความเชื่อมั่นปชช. - ปชน.จ่อดำเนินการทางวินัยงูเห่าอุดรฯ คาดเข็น “วีระยุทธ” นั่งหัวหน้า ปชน.แทน “เท้ง”วันที่ 19 มี.ค. 69 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงภายหลังวาระการโหวตนายกรัฐมนตรี ที่ประธานสภาฯ ปิดการประชุมก่อนที่จะมีการเสนอญัตติด่วนการหารือปัญหาพลังงานเรื่องน้ำมันแพง ว่า การประชุมที่ผ่านมาเป็นที่น่าเสียดายตั้งแต่เมื่อเช้า ได้มีการหารือกันทั้งกลไกหลังบ้านและในที่ประชุมสภาฯ ก็พบว่าหลายภาคส่วนได้มีการตอบรับที่จะมีการเสนอญัตติในเรื่องของการหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำมัน ซึ่งต้องบอกว่าเมื่อสักครู่ทางประธานสภาฯ ก่อนที่จะปิดการประชุมมีเพื่อนสมาชิกนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รวมถึงนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นหารือในที่ประชุมซึ่งประธานสภาฯ รับปากว่าอยากให้จบวาระในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก่อน และหลังจากนั้นได้เปิดโอกาส ให้สมาชิกมีการหารือกันในเรื่องนี้ แต่เมื่อประกาศผลรายชื่อนายกฯ เสร็จประธานได้ปิดการประชุมทันที ซึ่งตนคิดว่าไม่ควรเกิดขึ้นโดยวันนี้นอกเหนือจากการโหวตนายกฯ ปัญหาของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องน้ำมันควรใช้เวลาสภาฯ ให้เกิดประโยชน์มากกว่านี้ได้ และไม่มีเหตุผลอะไรที่ฝั่งรัฐบาลจะปิดประชุมนี้หรือหนีการตรวจสอบหรือไม่ เพราะวิกฤตพลังงานตอนนี้มีส่วนพัวพันกับเรื่องทุจริตคอรัปชั่นด้านนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ตนถูกเลือกมาเป็นสส. สมัยแรก วันนี้เข้าสภาเป็นวันที่ 2 แต่ตนแปลกใจมาก และมองว่าเป็นเรื่องดีที่ได้โหวตนายกฯ ได้เสร็จสิ้น ซึ่งในช่วงบ่ายพรรคฝ่ายค้าน ได้มีการหารือ อีกทั้งพรรคร่วมรัฐบาลก็เห็นด้วยที่จะมีการเสนอญัตติด่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำมันของประชาชน เพื่อขอหารือและส่งผ่านไปยังรัฐบาล แต่แปลกใจมากที่เกิดการปิดสภาหนีไป ทั้งที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ได้กล่าวเอาไว้ว่าจะหารือกัน แต่กลับปิดสภาเลยจึงทำให้ไม่ได้พูดถึงญัตติต่อ การกระทำดังกล่าวเป็นการสะท้อนว่าไม่ได้อยู่เคียงข้างประชาชน ทุกวันนี้ประชาชนจำนวนมากชาวนาและเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อยกำลังเดือดร้อนอยู่ ดังนั้น จึงต้องการหารือเพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาลให้เกิดการแก้ไขในฐานะผู้แทนราษฎร แต่น่าผิดหวังและแปลกใจกับการทำงานวันแรกของการมีนายกรัฐมนตรีในสภาชุดนี้ พร้อมเสนอมาตรการในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ปลดล็อคให้รถบรรทุกเข้ามาในพื้นที่เพื่อให้เกิดการกระจายน้ำมันอย่างทั่วถึงนายวีระยุทธ กล่าวต่อว่า เมื่อวานนี้ (18 มี.ค.) ทางกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการแล้ว ว่าจึงอยากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆรับลูก นอกจากนี้ทางศบก. ได้มีการประกาศว่า วันนี้จะมีการจับผิดซัพพลายเชนผู้ประกอบการน้ำมัน ทุกระดับ เพื่อหาให้ได้ว่าใครเป็นตัวก่อปัญหาที่ทำให้น้ำมันไปไม่ถึงประชาชน วันนี้จะเกิดการจับผู้กระทำผิดเจอหรือไม่ ถ้าไม่สามารถติดตามเรื่องนี้ได้ไม่สามารถเอาผิดใครได้ นี่เป็นการส่งสัญญาณทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนตั้งแต่วันแรก ในภาวะวิกฤตแบบนี้ปัจจัยภายนอกมีแต่รุมเร้า ถ้าปัจจัยภายในเราไม่ช่วยกันทำให้แข็งแรงให้ประชาชนเชื่อมั่น ก็น่ากังวลในเวลาที่เหลือเพราะน้ำมันอยู่ในช่วงขาขึ้น การส่งออกการท่องเที่ยวก็ได้รับผลกระทบแล้ว วันนี้จึงต้องจับตามองว่าศบก. จับผู้กระทำความผิดได้หรือไม่พร้อมเรียกร้องว่าให้มีการช่วยเหลือไปเฉพาะจุด ซึ่งการมีน้ำมันหน้าปั๊มอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องเจาะจงไปที่ชาวนา ชาวประมง น้ำมันที่ใช้ประกอบการราคาก็ขึ้น ดังนั้น การช่วยเหลือให้ตรงจุดเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะจะกระทบไปถึงราคาสินค้า อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าสัปดาห์หน้าประชาชนจะมีความลำบากมากยิ่งขึ้นจึงอยากให้มีการพูดคุยกันเร็วที่สุด และเสนอให้รัฐบาลจัดทำระบบแดชบอร์ดหรือระบบจัดทำข้อมูลกลาง เพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาชนว่าสถานีบริการน้ำมันที่ไหนมีน้ำมันเติมบ้าง และเหลือน้ำมันแต่ละประเภทเท่าไหร่นายณัฐพงษ์ กล่าวเสริมว่า พื้นที่ที่ดีที่สุดคือในสภาฯ เป็นพื้นที่ที่ประชาชนทั้งประเทศสามารถชมการถ่ายทอดได้ ไม่เห็นเหตุผลอะไรที่รัฐบาลบอกว่ามีคณะกรรมการอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นจะต้องประชุมสภาฯ ในญัตติดังกล่าว แต่ก็ไม่ปฏิเสธหากจะมีการเชิญพรรคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการประชุมตรงนั้นเมื่อถามว่าได้มีการหารือกับนายโสภณหรือไม่ถึงเหตุผลที่ได้มีการปิดประชุมไปก่อน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในระหว่างการประชุมนายพริษฐ์ เรื่องนี้ได้มีการหารือถึง การเสนอญัตติด่วนซึ่งนายโสภณ รอบอกว่าให้จบวาระก่อนแล้วค่อยมาหารือกัน แต่ทันทีที่ได้ผลประกาศผลนายกฯ เสร็จ ก็ได้ปิดประชุมทันที จึงเห็นว่าเป็นบรรยากาศที่ไม่เหมาะสม กับคนที่ทำหน้าที่เป็นประธานสภาฯ จึงอยากให้ฝั่งรัฐบาลเปิดพื้นที่ในการพูดคุยมากยิ่งขึ้นขณะที่นายรังสิมันต์ กล่าวเพิ่มเติมหลังจากที่ได้มีการพูดคุยกับนายโสภณ หลังจากที่ปิดประชุมสภา ว่า ตนได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงต้องมีการปิดประชุมเร็วขนาดนี้ และมองว่าไม่รักษาสัจจะ พูดแล้วไม่ทำ และถามย้ำว่าตกลงในสภาจะมีการพูดคุยถึงเรื่องดังกล่าวหรือไม่ เราพร้อมเจรจา หากการพูดคุยวันนี้มีอุปสรรค โดยนายโสภณระบุกลับมาว่า วันนี้บรรยากาศไม่ดี ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่าเมื่อเราได้นายกรัฐมนตรีแล้ว ทำเนียบก็ยกกันมาถึงที่นี่ การที่จะอดทนกันสักหน่อย ให้ผู้แทนที่มาจากหลายจังหวัด ได้พูดคุยสะท้อน ปัญหาจากต่างจังหวัดไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ เป็นประโยชน์กับการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้มาก วันนี้จึงมองว่าเป็นการเริ่มต้นที่ไม่ดี ในเรื่องของการที่พูดแล้วไม่ทำ ถ้าประธานยังไม่รักษาสัจจะ ที่มีการรับปากไม่ใช่แค่กับตน แต่ประชาชนก็ดูอยู่ ตนก็เป็นห่วงจริงๆว่าวิกฤตที่เรากำลังรับมืออยู่ จะน่ากังวลยิ่งขึ้น ถ้ารัฐบาลยังมีเจตจำนงแบบนี้ปชน.จ่อดำเนินการทางวินัยงูเห่าอุดรฯนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคปชน.แถลงข่าวกรณีนายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี เขต 7 พรรคปชน. ยกมือโหวตสวนมติพรรค สนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เป็นนายกฯ ว่า ส่วนตัวมองว่าการโหวตสวนในครั้งนี้มีผลประโยชน์อื่น โดยพร้อมดําเนินการสืบสวนข้อเท็จจริง ดําเนินการทางวินัยเป็นการภายใน จะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบอีกครั้ง ส่วนที่สังคมพุ่งเป้าไปที่นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคปชน. ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการคัดสรรผู้สมัคร นั้น นายศรายุทธิ์ ได้ยื่นหนังสือลาออกกับตนนานแล้ว แต่ตนปฏิเสธไว้ก่อน จนกว่าจะมีการประชุมใหญ่ปลายเดือนเม.ย. เพิ่งโหวตนายกรัฐมนตรีเสร็จ รัฐบาลชุดใหม่กำลังเข้ามาทําหน้าที่ แต่กลายเป็นว่ารัฐบาลเองที่กําลังทําสิ่งแบบนี้ ขอเรียกร้องให้ทุกคนช่วยกันเรียกร้องระบบการเมืองที่ดีขึ้น ส่วนกระแสปฎิบัติการงูดูดงูนั้น ทราบข้อมูลหลังบ้านมาบ้าง แต่ความเป็นจริงจะเป็นอย่างไร ขอเวลาในการสอบสวน เมื่อถามถึง กรณีกระแส สส.มีปัญหาการเงินในการหาเสียง จะเป็นปัจจัยให้เขาออกไปหรือไม่ นายณัฐพงษ์ มองว่า กระบวนการสรรหาที่ผ่านมา เราตรวจสอบแบ็กกราวด์ทุกอย่างอย่างรอบด้านแล้ว คงยังตอบตอนนี้ไม่ได้ ว่าเป็นเหตุผลใดที่ทําให้เขาตัดสินใจแบบนี้คาดเข็น “วีระยุทธ” นั่งหัวหน้า ปชน.แทน “เท้ง” นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับกรรมการบริหารพรรค ช่วงเดือน เม.ย. ว่า ที่ประชุมใหญ่จะต้องรับรองกรรมการบริหารทั้งหมดอยู่แล้ว ส่วนจะต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดหรือไม่ ก็เป็นสิ่งที่ต้องปรึกษาปรึกษาหารือร่วมกัน ขอรอความชัดเจนจากเรื่องคดี 44 สส. ก่อนดีกว่า ส่วนเลือกกก.บห.ช่วงปลายเม.ย. ช้าไปหรือไม่ นั้น ไม่หรอก ตําแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน กระบวนการต้องใช้ระยะเวลาอีกเวลาหนึ่ง พรรคใดเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลบ้าง และใช้เวลาอีกเป็นแรมเดือนเหมือนกัน กว่าจะมีการโปรดเกล้าฯ ลงมา ดังนั้น ตามไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้นจึงคิดว่าในวันประชุมใหญ่พรรคยังไม่ต้องมีการเตรียมในตอนนี้เมื่อถามว่าหัวหน้าคนใหม่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคปชน. ที่ยืนอยู่ข้างๆ ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ ตอบทันทีว่า เดี๋ยวรอดูความชัดเจนดีกว่า ตอนนี้คดียังไม่ได้ออกจาก ป.ป.ช. ก็ยังไม่อยากที่จะไปพูดอะไรล่วงหน้าอย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการปรับโครงสร้างและเลือกกก.บห.ใหม่ของพรรคปชน.นั้น จะเกิดขึ้นช่วงเดือนหน้า โดยแหล่งข่าวภายในพรรคยืนยันว่านายวีระยุทธ จะขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแทนนายณัฐพงษ์ และนายณัฐพงษ์ จะดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"ยศชนัน" มั่นใจจับมือ ภท.ครบเทอมตลอดรอดฝั่ง ย้ำความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญ
Politics2026 Mar 19 :: 08:13

"ยศชนัน" มั่นใจจับมือ ภท.ครบเทอมตลอดรอดฝั่ง ย้ำความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญ

"ยศชนัน" มั่นใจจับมือ ภท.ครบเทอมตลอดรอดฝั่ง ย้ำความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญ มองไร้ปัญหาร่างนโยบายรัฐบาล เหตุ 2 พรรคคล้ายคลึงกัน ด้าน “จุลพันธ์” เผยส่งรายชื่อโควตา พท. ทั้งหมดถึงมือ “อนุทิน” แล้ววันที่ 19 มี.ค. 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย(พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมนโยบายที่จะไปพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย ว่า มีการเตรียมทีมเรียบร้อยแล้ว และภายในต้นสัปดาห์หน้าจะมีการเข้าไปพูดคุยกันเมื่อถามถึงนโยบายใดที่ต้องการผลักดันที่เป็นนโยบายเรือธงของพรรคพท.ร่วมไปกับรัฐบาลภูมิใจไทยนั้น นายยศชนัน กล่าวว่า เป็นนโยบายที่เราพูดมาโดยตลอด อย่างนโยบายการแก้ไขปัญหาปากท้อง นโยบายที่สามารถทำการแก้ไขปัญหาท้องถิ่นและชุมชนให้ดีขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) มีนโยบายหลายส่วนที่คล้ายคลึงกัน ก็น่าจะต้องมีการพูดคุย และตัวบริบทเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ค่อนข้างที่จะชัดเจนว่าไม่ทำไม่ได้ ซึ่งทุกคนก็เห็นตรงกันจึงมองว่าไม่น่าจะมีประเด็นปัญหาอะไรเมื่อถามว่าในด้านการเมืองจะสามารถให้ความมั่นใจได้ใช่หรือไม่ว่าจะจับมือกันไปตลอดรอดฝั่งให้ครบ 4 ปี นายยศชนัน กล่าวว่า แน่นอนว่าความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เป็นสิ่งสำคัญในการทำงานร่วมกันด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคพท.ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดหารือพรรคร่วมรัฐบาลภายหลังจากการโหวตนายกรัฐมนตรีว่า ได้มีการพูดคุยกันเรียบร้อยแล้ว คงไม่มีการพูดคุยอะไรกันเพิ่มเติมแล้ว เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการส่งรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคพท. ให้กับนายอนุทิน นายจุลพันธ์ พยักหน้าพร้อมกล่าวว่า ครับ เมื่อถามว่า รวมถึงในสัดส่วนของรัฐมนตรีช่วยด้วยหรือไม่ ที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่ายังไม่ลงตัว นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ได้ส่งไปแล้ว เรียบร้อยแล้ว พูดมากกว่านี้ไม่ได้ เป็นอำนาจของนายกฯ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อภิสิทธิ์” อภิปรายกลางสภา ครั้งแรกในรอย 12 ปี ย้ำการเมืองสุจริต ค้าน “อนุทิน” ขึ้นนั่งนายกฯ เหตุมีคดีถูกกล่าวหา พันปม “ฮั้ว สว.”
Politics2026 Mar 19 :: 07:40

“อภิสิทธิ์” อภิปรายกลางสภา ครั้งแรกในรอย 12 ปี ย้ำการเมืองสุจริต ค้าน “อนุทิน” ขึ้นนั่งนายกฯ เหตุมีคดีถูกกล่าวหา พันปม “ฮั้ว สว.”

“อภิสิทธิ์” อภิปรายกลางสภา ครั้งแรกในรอย 12 ปี ย้ำการเมืองสุจริต ค้าน “อนุทิน” ขึ้นนั่งนายกฯ เหตุมีคดีถูกกล่าวหา พันปม “ฮั้ว สว.” พ่วง ไม่โหวตหนุน“ณัฐพงษ์” ถูก ป.ป.ช. ชี้มูล คดีแก้ไข ม.112นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอภิปรายในที่ประชุมสภาฯ ถึงเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถให้ความเห็นชอบกับการเสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ว่า ตามหลักการประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้อ 16 ที่ระบุให้สมาชิกต้องพิจารณาและให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งโดยคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลนั้นๆ ประกอบกับรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้นายกรัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งสำคัญกว่าคุณสมบัติทางกฎหมาย ที่จริงกรณีของนายกฯ อนุทิน ตนก็เสียดายว่าช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่ได้มีโอกาสได้ฟังวิสัยทัศน์จากท่านเลย ได้ฟังนายณัฐพงษ์มากพอสมควร และก็วันนั้นค่อนข้างจะเคลิ้มประเด็นหลักที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถสนับสนุนนายอนุทินได้ เพราะมีคดีที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา(ฮั้ว สว.) ซึ่งมีผลร้ายแรงถึงขั้นทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หาก สว.ขาดความเป็นกลางทางการเมืองและตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของพรรคการเมือง จะส่งผลให้องค์กรอิสระขาดความเป็นกลางและไม่สามารถตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารได้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ปัจจุบันตกอยู่ในสถานะของผู้ถูกกล่าวหาในการดำเนินการของสองหน่วยงานหลักคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของ กกต.ที่ตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนชุดที่ 26 และได้มีความเห็นว่า นายอนุทินและผู้ถูกกล่าวหาอื่นๆ ได้ดำเนินการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา แต่สิ่งที่สร้างความคลางแคลงใจคือการที่ กกต. ได้ตั้งอนุกรรมการชุดที่ 36 ขึ้นมาใหม่เพื่อพิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะ การตั้งอนุกรรมการชุดที่ 36 ได้ถูกฟ้องร้องต่อศาลอาญาทุจริตแล้ว และแม้จะมีข่าวว่า อนุกรรมการชุดที่ 36 อาจจะยกเรื่องนี้ แต่อำนาจสุดท้ายยังคงอยู่ที่ กกต. ส่วนคดีของ ดีเอสไอ อัยการได้ส่งสำนวนคืนกลับมายัง ดีเอสไอ เมื่อต้นปี เพราะเห็นว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผู้คนประมาณ 1,200 คน วงเงิน 300 ล้านบาท ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับอั้งยี่และการฟอกเงิน อัยการเห็นว่า ต้องมีการสอบสวนให้ครอบคลุมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่สามารถแบ่งแยกดำเนินคดีเฉพาะบุคคลหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ การที่บุคคลซึ่งมีคดีค้างเช่นนี้มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะเป็นการบั่นทอนความศรัทธาของพี่น้องประชาชน กระทบความเชื่อมั่นต่อการบริหารราชการแผ่นดิน และทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงความสามารถในการหาบุคคลที่เหมาะสมกว่า”ทั้งนี้ ด้วยหลักเกณฑ์ และมาตรฐานเดียวกันนี้ พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่สามารถสนับสนุนนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้เช่นกัน เมื่อนายณัฐพงษ์ได้ตกเป็นผู้ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลเรื่องแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งเรื่องได้ถูกส่งเข้าสู่ศาลฎีกา และอาจทำให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันถึงมติพรรคถึงการงดออกเสียงในกรณีนี้ ไม่ใช่เรื่องของการรอร่วมรัฐบาล แต่พรรคประชาธิปัตย์มีความตั้งใจที่จะทำงานในฐานะฝ่ายค้าน และเป็นที่น่าเสียดายที่สองพรรคการเมืองที่เสนอชื่อบุคคลดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันนี้ มีแคนดิเดตนายกฯ ที่ไม่มีปัญหาเหล่านี้ในตัวนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคภูมิใจไทยและนายวีรยุทธ มะลิทอง แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคประชาชน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จำเป็นต้องงดออกเสียงในครั้งนี้” นายอภิสิทธิ์กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"ชวลิต" โชว์สปิริตลาออกจากรักษาการหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย  หลัง “สส.ชัชวาล” แหกมติพรรค โหวตงดออกเสียง ไม่หนุน “อนุทิน”
Politics2026 Mar 19 :: 07:36

"ชวลิต" โชว์สปิริตลาออกจากรักษาการหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย หลัง “สส.ชัชวาล” แหกมติพรรค โหวตงดออกเสียง ไม่หนุน “อนุทิน”

"ชวลิต" โชว์สปิริตลาออกจากรักษาการหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย หลัง “สส.ชัชวาล” แหกมติพรรค โหวตงดออกเสียง ไม่หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ไม่ร่วมรัฐบาล ย้ำ ขัดจริยธรรมจ่อส่งเรื่อง ป.ป.ช. เชือดวันที่ 19 มีนาคม 2569 นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวถึงกรณีนายชัชวาล แพทยาไทย สส. ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย ลงมติในการเลือกนายกรัฐมนตรีขัดกับมติคณะกรรมการบริหาร(กก.บห.)พรรคที่มีมติให้ร่วมรัฐบาลว่า ความจริงแล้ว เมื่อเลือกตั้งจบ ตนได้สอบถาม สส. ของพรรคทั้งสองคนแล้วว่า อยากเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน ทั้งสองท่านล้วนตอบว่า อยากอยู่ฝ่ายรัฐบาลเพื่อจะได้มีผลงานในพื้นที่ และเมื่อประชุมคณะกก.บห.พรรคก็มีมติเป็นเอกฉันท์ให้เข้าร่วมรัฐบาล ไม่มีผู้ใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่น เมื่อนายชัชวาลลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีขัดมติ กก.บห.พรรค จะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่ อย่างไร สังคมจะได้ทราบในโอกาสต่อไป แต่ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค เมื่อตนไม่สามารถทำให้สมาชิกพรรคทำตามมติคณะ กก.บห.พรรคได้ จึงขอแสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค และรักษาการหัวหน้าพรรคตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป“ส่วนกรณีนายชัชวาล ที่ลงคะแนนขัดมติคณะกก.บห.พรรคนั้น ถือเป็นเรื่องร้ายแรง ในอดีตคณะกก.บห.พรรคเคยมีความเห็นว่า เป็นการขัดจริยธรรมอย่างร้ายแรงมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนและได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณามาแล้ว จึงเป็นเรื่องที่พรรคจะดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริงตามขั้นตอนต่อไป” นายชวลิต กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"อนุทิน" ขอบคุณทุกคะแนนโหวต นั่งนายกฯ เดือนกันยายน แม้เป็นเสียงข้างน้อยแต่ก็ไม่ใช่อุปสรรค
Politics2026 Mar 19 :: 07:19

"อนุทิน" ขอบคุณทุกคะแนนโหวต นั่งนายกฯ เดือนกันยายน แม้เป็นเสียงข้างน้อยแต่ก็ไม่ใช่อุปสรรค

"อนุทิน" ขอบคุณทุกคะแนนโหวต นั่งนายกฯ เดือนกันยายน แม้เป็นเสียงข้างน้อยแต่ก็ไม่ใช่อุปสรรค ขณะที่ "อรรถกร" เตือนโหวตนายกฯ ต้องรอบคอบ ชี้สงครามตะวันออกกลางกดดันไทยวันที่ 19 มี.ค. 2569 ที่รัฐสภา อนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย กล่าวขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เสนอชื่อและให้การรับรอง พร้อมยืนยันว่าจะยึดประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนเป็นเป้าหมายหลัก ยอมรับคำแนะนำและข้อวิพากษ์วิจารณ์จากสมาชิกทุกคน และยืนยันความร่วมมือกับรัฐสภาในการทำงานร่วมกันอย่างเต็มกำลังเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน พร้อมน้อมรับกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับความถูกต้องและประโยชน์สุขของประชาชนเป็นหลักในการบริหารประเทศ แม้รัฐบาลมีเสียงข้างน้อย แต่มั่นใจว่าความร่วมมือของทุกฝ่ายจะทำให้การบริหารราชการแผ่นดินมีประสิทธิภาพสูงสุดและแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วที่สุด“อนุทิน” นำประชุมพรรคร่วม หวังทำงานได้นานสุดที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาถึงอาคารรัฐสภา ได้ขึ้นมายังห้องประชุม CB 406 เพื่อประชุม สส.พรรคร่วมรัฐบาล ที่นำโดย พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจ พรรคเพื่อชาติไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคใหม่ พรรครวมใจไทย พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรครวมพลังประชาชน พรรคมิติใหม่ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคทางเลือกใหม่ และพรรคโอกาสใหม่ รวม 292 เสียง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อน พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก หัวหน้าและสส.พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคทยอยมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยนายอนุทิน กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับความร่วมมือที่ดีจากทั้ง 16 พรรค ที่จะมาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล และบริหารราชการแผ่นดินเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนคาดว่าจะดำเนินการทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ หรือฝ่ายบริหารได้อย่างราบรื่น มั่นใจว่าด้วยพลังของพวกเราทุกคนจะนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองระยะยาวด้วยความรักความสามัคคี และต้องขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความเชื่อมั่น สนับสนุนให้ตนได้เป็นนายกฯ จากการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่กำลังจะเกิดขึ้น ตนจะให้ความร่วมมือกับทุกๆท่าน สนับสนุนในทุกๆด้าน เพื่อให้เกิดความสะดวกราบรื่น และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่การทำงานในพื้นที่ และหวังว่าเราจะอยู่ด้วยกันทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ และประชาชนอย่างเต็มที่ นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ หวังว่าตนจะได้รับความร่วมมือจากทุกท่านอย่างเต็มที่ลั่นรับฟังทุกพรรคสำคัญเท่ากันพรรคเล็กพรรคใหญ่นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อพ้นวันนี้เป็นต้นไปตนจะรับฟังความเห็นของหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทุกท่าน ไม่มีพรรคใหญ่พรรคเล็ก มีแต่พรรคร่วมรัฐบาล ขอให้คำยืนยันว่าจะพรรคกี่เสียงก็แล้วแต่พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค เราพร้อมที่จะรับฟัง และให้ความร่วมมือเต็มที่ เมื่อเลือกนายกฯในวันนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วจะมีขั้นตอนการโปรดเกล้าฯ การตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งตนก็จะรับข้อเสนอแนะของหัวหน้าพรรคทุกพรรคที่จะให้เร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด และจะแถลงนโยบาย ซึ่งตนยินดีที่จะรับฟัง เราร่างโครงใหญ่เอาไว้แล้วซึ่งจะมีการประชุมกัน เพื่อนำนโยบายของแต่ละพรรคเข้ามาประกอบนโยบายหลักของรัฐบาล ซึ่งจะเร่งเสนอให้มีการแถลงนโยบายโดยเร็วที่สุด เพื่อจะได้ทำการบริหารราชการแผ่นดินด้วยความสมบูรณ์ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ประเทศได้เดินหน้าต่อไป"อรรถกร" เตือนโหวตนายกฯ ต้องรอบคอบ ชี้สงครามตะวันออกกลางกดดันไทยอรรถกร ศิริลัทธยากร ในฐานะ ส.ส. ฉะเชิงเทรา และ รมว. การท่องเที่ยวและกีฬา อภิปรายถึงวาระโหวตนายกรัฐมนตรี โดยยอมรับความกังวลเกี่ยวกับกระบวนการลงมติหลังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องบัตรเลือกตั้ง แต่เน้นว่าสถานการณ์วิกฤตสงครามในตะวันออกกลางทำให้ประเทศไทยต้องมีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่มีอำนาจเต็ม พร้อมแสดงความกังวลต่อความสามารถในการทำงานของ อนุทิน ชาญวีรกูล ว่าการทำงานรวดเร็วเกินไปอาจส่งผลให้ลืมรายละเอียดสำคัญในภาคการท่องเที่ยวและปัญหาประชาชน โดยย้ำว่าพรรคกล้าธรรมจะไม่ขัดขวางกระบวนการ แต่ใช้สิทธิ์งดออกเสียง พร้อมเรียกร้องให้ภายหลังการโหวตมีความใจกว้างในการเสนอญัตติเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน“อนุทิน” ขอบคุณ สส. หนุนโหวตเป็นนายกฯภายหลังจากการได้รับการโหวตเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ว่า ขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ซึ่งทุกคนก็ได้ให้ข้อคิด และแสดงท่าทีของตัวเองอย่างเต็มที่ เมื่อถามว่า มีสส. พรรคประชาชน เป็นงูเห่าโหวตให้ 1 เสียง นายอนุทิน ไม่ได้ตอบคำถามนี้ ก่อนจะเดินเข้าห้องประชุม เพื่อเป็นประธานประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก.

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“สุริยา วงศ์อารีย์” สส.อุดรธานี เขต 7 พรรค ปชน. “งูเห่าสีส้ม” โหวตหนุน "อนุทิน" นั่งนายกฯ สวนมติพรรค
Politics2026 Mar 19 :: 06:56

“สุริยา วงศ์อารีย์” สส.อุดรธานี เขต 7 พรรค ปชน. “งูเห่าสีส้ม” โหวตหนุน "อนุทิน" นั่งนายกฯ สวนมติพรรค

“สุริยา วงศ์อารีย์” สส.อุดรธานี เขต 7 พรรค ปชน. “งูเห่าสีส้ม” โหวตหนุน "อนุทิน" นั่งนายกฯ สวนมติพรรควันที่ 19 มี.ค.69ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาการให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีบุคคลได้รับการเสนอชื่อ 2 คน ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกฯจากพรรคภูมิใจไทย และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯจากพรรคประชาชนสำหรับการโหวตเลือกนายกฯนั้น เป็นการแสดงตนและขานชื่อ ทั้งนี้ นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี เขต 7 พรรคประชาชน ได้โหวต นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ สวนทางมติของพรรคประชาชนที่โหวตนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิทั้งนี้ นายสุริยานั้น นับเป็นงูเห่าสีส้มรายแรกในพรรค นับตั้งแต่หลังการเลือกตั้ง 69 โดยก่อนหน้านี้ นายสุริยา ยังฝืนมติของพรรค มาเอาหนังสือรับรอง สส.จากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และมารายงานตัวต่อสภาฯ เป็นคนแรกของพรรค เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2569ทั้งที่พรรคประชาชนนัดมารายงานตัวพร้อมกันวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ตามคาด! “อนุทิน” นำ 293 เสียง นั่งนายกฯ คนที่ 33
Politics2026 Mar 19 :: 06:39

ตามคาด! “อนุทิน” นำ 293 เสียง นั่งนายกฯ คนที่ 33

ตามคาด! “อนุทิน” นำ 293 เสียง นั่งนายกฯ คนที่ 33วันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญครั้งที่หนึ่ง เริ่มการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อและได้รับการรับรองจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวส 2 คน คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย และ นายณัฐพงษ์ เรืองวุฒิ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคประชาชน โดยเป็นการขานชื่อทีละคนสำหรับผลการลงคะแนนลงมติเห็นชอบบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรในวันนี้ ผู้ที่ได้รับคะแนนมากที่สุดและได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ด้วยคะแนน 293 คะแนนขณะที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุธ ได้รับ 119 คะแนน และมีผู้งดออกเสียง จำนวน 86 คะแนน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

แฉ! "งูดูดงู" เสนอ 20 ล้าน เปย์รายเดือนอีก 4 แสน
Politics2026 Mar 19 :: 06:29

แฉ! "งูดูดงู" เสนอ 20 ล้าน เปย์รายเดือนอีก 4 แสน

แฉ! "งูดูดงู" เสนอ 20 ล้าน เปย์รายเดือนอีก 4 แสนวันที่ 19 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากความเคลื่อนไหว เกี่ยวกับข่าวงูเห่า พรรคปชน. ว่า แกนนำ พรรคปชน.ได้ตรวจสอบจนทราบแล้ว ว่า ผู้ที่เตรียมทรยศเจตจำนงประชาชนคือใคร โดยทราบแน่ชัด ตั้งแต่คืนวันที่ 18 มี.ค.ก่อนการโหวตนายกฯ นอกจากนี้ ยังสืบจนทราบรายละเอียดของแรงจูงใจ ว่า มีการเสนอตัวเลขสูงถึง 20ล้านบาท พร้อมเงินรายเดือนอีก เดือนละ 4 แสนบาท รวมถึงจะอัดงบฯ ให้ลงพื้นที่ให้อีกต่างหาก นอกจากนี้ ยังทราบว่า ผู้ที่เปิดดีลดูดรอบนี้ เป็นสส.พรรคหนึ่ง ซึ่งในอดีตก็เคยมีพฤติกรรมเป็นงูเห่าเช่นกัน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ณัฐพงษ์” ลั่นกลางสภา “ไม่ได้ตั้งรัฐบาลแข่ง” ชี้ เกมจัดตั้งเสร็จนอกสภาตั้งแต่ 8 ก.พ. กดดัน ’อนุทิน‘ ตรวจสอบคนในกอบกู้ศรัทธา
Politics2026 Mar 19 :: 06:01

“ณัฐพงษ์” ลั่นกลางสภา “ไม่ได้ตั้งรัฐบาลแข่ง” ชี้ เกมจัดตั้งเสร็จนอกสภาตั้งแต่ 8 ก.พ. กดดัน ’อนุทิน‘ ตรวจสอบคนในกอบกู้ศรัทธา

“ณัฐพงษ์” ลั่นกลางสภา “ไม่ได้ตั้งรัฐบาลแข่ง” ชี้ เกมจัดตั้งเสร็จนอกสภาตั้งแต่ 8 ก.พ. กดดัน ’อนุทิน‘ ตรวจสอบคนในกอบกู้ศรัทธา ย้ำ รัฐบาลต้องมีความชอบธรรม กล้าชนปัญหาโครงสร้าง พร้อม ปลุกประชาชนอย่าหมดหวัง ประเทศเปลี่ยนได้ด้วยเสียงในคูหาวันที่ 19 มี.ค. 69 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาการให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีบุคคลได้รับการเสนอชื่อ 2 คน ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิโดยนายณัฐพงษ์ ลุกอภิปรายว่า พวกเราไม่ได้ต้องการที่จะจัดตั้งรัฐบาลแข่งแต่อย่างใด เพราะประชาชนทั่วทั้งประเทศต่างรู้ดีว่าการจัดตั้งรัฐบาลที่แท้จริงไม่ได้เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้วันนี้ แต่เกิดขึ้นตั้งแต่คืนวันที่ 8 ก.พ. จนถึงวันก่อนโหวตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนก็ยืนยันว่าที่ผ่านมา ช่วงเวลาดังกล่าว พรรคประชาชนไม่เคยดำเนินการหรือมีความพยายามใดๆ ที่จะดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง อยากให้ทุกคนยึดถือหลักการนี้ไว้ร่วมกัน เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่พวกเราควรจะต้องทำในระบบการเมืองรัฐสภา ที่ไม่ว่าการเลือกตั้งกี่ครั้งพรรคใดจะชนะการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง ควรจะต้องได้รับสิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาลก่อนนายณัฐพงษ์ ย้ำว่า เวทีนี้จึงเวทีที่ไม่ใช่การแสดงวิสัยทัศน์ แต่มาแสดงความห่วงใยต่อประเทศชาติของเรา ข้อห่วงใยนี้ จะสำเร็จได้ต้องมีรัฐบาลที่มีความชอบธรรม ประกอบไปด้วยคณะรัฐมนตรีที่มีหน้าตาที่เหมาะสม ในการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ ประเด็นแรกระยะใกล้ตัวที่สุดคือเรื่องความชอบธรรมของรัฐบาล พร้อมย้ำถึงการโยกย้ายข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยที่มีส่วนในการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งพรรคภูมิใจไทยก็อาจจะบอกว่าไม่เกี่ยวกับท่านโดยตรง เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. หรือแม้แต่การวินิจฉัยแล้วว่าบาร์โค้ดวันเลือกตั้งจะถูกหรือผิดนั้นเป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่พรรคภูมิไทยจะสามารถกอบกู้ความเชื่อมั่นของประชาชนกลับมาได้บางส่วน คือการกำกับดูแลการจัดการกับคนในของท่านเอง สิ่งที่ตนเห็น ไม่ได้เป็นการกล่าวหา อย่างกรณีที่สุพรรณบุรี เขตสอง กกต. เอง ก็มีการสอบภายในแล้วว่าการนับคะแนนใหม่นั้น มีเหตุผิดปกติอย่างยิ่ง ทำให้ประชาชนซักถามเป็นจำนวนมาก“สิ่งหนึ่งที่ว่าที่นายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยดำเนินการได้ คือตรวจสอบคนของท่านเองอย่างเข้มงวด และถ้ามีส่วนผูกพันเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ผมคิดว่าสิ่งที่สังคมคาดหวังคือการดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ในการจัดการคนของตัวเอง พอที่จะกอบกู้ศรัทธาความเชื่อมั่นในบางส่วน ถ้าท่านดำเนินการแบบนี้” นายณัฐพงษ์ กล่าวนายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ประการต่อไป คือเรื่องวิกฤติที่แวดล้อมประเทศไทยในปัจจุบัน เรามีทั้งภัยจากภายนอกและภัยจากภายใน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคงเศรษฐกิจคุณภาพชีวิต และสุดท้ายคือเรื่องธรรมาภิบาลของภาครัฐ ซึ่งส่งผลกระทบต่อปากท้องของประชาชนสิ่งที่พวกตนเชื่อจริงๆ คือเรื่องการทำงานการเมืองเพื่อประชาชน ที่บอกว่ารัฐบาลต้องมีความชอบธรรมในการแก้ไขปัญหา รัฐบาลที่มีเจตจำนงทางการเมืองที่ตนหมายถึง คือเข้าไปแล้วกล้าที่จะชนกับปัญหาเชิงโครงสร้าง ตรวจสอบคนของตัวเอง ไม่ได้เข้าไปเพื่อที่จะทำธุรกิจการเมือง หรือได้รับผลประโยชน์ตอบแทน มีบุคคลสำคัญที่จะอาจมีส่วนพัวพันกับธุรกิจพลังงานและเกี่ยวข้องกับปัญหาวิกฤติน้ำมันที่เกิดขึ้นหรือไม่ และมีบุคคลในรัฐบาลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจรับเหมางานก่อสร้างภาครัฐหลายส่วนหรือไม่ ปัญหาที่ผ่านมาเป็นปัญหาที่สะสมมาอยู่เรื่อยๆ แล้วกำลังทำลายความหวังของประชาชน“วันนี้สิ่งที่พวกผมพร้อมที่จะน้อมรับคือยอมรับเรื่องผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา อยากจะฝากประธานสภาไปยังว่าที่รัฐบาล ไปยังว่าที่นายกรัฐมนตรีคนถัดไป อยากให้ท่านทำหน้าที่ของท่านได้อย่างเต็มที่มากที่สุด สำหรับพวกผมเอง ผมทราบว่าวิถีทางการทำงานการเมืองของพวกเราอาจจะแตกต่างกัน ท่านอาจจะคิดว่าการเมืองก็เป็นแบบนี้แหละ มันต้องทำแบบนี้แหละ ไม่เช่นนั้นคงเข้าสู่อำนาจไม่ได้ พวกผมก็เป็นแบบนี้แหละ ทำวิถีทางการเมืองแบบนี้ วันนี้ก็เลยยังเป็นพรรคฝ่ายค้านอยู่ แต่ผมเชื่อว่าวิถีการในการทำงานการเมืองของพวกเราที่ผ่านมาในอดีตจนถึงปัจจุบัน ได้ช่วยพาสังคมไทยไปข้างหน้า และผมก็เชื่อเช่นเดียวกันว่าเพื่อนสมาชิกจากอีกฟากฝั่งหนึ่งก็น่าจะเห็นไม่ต่างกัน ว่าพวกเราไม่ว่าจะอยู่ฝั่งไหนก็ทำประโยชน์ให้กับประเทศได้ สิ่งที่ผมอยากจะฝากไปยังสมาชิกของพรรคประชาชนและประชาชน ขอให้ทุกคนอย่าหมดความหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศ ไม่ว่านักการเมืองในประเทศนี้จะเลือกวิถีทางใด ขออย่างเดียว ถ้าประชาชนร่วมกันสอดส่อง ตรวจสอบ ตัดสินใจในการเข้าคูหาเลือกตั้งอย่างดีที่สุด ในวันนั้นผมเชื่อว่าประเทศเราจะเปลี่ยนได้ สำหรับพวกผมในวันนี้ก็คงจะขอเดินหน้าทำหน้าที่ของพวกเราอย่างเต็มที่ต่อไป”นายณัฐพงษ์ กล่าวนายณัฐพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนอยากจะฝากฝังไปยังเพื่อนสมาชิกพรรคประชาชน จงเชื่อมั่นในสิ่งที่ทุกท่านทำอยู่ ตนเชื่อว่าสิ่งที่ทุกท่านทำมีความหมาย ปัจจุบันวันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายหรือไม่ จะโดนสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ แต่ตนก็คงเดินหน้าทำหน้าที่แบบนี้ เคียงข้างกับทุกท่านต่อไป จนกว่าอำนาจจะส่งต่อประชาชน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

เริ่มแล้ว! สภาโหวตนายกฯ “อนุทิน-ณัฐพงษ์” ถูกเสนอชื่อชิง
Politics2026 Mar 19 :: 04:22

เริ่มแล้ว! สภาโหวตนายกฯ “อนุทิน-ณัฐพงษ์” ถูกเสนอชื่อชิง

เริ่มแล้ว! สภาโหวตนายกฯ “อนุทิน-ณัฐพงษ์” ถูกเสนอชื่อชิงวันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา ได้เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัญสามัญครั้งที่ 1 โดยมีวาระการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องด่วน พิจารณาความเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้ถูกเสนอชื่อ 2 คน ซึ่งนายไชยชนก ชิดชอบ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกุล แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคภูมิใจไทยขณะที่นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เสนอชื่อนายณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคประชาชนทั้งนี้ นายกรวีย์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นกล่าวถึงการประชุมหารือการเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่า จะมีการแบ่งเวลากันที่ชัดเจนทั้ง 2 ฝ่าย คือฝ่ายที่สนับสนุนนายอนุทินและฝ่ายที่ไปเห็นเป็นอย่างอื่นซึ่งจะได้เวลาเท่ากัน ฝ่ายละ 70 นาที รวมเวลาของผู้อภิปรายและผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และรวมถึงเวลาพาด เวลาประท้วง ส่วนตัวตัวแทนของแต่ละพรรคที่จะลุกขึ้นอภิปรายนั้นก็ได้มีการพูดคุยกันว่าจะเป็นตัวแทนพรรคละไม่เกินหนึ่งคน ยกเว้นผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อที่อาจถูกพาดพิงก็สามารถลุกขึ้นอภิปรายเพื่อใช้สิทธิ์ในการพาดพิงและชี้แจงต่างๆ ได้ ในส่วนของกรอบเนื้อหาสาระการอภิปรายนั้นตนอยากฝากไปยังสมาชิกทุกคนที่จะลุกขึ้นอภิปรายว่าวันนี้เป็นญัตติเรื่องการเสนอชื่อบุคคลที่จะสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้นกรอบเนื้อหาสาระการอภิปรายก็อยากให้ควบคุมให้อยู่ในเนื้อหาสาระถึงคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ เพื่อให้การประชุมของเรานั้นนำเดินไปได้อย่างเรียบร้อย จึงฝากถึงประธานที่ทำหน้าที่ควบคุมการประชุมในครั้งนี้และเพื่อนสมาชิกที่จะลุกขึ้นอภิปราย“โรม” ซัด 'อนุทิน' 3 ปมร้อน เขย่าคุณสมบัติรัฐมนตรีนายรังสิมันต์ โรม อภิปรายโจมตี อนุทิน ชาญวีรกูล โดยยก 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ปัญหาน้ำมันเถื่อนที่สะท้อนการทุจริตเชิงนโยบาย ความไม่โปร่งใสของการเลือกตั้งปี 2569 จากการใช้อำนาจรัฐ และข้อกล่าวหาฮั้ว ส.ว. เพื่อชี้ว่าขาดคุณสมบัติด้านความซื่อสัตย์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 ระหว่างนั้น อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ประท้วงว่าอภิปรายนอกประเด็น ทำให้ โสภณ ซารัมย์ ต้องเตือนให้การอภิปรายไม่ล้ำไปถึงการไม่ไว้วางใจ ขณะที่บรรยากาศมีการประท้วงเป็นระยะจาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ชัชวาล-ทสท.”  ย้ำจุดยืนบทบาทในสภา  ลั่น ขอทำหน้าที่ตรวจสอบงาน ยกเหตุผล พรรคร่วมรัฐบาล มีเสียงมากพอมีเสถียรภาพแล้ว
Politics2026 Mar 19 :: 04:15

“ชัชวาล-ทสท.” ย้ำจุดยืนบทบาทในสภา ลั่น ขอทำหน้าที่ตรวจสอบงาน ยกเหตุผล พรรคร่วมรัฐบาล มีเสียงมากพอมีเสถียรภาพแล้ว

“ชัชวาล-ทสท.” ย้ำจุดยืนบทบาทในสภา ลั่น ขอทำหน้าที่ตรวจสอบงาน ยกเหตุผล พรรคร่วมรัฐบาล มีเสียงมากพอมีเสถียรภาพแล้ว พ่วงให้กำลังใจ ”นายกฯ - รัฐบาล” เร่งแก้ปัญหาให้ประชาชน ฝ่าวิกฤตเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชเลือกสส.เข้าสภา 2 ที่นั่ง รวมถึงตนด้วย แต่เนื่องจากสถานการณ์การเมืองยังคลุมเครือหลายด้าน ทั้งเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ เรื่องบัตรเลือกตั้งที่ยังคงอยู่ในกระบวนการ ทำให้ความเห็นของบุคลากรในพรรคหลายๆคน มีความเห็นที่แตกต่างว่า ต้องเข้าไปร่วมรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย กับมุมที่ว่า ควรเป็นฝ่ายตรวจสอบในเวลานี้ เพราะจะทำให้พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์มากกว่า อย่างไรก็ตาม เสียงส่วนใหญ่ในกรรมการบริหารพรรคเห็นว่าควรให้อำนาจกับรักษาการหัวหน้าพรรค ดำเนินการขับเคลื่อนทิศทางของพรรคเพื่อร่วมจัดตั้งรัฐบาล“แต่ผมเห็นว่า ในเวลานี้ พรรคร่วมรัฐบาลมีเสียงสนับสนุนที่มีเสถียรภาพมั่นคงแล้ว ในขณะที่งานในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรต้องการผู้ตรวจสอบที่มีคุณภาพ พรรคจึงควรเดินหน้าในฐานะฝ่ายค้านไปก่อน ผมจึงจำเป็นต้องหาทางออกที่ดีสุดในเรื่องนี้ และขอให้สมาชิกพรรคและพี่น้องประชาชนเข้าใจในแนวทางการทำงานและการตัดสินใจของผม ทั้งนี้ ได้แจ้งถึงแนวความคิดนี้ให้พรรคได้ทราบแล้ว และเข้าใจในมุมมองของพรรคด้วยเช่นกัน โอกาสนี้ผมขอส่งกำลังใจให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลให้สามารถฝ่าวิกฤติและปัญหาในขณะนี้ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ได้ และ ผมจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในแนวทางที่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อทุกฝ่าย สำคัญที่สุดคือ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ให้ความไว้วางใจกับผม” นายชัชวาล กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“กล้าธรรม” งดออกเสียงโหวต นายกรัฐมนตรี คนที่ 33 “ธรรมนัส” ย้ำ ห้ามแตกแถวเด็ดขาด
Politics2026 Mar 19 :: 03:35

“กล้าธรรม” งดออกเสียงโหวต นายกรัฐมนตรี คนที่ 33 “ธรรมนัส” ย้ำ ห้ามแตกแถวเด็ดขาด

มติเป็นเอกฉันท์ “กล้าธรรม” งดออกเสียงโหวต นายกรัฐมนตรี คนที่ 33 “ธรรมนัส” ย้ำ ห้ามแตกแถวเด็ดขาด ยัน พรรคนี้ไม่มีเถียงกัน แม้ เห็นแย้งก็ให้จบในห้องประชุม ลั่น ไม่อยากให้เป็นการเมืองน้ำเน่า วันที่ 19 มี.ค. 69 ที่รัฐสภา ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวในที่ประชุมสส.พรรค เพื่อพิจารณาถึงทิศทางการโหวตนายกรัฐมนตรี ว่าพรรคเราอยู่กันแบบพี่แบบน้อง แบบคนในครอบครัว เวลาจะโหวตใดๆก็ตาม เราขอให้เป็นเอกฉันท์ว่ามาจาก มติสส.ของพรรค ทั้ง 58 ชีวิตตัดสินใจร่วมกันว่าจะเป็นในทิศทางใด แล้วยืนยันว่าต้องไปทิศทางเดียวกันห้ามแตกแถวเด็ดขาด ถ้าจะแตกแถว ให้แตกแถวในห้องประชุมนี้ เถียงกันในห้องประชุม และเมื่อได้มติฟังเสียงคนส่วนใหญ่แล้ว ด้วยเหตุผล ก็จะต้องไปโหวตในทิศทางเดียวกัน นี่คือหลักการของพรรคเราแต่ ณ เวลานี้ เราทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านในสภา ขอให้เป็นฝ่ายค้านที่สร้างสรรค์จริงๆ ปัญหาอะไรก็ตาม ที่จะพูดในสภาพูดแล้วให้มันเกิดประโยชน์ ต่อประชาชนในพื้นที่ของท่าน เกิดประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมือง พูดได้เต็มที่ไม่ต้องเกรงใจ แต่ถ้าพูดเรื่องส่วนตัว พยายามอย่าไปพูด เพราะไม่เกิดประโยชน์ ไม่อยากให้บรรยากาศทางการเมืองเป็นการเมืองน้ำเน่า เราต้องมีหลักการ ดังนั้นขอย้ำว่าในแต่ละสัปดาห์ ที่มีการประชุมสภา ก็ต้องมีสส.ของคนเราทำหน้าที่ ที่เป็นตัวแทนประชาชน คอนเทนท์ต่างๆวาระที่เราจะต้องยื่นญัตติ เราจะมีแบ็คอัพให้เพื่อพูดตามหลักการข้อมูล เพื่อข้อมูลที่สมบูรณ์แบบไม่ใช่พูด โดยไม่มีหลักการไม่มีข้อมูล ไม่ได้เด็ดขาดเมื่อผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป็นเพื่อนกันจะโหวตให้เพื่อนหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส ตอบว่าขอประชุมก่อน และต้องฟังอีก 57 เสียง ทุกคนมีเสียงเท่ากันหมดภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น เวลา 10.17 น. ร้อยเอกธรรมนัส ให้สัมภาษณ์ถึง ทิศทางการโหวตนายกรัฐมนตรีของพรรค ว่า “งดออกเสียงมติเป็นเอกฉันท์”เมื่อถามว่าในห้องประชุม มีการถกเถียงถึงมติกันหรือไม่ร้อยเอกธรรมนัส ย้ำว่า “ไม่มี พรรคนี้ไม่มีเถียงกัน ”"ธรรมนัส" ชี้ รัฐบาล แก้ปัญหาปลายเหตุ พยุงราคาน้ำมันได้ไม่นาน ขอเป็นปากเป็นเสียงในสภาฯ แทนประชาชนร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และสส.บัญชีรายชื่อ กล่าวก่อนเริ่มประชุมทิศทางการโหวตนายกรัฐมนตรีตามมติพรรคกล้าธรรมว่า หลังจากที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนจะเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่อหารือทางออกวิกฤตปัญหาขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งทางพรรคกล้าธรรมเตรียมไว้แล้วโดยร้อยเอกธรรมนัสระบุว่า ปัญหาใหญ่ตอนนี้เป็นปัญหาเรื่องน้ำมัน ที่ภาคการเกษตรและเกษตรกรภาคเหนือเองก็รวมตัวกันเพื่อจะมาประท้วง ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งตอนนี้เราไม่รู้ว่าสงครามจะเลิกเมื่อไหร่ ปัญหาคือ กลุ่มธุรกิจพลังงานก็กลัวจะซื้อของแพงแล้วมาขายถูก ตอนสงครามสงบ เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาน้ำมันไม่จบภายใน1-2 เดือนซึ่งจะเป็นเรื่องยาวในฐานะที่เป็นเราในฐานะที่เป็นสส. ตนเชื่อว่าหลายคนโดยเฉพาะพี่น้องต่างจังหวัดที่เข้ามาขอความช่วยเหลือจากเราตอนนี้ทางผู้ว่าแต่ละจังหวัดก็มีการบริหารจัดการน้ำมันในแต่ละจังหวัด ถ้าถามว่าการแก้ปัญหาแบบนี้มันเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ หากประเทศที่เขารู้วิธีการแก้ปัญหา โดยเฉพาะรู้ว่าเกิดสงคราม รัฐต้องรีบสต๊อกน้ำมัน เพื่อเพื่อให้โรงกลั่นเอาไปกลั่น ส่วนตอนนี้เราเลือกวิธีการแก้ปัญหาด้วยการพยุงราคาน้ำมัน ซึ่งมันพยุงได้ไม่นาน ขณะนี้เงินของกองทุน น้ำมันตอนนี้ก็ติดลบอยู่ แต่ตนไม่มั่นใจว่าตัวเลขเท่าใด ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะในฐานะที่เป็นสส.อยู่ในสภา ก็ต้องเปิดไมค์พูด อย่างน้อยเป็นปากเป็นเสียงตามที่เราสัญญากับพี่น้องประชาชนไว้ว่า เราคือตัวแทนของพี่น้องประชาชนฐานราก ผู้มีรายได้น้อยหรือพี่น้องคนทำงาน เราหาเสียงว่าเราจะขอเป็นส่วนหนึ่ง 10 ถึง 15% ซึ่งตอนนี้เรามีจำนวนสส.ทั้งหมด 58 คน คิดเป็น 12% ของสภา จึงอยากให้ทุกคนได้ทำหน้าที่ตรงนี้โดยเฉพาะสอสอที่เป็นสมัยแรกท่านต้องสร้างบทบาทของตัวเอง ตนเห็นหลายคนเวลาไปปราศรัยที่ผ่านมา ซึ่งการพูดและการปราศรัยก็มีหลักการอยู่ เพราะฉะนั้นในเรื่องของคอนเทนท์ต่างๆพรรคเราก็มีแบคอัพอยู่ จึงขอฝากพวกเราด้วย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"จุลพันธ์" ยัน เพื่อไทย โหวต "อนุทิน" นั่งนายกฯ ขณะที่ "หมอวรงค์" งดออกเสียง
Politics2026 Mar 19 :: 02:38

"จุลพันธ์" ยัน เพื่อไทย โหวต "อนุทิน" นั่งนายกฯ ขณะที่ "หมอวรงค์" งดออกเสียง

"จุลพันธ์" ยัน เพื่อไทย โหวต "อนุทิน" นั่งนายกฯ ย้ำ ไม่มีแตกเสียง ขณะที่ "หมอวรงค์" งดออกเสียง แต่ทว่ามีอะไรที่น่าสนใจก็อาจเปลี่ยนใจเสียงโหวตวันที่ 19 มี.ค. 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ย้ำถึงแนวทางการโหวตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยในวันนี้ว่า แนวทางนั้นชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งที่ประชุมพรรคเมื่อวานนี้ ได้มีมติร่วมกันแล้วว่า จะเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะกระบวนการเจรจาเข้าร่วมรัฐบาลนั้น ชัดเจนมานานแล้วและพร้อมจะเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนเมื่อถามว่าจะไม่มีเสียงแตกใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ บอกว่าไม่มี เพราะความชัดเจนเกิดจากประชาชน ที่ได้เลือกเสียงข้างมาก มาอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งห่างจากพรรคอันดับ 2 ค่อนข้างมาก วันนี้คงมีความชัดเจน ตั้งแต่ก่อนเข้าประชุม ถึงกระบวนการในการเลือก ต้องเอาความประสงค์ของประชาชนเป็นหลัก ซึ่งไม่ได้มีความใกล้เคียงอยู่แล้วระหว่างพรรคอันดับหนึ่ง อันดับสองหรืออันดับสาม เราพร้อมที่จะเดินหน้าส่วนผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยนั้น และมีการส่งตรวจสอบคุณสมบัติแล้วหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่าคงจะดำเนินการในเร็ววันนี้ ซึ่งต้องมีการพูดคุยกัน ซึ่งวันนี้มีโอกาสที่จะพบนายกรัฐมนตรี คงได้พูดคุยกันเมื่อถามว่าจะมีการพูดคุยถึงเรื่องนโยบายด้วยหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า แน่นอน อย่างแรกคือเรื่องการจัดสรรกระทรวง ซึ่งได้พูดคุยกันในเบื้องต้นแล้ว และในส่วนของนโยบาย ที่เกี่ยวเนื่องกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เราก็พร้อมที่จะผลักดัน จะมีการนัดหมายพูดคุย ในระดับทีมทำงาน เกี่ยวกับเรื่องของการแถลงนโยบาย การบรรจุนโยบายของพรรครวมรัฐบาลเข้าไปซึ่งได้มีการพูดคุยเบื้องต้นในกรอบใหญ่แล้ว ส่วนเรื่องรายละเอียดต้องให้ทีมงานทำงานดำเนินการ ก็จะเกิดความชัดเจน ในวันแถลงนโยบาย“หมอวรงค์“ ยัน โหวตเลือกนายกฯงดออกเสียง ชี้ หากเป็นผลประโยชน์บ้านเมืองพร้อมสนับสนุนนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางมาที่อาคารรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ว่า ตามมารยาทของฝ่ายค้าน ตนตั้งใจที่จะงดออกเสียง แต่หากมีสถานการณ์ที่น่าสนใจอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามตนตั้งใจงดออกเสียง ซึ่งเรามีประสบการณ์ รู้ว่าหากฝ่ายรัฐบาลทำ เรามีประสบการณ์ก็รู้อยู่แล้วว่า หากรัฐบาลทำไม่มีอะไรเสียหายเป็นผลประโยชน์กับบ้านเมือง เราก็ควรจะสนับสนุนแต่เบื้องต้นในขณะนี้ตั้งใจที่จะงดออกเสียงอย่างไรก็ตามเมื่อวานนี้(18 มี.ค. 69) วิปฝ่ายค้านได้มีการประสานกับตนทราบข่าวว่าจะได้อภิปรายคุณสมบัตินายกรัฐมนตรีฝ่ายละ 1 ชั่วโมง ซึ่งตนจะได้เวลาอภิปราย 5 นาที"อรรถกร" เผย แนวทางโหวตนายกฯ "กธ." ชี้ เพื่อนกันไม่จำเป็นต้องไว้วางใจเสมอไป เรื่องส่วนตัวไว้ก่อนนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว. การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะ สส ฉะเชิงเทรา นายทะเบียนพรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงทิศทางการโหวตนายกรัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรม ซึ่งก่อนหน้านี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พูดถึง ร.อ.ธรรมนัสพรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ว่าเพื่อนกันไม่มีวันหมดอายุ ส่วน ร.อ.ธรรมนัสระบุไม่ฆ่านายขายเพื่อนว่า“บางทีเพื่อนกันก็ไม่จำเป็นต้องไว้วางใจให้เสมอไปนะ เราต้องดูเรื่องความเหมาะสม เรื่องส่วนตัวเอาไว้ก่อน”นายอรรถกร กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ก.ศึกษาธิการเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีครู ตบ-ต่อย เด็กนักเรียน เหตุเพราะไม่ส่งงาน
Politics2026 Mar 19 :: 02:13

ก.ศึกษาธิการเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีครู ตบ-ต่อย เด็กนักเรียน เหตุเพราะไม่ส่งงาน

ก.ศึกษาธิการเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีครู ตบ-ต่อย เด็กนักเรียน เหตุเพราะไม่ส่งงาน หากพบกระทำผิด สั่งดำเนินการความผิดจรรยาบรรณขั้นเด็ดขาดนางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าตามที่ปรากฏข่าวครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดชลบุรี ลงโทษนักเรียนชั้น ป.5 ด้วยการตบ-ต่อย เหตุเพราะไม่ส่งงาน ซึ่งผู้ปกครองได้ร้องเรียนและแจ้งความให้ดำเนินคดีทางกฎหมาย นั้น กระทรวงศึกษาธิการมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จ พร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือนางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบ พบว่า ครูรายดังกล่าวเป็นข้าราชการครู สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นสูง ออกให้เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 หมดอายุวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2576 และข้อมูลตรวจสอบการได้รับรางวัล ปรากฏว่ารางวัลครูผู้สอนการงานอาชีพดีเด่นที่ครูได้รับนั้น เป็นรางวัลที่ออกให้โดยหน่วยงานต้นสังกัด มิใช่รางวัลที่ออกให้โดยคุรุสภา ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้รับเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาดําเนินการทางจรรยาบรรณของวิชาชีพ และอยู่ระหว่างประสานข้อมูลอย่างเป็นทางการกับหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ปรากฏในข่าว พฤติกรรมอาจเข้าข่ายเป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพอย่างร้ายแรง ซึ่งมีระดับโทษถึงขั้นพักใช้ใบอนุญาต หรือเพิกถอนใบอนุญาต และจะได้นำเสนอคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพวินิจฉัยชี้ขาดกำหนดระดับโทษต่อไป”ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการ ได้ดำเนินงานพิจารณาการประพฤติตามจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาของคุรุสภาเป็นไปอย่างรวดเร็ว และเคร่งครัดกับกรณีการประพฤติผิดเป็นอย่างมาก หากพบว่าครูประพฤติผิดก็จะต้องดำเนินการตามข้อเท็จจริง และพิจารณาด้วยความถูกต้องและรวดเร็ว เพื่อไม่ปล่อยให้ประพฤติผิดต่อไปอย่างแน่นอน และสำหรับเหตุการณ์นี้ คุรุสภาก็จะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและสรุปผลโดยเร็วที่สุด เพื่อดูแลความปลอดภัยของนักเรียน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม “ นางสาวอัยรินทร์ กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

จับตาจับแก้ผ้าหาคนโกงน้ำมัน มาตรการแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลน หรือเป็นแค่การแก้ผ้าเอาหน้ารอด
Politics2026 Mar 19 :: 01:15

จับตาจับแก้ผ้าหาคนโกงน้ำมัน มาตรการแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลน หรือเป็นแค่การแก้ผ้าเอาหน้ารอด

จับตาจับแก้ผ้าหาคนโกงน้ำมัน มาตรการแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลน หรือเป็นแค่การแก้ผ้าเอาหน้ารอดกระทรวงการคลัง โดย เอกนิติ นิตทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง แถลงข่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลก ที่ปรับตัวสูงขึันอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศโดยเฉพาะเรื่องของพลังงาน โดยปัจจุบันภาครัฐยังคงใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานเอาไว้ อย่างไรก็ตาม กองทุนน้ำมัน มาถึงขีดจำกัด และกระทรวงการคลังได้พิจารณาแนวทางช่วยเหลือ เช่นการลดภาษีสรรพสามิต การเก็บภาษีลาภลอยโรงกลั่น ยกเว้นการประกาศใช้มาตรการภาษี ที่ยังติดข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 ที่ไม่ให้อำนาจรัฐบาลรักษาการ ก่อหนี้ภาระผูกพันรัฐบาลชุดต่อไปมาตรการบรรเทาค่าครองชีพและการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์น้ำมัน เช่น คนละครึ่งพลัส เฟส 2 กระทรวงการคลังกำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาและเตรียมการอยู่เศรษฐกิจภาพรวมที่จะต้องตั้งรับได้แก่ งบประมาณรายจ่ายของประเทศที่มีแนวโน้มจะชักหน้าไม่ถึงหลัง อาจไม่ถึงขนาดรัฐถังแตก แต่งบประมาณ ที่อนุมัติ ไปให้กับ หน่วยงานรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจในสังกัด ปัจจุบัน ได้รับงบประมาณที่จำกัด ไม่ได้เต็มจำนวน และกระทบกับโครงการต่างๆของภาครัฐโดยตรง เช่นการท่องเที่ยว ที่เป็นรายได้หลักของประเทศล่าสุดสภาพัฒน์ฯ แจ้งในที่ประชุมครม.ระบุ หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ ราคาน้ำมันโลกจะสูงเกิน 120 ดอลล่าร์ ต่อบาร์เรล เงินเฟ้อ จะสูงกว่า 3% จะทำให้เศรษฐกิจโลกถดถอนอย่างรุนแรง รวมทั้งประเทศไทยด้วยและจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของประเทศที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว อย่างน้อยจะทำให้ GDP ลดลงจากประมาณการณ์ไว้ เฉลี่ยประมาณ 1.6% ไปอีก 0.02 % ประกอบกับจะมีปัญหาการโอนงบประมาณรายจ่าย ปี 2569 ให้กับรัฐบาลชุดใหม่ ก่อนที่จะมีการบังคับใช้งบประมาณรายจ่ายปี 2570 ซึ่งมีเวลาจำกัด ถ้า การจัดตั้งรัฐบาลไม่เรียบร้อยภายในเดือน เม.ย.นี้ จะกระทบกับการบริหารงบประมาณรายจ่ายของประเทศเป็นลูกโซ่เพราะฉะนั้นการใช้งบประมาณของหน่วยงานรัฐในช่วงจากนี้เป็นต้นไปจะเกิดปัญหาการใช้จ่าย การเบิกจ่ายและการอนุมติการใช้จ่าย ไม่มีความต่อเนื่อง ที่คาดว่าจะต้องมีการรีบโอนงบประมาณปี 2569 ให้ทันตามกำหนด เป็นจำนวนหลายหมื่นล้านบาทปัญหาเหล่านี้ทำให้รัฐบาลถูกโฟกัสถึงเรื่องการบริหารประเทศและผลประโยชน์แอบแฟง เช่นการกักตุนน้ำมัน จนเกิดปัญหาการขาดแคลนทั้งที่รัฐยืนยันว่า ปริมาณน้ำมันสำรอง มีใช้ได้เป็นเวลา กว่า 100 วัน แต่ความจริงที่ปรากฏก็คือ แค่ 14 วัน ก็กลายเป็นวิกฤติพลังงานไปทั่วประเทศพิพัฒน์ รัชกิจกระการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ถูกโฟกัสเป็นพิเศษ ในฐานะที่เคยอยู่ในวงการธุรกิจค้าน้ำมัน โดยเจ้าตัวยอมรับว่า ตัวผมเองมีปั๊มน้ำมันหลายยี้ห้อ เพื่อให้เห็นการเดปรียบเทียบ ในอดีต ปั๊มเคยขายได้วันละ 15,000ลิตร แต่วันนี้บางยี้ห้อขายได้ แค่ 4,000-5,000 ลิตรน้ำมันหายไป 10,000ลิตรต่อวัน ในเมื่อบอกว่า น้ำมันไม่ขาดแล้วน้ำมันหายไปไหน ล่องหนได้อย่างไร แสดงว่ามีคน โกหก อย่างน้อย 1 คนจะมาแก้ผ้าดูทีละคนว่าใครที่ตุนน้ำมัน ใครที่ โกหก จะมีการจับเท็จให้ได้ว่า สิ่งที่โรงกลั่น และหน่วยงานต่างๆ บอกว่า น้ำมันไม่ช้อต ข้อเท็จจริงหายไปไหนผมมีสถานีบริการน้ำมัน ผมมีแบรนด์ ผมขายน้ำมัน ตี่ผมไม่ได้ซื้อ น้ำมันดิบมากลั่นเอง ซื้อวันนี้อีก 3 เดือนถึงจะได้รับแล้วราคาเท่าไหร่ก็ไม่รู้คำพูดของ พิพัฒน์ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม จะเป็นการเริ่มต้นการไขคำตอบว่า ใครคือ ผู้ที่ฉกฉวยประโยชน์ จากสถานการณ์ฉุกเฉิน และถ้า จะมีการแก้ผ้าพิสูจน์ ก็จะต้องแก้ผ้า นักการเมือง และ คนในรัฐบาล ที่เคยตกเป็นข่าวและถูกกล่าวหาว่า มีผลประโยชน์ จากการขายน้ำมันในทะเล น้ำมันเถื่อนด้วยและที่แก้ผ้าเอาหน้ารอดไปแล้ว คือ แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ออกมายอมรับว่า ได้มีการยกเลิก ทัวร์เมืองนอก ของกกต. และผู้บริหารระดับสูงของ กกต.หลังจากได้รับหนังสือขอความร่วมมือ ให้งดเดินทางไปดูงานต่างประเทศจาก ครม.

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“แสวง” แจง กกต.เบรกทริปดูงานต่างประเทศ
Politics2026 Mar 19 :: 00:58

“แสวง” แจง กกต.เบรกทริปดูงานต่างประเทศ

“แสวง” แจง ปธ.กกต.-กกต.-เลขาฯ งดร่วมบินนอกดูงานกับ พตส.หลัง ครม.ร่อนหนังสือขอความร่วมมือวันที่ 19 มี.ค. 2569 ภายหลังปรากฏการนำเสนอข่าวประธาน กกต. และผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานจะนำคณะผู้เข้ารับการศึกษาหลักสูตร พตส. จะเดินทางไปดูงานต่างประเทศนั้น ล่าสุด นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ออกมาชี้แจงว่าในการเดินทางไปศึกษาดูงานนั้น นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง และกรรมการการเลือกตั้ง รวมถึงเลขาธิการ กกต. ไม่ได้ร่วมเดินทางไปต่างประเทศตามที่ปรากฏเป็นข่าวโดยแจ้งงดเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งได้มีการพูดคุยกันเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาในที่ประชุม กกต. หลังจากได้รับหนังสือขอความร่วมมือหน่วยงานต่างๆให้งดเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ จากคณะรัฐมนตรีแล้ว ส่วนรายละเอียดจะมีการออกเอกสารข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันพรุ่งนี้“ท่านประธาน กกต และ กกต ทุกท่าน รวมทั้งเลขาฯ ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ ในการไปดูงานกับนักศึกษา พตส. ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด รายละเอียดจะเพรสข่าวพรุ่งนี้ครับ” นายแสวง กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ต่อพงษ์" ห่วง ทสท.ยังเห็นต่างโหวตนายกฯ
Politics2026 Mar 19 :: 00:50

“ต่อพงษ์" ห่วง ทสท.ยังเห็นต่างโหวตนายกฯ

“ต่อพงษ์" ห่วง ทสท.ยังเห็นต่างโหวตนายกฯ หลังมติกก.บห.มอบรักษาการหัวหน้าพรรคคุย 2 สส. ลั่นหากไร้ข้อสรุป ขอไม่รับตำแหน่งบริหารพรรคต่อวันที่ 19 มี.ค.นายต่อพงษ์ ไชยสาสน์ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองว่า ในขณะนี้มีความน่ากังวลหลายเรื่อง และเห็นว่าจำเป็นต้องมีรัฐบาลที่มีศักยภาพโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามจากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวมถึงพรรคได้รับเสียงไม่มากเท่าที่ควรในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ทราบว่ายังมีข้อเห็นต่างในพรรคถึงการโหวตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนเองเข้าใจแนวคิดของทุกๆคนว่ามีความห่วงใยในสถานการณ์ปัจจุบัน แม้จะมีมติพรรคให้รักษาการหัวหน้าพรรครับหน้าที่ในการเจรจาประสานงานเรื่องการสนับสนุนเสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาลก็ตามดังนั้น ตนจึงขอแสดงจุดยืนส่วนตัวของตนหากเกิดกรณีการโหวตที่แตกต่างกันอันเกิดจากการยังไม่มีข้อสรุป ตนเองขอแสดงเจตจำนงไม่รับตำแหน่งบริหารใดๆของพรรคในการประชุมสามัญของพรรคที่จะถึง และขอส่งกำลังใจถึงกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ให้ทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

รทสช. จ่อร่วม รบ. “อนุทิน” - “ทรงศักดิ์” ขยับรมช.ขึ้นแทน รองนายกฯ - “เฮ้ง” คุมทรัพย์ฯ “ขิง” พลังงาน พท.ยังวิ่งวุ่น 3 รมช.ไม่ลงตัว
Politics2026 Mar 18 :: 15:16

รทสช. จ่อร่วม รบ. “อนุทิน” - “ทรงศักดิ์” ขยับรมช.ขึ้นแทน รองนายกฯ - “เฮ้ง” คุมทรัพย์ฯ “ขิง” พลังงาน พท.ยังวิ่งวุ่น 3 รมช.ไม่ลงตัว

รทสช. จ่อร่วม รบ. “อนุทิน” - “ทรงศักดิ์” ขยับรมช.ขึ้นแทน รองนายกฯ - “เฮ้ง” คุมทรัพย์ฯ “ขิง” พลังงาน พท.ยังวิ่งวุ่น 3 รมช.ไม่ลงตัวรายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทยว่า วันที่ 19 มี.ค. เวลา 08.30 น. ที่อาคารรัฐสภา น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี โฆษกพรรคภูมิใจไทย เตรียมแถลงเปิดตัวพรรครวมไทยสร้างชาติ มาร่วมรัฐบาล นำโดยนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งก่อนหน้านี้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ได้ลาออกจาก สส.บัญชีรายชื่อ เปิดทางให้นายอรรถวิชช์ เข้ามาเป็น สส.แทน ซึ่งก่อนหน้านี้นายพีระพันธุ์ มีท่าทีชัดเจนไม่โหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกฯอีกสมัย เมื่อนายอรรถวิชช์ เข้ามาเป็นสส.แทน ก็ทำให้มีการปรับเปลี่ยนท่าทีเข้าร่วมรัฐบาล อย่างไรก็ตามขณะนี้มีพรรคการเมืองประสงค์จะลงมติให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี​ รวมแล้วทั้งสิ้น 293 เสียง แต่เนื่องจาก กกต.สุพรรณบุรี ยังไม่รับรองผู้สมัครเขต 2 จึงทำให้เสียงสนับสนุนเหลือ 292 เสียง ประกอบด้วยพรรคภูมิใจไทย 191 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย พรรคไทยสร้างไทย และ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคละ 2 เสียง ส่วนพรรคใหม่ พรรครวมใจไทย พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรครวมพลังประชาชน พรรคมิติใหม่ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคทางเลือกใหม่ พรรคโอกาสใหม่ พรรคละ 1 เสียง“ทรงศักดิ์” ขยับรมช.ขึ้นแทน รองนายกฯผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าสำหรับความคืบหน้าการจัดตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยนั้น ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยได้เตรียมเริ่มกระบวนการส่งประวัติว่าที่รัฐมนตรีให้ 18 หน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว ซึ่งยื่นตรวจสอบไปกว่า 40 รายชื่อ ทั้งรายชื่อตัวจริงและตัวสำรอง โดยรายชื่อสะเด็ดน้ำแล้วประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย มีรมช. 3 คน คือ นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา ขณะที่นายทรงศักดิ์ ทองศรี ที่มีรายชื่อเป็นรมช.มหาดไทย แต่เนื่องจากมีรมช.เพียงพอกับงานแล้ว ทำให้มีการขยับนายทรงศักดิ์ ไปเป็นรองนายกฯ กำกับดูแลแก้ปัญหาน้ำทั่วประเทศ พร้อมกับปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นงานเดิมที่ นายโสภณ ซารัมย์ ที่ได้เป็นประธานสภาฯ เคยรับผิดชอบอยู่ ถือเป็นการปิดตำนานการครองตำแหน่ง มท.2 ของนายทรงศักดิ์ มาอย่างยาวนานถึง 4 รัฐบาลตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไล่มาจนถึงรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และต่อเนื่องถึงรัฐบาล นายอนุทิน 1 ส่วนรมต.ประจำสำนักนายกฯ มี 4 คนประกอบด้วย นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง นางศุภมาส อิศรภักดี สส.บัญชีรายชื่อ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ แกนนำพรรค และนางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ ขณะที่พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ จะได้ขยับจากรมช.เป็นรมว.กลาโหม กระทรวงยุติธรรม ยังเป็นคนเดิม คือ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ นั่งเป็นรมว.ยุติธรรม“เฮ้ง” คุมทรัพย์ฯ “ขิง” พลังงานผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่ทำผลงานได้นั่งรองนายกฯและรมว.คมนาคม มีรมช.3 คนได้แก่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร และนายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา นายไชยนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ยังคงนั่งตำแหน่งเดิมเป็นรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และมีน.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี เป็นรมช.ดีอี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล จากรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่ยกให้เป็นโควตาพรรคเพื่อไทย จะขยับไปเป็น รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายสุชาติ ชมกลิ่น ที่ผลักดันสส.เข้าเป้าได้ตามจำนวนที่นำเข้าร่วมพรรคภูมิใจไทย จึงได้นั่งที่เดิมเป็นรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขณะที่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ซึ่งผลักดันสส.เขตเข้าสภาฯได้ตามจำนวนที่นำเข้ามาได้เป็นรมว.พลังงาน น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ยังอยู่ที่เดิมเป็นรมว.วัฒนธรรม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ เป็นรมว.สาธารณสุข ขณะที่นายวราวุธ ศิลปอาชา ได้เป็นรมว.อุตสาหกรรมผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับคนที่เข้ามาช่วยงานรัฐบาลนายอนุทิน แล้วช่วยในระหว่างหาเสียง ก็ได้ทำหน้าที่ต่อทั้ง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นรองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นรองนายกฯและรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ รับผิดชอบงานด้านกฎหมายพท.ยังวิ่งวุ่น 3 รมช.ไม่ลงตัวสำหรับโควตาพรรคร่วมรัฐ พรรคเพื่อไทย จะได้ 5 รัฐมนตรีว่าการ และ 3 รัฐมนตรีช่วย ซึ่งในตำแหน่งรมว.ว่าการถือว่านิ่งแล้ว ประกอบด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นั่งตำแหน่งรองนายกฯและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นั่งรมว.เกษตรและสหกรณ์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นั่งรมว.แรงงาน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นั่งรมว.ศึกษาธิการ และน.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล นั่งรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขณะที่ตำแหน่ง รมช. 3 ตำแหน่ง ที่วางให้เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ 2 ตำแหน่ง และ รมช.ศึกษาธิการ 1 ตำแหน่ง ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยมีเพียง 3 ตำแหน่ง น้อยกว่าทุกครั้งที่พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล ทำให้การจัดสรรครั้งนี้มีคนแสดงความประสงค์ทำหน้าที่รมช.มากกว่าตำแหน่งที่มี โดยชื่อที่ค่อนข้างชัดเจนตอนนี้มีเพียง 1 ตำแหน่ง คือ นายพัฒนา สัพโส สส.สกลนคร มีโอกาสได้เป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์สูง ขณะที่ 2 ตำแหน่งยังไม่ลงตัวว่าจะเป็นโควตาของภาคไหน หรือจะให้เป็นโควตาของภาคอีสานเพิ่มเนื่องจากได้สส.มามากที่สุดจึงยังไม่ชัดว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไร

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

งูเห่าชูคอรอโหวต “หนู” คราวนี้โผล่ภาคอีสาน หัวจ่ายล่อหลายสิบกิโลจูงใจให้ทรยศ หวังเสริมกำลังต่อรองเก้าอี้ รมต.
Politics2026 Mar 18 :: 14:59

งูเห่าชูคอรอโหวต “หนู” คราวนี้โผล่ภาคอีสาน หัวจ่ายล่อหลายสิบกิโลจูงใจให้ทรยศ หวังเสริมกำลังต่อรองเก้าอี้ รมต.

งูเห่าชูคอรอโหวต “หนู” คราวนี้โผล่ภาคอีสาน หัวจ่ายล่อหลายสิบกิโลจูงใจให้ทรยศ หวังเสริมกำลังต่อรองเก้าอี้ รมต. โดยพบปฏิบัติต้อนเข้าคอกเพิ่มเติมด้วยวันที่ 18 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน จากพรรค ปชน.เกี่ยวกับการโหวตเลือกนายกฯ ในวันที่19 มี.ค. ว่า ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวจาก สส.อีสาน บางคน เตรียมจะปฏิบัติการแหกมติพรรค ไปโหวตหนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภท. เป็นนายกฯ สวนมติพรรคปชน. ที่ให้โหวตหนุน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคปชน. โดยหัวจ่าย ที่เปิดปฏิบัติการดูด มีความพยายามไปล็อบบี้ สส.พรรคส้มคนอื่นๆให้ร่วมขบวนการงูเห่าด้วย เพื่อนำเสียงที่ได้ ไปต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี โดยมีเเรงจูงใจเป็นค่าตอบเเทนหลายสิบกิโล แต่ไม่ได้รับการตอบรับจากสส.ที่ชักชวน เพิ่มเติมผู้สื่อข่าวรายงาน ว่าในการเลือกตั้ง ปี2569 มี จังหวัดที่ สส.ภาคอีสานพรรคปชน. เข้าป้ายเป็นผู้เเทนฯ ดังนี้ จ.นครราชสีมา ขอนแก่น และอุดรธานี

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"อนุทิน" ยันรัฐบาลทำเต็มที่ เชื่อทุกฝ่ายพยายามเพื่อ  ปชช.เดือดร้อนน้อยที่สุด
Politics2026 Mar 18 :: 13:51

"อนุทิน" ยันรัฐบาลทำเต็มที่ เชื่อทุกฝ่ายพยายามเพื่อ ปชช.เดือดร้อนน้อยที่สุด

"อนุทิน" เข้าทำเนียบฯ ตอนค่ำ เคลียร์งาน ขออย่ากังวล ยันรัฐบาลทำเต็มที่ เชื่อทุกฝ่ายพยายามเพื่อปชช.เดือดร้อนน้อยที่สุด อย่าเพิ่งว่าใคร วอนทุกฝ่ายช่วยกัน เผยเดินทางไปสภา 9 โมง ร่วมประชุมสภาฯ โหวตนายกฯวันที่ 18 มี.ค. 2569 ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินทางเข้ามายังตึกไทยคู่ฟ้า ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีเกียรติยศในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 16-18 มี.ค.69โดยนายอนุทิน เปิดเผยว่า เข้ามาทำเนียบฯเพื่อมาเคลียร์เอกสารที่อยู่เต็มโต๊ะทำงาน ซึ่งในวันที่ 19 มี.ค. จะเดินทางไปรัฐสภา เพื่อประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในเวลา 09.00 น.ที่จะมีการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีนายอนุทิน ยังกล่าวถึงการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ที่รัฐสภา เวลา 13.00 น.วันที่ 19 มี.ค.ว่า จะต้องประชุมทุกวันเรื่องพลังงาน ซึ่งตนได้ติดตามอยู่ตลอดแม้จะเดินทางไปต่างประเทศ 3 วัน ก็มีการประชุมหารือกันตลอด ไม่ต้องกังวลอะไร เพราะรัฐบาลจะดำเนินการอย่างเต็มที่ ช่วยกัน รัฐก็เต็มที่ แต่ต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายเมื่อถามถึงกรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ในฐานะผอ.ศบก. ระบุว่า จะจับคนโกหกเรื่องโรงกลั่นน้ำมัน ในการประชุมวันที่ 19 มี.ค. นายกฯ กล่าวว่า ไม่มี อย่าเพิ่งไปคิดว่าใคร คือ ทุกคนก็พยายามที่จะสนองนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนน้อยที่สุด มันมีหลายปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ เนื่องจากเป็นของที่ต้องนำเข้ามา และมีสถานการณ์ในพื้นที่นั้น แต่จะบริหารจัดการภายในประเทศให้เกิดความเดือดร้อนให้น้อยที่สุด ตอนนี้ความต้องการเยอะ การใช้ การเติมเยอะ ต้องไปหาวิธีว่า จะทำอย่างไรให้จำนวนน้ำมัน และการนำน้ำมันที่ผลิตได้ในประเทศ รวมไปถึงส่วนผสมต่างๆ เพิ่ม สำรองให้มีมากขึ้น

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

กกต.-บิ๊ก ขรก.เตรียมบินดูงานต่างประเทศ ร่วมในหลักสูตร พตส.16 นัดหมายหลังสงกรานต์นี้ 4 ประเทศ ‘ออสเตรเลีย-เยอรมนี-โปแลนด์-ญี่ปุ่น’
Politics2026 Mar 18 :: 13:09

กกต.-บิ๊ก ขรก.เตรียมบินดูงานต่างประเทศ ร่วมในหลักสูตร พตส.16 นัดหมายหลังสงกรานต์นี้ 4 ประเทศ ‘ออสเตรเลีย-เยอรมนี-โปแลนด์-ญี่ปุ่น’

กกต.-บิ๊ก ขรก.เตรียมบินดูงานต่างประเทศ ร่วมในหลักสูตร พตส.16 นัดหมายหลังสงกรานต์นี้ 4 ประเทศ ‘ออสเตรเลีย-เยอรมนี-โปแลนด์-ญี่ปุ่น’วันที่ 18 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ลงนามในหนังสือถึงปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ขอความอนุเคราะห์ในการประสานงาน ในการศึกษาดูงานของหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 16 (พตส.16)โดยหนังสือดังกล่าวระบุว่า ด้วยสำนักงาน กกต.จัดการศึกษาอบรมหลักสูตร พตส.16 มีผู้เข้าอบรม 148 คน และกำหนดให้มีการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศ 4 เส้นทาง แบ่งเป็น เครือรัฐออสเตรเลีย 18-25 เม.ย. 2569 เยอรมนี 19-26 เม.ย. 2569 โปแลนด์ 19-26 เม.ย. 2569 ญี่ปุ่น (โอซากา) 19-25 เม.ย. 2569ในการนี้เพื่อให้การศึกษาดูงานหลักสูตร พตส.16 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สำนักงาน กกต.จึงประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยใน 4 ประเทศ เพื่อประสานกำหนดการในการศึกษาดูงานดังกล่าว โดยมี กกต. และผู้บริหารระดับสูงของสำนักงาน กกต. เป็นหัวหน้าคณะทั้ง 4 เส้นทางด้วย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

กระทรวงมหาดไทย  สั่งการด่วนที่สุดไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอทั่วประเทศ เร่งสำรวจสถานการณ์พลังงานเชื้อเพลิงย้อนหลัง 7 วัน
Politics2026 Mar 18 :: 13:04

กระทรวงมหาดไทย สั่งการด่วนที่สุดไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอทั่วประเทศ เร่งสำรวจสถานการณ์พลังงานเชื้อเพลิงย้อนหลัง 7 วัน

กระทรวงมหาดไทย สั่งการด่วนที่สุดไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอทั่วประเทศ เร่งสำรวจสถานการณ์พลังงานเชื้อเพลิงย้อนหลัง 7 วันถึงปัจจุบัน เพื่อพิจารณาแนวทางการกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ภาพรวม ป้องกันผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชนวันที่ 18 มี.ค. 69 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการติดตามสถานการณ์พลังงานและแนวโน้มผลกระทบในพื้นที่ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยบูรณาการร่วมกับกระทรวงพลังงาน และกระทรวงพาณิชย์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มีการสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ประสานงานกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจารณาอนุญาตให้รถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงสามารถเดินรถผ่านเส้นทางการจราจรในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมงไปแล้วนั้นปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เพื่อให้การบริหารจัดการด้านสถานการณ์พลังงานเชื้อเพลิงในพื้นที่เกิดความชัดเจน และมีข้อมูลในการบริหารจัดการในภาพรวมของพื้นที่ กระทรวงมหาดไทยจึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายให้นายอำเภอทั้ง 878 อำเภอสำรวจสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในท้องที่ที่รับผิดชอบให้ครอบคลุมทุกแห่ง และรวบรวมข้อมูลย้อนหลัง 7 วันที่ผ่านมา โดยรวบรวมและรายงานกระทรวงมหาดไทยทราบโดยเร่งด่วนภายในวันนี้ เวลา 20.00 น. ครอบคลุม 4 ประเด็น ได้แก่ 1. ปริมาณน้ำมันที่ได้รับ เปรียบเทียบกับภาวะปกติ ว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นหรือลดลงเท่าใด พร้อมระบุเหตุผล 2. ระบุชื่อสถานีบริการน้ำมันและสถานที่ตั้งอย่างชัดเจน 3. ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันมีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงจำนวนเท่าใด และ 4. พบปัญหาหรืออุปสรรคในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่ และได้ดำเนินการแก้ไขอย่างไร“ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอกำกับติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด และให้ความสำคัญกับความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาแนวทางการกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ในภาพรวม อันเป็นการป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน ตลอดจนการดำเนินธุรกิจของห้างร้านในพื้นที่ โดยกระทรวงมหาดไทยยังคงติดตามการบริหารจัดการด้านพลังงานเชื้อเพลิงร่วมกับกระทรวงพลังงานและกระทรวงพาณิชย์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ หากประชาชนได้รับผลกระทบด้านพลังงานเชื้อเพลิง สามารถแจ้งผ่านสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม โทร. 1567 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“พิพัฒน์” เผย นายกฯ เรียกทุกฝ่ายเกี่ยวข้องค้าน้ำมันถกที่รัฐสภาพรุ่งนี้ จ่อแก้ผ้ารายคน หาตัวใครกักตุน
Politics2026 Mar 18 :: 11:34

“พิพัฒน์” เผย นายกฯ เรียกทุกฝ่ายเกี่ยวข้องค้าน้ำมันถกที่รัฐสภาพรุ่งนี้ จ่อแก้ผ้ารายคน หาตัวใครกักตุน

“พิพัฒน์” เผย นายกฯ เรียกทุกฝ่ายเกี่ยวข้องค้าน้ำมันถกที่รัฐสภาพรุ่งนี้ จ่อแก้ผ้ารายคน หาตัวใครกักตุน บอก ทำธุรกิจไม่เสี่ยง ซื้อมาขายไป รับเข้าใจผู้ประกอบการ-โรงกลั่น ข้องใจ ยังมีการส่งน้ำมันลงเรือขายต่างประเทศหรือไม่ วอน เห็นใจเด็กปั๊ม ใครจะด่า ให้มาด่าตนวันที่ 18 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงภายหลังหารือร่วมกับสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคการประมง ว่า เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันดิบขึ้นสูง น้ำมันดิบที่กลั่นจากโรงกลั่นราคาสูงกว่าหน้าสถานีบริการ กลุ่มเรือประมงรับก็ตรงนี้ไม่ได้ เพราะเขาใช้น้ำมันมากกว่าบนฝั่ง จึงทำหนังสือมายังตน ซึ่งเราจะหาทางออกให้เขา เบื้องต้นเราจะเอาน้ำมัน B20 มาให้เขาใช้ก่อน เพราะกลุ่มเรือประมงสามารถใช้น้ำมัน B20 ได้ทุกลำ ต้นทุนถูกกว่าน้ำมัน B7 อยู่ 5 บาท ซึ่งในวันที่ 19 มี.ค. เวลา 13.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จะเป็นประธานการประชุม ศบก.ที่รัฐสภา โดยมีหลายหน่วยงานเข้าร่วม และทางกลุ่มสมาคมการประมงฯ จะเข้าร่วมประชุมด้วย คาดว่า น่าจะมีทางออกให้กับหลายฝ่ายผู้สื่อข่าวถามว่า ทางสมาคมการประมงฯระบุว่า หากราคาน้ำมันยังไม่ลดจะมีการจอดเรือ ที่ขณะนี้เริ่มดำเนินการแล้ว มาตรการที่ออกมาจะสามารถทำให้พวกเขากลับไปทำงานได้หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เขาจอดเรือ เขาไม่ได้ประท้วง การจอดเรือของสมาคมประมงฯหมายความว่า เขาออกเรือไปแล้วเขาขาดทุน เขาก็ไม่สามารถที่จะออกได้ เวลานั้นเขาจึงยอมที่จะจอดเรือดีกว่า ตนจึงได้บอกกับพวกเขาว่า มีอะไรให้คุยกัน ดีกว่าจะมาประท้วง มันจะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน จนไม่อยากเห็นภาพการประท้วง มีอะไรก็ส่งตัวแทนมาหารือกับรัฐบาลเพื่อหาทางออกที่ดี แต่ถ้ามัวแต่ประท้วงปิดถนน ปิดแม่น้ำ ปิดปากอ่าว สร้างความเดือดร้อนให้กับคนไม่รู้เรื่องรู้ราวเมื่อถามว่า ที่แหลมฉบัง สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย รวมตัวรถบรรทุกปิดถนน พร้อมเรียกร้องว่า มีการนำน้ำมันสต็อกเก่าออกมาขายในราคาแพง จะชี้แจงอย่างไร นายพิพัฒน์ กล่าวว่า น้ำมันสต็อกเก่าที่นำมาขายในราคาปัจจุบัน ตนไม่ได้ตอบแทนโรงกลั่น หรือผู้ประกอบการ แต่ต้องทำความเข้าใจว่า การสั่งซื้อน้ำมันดิบไม่ใช่ซื้อวันนี้แล้วจะได้วันนี้ จะต้องมีการสั่งซื้อล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 3 เดือน เราพูดถึงแฟร์ทูแฟร์ เรามีกติกาของการค้าขาย กติกาการเทรดน้ำมัน ไม่ใช่เอาแต่ได้ ฉะนั้น ตนขอฝากผู้ประกอบการ วันที่เขารับซื้อน้ำมันถูก เขามีกำไร ณ วันนี้ แต่วันหน้าเมื่อสงครามยุติเขาขาดทุนหรือไม่ ฉะนั้นต้องให้ความยุติธรรมกับโรงกลั่น และผู้ประกอบการ พวกเราคิดบวกลบคูณหารกันได้ทุกคน“เป็นที่รู้กันว่าผมนั้นมีสถานีบริการน้ำมัน และผมค้าขายน้ำมัน ผมก็ไม่ได้ซื้อน้ำมันดิบมากลั่นเอง เพราะผมไม่มีโรงกลั่น ผมซื้อวันนี้ผมขายวันนี้ อัตราเสี่ยงผมน้อย ไม่เหมือนโรงกลั่นน้ำมันที่ซื้อวันนี้ อีก 3 เดือนถึงจะได้รับน้ำมันดิบ กลั่นแล้วราคาเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ ฉะนั้น ตัวผมเองในฐานะที่เป็นผู้ค้ากับโรงกลั่น อยู่คนละสถานะ ความเสี่ยงของโรงกลั่นมีมากกว่า เพราะของผมซื้อมาขายไปวันต่อวัน ผมไม่สามารถตอบแทนโรงกลั่นได้ทั้งหมด ฝากผู้ประกอบการและผู้ใช้น้ำมัน ขอให้เข้าใจ ไม่มีใครอยากจะมากลั่นแกล้งใคร” นายพิพัฒน์ กล่าวนายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า กรณีผู้ที่ขับรถเข้าไปเติมน้ำมันในปั๊ม แล้วน้ำมันในปั๊มหมด ทุกท่านก็ไปโวยวายใส่น้องๆ ที่ให้บริการ น้องๆ เขาอยากขาย ให้กับทุกท่าน แต่เมื่อน้ำมัน ท่านไปด่าน้องๆ เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่รู้จะไปเอาน้ำมันที่ไหนมาขายให้ท่าน ก็ต้องเห็นใจน้องๆ ที่ให้บริการในสถานีด้วย ยังไงถ้าด่าให้มาด่าที่ตนดีกว่า ตนพร้อมจะรับฟังทุกข้อมูล ทุกคำถาม ทุกคำติชมเมื่อถามว่า ผู้ประกอบการออกมาโวยว่า ถูกตัดโควตาน้ำมันลงไป 50% นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องนี้นายกฯได้เชิญทุกฝ่ายมาประชุมในวันที่ 19 มี.ค. ซึ่งจะเป็นการประชุมซัพพลายเชนทั้งหมดที่เกี่ยวกับพลังงาน นายกฯเรียกมาทุกหน่วยงาน ตั้งแต่โรงกลั่น ผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ขนส่ง รวมถึงจ็อบเบอร์ทั้งหลาย ทุกแผนก ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าขายน้ำมัน แล้วเราจะมาแก้ผ้าดูกันทีละคนว่า ใครที่ตุนน้ำมัน ใครที่โกหก ในวันที่ 19 มี.ค.จะเป็นการจับเท็จให้ได้ว่า สิ่งที่โรงกลั่นประกาศว่า น้ำมันมี น้ำมันไม่ได้ช็อต กระทรวงพลังงานบอกว่า ไม่ได้ช็อต ปตท.บอกว่า ไม่ได้ช็อต แล้วทำไมน้ำมันกลั่นออกมาแล้ว คลังน้ำมันหรือซัพพลายเออร์ถึงไม่ได้รับน้ำมันเหมือนปกติ ซ้ำร้ายขายส่งก็บอกไม่มีน้ำมันขาย เพราะฉะนั้น ใครเท็จก็เชื่อว่า ในวันที่ 19 มี.ค. พวกเราคงได้รู้เมื่อถามอีกว่า ประเด็นนี้ตัวท่านเองก็คาใจใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนเองก็ไม่สบายใจ และคิดไม่ออก เพราะตนเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ไปรับน้ำมัน ตนไม่ได้มีปั๊มน้ำมันยี่ห้อเดียว มีทั้งพีทีและยี่ห้ออื่น เราต้องการทำการเปรียบเทียบว่า ในแต่ละบริษัทดูแลซัพพลายเออร์หรือแฟรนไชส์ดีอย่างไร ตนจะมีปั๊มน้ำมันแต่ละยี่ห้อ ซึ่งในแต่ละยี่ห้อนี้ในอดีต ขอยกตัวอย่าง ปั๊ม ก. ได้รับน้ำมันและขายได้อาจจะวันละ 1-1.5 หมื่นลิตรต่อวัน แต่วันนี้บางยี่ห้อขายให้ปั๊มตนแค่ 4-5 พันลิตรต่อวัน ซึ่งหายไป 1 หมื่นลิตร ต้องถามว่า น้ำมันส่วนนี้หายไปไหน ในเมื่อบอกว่า โรงกลั่นมีน้ำมันให้ น้ำมันไม่ได้ขาด แล้วน้ำมันส่วนนี้มันล่องหนได้หรือ ฉะนั้น ต้องมีคนโกหกอย่างน้อย 1 คน ในวันที่ 19 มี.ค.เป็นสิ่งที่นายกฯเชิญผู้ประกอบการในทุกภาคส่วนมาหารือกัน เพราะต้องการรู้ว่า ใครพูดจริง ใครพูดเท็จ ตนเองก็อยากทราบ เพราะก็โดนนักข่าวถามทุกวันจนเริ่มที่จะตอบไม่ถูกแล้วเหมือนกันว่า จริงๆ แล้วข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างไร ตนรู้อะไรมาก็บอกไปหมดเมื่อถามย้ำว่า เป็นเพราะขนส่งหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขนส่งเป็นส่วนหนึ่ง แต่ไม่ได้ทั้งหมด ที่สำคัญคือ ณ หน้าคลังน้ำมัน ไม่มีน้ำมันกลั่นก็แสดงว่า มันเกิดอะไรขึ้น ถ้าอย่างนั้นแสดงว่า โรงกลั่นโกหก เพราะไม่มีน้ำมัน หรือกระทรวงพลังงานโกหก เพราะไม่มีน้ำมันในสต็อก เพราะฉะนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างมันอยู่ที่ข้อเท็จจริงว่า วันนี้กระทรวงพลังงานประกาศเมื่อวันที่ 17 มี.ค.ว่า เรามีสต็อก 101 วัน แต่ขณะที่โรงกลั่นก็กลั่นมาเต็มกำลังการผลิต ไม่ได้ลดการกลั่นในแต่ละวัน เมื่อกลั่นเต็มทุกวันน้ำมันก็ต้องมีขาย ไม่มีขาดเลยสักวันเดียว เพราะวันนี้เรายังมีน้ำมันดิบพอที่จะเอามากลั่น ดังนั้น เมื่อมีน้ำมันพร้อม โรงกลั่นก็กลั่นออกมาพร้อม โรงกลั่นจ่ายน้ำมันให้กับผู้ซื้อตามปกติ ไม่มีการตัดบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แล้วพอออกจากโรงกลั่นน้ำมันไปแล้ว น้ำมันมันหายไปไหน“ต้องถามว่า ส่วนนี้มีใครนำน้ำมันส่งออกทางเรือไปขายประเทศอื่นหรือไม่ นี่ผมตั้งคำถามหลายครั้งแล้ว และผมก็ได้ถามไปทางกรมธุรกิจพลังงานเรียบร้อยว่า คุณได้งดการส่งออกแล้วหรือยัง นี่คือ ปัจจัยหนึ่งที่ผมยังไม่สบายใจว่า สุดท้ายคุณได้ห้ามการส่งออกทางเรือแล้วหรือยัง” นายพิพัฒน์ ระบุผู้สื่อข่าวถามว่า ม็อบเรียกร้องให้ยุติเรื่องการตัดโควตาน้ำมัน ไม่เช่นนั้นจะยกระดับหยุดเดินรถ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า โควตาน้ำมันของใคร ที่ผ่านมาภาครัฐไม่เคยจำกัดโควตาขายน้ำมัน ต้องเรียนตรงไปตรงมาว่า อดีตคุณเคยซื้อน้ำมันอย่างไร วันนี้เมื่อออกจากโรงกลั่นตามปกติ ขอถามว่า ถ้าจำกัดแล้วจะเอาแทงค์ที่ไหนไปเก็บ อย่างไรก็ไม่มีที่เก็บ ในเมื่อกลั่นน้ำมันออกมาทุกๆ วัน ที่เก็บไม่มีแน่นอน เพราะมันโปร่ง เพราะฉะนั้น มันต้องมีการกลั่น เมื่อขายออกมันต้องมีการใช้ ยืนยันรัฐบาลไม่เคยจำกัดโควตา ฉะนั้น คนที่จำกัดโควตาคือใคร คือผู้ค้าใช่หรือไม่ จากบริษัทแม่ลงไปสู่แฟรนไชส์ของตัวเอง จากโรงกลั่นไปสู่คลังน้ำมันในต่างจังหวัดใช่หรือไม่ สิ่งที่นายกฯอยากรู้ในวันที่ 19 มี.ค.คือ ใครคือผู้ที่ซ่อนความจริงเอาไว้เมื่อถามย้ำว่า สงสัยหรือไม่ว่า โรงกลั่นอาจจะกักน้ำมันเอาไว้ รอให้ราคาขึ้นสูงกว่านี้ ทำให้มีราคาเพิ่มขึ้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ก็ต้องถามว่า โรงกลั่นมีที่เก็บหรือไม่ กลั่นมาทุกวันมันไม่มีที่เก็บ เพราะฉะนั้น โรงกลั่นไม่มีสิทธิที่จะกักเหมือนกัน และเชื่อว่า ไม่มีใครที่สามารถกักได้ ยกเว้นคุณไม่ได้กลั่นเต็มกำลังผลิตเหมือนที่ประกาศออกมา ถ้าตนบอกว่า มีกำลังกลั่นวันหนึ่ง 3 แสนบาร์เรล แต่วันนี้แทงค์ตนยังมีพื้นที่ว่างสำหรับน้ำมันดิบ ตนก็อาจจะกลั่นแค่ 2 แสนบาร์เรล แต่ตนประกาศว่า 3 แสนบาร์เรล นั่นแสดงว่า เก็บไว้เพื่อเก็งกำไร แต่จะรู้ได้อย่างไรว่า พรุ่งนี้ราคาน้ำมันดิบอาจจะร่วงลงมา วันหนึ่ง 20-30 ลิตรใครจะรู้ ฉะนั้น ตนยังมีความมั่นใจว่า ไม่มีใครอยากเสี่ยงในการกักตุนที่มองไม่เห็นอนาคต ซึ่งอนาคตไม่มีใครรู้ มันจะสู้รบกันอีกกี่วัน หรือคืนนี้อาจจะประกาศยุติการรบแล้วก็ได้เมื่อถามว่า มีไอ้โม่งที่ได้ผลประโยชน์อยู่เบื้องหลังการปั่นราคาน้ำมันใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตลาดกลางเป็นผู้ประกาศ ไม่ใช่ประเทศไทย เราจะประกาศราคาน้ำมันตลาดโลกได้อย่างไร มันไม่ใช่ ต้องไปถามประเทศที่ทำสงครามว่า ใครได้ประโยชน์ แต่ไม่ใช่ประเทศไทยแน่นอน เพราะประเทศไทยผลิตน้ำมันดิบได้วันละ 7 หมื่นบาร์เรลเท่านั้นเมื่อถามอีกว่า ที่ตั้งข้อสังเกตคือ การลักลอบทางเรือนำน้ำมันไปขายต่างประเทศใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า อันนี้ตนสันนิษฐาน มันมีทางที่ออกไปได้ทางเดียวคือ ทางเรือ ไม่อย่างนั้นถึงอย่างไรประเทศไทยเราไม่มีที่เก็บแน่นอน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อภิสิทธิ์”​ ชง​ 2 ข้อเสนอแนะ​ รัฐบาล เร่งหาทางออกแก้วิกฤตน้ำมัน​
Politics2026 Mar 18 :: 10:37

“อภิสิทธิ์”​ ชง​ 2 ข้อเสนอแนะ​ รัฐบาล เร่งหาทางออกแก้วิกฤตน้ำมัน​

“อภิสิทธิ์”​ ชง​ 2 ข้อเสนอแนะ​ รัฐบาล เร่งหาทางออกแก้วิกฤตน้ำมัน​ ยกอดีตรัฐบาลเคยงดเก็บภาษีสรรพสามิต​ พ่วงให้โรงกลั่นฯ สมทบจ่ายเงินเข้ากองทุนน้ำมัน​ลิตรละ3 บาท ​ แทนผลักภาระให้ประชาชนรับผ่านกองทุนฯวันที่ 18 มีนาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์​ เวชชาชีวะ​ หัวหน้า​พรร​คประชาธิ​ปัตย์​ แถลงภายหลังการประชุมส.ส.พรรคถึงการแก้ไขปัญหาขาดแคลนพลังงานน้ำมัน​จากสถานการณ์​สงครามใน​ตะวันออก​กลาง​ว่า​ พรรคประชาธิปัตย์มีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมชัดเจนต่อรัฐบาล ว่าการบริหารจัดการในเรื่องนี้ ควรที่จะทำอย่างไร​เพื่อที่จะเป็นประโยชน์สำหรับรัฐบาล​ แม้จะเป็นรัฐบาลรักษาการไปพิจารณาดำเนินการได้ ​ ​ หลังต้นทุนราคาน้ำมันได้รับผลกระทบจากสงครามเป็นปัจัยที่รัฐควบคุมไม่ได้ และไม่มีใครสามารถตอบได้อย่างชัดเจน​ว่า แนวโน้มในอนาคตจะเป็นอย่างไร​ และสถานการณ์นี้จะยืดเยื้อยาวแค่ไหน สิ่งสำคัญคือ เมื่อรัฐบาลตั้งเป้าเพื่อลดภาระให้กับประชาชน​โดยเฉพาะการตรึงราคาน้ำมันดีเซล​ รัฐบาลจำเป็นต้องมีแนวทางให้ผู้ที่เกี่ยวข้องคือ ทั้งประชาชน ผู้ค้า​ อุตสาหกรรม​ สามารถปฏิบัติตนได้​ ไม่ให้เกิดสถานการณ์แบบที่เห็นในช่วงที่ผ่านมา​ ซึ่งปัญหาที่รุนแรงในช่วงที่ผ่านมา​เกิดจากการที่รัฐบาลมีการประกาศ​ตรึงราคาน้ำมัน​ โดยระบุว่ามาตรการจะสิ้นสุดภายในระยะเวลากี่วัน ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้เติมน้ำมัน มีความวิตกกังวลว่าน้ำมันกำลังจะแพงขึ้น​ จึงต้องเร่งเติม หรือกักตุนน้ำมัน ขณะที่ในแง่ของธุรกิจมีแรงจูงใจว่า ไม่ต้องรีบเอาออกมาขาย​ เพราะรู้ว่าภายในระยะเวลาไม่นานนัก​ ก็จะมีการขึ้นราคาน้ำมันนายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ถือเป็นการเก็บเกี่ยวบทเรียนสำคัญของรัฐบาลในการบริหารจัดการ ที่ต้องไม่ส่งสัญญาณทำให้เกิดภาวะดความโกลาหลวุ่นวายในตลาด และรัฐบาลต้องทบทวน​มาตรการ การตรึงราคาน้ำมัน​ที่ทำให้เกิดส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันที่ประชาชนเติมหน้าปั๊ม​ กับน้ำมันที่ภาคอุตสาหกรรมเคยซื้ออยิ่งทำให้ภาคอุตสาหกรรมมาแย่งซื้อน้ำมันจากประชาชน​ รัฐบาลจำเป็นจะต้องมีมาตรการในการที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ พรรคประชาธิปัตย์จึงชี้ให้รัฐบาลเห็นว่า การใช้กองทุนนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชยส่วนต่างราคาน้ำมัน เป็นภาระกับกองทุนฯ ค่อนข้างมาก​ ที่ต้องอุดหนุนชดเชยส่วนต่างต่อลิตรในแต่ละวัน ที่​สูงมากอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน รัฐบาลเองก็กังวลว่า​ เมื่อกองทุนฯติดลบ ก็จะต้องมีการกู้เงินเพิ่ม​ เพื่อใช้ค้ำประกัน​ พรรคประชาธิปัตย์จึงเสนอให้ทำเร่งด่วนที่สุดเพราะขณะนี้​คนที่รับภาระจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดคือ ประชาชนผู้ใช้ ซึ่งมีอีก 2 ภาคส่วนที่ควรต้องช่วยกันแบ่งเบาภาระ​ 1.คือรัฐบาล ที่ปัจจุบันยังคงเก็บภาษีสรรพสามิตอยู่ที่ลิตรละ 6 บาท โดยในอดีตที่ผ่านมา​รัฐบาลเคยยกเว้นภาษีสรรพสามิตเพื่อลดต้นทุนราคาน้ำมันได้ 2.ภาคเอกชน ที่คิดค่าการกลั่นจากเดิมลิตรละ2บาท​ เพิ่มเป็น 6 บาท ซึ่งค่าการกลั่นนี้ไม่ได้หมายความว่า เป็นเรื่องของกำไรทั้งหมดที่เพิ่มขึ้น เพราะยังมีส่วนต่างระหว่างราคาหน้าโรงกลั่นที่อ้างอิงกับราคาสิงคโปร์ และราคาน้ำมันดิบ​ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา​ ในสถานการณ์เช่นนี้​หลายประเทศก็ใช้มาตรการที่ให้ภาคเอกชน​ส่งเงินเข้ามาเพื่อแบ่งเบาภาระของประชาชน ในอดีตที่ผ่านมาสหราชอาณาจักร​ อิตาลี​ สเปน​ ก็ทำกัน“พรรคประชาธิปัตย์เสนอว่า​ ในขณะนี้รัฐบาลควรจะให้ทางโรงกลั่นส่งเงิน 3 บาทต่อลิตรจากค่าการกลั่น เข้ามาเพื่อสมทบกองทุนน้ำมัน​ จาก3ภาคส่วน​ ทั้งรัฐ ธุรกิจ​เอกชน​ และประชาชนที่ล้วนแล้วแต่แบ่งเบาภาระเพื่อช่วยกันทำให้ฐานะกองทุนน้ำมันฯมีเงินเพียงพอ​ที่จะบริหารจัดการได้​ และไม่เป็นอันตรายต่อสถานะของกองทุนฯในอนาคต​ อย่างน้อยที่สุดน่าจะดูแลกันไปได้จนถึงเลยช่วงสงกรานต์ไป​ ซึ่งขณะนั้นคงมีการ เปลี่ยนแปลงของสถานการณ์อีก ดังนั้นพรรคจึงเรียกร้องว่า​ รัฐบาลควรฉายภาพให้ประชาชนได้เห็นว่าให้ชัดเจนว่าโครงสร้างของราคาน้ำมันเป็นอย่างไร หากเป็น 3 ฝ่ายเข้ามาช่วยกันดูแล​ จะทำให้การบริหารจัดการเหล่านี้ง่ายขึ้น รวมทั้งเอาปัญหา​ 2 ปัญหาข้างต้น ซึ่งสร้างความผันผวนให้ตลาด​ และส่วนต่างราคาน้ำมัน​ ก็ควรจะเข้าไปแก้ไขปัญหาจัดการ​ จึงเป็นข้อเสนอในเบื้องต้น​”นายอภิสิทธิ์กล่าวนายอภิสิทธิ์​ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้อยากให้รัฐบาล​เตรียมล่วงหน้าสำหรับเรื่องเม็ดพลาสติก และปุ๋ยด้วย ซึ่งจะกระทบกระเทือนกับภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมต่อไป เมื่อถามว่า จะมีการยื่นหนังสือถึงรัฐบาลโดยตรงหรือไม่เพื่อเป็นการสื่อสาร​ นายอภิสิทธิ์​ กล่าวว่า​ ฝเรากำลังรอดูอยู่ว่า หลังจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร​เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี วันที่ 19 มี.ค. ประธานสภาฯจะเรียกประชุมสภาฯตามปกติหรือไม่ ซึ่งหากมีการเรียกประชุม พรรคก็สามารถใช้กลไกของสภา​ฯ​ เปิดโอกาสให้กับพรรคการเมืองอื่นๆและเพื่อน สส. ช่วยกันนำเสนอต่อรัฐบาลในแง่มุมของปัญหาต่างๆได้หลากหลายมากขึ้น​ จึงอยากให้ใช้กลไกทางสภาฯให้เป็นประโยชน์​ เมื่อถามย้ำว่า การให้ธุรกิจโรงกลั่นช่วยจ่ายเข้ากองทุนน้ำมันฯจะมีความยากง่ายอย่างไร​ เพราะบางแห่งมีนักการเมืองถือหุ้นอยู่ด้วย นายอภิสิทธิ์​ กล่าวว่า จริงๆโดยหลักที่ตนพูดมีลักษณะของภาษีลาภลอย​ กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น​ เพียงแต่อาจจะมีความยุ่งยากในขั้นตอนต่างๆ หากจำได้เมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้วเคยเกิดสถานการณ์แบบนี้​ และตอนนั้นรัฐบาลก็มีการเรียกผู้ประกอบการเข้าไป​ และตกลงว่าจะแบ่งเบาภาระด้วยการส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเพิ่มเติม​ ก็สามารถทำได้​ เพียงแต่ทำในระยะเวลาสั้นๆ และตนไม่เห็นเหตุผลเลยว่า เมื่อเคยทำได้แล้วจะไม่สามารถทำได้อีก ซึ่งตัวเลขต่างๆก็ปรากฏชัดเจนอยู่แล้วว่าความเหมาะสมน่าจะเป็นอย่างไร

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

จับตา! ท้าทายอำนาจกระบวนการยุติธรรม รัฐบาลสีน้ำเงิน 294 เสียง กับนิติสงคราม บนชนวนล้มเลือกตั้งไม่เป็นความลับ
Politics2026 Mar 18 :: 10:01

จับตา! ท้าทายอำนาจกระบวนการยุติธรรม รัฐบาลสีน้ำเงิน 294 เสียง กับนิติสงคราม บนชนวนล้มเลือกตั้งไม่เป็นความลับ

จับตา! ท้าทายอำนาจกระบวนการยุติธรรม รัฐบาลสีน้ำเงิน 294 เสียง กับนิติสงคราม บนชนวนล้มเลือกตั้งไม่เป็นความลับการเมืองมีพลิกอีกรอบ รวมไทยสร้างชาติ พา2 สส. เข้าร่วมรัฐบาล พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ลาออกจากสส. เปิดทางให้ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แถลงเปิดตัวร่วมกับพรรคภูมิใจไทย เพื่อไม่ให้ พีระพันธุ์ ต้องกลืนน้ำลายตัวเอง หลังเคยประกาศหาเสียงไว้บนเวทีว่าจะไม่ยกมือให้อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ ดังนั้น พรรครวมไมยสร้างชาติที่มี สส.แบบบัญชีรายชื่อ 2 คน คือ พีระพันธุ์ ลำดับ 1 และ ชัชวาลล์ คงอุดม เป็นอันดับ 2 เมื่อพีระพันธุ์ ลาออกจาก สส. ทำให้รายชื่อปาร์ตี้ลิสลำดับ 3 คือ อรรถวิชช์ จึงได้เลื่อนขึ้นมาเป็นสส. และทำหน้าที่ในการเจรจาร่วมรัฐบาลอนุทิน ในครั้งนี้ดังนั้นพรรคร่วมรัฐบาลจะมีเสียงเพิ่มขึ้นมาอีก 2 เสียง จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ทำให้เสียงรัฐบาล จาก 291 เสียง เพิ่มไปเป็น 293 เสียง และถ้า กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งเขต 2 สุพรรณบุรีของพรรคภูมิใจไทยก็จะเป็นรัฐบาลผสม จำนวน 294 เสียงอย่างไรก็ตาม หลังจากวันเลือกตั้งครบ60 วัน นับจากวันลงคะแนนเลือกตั้ง กกต. ต้องประกาศรับรองผลการเลือกตั้งทั้งหมด หากยังพบว่า เขตเลือกตั้งใดมีปัญหา ก็ส่งเรื่องให้ ศาลฎีกา เป็นผู้วินิจฉัยต่อไปโดยเฉพาะกรณีที่ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 จากที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 21 เรื่องจากการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ของ กกต.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ที่มีการใช้รหัสบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์โค้ด ซึ่งน่าจะเชื่อได้ว่า สามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนนรวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 มาตรา 25 มาตรา 34 มาตรา 50(7) มาตรา 83 วรรคสอง มาตรา 85 มาตรา 98 และมาตรา 224 ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริง อันเป็นเหตุแห่งคดีเกี่ยวกับการดำเนินการเลือกตั้งทั่วประเทศ มิใช่เฉพาะเขตเลือกตั้งใดเลือกตั้งหนึ่งหรือเป็นการเฉพาะราย มีปัญหาความชอบของรัฐธรรมนูญ ในการดำเนินการจัดการเลือกตั้งของกกต. จึงมีมติโดยเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เสียงมีคำสั่ง รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยโดยตุลาการเสียงข้างมาก ประกอบด้วย นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ วิรุฬ แสงเทียน จิรนิติ หะวานนท์ นภดล เทพพิทักษ์ อุดม รัฐอมฤต และสุเมธ รอยกุลเจริญ ส่วนตุลาการเสียงข้างน้อยประกอบด้วย อุดม สิทธิวิรัชธรรม บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ และสราวุธ ทรงวิไลศาลรัฐธรรมนูญให้ผู้ถูกร้อง ทำคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วันนับแต่วันได้รับสำเนาคำร้องและให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้องยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือเรียก ที่คาดว่ากระบวนการพิจารณาคดี จะเริ่มต้นขึ้นในเดือน เม.ย.นี้เป็นที่น่าสังเกตว่า ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช. ได้ข้อยืดเวลาในการส่งสำนวนคดี 44 อดีตสส. ก้าวไกล ร่วมกันลงชื่อแก้ไข ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หลังจากครบกำหนดเวลาออกไปอีกและล่าสุด ป.ป.ช. ยังมีความเห็นยกคำร้องคดี ศักดิ์สยาม ชิดชอบจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จปมซุกหุ้น หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น โดยมีความเห็นว่า ไม่จงใจ สวนาทางกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ชี้ว่ามีการซุกหุ้นจริงและมีคำสั่งให้ ศักดิ์สยาม พ้นจากตำแหน่ง รมว.คมนาคม เป็นที่วิจารณ์ถึงมาตรฐานการทำงานขององค์กรอิสระและที่ต้องจับตาอีกประเด็น เมื่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ไม่รับ คดีทีดินเขากระโดง ไว้ในการพิจารณา โดยอ้างว่า เป็นอำนาจ ของ ป.ป.ช.เช่นเดียวกับ คดีฮั้วเลือกตั้งสว. ที่ ดีเอสไอ และ กกต.อ้างว่าจาการสอบสวนผู้ถูกกล่าวาจำนวน 229 คนที่ประกอบด้วยสว.ปัจจุบัน และแกนนำพรรคภูมิใจไทยบางคน อนุกรรมการ กกต. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ต้องส่งคำร้องไปศาล เพราะเห็นว่าผู้ถูกร้องทั้งหมด ไม่พบมูลความผิดใดๆที่เป็นการท้าทายอำนาจกระบวนการยุติธรรมโดยตรง และจะกระทบกับความเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมและองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญครั้งร้ายแรง

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“สาทิตย์” เผย มติ สส.ประชาธิปัตย์ งดออกเสียง โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี19 มี.ค.
Politics2026 Mar 18 :: 09:21

“สาทิตย์” เผย มติ สส.ประชาธิปัตย์ งดออกเสียง โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี19 มี.ค.

“สาทิตย์” เผย มติ สส.ประชาธิปัตย์ งดออกเสียง โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี19 มี.ค. ลุ้น ที่ประชุมเปิดให้อภิปรายคุณสมบัติ นายกฯ ส่ง“อภิสิทธิ์”ลับฝีปากวันที่ 18 มีนาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการประชุม สส.พรรคเพื่อพิจารณาในการโหวตนายกรัฐมนตรีที่จะมีขึ้นในวันที่ 19 มี.ค. เวลา 10.00 น. โดยมีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส. บัญชีรายชื่อ และประธาน สส. พรรคประชาธิปัตย์เป็นประธานการประชุม มีสส. 20 คนเข้าร่วมประชุม ขาดเพียงนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อประชาธิปัตย์ ที่ลาการประชุมไปพบแพทย์ จากนั้นเวลา 15.30 น. นายสาทิตย์ แถลงว่า ที่ประชุมพรรคมีมติให้ งดออกเสียงในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะจากที่ผ่านมาพรรคจะลงมติ งดออกเสียงเป็นส่วนใหญ่ และหากที่ประชุม ให้สส. อภิปรายเรื่องคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี พรรคมีมติให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเป็นผู้อภิปรายและชี้แจงเหตุผลรายละเอียดว่า เหตุใดพรรคจึงงดออกเสียง โดยพรรคได้รับการประสานจากประธานสภาผู้แทนราษฎรเชิญหัวหน้าพรรคร่วมหารือ ที่สภาฯ ในเวลา 09.00 น.วันที่ 19 มี.ค. ซึ่งทำให้ไม่แน่ใจว่า อาจจะไม่ให้มีการอภิปรายเรื่องคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี โดยหวังว่าเสียงข้างมากในสภาฯคือพรรคภูมิใจไทยจะเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายในเรื่องนี้ เพราะถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก และตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้น เรื่องความโปร่งใสสมควรที่จะได้รับการตรวจสอบจากสภาฯเมื่อถามว่า เป็นเพราะมีการส่งแข่ง พรรคจึงได้มีมติงดออกเสียง หากมีเพียงคนเดียวก็สามารถที่จะลงมติถึงได้งดออกเสียง หากมีเพียงคนเดียว ก็สามารถลงมติ เห็นด้วยหรือเห็นด้วยใช่หรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า เป็นเหตุผลหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะเราได้พิจารณาคุณสมบัติของทั้งสองคนที่จะลงแข่งขันเป็นนายกรัฐมนตรี แต่เห็นว่าการงดออกเสียงจำเป็นและสำคัญ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดนายอภิสิทธิ์จะเป็นผู้ชี้แจง

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ผมเห็นว่ายังเป็นความลับ! “บวรศักดิ์” ชี้ ไม่มีประเทศไหนวินิจฉัยเป็นโมฆะ หลังศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องเหตุบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด
Politics2026 Mar 18 :: 09:13

ผมเห็นว่ายังเป็นความลับ! “บวรศักดิ์” ชี้ ไม่มีประเทศไหนวินิจฉัยเป็นโมฆะ หลังศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องเหตุบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด

ผมเห็นว่ายังเป็นความลับ! “บวรศักดิ์” ชี้ ไม่มีประเทศไหนวินิจฉัยเป็นโมฆะ หลังศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องเหตุบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด เผยขึ้นอยู่กับศาลและ กกต. จะนำสืบวันที่ 18 มีนาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของผู้ผู้การแผ่นดินเกี่ยวกับกรณีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดหรือ QR Code ว่า เป็นเรื่องของ กกต. กับศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้พิจารณาเมื่อถามว่ากังวลว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับศาลและการนำสืบของ กกต.เมื่อถามว่าการมี QR Code บนบัตรเลือกตั้งจะทำให้เป็นความลับหรือไม่ นายบวรศักดิ์ ระบุว่า ตนเห็นว่ายังเป็นความลับอยู่ และหลายประเทศก็ใช้ แล้วไม่มีประเทศไหนวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญและการนำสืบของ กกต. ซึ่ง กกต. ควรไปนำผู้เชี่ยวชาญมาสาธิตให้ศาลดูว่าเข้าถึงไม่ได้ง่าย ที่ผ่านมาเคยมีคนลองทำแล้วไม่สำเร็จเมื่อถามถึงกรณีการเมืองว่าได้มีการถูกทาบทามให้นั่งตำแหน่งเดิมบ้างหรือไม่ นายบวรศักดิ์ เปิดเผยว่า ยังไม่ได้รับการทาบทามอะไรทั้งสิ้น ตนก็เตรียมอยู่ว่าจะต้องเก็บของหรือไม่เมื่อถามต่อว่าพร้อมอยู่หรือไม่ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ปลัด มท. ขานรับข้อสั่งการ "อนุทิน" สั่งด่วนผู้ว่าฯ ทั่วประเทศประสานผู้การตำรวจจังหวัด ผ่อนผันรถขนส่งน้ำมันวิ่งตลอด 24 ชม.
Politics2026 Mar 18 :: 08:48

ปลัด มท. ขานรับข้อสั่งการ "อนุทิน" สั่งด่วนผู้ว่าฯ ทั่วประเทศประสานผู้การตำรวจจังหวัด ผ่อนผันรถขนส่งน้ำมันวิ่งตลอด 24 ชม.

ปลัด มท. ขานรับข้อสั่งการ "อนุทิน" สั่งด่วนผู้ว่าฯ ทั่วประเทศประสานผู้การตำรวจจังหวัด ผ่อนผันรถขนส่งน้ำมันวิ่งตลอด 24 ชม. บรรเทาความเดือดร้อนจากความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของประชาชนในภาวะความขัดแย้งภูมิภาคตะวันออกกลางวันที่ 18 มี.ค. 69 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีข้อสั่งการเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงาน ยกระดับมาตรการกำกับดูแลสถานการณ์พลังงานของประเทศ เพื่อเตรียมรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยกำชับให้กระทรวงมหาดไทยเป็นกลไกหลักในการสนับสนุนกระทรวงพลังงาน เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะด้านพลังงานเชื้อเพลิงให้มีความต่อเนื่องและทั่วถึงในทุกพื้นที่ทั่วประเทศปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้รับแจ้งจากกระทรวงพลังงานถึงผลการประชุมร่วมกับกลุ่มผู้ค้าน้ำมันเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 เพื่อประเมินสถานการณ์และวางมาตรการแก้ไขปัญหาการกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการที่อาจมีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งกลุ่มผู้ค้าน้ำมันมีความประสงค์จะเพิ่มรอบและปริมาณการกระจายน้ำมันออกจากคลังสู่สถานีบริการ แต่ปัจจุบันยังติดข้อจำกัดด้านช่วงเวลาและเส้นทางตามข้อบังคับของหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในแต่ละพื้นที่ตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก ซึ่งส่งผลต่อความรวดเร็วในการจัดส่งน้ำมันท่ามกลางสภาวะความตึงเครียดของสถานการณ์โลกดังนั้น เพื่อสนับสนุนให้การกระจายน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงพลังงานจึงได้มีหนังสือแจ้งไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอพิจารณาผ่อนผันให้รถขนส่งน้ำมันสามารถปฏิบัติงานได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 1 เดือน พร้อมทั้งขอความร่วมมือมายังกระทรวงมหาดไทยให้แจ้งประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้ดำเนินการหารือกับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในเขตพื้นที่รับผิดชอบในการผ่อนผันเกณฑ์การเดินรถดังกล่าว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา - อิสราเอล และอิหร่าน ที่กำลังเกิดขึ้นปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้การดำเนินการในระดับพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว และสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างทั่วถึง กระทรวงมหาดไทยจึงได้มีหนังสือสั่งการขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เน้นย้ำไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ในฐานะหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ให้ความสำคัญกับการผ่อนผันเวลาเดินรถขนส่งน้ำมันเป็นกรณีพิเศษในช่วงสถานการณ์นี้ เพื่อให้การเคลื่อนย้ายทรัพยากรพลังงานจากคลังน้ำมันไปสู่สถานีบริการน้ำมันในชุมชนเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ“การผ่อนผันมาตรการจราจรในครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพลังงาน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามนโยบายการบูรณาการการทำงานเพื่อรับมือกับสภาวะปัจจุบันของนายกรัฐมนตรี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในระดับภูมิภาค ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และพร้อมอำนวยความสะดวกในทุกมิติเพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากวิกฤตการณ์ด้านความขัดแย้งในต่างประเทศ” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวทิ้งท้าย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

กลุ่มเกษตรกร ยื่น 2 ข้อเรียกร้องถึง นายกฯ หลังขาดแคลนน้ำมันในการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร
Politics2026 Mar 18 :: 08:18

กลุ่มเกษตรกร ยื่น 2 ข้อเรียกร้องถึง นายกฯ หลังขาดแคลนน้ำมันในการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร

กลุ่มเกษตรกร ยื่น 2 ข้อเรียกร้องถึง นายกฯ หลังขาดแคลนน้ำมันในการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร - ชี้ เครื่องจักร รถไถนา มาเติมน้ำมันหน้าสถานีบริการไม่ได้ - วอน กำหนดมาตรการดูแลราคาน้ำมัน ลดต้นทุนทางการเกษตรวันที่ 18 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล นายเสถียร เสือขวัญ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดระยอง นำกลุ่มเกษตรผู้ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับ มาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมี นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับหนังสือนายสันติ เปิดเผยว่า วันนี้ชาวเกษตรกรหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางได้มายื่นหนังสือ เพื่อแจ้งถึงความเดือดร้อนเกี่ยวกับเรื่องพลังงาน โดยมีอยู่ 2 ส่วนที่อยากให้รัฐบาลช่วยแก้ไข คือ อยากให้เกษตรกรสามารถเอาแกลลอนไปซื้อน้ำมันได้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เนื่องจากเครื่องจักรการผลิต เครื่องสูบน้ำ หรือรถไถนาต่างๆ ไม่สะดวกที่จะมาเติมน้ำมันที่สถานีบริการอีกเรื่อง คือ อยากให้มีการบูรณาการข้อมูลเรื่องระเบียบเกษตรกรในแต่ละจังหวัด ซึ่งจุดนี้ทางรัฐบาลได้เริ่มต้นแล้ว ที่จะให้ทางเกษตรกรมาดำเนินการแจ้งข้อมูลในแต่ละจังหวัด เพื่อจะทราบถึงความจำเป็นที่จะใช้น้ำมันของแต่ละคน เพื่อให้รัฐบาลจัดสรรน้ำมันและทราบปัญหาจริงๆ ว่าเกษตรกรมีความจำเป็นอย่างไรบ้างในแต่ละครอบครัว ซึ่งก็เห็นใจ ในขณะนี้ปัญหาในช่วงฤดูกาลเกี่ยวข้าวระยะเวลาก็ไม่ยาวมาก จึงยังขาดแคลนน้ำมัน แต่ทางรัฐบาลขอยืนยันว่าก่อนหน้านี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ชี้แจงเบื้องต้นไปแล้ว ว่าเรามีน้ำมันสำรองประมาณ 101 วัน ไม่ได้ขาดแคลน้ำมัน มีปัญหาอุปสรรคบ้างในเรื่องการขนส่งน้ำมันเพื่อที่จะไปถึงปลายทาง โดยตอนนี้ได้ขอทางกระทรวงมหาดไทยเพื่อผ่อนผันในเรื่องระยะเวลาของการเดินรถ เรื่องความปลอดภัยต่างๆ เพื่อให้มีการขนส่งน้ำมันได้ไปถึงปลายทาง ประชาชนจะได้ใช้น้ำมันไม่มีการขาดแคลนส่วนกรณีการขอความร่วมมือจากประชาชน ผู้ประกอบการ ว่าอยากกักตุนน้ำมัน เพราะในขณะนี้น้ำมันจริงๆ ของเรามีสำรองเพียงพอ ฉะนั้นหากไม่มีการกักตุนน้ำมัน และค่าน้ำมันตามปกติ ก็จะบรรเทาความเดือดร้อน ซึ่งทางรัฐบาลก็จะดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ ในส่วนที่มาร้องเรียนวันนี้ตนจะได้นำความเดือดร้อนของเกษตรกรและวิธีแก้ไขปัญหาต่างๆ แจ้งถึงนายกรัฐมนตรีต่อไป เพื่อรีบแก้ไขให้ประชาชนชาวเกษตรกรสำหรับแถลงการณ์หรือข้อเรียกร้องที่ทางกลุ่มเกษตรกรได้นำมายื่นถึงนายกรัฐมนตรีนั้น ระบุว่า ในปัจจุบันสถานการณ์ความเครียดและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้สถานการณ์มีแนวโน้มยืดเยื้อและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับข้อจำกัดด้านการขนส่งและความไม่แน่นอนของตลาดพลังงานโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโลกและประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จากสถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในประเทศไทยอย่างกว้าง โดยเฉพาะเกษตรกรด้านพืชไร่ พืชสวน และประมงเพาะเลี้ยง ซึ่งต้องประสบกับปัญหาต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง อีกทั้งในบางพื้นที่เกษตรกรประสบปัญหาไม่สามารถจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างเพียงพอ เนื่องจากข้อจำกัดในการจำหน่ายของสถานีบริการน้ำมัน โดยเกษตรกรมีความจำเป็นต้องจัดน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อนำไปใช้กับเครื่องจักรกลทางการเกษตร หากไม่สามารถจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงได้เพียงพอยอมส่งผลให้การผลิตทางการเกษตรหยุดชะงัก และอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกรอย่างรุนแรงในการนี้ คณะทำงานผู้ประสานงานสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประจำภาคกลาง จึงขอเสนอแนวทางเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรเป็นการเร่งด่วน ดังนี้1. ขอให้รัฐบาลพิจารณาจัดสรรน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่เกษตรกรเป็นกรณีพิเศษ โดยกำหนดมาตรการให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงโดยใช้ภาชนะบรรจุภัณฑ์ (แกลลอน) เพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาชีพภาคเกษตรกรรมได้ ภายใต้หลักเกณฑ์และปริมาณที่เหมาะสม2. มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ บูรณาการข้อมูลทะเบียนเกษตรเกษตรกร เพื่อนำมากำหนดมาตรการกำกับดูแลราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ในการลดภาระต้นทุนภาคเกษตรกรรม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

เลขา ป.ป.ช. แย้ง DSI ปมที่ดินเขากระโดง แจงข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดิน รฟท.-เอกชน-ปชช. หน่วยงานรัฐต้องฟ้องเอง
Politics2026 Mar 18 :: 08:12

เลขา ป.ป.ช. แย้ง DSI ปมที่ดินเขากระโดง แจงข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดิน รฟท.-เอกชน-ปชช. หน่วยงานรัฐต้องฟ้องเอง

เลขา ป.ป.ช. แย้ง DSI ปมที่ดินเขากระโดง แจงข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดิน รฟท.-เอกชน-ปชช. หน่วยงานรัฐต้องฟ้องเอง ขณะป.ป.ช. สอบ อธ.กรมที่ดิน- ผู้ว่า รฟท.-จนท.ปมไม่เพิกถอนโฉนด 2 แปลงวันที่ 18 มี.ค. 2569 ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. ในฐานะโฆษกป.ป.ช. ชี้แจงความคืบหน้ากรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI ส่งสำนวนคดีที่ดินเขากระโดงให้ ป.ป.ช.พิจารณาว่าปัญหาเกี่ยวกับที่ดินเขากระโดงเป็นเรื่องเกี่ยวกับการออกโฉนดที่ดินที่อาจทับที่หรืออยู่ในเขตที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยและมีโฉนดที่ดินที่มีการครอบครองจำนวนหลายแปลงที่เป็นปัญหาข้อพิพาทระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทยกับผู้ที่ครอบครองที่ดินที่อ้างว่าเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน โดยข้อเท็จจริงยังเป็นปัญหาเกี่ยวกับอาณาเขตที่ดินของ รฟท. และการครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท รวมทั้งการออกโฉนดที่ดินในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเบื้องต้นยังไม่พบว่าเป็นปัญหาเกี่ยวกับการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐว่าทุจริตต่อหน้าที่ การกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมที่อยู่ในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการป.ป.ช. ซึ่งที่ผ่านมาเป็นข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชนที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองทั้งนี้กรณีดังกล่าวในปี 2554 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ไต่สวนความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐและมีมติให้เพิกถอนโฉนดที่ดินจำนวน 2 แปลง โดยสำนักงานป.ป.ชจึงได้มีหนังสือฉบับลงวันที่ 14 กันยายน 2554 แจ้งให้กรมที่ดินพิจารณาเพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 3466 และเลขที่ 8564 ตำบลอีสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เนื่องจากมีการออกโฉนดที่ดินทับที่ของการรถไฟ ตามมาตรา 99 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 โดยปรากฏว่ากรมที่ดินยังไม่ได้เพิกถอนโฉนดที่ดินดังกล่าวและการรถไฟซึ่งเป็นผู้เสียหายในฐานะเจ้าของที่ดินกลับไม่ใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนโฉนดที่ดิน 2 แปลงดังกล่าวตามมติคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในการประชุมครั้งที่ 100/2566 เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2566 และมีมติให้ดำเนินการไต่สวนอธิบดีกรมที่ดินและผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยรวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องในขณะนั้น ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ต่อมากรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีหนังสือลงวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ส่งเรื่องที่อยู่ในความรับผิดชอบมาให้คณะกรรมการป.ป.ช.พิจารณากรณีที่มีผู้ร้องขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปล่อยให้มีผู้บุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินของการรถไฟในพื้นที่เขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์และการรถไฟไม่ดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลฎีกาและไม่ฟ้องขับไล่ผู้บุกรุกที่ดินต่อศาล ซึ่งรวมถึงโฉนดที่ดินเลขที่ 3466 และ 8564 ตำบลอีสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ด้วย ทั้งนี้เรื่องที่กรมสอบสวนคดีพิเศษส่งเรื่องมาให้ป.ป.ช. เป็นเรื่องการกล่าวหารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมที่ดินและคณะกรรมการสอบสวนตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 61 ว่าปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินโดยไม่ชอบบริเวณเขากระโดง สำนักงาน ป.ป.ช. ยังชี้แจงว่าข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินระหว่างหน่วยงานของรัฐกับเอกชนหรือประชาชนเป็นเรื่องที่หน่วยงานของรัฐจะต้องไปดำเนินการใช้สิทธิทางศาลเอง ส่วนเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการไต่สวนข้อเท็จจริง จะดำเนินการเร่งรัดไต่สวนข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ส่วนเรื่องที่ปรากฏเป็นข่าวอาจมีข้อเท็จจริงที่ไม่ตรงกับที่แถลงมาในวันนี้

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ศาล รธน. สั่ง กกต. ชี้แจงภายใน 15 วัน คดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
Politics2026 Mar 18 :: 07:56

ศาล รธน. สั่ง กกต. ชี้แจงภายใน 15 วัน คดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

ศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง กกต. ชี้แจงภายใน 15 วัน พร้อมให้เวลาอีก 15 วัน ส่งบัญชีระบุพยานหลักฐาน-วิธีได้มาของพยานหลักฐาน คดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยตรงและลับวันที่ 18 มี.ค. 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยกล่าวอ้าง ว่า ได้รับเรื่องร้องเรียน จำนวน 21 คำร้อง ขอให้พิจารณายื่นคำร้อง พร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ถูกร้อง ที่ 1 เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ถูกร้องที่ 2 และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ถูกร้องที่ 3 ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนนรวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 4มาตรา 25 มาตรา 34 มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง มาตรา 85 มาตรา 98 และ มาตรา 224ซึ่งศาลฯพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริง อันเป็นมูลเหตุแห่งคดีนี้เกี่ยวกับการดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ มิใช่เฉพาะเขตเลือกตั้งใดเขตเลือกตั้งหนึ่งหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกรณี มีปัญหา ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการดำเนินการจัดการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งเป็นการใช้ อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 ประกอบมาตรา 83 วรรคสอง คำร้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213ประกอบพ.ร.ป.ว่าด้วย วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561มาตรา 46 มีมติโดยเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 มีคำสั่ง รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยและแจ้งให้ผู้ร้องทราบทั้งนี้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก จำนวน 5 คน คือ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ นายวิรุฬห์ แสงเทียน นายจิรนิติ หะวานนท์ นายนภดล เทพพิทักษ์ นายอุดม รัฐอมฤต และนายสุเมธ รอยกุลเจริญ ส่วน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย จำนวน 3 คน คือ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ และนายสราวุธ ทรงศิวิไล เห็นว่า ไม่เป็นการใช้อำนาจโดยตรงตามรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการใช้อำนาจตามพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา อาศัยอำนาจตามพ.ร.ป. ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 27 วรรคสาม ให้ผู้ถูกร้องทั้งสามทำคำชี้แจง แก้ข้อกล่าวหา ต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง และให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ทั้งสามยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานและวิธีการได้มาซึ่งพยานหลักฐาน ต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือเรียก

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ลุงป้อมชวนชิม” การันตีก๋วยเตี๋ยวเนื้อสะพานเหล็กเด็ดจริง นั่งรอคิวด้วยตัวเอง
Politics2026 Mar 18 :: 07:01

“ลุงป้อมชวนชิม” การันตีก๋วยเตี๋ยวเนื้อสะพานเหล็กเด็ดจริง นั่งรอคิวด้วยตัวเอง

“ลุงป้อมชวนชิม” การันตีก๋วยเตี๋ยวเนื้อสะพานเหล็กเด็ดจริง นั่งรอคิวด้วยตัวเองวันที่ 18 มี.ค. 2569 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เดินทางไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อชื่อดังย่านสะพานเหล็ก ลองชิมเมนูขึ้นชื่อ “เซี้ยะเกาเหลาเนื้อไร้เทียมทาน”โดยพล.อ. ประวิตร นั่งรอคิวด้วยตัวเอง ร่วมกับลูกค้าที่มารอคิวแน่นร้าน ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเองโดยพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า รสชาติสมคนเล่าลือโดยเฉพาะน้ำซุปที่ใส หอม ซอสเข้มข้น เนื้อเปื่อยชิ้นโต นุ่มกำลังดี และเครื่องในไร้กลิ่นคาว ซดน้ำซุป คีบเนื้อตามมันเพลิน ของอร่อยต้องมากินที่ร้าน รสชาติถึงจะครบพล.อ.ประวิตร กล่าว่า แม้จะต้องใช้เวลารอคิวนาน แต่ถือว่าคุ้มค่า และอยากแนะนำให้ผู้ที่ชื่นชอบก๋วยเตี๋ยวเนื้อมาลองด้วยตนเองขณะที่ บรรยากาศ ระหว่างรอคิวได้มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาทักทายและขอถ่ายภาพ โดยพล.อ.ประวิตรได้พูดคุยอย่างเป็นกันเอง สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะตลอดเวลานอกจากนี้ยังกล่าวติดตลกว่า ร้านนี้ไม่ควรมาขณะหิวจัด เพราะกลิ่นน้ำซุปที่หอมฟุ้งจะทำให้หิว แล้วลูกค้าก็เยอะทำให้ต้องอดใจรอ แต่ยืนยันว่า “รอแล้วไม่ผิดหวัง”

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อรรถวิชช์” เผย รทสช. พร้อมโหวตหนุน “อนุทิน” นั่งเก้าอี้นายกฯ - สวนมวย รมว.พลังงาน สงสัยบริหารราคาน้ำมันผันผวนปกติ ไม่ใช่ขาดแคลน
Politics2026 Mar 18 :: 06:12

“อรรถวิชช์” เผย รทสช. พร้อมโหวตหนุน “อนุทิน” นั่งเก้าอี้นายกฯ - สวนมวย รมว.พลังงาน สงสัยบริหารราคาน้ำมันผันผวนปกติ ไม่ใช่ขาดแคลน

“อรรถวิชช์” เผย 2 สส.รทสช. พร้อมโหวตหนุน “อนุทิน” นั่งเก้าอี้นายกฯ ย้ำ พร้อมร่วมมือทุกฝ่าย ดัน 2 ร่างกฎหมาย “โซล่าเซลเสรี-ปลดล็อกเครดิตบูโร” แบะท่าพร้อมร่วมรัฐบาล รอแถลงความชัดเจน 08.30 น. พรุ่งนี้ - สวนมวย รมว.พลังงาน สงสัยบริหารราคาน้ำมันผันผวนปกติ ไม่ใช่ขาดแคลน ทั้งที่เป็นสต๊อกเก่า วันที่ 18 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ( รทสช.)เข้ารายงานตัวสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร หลังจากที่เมื่อ 17 มี.ค. ที่ผ่านมา มีราชกิจจานุเบกษาประกาศเลื่อนลำดับให้เป็นสส. แทนนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติลาออกจากตำแหน่ง สส. โดยภายหลังการรายงานตัว นายอรรรถวิชช์ ให้สัมภาษณ์ว่า สส.ของพรรค รทสช.ทั้ง 2 เสียง พร้อมลงมติสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะต้องการขอเสียงสนับสนุนให้ร่วมผลักดัน ร่างกฎหมายสำคัญของพรรค จำนวน 2 ฉบับ คือ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ ร่างกฎหมายเสรีโซลาร์ และ ร่าง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต หรือ กฎหมายปลดล็อกเครดิตบูโร ซึ่งจากการพูดคุยเมื่อวันก่อน มีทิศทางและการตอบรับที่ดี“แต่ในรายละเอียด ทั้งในส่วนของการสนับสนุนร่างกฎหมาย หรือเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมรัฐบาลหรือไม่ ผมขอรอความชัดเจนและเตรียมแถลงในวันที่19 มี.ค. เวลา 08.30 น. ทั้งนี้ เราไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้นนอกจากการวางเป้าหมายผลักดันร่างกฎหมายของพรรคให้สำเร็จ เพราะนายพีระพันธุ์ หัวหน้าพรรค ขอให้ตนเดินหน้าทำงานและผลักดันร่างกฎหมายสำคัญของพรรคให้สำเร็จ ขณะที่นายพีระพันธุ์ จะทำงานสร้างเครือข่ายและตั้งสาขาพรรค เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรครวมไทยสร้างชาติไม่สามารถส่งผู้สมัค สส. ได้ครบทุกจังหวัดเนื่องจากไม่สามารถทำไพรมารี่โหวตได้ ดังนั้นการทำงานในสภาฯ ผมได้วางเป้าหมายให้การทำงานทำได้สำเร็จ ซึ่งผมพร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย” นายอรรถวิชช์ กล่าว“อรรถวิชช์” สวนมวย รมว.พลังงาน สงสัยบริหารราคาน้ำมันผันผวนปกติ ไม่ใช่ขาดแคลน ทั้งที่เป็นสต๊อกเก่า ชี้ ทำเกิดระบบซื้อ-ชายน้ำมันดีเซล 2ราคา จวกชงเรื่องให้​ “นายกฯ” ผิดจังหวะ แนะเร่งใช้พ.ร.ก. แก้ไขและป้องกันสภาวะการขาดแคลนน้ำมันปี 16 มาใช้ตรึงราคา แทนผลักภาระให้กองทุนน้ำมันแบกรับ ลั่น ไม้รู้ปิด “ฮอร์มุซ” นานเท่าไหร่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) กล่าวถึง การตรวจสอบกองทุนน้ำมัน ว่า ในยุคที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นรมว.พลังงาน ได้มีการออกประกาศให้โรงกลั่นแจ้งต้นทุนการผลิตที่แท้จริง เมื่อถึงเวลาที่เราเอากองทุนน้ำมันที่เป็นเงินจากประชาชนไปชดเชยจะสามารถชดเชยในต้นทุนที่แท้จริงได้ ไม่ใช่การชดเชยที่ต้นทุนสมมุติ หรือการชดเชยกำไร ต้องเป็นการชดเชยการขาดทุน ดังนั้นเมื่อรู้ต้นทุนก็ต้องรู้แล้วว่าชดเชยกี่บาท ไม่ใช่ชดเชยจากราคาที่สมมุติขึ้น ทั้งนี้ ราคาน้ำมันไทยในปัจจุบันเป็นราคาสมมุติ ที่มีต้นทุนคิดราคาน้ำมันดิบจากดูไบ และน้ำมันสำเร็จรูปจากสิงคโปร์ จึงเกิดค่าการกลั่นสมมุติขึ้น เมื่อเกิดสถานการณ์หรือสภาวะวิกฤต ค่าการกลั่นจึงปรับตัวขึ้นสวนทางกับต้นทุนที่ไม่ได้ปรับขึ้น จึงเกิดเหตุการณ์ลาภลอยขึ้น ซึ่งในต่างประเทศมีการเก็บภาษีลาภลอย แต่ไทยไม่มีการเก็บภาษีในส่วนนี้ จึงไม่สามารถปล่อยให้โรงกลั่นน้ำมันได้กำไรเช่นนี้ได้ การชดเชยจึงต้องชดเชยกับราคาที่ขาดทุน ไม่ใช่ชดเชยกำไร หากกองทุนน้ำมันชดเชยราคาสมมุติ มีเท่าไหร่ก็ไม่พอ เพราะสถานการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุชจะอีกนานเท่าไหร่ ไม่มีใครทราบ ดังนั้นการตรวจสอบกองทุนน้ำมัน จะทำให้กองทุนน้ำมันทำงานได้อย่างถูกต้องมากขึ้น “เราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ปกติที่บริหารประเทศในความผันผวนของน้ำมัน แต่เรากำลังบริหารวิกฤต เงินทุกบาททุกสตางค์ ต้องใช้ให้มีความคุ้มค่า ผมพยายามนำเสนอเรื่องแบบนี้ผ่านสาธารณะ ไม่รู้จะพูดอะไรกับรมว.พลังงานคนปัจจุบันแล้ว เพราะได้นำเสนอไปหมดแล้ว หวังว่า รมว.พลังงานคนใหม่ หรือรัฐบาลจะรับข้อเสนอนี้ทำต่อไป“นายอรรถวิชช์ กล่าวเมื่อถามว่า มองการรับมือสถานการณ์พลังงานของ รมว.พลังงานเป็นอย่างไร นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ตนคิดว่า รมว.พลังงานชงสถานการณ์ให้กับนายกฯไม่ถูกจังหวะ เพราะสถานการณ์ในขณะนี้ไม่ใช่ความผันผวน น้ำมันตามปกติ เนื่องจากการการปิดช่องแคบฮอร์มุชเป็นการขู่กันมานาน ในสมัยที่พวกตนอยู่กระทรวงพลังงานก็ขู่แบบนี้ แต่เราบริหารด้วยการใช้กองทุนน้ำมันไปอุ้มในกรณีที่น้ำมันแพง ซึ่งขณะนั้นเกิดภาวะสั้นๆ แต่ตอนนี้จะเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าเพราะช่องแคบฮอร์มุช ปิดมา 2 สัปดาห์แล้ว และน้ำมันจะมาในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ทำให้ตอนนี้เป็นภาวะที่น้ำมันดิบมีอยู่ครบ อย่างนี้น้ำมันจะขาดได้อย่างไร ”ที่ตอนนี้ปั๊มน้ำมันขาดน้ำมัน โดยเฉพาะดีเซล ผมใช้คำว่า เป็นระบบน้ำมันดีเซลสองราคา คือราคาขายปลีก และขายส่ง ซึ่งราคาขายส่งจะสูงกว่าขายปลีก โรงกลั่นจึงไปขายให้กับคนกลางที่ได้ราคาสูงกว่า จึงทำให้น้ำมันหน้าปั๊มขาด ถ้าปั๊มไหนเป็นปั๊มของ ปตท.โดยตรง น้ำมันจะไม่ขาด เพราะมีโควตาตลอด แต่ปตท.และบางจาก หรือเอกชน เขามีการลดโควตาที่รับน้ำมันไป รวมถึงปั๊มน้ำมันเอกชนที่เป็นปั๊มเล็ก ถ้าขายให้ประชาชนได้ลิตรละ 30 บาท แต่ถ้าเอาไปขายภาคอุตสาหกรรม ก็ได้ในราคาที่แพงกว่า จึงทำให้เกิดการบริหารแบบนี้ ซึ่งผมเสนอให้นำพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)แก้ไขและป้องกันสภาวะการขาดแคลนน้ำมันปี 2516 มาใช้ เพราะขณะนี้รัฐบาลใช้เพียงครึ่งเดียว คือห้ามส่งออก จึงควรนำกฎหมายฉบับนี้มาใช้เพื่อตรึงราคาน้ำมัน โดยที่กองทุนน้ำมันไม่ต้องชดเชยส่วนต่าง เพราะเป็นต้นทุนเก่า ที่นำเข้ามาเมื่อ 2-3 เดือนที่แล้ว และหากน้ำมันล็อตใหม่มา ค่อยเอาเงินในกองทุนไปชดเชยในต้นทุนที่แท้จริง ผมสงสัยว่า ทำไมกระทรวงพลังงานจึงบริหารน้ำมันในลักษณะผันผวนปกติ แต่ไม่ใช่สถานการณ์ขาดแคลน”นายอรรถวิชช์ กล่าวตั้งข้อสังเกตุ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

กต. เตือน "คนไทย" ในอิหร่าน ทำตามแนวปฏิบัติ หลังปะทะฮิซบอลเลาะห์เดือด
Politics2026 Mar 18 :: 05:33

กต. เตือน "คนไทย" ในอิหร่าน ทำตามแนวปฏิบัติ หลังปะทะฮิซบอลเลาะห์เดือด

กต. เตือน "คนไทย" ในอิหร่าน ทำตามแนวปฏิบัติ หลังปะทะฮิซบอลเลาะห์เดือดวันที่ 18 มี.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศแถลงว่า พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง การสู้รบยังคงขยายวงกว้าง มีรายงานการโจมตีในเลบานอนโดยอิสราเอลอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กลุ่มประเทศอาหรับยังคงถูกโจมตีโดยโดรนของอิหร่านอย่างต่อเนื่องซึ่งส่วนใหญ่สามารถสกัดกันได้ สำหรับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงส่งผลต่อราคาน้ำมันนอกจากนี้ สื่อทางการของอิหร่าน ยืนยันการเสียชีวิตของเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่าน ซึ่งอยู่ภายใต้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (ไออาร์ซี) เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนกระทรวงการต่างประเทศจึงยังขอให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด และวันที่ 17 มี.ค. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ได้หารือทางโทรศัพท์กับ รมว.ต่างประเทศคูเวต และรองนายกฯและรมว.ต่างประเทศจอร์แดน ซึ่งได้ขอบคุณทั้งสองประเทศ สำหรับการดูแลคนไทยที่อยู่ในพื้นที่ และการอำนวยความสะดวกให้คนไทยที่เดินทางกลับประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งจอร์แดน ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการรับคนไทยจากตะวันออกกลางกลับประเทศไทยนายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับกรณีการเดินทางออกจากอิหร่าน เมื่อวันที่ 17 มี.ค. มีคนไทยสองคน ออกจากอิหร่านข้ามพรมแดนมายังเมืองตุรกีเรียบร้อยแล้วมีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทย วันที่ 19 มี.ค. นอกจากนี้ยังมีการกำหนดการอพยพคนไทยออกจากอิหร่านเพิ่มเติมรอบถัดไปในวันที่ 25 มี.ค. ขอให้คนไทยในอิหร่านติดตามสถานการณ์จากช่องทางทางการเพื่อประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และขอให้ผู้ประสงค์เดินทางกลับแจ้งลงทะเบียนกับสถานเอกอัครราชทูตโดยเร็วที่สุด ขณะที่อิสราเอล มีการประเมินว่าสถานการณ์การโจมตีระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ จะรุนแรงมากขึ้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟจึงประกาศเตือนคนไทยในอิสราเอล ให้เพิ่มความระมัดระวังและปฏิบัติตามแนวปฎิบัติเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัย นอกจากนั้นแล้วสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลส่วนใหญ่ในตะวันออกกลางทุกแห่ง ยังเดินหน้าอำนวยความสะดวก และมอบสิ่งของจำเป็นในการยังชีพพร้อมประสานกับสายการบินให้กับคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับไทย ในพื้นที่ที่ยังทำการบินได้ และช่วยประสานงานกับหน่วยงานในประเทศที่ปิดน่านฟ้า เพื่อขออนุญาตเดินทางผ่านแดนทางบกไปยังประเทศข้างเคียง และตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือให้เดินทางออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง มาประเทศไทยหรือไปประเทศที่สามแล้วรวมทั้งทั้งสิ้น 1,149 คน รัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในพื้นที่ให้เดินทางออกจากพื้นที่

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“สีหศักดิ์” หารือ 2 ชาติอาหรับ "คูเวต-จอร์แดน" หนุนดูแลคนไทย-เร่งคลี่คลายวิกฤตภูมิภาค
Politics2026 Mar 18 :: 01:21

“สีหศักดิ์” หารือ 2 ชาติอาหรับ "คูเวต-จอร์แดน" หนุนดูแลคนไทย-เร่งคลี่คลายวิกฤตภูมิภาค

“สีหศักดิ์” หารือ 2 ชาติอาหรับ "คูเวต-จอร์แดน" หนุนดูแลคนไทย-เร่งคลี่คลายวิกฤตภูมิภาควันที่ 18 มี.ค. 2569 กระทรวงการต่างประเทศ Ministry of Foreign Affairs of the Kingdom of Thailand โพสต์ข้อความ ระบุว่า เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หารือทางโทรศัพท์กับ เชคญัรรอห์ ญาบิร อัลอะห์มัด อัศเศาะบาห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัฐคูเวต และนายอัยมัน อัศเศาะฟะดี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน ในห้วงการประชุมระดับโลกว่าด้วยการฉ้อโกง ณ กรุงเวียนนาการหารือทางโทรศัพท์กับทั้งสองประเทศเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงการสนับสนุนของไทยต่อมิตรประเทศในภูมิภาคในการรับมือกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางและความพยายามทางการทูตเพื่อนำสันติภาพกลับมาโดยเร็ว อันรวมถึงการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษเรื่องสถานการณ์ในตะวันออกกลางเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 พร้อมทั้งเป็นการขอบคุณสำหรับการดูแลคนไทยที่พำนักอยู่ในทั้งสองประเทศและการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่เดินทางกลับประเทศไทยฝ่ายคูเวตและจอร์แดนย้ำว่า ยินดีที่จะดูแลคนไทยที่พำนักอยู่ในทั้งสองประเทศและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย ตลอดจนแสดงความห่วงใยต่อกรณีเรือ “มยุรีนารี” พร้อมทั้งย้ำความสำคัญของเสรีภาพในการเดินเรือในภูมิภาค ทั้งนี้ จอร์แดนเป็นหนึ่งในจุดสำคัญในการรับคนไทยจากตะวันออกกลางกลับประเทศด้วย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

วิกฤติพลังงาน น้ำมันขาดแคลน "จีดีพี" วูบ ปลัดพลังงานแนะรัฐบาลกู้เงินแสนล้านรับมือวิกฤติ
Politics2026 Mar 18 :: 01:09

วิกฤติพลังงาน น้ำมันขาดแคลน "จีดีพี" วูบ ปลัดพลังงานแนะรัฐบาลกู้เงินแสนล้านรับมือวิกฤติ

วิกฤติพลังงาน น้ำมันขาดแคลน "จีดีพี" วูบ ปลัดพลังงานแนะรัฐบาลกู้เงินแสนล้านรับมือวิกฤติน้ำมันแพงฟางเส้นสุดท้าย ช่วงรอยต่อ รัฐบาล อนุทิน1-2 จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ที่ยังอึมครึม แม้การขยายตัวไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง ยังไม่มีผลกระทบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะการสู้รบเกิดขึ้นระหว่าง สหรัฐฯ อิสราเอล กับอิหร่าน และกลุ่่มฮามาสในเลบานอนเท่านั้น เนื่องจากพันธมิตรหรือแนวร่วมของสหรัฐฯ ยังไม่กล้าตัดสินใจ รอดูท่าทีของสงคราม ว่าจะลุกลามหรือ ยุติในเร็ววันนี้ เพราะเกรงว่า หากมีการประกาศร่วมสงครามตะวันออกกลางของสหรัฐฯ จะทำให้ สงคราม ในภูมิภาคตะวันออกกลาง กลายเป็นสงครามโลก ล่าสุดรัฐบาลอิตาลี ได้ประกาศ จะไม่ร่วมสนับสนุน สหรัฐฯ ในการยึดช่องแคบ ฮอร์มุซ เหมือนกับอังกฤษ และอีกหลายประเทศในยุโรป ที่ปฎิเสธที่จะร่วมสงครามในครั้งนี้แต่กระนั้นก็ตาม ผลกระทบจากภัยสงครามเริ่่มมีความชัดเจนมากขึ้น ก็คือผลกระทบจาก การขาดแคลนน้ำมันที่ไม่พอกับความต้องการของผู้บริโภคในประเทศ ชาติยุโรปหลายชาติ มีการนำปริมาณน้ำมันสำรองมาใช้แล้ว ซึ่งปริมาณสำรองสูงสุดเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200 วัน และเนื่องจากต้นทุน การขนส่งน้ำมันเพิ่มขึ้น ทำให้ ราคาน้ำมันแพงขึ้น โดยปริยาย ยกเว้นประเทศที่ผลิตน้ำมันได้เอง ที่ไม่มีผลกระทบทั้งเรื่องของราคาและปริมาณมากนักในปัจจุบัน ยังไม่สามารถคำนวณได้ว่า สงคราม จะยุติในวันไหน เพราะประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางเองยังต้องประเมินสถานการณ์วันต่อวัน อาทิ ผลกระทบกับการบิน และการท่องเที่ยว ไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา สรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประกาศ ปิดน่านฟ้า เพื่อป้องกัน ขีปนาวุธ ที่จะโจมตี เข้ามาในเมืองหลวง เช่นเดียวกับอีกหลายประเทศในภูมิภาคนี้ ที่ไม่มีความชัดเจนเรื่องของเที่ยวบิน โดยต้องดูจากสถานการณ์การสู้รบเป็นรายวันสำหรับประเทศไทยเอง ที่ต้องนำเข้าน้ำมันดิบเป็นส่วนใหญ่ เริ่มมีผลกระทบที่เป็นรูปธรรมชัดเจน น้ำมันขาดแคลน กลายเป็นอุปสงค์อุปทาน ซึ่งสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า ความต้องการน้ำมันในปัจจุบัน เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวจาก สภาวะตื่นตระหนกของผู้บริโภค เบนซิน มีความต้องการใช้ ประมาณ วันละ 37 ล้านลิตรเพิ่มขึ้นเป็นรประมาณ 60 ล้านลิตร ดีเซลมีความต้องการใช้วันละประมาณ 86 ล้านลิตร ปัจจุบันมีความต้องการมากกว่าวันละ 100 ล้านลิตรในขณะที่ การขนส่งน้ำมันกระจายไปตามสถานีบริการน้ำมันต่างๆเฉพาะ ปตท. มีประมาณ 2,400 สถานี การขนส่งน้ำมันแต่ละครั้งได้สูงสุดประมาณ 18,000ลิตร ต่อสถานีบริการรต่อวัน ทำอย่างไรก็ไม่สามารถมีปริมาณน้ำมันเพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภคอยู่ดี ในช่วงที่ปริมาณน้ำมันสำรองลดลง ยิ่งทำให้ การกระจายน้ำมันไปสถานีบริการต่างๆลดลงด้วย บางสถานีได้รับน้ำมันเหลือเพียง 6,000ลิตรเท่านั้นต้องรอดูว่าวันนี้ (18 มีนาคม) หลังจากที่ รัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมันทั้ง เบนซิน และดีเซล จะทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงและหายวิตกกังวลกับการขาดแคลนน้ำมันหรือไม่โดยกลุ่ม เบนซิน แก๊สโซฮอล์ จะเพิ่มลิตรละ 1 บาท ดีเซลปรับเพิ่มลิตรละ 50 สตางค์ ยกเว้น อี 20 ทีปรับลดลงลิตรละ 79 สตางค์ และอี 85 ปรับลดลงลิตรละ2 บาท เข้าใจว่า น้ำมันทั้งสองชนิด ผู้บริโภค ไม่นิยมใช้และมีปริมาณมากพอ รัฐบาลพยายามจูงใจ ที่จะให้ผู้บริโภค หันไปใช้น้ำมันสูตรอื่นมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการ ลดภาระของกองทุนน้ำมัน ที่จะต้องนำมาจ่ายชดเชยในขณะนี้ เฉพาะดีเซล ต้องจ่ายชดเชย เพื่อการตรึงราคา ถึงลิตรละ 18.31บาทวันนี้ ราคา ดีเซลจะอยู่ที่ ลิตร ละ 30.44 บาท เบนซิน 95 ลิตรละ 30.05 บาท เบนซิน 91 ลิตรละ31.68 เบนซินธรรมดา ลิตรละ 40.64 บาท ดีเซลซุปเปอร์พาวเวอร์ ลิตรละ 43.94 บาท เบนซิน 95 ซุปเปอร์พาวเวอร์ลิตรละ41.04 บาท ส่วน E85 ราคาลิตรละ23.79 บาท และ E20 ลิตรละ 27.05 บาทในขณะที่ รมว.พาณิชย์ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ เบรกการขึ้นราคาสินค้า จำนวน 59 รายการ และจะส่งสินค้าธงฟ้า ของกระทรวงพาณิชย์กระจายของถูกไปทั่วประเทศ แต่ไม่มีการระบุให้ชัดเจนว่า เป็นสินค้าประเภทใดบ้าง จะมีร้านธงฟ้าที่ไหนเมื่อไหร่ ในขณะที่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ต้องปรับราคาตามสถานการณ์ไปแล้ว เช่น แกงถุง ขอขึ้นราคา อีกถุงละ2-3 บาท โดยอ้างว่า ถุงพลาสติก และหนังยางที่ใช้รัดถุงมีราคาแพงขึ้นที่แน่ๆ การขึ้นราคาน้ำมันในครั้งนี้สศช. คาดว่าจะทำให้ จีดีพี ของประเทศลดลงไปอีก 0.02% และที่รัฐบาลจะต้องรีบทำการบ้านก็คือ การชดเชยราคาน้ำมันและค่าครองชีพ ตามที่ปลัดกระทรวงพลังงาน ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ระบุเอาไว้ ถ้าสงครามตะวันออกกลางยังยื้ดเยื้อ รัฐควร กู้เงินสำรองไว้ 100,000 ล้าน เพื่อรับมือวิกฤติพลังงานในครั้งนี้รวมทั้งแหล่งน้ำมันดิบที่มี คุณภาพ เพราะแหล่งน้ำมันดิบ ไม่ว่า จะเป็นรัสเซีย หรือแหล่งอื่นนอกจากตะวันออกกลาง ที่มีคุณภาพต่ำ ไม่เหมาะกับการกลั่นเอามาใช้งานทั่วไป รวมถึงต้นทุนการกลั่นที่สูง ผลผลิตที่ได้รับไม่คุ้มค่า และเป็นน้ำมันที่เราขุดได้ในอ่าวไทย ซึ่งต้องนำไปจำหน่ายมากกว่าจะลงทุนกลั่นใช้เอง มีแค่ก๊าซธรรมชาติเท่านั้นที่สามารถนำมาใช้งานในประเทศได้

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

รบ. เคาะ ดีเซลไม่เกิน 33 บาท เริ่มปรับพรุ่งนี้ 50 สตางค์ เปิดเกม B10-B20 ช่วยภาคอุตสาหกรรม
Politics2026 Mar 17 :: 12:39

รบ. เคาะ ดีเซลไม่เกิน 33 บาท เริ่มปรับพรุ่งนี้ 50 สตางค์ เปิดเกม B10-B20 ช่วยภาคอุตสาหกรรม

รบ. เคาะ ดีเซลไม่เกิน 33 บาท เริ่มปรับพรุ่งนี้ 50 สตางค์ เปิดเกม B10-B20 ช่วยภาคอุตสาหกรรม ลุยตรวจ “ปั๊มอ้างหมด” สกัดกักตุน-โก่งราคา ด้าน พณ. ยันไม่มีสินค้าปรับขึ้น เตรียมลุยโครงการ ’ธงฟ้า-ธงเขียว‘วันที่ 17 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ณ ศูนย์ ศบก. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน , นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ ร่วมแถลงผลการประชุม ศบก. เกี่ยวกับมาตรการแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลน จากเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลางนายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากการประชุมหารือกันตั้งแต่เมื่อวานนี้ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการที่จะปรับราคาน้ำมันดีเซล เพราะสิ่งที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศมาก็ครบ 15 วันในวันนี้ และหลังจากวันนี้ไปแล้วจะมีการปรับราคาอย่างไรนั้นต้องให้ทางกระทรวงพลังงานชี้แจง แต่ในส่วนที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการไว้เป็นประเด็นที่สำคัญที่สุด โดยขณะนี้เรามีการประกาศราคาหน้าสถานีบริการในทุกโปรดักส์ไม่ว่าจะเป็นเบนซิน E10 E20 หรือE85 และB7 ว่าหน้าสถานีบริการราคาเท่าไหร่ และหลังจากนี้จะมีการประกาศราคาเพิ่มขึ้น ณ หน้าโรงงานและหน้าคลังน้ำมัน เพราะฉะนั้นในสิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็จะเป็นการเพิ่มเติมไป และหลังจากนี้โดยเฉพาะในเรื่องของ B7 เราจะมีการปรับโปรดักส์ใหม่เป็น B10 ซึ่งต้องใช้เวลาซักระยะหนึ่งในการเตรียมความพร้อมของสถานีบริการ และจะมี B20 ซึ่งประเทศไทยเราเคยขายมาในอดีต และกระทรวงพลังงานได้มีการตรวจสอบแล้วว่ามีรถยนต์ประเภทไหนที่สามารถใช้ได้ โดยเฉพาะ B20 ก็จะเป็นรถขนาดใหญ่หรือรถขนส่ง อาทิ รถ 10 ล้อ 18 ล้อ 22 ล้อ ก็สามารถใช้น้ำมัน B20 ได้ แต่อาจไม่มีการจำหน่ายหน้าสถานีบริการ แต่เราจำหน่ายในลักษณะขายส่ง เพื่อช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรม คืออุตสาหกรรมการขนส่ง ภาคการเกษตร หรือการก่อสร้าง รวมถึงผู้ที่ใช้น้ำมันที่ซื้อตรงผ่านจ๊อบเบอร์ในอดีต ฉะนั้นเราจะมีบทสรุปต่างๆ ออกมา จึงจะมีโปรดักส์ใหม่ทั้ง B7 B10 และ B20 ซึ่งเราจะขายตรงให้กับผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมด้าน นายอรรถพล เผยว่า ไทยมีสำรองน้ำมัน 90 กว่าวัน ซึ่งในทางต้นทางคือตัวน้ำมันดิบ จริง ๆ ตอนนี้เราก็สามารถยืนยันแหล่งน้ำมันดิบจากแหล่งนอกเหนือจากตะวันออกกลางได้เพิ่มขึ้นล่าสุดในช่วง 2 วันที่ผ่านมาก็ได้มาจากแองโกลาประมาณ 2 ล้านบาร์เรล แล้วก็จากอเมริกา ซึ่งเป็นแหล่งใหม่นอกเหนือจากตะวันออกกลาง 700,000 บาร์เรล เพราะฉะนั้นรวมๆวันที่เพิ่มเป็น 101 วันส่วนประเด็นโรงกลั่นน้ำมันในไทยมีกำลังการกลางมากกว่าความต้องการใช้ปกติอยู่นิดหน่อย จึงมีการส่งออก ซึ่งไทยได้ระงับการส่งออกน้ำมันไปแล้ว พร้อม ยืนยันว่าโรงกลั่นน้ำมันดำเนินการ 100% ทุกโรง แล้วก็โรงกลั่นดำเนินการมากกว่า 100% ซึ่งน้ำมันจากโรงกลั่นก็ส่งให้ผู้ค้าน้ำมันไปตามคลังส่วนผู้ค้าน้ำมันได้รับการยืนยันว่า จะเปิดคลังน้ำมัน เพื่อให้รถบรรทุกเข้ามาส่งและกระจายน้ำมัน 7 วัน 24 ชั่วโมง แต่ปัญหาอยู่ที่ปลายทาง คือรถน้ำมันที่จะมาขนจากคลัง ซึ่งเป็นรถเฉพาะเพื่อความปลอดภัย ไม่สามารถใช้รถประเภทอื่นมาขนน้ำมันได้ ซึ่งตามหลักแล้วเครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่ เพียงพอต่อความต้องการในปกติ แต่ช่วงที่ผ่านมามีความแตกตื่นและวิตกกังวลทำให้ประชาชนเติมน้ำมันมากกว่าปกติยอดขายบางวันขึ้นเกือบ 2 เท่าทำให้รอบการขนส่งน้ำมันไม่เพียงพอ สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือหารือกับผู้ค้าน้ำมัน ที่เป็นเจ้าของคลังให้ผ่อนปรนกฎเกณฑ์ ให้รถน้ำมันเข้ามารับเพิ่ม เช่น บางคลังกำหนดอายุของรถขนส่งน้ำมัน จึงขอให้พิจารณาผ่อนปรนกฎเกณฑ์เรื่องนี้เพื่อเพิ่มจำนวนเที่ยวรถ ที่จะเข้ามาขนส่งน้ำมัน รวมถึงกระชับขั้นตอนการตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยนอกจากนี้ยังขอความร่วมมือ ไปยังกระทรวงมหาดไทย​ กระทรวงคมนาคม​ กรุงเทพมหานคร​ และตำรวจจราจร ในการผ่อนปรนเวลาวิ่งรถบรรทุกขนน้ำมัน​ ซึ่งจากนี้จะติดตาม ว่าจะเริ่มผ่อนปรน​ได้เร็วที่สุดเมื่อใด เพราะเรื่องนี้จะช่วยในเรื่องของการเพิ่มเที่ยวการขนส่งน้ำมัน ซึ่งหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยผ่อนคลายสถานการณ์ ที่บริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมันให้คลี่คลาย​ พร้อมยังขอความร่วมมือประชาชน อย่ากักตุนน้ำมัน หากช่วยกันใช้ช่วยกันเติม ในปริมาณปกติ สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ปกติโดยเร็วนายอรรถพล​ ยังเปิดเผยถึงราคาน้ำมัน โดยในส่วนของน้ำมันดีเซล ที่ก่อนหน้านี้มีการตรึงราคาไว้ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ซึ่งจะสิ้นสุดกำหนด 15 วัน​ ในวันพรุ่งนี้ โดยหลักการที่หารือร่วมกันในที่ประชุมจะขอขยับเพดานราคาน้ำมันดีเซลพื้นฐาน หรือ​ B7 ไปที่ 33 บาทต่อลิตร​ แต่จะไม่ขยับราคาแบบกระชาก เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน และราคาสินค้า ส่วนที่มาของราคา 33 บาทต่อลิตร หากเปรียบเทียบราคาน้ำมันกับประเทศมาเลเซียจะพบว่าถูกกว่าประเทศไทย อยู่ที่ลิตรละ 23 บาทต่อลิตร ปัจจุบันขยับเป็น 32 บาทกว่าต่อลิตร​ แต่ในไทยขยับไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร​ ซึ่งหากเปรียบเทียบกับราคาน้ำมันในปีที่ผ่านมาก็เคยขึ้นถึง 33 บาทต่อลิตร​ โดยจะเป็นการทยอยปรับขึ้นเริ่มวันพรุ่งนี้ 18 มี.ค 69 50 สตางค์ ต่อลิตรซึ่งถือเป็นราคาขึ้นลงตามปกติของกลไกราคาน้ำมันของไทยอยู่แล้วขณะเดียวกันเพิ่มตัวเลือกให้กับประชาชน และส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ ที่ผลิตในประเทศ โดยการปรับสเปคน้ำมันจาก B5 และ B7 เป็น B10 และ​ B20 หรือการเพิ่มเปอร์เซ็นต์ ของน้ำมันปาล์ม​ เป็น​ 10% และ 20% โดยราคา B10 จะถูกกว่า B7 อยู่ 2 บาท​ ส่วนบี 20 ที่รถบรรทุกสามารถใช้ได้​ จะถูกกว่า B7 อยู่ 5 บาท​ แต่จะไม่ได้จำหน่ายอยู่หน้าสถานีบริการน้ำมันเพื่อลดการจราจร​ โดยให้รถบรรทุกไปเติมที่คลังน้ำมัน​ขณะที่น้ำมันเบนซิน ปัจจุบันมี E10 E20​และE85 จะไม่มีการเพิ่มอัตราเงินอุดหนุน จากกองทุนน้ำมัน จะปล่อยราคาไปตามต้นทุน โดยวันพรุ่งนี้ E20 จะปรับลง 79 สตางค์ต่อลิตร และ​ แก๊สโซฮอล์ 95 โดยจะมีการปรับขึ้น 1 บาทต่อลิตร​ ทำให้ผลต่างของราคาน้ำมัน 2 ชนิดดังกล่าวเพิ่มขึ้น ต่างกัน 5 บาท​ จึงขอเชิญชวนประชาชน เติมน้ำมัน E20 ให้มาก ซึ่งในความจริงรถรุ่นใหม่กว่า 60% ที่ใช้ในปัจจุบัน สามารถเติม E20 ทั้งหมดแล้ว แต่ยอดขายคิดเป็น 16% ของการขายน้ำมัน เบนซินทั้งหมดนายอรรถพล​ ยังกล่าวถึงมาตรการควบคุมดูแลการกระตุ้นน้ำมัน และการขายราคาเกินควร โดยจะร่วมกันระหว่างกระทรวงมหาดไทย​ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงาน ในการลงพื้นที่ตรวจระบบการค้าน้ำมัน ว่าไม่มีส่วนใดในการกักตุน หรือค้ากำไรเกินควร​ ซึ่งก่อนหน้านี้กรมธุรกิจพลังงานได้ลงพื้นที่ ไปตรวจคลังน้ำมันเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการกักตุน​ โดยเฉพาะบางสถานีบริการที่มีการติดป้ายประกาศว่าน้ำมันหมด นั้นหมดจริงหรือไม่ขณะที่ นางศุภจี กล่าวว่า ในมุมของกระทรวงพาณิชย์เราจะยังมีการควบคุมดูแลราคาพลังงานให้อยู่ในระดับที่ไม่สูงเกินกว่าปีที่แล้ว ในมุมของราคาดีเซลก็จะมีเพดานอยู่ที่ 33 บาทต่อลิตร โดยจะทยอยปรับตั้งแต่วันพรุ่งนี้ เริ่มที่ 50 สตางค์ ดังนั้นในส่วนที่จะมากระทบต่อสินค้าอุปโภคบริโภคนั้น วันนี้ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ ซึ่งในวงของมาตรการที่ทางกระทรวงพาณิชย์จะดูแล ก็ต้องดูแลตรวจตราในเรื่องของการควบคุม และผลกระทบ ทั้งในมุมของผู้ประกอบการและประชาชน ในส่วนของค่าครองชีพนั้นถึงแม้วันนี้ยังไม่มีราคาสินค้าที่ควรต้องขยับขึ้น เพราะราคาน้ำมันยังอยู่ในวิสัย เราก็มีการดูแลอย่างเคร่งครัด โดยมีสินค้าควบคุมและห้ามปรับราคาขึ้นทั้งหมด 8 กลุ่มสินค้า ซึ่งหากมีปรับขึ้นต้องมีการขออนุญาตจากกรมการค้าภายใน ภายใต้สังกัดกระทรวงพาณิชย์ อาทิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง นมผง ปุ๋ยเคมี ยาปราบศรัตรูพืช อาหารสัตว์ สิ่งเหล่านี้เป็นหมวดที่หากจะขึ้นราคาต้องขออนุญาตก่อน โดยปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการใดๆ มาขอขึ้นราคา ดังนั้นหากมีเบาะแสหรือข้อมูลที่มีที่ใดขึ้นราคาสินค้าหมวดนี้ก็ขอความร่วมมือช่วยชี้เบาะแสที่ 1569 เพื่อให้หน่วยงานเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิดอีกหมวดหนึ่งเป็นสินค้าที่หากจะปรับราคาขึ้นก็ต้องแจ้งก่อนแต่ไม่จำเป็นต้องขออนุญาต อาทิ ผงซักฟอก น้ำยาซักฟอก แชมพู น้ำยาล้างจาน เป็นต้น ถือเป็นสินค้าที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีผู้ประกอบการมาขอขึ้นราคา รวมถึงสินค้าในหมวดที่เราต้องติดตามราคาจำหน่ายแต่ไม่ได้มีการควบคุมมีหลายหมวด เช่น ข้าวสารบรรจุถุง ซอสปรุงรส น้ำปลา เป็นต้น ซึ่งสินค้าเหล่านี้ยังไม่มีการปรับขึ้นราคา แต่หากมีการปรับราคาขึ้นเราก็คงมีการเข้าไปพูดคุยเจรจากับผู้ประกอบการให้ช่วยกันพยุงราคา เนื่องจากต้นทุนในเรื่องพลังงานยังไม่ได้มีการขยับมากเกินไปในขณะเดียวกันเพื่อเป็นการเดินหน้าในเชิงรุกที่เราพยายามทำเพื่อใช้กลไกของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะมีการดูแลว่าสินค้าหมวดใดควรเข้าอยู่ในสินค้าควบคุมเด็ดขาด หากจะขึ้นราคาต้องขอกรมการค้าภายใน จะพิจารณาว่าควรจะมีการทบทวนขยับอะไรที่เป็นสินค้าจำเป็นในภาวะวิกฤตนี้เข้ามาอยู่ในหมวดที่ต้องขออนุญาต ซึ่งอยู่ในช่วงที่เรากำลังทำประชาะิจารณ์ให้ประชาชนให้ความเห็นว่าควรจะมีการเพิ่มหรือไม่อย่างไร และในขณะเดียวกันเราก็มีการคุยกับผู้ประกอบการ ที่งผู้ผลิตรายใหญ่และผู้ประกอบการรายใหญ่ ให้มีการจัดทำสินค้าที่มีราคาพิเศษและส่งให้กับผู้ค้าปลีก ค้าส่งในทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยเราจะมีโครงการนี้ประกาศออกอย่างเป็นทางการว่าจะมีกลุ่มบริษัทใดหรือผู้ประกอบการใดที่มาร่วมตรงนี้บ้าง เพื่อให้เราได้กระจายสินค้าที่มีราคาพิเศษลงไปในพื้นที่ทั่วทั้ง 77 จังหวัด ผ่านช่องทางของผู้ค้าปลีก ค่าส่งประจำจังหวัด รวมถึงพื้นที่ที่มีความเปราะบาง บางพื้นที่เราก็ยังมีโครงการธงฟ้า ที่เข้าไปช่วยทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นบางตัวสามารถจับต้องได้ในราคาประหยัด โดยจะทำเฉพาะพื้นที่ที่เป็นที่เปราะบาง เพราะการจัดโครงกาคธงฟ้าทั่วประเทศก็จะไปทำลายผู้ค้าส่งประจำจังหวัด เพราะฉะนั้นเราต้องทำทั้งสองทางไปควบคู่กันนางศุภจี ย้ำว่ายังไม่ควรมีสินค้ารายใดที่จะขยับขึ้นราคา หากเจอให้แจ้งเบาะแสทันที โดยจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการและทางกระทรวงมหาดไทยก็ได้ออกมาตรการลงไป แล้วภายใต้กลไกของคณะกรรมการส่วนจังหวัด โดยจะมีผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด พาณิชย์จังหวัด และพลังงานจังหวัด เป็นทีมที่จะลงไปแต่ละพื้นที่ในการดูแล จึงขอความร่วมมือจากประชาชนหากพบเห็นก็ให้ช่วยแจ้งเบาะแสมาในอีกส่วนที่ต้องดูแลแม้จะยังไม่มีการปรับตัวของราคา คือ เรื่องของการลดต้นทุน ตัวอย่างเช่น ในมุมของสินค้าเกษตร ซึ่งต้นทุนของสินค้าเกษตร คือ ปุ๋ย โดยเราได้คุยกับผู้ประกอบการแล้วจะมีสต๊อกปุ๋ยในประเทศถึงประมาณเดือนพฤษภาคม และมีปุ๋ยที่อยู่ระหว่างรอขนส่งมา หากได้มาเพิ่มก็จะอยู่ได้ถึงเดือนสิงหาคม แต่ปัจจุบันยังขนส่งไม่ได้ เนื่องจากติดเรื่องสถานการณ์ตะวันออกกลาง แต่เราได้มีการประสานงานร่วมกันโดยขอให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศช่วยเจรจาเพื่อจะสามารถปล่อยให้เรานำเอาสินค้าที่ยังค้างอยู่กลับเข้ามาได้ เพื่อจะได้มีสต๊อกเพิ่มเติมจนถึงเดือนสิงหาคม แต่ในขณะนี้ยังไม่มีการปรับตัวและไม่ควรมีการปรับตัว และปุ๋ยเป็นสินค้าที่ถูกควบคุม ดังนั้นหากพบเห็นการปรับขึ้นราคาก็จะลงไปตรวจสอบ หากพบการทำผิดก็จะมีมาตรการจัดการเด็ดขาด และในขณะเดียวกัน มาตรการที่เราเตรียมรองรับไว้คือมาตรการที่จะไปช่วยสนับสนุนการลดราคาปุ๋ย คือ โครงการธงเขียว แต่ในปีที่ผ่านมาเราทำในวงจำกัด มีไม่มากนัก แต่ในครั้งนี้เรามีการเตรียมการไว้ว่าหากภายในเดือนพฤษภาคมสต๊อกที่มีอยู่ในราคาเดิมหมดไปและเราไม่สามารถเอาสต๊อกใหม่เข้ามาได้ และยังไม่สามารถหาแหล่งมาเพิ่มเติมได้ หากเป็นเช่นนั้นราคาปรับขึ้น เราก็ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรโดยที่เราจะเข้าไปช่วยลดราคาปุ๋ยให้เกษตรกรสามารถมีการเข้าถึงปุ๋ยที่ถูกลง และเราก็พยามปรับในเรื่องของสูตรที่จะทำงานร่วมกันกับกระทรวงเกษตรฯ ว่าจะสามารถปรับสูตรปุ๋ยให้พึ่งพาวัตถุดิบที่นำเข้าน้อยลงได้อย่างไร ที่จะทำให้ไม่กระทบผลผลิตและเป็นผลประโยชน์ในระยะยาวในการพึ่งพาวัตถุดิบที่เข้ามาจากต่างประเทศด้วย รวมถึงสนับสนุนเพิ่มเติมในเรื่องของการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เป็นทางเลือกด้วยเมื่อถามว่าหากปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 50 สตางค์ต่อลิตร จะลดเงินไหลออกจากกองทุนน้ำมันในแต่ละวันได้เท่าใด นายอรรถพลกล่าวว่า​ ปัจจุบันมีการใช้น้ำมันดีเซล 70 ล้านลิตรต่อวัน สามารถลดภาระกองทุนน้ำมันได้ 35 ล้านบาทต่อวัน​ ยอมรับว่ามีผลบางส่วน​ แต่จะเริ่มใช้ในวันพรุ่งนี้​ พร้อมยืนยันว่าประเทศส่วนใหญ่ในอาเซียน มีการปรับขยายเพดานน้ำมันแล้ว และไทยก็ต้องปรับบ้างเมื่อถามว่าการประกาศราคาที่น่าโรงกลั่นและราคาหน้าคลัง​จะช่วยเรื่องการขาดแคลน น้ำมันบริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมัน อย่าง ไร นายอรรถพล​ กล่าวว่า จะเป็นการช่วยระบบการค้าขายมากกว่า​ เพราะการค้าขายน้ำมันไม่ได้ผ่านเฉพาะสถานีบริการน้ำมัน เพราะสถานีบริการน้ำมันเราสามารถควบคุมได้ในเรื่องการขายปลีก ที่กำหนดให้ต้องประกาศราคาหน้าปั๊ม ให้ผู้บริโภคทราบ แต่ในการขายน้ำมันยังมีผู้ค้าโดยตรงผ่านการค้าส่ง ซึ่งเท่าที่รับฟังปัญหา บางกลุ่มมีปัญหา ที่ต้องซื้อในราคาแพง ดังนั้นการกำหนดให้มีราคาหน้าคลัง หรือหน้าโรงกลั่นจะช่วยให้เราตรวจสอบได้ว่าราคาที่ไปถึงผู้ใช้โดยตรง​ เช่นกลุ่มก่อสร้างและภาคอุตสาหกรรม มีการบวกราคาเพิ่มสูงเกินไปหรือไม่ และสูงที่ตรงไหน จะเป็นการควบคุมไม่ให้ขายเกินราคา​ พร้อมย้ำว่าสิ่งที่ต้องขอความร่วมมือคือยอดการใช้และยอดการซื้อตอนนี้ยังสูงกว่าปกติค่อนข้างมากนายอรรถพล​ ยังกล่าวอีกว่า น้ำมันเบนซิน ทั้ง E20 และแก๊สโซฮอล์ 95 ออกมาจากระบบคลังพร้อมกัน โดยได้พูดคุยร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ในการผลิตเอทานอล ซึ่งผู้ผลิตมีความสามารถในการผลิต เพื่อให้สามารถผสม E20 ในสัดส่วนที่มากขึ้น​เมื่อถามว่าได้มีการกำหนดกรอบราคาเพดานน้ำมันดีเซลที่ 33 บาทต่อลิตรไว้เมื่อใดหรือไม่ นายอรรถพลกล่าวว่า ไม่มีกำหนดเวลาไว้ แต่กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ดังนั้นในระหว่างที่มีการทยอยปรับขึ้นราคา ก็จะมีการประเมินสถานการณ์ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เพราะสถานการณ์สู้รบ ก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเมื่อถามว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อรัฐบาลสามารถยืนยันได้หรือไม่ว่าประเทศจะไม่ขาดแคลนน้ำมัน​ หรือจะต้องมีการจำกัดปริมาณการเติมน้ำมัน นายอรรถพล​ กล่าวยืนยันว่าน้ำมันต้นทางมีเพียงพอเพราะสามารถหามาจากแหล่งอื่นที่นอกเหนือจากตะวันออกกลาง​ ส่วนสถานการณ์ที่ไม่สามารถเติมน้ำมันได้อย่างเต็มที่อย่างที่ต้องการ เป็นปัญหาหน้างานของสถานีบริการน้ำมัน หรือปัญหาของการกระจายน้ำมัน เราก็จะพยายามมาแก้ที่การขนส่ง และหวังว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย​ พร้อมย้ำว่าขณะนี้คือปัญหาคือการเข้ามาเติมมากกว่าปกติ ทำให้การขนส่งน้ำมันไม่ทันนายอรรถพลยังอยากรณรงค์เรื่องการประหยัดพลังงาน ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตหรือไม่ เนื่องจากเป็นสิ่งที่ควรทำ นอกจากจะเป็นการประหยัดพลังงานยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า และถ้าอยากลดราคาน้ำมันลง 3 บาทสามารถทำได้ด้วยตัวเราเอง เพราะ 3 บาทเท่ากับ 10% หากลดการใช้พลังงานลง 10% ก็สามารถลดราคาลง ก็จะทำให้เงินออกจากกระเป๋าลงถึง 10% เหมือนกัน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“พิพัฒน์” ถก ศบก.เคาะ ตรึงมาตรการรับมือวิกฤติพลังงาน หลังครบ 15 วัน ยันจะกระทบ ปชช.-ภาคธุรกิจน้อยที่สุด
Politics2026 Mar 17 :: 12:12

“พิพัฒน์” ถก ศบก.เคาะ ตรึงมาตรการรับมือวิกฤติพลังงาน หลังครบ 15 วัน ยันจะกระทบ ปชช.-ภาคธุรกิจน้อยที่สุด

“พิพัฒน์” ถก ศบก.เคาะ ตรึงมาตรการรับมือวิกฤติพลังงาน หลังครบ 15 วัน ยันจะกระทบ ปชช.-ภาคธุรกิจน้อยที่สุด สั่ง “กต.-พน.-พณ” ร่วมแจงสร้างความเชื่อมั่นวันที่ 17 มี.ค.2569 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว. คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เป็นประธานการประชุม ศบก. โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว. พลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมโดยนายพิพัฒน์ แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบว่า จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของโลก โดยเฉพาะประเด็นการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการขนส่งน้ำมัน หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อต่อไป ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจ ทั้งระดับโลกและประเทศไทยนายพิพัฒน์ กล่าวว่า นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ภาครัฐได้ติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและกำหนดมาตรการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนรวมถึงภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการด้านพลังงาน และรักษาเสถียรภาพราคาสินค้า การดูแลค่าครองชีพ โดยมีมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซล 15 วัน ซึ่งสิ้นสุดในวันนี้ ในขณะที่ภาระการอุดหนุนน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้น การประชุมวันนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการราคาน้ำมันของประเทศในระยะต่อไปอย่างเป็นระบบ โดยคำนึงถึงผลกระทบกับประชาชน ภาคธุรกิจ และผู้ประกอบการน้ำมัน รวมถึงปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อให้การดำเนินนโยบาย ด้านพลังงานของประเทศเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพ และไม่ก่อให้เกิดภาระกับประชาชนและภาคธุรกิจเกินความจำเป็นนายพิพัฒน์ กล่าวว่า เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นต่อมาตรการต่างๆ รัฐบาลขอเน้นย้ำให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กระทรวงพลังงาน (พน.) กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เข้าร่วมแถลงข่าวของ ศบก. เพื่อสื่อสารข้อเท็จจริงและรายงานสถานการณ์ รวมถึงการดำเนินมาตรการต่างๆ ให้ประชาชนและภาคธุรกิจได้ทราบในทุกครั้ง

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“รมว.นฤมล” เผย บอร์ด กช. ไฟเขียว ออกมาตรการเพิ่มชุดนักเรียนแก่เด็กกลุ่มเปราะบาง
Politics2026 Mar 17 :: 12:06

“รมว.นฤมล” เผย บอร์ด กช. ไฟเขียว ออกมาตรการเพิ่มชุดนักเรียนแก่เด็กกลุ่มเปราะบาง

“รมว.นฤมล” เผย บอร์ด กช. ไฟเขียว ออกมาตรการเพิ่มชุดนักเรียนแก่เด็กกลุ่มเปราะบาง รร.เอกชน พร้อมเห็นชอบปรับปรุงหลักสูตรอิสลามศึกษาฯ ที่เท่าทันบริบทโลกวันที่ 17 มีนาคม 2569 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่ที่ประชุมได้หารือร่วมกันถึง (ร่าง) ระเบียบ ศธ. ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชน เป็นเงินอุดหนุนค่าหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีมติอนุมัติการจ่ายเงินอุดหนุนค่าเครื่องแบบนักเรียนเพิ่มเติม จำนวน 1 ชุด ให้แก่ผู้เรียนยากจนที่ผู้ปกครองถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้การช่วยเหลือของภาครัฐเป็นไปอย่างตรงจุด ทั้งยังเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวกลุ่มเปราะบาง และเพิ่มศักยภาพสถานศึกษาในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป พร้อมมอบ สช. เสนอร่างประกาศ สช. เรื่อง วิธีการขอรับเงินอุดหนุน วิธีการเบิกจ่ายเงินอุดหนุน และแนวทางการดำเนินงานเงินอุดหนุนค่าเครื่องแบบนักเรียนเพิ่มเติม พ.ศ. .... ให้ รมว.ศธ.ลงนามต่อไป“ในวันนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบร่างประกาศ ศธ. เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรอิสลามศึกษาสำหรับโรงเรียนเอกชนในระบบ พ.ศ. .... ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงหลักสูตรครั้งใหญ่จากฉบับปี 2546 เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และบริบทความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก โดยร่างหลักสูตรนี้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาทั่วประเทศ และได้รับการตรวจสอบความเหมาะสมตามหลักศาสนาอิสลามจากสำนักจุฬาราชมนตรีเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาความรู้ควบคู่คุณธรรมตามมาตรฐานสากล โดยจะเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2569 นี้เช่นกัน พร้อมเห็นชอบ (ร่าง) ระเบียบ กช. ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนครู บุคลากรทางการศึกษา เจ้าหน้าที่ และนักเรียนของโรงเรียนเอกชน พ.ศ. .... เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ "ทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์กลาง" สอดรับกับยุคดิจิทัล โดยเน้นความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เป็นสำคัญ ซึ่งนโยบายนี้จะช่วยลดภาระงานด้านเอกสารของครู และยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลของโรงเรียนเอกชนให้มีความคล่องตัว รวดเร็ว และทันสมัยมากยิ่งขึ้น” รมว.ศธ.กล่าวศ.ดร.นฤมล กล่าวในตอนท้ายว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการสถานศึกษาในระดับพื้นที่ ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบให้ออกประกาศยกเว้นคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 ให้แก่ พระชาญณรงค์ ฉายา วิสุทโธ รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดคูเดื่อ ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนวัดคูเดื่อวิทยาคม จ.อุบลราชธานี ได้ แม้จะไม่มีวุฒิปริญญาตรีทางโลก แต่มีวุฒิทางธรรมระดับนักธรรมชั้นเอก เพื่อให้การบริหารกิจการและนิติกรรมต่างๆ ของโรงเรียนการกุศลของวัดแห่งนี้ สามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่สะดุด และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการจัดการศึกษาให้แก่นักเรียนในพื้นที่ และรับทราบรายงานสถานการณ์กองทุนสงเคราะห์ โดยเฉพาะความคืบหน้าการปรับปรุงระบบเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของครูโรงเรียนเอกชน ที่อยู่ระหว่างการปรับเข้าสู่ระบบเรียลไทม์ ตามข้อเรียกร้องของโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งขณะนี้ระบบของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีความพร้อมแล้ว ทั้งนี้ กำหนดดีเดย์เปิดใช้งานเฟสแรกในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 โดยจะเริ่มนำร่องในโรงพยาบาลประจำจังหวัดและอำเภอ เพื่อเป็นของขวัญต้อนรับวันเปิดภาคเรียนใหม่ให้แก่ครูเอกชน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"โตเกียวเกิร์ล" ยื่นหลักทรัพย์ 24,000 บาท ขอประกันตัวโดยไม่มีเงื่อนไข
Politics2026 Mar 17 :: 08:28

"โตเกียวเกิร์ล" ยื่นหลักทรัพย์ 24,000 บาท ขอประกันตัวโดยไม่มีเงื่อนไข

"โตเกียวเกิร์ล" ยื่นหลักทรัพย์ 24,000 บาท ขอประกันตัวโดยไม่มีเงื่อนไข หลังพิพากษาจำคุก 6 เดือน ไม่รอลงอาญา ก่อนลดโทษเหลือ 3 เดือนวันที่ 17 มี.ค. 69 ที่ ศาลแขวงปทุมวัน ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการคดีศาลแขวง 6 (ปทุมวัน) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ณภัทร หรือ Tokyogurl อายุ 29 ปี อดีตนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติไทย และนายไชยโย หรือ Cheerio อายุ 23 ปี เกมเมอร์ชื่อดัง เป็นจำเลยที่ 1-2ทั้งสองถูกกล่าวหาในความผิดฐานร่วมกันล่วงรู้และเปิดเผยมาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ และร่วมกันเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันเป็นการเฉพาะ โดยไม่ได้รับอนุญาต จากกรณีการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพและได้รับการประกันตัวในชั้นสอบสวนพฤติการณ์ระบุว่า จำเลยที่ 1 แอบติดตั้งแอปพลิเคชันดิสคอร์ดลงในโทรศัพท์ที่ฝ่ายจัดการแข่งขันจัดเตรียมไว้ โดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้นใช้วิธีส่งข้อมูลไปยังจำเลยที่ 2 ก่อนที่จำเลยที่ 2 จะติดตั้งแอปเดียวกันและเชื่อมต่อเข้าระบบแชร์หน้าจอ ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลการแข่งขันได้โดยมิชอบ ซึ่งเป็นระบบที่จำกัดสิทธิ์เฉพาะผู้เกี่ยวข้องเท่านั้นนอกจากนี้ จำเลยทั้งสองยังหลอกให้ผู้อื่นเชื่อว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้เข้าแข่งขันด้วยตนเอง โดยอัยการพิจารณารวมการกระทำทั้งหมดเป็นความผิด 1 กรรม และจำเลยให้การรับสารภาพทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นคุมประพฤติศาลพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 5, 6 และ 7 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 53 โดยเป็นความผิดกรรมเดียวแต่ผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษตามบทหนักสุด คือ มาตรา 7เบื้องต้นศาลกำหนดโทษจำคุกคนละ 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา แต่เนื่องจากจำเลยรับสารภาพ จึงลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 3 เดือน อย่างไรก็ตาม ศาลพิจารณาว่าการกระทำเป็นการทุจริต ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของการคัดเลือกนักกีฬาอีสปอร์ต และกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ จึงเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขัง 3 เดือนทั้งนี้ โทษกักขังเป็นโทษที่เบากว่าจำคุก โดยให้ควบคุมตัวในสถานที่ที่กฎหมายกำหนด เช่น สถานกักขังหรือสถานีตำรวจ แทนการส่งตัวเข้าเรือนจำ มักใช้ในกรณีโทษไม่เกิน 3 เดือนภายหลังคำพิพากษา จำเลยทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในชั้นอุทธรณ์ พร้อมวางหลักทรัพย์ 24,000 บาท และล่าสุดศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยไม่กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“โสภณ” ไม่ตลก ขอจบดราม่าอาหารกลางวัน สส. ขณะที่ “หมอเปรม” ดักคออย่าเป็นประธานสภาฯสีน้ำเงิน
Politics2026 Mar 17 :: 07:13

“โสภณ” ไม่ตลก ขอจบดราม่าอาหารกลางวัน สส. ขณะที่ “หมอเปรม” ดักคออย่าเป็นประธานสภาฯสีน้ำเงิน

“โสภณ” ไม่ตลก ขอจบดราม่าอาหารกลางวัน สส. ขณะที่ “หมอเปรม” ดักคออย่าเป็นประธานสภาฯสีน้ำเงิน จี้แสดงจุดยืนชัดเจนที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยภายหลังเริ่มปฏิบัติหน้าที่วันแรกว่า ได้จัดพิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมย้ำแนวทางการทำงานที่จะเน้น “การกระทำมากกว่าคำพูด” และความสามัคคีในองค์กร โดยชี้แจงกรณีดราม่าเรื่องงบอาหารกลางวัน สส. ว่าเป็นสวัสดิการที่ฝ่ายเลขานุการเสนอ ไม่ใช่นโยบายของประธาน และต้องพิจารณาความเหมาะสมร่วมกัน ย้ำว่าสิ่งใดประชาชนไม่เห็นด้วยควรปรับปรุงเพื่อสร้างศรัทธา พร้อมเรียกร้องให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่อารมณ์ ระบุว่าสภาต้องเป็นพื้นที่ของคนมีคุณธรรม และยืนยันไม่กังวลต่อการโหวตนายกรัฐมนตรีหรือปัญหาทางการเมืองในสภา โดยพร้อมทำหน้าที่อย่างเที่ยงธรรมและเต็มที่เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชน“หมอเปรม” ดักคอ "โสภณ" อย่าเป็นประธานสภาฯสีน้ำเงิน จี้แสดงจุดยืนชัดเจนนพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. แถลงข้อเสนอการทำงานถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ มีข้อเสนอให้ประธานรัฐสภาคนใหม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน 5ด้านดังนี้ 1.ด้านนิติบัญญัติ ต้องยกระดับคุณภาพกฎหมาย จัดลำดับความสำคัญกฎหมายตามความเร่งด่วน ปรับปรุงกระบวนการพิจารณากฎหมายให้รวดเร็ว แต่รอบคอบ 2.การให้ความเห็นชอบองค์กรอิสระ ต้องขจัดข้อสงสัยว่าฝ่ายรัฐสภาและองค์กรอิสระผลัดกันเกาหลัง เพราะพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ถูกมองอยู่เบื้องหลังการเลือกวุฒิสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ต้องแสดงจุดยืนชัดเจน ไม่ถูกครอบงำจากสีน้ำเงิน ให้การเลือกองค์กรอิสระเป็นอิสระอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นคนของบ้านใหญ่ ไม่ให้ถูกมองสภาบน สภาล่าง องค์กรอิสระเป็นสีน้ำเงิน 3. การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ต้องตรวจสอบฝ่ายบริหารอย่างเข้มแข็ง เปิดให้อภิปรายไม่ไว้วางใจตามวาระอันสมควร 4.เพิ่มบทบาทคณะกรรมาธิการสามัญและวิสามัญในการติดตามนโยบายของรัฐ 5.สนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญตามผลประชามติ กำหนดกรอบเวลาดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ชัดเจน ประกาศต่อสาธารณะ ไม่ใช่แล้วแต่รัฐบาล ถ้าเป็นเช่นนั้น ชาติหน้าตอนบ่ายๆก็ไม่มีการแก้รัฐธรรมนูญ ประธานสภาฯต้องก้าวอย่างสง่างาม ปลอดคำนินทาสภาสีน้ำเงิน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"ภัณฑิล" ยัน อาหาร สส. ยังจำเป็น แต่ควรใช้อย่างพอดี เหตุ เหลือเยอะเป็นขยะ
Politics2026 Mar 17 :: 07:12

"ภัณฑิล" ยัน อาหาร สส. ยังจำเป็น แต่ควรใช้อย่างพอดี เหตุ เหลือเยอะเป็นขยะ

"ภัณฑิล" ยัน อาหาร สส. ยังจำเป็น แต่ควรใช้อย่างพอดี เหตุ เหลือเยอะเป็นขยะ เสนอปรับเป็นระบบบัตรเติมเงิน คุมงบต่อวัน โปร่งใส ตรวจสอบได้พร้อม สะท้อนปมผู้ช่วย สส. 8 คน ขาดตัวชี้วัด ควรจัดสัดส่วนไม่เห็นเป็นภาระงบหลวงวันที่ 17 มี.ค. 69 ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน แถลงข่าวเรื่องงบประมาณอาหาร สส. ผู้ช่วย สส. และกองทุนผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ว่า ในสมัยที่ผ่านมาตนก็ได้อภิปรายเรื่องนี้ในหลายวาระ เรื่องค่าอาหารของ สส. และ สว. เพราะงบประมาณส่วนนี้เป็นเงินภาษีของประชาชนทั้งนั้น ส่วนเรื่องค่าตอบแทนที่มีการวิจารณ์ว่าเงินเดือนเป็นแสนแล้วจะมากินข้าวฟรีอีกหรือ ซึ่งเมื่อวานนี้นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่พึ่งรับตำแหน่ง ก็บอกว่ามีเรื่องนี้มานานแล้ว การกินอาหารระหว่างประชุมในสมัยประชุมเป็นเรื่องปกติ คนอยากให้มองว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ประเทศอื่นเขาทำกันอย่างไร เงินเดือนหลักแสนได้สัดส่วนหรือไม่ ที่จำเป็นจะต้องมาออกค่าอาหาร หรือเป็นส่วนหนึ่งของสวัสดิการถ้าเมื่อเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำหรือค่าครองชีพต่อเดือน 15,000 - 20,000 บาท เมื่อเทียบกับเงินเดือน 100,000 บาท มากกว่าถึง 7 เท่า ซึ่งประชาชนมองว่า สส. ได้เงินเยอะ แต่อย่าลืมว่ากว่าจะเข้ามาทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรถ้าเป็นการเมืองแบบสมัยดั้งเดิม มีการลงทุนเยอะมากใช้เงินเยอะมาก ค่าภาษีสังคมก็เยอะมากหลายคนยังแซวว่าคุ้มหรือมาเป็นสส. เพราะต้องลงทุนค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งเพดานอยู่ที่ 1.9 ล้านบาท กี่เดือนกี่ปีถึงจะคุ้ม กับเงินที่ลงทุนไป จึงเป็นคำถามชวนคิดว่าอาชีพนี้จริง ๆ แล้วอยากได้บุคลากรทางการเมืองเป็นคนธรรมดาทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้นไม่จำเป็นจะต้องเป็นคนมีเงินหรือทุน หรือเสี่ยงต่อการเข้ามาหาผลประโยชน์ เพราะไม่สนใจเงินเดือน 100,000 บาทความจริงอาชีพนี้ก็อยากจะเปิดกว้าง แต่คนก็ไม่อยากเข้ามาทำเพราะเป็นอาชีพเฉพาะมีระยะเวลาที่จำกัด ไม่มีความแน่นอน ซึ่งอาชีพนี้มีความเสี่ยงไม่ใช่แค่เชิงกฎหมาย แต่ความมั่นคงในอาชีพการงานก็ไม่มี และความคาดหวังจากประชาชนค่อนข้างสูง ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นข้อถกเถียงกันได้ว่าเงินเดือนเยอะไปหรือไม่ ค่าอาหารกลางวันงบต่อหัวหลักพันคุ้มหรือไม่ และยังมีปัญหาเหลือทิ้งจำนวนมาก จึงควรหาจุดที่พอดี เพราะบางครั้งการประชุมไม่ใช่เสร็จแค่ 1 หรือ 2 ชั่วโมง แต่บางครั้งประชุมเป็นวัน อาหารของว่างเครื่องดื่มก็ยังจำเป็นอยู่ ตัดออกทั้งหมดก็คงไม่สมเหตุสมผลสำหรับ สส. ที่ประชุมทั้งวันอย่างต่อเนื่อง และมีการจัดสรรสวัสดิการให้อยู่ใกล้ กับสมาชิกเพื่อความสะดวก คนก็มีการวิจารณ์ ว่าจะกินอะไรกันขนาดไหนจะกินกันตลอดเวลาเลยหรือ ซึ่งเรื่องนี้ความสำคัญมันก็มี คนมันต้องกินแต่ก็ตั้งคำถามว่าเท่าไหร่ถึงเหมาะสม ตนเคยเสนอในงบประมาณปี 69 ให้ทำเป็นบัตรเติมเงิน กินภายในงบที่ให้ในแต่ละวัน และไม่สามารถโอนย้ายถ่ายเทเข้ากระเป๋าตัวเองได้ และเมื่อเป็นระบบการ์ดก็จะสามารถคำนวณความต้องการรายวันได้ดีกว่า ไม่ใช่จะต้องจัดลายบุฟเฟ่ต์ อาหารจีน ไทย ญี่ปุ่น นานาชาติจำนวนเยอะ เหมือนจะเป็นความปรารถนาดีแต่พวกเรากินกันไม่ไหว มีแค่ 500 คนจะกินกันสักเท่าไหร่ดังนั้นไม่ใช่การตัดทั้งหมดแต่ควรจะประหยัดและประหยัดอย่างไร เพื่อให้ได้สัดส่วนและผลตอบแทนและมีความเกรงใจประชาชนที่เป็นคนจ่ายภาษี ซึ่งเป็นเงินเดือนของพวกเรานายภัณฑิล ยังกล่าวถึงประเด็นผู้ช่วย สส. 8 คน ที่จะมีการปรับขึ้นเงินเดือนในปีงบประมาณนี้ จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ ว่า สส. มีผู้ช่วยทำไมถึง 8 คน ในปัจจุบัน มีผู้ช่วยสส.ทำงานด้านต่างๆให้กับสส. และยังมี AI หรือแชต GPT สรุปรายงาน ซึ่งในต่างประเทศให้เป็นวงเงิน สส. ไปบริหารจัดการบุคคล มีภารกิจและตัวชี้วัดชัดเจนแต่ของเรามีปัญหาเมื่อให้ผู้ช่วย สส. ไป 8 คนแล้วไม่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน ซึ่งคนเหล่านี้ก็ไม่มีความมั่นคงในหน้าที่การงานเช่นเดียวกัน เพราะเป็นงานชั่วคราว ซึ่งยังมีข้อครหาเรื่องการเอาญาติพี่น้องมาเป็นผู้ช่วย สส. ทำให้เกิดภาพจำที่ไม่ดีกับนักการเมือง เพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อน เอาญาติพี่น้องมาใส่ชื่อและรับเงินเอง เรื่องนี้ปัญหาไม่ใช่จำนวน แต่มีผลประโยชน์ทับซ้อนไม่ตรงไปตรงมา จึงอยากเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ และต้องมีตัวชี้วัด ที่เห็นได้ชัดและตรวจสอบได้ส่วนเรื่องกองทุนเป็นหลักของการสมทบ เงินเดือน 100,000 บาท หักเข้ากองทุน 3,500 บาท และสุดท้ายนำมาจ่ายเป็นบำเหน็จหรือบำนาญในช่วงเกษียณ นี่คือสวัสดิการเพื่อสร้างเครือข่ายรองรับให้เกิดความมั่นคง ปัจจุบันมีปัญหาเรื่องความไม่ยั่งยืนของกองทุน จำนวนสมาชิกเยอะขึ้น เงินที่เข้าไปอุดหนุนจากภาษีประชาชน 7-8 ร้อยล้าน เงินที่สมาชิกสมทบ 30 ล้านบาท สัดส่วนคือ 1 ต่อ 20 ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เกิดข้อครหา ว่ากองทุนนี้ไม่ยั่งยืน และไม่รู้เมื่อไหร่กองทุนจะล้ม และผลตอบแทนจากการลงทุนแทบไม่มี ไม่สามารถเลี้ยงกองทุนได้รายได้ไม่พอก็ต้องเอาเงินหลวงเข้าไปเติมทุกปี ดังนั้นจึงต้องหาสูตรในการคำนวณว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้กองทุนนี้มีความยั่งยืน ที่รัฐอุดหนุนและเราออมเองได้สัดส่วนมากกว่านี้ อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อรรถกร” มั่นใจ กธ.ไม่แตกแถวโหวตนายกฯ ส่วนเสนอชื่อแข่งชิงนายกฯบอกสองจิตสองใจ
Politics2026 Mar 17 :: 06:58

“อรรถกร” มั่นใจ กธ.ไม่แตกแถวโหวตนายกฯ ส่วนเสนอชื่อแข่งชิงนายกฯบอกสองจิตสองใจ

“อรรถกร” มั่นใจ กธ.ไม่แตกแถวโหวตนายกฯ ส่วนเสนอชื่อแข่งชิงนายกฯบอกสองจิตสองใจวันที่ 17 มี.ค. 2569 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา ในฐานะนายทะเบียนพรรคกล้าธรรม(กธ.)กล่าวถึงทิศทางการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของพรรคกธ. ในวันที่ 19 มี.ค.ว่า ยังไม่ได้พูดคุยกันคาดว่าจะมีการประชุมกันช่วงเช้าวันที่ 19 มี.ค.เมื่อถามว่า พรรคกธ.จะเสนอชื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า “สองจิตสองใจอยู่ครับ”เมื่อถามว่า มั่นใจว่าเสียงโหวตของพรรคกธ.จะไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า มั่นใจทั้งนี้ พรรคกธ.จะมีการประชุมสส.พรรค เพื่อกำหนดแนวทางในการลงมติโหวตนายกฯ เวลา 09.00 น.วันที่ 19 มี.ค.ที่อาคารรัฐสภา

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อรรถพล” เผยสั่งโรงกลั่นเพิ่มกำลังผลิต รองรับช่วงสงกรานต์ ยันน้ำมันดิบต้นทางไม่ขาด
Politics2026 Mar 17 :: 06:44

“อรรถพล” เผยสั่งโรงกลั่นเพิ่มกำลังผลิต รองรับช่วงสงกรานต์ ยันน้ำมันดิบต้นทางไม่ขาด

“อรรถพล” เผยสั่งโรงกลั่นเพิ่มกำลังผลิต รองรับช่วงสงกรานต์ ยันน้ำมันดิบต้นทางไม่ขาด ชี้ น้ำมันจากรัสเซียช่วยได้ไม่มาก เหตุ มีปริมาณจำกัด เผยดีลซื้อเพิ่มจากแองโกลา 2 ล้านบาร์เรล และจากสหรัฐฯ อีกกว่า 6 แสนบาร์เรลวันที่ 17 มี.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงมาตรการแก้ปัญหาการใช้พลังงานในประเทศ โดยย้ำว่าน้ำมันดิบจากต้นทางมีเพียงพอ ซึ่งมีกำลังการกลั่น 100% เต็มกำลังการผลิต แต่ติดปัญหาอยู่ที่การขนส่งผู้สื่อข่าวถามถึงแผนสำรองการรับมือการใช้พลังงานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ซึ่งจะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก จะมีแผนอย่างไร นายอรรถพล กล่าวว่า ได้สั่งให้โรงกลั่นน้ำมันเพิ่มกำลังการผลิต โดยบางแห่งมีกำลังการผลิตเกินกว่า 100% เพื่อให้มีน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอ“สิ่งที่อยากขอร้องประชาชนคือไม่อยากให้แตกตื่นว่าน้ำมันจะหมดจากประเทศไทย เพราะมีปัญหาเพียงแค่การขนส่ง ดังนั้นไม่ควรกักตุนน้ำมันไว้”นายอรรถพล ยังกล่าวถึงขั้นตอนการเจรจาซื้อน้ำมันดิบจากประเทศรัสเซีย โดยชี้แจงว่า การค้าน้ำมันในประเทศไทยเป็นรูปแบบตลาดเสรี ผู้ค้าสามารถเจรจาขอซื้อได้ โดยจะใช้กลไกของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) ที่เป็นผู้ค้าหลักในประเทศ ซึ่งราคาที่ประเทศรัสเซียขายให้นั้น เป็นราคาตามตลาด ไม่ใช่ราคาพิเศษนายอรรถพล กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ทางสหรัฐอเมริกา ยกเว้นให้หลายประเทศซื้อขายน้ำมันกับรัสเซียได้ แต่ได้เฉพาะน้ำมันที่บรรจุใส่เรือบรรทุกน้ำมันแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาเป็นการแอบขายแบบไม่ถูกต้อง ขณะนี้จึงมีการประกาศให้ขายได้และมีกำหนดเพียง 30 วัน รวมถึงต้องดูระบบการโอนเงินซื้อขาย ซึ่งยอมรับว่ายังมีความเสี่ยงอยู่ ซึ่งน้ำมันดิบประเทศไทยสามารถหาได้จากแหล่งอื่นอยู่แล้ว อย่างล่าสุดในวันนี้สามารถตกลงซื้อขายได้เพิ่มจากประเทศแองโกลา เกือบ 2 ล้านบาร์เรล และจากสหรัฐอเมริกากว่า 6 แสนบาร์เรล ดังนั้นจึงขอย้ำว่าต้นทางน้ำมันดิบ และปริมาณการกลั่นมีเพียงพอเมื่อถามว่า ขณะนี้ตามสถานีบริการน้ำมันจำกัดการเติมน้ำมันไม่เกิน 500 บาทต่อครั้ง จะสามารถยกเลิกได้หรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า ตรงนี้เป็นเรื่องของการบริหารจัดการหน้างานของเจ้าของสถานีบริการน้ำมันนั้นๆ อาจเป็นเพราะรอบการขนส่งน้ำมันอาจจะไม่ทัน ซึ่งทางกระทรวงพลังงานไม่มีการประกาศบังคับว่าต้องจำหน่ายเพียงครั้งละ 500 บาท

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

กรมธุรกิจพลังงาน เผยไทยมี 6 โรงกลั่นกระจายน้ำมันดีเซล-เบนซิน เพียงพอต่อวัน
Politics2026 Mar 17 :: 06:44

กรมธุรกิจพลังงาน เผยไทยมี 6 โรงกลั่นกระจายน้ำมันดีเซล-เบนซิน เพียงพอต่อวัน

กรมธุรกิจพลังงาน เผยไทยมี 6 โรงกลั่นกระจายน้ำมันดีเซล-เบนซิน เพียงพอต่อวัน ขณะที่ “ปาณิดล” ย้ำ ไทยเร่งประสานอิหร่าน ส่งทัพเรือช่วย 3 ลูกเรือ "มยุรีนารี"ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล ดร.สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ชี้แจงและขอโทษประชาชนต่อความโกลาหลหน้าปั๊มน้ำมัน ยืนยันว่าประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนน้ำมัน โดยมีกำลังการกลั่นรวม 175 ล้านลิตรต่อวัน และมีน้ำมันสำรองเพียงพอมากกว่า 100 วัน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการกระจายและโลจิสติกส์ หลังการส่งน้ำมันให้ภาคอุตสาหกรรมสะดุด ทำให้รถขนส่งและผู้ประกอบการหันมาเติมน้ำมันที่ปั๊มทั่วไป ประกอบกับประชาชนตื่นตระหนกแห่เติมจนการใช้เพิ่มสูงผิดปกติ ส่งผลให้น้ำมันบางพื้นที่หมดชั่วคราว โดยรัฐบาลได้เร่งแก้ไขทั้งเพิ่มกำลังการกลั่น ขยายเวลาขนส่ง ประสานหน่วยงานเกี่ยวข้อง และตรวจสอบการกักตุน พร้อมย้ำขอความร่วมมือประชาชนอย่ากักตุนและใช้น้ำมันตามปกติ เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติเร็วที่สุด“ปาณิดล” ย้ำ ไทยเร่งประสานอิหร่าน ส่งทัพเรือช่วย 3 ลูกเรือ "มยุรีนารี"ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน แถลงว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังทวีความรุนแรง มีการโจมตีทางอากาศในหลายประเทศและส่งผลให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซติดขัด กระทบต่อราคาพลังงานและเศรษฐกิจโลก พร้อมแนะนำให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงเร่งเดินทางออก โดยรัฐบาลไทยได้ช่วยเหลืออพยพคนไทยแล้วกว่า 1,100 คน และยังเตรียมอพยพเพิ่มเติม ขณะเดียวกันไทยผลักดันความร่วมมืออาเซียนรับมือผลกระทบด้านพลังงาน เศรษฐกิจ และห่วงโซ่อุปทาน พร้อมย้ำจุดยืนสนับสนุนการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี และเดินหน้าเจรจาระหว่างประเทศเพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยและเรือไทยสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ด่วน! น้ำมันดีเซลขยับขึ้นหลักสตางค์ไม่ถึงบาท อั้นไม่เกิน 33 บาท/ลิตร
Politics2026 Mar 17 :: 05:10

ด่วน! น้ำมันดีเซลขยับขึ้นหลักสตางค์ไม่ถึงบาท อั้นไม่เกิน 33 บาท/ลิตร

“พิพัฒน์” ยอมรับน้ำมันดีเซลขยับขึ้นหลักสตางค์ไม่ถึงบาท อั้นไม่เกิน 33 บาท/ลิตร เร่งปรับสูตรน้ำมัน B20 ส่งให้ภาคขนส่ง-เกษตร ลดปัญหาต้นทุนการขนส่ง - เผย กองน้ำมันติดลบ 1.2 หมื่นล้าน รอรัฐบาลใหม่ ให้อำนาจ ก.คลัง เซ็นค้ำประกันชดเชยกองทุนน้ำมัน - เผยข่าวดี กต.เจรจารัสเซียขอซื้อน้ำมันดิบแล้ววันที่ 17 มี.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีที่นายกรัฐมนตรีได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ ขอให้กระทรวงพลังงานยืนยันว่าเรายังมีน้ำมันใช้ เนื่องจากเห็นหน้าสถานีบริการน้ำมัน เปิด-ปิด ซึ่งทางกระทรวงพลังงาน และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ยืนยันจากข้อมูลเมื่อวานนี้ (16มี.ค.69) มีน้ำมันใช้ 96 วัน ดังนั้นยังมีน้ำมันสำรองอยู่ ส้วนที่มีปัญหาเกี่ยวกับสถานีบริการต่าง ๆ นั้น สาเหตุใหญ่เกิดจากการขนส่งไม่ทัน และที่สำคัญสถานีบริการที่มีบริษัทแม่ดูแลอยู่ เช่น เชลล์ ปตท. ซัสโก้ บางจาก และคาลเท็กซ์ ประมาณ 10,000 สถานีบริการ ส่วนสถานีที่ไม่มีแบรนด์ รวมถึงปั๊มหลอดตามหมู่บ้านต่าง ๆ ประมาณ 23,000 แห่งไม่มีน้ำมันจำหน่าย รถจำนวนมากต้องแห่เข้าต้องมาใช้บริการสถานีของบริษัทแม่ดูแล ทำให้การเตรียมการไม่ทัน โดยเฉพาะระบบการขนส่งน้ำมันจากคลัง ทำให้สถานีบริการต้องปิดเป็นช่วง ๆ หรือบางสถานีบริการก็ขาดน้ำมันบางชนิด ซึ่งการแก้ไขปัญหาในส่วนนี้จะมีการหารือในคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยจะหารือมาตรการหลังจากนี้ ว่าจะทำอะไรต่อเมื่อถามถึงการตรึงราคาน้ำมันดีเซล นายพิพัฒน์ กล่าวว่าจะประชุมกันในช่วงเย็นวันนี้ แต่บอกได้เลยว่าในวันพรุ่งนี้ จะมีการขยับราคา ทั้งน้ำมันเบนซินและดีเซล ซึ่งเบนซินมีการขยับมาแล้วประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่น้ำมันดีเซลจะเริ่มขยับในวันพรุ่งนี้ แต่ยืนยันว่าจะขยับเพียงหลักสตางค์ไม่ถึงหลักบาท โดยจะเริ่มพรุ่งนี้เช้า ซึ่งจะมีการประชุมสรุปกันในช่วงเย็นวันนี้ (17 มี.ค.) ซึ่งจะอั้นราคาไว้ไม่เกิน 33 บาทนายพิพัฒน์ ยังกล่าวต่อด้วยว่า ช่วงที่นายอนุทิน เข้ามา เป็นรัฐบาล 4 เดือน ราคาน้ำมันดีเซลลดลงมาเหลือ 32 บาท แต่ก่อนหน้านั้นเคยแตะขึ้นถึง 34.94 สตางค์ และรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร และนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตอนนั้นก็ปรับลงมา จาก 35 บาท จากนี้ก็ต้องทยอยปรับขึ้นไปส่วนที่ 2 จะมีการปรับสูตร ซึ่งน้ำมันเบนซินเราปรับเรียบร้อยแล้ว มี E10 E20 และ E85 ซึ่งเราจะเห็นโครงสร้างราคาที่มีราคาแตกต่างกัน ซึ่งการปรับสูตรผสมน้ำมันดีเซลก็จะเป็นลักษณะคล้ายกับเบนซิน ที่จะต้องมีการปรับสูตรและบวกราคาเพิ่มขึ้นไป และเมื่อเป็นโครงสร้างลักษณะแบบนี้เราก็จะต้องหาวิธี โดยเบื้องต้นเราจะส่ง B20 ให้ภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง และภาคการเกษตร ประมาณการตอนนี้ B20 จะลดจาก B7 ประมาณ 4-5 บาท แต่เป็นการประมาณการที่ยังไม่มีข้อสรุปซึ่งจะต้องเข้าในที่ประชุมในช่วงเย็นวันนี้นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของกองทุนน้ำมัน ขณะนี้ติดลบอยู่ที่ 12,000 กว่าล้านบาท และ ได้หารือกันในวงประชุมเมื่อวานนี้ (16 มี.ค.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานว่ากองทุนน้ำมัน ว่าจะติดลบ 40,000 กว่าล้านบาทไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะต้องหาวิธีการแก้ไข ซึ่งตอนนี้ต้องรอให้มีรัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจเต็มแถลงนโยบายต่อรัฐสภา กระทรวงการคลังถึงจะเซ็นค้ำประกันได้ เพราะการกู้เงินขณะนี้เท่าที่พูดคุยธนาคารกรุงไทยกับธนาคารออมสินน่าจะสามารถกู้ได้ประมาณ 4 หมื่นกว่าล้านบาท แต่หากมากกว่านั้นต้องให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน ในอดีตเราเคยติดลบสูงสุดประมาณ 120,000 ล้านบาท ซึ่งจะต้องเป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนแต่ตอนนี้ก็ต้องเป็นเรื่องของกองทุนที่จะต้องรับผิดชอบ แต่หากรัฐบาลใหม่มาไม่ทัน รัฐบาลที่รักษาการอยู่ในขณะนี้ต้องทำเรื่องไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ให้ยกเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษในกรณีที่เป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ“ อย่างไรก็แล้วแต่ขอยืนยันว่าน้ำมันไม่ขาดแน่นอน ในขณะนี้เรายังมีน้ำมันนอกอ่าวไม่น้อยกว่า 50% ที่ทาว ปตท. และกระทรวงพลังงานได้มีการเซ็นสัญญาต่อไปแล้ว และอีก 50 และอีก 50% เราก็พยายามหาจากแหล่งน้ำมันอื่นเข้ามาเสริม และที่สำคัญเป็นข่าวดีที่ใหญ่มา เมื่อวานนี้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้พูดคุยหารือ กับประเทศรัสเซียแล้ว ที่จะขอซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย ซึ่งหากได้น้ำมันดิบจากประเทศรัสเซียก็จะไม่มีปัญหาแล้ว”เมื่อถามว่าจะติดเงื่อนไขหรือไม่เนื่องจากสหรัฐอเมริกามีการกำหนดเงื่อนไขในการซื้อน้ำมันจากประเทศรัสเซีย นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ต้องให้กระทรวงการต่างประเทศเจรจาต่อ เพราะเชื่อว่าวันนี้ทุกประเทศวิกฤต เชื่อว่าการเจรจาครั้งนี้จะได้รับการผ่อนคลาย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“เลขาฯครม.” ยันตอนนี้ยังไม่มีการส่งชื่อ รมต.เหตุสภายังไม่ได้โหวตนายกฯ ย้ำขั้นตอนตรวจคุณสมบัติตามเดิม
Politics2026 Mar 17 :: 04:58

“เลขาฯครม.” ยันตอนนี้ยังไม่มีการส่งชื่อ รมต.เหตุสภายังไม่ได้โหวตนายกฯ ย้ำขั้นตอนตรวจคุณสมบัติตามเดิม

“เลขาฯครม.” ยันตอนนี้ยังไม่มีการส่งชื่อ รมต.เหตุสภายังไม่ได้โหวตนายกฯ ย้ำขั้นตอนตรวจคุณสมบัติตามเดิม เผยแม้มีเรื่องอยู่ในชั้น ป.ป.ช.ไม่ได้หมายความว่า เป็นไม่ได้ กันถูกกลั่นแกล้งวันที่ 17 มี.ค. 2569 นางณัฐฎ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ในรัฐนายอนุทิน 2 ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการส่งชื่อทั้งสิ้น เพราะขณะนี้ยังไม่มีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งขั้นตอนการตรวจสอบนั้นยังคงเหมือนเดิมเมื่อถามว่า หากมีชื่อถูกร้องเรียนอยู่ในองค์กรอิสระ จะเป็นรัฐมนตรีได้หรือไม่ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นางณัฐฎ์จารี กล่าวว่า ต้องดูทั้งหมด เมื่อถามย้ำว่า หากอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบขององค์กรอิสระ เป็นรัฐมนตรีได้หรือไม่ เลขาธิการ ครม.กล่าวว่า เรื่องนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาเคยให้ความเห็นว่า เขายังไม่ได้ถูกตัดสินว่า มีความผิด ซึ่งบางครั้งอาจจะเกิดจากการร้องเรียน เพื่อกลั่นแกล้งกัน เพราะฉะนั้นต้องดูให้รอบคอบ ไม่ใช่ว่า มีเรื่องร้องเรียนไปที่ ป.ป.ช. แล้วเป็นไม่ได้เลย มันก็ไม่ใช่

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ศุภจี” ย้ำอย่าตื่นตระหนกราคาน้ำมัน ชี้สต๊อกพอ ขณะที่ “สว.นรเศรษฐ์” จี้เปิดตัวเลขจริง
Politics2026 Mar 17 :: 04:54

“ศุภจี” ย้ำอย่าตื่นตระหนกราคาน้ำมัน ชี้สต๊อกพอ ขณะที่ “สว.นรเศรษฐ์” จี้เปิดตัวเลขจริง

“ศุภจี” ย้ำอย่าตื่นตระหนกราคาน้ำมัน ชี้สต๊อกพอ ขณะที่ “สว.นรเศรษฐ์” จี้เปิดตัวเลขจริง หวั่นวิกฤตลามช่วงสงกรานต์ ด้านปลัดพาณิชย์ ปัดตอบหลังครบตรึง 15 วัน ยังไม่ขึ้นราคาสินค้าทุกประเภทที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ระบุถึงความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับการเติมน้ำมันว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงพลังงานกำลังดูแลสถานการณ์ พร้อมย้ำว่าประเทศไทยยังมีน้ำมันสำรองเพียงพอ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่กำกับดูแลสินค้าควบคุมและโครงสร้างราคา โดยปัจจุบันดูแลสินค้าจำเป็น 59 รายการ เช่น ปุ๋ย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และนม หากมีการปรับราคาต้องพิจารณาต้นทุนอย่างสมเหตุสมผล พร้อมเตรียมมาตรการเยียวยาควบคู่กัน นอกจากนี้ยังมีการหารือผู้ประกอบการและเร่งหาแหล่งนำเข้าวัตถุดิบ เช่น เม็ดพลาสติก รวมถึงเจรจาการค้ากับประเทศในตะวันออกกลางและประเทศอื่น ๆ เพื่อรักษาเสถียรภาพสินค้า โดยขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกหรือกักตุนสินค้า เพราะอาจทำให้เกิดการขาดแคลน ทั้งนี้มาตรการต่าง ๆ ยังอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดเพื่อนำเสนอ ครม. และจะแถลงความชัดเจนต่อไป“นรเศรษฐ์” จี้รัฐบาล เปิดตัวเลขสต๊อกน้ำมันจริง หลังประชาชนแห่ต่อคิวเติม บางปั๊มจำกัดขาย หวั่นวิกฤตลามช่วงสงกรานต์ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งชี้แจงสถานการณ์น้ำมันของประเทศอย่างโปร่งใส หลังพบประชาชนจำนวนมากต้องต่อคิวเติมน้ำมัน บางปั๊มจำกัดการเติมหรือไม่มีน้ำมันจำหน่าย พร้อมตั้งคำถามถึงความชัดเจนของตัวเลขน้ำมันสำรองของประเทศ กลไกการบริหารและการปล่อยสต๊อกน้ำมัน มาตรการป้องกันการกักตุนหรือเก็งกำไร รวมถึงสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและแผนรองรับหากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 1–2 เดือน โดยระบุว่าสิ่งสำคัญในภาวะวิกฤตคือการสื่อสารข้อมูลที่ชัดเจนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน และป้องกันความตื่นตระหนก โดยเฉพาะในช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์ที่อาจกระทบต่อการเดินทางและค่าครองชีพของประชาชนปลัดพาณิชย์ ปัดตอบราคาน้ำมัน เท่าเดิม-เพิ่มขึ้น หลังครบกำหนดตรึง 15 วัน ยืนยัน ยังไม่ขึ้นราคาสินค้าทุกประเภทนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะคณะกรรมการ ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. ปฏิเสธแสดงความเห็น ว่าที่ประชุม ศบก. วันนี้ จะมีมติให้ตรึงราคาน้ำมันดีเซลต่อ หรือขยับขึ้นราคาตามขั้นบันได ตามที่ ศบก. เคยระบุไว้ หลังครบกำหนด 15 วัน ที่รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 30 บาท โดยตอบคำถามผู้สื่อข่าวเพียงสั้น ๆ ว่า ตนเองมาคุยเรื่องราคาสินค้า พร้อมยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีการขึ้นราคาสินค้าทุกประเภท"อรรถพล" ขอความร่วมมือ 4 หน่วยงาน ผ่อนปรนเวลารถบรรทุกน้ำมันเพิ่มเที่ยวขนส่ง ยัน น้ำมันพอถึง 100 วันที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยก่อนประชุม ครม. ว่า รัฐบาลจะหารือในที่ประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงแนวทางตรึงราคาน้ำมันและการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยอุดหนุน โดยยืนยันว่าประเทศไทยยังมีน้ำมันสำรองเพียงพอใช้ได้ประมาณ 100 วัน และยังสามารถนำเข้าจากแหล่งอื่น เช่น สหรัฐอเมริกาและแอฟริกาได้ ส่วนปัญหาที่บางพื้นที่น้ำมันขาดช่วงเกิดจากการขนส่งไม่ทัน หลังประชาชนแห่เติมน้ำมันทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 2–3 เท่า ส่งผลให้รถบรรทุกน้ำมันวิ่งส่งไม่ทัน แม้โรงกลั่นจะเดินเครื่องเต็มกำลังและให้ผู้ค้าน้ำมันกระจายสินค้า 24 ชั่วโมง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่อนปรนเวลาเดินรถบรรทุกน้ำมันเพื่อเร่งกระจายไปยังสถานีบริการ ขณะเดียวกันยอมรับว่ากองทุนน้ำมันยังติดลบแต่ยังสามารถใช้กลไกบริหารราคาพลังงานได้ต่อไป“พิพัฒน์” นำถก ครม.แทนนายกฯ ขณะรมต.ลาพรึบ 11 คนที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย มอบหมาย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เนื่องจากนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีเกียรติยศ ในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16 - 18 มี.ค. 2569 โดยวันเดียวกันนี้มีรัฐมนตรีลาประชุม ได้แก่ 1.นายอนุทิน 2.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ 3.พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม 4.นายสีหะศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ 5.นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.เกษตรและสหกรณ์ 6.นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 7.นายอัครา พรหมเผ่า รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 8.น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม 9.น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน 10.นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ11.นายองอาจ วงษ์ประยูร รมช.ศึกษาธิการ“วีระยุทธ-ศุภโชติ” มองวิกฤตน้ำมันสะท้อนปัญหาบริหารพลังงานรัฐบาลสื่อสารไม่ตรงความจริง ปั๊มขาดน้ำมันแม้ในกรุงเทพฯ ที่พรรคประชาชน นายวีรยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ แถลงวิพากษ์การบริหารจัดการพลังงานของรัฐบาลในช่วงวิกฤตตะวันออกกลาง โดยระบุว่าสถานการณ์ความปั่นป่วนของน้ำมันส่วนหนึ่งเกิดจากการสื่อสารของรัฐบาลที่ไม่ชัดเจน แม้จะยืนยันว่ามีน้ำมันสำรองเพียงพอ แต่ประชาชนกลับประสบปัญหาหาน้ำมันเติมไม่ได้ พร้อมชี้ว่าการตรึงราคาน้ำมันเพียง 15 วันอาจกระตุ้นให้เกิดการกักตุนทั้งผู้ค้าและผู้ซื้อ ส่งผลให้ตลาดปั่นป่วน ขณะเดียวกันยังสะท้อนผลกระทบต่อเกษตรกร ชาวประมง ผู้ประกอบการขนส่ง และปั๊มน้ำมันขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังเตือนว่าวิกฤตพลังงานอาจลุกลามไปถึงค่าไฟฟ้าและห่วงโซ่อุปทานสินค้า พร้อมเสนอให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลสถานการณ์น้ำมันอย่างชัดเจน จัดทำระบบข้อมูลปริมาณน้ำมันในปั๊มแบบเรียลไทม์ และปรับแนวทางบริหารกองทุนน้ำมัน เช่น การช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มหรือปรับราคาค่อยเป็นค่อยไป เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชนเลขาฯกฤษฎีกา เผย ครม.ถกวางหลักการดูแลราคาพลังงาน รับอุ้มได้แค่ระดับหนึ่ง ตอนนี้ทุกประเทศราคาพุ่งหมดที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เปิดเผยก่อนประชุม ครม. ว่า รัฐบาลเตรียมวางหลักการดูแลราคาพลังงาน โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงพลังงานพิจารณามาตรการที่เหมาะสม ยืนยันว่าปัญหาปั๊มน้ำมันบางแห่งไม่มีน้ำมันไม่ได้เกิดจากการขาดแคลน แต่เป็นปัญหาโลจิสติกส์หลังประชาชนแห่เติมน้ำมันจนการใช้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าต่อวัน ทำให้รถขนส่งไม่เพียงพอ ขณะเดียวกันรัฐบาลกำชับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงานร่วมดูแลไม่ให้สินค้าควบคุมขาดแคลน พร้อมส่งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยยอมรับว่าการอุดหนุนราคาพลังงานทำได้เพียงระดับหนึ่ง เพราะเป็นการแทรกแซงตลาดและมีภาระงบประมาณสูง จึงขอความร่วมมือประชาชนช่วยประหยัดพลังงานและปรับพฤติกรรมการใช้ในช่วงสถานการณ์วิกฤตนี้

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

กับดักพลังงาน รัฐบาล เข้าสู่ทางตัน จับตา จะชดเชยราคาน้ำมันต่อ หรือปล่อยลอยตัวลิตร ละ 49  บาท
Politics2026 Mar 17 :: 01:16

กับดักพลังงาน รัฐบาล เข้าสู่ทางตัน จับตา จะชดเชยราคาน้ำมันต่อ หรือปล่อยลอยตัวลิตร ละ 49 บาท

กับดักพลังงาน รัฐบาล เข้าสู่ทางตัน จับตา จะชดเชยราคาน้ำมันต่อ หรือปล่อยลอยตัวลิตร ละ 49 บาทสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ที่ขยายวงกว้างขึ้นและมีผลกระทบกับวิกฤติพลังงาน ทั้งเรื่องของราคา และปริมาณน้ำมันที่ไม่เพียงพอกับความต้องการอิหร่าน ผ่อนปรนให้เรือบรรทุกสินค้าและน้ำมันให้กับเรือบางสัญชาติ แต่ สหรัฐฯ มีความพยายามที่จะยึดช่องแคบ ฮอร์มุซ จากการที่สหรัฐฯส่งสัญญาณความช่วยเหลือไปยังประเทศพันธมิตร ซึ่งได้รับการปฎิเสธในเบื้องต้น สร้างความไม่พอใจให้กับ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ถึงกับให้สัมภาษณ์สื่อ ทวงบุญคุณ กับประเทศพันธมิตรที่ประเทศพันธมิตร ยังไม่ประกาศและเข้าร่วมสงคราม กับสหรัฐฯ ยกเว้น อิสราเอล ที่ ส่งปฎิบัติการทางทหารเข้าร่วมรบกับ สหรัฐฯในครั้งนี้ โดยที่ อิสราเอล ก็ได้รับความเสียหายไม่น้อยจากการโจมตีของ กลุ่มฮามาส ที่อาศัยอยู่ในเลบานอน กลาย เป็นว่า อิสราเอล ต้องรับศึกสองด้าน อิหร่าน และ ฮามาสทรัมป์ อ้างว่ามีพันธมิตร สองสามประเทศ ที่จะส่งเรือรบ เข้ายึดช่องแคบ ฮอร์มุซ ซึ่งก็ไม่รู้เมื่อไหร่ เหตุผลเดียว ที่ประเทศพันธมิตร ไม่เข้าร่วมสงคราม กับ สหรัฐฯ เพราะจะเป็นสารตั้งต้นที่จะนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่สามน้ำมัน กลายเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศที่ไม่มีแหล่งน้ำมันและต้องอาศัย การนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันดิบทีใหญ่ที่สุดในโลก และคุณภาพดีทีสุด ต่าง จากแหล่งน้ำมันจาก รัสเซีย และแหล่งอื่นที่มีคุณภาพต่ำกว่าประเทศไทยมีแหล่งพลังงานหลักใน อ่าวไทย มีแท่นขุดเจาะ มีปริมาณน้ำมันพอที่จะใช้ได้ แต่คุณภาพไม่ได้ นำมากลั่นก็ไม่คุ้ม จึงส่งออกเสียส่วนใหญ่และมีความจำเป็นต้องนำเข้าเป็นส่วนใหญ่ จากตลาดดูไบ ทำให้ได้รับผลกระทบโดยตรงการขาดแคลนน้ำมันในประเทศ กำลังจะเป็นวิกฤติ ไม่ว่า จะเกิดจากการตื่นตระหนก หรือ ความต้องการน้ำมันในการผลิต ขนส่ง การเกษตร หรือ การใช้น้ำมันสำหรับชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วไปทำให้อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ต้องเรียก ตัวแทนผู้ค้าน้ำมัน โรงกลั่น เข้าหารือเป็นการด่วน ในเบื้องต้นทำได้แค่ เพิ่มการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันมากขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดการขาดแคลน นั่นหมายถึง ต้นทุนราคา น้ำมันที่ต้องเพิ่มขึ้นด้วยดังนั้น วันที่ 17มีนาคม ครบ 15 วันที่ รัฐบาลกำหนดเวลาในการชดเชย ราคาน้ำมัน ขายปลีกให้กับประชาชน จะตัดสินใจต่ออายุการชดเชย ต่อไปหรือไม่ ถ้าไม่ชดเชย ราคาน้ำมันขายปลีก โดยเฉพาะ ดีเซล ราคาจะเป็นไปตามกลไกตลาด อยู่ที ลิตรละ 49 บาท นั่นหมายถึงความหายนะทางเศรษฐกิจที่จะตามมาถ้าชดเชยต่อไป จะต้องใช้เงินกองทุนพลังงานเชื้อเพลิง มาชดเชย อีกเท่าไหร่ ณ ปัจจุบัน เงินกองทุนติดลบ ไปกว่า สองพันล้าน แล้ววันที่ 19 มีนาคม เวลา 10.00 น. สภาจะมีการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยจะเป็นบทพิสูจน์รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มีเสียงสนับสนุน อย่างท่วมท้น บนมาตรฐาน ของ คุณภาพ หรือมีแค่ ปริมาณ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

พวงหรีดรุมเร้า! "เจี๊ยบ อมรัตน์" ร่ายยาวดราม่า "ชีวิต สส. ไม่ได้สวยหรู" สวน "หมอวรงค์" ตัดงบอาหาร-สวัสดิการเอาสะใจ
Politics2026 Mar 16 :: 14:18

พวงหรีดรุมเร้า! "เจี๊ยบ อมรัตน์" ร่ายยาวดราม่า "ชีวิต สส. ไม่ได้สวยหรู" สวน "หมอวรงค์" ตัดงบอาหาร-สวัสดิการเอาสะใจ

พวงหรีดรุมเร้า! "เจี๊ยบ อมรัตน์" ร่ายยาวดราม่า "ชีวิต สส. ไม่ได้สวยหรู" สวน "หมอวรงค์" ตัดงบอาหาร-สวัสดิการเอาสะใจ เปิดตัวเลขเงินเดือนสุทธิ 9 หมื่น โอด! เจอ "พวงหรีด-งานบุญ-ภาษีสังคม" รุมจนเงินเกลี้ยงบัญชี เผยธนาคารยังไม่กล้าปล่อยกู้-ไร้โบนัส-วาระแค่ 4 ปีสั้นๆวันที่ 16 มี.ค. 2569 นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็น กรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี เสนอตัดลดงบประมาณค่าอาหารและสวัสดิการ สส. ว่า การเสนอตัดงบอาหาร สวัสดิการบำนาญสส. ลดผู้ช่วยสส.จนเหี้ยนฟังดูดี เหมือนเป็นการปราบ กดนักการเมืองที่เป็นอาชีพที่สังคมมีอคติอยู่แล้ว ได้ความสะใจกองเชียร์ แต่ความจริงถ้าอยากได้นักการเมืองน้ำดีมาไล่น้ำเน่าที่นั่งอยู่เต็มสภา นี่คือข้อเสนอที่เต็มไปด้วยอคติ และไม่เข้าใจความเป็นจริงของอาชีพนักการเมืองเลยปรับลดในบางส่วนได้ เช่น ลดค่าอาหารให้สมเหตุสมผล แต่ยังควรมีให้ไม่ใช่ตัดทิ้งทั้งหมด เพราะถ้าให้ไปต่อคิวหาซื้ออาหารทานเองก็เสียเวลาในการประชุมเพราะการประชุมสภาไม่มีการพักกลางวัน หลายครั้งประชุมถึงดึกดื่นเที่ยงคืน หรือข้ามคืน จะไปหาซื้อรับประทานจากไหนเรื่องนี้ไปหาความลงตัวกันในกมธ.กิจการสภา แต่ไม่ใช่ตัดแบบเอาซีน เอามัน สะใจ เงินเดือนสส. 1 แสนเศษ หักภาษี หักเงินเข้ากองทุนอะไรต่าง ๆ เหลือเข้าบัญชีสุทธิ 9 หมื่นกว่าบาท เฉลี่ยวันละ 3 พันนิด ๆ ไม่ถือว่ามาก จะลองชำแหละให้ฟังคร่าว ๆนางอมรัตน์ ชี้แจงว่า ประสบการณ์ส่วนตัว ค่าพวงหรีดดอกไม้สดพวงละพันกว่าบาท (1,200-1,500) วันไหนวางหรีดงานศพเกิน 2 งานก็หมดแล้วไม่นับงานบวช งานแต่ง งานบุญ กฐินผ้าป่า แม้จะเลือกไปเฉพาะงานที่จำเป็นก็เยอะแล้ว เงินช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเหตุการณ์เฉพาะหน้า เช่น งานสงเคราะห์ค่ารถค่าราผู้ยากไร้ ผู้ประสบภัยต่าง ๆ สปอนเซ่อร์งานวันเด็ก ทีมกีฬา ตามที่ขอมา ค่าใช้จ่ายร่วมกิจกรรมทางสังคมต่าง ๆ ที่มากกว่าอาชีพอื่นโดยเฉลี่ยแน่นอน สส.พรรคส้ม ยังมีการแบ่งเงินไปบริจาคเงินช่วยเหลือพรรคด้วย อาชีพนักการเมืองไม่ใช่อาชีพมั่นคง แม้แต่ธนาคารยังไม่กล้าปล่อยกู้ซื้อบ้านซื้อรถ ไม่มีโบนัส แต่ภาษีสังคมสูงกว่าอาชีพอื่น ๆ โดยเฉลี่ย มีวาระแค่ 4 ปี (ตามสถิติเกือบครึ่งสภาไม่ได้ไปต่อในการเลือกตั้งครั้งถัดไป) เมื่อหมดวาระ การกลับไปเริ่มต้นชีวิตเดิมที่เคยละทิ้งมาก็ไม่ง่าย กลับไปต่อไม่ติดถ้าจะตัดทุกอย่างแบบดูเท่ ตัดให้สะใจกองเชียร์ คนธรรมดาก็อยู่ไม่ได้ ไปเพ่งเล็งคนขาดลามาสาย โดดประชุมสภาดีกว่า คนหนุ่มสาวที่มีไฟ มีอุดมการณ์ แต่ไม่มีทุนรอน จะไม่กล้าเสี่ยงทิ้งอาชีพมั่นคงมาทำการเมืองสุดท้ายสภาจะเหลือใคร ที่เหลือจะไม่ใช่คนธรรมดาที่อยากเปลี่ยนประเทศ แต่จะเหลือแต่คนที่มีเงิน มีอำนาจ หรือเข้ามาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง ถ้าอยากไล่นักการเมืองน้ำเน่าออกจากสภา อย่าทำให้ “ส.ส.น้ำดี” เข้ามาไม่ได้ตั้งแต่แรก

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“หมอวรงค์” ลั่น สวน”ประธานสภาฯ“ ย้ำ ไม่ใช่เรื่องตลก ปมชงยกเลิกงบฯ เลี้ยงอาหารสส.ทั้งสภา
Politics2026 Mar 16 :: 13:02

“หมอวรงค์” ลั่น สวน”ประธานสภาฯ“ ย้ำ ไม่ใช่เรื่องตลก ปมชงยกเลิกงบฯ เลี้ยงอาหารสส.ทั้งสภา

“หมอวรงค์” ลั่น สวน”ประธานสภาฯ“ ย้ำ ไม่ใช่เรื่องตลก ปมชงยกเลิกงบฯ เลี้ยงอาหารสส.ทั้งสภา ถาม“ไอซ์-รัชนก“ พรรคปชน. พร้อมเอาด้วยไหม เอางบฯไปช่วยทหารเกณฑ์หรือค่าอาหารกลางวันเด็ก ยังดีกว่าวันที่ 16 มีนาคม 2569 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี เผยแพร่คลิปภาพและเสียงในเฟซบุ๊กส่วนตัว กล่าวถึงกรณีข้อเสนอของตนที่ขอให้ทางสภาฯยกเลิกงบประมาณอาหารของ สส.ในสภา ที่เฉลี่ยตกหัวละ1,000บาท/ คน/ วันในหัวเรื่อง “#ถึงน้องไอซ์รัชนก” มีสาระใจความว่า ผมเห็นน้องไอซ์ น.ส.รัชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนโพสต์ เรื่องที่ผมพูดในสภาถึง การตัดงบอาหารส.ส. และยังสื่อสารว่า พรรคตนเองมีการเสนอตัดงบนี้มาตลอด สิ่งที่ผมอยากบอกน้องไอซ์ เรื่องนี้ประชาชนไม่ต้องการแค่ตัดงบ แต่ต้องการให้ยกเลิกอาหารฟรี และให้ส.ส.ซื้อกินเอง เพราะเงินเดือนส.ส.มากนับแสนบาท ไหนๆเราพูดเรื่องนี้ก็ดีแล้ว ถามไอซ์ว่า ส.ส.พรรคประชาชน พร้อมจะซื้ออาหารกินเอง ไม่กินอาหารสภา? หรือจะลดจำนวนผู้ช่วยส.ส. เหลือ 3 คนด้วยก็ได้? เราจะได้ร่วมกันเริ่มต้นให้เห็น จะได้ช่วยกันกดดันสภาให้เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เอาแค่พูดเฉยๆ อย่างน้อยงบส่วนนี้ ไปช่วยเพิ่มสวัสดิการให้พี่น้องทหารเกณฑ์ หรือ อาหารกลางวันเด็กนักเรียนก็ยังดี“ท้ายนี้ขอฝากไปยัง ท่านประธานสภาด้วยครับ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องตลก แต่คือจิตสำนึกของนักการเมือง ที่อาสาเข้ามารับใช้ประชาชน และท่านควรรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนด้วย” นพ.วรงค์ กล่าวย้ำ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"พริษฐ์" ซัดกลับ "เอิร์ธ พงศกร" บอกไม่ได้หวังให้ใครเป็นบริวาร ทำงานฝ่ายค้านต้องเคารพซึ่งกันและกัน
Politics2026 Mar 16 :: 12:34

"พริษฐ์" ซัดกลับ "เอิร์ธ พงศกร" บอกไม่ได้หวังให้ใครเป็นบริวาร ทำงานฝ่ายค้านต้องเคารพซึ่งกันและกัน

"พริษฐ์" มองเป็นสิทธิของ ปชป.งดออกเสียงโหวต ปธ.สภาฯ ซัดกลับ "เอิร์ธ พงศกร" บอกไม่ได้หวังให้ใครเป็นบริวาร ทำงานฝ่ายค้านต้องเคารพซึ่งกันและกัน ยันส่ง ‘เท้ง’ ชิงนายกฯ ไม่ได้สร้างภาพ-ไม่คิดตั้งรัฐบาลแข่ง - รับ ข้อมูลรั่วไหลเป็นข้อบกพร่อง เตรียม อุทธรณ์คำสั่งกรมการปกครอง ชี้ บางส่วนไม่สมเหตุสมผล หวั่น กกต.ตัดจบ ปม ฮั้ว สว.ไปไม่ถึงศาล -"ปชน." ขอ รัฐบาลเปิดข้อมูลจริง ปริมาณน้ำมัน ปม สงครามตะวันออกกลาง แนะ ลดค่าไฟ สร้างแรงจูงใจประชาชนวันที่ 16 มี.ค. 69 ที่ทำการพรรคประชาชน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการโหวตเลือกประธานสภา ที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุถึงเหตุผลที่งดออกเสียงเพราะพรรคประชาชนไม่ได้ติดต่อไปอย่างเป็นทางการว่าจะส่งนายพริษฐ์เป็นประธานสภา ว่า เป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรคจะลงคะแนนเช่นไร ขอไม่ก้าวล่วงแต่ละสิทธิ์ของพรรคการเมือง ในข้อเท็จจริง คือนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตประธานวิปฝ่ายค้าน ได้แจ้งพรรคประชาธิปัตย์ล่วงหน้าไปแล้วหลายวัน ว่าพรรคประชาชนจะส่งบุคคลชิงตำแหน่งประธานสภาฯ พร้อมย้ำว่าพรรคประชาชนเคารพสิทธิ์ของแต่ละพรรค ในการลงมติ โดยเมื่อวานนี้(15 มี.ค. 69) เป็นวาระแรกของสภาชุดนี้ ต้องยอมรับว่าก่อนที่จะมีการเลือกประธานสภา อาจจะยังไม่มีความชัดเจนเท่าวันนี้ ว่าพรรคไหนอยู่ในซีกรัฐบาลและพรรคไหนอยู่ในซีกฝ่ายค้าน แต่วันนี้มีความชัดเจนแล้วว่าพรรคไหนที่อยู่ในซีกฝ่ายค้าน คงจะต้องมีการหารือร่วมกันผ่านกลไกฝ่ายค้านเพื่อวางแผนทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลร่วมกันไม่ได้มีปัญหาอะไรเมื่อถามว่าเป็นเพราะพรรคประชาชนไม่ได้แจ้งว่าจะส่งใครลงชิงตำแหน่งประธานสภาใช่หรือไม่ พรรคประชาธิปัตย์จึงมีมติงดออกเสียง นายพริษฐ์ ย้ำว่าเราแจ้งไปแล้วว่าจะส่งบุคลากรของพรรคในวาระเลือกประธานสภา แต่ไม่ได้แจ้งชื่อตัวบุคคล ส่วนที่ถูกมองว่าภาพรวมของฝ่ายค้านไม่มีเสถียรภาพนั้น คือการทำงานของฝ่ายค้านมีความแตกต่างจากพรรคร่วมรัฐบาล เพราะพรรคร่วมรัฐบาลตกลงเป็นรัฐบาลร่วมกัน ดังนั้นความคาดหวังในประเด็นต่างๆไม่ว่าจะเป็นกฎหมายที่ถูกเสนอครม.หรือ นโยบายต่างๆของฝ่ายบริหาร โดยหวังว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องมีจุดยืนสอดคล้องกันเป็นเอกภาพส่วนฝ่ายค้านเป็นการรวมตัวกันของฝ่ายที่ไม่ได้อยู่ในพรรคร่วมรัฐบาล จึงมีจุดยืนในบางประเด็นที่แตกต่างกัน การทำงานจึงต้องเคารพจุดยืนที่แตกต่างกันในบางประเด็น ไม่ได้ลดทอนจุดร่วมที่จะต้องตรวจสอบรัฐบาลเมื่อถามว่าคนในพรรคประชาชนระบุว่า พรรคที่ไม่ได้โหวตให้กับตำแหน่งประธานสภากลายเป็นพรรคที่รอร่วมรัฐบาล นายพริษฐ์ กล่าวว่า ความเห็นของพรรค ขอไม่ก้าวล่วงการตัดสินใจขอพรรคการเมืองอื่นส่วนที่นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่บริวารของใครนั้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราก็ไม่ได้คาดหวังให้ใครมาเป็นบริวารของเรา เราทำงานด้วยการเคารพกันและกัน ทำงานในซีกฝ่ายค้านแม้จุดยืนจะแตกต่างกันบ้าง แต่เป็นเรื่องปกติในการทำงานของฝ่ายค้านตั้งแต่ดูจากการทำงาน สมัยพรรคก้าวไกลถึงพรรคประชาชน เราทำหน้าที่เป็นแกนนำฝ่ายค้านมาโดยตลอด ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านเปลี่ยนไปตลอด การทำงานก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเมื่อถามถึงกรณีการส่งชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งนางสาวธิษะณา ชุณหะวัณอดีต สส.กทม พรรคประชาชนออกมาแสดงความคิดเห็นว่าทำไปเพื่อสร้างกระแส นายพริษฐ์ ยืนยันว่า ตั้งแต่ผลการเลือกตั้งออกมา เราดำเนินการตามสิ่งที่พูดไว้ก่อนการเลือกตั้ง คือเคารพสิทธิ์ของพรรคการเมืองอันดับ 1 ในการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งชัดเจนแล้วว่าเขาสามารถรวบรวมเสียงเพียงพอจัดตั้งรัฐบาลได้ หากย้อนไปดูในอดีตประวัติศาสการเมืองไทยหรือระบบรัฐสภาในประเทศอื่น มีกรณีที่พรรคฝ่ายค้านเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯและมีกรณีที่ไม่เสนอชื่อ ซึ่งเป็นสิทธิ์ของแกนนำฝ่ายค้านในแต่ละยุคว่าจะตัดสินใจอย่างไร ไม่ใช่สิ่งที่เกินเลยสามารถเกิดขึ้นได้ในระบบรัฐสภาไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลแข่งทั้งนี้นางสาวธิษะณายังแสดงความเห็นว่าพรรคประชาชนตั้งใจจะสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองดูดีเพื่อให้ทัวร์ไปลงพรรคเพื่อไทย นายพริษฐ์ กล่าวว่า ไม่มีความคิดเช่นนั้น ตามระบบรัฐสภา เมื่อรวบรวมเสียงตั้งรัฐบาลได้ ก็มีทั้งกรณีที่พรรคฝ่ายค้านเสนอชื่อบุคคลในวาระการเลือกนายกและก็มีกรณีที่ไม่เสนอชื่อ ไม่ได้เป็นการพยายามสร้างความเข้าใจผิด พร้อมย้ำว่าไม่ได้เป็นการตั้งรัฐบาลแข่ง ไม่มีความพยายามในการติดต่อหรือไปรวมเสียงรับ ข้อมูลรั่วไหลเป็นข้อบกพร่อง เตรียม อุทธรณ์คำสั่งกรมการปกครอง ชี้ บางส่วนไม่สมเหตุสมผลส่วนกรณีข้อมูลรั่วไหล โดยระบุว่า ประเด็นดังกล่าวพรรคได้ชี้แจงผ่านแถลงการณ์ไปแล้วเมื่อวานนี้ จึงขอให้ยึดตามรายละเอียดในแถลงการณ์ดังกล่าวเป็นหลัก เนื่องจากมีข้อมูลเชิงเทคนิคค่อนข้างมาก และไม่ต้องการให้เกิดความคลาดเคลื่อนจากการอธิบายเพิ่มเติมเมื่อถามถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อมูลที่รั่วไหล นายพริษฐ์ กล่าวว่า กรณีที่กรมการปกครองมีคำสั่งออกมาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว มีทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องกันและส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกัน โดยในส่วนของกรมการปกครอง พรรคได้ชี้แจงท่าทีไปแล้วผ่านแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ และเห็นว่าบางประเด็นของคำสั่งดังกล่าวอาจยังไม่สมเหตุสมผล จึงมีแนวโน้มที่จะดำเนินการอุทธรณ์คำสั่งต่อไปสำหรับกรณีข้อมูลรั่วไหล นายพริษฐ์ ระบุว่า การดำเนินการยังคงเป็นไปตามแผนที่วางไว้ก่อนหน้านี้ โดยขณะนี้ยังมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาและจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนข้อเรียกร้องของแฟนคลับพรรคที่อยากให้มาจัดการแก้ปัญหาให้ดีกว่านี้นั้น นายพริษฐ์ ยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นข้อบกพร่องและความผิดพลาดที่พรรคต้องน้อมรับ พร้อมยืนยันว่าพรรคได้รับฟังเสียงสะท้อนจากสมาชิกและผู้สนับสนุน และจะพยายามสื่อสารชี้แจงในประเด็นที่ยังเป็นข้อสงสัยให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น“พริษฐ์” หวั่น กกต.ตัดจบ ปม ฮั้ว สว.ไปไม่ถึงศาล ชวน ปชช.จับตาใกล้ชิด สงสัย ไม่ยึดหลักฐานตามคณะไต่สวนฯชุดที่ 26 เป็นใบสั่งหรือไม่ เร่ง ให้เสร็จก่อนโหวตเลือกนายกฯแถลงข่าวชวนประชาชนจับตามติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เกี่ยวกับคดีโกง สว. ที่ไปไม่ถึงศาล ก่อนที่จะมีการเลือกนายกรัฐมนตรี ว่า เรากำลังจับตาดูการประชุมของคณะกรรมการการเลือกตั้งในสัปดาห์นี้ ว่า มีความพยายามดังกล่าวหรือไม่ เพื่อหวังเคลียร์ข้อคอรหาทั้งหมด ก่อนที่จะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และล่าสุด คณะกรรมการสืบสวนไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง กกต. และดีเอสไอ มีมติออกมาว่า ให้ กกต. ส่งคำร้องไปยังศาล เพื่อดำเนินคดีผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน เป็น สว. 138 คน ที่เหลือเป็นผู้ที่เกี่ยวข้อง และนักการเมือง ขณะที่อีกคณะได้มีมติสวนทางกัน คือ คณะอนุกรรมการวินิจฉัย ชุดที่ 36 ซึ่งเป็นคณะที่ กกต. ตั้งขึ้นมาเพื่อวินิจฉัยข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสำนวน การสืบสวนหรือไต่สวน โดยคณะนี้มีมติ สวนทางกับคณะชุดที่ 26 คือมีมติไม่ให้ กกต. ส่งคำร้องไปที่ศาล และยุตติการดำเนินคดี เนื่องจากเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ไม่มีมูลความผิดแต่อย่างใด นี่คือสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ พรรคประชาชนจึง มีความเห็น ว่า กกต. ไม่ควรมีเหตุผลใดที่ไม่ส่งคำร้อง ไปยังศาล เพื่อดำเนินคดีผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ตามข้อเสนอของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ด้วย เหตุผล 4 ประการ คือ 1.หลักฐานของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 มีน้ำหนักเพียงพอ เช่น บัตรเลือก สว. ที่มีการเลือกชุดตัวเลขเดียวกันเรียงต่อกันเยอะพอสมควรซึ่งจากการคำนวนทางวิทยาศาสตร์เป็นไปได้ยากมาก ว่า เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นโดยบังเอิญ ปราศจากการฮั้ว หรือ แลกเปลี่ยนคะแนนกัน และยังมีหลักฐานการรวมตัวกัน มีการว่าจ้างหลักหมื่นหลักแสนบาท รวมถึงมีเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหลักฐานในคดีนี้มีความหนักแน่นเพียงพอมากกว่าอีกคดีหนึ่ง ที่ กกต. มีมติส่งศาล เพราะมีหลักฐานเพียงแค่แชทไลน์ระหว่างผู้สมัคร สว. 2 คน เพื่อแลกคะแนนกัน จึงมองว่าหลักฐานที่คณะไต่สวนชุดที่ 26 มี หนักแน่นกว่ากรณีดังกล่าว หาก กกต. ไม่ส่งศาล ต้องออกมาตอบสังคมให้ชัด ว่ามีพยานหลักฐานอื่นใดมาหักล้าง กับหลักฐานของคณะไต่สวนชุดที่ 26 มี เพราะเสียงจะถูกมองว่าใช้ดุลยพินิจตามอำเภอใจ ทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐอย่างร้ายแรง ซึ่งถือว่าเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ2.ถ้า กกต. ไม่ควรอ้างการไม่ส่งเรื่องไปศาล เพราะคณะอนุวินิจฉัย ชุดที่ 36 มีมติไม่ให้ส่งศาล เพราะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 กำลังถูกตั้งคำถามเรื่องความชอบธรรม ทั้งที่มา และการทำหน้าที่ ในข้อกฎหมายมีข้อถกเถียงกัน ว่า ขณะนี้ตั้งขึ้นมาถูกต้องหรือไม่ เพราะ กกต. ตั้งชุดนี้ขึ้นมาเมื่อเดือนกันยายน 2568 ซึ่งถือว่าเลยกรอบเวลา 1 ปี หลังมีการรับรอง สว. อาจขัดระเบียบ กกต. ในการสืบสวนสอบสวน ซึ่งกรณีนี้ สว. สำรองบางส่วนได้ดำเนินการฟ้อง กกต. ไปบ้างแล้ว จึงเกิดการตั้งคำถาม ว่า เหตุใดจึงตั้งคณะชุดนี้ขึ้นมาเฉพาะในการดำเนินคดีเรื่องโกง สว.3.หาก กกต. ยังดึงดันไม่ส่งศาล และไม่มีหลักฐานมาหักล้าง สังคมจะตั้งคำถามว่า กกต. ใช้อำนาจโดยมิชอบ หรือ มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เพราะ กกต. 7 คน ที่จะมาชี้ขาดเรื่องนี้มี 4 คนที่ถูกรับรองโดย สว. ที่ถูกกล่าวหา อยู่ในสำนวน ปฏิเสธไม่ได้นี่คือตัวอย่างของผลประโยชน์ทับซ้อน หาก กกต. ตัดสินใจ ในลักษณะที่สวนกับหลักฐานข้อเท็จจริง สังคมก็จะตั้งคำถามถึง กกต. 4 คนนั้น ได้ถูกรับรองด้วยเงื่อนไขว่าจะช่วยคดีโกง สว. ไปไม่ถึงศาลหรือไม่4.หาก กกต. เร่งรีบที่จะมีมติในสัปดาห์นี้เลย สังคมก็จะตั้งคำถามว่า กกต. ใช้อำนาจโดยมิชอบ โดยมีใบสั่ง และต้องการเคลียร์ปัญหาให้หมด ก่อนการเลือกนายกรัฐมนตรีในสภาใช่หรือไม่ เพราะผู้ที่จะถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรี ก็เป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาในสำนวนเช่นกัน ดังนั้น หากใครในสังคมนี้เชื่อว่าบุคคลดังกล่าวมีอิทธิพลเหนือ กกต. สิ่งหนึ่งที่จะทำได้ คือ การขอให้ กกต. เร่งมีมติสรุปส่งเรื่องไปที่ศาล และตัดจบคดีโกง สว. ตั้งแต่สัปดาห์นี้ เพื่อปิดช่องไม่ให้ สส. คนใด อภิปรายในระหว่างวาระเลือกนายกรัฐมนตรีได้นายพริษฐ์ ยังกล่าวต่อว่า ข้อมูลเหล่านี้ต้องเผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบ เพราะเป็นข้อกังวลที่ต้องการสื่อสารให้กับประชาชน“เมื่อได้รับข่าวมา ว่า มีการกระทำอะไรที่มิชอบ หน้าที่ผมในฐานะผู้แทนราษฎร ก็ต้องพยายามออกมาดัก และยับยั้งไม่ให้ปัญหานั้นเกิดขึ้น ผมไม่ได้ไปกล่าวหาสรุปว่า มีใบสั่ง แต่ผมก็มีความกังวลใจ ว่าจะมีความพยายามหรือไม่ ในการทำให้คดีนี้ มีข้อสรุปว่าไม่ถูกส่งไปที่ศาล ก่อนวาระการเลือกนายกฯ ดังนั้นต้องจับตาการประชุมของ กกต. ในสัปดาห์นี้เป็นพิเศษ และแม้ผ่านพ้นสัปดาห์นี้ไป ก็ไม่ใช่ว่าปัญหานี้จะจบไป เรื่องนี้ยังเป็นข้อเสนอของพรรคต่อไป และยืนยัน ว่า กกต. ควรเดินหน้าตามข้อเสนอของคณะไต่สวนชุดที่ 26“ นายพริษฐ์ กล่าวทั้งนี้นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ถ้าเห็นว่ามีการกระทำที่เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบก็ดำเนินการทางกฎหมายแน่นอน แม้จะเห็นว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือ ความอยุติธรรม เรื่องนี้ต้องดำเนินการโดยที่ไม่มีใครมาประวิงเวลา แต่ก็ต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตามพยานและหลักฐานข้อเท็จจริง อยากจะบอกว่าอยากให้ดำเนินการเร็วเพียงอย่างเดียว เพราะเดี๋ยว กกต. จะรีบตัดจบเร็ว ว่า กรณีนี้ไม่มีมูล และไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล แต่เมื่อเดินทางมาถึงขั้นตอนนี้แล้ว กกต. ควรจะเดินหน้าตามคณะไต่สวน ชุดที่ 26"ปชน." ขอ รัฐบาลเปิดข้อมูลจริง ปริมาณน้ำมัน ปม สงครามตะวันออกกลาง แนะ ลดค่าไฟ สร้างแรงจูงใจประชาชนส่วนสถานการณ์น้ำมันในประเทศ ในภาวะสงครามตะวันออกกลาง พรุ่งนี้พรรคประชาชนจะมีการแถลงรายละเอียดแต่เบื้องต้น มีประเด็นที่จะนำเสนอคือเรื่ปริมาณและราคาโดยเรื่องปริณอยากให้ร้ฐเปิดเผยข้อมูลจัดทำแดชบอร์ด (Dashboard) เพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่า ตกลงแล้ว มีปริมาณภาพรวมน้ำมันอยู่ที่เท่าไหร่เพียงพอหรือไม่และการขาดแคลนในปั๊มต่างๆ เกิดขึ้นจากการไม่เพียงพอ หรือการขนส่ง หรือปัญหาในการกักตุนส่วนมาตรการประหยัดพลังงาน หากรัฐจะมีมาตรการดังกล่าวต้องควบคู่ไปกับการสร้างแรงจูงใจปคะชาชน เช่น มาตรการ work from home พี่ต้องควบคู่มากับมาตรการลดค่าไฟ หรือ ส่งเสริมให้ประชาชนใช้ขนส่งสาธารณะ ก็ต้องมาพร้อมกับการสนับสนุนค่าโดยสารด้วยส่วนความกังวลใจเรื่องการตรึงราคาน้ำมันดีเซล ที่กำลังจะครบกำหนด แล้วรัฐจะมีมาตรการอย่างไรต่อนั้น ก็อาจจะจำเป็นต้องมีการใช้งบประมาณเงินกู้เพิ่มเติม หรือลดภาษีสรรพสามิต ซึ่งอาจจะกระทบรายได้ของรัฐ โดยพรรคประชาชนได้มีข้อเสนอว่า หากรัฐบาลไม่ตึงราคาด้วยอัตราเท่าเดิม อย่างน้อยที่สุดต้องมีการช่วยเหลือ เรื่องค่าครองชีพให้กับกลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เช่น กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มอาชีพที่จำเป็นต้องใช้น้ำมัน รวมไปถึงค่าขนส่ง ที่จะทำให้ผลกระทบครั้งนี้ไม่นำไปสู่การขึ้นราคาสินค้า และส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนในภาพรวมทั้งนี้นายพริษฐ์ กล่าวถึง ประเด็นโรงกลั่นน้ำมันด้วยว่า เห็นด้วยในประเด็น หากโรงกลั่นมีกำไรที่สูงเกินสมควร หากอะไรที่ทำได้เพื้อให้การ เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข พรรคประชาชนก็จะสนับสนุน“พริษฐ์” ย้ำ เดินหน้าตรวจสอบปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ชี้ เสี่ยงกระทบหลักการลงคะแนนลับ พร้อมเดินหน้าคดี ม.157 ควบคู่ใช้เวทีสภาตรวจสอบ กกต. เตรียมดันกฎหมาย 20-30 ฉบับ รวมถึงแก้ รธน.เปิดทางประชาชนถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จับตา ผลเลือกตั้งสุพรรณบุรี เขต 2 หลังนับคะแนนใหม่ต่างกันเท่าตัวส่วนการตรวจสอบบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ว่า ตอนนี้การตรวจสอบเรื่องดังกล่าวดำเนินการไปหลายช่องทาง ซึ่งมีทั้งภาคประชาชนยื่นไปที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดินก็กำลังจะยื่นต่อไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ในส่วนของพรรคประชาชนได้ยื่นดำเนินคดีอาญามาตรา 157 ไปแล้ว ซึ่งจุดร่วมที่เรามีตรงกันในเรื่องนี้ คือ จะทำอย่างไรให้ไม่มีบาร์โค้ดที่สามารถระบุรหัสบัตรอยู่ในบัตรเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งครั้งถัดไป เพราะเห็นชัดเจนแล้วว่าการมีบาร์โค้ดที่ระบุรหัสบัตรได้ ทำให้สามารถตรวจสอบได้ ว่า ใครกาให้กับใคร ทำให้การออกเสียงไม่เป็นไปโดยลับ จึงไม่ต้องการให้มีบาร์โค้ดอยู่ในบัตรเลือกตั้งอีกต่อไปส่วนที่คนวิจารณ์ว่าพรรคประชาชน พอได้รายงานตัวเป็น สส.ก็ไม่ตรวจสอบแล้ว นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราเดินหน้าสองขาคู่ขนานกัน เพราะเห็นปัญหาของการการเลือกตั้ง ก็พยายามใช้ช่องทางต่างๆในการตรวจสอบ เจตนาไม่ได้ต้องการให้เปลี่ยนผลการเลือกตั้ง แต่เพื่อต้องให้เกิดการรับผิดรับผิดชอบทางกฎหมาย หากมีการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฏหมายและมีข้อบกพร่องเกิดขึ้นโดยเมื่อสภาเปิดสมัยประชุมแล้ว ก็เป็นพื้นที่ในการผลักดัน โดยใช้กลไกในสภาตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต. ด้วย และเตรียมยืนร่างกฎหมาย 20 - 30 ฉบับ หนึ่งในนั้นคือการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา เพื่อเปิดช่องให้ประชาชนกลับมามีสิทธิ์เข้าชื่อริเริ่มกระบวนการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ และผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นคือการทำให้องค์กรอิสระ ไม่เป็นอิสระจากประชาชน หากประชาชนเห็นว่าสิ่งที่ กกต. ดำเนินการเป็นอำนาจโดยมิชอบก็สามารถเข้าชื่อถอดถอนได้ทั้งนี้อยากให้ประชาชนจับตาการตรวจสอบ การเลือกตั้งที่จังหวัดสุพรรณบุรี เขต 2 เพราะปัจจุบันที่ผลการเลือกตั้งจากการนับใหม่มีคะแนนต่างกันแบบเท่าตัว ซึ่งเราตรวจสอบเรื่องนี้ 2 ทาง คือ 1.ให้ กกต. นับคะแนนใหม่ทั้งเขตเลือกตั้ง แม้ผลการเลือกตั้งไม่ได้เปลี่ยน แต่จะทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น และทำให้เห็นความผิดพลาดที่สะท้อนถึงกระบวนการในภาพกว้าง ที่มีการทุจริตในระดับหน่วยเลือกตั้ง 2.ได้ดำเนินคดีกับ กปน. ที่นับคะแนนโดยมิชอบ“พริษฐ์” ป้อง ปชน. ถูกแฮกข้อมูลสมาชิกรั่วไหล เชื่อ กรมการปกครอง ออกคำสั่งไม่สมเหตุสมผล เตรียมยื่นอุทธรณ์ ยัน หลังจากนี้จะสื่อสารให้ชัดเจนในประเด็นข้อสงสัยกรณีกรมการปกครองสั่งยกเลิกการให้พรรคประชาชนใช้งานระบบ DOPA-Digital ID และเครื่องอ่าน Smart Card ทันที ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม หลังพบข้อมูลสมาชิกรั่วไหลว่า คำสั่งของกรมการปกครองกับข้อมูลสมาชิกรั่วไหล มีทั้งส่วนที่คาบเกี่ยวกันและไม่เกี่ยวกัน แม้จะมีคำสั่งของกรมการปกครองออกมา แต่พรรคประชาชนขอยืนยันไปตามที่พรรคได้ออกแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ ซึ่งในภาพรวมเห็นว่ามีบางอย่างที่ไม่สมเหตุสมผล และตั้งใจว่าจะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวทั้งนี้ ข้อมูลที่รั่วไหลขอย้ำว่าเป็นไปตามแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ของพรรคประชาชนเช่นกัน ทั้งนี้ พรรคได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคค (PDPC) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ซึ่งน้อมรับในข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น เรารับฟังเสียงสะท้อนจากสมาชิกเช่นกัน ประเด็นอะไรที่เป็นข้อสงสัยอยู่ก็จะพยายามสื่อสารให้ชัดเจนขึ้น

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

สภาฯ บรรจุวาระโหวตนายกฯ 19 มี.ค. เวลา 10.00 น.
Politics2026 Mar 16 :: 12:07

สภาฯ บรรจุวาระโหวตนายกฯ 19 มี.ค. เวลา 10.00 น.

สภาฯ บรรจุวาระโหวตนายกฯ 19 มี.ค. เวลา 10.00 น.วันที่ 16 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกหนังสือด่วนมากที่ สผ 0014/ผ 2 ถึง สส. เรื่อง การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เนื่องด้วยประธานสภาผู้แทนราษฎรได้มีคำสั่งให้นัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ในวันที่ 19 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไปโดยมีระเบียบวาระ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม คือ รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร จากนั้นเข้าสู่เรื่องด่วน คือการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

‘รมว.พลังงาน’ ถกตัวแทนผู้ค้าน้ำมัน-โรงกลั่น วางมาตรการระบายน้ำมัน เร่งระดมเพิ่มรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน-เพิ่มรอบส่ง ระบายสู่สถานีบริการ
Politics2026 Mar 16 :: 11:56

‘รมว.พลังงาน’ ถกตัวแทนผู้ค้าน้ำมัน-โรงกลั่น วางมาตรการระบายน้ำมัน เร่งระดมเพิ่มรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน-เพิ่มรอบส่ง ระบายสู่สถานีบริการ

‘รมว.พลังงาน’ ถกตัวแทนผู้ค้าน้ำมัน-โรงกลั่น วางมาตรการระบายน้ำมัน เร่งระดมเพิ่มรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน-เพิ่มรอบส่ง ระบายสู่สถานีบริการวันที่ 16 มีนาคม 2569 ที่ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน พร้อมด้วย นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้เรียกตัวแทนกลุ่มผู้ค้าน้ำมันและผู้แทนจากโรงกลั่นน้ำมันเข้าร่วมการประชุมด่วน เพื่อหารือประเมินสถานการณ์ร่วมกันอย่างใกล้ชิด และวางมาตรการรับมือเพื่อแก้ไขปัญหาการกระจายน้ำมันที่ล่าช้าภายหลังการประชุมกระทรวงพลังงานและผู้ค้าน้ำมันได้ข้อสรุปและแนวทางปฏิบัติในการเร่งระบายน้ำมันสู่สถานีบริการ เช่น การระดมเพิ่มจำนวนรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน การเพิ่มรอบและปริมาณการกระจายน้ำมันออกจากคลังไปยังพื้นที่เป้าหมายให้รวดเร็วยิ่งขึ้นทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยเชื่อมั่นว่าจากมาตรการเร่งด่วนทั้งหมดนี้ จะช่วยเติมเต็มปริมาณน้ำมันในสถานีบริการที่ขาดแคลน และทำให้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ขอให้ประชาชนคลายความกังวลและมั่นใจในเสถียรภาพทางพลังงานของประเทศ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

เปิดตัว "กองทุนสิทธิพลเมืองฯ" ช่วยประชาชน ถูก กกต.ฟ้องคดีเลือกตั้ง
Politics2026 Mar 16 :: 10:07

เปิดตัว "กองทุนสิทธิพลเมืองฯ" ช่วยประชาชน ถูก กกต.ฟ้องคดีเลือกตั้ง

เปิดตัว "กองทุนสิทธิพลเมืองฯ" ช่วยประชาชน ถูก กกต.ฟ้องคดีเลือกตั้ง ด้าน “สมชัย” เผยไม่ขอยุ่งเกี่ยว แต่ช่วยระดมทุน ย้ำไม่ได้ช่วยแค่ 6 คนที่ถูกฟ้องวันที่ 16 มีนาคม 2569 ที่นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ นายสมชัย ศรีสุทธยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมแถลงข่าวคืบหน้าการตั้งกองทุน สู้ กกต. พร้อมคณะกรรมการกองทุนทั้ง 5 คน ได้แก่ รศ.ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์นิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์, น.ส.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ เลขาธิการ พีเน็ต หรือ มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย, นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการ iLaw หรือโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน, นายพงษ์ศักดิ์ จันทร์อ่อน ผู้อำนวยการ We Watch หรือ เครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์เลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย และนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความประจำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน หลังมีการประชุมคณะกรรมการครั้งแรกรศ.ดร. ปริญญา ระบุว่า คณะกรรมการได้พิจารณาชื่อกองทุนอย่างเป็นทางการว่า “กองทุนสิทธิพลเมือง เพื่อการเลือกตั้งโปร่งใส สุจริต และเที่ยงธรรม” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ใช้สิทธิพลเมืองในการปกป้องให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรม แต่กลับถูกองค์กรที่มีหน้าที่กำกับดูแลการเลือกตั้งดำเนินคดี ซึ่งการช่วยเหลือไม่จำกัดเฉพาะกรณีบุคคล 6 คนที่กำลังเป็นข่าวว่าถูก กกต. แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาอั้งยี่ และยุยงปลุกปั่นเท่านั้น แต่หากมีประชาชนคนใดใช้สิทธิพลเมืองในการปกป้องความโปร่งใสของการเลือกตั้ง แล้วถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม กองทุนนี้สามารถพิจารณาให้ความช่วยเหลือได้เช่นกันนอกจากนี้ รศ.ดร. ปริญญา ย้ำว่า วัตถุประสงค์หลักคือการช่วยเหลือผู้ถูกฟ้องคดี ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อฟ้องร้องโต้กลับ กกต. แต่หากพบว่าการดำเนินคดีของ กกต. เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ ก็อาจพิจารณาให้ความช่วยเหลือในการดำเนินคดีโต้กลับ กกต. ได้ด้วยด้าน นายสมชัย กล่าวขอบคุณคณะกรรมการทั้ง 5 คน ที่อาสาเข้ามาทำหน้าที่ ซึ่งต้องเสียสละทั้งเวลาและความรู้ในการบริหารจัดการกองทุน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ ยืนยันว่าจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกำหนดรายละเอียดของกองทุน ไม่ว่าจะเป็นการตั้งชื่อ การกำหนดวัตถุประสงค์ หรือระเบียบการใช้จ่ายเงินทั้งหมด ซึ่งเป็นอำนาจของคณะกรรมการกองทุนในการพิจารณาตามความเหมาะสม เพื่อให้การดำเนินงานมีความเป็นอิสระและโปร่งใส โดยบทบาทของตนจะเน้นในส่วนของการช่วยระดมทุนจากภาคประชาชนและผู้สนับสนุนต่าง ๆ เพื่อนำเงินมาใช้ช่วยเหลือผู้ที่ถูกดำเนินคดีจากการทำหน้าที่ปกป้องความโปร่งใสของการเลือกตั้งต่อไป การระดมทุนอาจจะเริ่มขึ้นใน 2-3 ถึงสัปดาห์ต่อจากนี้นายสมชัย ระบุอีกว่า เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดว่ากองทุนนี้ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือเฉพาะนายสมชัย ขอยืนยันตรงนี้ว่าการต่อสู้คดีที่ กกต.ฟ้อง จะไม่ขอความช่วยเหลือจากกองทุน ส่วนคดีแพ่งถ้าหากจะมีการฟ้องกลับ กกต. ขอดำเนินการด้วยตังเอง แต่ในส่วนของคดีอาญาที่ฟ้องโต้กลับ กกต. คดีนี้ต้องขอความช่วยเหลือจากกองทุนฯ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

DSI แจงดราม่า “เขากระโดง” ยันไม่ได้ปิดคดี ส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช. เดินหน้าตรวจสอบ
Politics2026 Mar 16 :: 09:30

DSI แจงดราม่า “เขากระโดง” ยันไม่ได้ปิดคดี ส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช. เดินหน้าตรวจสอบ

DSI แจงดราม่า “เขากระโดง” ยันไม่ได้ปิดคดี ส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช. เดินหน้าตรวจสอบวันที่ 16 มี.ค. 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกเอกสารชี้แจงกรณีที่มีข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ว่า ดีเอสไอยุติการสืบสวนคดีที่ดินเขากระโดง จนทำให้สาธารณชนเข้าใจว่ากระบวนการทั้งหมดสิ้นสุดลงและไม่มีการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง โดยยืนยันว่า ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นดีเอสไอระบุว่า ก่อนหน้านี้มีประชาชน 2 ราย ยื่นร้องเรียนกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดินเอกชนซึ่งทับซ้อนกับแนวเขตที่ดินตามพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวเขตก่อสร้างทางรถไฟหลวงต่อจากนครราชสีมาถึงอุบลราชธานี ลงวันที่ 25 พ.ย. 2464 ซึ่งศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาว่าเป็นที่ดินของรัฐ พร้อมทั้งขอให้ดีเอสไอดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของดีเอสไอได้รับเรื่องไว้สืบสวนเป็นสำนวนที่ 97/2568 โดยมีการรวบรวมข้อมูลจากคำพิพากษาศาล คำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา ข้อมูลจากสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และประสานข้อมูลกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)จากการตรวจสอบพบว่า กรณีที่ดินเขากระโดงมีการดำเนินคดีในศาลหลายประเภท ทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีปกครอง รวมมากกว่า 18 คดี โดยคดีแพ่งบางส่วนมีคำพิพากษาศาลฎีกาถึงที่สุดแล้ว ต่อมาศาลปกครองมีคำสั่งให้กรมที่ดินตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 61 เพื่อพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ แต่คณะกรรมการมีมติไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งมีทั้งหมด 995 แปลง และนำไปสู่การฟ้องร้องต่อศาลปกครองอีกคดีหนึ่งในส่วนข้อกล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่รัฐ คณะกรรมการตามมาตรา 61 ถูกกล่าวหาทั้งต่อดีเอสไอและ บก.ปปป. โดยสำนวนของ บก.ปปป. ได้ส่งต่อให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนแล้ว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ดังนั้น ดีเอสไอจึงส่งเรื่องดังกล่าวไปยัง ป.ป.ช. เพื่อรวมพิจารณาเช่นกันดีเอสไอยังระบุว่า ประเด็นการบุกรุกที่ดินของรัฐถือเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามกฎหมาย หาก ป.ป.ช. มีมติหรือประสงค์ให้ดีเอสไอเข้าช่วยดำเนินการในประเด็นใด ดีเอสไอพร้อมให้การสนับสนุน นอกจากนี้ยังมีหลายคดีที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล จึงได้ส่งผลการสืบสวนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ในการดำเนินคดีและปกป้องผลประโยชน์ของรัฐดีเอสไอย้ำว่า กรณีดังกล่าวไม่ได้เป็นการยุติการดำเนินการคดีที่ดินเขากระโดงทั้งหมดตามที่สังคมเข้าใจ แต่เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่าดีเอสไอยังคงมุ่งมั่นดำเนินการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษตามกฎหมายและหลักนิติธรรมต่อไป

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“โสภณ” เผย เลือกนายกฯ 19 มี.ค. นี้ บอก อยากเห็นรัฐบาลมีอำนาจเต็มก่อนสงกรานต์
Politics2026 Mar 16 :: 09:04

“โสภณ” เผย เลือกนายกฯ 19 มี.ค. นี้ บอก อยากเห็นรัฐบาลมีอำนาจเต็มก่อนสงกรานต์

สภาฯ จัดพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ปธ. - รองปธ.สภาฯ ด้าน “โสภณ” พร้อมน้อมนำพระราชดำรัสในหลวงมาปฏิบัติ ให้คำมั่นจะสร้างศรัทธาให้สภาชุดนี้ให้ได้ เผย เลือกนายกฯ 19 มี.ค. นี้ บอก อยากเห็นรัฐบาลมีอำนาจเต็มก่อนสงกรานต์วันที่ 16 มี.ค. 69 ที่ รัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 โดยมี นายโสภณ ซารัมย์ สส.จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.จังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย และนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.จังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีนางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เชิญพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เข้ามายังห้องจัดพิธี จากนั้นอ่านประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานสภาและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ความว่า ด้วยในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 1 วันที่ 15 มีนาคม 2569 ที่ประชุมได้ลงมติเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 116 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรดังต่อไปนี้ นายโสภณ ซารัมย์ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง และ นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สองทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จากนั้นนายโสภณ ซารัมย์ รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ,นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง และนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จาก พรรคภูมิใจไทย และ พรคเพื่อไทย ร่วมแสดงความยินดี อาทิ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ,นายสุชาติ ชมกลิ่น , นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ,นายประเสริฐ จันทรรวงทอง, นายศุภชัย ใจสมุทร ,นางสาวแนนบุญธิดา สมชัย ,นายศิริพงษ์ อังคะสกุลเกียรติ ,นายวราวุธ ศิลปอาชา และ นายซูการ์ โนมาทา พร้อมด้วย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, คณะผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ,คณะผู้บังคับบัญชากลุ่มงานสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง จากนั้นภายหลังจบพิธี นายโสภณ พร้อมด้วยนางสาวมัลลิกา และ นายเลิศศักดิ์ ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับผู้ร่วมพิธี“โสภณ” พร้อมน้อมนำพระราชดำรัสในหลวงมาปฏิบัติ ให้คำมั่นจะสร้างศรัทธาให้สภาชุดนี้ให้ได้ ขอสมาชิกอย่าเรื่องไม่เป็นเรื่องมาใช้เวลาในสภาไม่เป็นประโยชน์ ปธ.และ2รองปธ.พร้อมทำตัวเป็นตัวอย่างความสามัคคีต่างพรรคนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาผู้แทนราษฎรได้แถลงกับสื่อมวลชน หลังเข้าพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยกล่าวว่า ตนและรองประธานทั้ง2คน ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ กับชีวิตของเราทั้ง 3 คนและครอบครัวอย่างหาที่สุดไม่ได้ ที่ได้รับทูลเกล้าทูลกระหม่อมโปรดเกล้าแต่งตั้ง โดยเราทั้ง 3 คนจะน้อมนำ พระราชดำรัส ในวันพิธีเปิดสภา ไปปฏิบัติ วันนี้ถือโอกาสว่าเราทั้ง 3 คนได้ปฎิบัติหน้าที่สมบูรณ์หลังจากได้รับพระบรมราชโองในการทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้ และมีการเลือกตั้งได้สภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 นี้ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชาติรวมถึงพรรคอื่นที่จัดตั้งรัฐบาล พวกเราได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ประธานและรองประธาน พวกเราจะตั้งใจทำงานเพื่อสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นให้ได้ในสมัยสส.ชุดที่ 27 แล้วจะทำให้สภาแห่งนี้เป็นที่พึ่งพิงของประชาชนเราอยากเห็นการเปลี่ยนวิธีคิด และการทำงานของสภา สภาชุดนี้จะเป็นสภาที่ทำงานด้วยการกระทำมากกว่าพูดและไม่ได้ข้อสรุป เรื่องใดที่ประชาชนไม่ชอบหรือเบื่อหน่ายจะไม่ให้เกิดขึ้นเด็ดขาดหรือเรื่องที่เป็นประโยชน์ในการใช้เวลาในสภาหรือเรื่องที่มีสาระน้อย เรื่องไม่เป็นเรื่อง จะใช้เวลาให้น้อยที่สุด ส่วน 3 เรื่อง ที่ได้แสดงวิสัยทัศน์ไปแล้วนั้น เช่น ความทุกข์ร้อนของประชาชนที่มาปรึกษาหารือจะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนกระทู้หรือการปรึกษาหารือ จะไม่เอาเรื่องที่ไม่ใช่ความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเร่งด่วนมาพูด การปรึกษาหารือต้องเป็นเรื่องเร่งด่วน ส่วนเรื่องปัญหาปกติจะอยู่ในกลไกอื่นของสภา โดยเราจะใช้สภาให้เป็นประโยชน์ ส่วนการตรวจสอบเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล อยากเห็นสภาขับเคลื่อนด้วยกฎหมายเพื่อเป็นทิศทาง เป็นเครื่องมือของฝ่ายบริหารผลักดันประเทศให้ข้ามวิกฤตสถานการณ์ของโลกไปได้ โดยในอดีตเราพึ่งฝ่ายบริหารออกกฎหมายแต่ในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 นี้ จะหลอมรวม โดยพวกเราทั้ง 3 คนจะหลอมรวมความคิดการทำงานให้ราบรื่น จะสามัคคีกันไม่แยกพรรค เพราะจะให้เห็นว่าตัวอย่างผู้นำต้องทำก่อน รวมไปถึงงานของฝ่ายเลขาสภาจะต้องขับเคลื่อนไปด้วยความสามัคคี สุดท้ายอยากเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน สิ่งไหนที่ประชาชนไม่ต้องการขอความกรุณาอย่ามาใช้เวลาไม่เกิดประโยชน์นายโสภณยังแถลงต่ออีกว่า บางเรื่องเป็นอุดมการณ์แต่บางเรื่องก็มีข้อจำกัดเราต้องอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง และทำความเป็นจริงของโลกให้ไปทิศทางที่ดีให้ได้ ตนเชื่อมั่นว่าสภาชุดนี้ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านจะมุ่งมั่น เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาซึ่งผ่านวิกฤติการณ์ความเดือดร้อนของประชาชนทางด้านเศรษฐกิจ เราก็จะมุ่งทำงานทางด้านเศรษฐกิจ ขอฝากบอกพี่น้องประชาชนว่าขอให้เป็นกำลังใจ จะตำหนิในทางสร้างสรรค์เรื่องใดที่เราทั้ง 3 พร้อมที่จะรับคำติชมความคิดเห็นจากประชาชนจากหน่วยราชการและที่สำคัญจากสมาชิกเราพร้อมที่จะประชุมในทุกเรื่อง สุดท้ายการถกเถียงในสภาก็ต้องจบด้วยการลงมติ"โสภณ" เผย เลือกนายกฯ 19 มี.ค. นี้ บอก อยากเห็นรัฐบาลมีอำนาจเต็มก่อนสงกรานต์ เหตุ ปัญหารุมเร้า โยน รัฐบาลตอบทิศทางแก้รธน. ลั่น ตลก! หลัง "นพ.วรงค์" ขอ ยกเลิกอาหารกลางวัน ชี้ หารือกันได้ สมาชิกว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้นนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ตนจะเซ็นหนังสือเพื่อออกระเบียบวาระนัดวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มีนาคมนี้ เพราะใจอยากเห็นรัฐบาลมีอำนาจเต็มก่อน สงกรานต์ เพราะตอนนี้วิกฤตต่าง ๆ รุมเร้า การที่รัฐบาลมีอำนาจเต็มจะทำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยืนยันว่าจะมีการโหวตเลือกนายกฯในวันที่ 19 มีนาคมนี้ ถ้าไม่มีอะไรขัดข้องเมื่อถามว่าในสภาชุดที่แล้วร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญยังแก้ไม่เสร็จยังค้างอยู่ สภาชุดใหม่จะเอาอย่างไรต่อ นายโสภณ กล่าวว่า เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะต้องยืนยัน กฎหมายใดที่รัฐบาลยืนยัน ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องยืนยันเข้ามาส่วนกรณีที่นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี เรียกร้องยกเลิกอาหารกลางวันของ สส. จะมีการหาเรื่องอย่างไรต่อ นายโสภณ กล่าวว่า ตลก เรื่องแบบนี้ไม่ต้องมาพูด ในที่แบบนี้เราสามารถหารือกันได้ ถ้าได้ความอย่างไรค่อยแถลงส่วนจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็มีสิทธิ์แถลงตนอยู่สภาฯตั้งแต่ปี 2544 เขาก็เลี้ยงข้าวแบบนี้สมาชิกเอาอย่างไรตนเอาอย่างนั้น ขอให้เป็นมติของสมาชิก ต้องขอบอกไว้เลยว่าตนจะเป็นสภาชุดแรก ที่มีช่วงเวลาหนึ่งให้สมาชิกอภิปรายในนามตัวแทนพรรคว่าอยากเห็นสภานี้เป็นอย่างไร ก็ให้ว่ามาเราทั้ง 3 คนจะได้นำไปปฏิบัติ ซึ่งเราจะเริ่มทำงานแบบมิติใหม่ ๆ และขอให้รอติดตามชมตอนต่อไป

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “โสภณ” นั่งประธานสภา “มัลลิกา-เลิศศักดิ์” นั่งรองประธานสภา
Politics2026 Mar 16 :: 08:11

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “โสภณ” นั่งประธานสภา “มัลลิกา-เลิศศักดิ์” นั่งรองประธานสภา

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “โสภณ” นั่งประธานสภา “มัลลิกา-เลิศศักดิ์” นั่งรองประธานสภาวันที่ 16 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่าด้วยในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง วันที่ 15 มีนาคม 2569 ที่ประชุมได้ลงมติเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นที่เรียบร้อยแล้วอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 116 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้1.นายโสภณ ซารัมย์ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร2.นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 13.นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปประกาศ ณ วันที่ 16 มีนาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ศุภจี” เตรียมชงมาตรการช่วย ปชช.เข้า ครม.17 มี.ค.จากผลกระทบพลังงาน เหตุสู้รบในตะวันออกกลาง
Politics2026 Mar 16 :: 07:49

“ศุภจี” เตรียมชงมาตรการช่วย ปชช.เข้า ครม.17 มี.ค.จากผลกระทบพลังงาน เหตุสู้รบในตะวันออกกลาง

“ศุภจี” เตรียมชงมาตรการช่วย ปชช.เข้า ครม.17 มี.ค.จากผลกระทบพลังงาน เหตุสู้รบในตะวันออกกลางวันที่ 16 มี.ค. 2569 ที่ ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว. พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรี รับมือวิกฤติพลังงาน จากสถานการณ์ความสงบในตะวันออกกลาง โดยราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเริ่มปรับตัวสูงขึ้นว่า ยังไม่มีอะไร โดยจะมีมาตรการออกมา แต่ขอให้รอฟังศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) และตนจะมีการเสนอมาตรการในการช่วยเหลือประชาชน เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในวันที่ 17 มี.ค.ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ปฏิเสธตอบคำถามว่ารัฐบาลจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินชดเชยกองทุนน้ำมัน หรือไม่ โดยระบุเพียงว่า ขอให้ไปถามนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ปชน.สำรวจปั๊มน้ำมัน กทม.รอบนอก เผยขาดแคลนดีเซลหนัก  มองรัฐชี้แจงเรื่องสถานการณ์น้ำมันย้อนแย้งความจริง
Politics2026 Mar 16 :: 07:34

ปชน.สำรวจปั๊มน้ำมัน กทม.รอบนอก เผยขาดแคลนดีเซลหนัก มองรัฐชี้แจงเรื่องสถานการณ์น้ำมันย้อนแย้งความจริง

2 สส.พรรคประชาชน ลงพื้นที่สำรวจปั๊มน้ำมัน กทม.รอบนอก เผยขาดแคลนดีเซลหนัก ด้าน “ชัยวัฒน์” มองรัฐ ชี้แจงเรื่องสถานการณ์น้ำมันย้อนแย้งความจริง ฟาก "ภัทรพงษ์" ถาม “เอกนิติ” บอกปั๊มมีน้ำมันพอ ไม่แน่ใจอยู่ในประเทศเดียวกันหรือไม่วันที่ 16 มี.ค. 2569 สส.พรรคประชาชน อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ และ ศุภโชติ ไชยสัจ ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์ปั๊มน้ำมันในโซนกรุงเทพฯ รอบนอก เช่น หนองจอก มีนบุรี คลองสามวา และบึงกุ่ม พบว่า น้ำมันดีเซลขาดแคลนอย่างหนัก โดยบางปั๊มได้รับน้ำมันตั้งแต่ตี 2 เปิดให้บริการเวลา 05.00 น. แต่เพียง 08.30 น. น้ำมันก็หมดแล้ว ต้องรอเติมใหม่ในวันถัดไป พร้อมระบุสาเหตุหลักมาจาก การจำกัดโควตาการขนส่งน้ำมันไปยังปั๊ม และ การขาดระบบข้อมูลแจ้งสถานะน้ำมันของแต่ละปั๊ม ทำให้ประชาชนต้องขับรถตระเวนหาน้ำมันเอง พร้อมเสนอให้รัฐบาลหรือเครือปั๊มน้ำมันเผยแพร่ข้อมูลปริมาณน้ำมันผ่านโซเชียล เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน“ชัยวัฒน์” มองรัฐ ชี้แจงเรื่องสถานการณ์น้ำมันย้อนแย้งความจริง ชี้ ใช้เงินกองทุนน้ำมันพยุงไม่ยั่งยืนด้าน นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า แม้รัฐบาลยืนยันว่าประเทศมีน้ำมันสำรองเพียงพอเกือบ 100 วัน แต่สถานการณ์จริงตามปั๊ม โดยเฉพาะต่างจังหวัด เริ่มพบการขาดแคลนและจำกัดการเติม เนื่องจากตัวเลขสำรองอาจนับรวมปริมาณน้ำมันที่ยังอยู่ระหว่างขนส่ง ขณะเดียวกันการใช้งบกองทุนน้ำมันพยุงราคาทำให้เกิดการบิดเบือนตลาด จนธุรกิจรายใหญ่หันมาซื้อน้ำมันหน้าปั๊มที่ราคาถูกกว่า ส่งผลให้ประชาชนต้องแย่งเติม พร้อมเสนอให้รัฐใช้มาตรการระยะสั้น เช่น สนับสนุนเวิร์กฟรอมโฮม ลดค่าโดยสารขนส่งสาธารณะ และทบทวนเพดานค่าการกลั่น รวมถึงวางแนวทางระยะยาวปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพและโซลาร์เซลล์ เพื่อลดภาระค่าครองชีพที่อาจเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงาน ปุ๋ย และอาหารในอนาคต"ภัทรพงษ์" ถาม “เอกนิติ”บอกปั๊มมีน้ำมันพอ ไม่แน่ใจอยู่ในประเทศเดียวกันหรือไม่ขณะที่ นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน วิจารณ์กรณีรัฐบาลยืนยันน้ำมันหน้าปั๊มยังมีเพียงพอ โดยระบุว่าสถานการณ์จริงกลับพบว่าน้ำมันดีเซลหมดหลายปั๊ม แม้แต่ทีมดับไฟป่ายังหาน้ำมันเติมได้ยาก จึงสะท้อนปัญหาการบริหารจัดการและการกระจายน้ำมันของรัฐบาล พร้อมเรียกร้องให้รัฐเปิดเผยข้อมูลน้ำมันสำรอง แผนการกระจายเชื้อเพลิง และสื่อสารข้อเท็จจริงต่อประชาชนอย่างตรงไปตรงมา เพื่อจัดการวิกฤตและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“กกต.ติวเข้ม” ผอ.กกต.จังหวัด หลังโดนทัวร์ลงเลือกตั้ง 69  กระทบความน่าเชื่อถือ
Politics2026 Mar 16 :: 05:55

“กกต.ติวเข้ม” ผอ.กกต.จังหวัด หลังโดนทัวร์ลงเลือกตั้ง 69 กระทบความน่าเชื่อถือ

“กกต.ติวเข้ม” ผอ.กกต.จังหวัด ปรับการประชาสัมพันธ์ การสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ หลังโดนทัวร์ลงเลือกตั้ง 69 กระทบความน่าเชื่อถือ หวังปรับการทำงานรับมือวิกฤต ดึง กกต.จังหวัดร่วมแจงทันที หากเกิดเหตุในพื้นที่ วันที่ 16 มี.ค. 69 ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรด้านการประชาสัมพันธ์องค์กรให้เป็นนักสื่อสารประชาสัมพันธ์บนสังคมดิจิทัล รุ่นที่ 2 โดยมีผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ภาคเหนือ ภาคอีสานและภาคใต้ รวมถึงผู้บริหารจากสำนักงาน กกต. เข้าร่วมอบรม ระหว่างวันที่ 16 - 18 มีนาคม 2569 จำนวน 45 คน ซึ่งการอบรมครั้งนี้มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ นายเกษมสันต์ วีระกุล ที่ปรึกษาของกรมประชาสัมพันธ์ ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ มาถ่ายทอดความรู้ในการจัดการและการสื่อสาร รวมทั้งยังมีการ workshop ฝึกการพูดในที่สาธารณะ วิเคราะห์สถานการณ์ และการสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อนำไปปรับใช้กับการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้องนายแสวงกล่าวว่าในยุคการสื่อสารผ่านโซเชียล ซึ่ง กกต. ไม่มีความถนัดในเรื่องนี้ โดยจัดอบรมไปแล้ว 1 รุ่นและรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 2 ให้กับผู้บริหารทั้งส่วนกลาง และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เข้าอบรมเพิ่มทักษะในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ ประมาณ 50 ล้านคนและกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ กปน. รวมไปถึงเครือข่ายต่างๆ ให้ได้รับความรู้ความเข้าใจ อีกทั้งเป็นการเพิ่มทักษะ จะทำให้พนักงาน กกต. นำชุดความรู้ที่มีมาเพิ่มทักษะการชี้แจง ให้เกิดความกระชับและให้ประชาชนเข้าใจสิ่งที่สำนักงานดำเนินการได้มากขึ้นส่วนการเลือกตั้งที่ผ่านมา กกต.เป็นเหมือนตำบลกระสุนตก จากการสื่อสารข้อมูลที่อาจทำให้ประชาชนเกิดความไม่เข้าใจ การอบรมครั้งนี้จะเพิ่มทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร นายแสวงระบุว่า จากการที่ตนได้มาร่วมฟังการอบรมในรุ่นที่ 1 ยอมรับว่าหากมีการอบรมก่อนหน้านี้ก็จะเกิดประโยชน์กับสำนักงาน กกต.มากกว่านี้ ในการสื่อสารให้ประชาชนเห็นถึงระบบที่ กกต.วางไว้เกี่ยวกับการเลือกตั้ง รวมทั้งสิ่งที่ กกต.ดำเนินการในระหว่างการเลือกตั้ง แต่ก็ถือว่าไม่สาย เป็นประโยชน์แน่นอน เพราะจะให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแต่ละแห่งรับผิดชอบหากเกิดกรณีปรากฏการณ์ต่างๆในระหว่างการเลือกตั้งในจังหวัด จะสามารถชี้แจงให้ประชาชนได้เข้าใจอย่างทันท่วงที ส่วนสำนักงาน กกต. ที่รับผิดชอบในภาพรวมก็จะนำมาขยายผลอีกครั้ง เชื่อว่าในการเลือกตั้งครั้งต่อไปเมื่อผ่านการอบรมในหลักสูตรนี้ไปแล้วจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ซึ่งในการเลือกตั้งกกต.ได้เน้นในเรื่องของความโปร่งใส ประชาชนกับ กกต.เห็นเท่ากัน โดย กกต.จังหวัดเป็นด่านแรกที่จะชี้แจงให้กับประชาชน เพียงแต่ไม่ได้ซักซ้อมเตรียมรับมือกับเรื่องเหล่านี้ และส่งเรื่องมาที่ส่วนกลางทำให้เกิดความล่าช้า โดยไม่ใช่ความผิดของจังหวัด และจากนี้สิ่งที่จะดำเนินการจะให้ กกต.จังหวัดรับผิดชอบร่วมกับส่วนกลางด้วย เมื่อเกิดเหตุในพื้นที่จังหวัดใดก็สามารถชี้แจงได้อย่างถูกต้องตรงประเด็นและทันท่วงที และส่วนกลางก็จะรับนำมาชี้แจงในภาพกว้างอีกครั้ง นางแสวง ยอมรับว่าสิ่งที่ได้จากโครงการนี้ คือเทคนิคของการสื่อสาร แต่ชุดข้อมูลความรู้ ทั้งเรื่องระเบียบ กฎหมายรวมถึงวิธีปฏิบัติ เป็นชุดเดียวกันแต่การชี้แจงและการร่วมรับผิดชอบก็จะให้จังหวัดสามารถร่วมรับผิดชอบชี้แจงได้ทันท่วงที และจังหวัดจะต้องมีการประสานงานประชาสัมพันธ์ภายในร่วมกันอีกครั้ง"เลขาฯ กกต." เร่ง กกต.สุพรรณ สอบการทำหน้าที่ กปน. มุดกระดาษขีดคะแนน ชี้ยังมีเวลา 60 วัน ประกาศรับรองผู้สมัครเขต 2 สุพรรณนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณียังไม่มีการประกาศรับรองการเลือกตั้งเขต 2 จังหวัดสุพรรณบุรี ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดสุพรรณบุรี และได้เร่งรัดให้เร่งดำเนินการโดยเร็ว จึงต้องรอผลการสอบก่อน ยังมีเวลาตามกรอบของกฎหมายในการรับรอง 60 วัน จะเร่งรัดการสอบกรณีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งหรือ กปน. ดำเนินการถูกต้องหรือไม่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเขต 2 สุพรรณบุรี เป็นเพียงเขตเดียว ที่ กกต.ไม่ประกาศรับรอง เนื่องจากมีการนับคะแนนใหม่แล้ว ผลการนับคะแนนใหม่พบความแตกต่างจากการรนับคะแนนในครั้งแรกมาก อีกพบพฤติการของกปน.อาจไม่สุจริตเที่ยงธรรม ในการอ่านและขีดคะแนนไม่ถูกต้อง ไม่เปิดเผย จนเป็นเหตุให้ กกต.กลาง สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ และขณะนี้อยู่ระหว่าง การสอบสวนของ กกต.จังหวัด.

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"ธรรมนัส" บอก เป็นคนไม่ฆ่านาย ไม่ขายเพื่อน ‘กล้าธรรม’ มีจุดยืน หลัง งดออกเสียงเลือกประธานสภาฯ
Politics2026 Mar 16 :: 05:26

"ธรรมนัส" บอก เป็นคนไม่ฆ่านาย ไม่ขายเพื่อน ‘กล้าธรรม’ มีจุดยืน หลัง งดออกเสียงเลือกประธานสภาฯ

"ธรรมนัส" บอก เป็นคนไม่ฆ่านาย ไม่ขายเพื่อน ลั่น จบนักเรียนเหล่าฯ “เพื่อนไม่มีวันตาย” อุบ หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ยังไม่ชัดส่งแคนดิเดต ของพรรคแข่ง ยันไม่รอร่วม รบ. ‘กล้าธรรม’ มีจุดยืน หลัง งดออกเสียงเลือกประธานสภาฯ ย้ำ จะทำงานจนวันสุดท้าย หวั่น สู้รบตะวันออกกลาง ทำน้ำมันแพง กระทบต้นทุนการผลิตข้าววันที่ 16 มี.ค. 69 ที่กรมการข้าว ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคกล้าธรรมดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มานานถึง 7 ปี จากนี้ในบทบาทของสภาจะยังดูแลกระทรวงเกษตรฯต่อไปหรือไม่ ว่า เราทำได้ทุกอย่าง ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติก็สามารถเสนอต่อรัฐบาล โดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎร หรือผ่าน สส. ในกรรมาธิการชุดต่างๆ ก็จะประสานทำงานร่วมกับรัฐบาลได้ไม่มีปัญหาส่วนกรณีที่เมื่อวาน (15 มี.ค.69) ลงมติงดออกเสียงในการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า เราไม่มีบุคคลที่เราเห็นว่าอยากเห็นชอบด้วย ก็งดดีกว่าส่วนการที่คนของพรรคประชาชน มองว่าการงดออกเสียงเพราะรอที่จะเข้าร่วมรัฐบาล ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ เราต้องมีหลักการของตัวเอง เราคือพรรคกล้าธรรมเราต้องมีอุดมการเป็นของตัวเอง มีจุดยืนของตัวเอง และเรื่องนี้ตนไม่ได้ตัดสินใจคนเดียว เพราะได้ขอมติพรรคก่อนเข้าประชุมเมื่อถามว่าในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีพรรคกล้าธรรมจะมีการเสนอแคนดิเดตนายกฯของพรรคกล้าธรรมด้วยหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ไม่แน่ ต้องรอประชุมแต่ตอนนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันภายในพรรคเมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส ยืนยันว่า ไม่มีการพูดคุย และยังไม่มีโอกาสได้เจอกันเมื่อถามว่าที่นายอนุทินระบุว่าความเป็นเพื่อนไม่มีวันหมดอายุ ร้อยเอกธรรมนัส ย้อนถามว่า “ท่านหมายถึงผมหรือเปล่า เข้าใจเอาเองหรือเปล่า ” แต่สื่อมวลชนได้ตอบว่า” ใช่ “ พร้อมถามว่า ของท่านไม่มีวันหมดอายุด้วยหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ชีวิตของตนมีเพื่อนเยอะ มีพี่เยอะ มีน้องเยอะ ตนไม่ฆ่านายขายเพื่อน โดยเฉพาะความเป็นเพื่อนตนจบนักเรียนเหล่าฯ ให้ความสำคัญเน้นมากว่า เพื่อนไม่มีวันตายเมื่อถามย้ำว่านายอนุทิน คือเพื่อนที่ไม่มีวันตายใช่หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า “ถ้าท่านหมายถึงผม ผมก็หมายถึงท่านนั่นแหละ”เมื่อถามว่าแล้วจะสนับสนุนเพื่อนในการโหวตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส หัวเราะและกล่าวว่า อันนั้นมันเรื่องการเมือง คนละเรื่องกันเมื่อถามว่างานกรมการข้าววันนี้ถือว่าเป็นงานสุดท้ายในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า เรายังทำงานถึงวันสุดท้ายส่วนมีการเก็บของแล้วหรือยังนั้น ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า “ยังไม่เก็บ จะไปช่วยเก็บไหม” แต่ยอมรับว่ามีการเก็บของที่ทำเนียบรัฐบาลแล้ว ส่วนใหญ่เป็นโต๊ะ เป็นพระ และของใช้ส่วนตัวเมื่อถามว่าที่ยังไม่เก็บของที่กระทรวงเกษตรฯ เพราะอีกไม่นานจะกลับมาใช่หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส หัวเราะพร้อมบอกว่า “อันนี้ก็ชอบหาเรื่องอยู่เรื่อยเลย”“ธรรมนัส” หวั่น สู้รบตะวันออกกลาง ทำน้ำมันแพง กระทบต้นทุนการผลิตข้าวร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงความกังวลต่อสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง ที่กำลังส่งผลกระทบต่อต้นทุนภาคการเกษตร โดยเฉพาะราคาน้ำมัน และปุ๋ย ที่กระทบต่อเกษตรกรโดยตรง โดยยอมรับว่า ในสถานการณ์ปกติเกษตรกรผู้ปลูกข้าวก็ประสบปัญหาอยู่แล้ว โดยเฉพาะราคาข้าวที่ตกต่ำมาอย่างยาวนาน และสิ่งที่น่ากังวลขณะนี้คือต้นทุนการผลิตของชาวนา และปริมาณผลผลิตที่มีจำนวนมากสวนทางกลับช่องทางการตลาด ขณะที่ปัจจุบันมีการสู้รบตะวันออกกลาง เป็นเรื่องที่รัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ต้องให้ความสำคัญและทำงานหนักกว่าเดิมหลายเท่า โดยเฉพาะปัจจัยการผลิตและการเก็บเกี่ยว เนื่องจาก ณ เวลานี้ ราคาน้ำมันและปุ๋ย มีราคาแพงขึ้น โดยส่วนตัวเชื่อว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนใหม่ที่จะเข้ามาบริหาร มีความสามารถในการขับเคลื่อนแผนงานอยู่แล้ว เพราะเข้าใจว่าเคยเป็นนักธุรกิจทั้งนี้ ในช่วงรอยต่อระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ร้อยเอกธรรมนัส ในฐานะรัฐมนตรีรักษาการฯ ก็จะพยายามแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพราะนโยบายหลักต้องรอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯคนใหม่ เข้ามาบริหารจัดการ ส่วนงบประมาณกลาง ได้ถูกนำไปใช้ในเรื่องอื่นๆแล้วจำนวนมาก ปัจจุบันงบประมาณเหลือน้อย ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะดูแลเรื่องนี้ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมัน ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ประคองสถานการณ์จนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารจัดการ โดยเฉพาะฤดูกาลเก็บเกี่ยวเข้าปรัง ที่กำลังจะมาถึง หากน้ำมันยังแพงก็กระทบเกษตรกรโดยตรง

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ตระกูลชินตัวเต็ง! ศึกเก้าอี้ ครม. “อนุทิน2” สะเทือนสส.อีสาน ทยอยออกไลน์
Politics2026 Mar 16 :: 05:03

ตระกูลชินตัวเต็ง! ศึกเก้าอี้ ครม. “อนุทิน2” สะเทือนสส.อีสาน ทยอยออกไลน์

ตระกูลชินตัวเต็ง! ศึกเก้าอี้ ครม. “รัฐบาลอนุทิน2” เดือด ตระกูลชินเตรียมจัดสรรเก้าอี้ ครม.โควตาเพื่อไทย หลัง สส.อีสานไม่พอใจการแบ่งตำแหน่งวันที่ 16 มี.ค. 2569 แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยกับทาง The Room 44 ว่า การจัดสรรตำแหน่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในรัฐบาล “อนุทิน 2” ในส่วนโควตาของพรรคเพื่อไทยนั้น จะอยู่ภายใต้การตัดสินใจของบุคคลในตระกูลชินวัตรเป็นหลักแหล่งข่าวระบุว่า เบื้องต้นมีแนวโน้มจะจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีให้กับสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จำนวน 1 เก้าอี้ เนื่องจากมี ส.ส.สายภาคอีสานอยู่ในความดูแลประมาณ 30 คน ซึ่งถือเป็นฐานเสียงสำคัญภายในพรรคขณะเดียวกัน มีรายงานว่าแกนนำพรรคบางราย เช่น จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และประเสริฐ จันทรรวงทอง อาจไม่ได้รับการจัดสรรตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี เนื่องจากปัจจุบันไม่มี สส.อยู่ในความดูแล โดย สส.ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่สอบตกในการเลือกตั้งที่ผ่านมาสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ สส.สายอีสานจำนวนหนึ่งเกิดความไม่พอใจ เนื่องจากมองว่าบุคคลบางรายที่ไม่มี สส.ในมือกลับได้รับการพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ ส่งผลให้มีรายงานว่า สส.อีสานประมาณ 30 คนทยอยออกจากกลุ่มไลน์ สส.พรรคเพื่อไทย เพื่อแสดงท่าทีไม่พอใจต่อการจัดสรรตำแหน่งแหล่งข่าวยังระบุอีกว่า จากสถานการณ์ความไม่พอใจที่เกิดขึ้น ทำให้บุคคลในตระกูลชินวัตรต้องเข้ามามีบทบาทโดยตรงในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย และมีการคาดการณ์ว่า เก้าอี้ที่เหลืออาจถูกจัดสรรให้กับบุคคลในเครือญาติของตระกูลชินวัตรเป็นหลัก

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

งง ด่ากันเฉย! "ไอซ์" ฟาดกองเชียร์ “หมอวรงค์” หลังเสนอตัดค่าอาหาร สส.
Politics2026 Mar 16 :: 04:44

งง ด่ากันเฉย! "ไอซ์" ฟาดกองเชียร์ “หมอวรงค์” หลังเสนอตัดค่าอาหาร สส.

งง ด่ากันเฉย! "ไอซ์" ฟาดกองเชียร์ “หมอวรงค์” หลังเสนอตัดค่าอาหาร สส. แต่คนเชียร์กลับถล่มพรรคประชาชนเละ ลั่นพรรคเสนอหั่นงบสภามาทุกปีแล้วบางทีตัดสำเร็จ วันที่ 16 มี.ค.2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความถึงกรณีนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี เสนอตัดค่าอาหารของสส. กลางที่ประชุมสภาฯ ว่า เรื่องที่งงมากๆ ในเวลานี้คือ นพ.วรงค์ เสนอตัดค่าอาหาร สส. แต่คนที่เชียร์ นพ.วรงค์ จำนวนมาก ด่าพรรคปชน. ว่าไร้ค่า ไร้ประโยชน์ ต่างๆ ทั้งๆที่เราเสนอมาตลอดตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล ประชาชน แล้วก็ตัดสำเร็จไปหลายปี ไม่ได้เสนอตัดแค่ค่าข้าว และเสนอตัดงบดูงานและอื่นๆอีกด้วย เราทำอะไรผิดกันนะ ทั้งๆที่เสนอตัดทุกปีแล้วบางทีตัดสำเร็จด้วย โดนด่าเฉย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อนุทิน” เรียกทีมเศรษฐกิจ–กฎหมายถกด่วน รับมือวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลาง จับตากองทุนน้ำมันใกล้ชิด
Politics2026 Mar 16 :: 04:21

“อนุทิน” เรียกทีมเศรษฐกิจ–กฎหมายถกด่วน รับมือวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลาง จับตากองทุนน้ำมันใกล้ชิด

“อนุทิน” เรียกทีมเศรษฐกิจ–กฎหมายถกด่วน รับมือวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลาง จับตากองทุนน้ำมันใกล้ชิด ย้ำรัฐบาลรักษาการยังออกกฎหมายไม่ได้วันที่ 16 มี.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ นายกฯและรมว.มหาดไทย เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ยังทำเนียบรัฐบาล เมื่อเดินทางถึงนายอนุทิน ได้ไหว้องค์นรสิงห์จำลอง​ ซึ่งถือเป็นกิจวัตรประจำวัน จากนั้นเวลา 09.30 น. นายอนุทิน ได้​เรียกประชุมทีมเศรษฐกิจและฝ่ายกฎหมายรัฐบาล เพื่อประชุมรับมือพลังงาน​จากวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง มี นายพิพัฒน์​ รัชกิจประการ​ รองนายกฯและรมว.คมนาคม นายเอกนิติ​ นิติทัณฑ์​ประภาศ​ รองนายกฯและรมว.คลัง นายสีหศักดิ์​ พวงเกตุแก้ว​ รมว.การต่างประเทศ นางศุภจี​ สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และนายอรรถพล​ ฤกษ์​พิบูลย์​ รมว.พลังงาน​ นายปกรณ์​ นิล​ประพันธ์​ เลขาธิการ​คณะกรรมการ​กฤษฎีกา​ นายนันทพงษ์​ จิระเลิศพงษ์​ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า​ นายอนันต์แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ นายลวรณ​แสง​สนิท​ ปลัด​กระทรวง​การคลัง เข้าร่วม โดยนายเอกนิติ กล่าวว่า นายกฯเรียกประชุมหารือต่อเนื่องจากการประชุมเมื่อวาน (16 มี.ค.) ในเรื่องของน้ำมัน เพราะฉะนั้นต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง เมื่อถามว่าจะต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินชดเชยกองทุนน้ำมัน เพื่อมาใช้ในการรับมือวิกฤติพลังงานหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า วันนี้ทางเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา จะเข้าหารือในประเด็นทางกฎหมายด้วย ส่วนจะต้องมีการขอกู้เงินหรือไม่ ณ วันนี้ยัง คงมาติดตามสถานการณ์ก่อน ขณะนี้ยังเป็นรัฐบาลรักษาการ ยังไม่สามารถออกกฏหมายอะไรได้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันที่ 16 มี.ค. นายอนุทิน มีภารกิจปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีเกียรติยศ ในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16-18 มี.ค. 2569

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"ดีเอสไอ" ถอย "คดีเขากระโดง" ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อ
Politics2026 Mar 16 :: 03:05

"ดีเอสไอ" ถอย "คดีเขากระโดง" ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อ

"ดีเอสไอ" ถอย "คดีเขากระโดง" ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อวันที่ 15 มี.ค. 2569 มีรายงานข่าวจากภายในสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับสำนวนการสอบสวนกรณีการบุกรุกที่ดินเขากระโดง ในพื้นที่ ต.อิสาณ และ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ หลังจากก่อนหน้านี้ตัวแทนของ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เคยยื่นเรื่องร้องทุกข์ต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อขอให้ตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่เข้าไปครอบครองที่ดินบริเวณดังกล่าว ซึ่งอยู่ในแนวเขตที่ดินของการรถไฟฯ รวมกว่า 4,414 ไร่อย่างไรก็ตาม ล่าสุดดีเอสไอซึ่งดำเนินการสืบสวนเรื่องนี้มาเป็นระยะเวลาประมาณ 7 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. 2568 มีมติไม่รับกรณีการบุกรุกที่ดินเขากระโดงเป็นคดีพิเศษด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้ดีเอสไอได้รับเรื่องไว้สืบสวน เนื่องจากมีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษเจ้าหน้าที่รัฐว่าอาจกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ทั้งการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน รวมถึงการดำเนินการของคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ตามคำสั่งอธิบดีกรมที่ดินระหว่างการสืบสวน ดีเอสไอได้ประสานสอบถามไปยัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนทราบว่า กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) อยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกัน จากกรณีที่มีผู้ร้องทุกข์ไว้ในลักษณะเดียวกัน และได้ส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช. เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วด้วยเหตุนี้ ภายใต้บทบัญญัติของ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 จึงจำเป็นต้องส่งสำนวนการสืบสวนของดีเอสไอไปประกอบการพิจารณาของ ป.ป.ช. ในประเด็นเดียวกันโฆษกดีเอสไอระบุเพิ่มเติมว่า สำนวนสืบสวนที่ส่งไปยัง ป.ป.ช. ซึ่งจะพิจารณาร่วมกับสำนวนของตำรวจ บก.ปปป. ได้รวบรวมข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่าง ๆ ไว้แล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นการกล่าวหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐตามที่มีผู้ร้องทุกข์สำหรับสถานะล่าสุดของคดี ดีเอสไอได้ยุติการสืบสวน เนื่องจากเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการตรวจสอบและดำเนินการขณะเดียวกัน ในส่วนของคดีทางปกครองและทางแพ่งที่เกี่ยวข้องกับที่ดินเขากระโดงยังคงอยู่ในกระบวนการพิจารณา โดยก่อนหน้านี้อธิบดีกรมที่ดินได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เนื่องจากมีคดีแพ่งเกี่ยวกับการเพิกถอนที่ดินระหว่างกรมที่ดินกับการรถไฟแห่งประเทศไทยทั้งนี้ ศาลได้มีคำพิพากษาให้กรมที่ดินแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนดังกล่าวเพื่อตรวจสอบว่าจะมีการเพิกถอนเอกสารสิทธิหรือไม่ แต่ภายหลังคณะกรรมการมีมติไม่เพิกถอนที่ดิน ทำให้มีการยื่นฟ้องเพื่อขอให้เพิกถอนมติดังกล่าว ส่งผลให้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง รวมถึงยังมีคดีแพ่งที่ค้างอยู่ระหว่างประชาชนกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องดีเอสไอเห็นว่าข้อมูลจากการสืบสวนมีประโยชน์ จึงได้ส่งต่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อใช้ประกอบการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ปลัดมหาดไทยสั่งการด่วนผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ดำเนิน 3 มาตรการเพิ่มเติมรับมือสถานการณ์ด้านพลังงาน
Politics2026 Mar 15 :: 12:11

ปลัดมหาดไทยสั่งการด่วนผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ดำเนิน 3 มาตรการเพิ่มเติมรับมือสถานการณ์ด้านพลังงาน

ปลัดมหาดไทยสั่งการด่วนผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ดำเนิน 3 มาตรการเพิ่มเติมรับมือสถานการณ์ด้านพลังงาน “ติดตาม - เฝ้าระวัง – สื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง” เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่น ลดความตื่นตระหนก และป้องกันการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อระบบจำหน่ายพลังงานในพื้นที่วันที่ 15 มี.ค. 69 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการร่วมประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุมอาคารรัฐสภา โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบด้านพลังงานที่อาจเกิดขึ้น จึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการ 3 แนวทางเพิ่มเติม ได้แก่ 1. มอบหมายรองผู้ว่าราชการจังหวัด กำกับดูแลและรับผิดชอบการติดตามสถานการณ์ด้านพลังงานในจังหวัด บูรณาการติดตามสถานการณ์พลังงานและแนวโน้มผลกระทบในพื้นที่อย่างใกล้ชิดร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2. กำกับดูแลและเฝ้าระวังสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ให้เป็นไปตามภาวะปกติ และหากพบปัญหาหรือสถานการณ์ผิดปกติให้รายงานกระทรวงมหาดไทยโดยด่วน และรายงานต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน และ 3. สื่อสารทำความเข้าใจสถานการณ์พลังงานให้กับผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ผู้จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (Jobber) ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่ผ่านนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หอกระจายข่าว และช่องทางประชาสัมพันธ์ของจังหวัด โดยให้เน้นประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องจากภาครัฐ เพื่อสร้างความมั่นใจ ลดความตื่นตระหนก และป้องกันการกักตุนหรือการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบการจัดจำหน่ายพลังงาน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อนุทิน” บอก โหวตนายกฯ ขึ้นอยู่กับขั้นตอนหลังได้ประธานสภาฯ ชี้ ยังไม่ได้คุย "ธรรมนัส"
Politics2026 Mar 15 :: 11:30

“อนุทิน” บอก โหวตนายกฯ ขึ้นอยู่กับขั้นตอนหลังได้ประธานสภาฯ ชี้ ยังไม่ได้คุย "ธรรมนัส"

“อนุทิน” บอก โหวตนายกฯ ขึ้นอยู่กับขั้นตอนหลังได้ประธานสภาฯ แจงคุยโควตารัฐมนตรีหลังโหวตนายกฯ มั่นใจรัฐมนตรีถูกใจประชาชน เหตุยึดหลักจริยธรรม ยังไม่ได้คุย ธรรมนัส ส่วนจะนัดทานข้าวฐานะเพื่อนหรือไม่ ไม่มีวันหมดอายุ - ปฏิเสธรู้จัก “เจ๊เอ๊” หลังถูกอ้างชื่อต่อสายขอใบ ป.3 ยืนยัน ไม่เคยถูกขอเบอร์ส่วนตัววันที่ 15 มี.ค. 69 ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติโหวตเลือก นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า ในส่วนของการโหวตนายกรัฐมนตรี จะเร็วหรือช้า อยู่ที่ขั้นตอนการทำเอกสารนำรายชื่อประธานสภาฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อมีการโปรดเกล้าฯ ประธานสภาฯ ลงมาเมื่อไหร่ ประธานสภาฯ รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ก็จะมีการเรียกประชุมสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ไม่น่าจะช้าส่วนที่มีกระแสข่าวว่า วันที่ 19 มีนาคม จะมีการโหวตนายกรัฐมนตรีนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ทราบ กำหนดแบบนั้นไม่ได้ ทุกตำแหน่งต้องมีการโปรดเกล้าฯ ทั้งหมดเมื่อถึงวันที่นายกรัฐมนตรีได้รับเลือก ให้เป็นนายกรัฐมนตรี การเสนอรายชื่อคณะรัฐมนตรี พร้อมทันทีใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เอาไว้ให้มีวันนั้นก่อน ขณะนี้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ตนให้สัมภาษณ์มาตลอดว่ามีขั้นตอนอยู่ ผู้สื่อข่าวก็ทราบดีว่าขั้นตอนเป็นอย่างไร ทุกวันนี้เราก็บริหารจัดการทุกอย่างตามกระบวนการขั้นตอน ไม่ได้มีความล่าช้าตรงไหน ซึ่งคราวนี้กับคราวที่แล้วเมื่อนับวันจากการเลือกตั้งถึงขณะนี้ โดยเฉพาะปี 2562 ยังไม่รับรอง สส. แต่ปีนี้เราได้ประธานสภาฯ แล้วส่วนขั้นตอนการแจ้งโควตา ครม. กับพรรคร่วมรัฐบาล มีการจัดทำเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน เผยว่า ได้มีการหารือกันหลังจากเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว ตอนนี้ยังมีเวลาอยู่ เพราะหลังจากนั้นจะมีการโปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรี พรรคร่วมรัฐบาลถึงจะนำรายชื่อส่งมาให้กับตน ซึ่งเราก็ต้องส่งไปให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีตรวจสอบคุณสมบัติอีกเมื่อถามว่า คุณสมบัติรัฐมนตรีจะต้องมีการตรวจสอบเข้มข้นกว่าทุกครั้งใช่หรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องของจริยธรรม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีแนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดไว้อยู่แล้ว และหวังว่ารายชื่อต่างๆ ทุกพรรคการเมืองจะมีการกลั่นกรอง ไม่ใช่เฉพาะพรรคร่วมรัฐบาล แต่พรรคภูมิใจไทยก็ต้องมีการตรวจสอบเข้มข้นเช่นกัน ซึ่งข้อบังคับแต่ละพรรคที่ตนไปอ่าน ก็ต้องเอาเข้าที่ประชุม กก.บห. ดังนั้นทุกคนต้องระมัดระวัง โดยรายชื่อที่ส่งมาต้องให้เกียรติในการที่จะทำงานร่วมกัน วิธีการทำงานของตน ตนต้องให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค เราก็มีมาตรฐานในการพิจารณา สมมติรายชื่อที่ส่งมามีปัญหาจริงๆ ตนก็ยังมีช่องทางไปหารือกับหัวหน้าพรรคว่าอาจให้พิจารณาปรับได้หรือไม่ ทุกคนรู้โจทย์เท่ากันหมด ว่าจะต้องเสนอชื่อที่ไม่มีปัญหา เที่ยวนี้ชัดเจนกว่าครั้งที่ผ่านมา ครั้งที่ผ่านมายังต้องเวิร์บทูเดา ขณะนี้ชัดเจนเพราะมีการเขียนบัญญัติไว้ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดเป็นคุณสมบัติเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจใช่หรือไม่ว่ารายชื่อ ครม. จะเป็นที่ถูกใจประชาชนและไม่ถูกครหา เพราะประชาชนคาดหวังกับนายกรัฐมนตรีมาก ด้วยความที่ได้รับเลือก สส. มาจำนวนมาก นายกรัฐมนตรี เผยว่า ก็คงจะเป็นอย่างนั้น ยิ่งทำให้ตนค้านความต้องการของประชาชนไม่ได้ ถึงต้องมีขั้นตอนเยอะ “ยึดหลักจริยธรรมในการแต่งตั้ง ครม.”“อนุทิน” ยังไม่ได้คุย ธรรมนัส ส่วนจะนัดทานข้าวฐานะเพื่อนหรือไม่ ไม่มีวันหมดอายุเมื่อถามว่า วันนี้ได้เจอหน้า ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เป็นวันแรกในการประชุมสภาฯ ครั้งแรก ได้พูดคุยกันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้อยู่ในสภา ได้คุยกับหลายท่าน ยังไม่เจอเพราะคนเยอะ แต่ก็ได้เจอกับพี่น้อง สส.พรรคกล้าธรรม หลายท่าน เจอท่านอัครา พรหมเผ่า สส.พะเยา น้องชาย ร้อยเอกธรรมนัส ความเป็นเพื่อนยังมีอยู่เมื่อถามว่า ได้พูดคุยอะไรกับนายอัครา นายอนุทิน เผยว่า ตนได้แสดงความยินดีในการที่ได้เข้ามาเป็น สส. เมื่อถามต่อว่า มีโอกาสจะได้คุยกับ ร้อยเอกธรรมนัส ในฐานะความเป็นเพื่อนการทานข้าวพูดคุยกัน นายอนุทิน กล่าวว่า เพื่อนกันไม่มีวันหมดอายุ“อนุทิน” ปฏิเสธรู้จัก “เจ๊เอ๊” หลังถูกอ้างชื่อต่อสายขอใบ ป.3 - ยืนยัน ไม่เคยถูกขอเบอร์ส่วนตัวกรณี “เจ๊เอ๋” หรือ นางณัฐฐารินทร์ เกษมสารพิพัฒน์ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ที่ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการโทรทัศน์ ว่าลูชายเป็นนักกีฬายิงปืน แต่ติดปัญหาการขอใบ ป.3 จึงตัดสินใจลองโทรศัพท์สายตรงไปหา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหลังจากโทรพูดคุยไม่นาน เรื่องที่ติดขัดก็สามารถคลี่คลายได้อย่างรวดเร็ว ว่า ตนยังไม่รู้จักเลย ไม่มี ตนยังงอยู่ จำได้ว่าเคยเจอกันที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในการลงพื้นที่ไปช่วยเหลือน้ำท่วม แต่เรื่องปืนนี้ไม่เกี่ยว และยืนยันว่าเขาไม่เคยขอเบอร์ส่วนตัวตนไปเมื่อถามว่าหากเป็นเช่นนี้ทางนายกรัฐมนตรีเสียหายหรือไม่ที่มีการกล่าวถึง นายอนุทิน กล่าวว่า เสียหายได้อย่างไร ก็ตนไม่ได้ทำเมื่อถามต่อว่าจะมีการดำเนินคดีหรือไปเคลียร์ในเรื่องนี้กันหรือไม่ นายอนุทิน เปิดเผยว่า ทำไมต้องไปเคลียร์นายกฯ เผยผู้ประกอบการน้ำมันทุกรายยันยังไร้สัญญาณน้ำมันขาดแคลน แต่ขอช่วยกันใช้อย่างประหยัด ชี้เจรจาซื้อน้ำมันทุกปท.ไม่ใช่แค่รัสเซียนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว. มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) หลังนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ในฐานะรองผู้อำนวยการศบก.ระบุว่าภาคอุตสาหกรรมแย่งซื้อน้ํามันจากภาคประชาชนหน้าปั๊ม จึงอาจทําให้น้ํามันไม่เพียงพอว่าตนได้รับการยืนยันจากผู้ค้าน้ํามัน ทั้งไทยออยล์ บางจาก เชลล์ คาลเท็กซ์ ซึ่งผู้ประกอบการทุกรายที่นําเข้าน้ํามันดิบ ยืนยันกับตนว่า ยังไม่มีปัญหา หรือจะมีสัญญาณใดๆที่เราจะขาดแคลนน้ำมัน แต่ตอนนี้มันเป็นวิกฤตการณ์ที่มีการสู้รบกัน มันไม่ปกติ ฉะนั้นพวกเราทุกคนที่เป็นประชาชนผู้บริโภคใช้น้ํามันในประเทศ เราก็ต้องตระหนักรู้ และเริ่มประหยัดน้ํามัน เชื้อเพลิง ต่อให้ไม่มีอะไรขาดแคลน แต่ก็ต้องสร้างความตระหนักรู้ ยิ่งเราประหยัดมากเท่าไหร่ การสํารองน้ํามันภายในประเทศก็ยิ่งจะเพิ่มมากขึ้น ทุกวันนี้การสํารองน้ํามันจาก 60 วัน เพิ่มเป็น 90 วัน ก็หวังจะอยู่แถวๆ 100 วัน ยากจะให้ช่วยกันพิจารณาด้วยความเป็นธรรม ว่าในอาเซียนไทยมีน้ํามันสํารองมากที่สุด ถ้าเอาเราไปเทียบกับญี่ปุ่น ที่เขาบอกว่าอยู่ได้ 200 กว่าวัน ก็ต้องดูขนาดเศรษฐกิจ และโลจิสติกส์เมื่อถามว่า นายเอกนิติ ระบุว่าน้ํามันดิบในโรงกลั่นยังมีอยู่อีกเยอะ ตอนนี้รวมที่สำรอง 100 วันหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า รวมแล้ว แต่ประชาชนไม่ต้องวิตกกังวล แม้สถานการณ์ตอนนี้ยังมีการยิงสู้รบกันอยู่ แต่เราต้องไม่ลั้ลลา ต้องตระหนักรู้ว่าเราต้องประหยัดน้ํามัน และขอย้ําเรื่องการขาดแคลนพลังงานคงไม่เกิดขึ้น เพราะไฟฟ้าในไทย ผลิตโดยก๊าซธรรมชาติ โดยก๊าซที่เราผลิตได้ที่อ่าวไทยของเราเอง และมีการสํารองโดยเพิ่มโรงผลิตก๊าซ ที่อาจต้องทํางานหนักขึ้นมากว่าเดิม ส่วนกรณีการส่งออกน้ำมันไปยังสปป.ลาว ตนชี้แจงไปแล้ว ยังคงขายอยู่ ส่วนราคาน้ำมันที่ผันผวนก็เป็นไปตามราคาตลาดโลก แต่กองทุนน้ํามันที่เรามีอยู่ จะช่วยพยุงราคา และช่วยลดความเดือดร้อนของประชาชน ได้เท่าไหร่ก็ต้องไปดูในเรื่องของงบประมาณ และเศรษฐกิจต่างๆนายกฯ กล่าวว่าขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ว่าไม่ต้องถึงขั้นตื่นตระหนก ถึงขั้นไปสำรองน้ำมันเก็บไว้ ไม่จําเป็นเลย เราจะพยายามบริหารอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ว่าให้มันกระโดดขึ้นไป วันนี้เติมเท่านี้ พรุ่งนี้เพิ่มขึ้นไปอีก 10 บาท อย่างนี้ไม่ดีหรอก รัฐบาลปล่อยให้มันเกิดเหตุอย่างนี้ไม่ได้ แต่เราผลิตน้ํามันเองไม่ได้ และประเทศผู้ผลิตน้ํามันมีปัญหาอยู่ เรานําเข้าจากตรงนั้น ประมาณครึ่งหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่ามันหายไปเป็นศูนย์ เรายังมีอีกครึ่งหนึ่งที่มาจากภูมิภาคอื่น ถ้าหากเกิดเหตุ 100 วันแล้วมันแย่จริงๆ ลงมาเหลือ 50 วัน เราก็ยังสามารถทําได้อยู่ เมื่อถามว่า แนวคิดที่จะซื้อน้ํามันจากรัสเซียมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน นายกฯ กล่าวว่า พูดคุยอยู่ แล้วเราคุยกับทุกประเทศ ซึ่ง บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ของไทยไม่ใช่บริษัทเล็กๆ เขาไม่ได้มีธุรกิจน้ํามันอย่างเดียว คนก็ต้องค้าขายกับเขา ในโลกของการทําธุรกิจ เขามีช่องทาง ใครจะกล้าตัดปตท. ออกจากสารระบบ ไม่ยอมรับขายให้ปตท. หากวันหนึ่งสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ ปตท. ไปเลือกที่อื่นเขาก็เสียลูกค้า ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมันมีกลไกตลาดอยู่แล้ว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

พรรคประชาชน ย้ำ ใช้ระบบพิสูจน์ยืนยันตัวตนดิจิทัลเพื่อคุ้มครองสิทธิ  ตั้งคำถามจับแพะชนแกะแบบนี้มี “ใบสั่ง” ทางการเมืองหรือไม่
Politics2026 Mar 15 :: 11:20

พรรคประชาชน ย้ำ ใช้ระบบพิสูจน์ยืนยันตัวตนดิจิทัลเพื่อคุ้มครองสิทธิ ตั้งคำถามจับแพะชนแกะแบบนี้มี “ใบสั่ง” ทางการเมืองหรือไม่

พรรคประชาชน ย้ำ ใช้ระบบพิสูจน์ยืนยันตัวตนดิจิทัลเพื่อคุ้มครองสิทธิ ไม่เชื่อกรมการปกครองไม่เข้าใจว่าระบบยืนยันตัวตนทางดิจิทัลกับข้อมูลหลุดของสมาชิกเป็นคนละเรื่องกัน ตั้งคำถามจับแพะชนแกะแบบนี้มี “ใบสั่ง” ทางการเมืองหรือไม่วันที่ 15 มีนาคม 2569 น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีกรมการปกครองประกาศข่าวแจ้งยกเลิกให้พรรคประชาชนใช้งานระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA - Digital ID) และโปรแกรมอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชนว่า ตอนนี้พรรคยังไม่เห็นคำสั่งฉบับเต็มจากกรมการปกครอง แต่หากมีคำสั่งตามที่สื่อนำเสนอออกมาจริง กรมการปกครองต้องมีคำตอบที่ชัดเจนว่าการที่พรรคประชาชนเชื่อมระบบ DOPA - Digital ID ของกรมการปกครอง กับเรื่องที่มีบุคคลภายนอกพยายามบุกรุกฐานข้อมูลสมาชิกของพรรคประชาชน เกี่ยวข้องกันถึงขนาดมายกเลิกให้พรรคประชาชนใช้งานระบบ DOPA - Digital ID ได้อย่างไร.ทั้งนี้ หากมีคำสั่งอย่างเป็นทางการจากกรมการปกครองจริง พรรคประชาชนจะพิจารณาใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่ออธิบดีกรมการปกครอง หากผลการพิจารณาอุทธรณ์ยังยืนยันคำสั่งเดิม พรรคจะพิจารณาใช้สิทธิต่อสู้โต้แย้งต่อศาลปกครองต่อไป เนื่องจากเราเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่สมเหตุสมผล ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เป็นการนำสองเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันมาเชื่อมโยงกันดังนั้น แม้ตอนนี้ยังไม่เห็นคำสั่งที่เป็นทางการ แต่การที่กรมการปกครองแถลงออกมาเช่นนี้ ไม่ได้ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและอาจถูกมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติต่อพรรคการเมืองหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ทำให้ตั้งคำถามได้ว่าเรื่องนี้อาจมี "ใบสั่ง" ทางการเมือง เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการดิสเครดิตพรรคประชาชนโดยใช้หน่วยงานรัฐเป็นเครื่องมือหรือไม่ ตนเห็นว่าเรื่องที่กรมการปกครองควรทำ คือการส่งเสริมให้ใช้ DOPA Digital-ID เพื่อให้พรรคการเมืองต่างๆ ขอข้อมูลจากสมาชิกน้อยลง เพื่อประโยชน์ในการยืนยันว่า ผู้ประสงค์สมัครสมาชิกมิได้ถูกแอบอ้างการสมัครสมาชิก และเรียกร้องข้อมูลประกอบการสมัครสมาชิกให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายเท่านั้นพรรคประชาชนยืนยันว่าวัตถุประสงค์ที่เชื่อมระบบ DOPA - Digital ID และโปรแกรมอ่านบัตรประชาชน ของกรมการปกครองนั้น เพื่อตรวจสอบว่าบุคคลที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคมีคุณสมบัติที่ครบถ้วนถูกต้องตามกฎหมาย และสมัครด้วยตนเองโดยไม่มีการสวมสิทธิโดยเอาเลขบัตรประชาชนคนอื่นมาสมัครสมาชิก ส่วนที่มีบุคคลภายนอกบุกรุกฐานข้อมูลสมาชิกของพรรคโดยมิชอบ ซึ่งกรมการปกครองอ้างถึงนั้น เป็นอีกกรณีหนึ่งที่พรรคต้องแก้ไขปรับปรุง โดยไม่เกี่ยวข้องหรือกระทบต่อระบบการยืนยันตัวตนของกรมการปกครองแต่อย่างใด

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"เอกนิติ" ย้ำชัด ยังมีน้ำมันสำรองในประเทศอีก 96 วัน  ขอให้ประชาชนมั่นใจ ไม่ต้องกังวล
Politics2026 Mar 15 :: 09:39

"เอกนิติ" ย้ำชัด ยังมีน้ำมันสำรองในประเทศอีก 96 วัน ขอให้ประชาชนมั่นใจ ไม่ต้องกังวล

"ผู้ค้าฯ" ประสานเสียง ยืนยัน น้ำมันไม่ขาดแคลน รับยังห่วงเรื่องราคา พร้อมดำเนินการนโยบายภาครัฐ ด้าน "เอกนิติ" ย้ำชัด ยังมีน้ำมันสำรองในประเทศอีก 96 วัน ขอให้ประชาชนมั่นใจ ไม่ต้องกังวลวันที่ 15 มี.ค. 69 ที่รัฐสภา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงข่าวภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นัดพิเศษ ว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศได้รายงาน ว่าสถานการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซยังมีความรุนแรงอยู่ หัวใจสำคัญที่เรามาพิจารณากันในวันนี้คือเรื่องของน้ำมันในประเทศ ซึ่งวันนี้ทางกระทรวงพลังงาน โดยอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานได้ยืนยันว่าตัวน้ำมันดิบ เรายังสามารถบริหารจัดการให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศไม่น้อยกว่า 96 วันนอกจากนั้นนายกรัฐมนตรี ยังได้เชิญประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ปตท. และผู้แทนจากภาคเอกชนผู้ค้าน้ำมัน ทั้งหมดมาเข้าร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์ถึงความกังวลต่าง ๆ " ซึ่งทุกคนยืนยันว่าน้ำมันหน้าปั๊มยังมีเพียงพอให้ประชาชนได้ใช้ ไม่ต้องเป็นกังวล เราอยากให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันมีเพียงพอแน่นอนสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เช่นเรื่องราคาหรือน้ำมันบางปั๊มไม่เพียงพอ วันนี้ก็ได้แลกเปลี่ยนกัน และมอบหมายให้กระทรวงพลังงาน ไปชี้แจงเรื่องการสื่อสารและดูแลเรื่องการขนส่งเพราะตอนนี้สถานการณ์วิกฤตในตะวันออกกลาง อาจทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกและเร่งซื้อตุนกันไว้ล่วงหน้า ทำให้บางปั๊มไม่ได้สำรองน้ำมันเอาไว้ " นายเอกนิติกล่าวด้านนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ได้ชี้แจงว่า ปริมาณสำรองที่มีอยู่ในประเทศไทยปัจจุบันโดยในวันศุกร์ที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา กรมธุรกิจพลังงานได้ร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ออกตรวจสต๊อกน้ำมันทั่วประเทศ รวม 53 คลัง 589 ถัง มีน้ำมันสำรองเพื่อการค้าอยู่ที่ประมาณ 1,400 ล้านลิตร มีน้ำมันสำรองตามกฎหมายอยู่ที่ประมาณ 3,400 ล้านลิตร สองส่วนนี้คิดเป็น 39 วันขณะเดียวกันมีน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง ซึ่งกำลังเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยอีก 27 วัน และยังมีน้ำมันที่จัดหาแล้วและยืนยันในการจัดทำสัญญาอีก 30 วัน รวมทั้งสิ้นจะมีน้ำมันขั้นต่ำอยู่ที่ 96 วันยืนยันว่ายังมีน้ำมันเพียงพอสำหรับในประเทศ และภายหลังที่ประชาชนได้ไปเติมน้ำมันตามสถานีบริการต่าง ๆ และมียอดจำหน่ายที่โตขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ก็เริ่มปรากฏปัญหาเรื่องการขนส่งน้ำมัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งให้กระทรวงพลังงานหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงประเด็นการจัดส่งให้รวดเร็วและมีความเพียงพอไม่ขาดแคลนส่วนนายคงกระพัน อินทร์แจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. ยืนยันว่า การจัดหาน้ำมันดิบ ซึ่งเรามีเครือข่ายอยู่ทั่วโลกเรามีความเตรียมพร้อมในภาวะวิกฤต จึงสามารถโหลดน้ำมันจากท่าเรืออื่น ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หรือหาแหล่งอื่นเช่นจากอเมริกาแอฟริกาตะวันตก ซึ่งยืนยันว่าเราสามารถหาได้พอเพียง และขอให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าโรงกลั่นของปตท. มีกำลังผลิตกว่า 60% ของประเทศยังรันได้อย่างเต็มที่ มีน้ำมันพอเพียง แล้วจะกลั่นน้ำมันสำเร็จรูปออกมาเป็นสต๊อกให้ประเทศได้ใช้ต่อขณะที่กลุ่มตัวแทนผู้ค้าน้ำมันในประเทศไทย อาทิ ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีกจำกัด(มหาชน) ระบุว่า ยังสามารถบริหารจัดการได้ตามปกติมีปริมาณน้ำมันเพียงพอ ซึ่งมีอาการทยอยขนส่งน้ำมันเข้าสู่สถานีบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้บริการ แต่ด้วยความต้องการที่เพิ่มขึ้นช่วงนี้อาจส่งผลให้บางสถานีบริการ อาจส่งผลให้บางสถานีไม่มีน้ำมันจำหน่ายในบางช่วงซึ่งได้ประสานทุกหน่วยอย่างเต็มที่ พร้อมสนับสนุนนโยบายจากภาครัฐอย่างเต็มความสามารถ ซึ่งสอดคล้องกับนางสาวอรอุทัย ณ เชียงใหม่ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัดส่วนนายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)ระบุว่า ทางลงกันยืนยันว่าเรื่องน้ำมันไม่เป็นประเด็นแล้วเรื่องความกังวลที่จะไม่มีน้ำมันอาจไม่เป็นประเด็นแล้ว ตนในนามของผู้ค้าเราให้การสนับสนุนและปฏิบัติตามราชการ คำว่าขาดแคลนอาจจะไม่แล้ว แต่ถ้าเป็นเรื่องของการปรับราคา อาจจะเป็นนโยบายทางภาครัฐว่าจะปรับราคาอย่างไรยืนยันว่าเราจะพยายามทำเต็มที่เพื่อให้มีน้ำมันจำหน่ายด้านนายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ได้มาสื่อสารให้ที่ประชุมทราบว่าในภาคใต้มีความกังวลกับการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งได้สื่อสารให้ประชาชนทราบว่าน้ำมันไม่ขาด แต่ที่ปั๊มในต่างจังหวัดบางปั๊มตอนนี้ไม่มีน้ำมันแล้วเนื่องจากมีความต้องการที่ไม่สะท้อนความจริง เนื่องจากรถบรรทุกภาคอุตสาหกรรมที่ปกติซื้อโดยตรงจากโรงกลั่น แต่ราคาน้ำมันแตกต่างกันค่อนข้างมาก ทำให้ผู้ประกอบการรถขนส่งส่วนหนึ่งมาต่อคิวซื้อที่ปั๊มเพราะถูกกว่า เส้นทางรัฐบาลก็จะมีมาตรการออกมาดูแลอีกครั้งหนึ่งเพื่อความเป็นธรรม ส่วนการกำหนดราคาการซื้อน้ำมันต่อครั้งที่หน้าปั๊ม ความจริงแล้วเป็นอย่างไรก็จะนำเข้าที่ประชุมต่อไปทั้งนี้นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า วันนี้ผู้ค้าปลีกน้ำมันได้หารือร่วมกับกรมธุรกิจพลังงานและผู้แทนภาคเอกชนและขอยืนยันว่าวันนี้เรื่องน้ำมันขาดแคลนไม่ต้องกังวล เพราะตั้งแต่น้ำมันดิบที่เป็นต้นทางกระทรวงพลังงานได้เตรียมน้ำมันดิบเพียงพอ เพื่อกระจายให้ผู้ค้าน้ำมันและหารือถึงการบริหารจัดการเพราะอาจมีความกังวลจะขาดแคลน้ำมันทุกคนเลยไปตุนน้ำมันทำให้การบริหารจัดการน้ำมันไปสู่ผู้ค้าน้อยกว่าปกติ และได้ข้อสรุปคือให้กระทรวงพลังงานและกรมธุรกิจพลังงานไปคุยกับผู้ค้าเพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันมีเพียงพอเมื่อถามถึงภาคอุตสาหกรรมนั้นมีการหาช่องทางแก้ไขอย่างไร นายสราวุธ กล่าวว่า ในส่วนภาคอุตสาหกรรมนั้น ได้รับบัญชาจากนายกรัฐมนตรีให้กรมธุรกิจพลังงานหารือกับผู้ค้าหลักที่มีโรงกลั่นและหารือกลุ่มผู้ค้ามาตรา 10 เพื่อดูในเรื่องการส่งน้ำมันในราคาที่ยุติธรรมกับทุกฝ่าย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"ไผ่ ลิกค์" ประเดิมงานแรกหลังเป็น สส.โดยสมบูรณ์ เรียกร้อง รมว.พลังงาน ดูปัญหาน้ำมันทั้ง ปท.
Politics2026 Mar 15 :: 09:27

"ไผ่ ลิกค์" ประเดิมงานแรกหลังเป็น สส.โดยสมบูรณ์ เรียกร้อง รมว.พลังงาน ดูปัญหาน้ำมันทั้ง ปท.

"ไผ่ ลิกค์" ประเดิมงานแรกหลังเป็น สส.โดยสมบูรณ์ เรียกร้อง รมว.พลังงาน ดูปัญหาน้ำมันทั้ง ปท.วันที่ 15 มี.ค. 2569 นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร ในฐานะเลขาธิการพรรคกล้าธรรม(กธ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังเสร็จสิ้นปฏิญาณตนและการประชุมสภาผู้แทนราษฎรโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภา ระบุว่า วันนี้ได้เป็น สส. โดยสมบูรณ์แล้ว สิ่งแรกอยากจะเรียกร้องให้รัฐมนตรีพลังงานมาดูเรื่องน้ำมันทั้งประเทศ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ศบก. ย้ำน้ำมันไม่ขาดแคลน ขอประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ
Politics2026 Mar 15 :: 07:30

นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ศบก. ย้ำน้ำมันไม่ขาดแคลน ขอประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ

"นายกฯ" นำประชุม ศบก. ถก ปัญหาน้ำมันขาดแคลน เหตุ ภาคอุตสาหกรรมแย่งประชาชน ซื้อน้ำมันหน้าปั๊ม เพราะราคาถูกกว่า 11 บาท จากรัฐบาลตรึงราคา "เอกนิติ" ยัน น้ำมันยังเหลือเยอะ แค่ยังไม่ได้กลั่น - นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ศบก. ย้ำน้ำมันไม่ขาดแคลน ขอประชาชนใช้ชีวิตตามปกติวันที่ 15 มี.ค. 69 ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ภายหลัง มาตรการตรึงราคาพลังงานครบกำหนด 15 วันโดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง , พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม , นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ , นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ส่วนนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ขอลาการประชุม เนื่องจากเตรียมโทรคุยกับทูตอิหร่าน ประสานเรื่องสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางในช่วงบ่ายวันนี้ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขณะที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในฐานะประธานศูนย์ ศบก. ได้เข้าประชุมออนไลน์ แล้วสะท้อนปัญหาน้ำมันขาดในบางสถานีบริการน้ำมันเพราะ ภาคอุตสาหกรรมเข้าไปแย่งเติมน้ำมันกับประชาชนในสถานีบริการ เนื่องจากกลัวว่าในภาคอุตสาหกรรมจะไม่มีน้ำมันใช้ ถ้าเป็นไปได้ขอให้บริษัทที่ขายตรง ช่วยประกาศว่า ใครที่ซื้อผ่านผู้ค้าส่ง (Jobber ) ขอให้มาซื้อได้ตามปกติ ส่วนเรื่องราคาให้ไปเจรจากันเองด้านนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการฟังข้อสังเกตจากนายพิพัฒน์ จริง ๆ เติมหน้าปั๊มคนเคยใช้ยังไงก็ใช้อย่างนั้น ยิ่งน้ำมันแพงขึ้นมากทำให้ประชาชนตื่นตัว ปัญหาใหญ่ขณะนี้คือราคาขายส่ง โดยเฉพาะระบบขนส่งโลจิสติกส์ ที่มีความเรื่องมากต่างจากเอารถไปเติมที่ปั๊ม และราคาถูกกว่ากันเยอะส่วนนายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทใหญ่ ๆ ที่มีรถหลายร้อยคัน ปกติไปซื้อกับผู้ค้าส่งน้ำมัน และไปตั้งฮับหรือศูนย์กระจายที่บริษัท แต่เนื่องจากรัฐบาลมากำหนดราคาหน้าปั๊มถูกกว่าราคาของผู้ค้าส่ง คือถูกกว่า 11 บาทผู้ประกอบการส่วนใหญ่จึงเอารถไปรอคิวที่สถานีบริการ ทำให้เป็นประเด็นไปแย่งน้ำมันกับรายย่อย โดยขอเสนอแนวทางการแก้ปัญหา รัฐบาลจะต้องมาพิจารณาราคาว่าจะทำอย่างไรรวมถึงในส่วนของเรือในประเทศ โดยเฉพาะเรือขนน้ำมันในภาคใต้ทั้งหมด ที่ต้องซื้อน้ำมันแพงกว่าราคาหน้าปั๊ม จะทำให้ค่าครองชีพสินค้าต่าง ๆ ในภาคใต้ ตั้งแต่สุราษฎร์ธานีลงไปจะเพิ่มขึ้นขณะที่นายเอกนิติ กล่าวว่า วันนี้ตัวน้ำมันดิบมีแน่นอน ที่จะคงพลังงาน 90 วัน น้ำมันดิบมีสบาย ๆ เอามากลั่นแล้วออกมาหน้าปั๊มยังเหลืออีกเยอะ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ เรื่องการบริหารจัดการขนส่ง การทำหน้าปั๊มให้ประชาชนเกิดความมั่นใจว่าน้ำมันเพียงพอ ตามที่เลขาธิการสภาพัฒน์รายงาน ซึ่งเปรียบเสมือนตู้ ATM ที่ยังมีเงินอีกเยอะ ดังนั้นการบริหาร จัดการต้องให้ประชาชนรู้ว่า น้ำมันยังมีอีกเยอะ ความต้องการผู้ค้าต่าง ๆ ยืนยันน้ำมันยังเหลือเยอะ จึงเป็นเรื่องของการบริหารจัดการด้านขนส่งฉะนั้นสิ่งที่เราต้องสื่อสารกับประชาชน เพียงพอที่หน้าปั๊ม 1 น้ำมันเพียงพอที่หน้าปั๊ม 2 ต้องบริหารจัดการเรื่องการขนส่ง เพราะวันนี้นอกจากประชาชนมาเติมหน้าปั๊มแล้ว ยังมีภาคอุตสาหกรรม ซึ่งปกติบริหารจัดการไม่ให้ มาใช้บริการที่หน้าปั๊ม เมื่อไปใช้บริการหน้าปั๊มก็ทำให้ความ ต้องการหน้าปั๊มเยอะมากขึ้น จึงทำให้รู้สึกว่าน้ำมันจะหมด อันนี้เป็นเรื่องของการบริหารจัดการ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำ ขอย้ำว่าเป็นเรื่องของการสื่อสารกับประชาชน เพราะคู่ค้าน้ำมันยืนยัน น้ำมันพอเพียงและต้อง ในเรื่องของการบริหารขนส่งโลจิสติกส์ จะต้องบอกว่าน้ำมันตรงไหนใกล้ขาด และต้องบริหารไปเติมเหมือนกับ ตู้ ATM ถ้าขาดเงิน ก็ต้องเอาเงินมากองให้เห็นเพื่อบอกให้รู้ว่ามีเงินเพียงพอ จะต้องหาทางจัดการไม่ให้มาแย่งภาคประชาชนนายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ศบก. ย้ำน้ำมันไม่ขาดแคลน ขอประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ เร่งสื่อสารลดความตื่นตระหนก ขณะที่ กต. รายงาน 20 ลูกเรือไทยกลับถึงไทย วันพรุ่งนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ครั้งที่ 4/2569 โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วม รวมทั้ง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมประชุมในรูปแบบ online ตลอดจนหน่วยงานด้านความมั่นคง การท่องเที่ยว แรงงาน และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมทั้งในรูปแบบ onsite และ online โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้นายกรัฐมนตรี ยืนยัน สถานการณ์พลังงานของประเทศไม่มีภาวะวิกฤต การเติมน้ำมันตามสถานีบริการยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ ในช่วงกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังเกิดสถานการณ์ตะวันออกกลาง ไทยไม่เคยประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำมันนายกรัฐมนตรีระบุว่า ความกังวลของประชาชนส่วนหนึ่งเกิดจากข่าวสารที่แพร่กระจายในสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าประเทศอาจขาดแคลนน้ำมัน ทั้งที่แท้จริงเป็นเพียงแนวทางการบริหารจัดการภายในของบริษัท ทั้งนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องต่อสาธารณชน เชื่อว่า ผู้ประกอบการน้ำมันรายใหญ่ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง จะช่วยสร้างความมั่นใจ ถึงปริมาณน้ำมันในประเทศว่า ยังเพียงพอ และไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนนายกรัฐมนตรี ยังหารือกับผู้ค้าน้ำมันพิจารณาบริหารการจำหน่ายอย่างเหมาะสม หากพบการซื้อน้ำมันในปริมาณมากผิดปกติ เช่น การนำรถบรรทุกหรือถังขนาดใหญ่เข้ามาซื้อเพื่อกักตุน อาจใช้ดุลยพินิจจำกัดการขาย เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนทั่วไปที่มาใช้บริการตามปกติขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังได้เสนอให้แยกช่องทางการจัดหาน้ำมันสำหรับภาคอุตสาหกรรมหรือโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องใช้น้ำมันจำนวนมาก โดยให้จัดส่งผ่านระบบขายส่งหรือการเติมในถังของหน่วยงานโดยตรง แทนการมาใช้บริการที่สถานีบริการน้ำมัน ซึ่งจะช่วยลดความแออัดและความกังวลของประชาชนนายกรัฐมนตรีย้ำว่า หน่วยงานด้านพลังงานของไทย ยังคงสามารถจัดหาน้ำมันจากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการเจรจาซื้อก๊าซและเชื้อเพลิงจากประเทศนอกภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มเติม เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านพลังงานของประเทศ“สิ่งสำคัญที่สุด ในขณะนี้คือการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อลดความตื่นตระหนกของประชาชน และยืนยันว่าประเทศไทยยังไม่มีสัญญาณว่าจะเกิดการขาดแคลนน้ำมันในระยะใกล้” นายกรัฐมนตรียืนยันนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศไทยยังอยู่ในระดับเพียงพอ โดยหากนำน้ำมันดิบที่มีอยู่มาก จะสามารถรองรับความต้องการได้ประมาณ 96 วัน ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่ใช่การขาดแคลนน้ำมัน แต่เป็นเรื่องการบริหารจัดการระบบขนส่งและการกระจายไปยังสถานีบริการน้ำมัน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันมีเพียงพอ เปรียบเสมือนตู้เอทีเอ็มที่แม้จะมีเงินสำรองจำนวนมาก แต่หากประชาชนกังวลและแห่ถอนเงินพร้อมกัน ก็อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่ามีเงินไม่เพียงพอโดยที่ประชุมได้หารือแนวทางดำเนินการ 3 ประการ ได้แก่ การสื่อสารสร้างความมั่นใจกับประชาชนว่าน้ำมันมีเพียงพอ การบริหารจัดการระบบขนส่งและโลจิสติกส์เพื่อกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการอย่างมีประสิทธิภาพ และการจัดระบบแยกช่องทางจัดหาน้ำมันสำหรับภาคอุตสาหกรรม เพื่อไม่ให้มาใช้บริการร่วมกับประชาชนที่สถานีบริการน้ำมัน ซึ่งจะช่วยลดความแออัดและความกังวลของประชาชนได้โอกาสนี้ ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของประเทศ อาทิ ปตท. โออาร์ พีที และบางจาก ยืนยันในที่ประชุมฯ ว่าสต็อกน้ำมันของประเทศยังมีเพียงพอ พร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐ แต่จำเป็นต้องบริหารจัดการการขนส่งและการเติมน้ำมันในบางสถานีบริการอย่างเหมาะสมเท่านั้นในที่ประชุม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงโอกาสทางการค้าของไทยท่ามกลางวิกฤต ขณะนี้หลายประเทศในตะวันออกกลางมีความต้องการสินค้าอาหารและวัตถุดิบเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะสินค้าอาหารและอาหารแปรรูป อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดด้านการขนส่งสินค้า ทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีความเสี่ยง จึงเสนอให้พิจารณาหารือกับรัฐบาลอิหร่าน เพื่อเปิดโอกาสให้เรือสินค้าจากไทย หากเจรจาได้สำเร็จ ไทยจะสามารถส่งออกสินค้าอาหารและอาหารแปรรูปไปยังตลาดตะวันออกกลางได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังสามารถนำเข้าพลังงานหรือปุ๋ยจากภูมิภาคกลับมายังประเทศไทยได้ด้วยขณะที่ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ชี้แจงกรณีการเติมน้ำมันตามสถานีบริการทั่วประเทศยังดำเนินการได้ตามปกติ และตลอดกว่า 2 สัปดาห์ที่เกิดสถานการณ์ตะวันออกกลาง ไทยยังไม่เคยประสบปัญหาน้ำมันขาดแคลน โดยความกังวลที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการซื้อน้ำมันในปริมาณมากเพื่อกักตุน รวมถึงข่าวสารที่คลาดเคลื่อนในสื่อออนไลน์ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการพลังงานเร่งสื่อสารข้อเท็จจริงต่อประชาชน พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยยังสามารถจัดหาน้ำมันและก๊าซจากหลายแหล่งทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีสัญญาณว่าจะเกิดวิกฤตพลังงานในระยะใกล้ก่อนเสร็จสิ้นการประชุม ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ รายงานสถานการณ์ล่าสุด ซึ่งความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังคงเพิ่มขึ้น โดยบางช่วงการขนส่งน้ำมันได้รับผลกระทบ และประเทศมหาอำนาจเริ่มหารือมาตรการควบคุมสถานการณ์ รวมทั้งการเจรจากับอิหร่านเพื่อให้เรือสินค้าสามารถผ่านช่องแคบได้อย่างปลอดภัยกรณีเรือสินค้ามยุรีนารี ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 บริษัทเจ้าของเรือได้เคลื่อนย้ายลูกเรือจำนวน 20 คน ออกจากเมืองคาซับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เดินทางถึงกรุงมัสกัต ประเทศโอมาน เมื่อค่ำวานนี้ โดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต ได้ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด และลูกเรือทั้งหมดมีกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยในวันนี้ และคาดว่าจะถึงประเทศไทยในวันพรุ่งนี้อย่างไรก็ตาม ยังมีลูกเรืออีก 3 คนที่ต้องได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติม ในวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานงานกับรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เพื่อเร่งช่วยเหลือลูกเรือต่อไปนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำในช่วงท้ายว่า ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินมาตรการทุกด้านอย่างเต็มที่ เพื่อดูแลสถานการณ์พลังงานและความเป็นอยู่ของประชาชน โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะพยายามทุกวิถีทางในการจัดหาเชื้อเพลิงและสิ่งจำเป็นให้ประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานการณ์โดยรวมยังคงดำเนินไปได้อย่างปกติ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ตรงตามโผ “มัลลิกา-เลิศศักดิ์” นั่งรองประธานสภาฯ ไม่มีการเสนอชื่อคนอื่นแข่ง
Politics2026 Mar 15 :: 06:38

ตรงตามโผ “มัลลิกา-เลิศศักดิ์” นั่งรองประธานสภาฯ ไม่มีการเสนอชื่อคนอื่นแข่ง

ตรงตามโผ “มัลลิกา-เลิศศักดิ์” นั่งรองประธานสภาฯ ไม่มีการเสนอชื่อคนอื่นแข่งวันที่ 15 มี.ค. 2569 วาระการพิจารณาเลือกรองประธานสภาผู้แทนราษฎร 2คน โดยนายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา พรรคประชาชาติ เสนอชื่อน.ส.มัลลิกา จิระพันธ์วาณิช สส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย เป็นรองประธานสภาผู้แทน ราษฎร คนที่1 โดยไม่มีการเสนอชื่ออื่นเข้าแข่งขัน ถือว่า น.ส.มัลลิกาได้รับเลือกเป็นรองประธานสภาฯคนที่ 1 โดยน.ส.มัลลิกาแสดวิสัยทัศน์ว่า ขอให้เชื่อใจและมั่นใจว่า จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในการประชุมจะเป็นกลาง เสมอภาค เที่ยงธรรม ให้โอกาสทุกคนเพื่อรับฟังความเห็น สภาเป็นส่วนสำคัญแก้ปัญหาให้ประชาชน สิ่งที่อยากทำคือการแก้กฎหมายที่ป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ เพราะหลายครั้งติดเรื่องระเบียบมากมาย จึงขอความร่วมมือสมาชิกช่วยผลักดันกฎหมาย และญัตติต่างๆให้เป็นไปอย่างราบรื่น ประชุมอย่างสร้างสรรค์ มีสาระ เอาเนื้อๆ ไม่เอาน้ำ ในการประชุมจะขอใช้ระเบียบข้อบังคับเคร่งครัด เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากนั้นนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย เสนอชื่อนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย พรรคเพื่อไทย เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่2 โดยไม่มีการเสนอชื่ออื่นเข้าแข่งขัน ถือว่านายเลิศศักดิ์ได้รับเลือกเป็นรองประธานสภาฯคนที่2 จากนั้นนายเลิศศักดิ์แสดงวิสัยทัศน์ว่า ขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ให้ความไว้วางใจให้มาทำหน้าที่ ให้คำมั่นว่า จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใสทุกขึ้นตอน ตรวจสอบได้ทุกกระบวนการ ยึดมั่นข้อบังคับการประชุมเคร่งครัด มีแนวคิด 3ประการคือ 1.ต้องการเห็นการทำงานการประชุมอย่างมีประสิทธิภาพ ให้การตรวจสอบกฎหมายเกิดประโยชน์สูงสุด 2.จะส่งเสริม สนับสนุนให้สส.ใช้กลไกที่มีอยู่ในสภา ทั้งการหารือความเดือดร้อน การตั้งกระทู้ต่างๆ ได้แก้ปัญหาประชาชนอย่างแท้จริง 3.อยากให้สภาฯเป็นสภาของประชาชน เป็นพื้นที่ประชาชนเข้าถึงได้ ทั้งการยื่นกฎหมาย การร้องเรียน ให้สภาเป็นพื้นที่การเรียนรู้ จะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดจากนั้นนายไพโรจน์ โล่สุนทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่ทำหน้าที่ประธานชั่วคราว แจ้งว่า หมดวาระการประชุมแล้ว ส่วนวาระการเลือกนายกรัฐมนตรีจะแจ้งให้ทราบต่อไป ก่อนสั่งปิดประชุมในเวลา 13.15น.

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

มติเอกฉันท์! “โสภณ” ชนะเลือกตั้ง 289 เสียง นั่งเก้าอี้ประธานสภาฯ
Politics2026 Mar 15 :: 06:24

มติเอกฉันท์! “โสภณ” ชนะเลือกตั้ง 289 เสียง นั่งเก้าอี้ประธานสภาฯ

มติเอกฉันท์! “โสภณ” ชนะเลือกตั้ง 289 เสียง นั่งเก้าอี้ประธานสภาฯ - ขณะที่ สส.ประท้วงวุ่น ปมสมาชิกลงคะแนนหลังบัตร ขอประธานวินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐานวันที่ 15 มี.ค. 2569 นายวรวงศ์ วรปัญญา สส.จังหวัดลพบถรี พรรคเพื่อไทย เริ่มขานคะแนนผู้ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ หลังมีการลงคะแนนเป็นการลับ โดยมีผู้ถูกเสนอชื่อ 2 คน คือ 1.นายโสภณ ซารัมย์ สส.จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย และ 2.นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งหมด 498 คน และมีผู้เข้าร่วมประชุมในวันนี้ 496 คนสำหรับผลการลงคะแนนเลือกประธานสภาฯ ในวันนี้ ผู้ที่ได้รับคะแนนมากที่สุดและได้ดำรงตำแหน่งประธานสภา คือ นายโสภณ ซารัมย์ ด้วยคะแนน 289 คะแนนขณะที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ได้รับ 123 คะแนน และมีผู้งดออกเสียง จำนวน 80 คะแนน ทั้งนี้ยังมีบัตรเสียอีกจำนวน 5 ใบอย่างไรก็ตาม นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นท้วงติงภายหลังการนับคะแนนเสร็จสิ้น ว่า เนื่องจากเราเป็นองค์กรนิติบัญญัติ ในส่วนของบัตรเสียซึ่งตัวเลขมีอยู่ทั้งหมด 5 ใบ ในกรณีของการเขียนบนซองตนคิดว่าชัดเจนว่าไม่สะท้อนเจตจำนงในการลงคะแนน แต่อีก 3 ใบ เป็นการลงคะแนนที่บัตรลงคะแนน ซึ่งจากที่ฟังดูคร่าวๆ บางบัตรอาจมีการลงที่หลังบัตรหรือมีการเขียนตัวเลขไม่ชัด ตนจึงขอให้สภาเราสร้างบรรทัดฐานได้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่องค์กรต่างๆ ที่จัดการเลือกตั้ง ว่าให้ประประธานวินิจฉัยโดยใช้เกณฑ์ที่นายวรวงศ์ ใช้คำว่าเจตจำนง โดยจะให้ประธานวินิจฉัยได้หรือไม่ว่า ควรเคารพในเจตจำนงนั้นและถือเป็นคะแนนของผู้ลงคะแนนได้หรือไม่ อย่างน้อยที่สุดนี่คือการเปิดเผยการทบทวนกระบวนการต่างๆ อย่างชัดเจน เพื่อให้เป็นประโยชน์ที่สุดต่อประชาชน และเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ทุกองค์กรที่ดำเนินการการเลือกตั้ง จึงจะขออนุญาตประธานที่ประชุมให้ช่วยตรวจสอบกรณีการเขียนคะแนนลงบนซองว่าตกลงแล้วเป็นบัตรเสียจริงหรือไม่ หากเอาเจตจำนงจะถือเป็นบัตรดี ตนมองว่าผลการลงมติไม่เปลี่ยน แต่จะได้เป็นบรรทัดฐานที่ดีต่อไปด้าน นายวรวงศ์ เผยว่า จากมติคณะกรรมการก่อนที่เราจะมีการนับคะแนนได้มีการตกลงกันว่าให้มีการใช้คำว่า “เจตจำนง“ เพื่อนสมาชิกได้มีการแสดงเจตจำนงในการลงคะแนน แต่จากการตรวจสอบแล้วเห็นได้ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือว่าเป็นตัวแทนของประชาชนที่ผ่านการเลือกตั้ง การแสดงเจตจำนงในการที่แสดงตัวเลขหรืองดออกเสียง มีความประสงค์จะไม่ลงคะแนน แต่มีการลงคะแนนที่หลังบัตร พวกเรามีมติเห็นว่าเป็นบัตรเสีย ทุกคนผ่านการเลือกตั้งมาแล้วตนคิดว่าการแสดงเจตจำนงผิดหน้ากระดาษถือเป็นบัตรเสียส่วนอีกกรณี เราไม่สามารถตีความได้ว่าจะเป็นเบอร์ 1 หรือเบอร์ 2 แม้จะบอกว่ามีเจตจำนงที่จะแสดงออกหรือเป็นเบอร์ไหน แต่หากให้ผู้ที่ประสงค์ลงคะแนนหรือเจ้าของบัตรมาบอกจะไม่เป็นการลงคะแนนลับ ตนเข้าใจว่าปัจจุบันนายไพโรจน์ ปฎิบัติหน้าที่ในฐานะประธานชั่วคราว แต่ต้องเป็นผู้วินิจฉัย เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานในอนาคต หรือแม้แต่ในสภาชุดหน้าหรือหากมีการเลือกตั้งประธานสภาหรือรองประธานสภาก็ต้องมีการเตรียมกระดาษไว้หรือไม่ ว่ามีเบอร์ไหนบ้าง เพราะสมาชิกหลายคนไม่ถนัดเขียนอาจกากบาทแทนขระที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ลุกขึ้นประท้วงว่า ประชาชนไม่สบายใจว่าพวกเรา สส.มีเงินเดือนกินประมาณคนละ 113,560 บาท ทำไมต้องเอาภาษีประชาชนมาเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับ สส. และจากการที่ที่ตนได้ไปเสาะหาข้อมูล สส. ของประเทศอื่นๆพบว่า สส. เขาซื้ออาหารกินเอง หากประธานสภาตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้องประชาชนจะยอมรับมากขึ้น และวันนี้เรามีผู้ช่วย สส. 8 คน ตนดูแล้วหลายประเทศมีผู้ช่วย สส. เพียง 1-3 คน ประชาชนอาจมองว่าเราใช้จ่ายงบประมาณฟุ่มเฟือยมากเกินไป และยิ่งทราบว่ามีการเพิ่มเงินเดือน จากเดิม 15,000 บาทเป็น 18,000 บาท หากเราลดผู้ช่วย สส. เหลือ 3 คน เราจะประหยัดงบประมาณปีละ 540 ล้านบาท และอีกประเด็นคือเรื่องของกองทุนบำนาญ สส.ซึ่งอยากฝากประธานสภาคนใหม่ได้โปรดพิจารณา เพราะจะกินภาษีของประชาชน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ด่วน! กรมการปกครอง สั่งตัดระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล “พรรคประชาชน” หลังข้อมูลสมาชิกรั่วไหล
Politics2026 Mar 15 :: 04:39

ด่วน! กรมการปกครอง สั่งตัดระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล “พรรคประชาชน” หลังข้อมูลสมาชิกรั่วไหล

ด่วน! กรมการปกครอง สั่งตัดระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล “พรรคประชาชน” หลังข้อมูลสมาชิกรั่วไหลวันที่ 15 มี.ค. 2569 กรมการปกครอง ออกเอกสารชี้แจง กรณีข้อมูลของประชาชนเกิดการรั่วไหลในส่วนของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อตัว-ชื่อสกุล เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล และข้อมูลอื่น ๆ เป็นต้นตามที่ปรากฏข่าวสาร กรณีพรรคประชาชน ได้ตรวจพบความพยายามจากบุคคลภายนอกในการเข้าถึงข้อมูลในระบบฐานข้อมูลสมาชิกของพรรคโดยไม่ได้รับอนุญาต นั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง เป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ขอเรียนชี้แจง ดังนี้1. การดำเนินการของหน่วยงานรัฐ(1) กรมการปกครอง โดยสำนักบริหารการทะเบียน ได้แจ้งยกเลิกการให้พรรคประชาชนใช้งานระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) รวมถึงโปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวแบบอเนกประสงค์ (Smart Card) ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2569 เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป และได้แจ้งให้จัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลให้กรมการปกครองทราบ เพื่อคุ้มครองข้อมูลของประชาชน และดำเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของข้อมูล และพิจารณาการเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ กับทุกหน่วยงานด้วยนโยบายการรักษาความลับตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร(2) กรณีที่มีการนำข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนของประชาชนไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม หรือใช้เกินวัตถุประสงค์ที่กฎหมายกำหนด หรือการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลมิได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม หากตรวจพบว่ามีการกระทำความผิด สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง จะพิจารณาเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน หรือร้องเรียนเพื่อให้มีการพิจารณาโทษทางปกครอง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง กับผู้กระทำความผิด ต่อไป2. กรณีหน่วยงานหรือองค์กรที่ได้รับการอนุญาตให้เชื่อมโยงข้อมูลมีการปล่อยปละละเลยให้มีการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย หากปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนโดยไม่ชอบ อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่(ก) พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติมเปิดเผยข้อความหรือตัวเลขซึ่งเป็นข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรโดยมิชอบ(ข) พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติมเข้าถึงข้อมูลหรือเปิดเผยข้อมูลที่บันทึกไว้ในหน่วยความจำอันมีข้อมูลที่ปรากฏอยู่บนบัตรโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ถือบัตร(ค) พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)การเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีฐานกฎหมายโทษ : โทษทางแพ่ง ทางปกครอง และทางอาญา(ง) พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560หากมีการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น(5) กฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายพรรคการเมืองหากการได้มาของข้อมูลนำไปใช้เกี่ยวกับการสมัครสมาชิกพรรค หรือกิจกรรมทางการเมืองโดยมิชอบ ทั้งนี้ การพิจารณาความผิดต้องอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏ3. สิทธิของประชาชนในการฟ้องร้องหน่วยงาน องค์กร หรือบุคคลหากมีการนำข้อมูลหน้าบัตรประชาชนของบุคคลไปใช้โดยมิชอบ เช่น บริการทางการเงิน เปิดบัญชีทำธุรกรรมต่าง ๆ เป็นต้น จนทำให้เจ้าของข้อมูลได้รับความเสียหาย เจ้าของข้อมูลสามารถใช้สิทธิร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในความผิดที่มีโทษอาญา และมีสิทธิร้องเรียนเพื่อขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ได้แก่(1) ความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341มีโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ(2) ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264 – 268มีโทษจำคุกสูงสุดถึงสิบปี และปรับสูงสุดสองแสนบาท(3) ความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตามมาตรา 14 (1) แห่ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ(4) ความผิดเกี่ยวกับเปิดเผยข้อความหรือตัวเลขซึ่งเป็นข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรตามมาตรา 17 ประกอบมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534มีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ(5) หากมีการเปิดเผยข้อมูลที่บันทึกไว้ในหน่วยความจำโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ถือบัตรตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ(6) ร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ตรวจสอบการกระทำที่อาจฝ่าฝืนกฎหมาย4. แนวทางการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ในกรณีที่ประชาชนมีความกังวลว่าข้อมูลบนบัตรประชาชนอาจถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ สามารถดำเนินการได้ ดังนี้(1) ติดต่อ สำนักทะเบียนอำเภอ/เขต เพื่อขอทำบัตรประชาชนใหม่(2) กรณีมีเหตุจำเป็น เช่น ข้อมูลอาจถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ เจ้าหน้าที่สามารถพิจารณาดำเนินการออกบัตรใหม่ได้ตามระเบียบ แต่ยังคงต้องเสียค่าธรรมเนียมตามที่ระเบียบกำหนด (ค่าธรรมเนียม 100 บาท)(3) โดยเลขประจำตัวประชาชนยังคงเดิม แต่จะมีเลขหลังบัตร (Laser ID) ใหม่

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

เริ่มแล้ว! “โสภณ-พริษฐ์” ถูกเสนอชื่อชิงเก้าอี้ ประธานสภาฯ โชว์วิสัยทัศน์ทำงานเที่ยงธรรม สังคายนากฎหมายเก่า
Politics2026 Mar 15 :: 03:35

เริ่มแล้ว! “โสภณ-พริษฐ์” ถูกเสนอชื่อชิงเก้าอี้ ประธานสภาฯ โชว์วิสัยทัศน์ทำงานเที่ยงธรรม สังคายนากฎหมายเก่า

เริ่มแล้ว! “โสภณ-พริษฐ์” ถูกเสนอชื่อชิงเก้าอี้ ประธานสภาฯ โชว์วิสัยทัศน์ทำงานเที่ยงธรรม สังคายนากฎหมายเก่า - ด้าน “พริษฐ์” ไม่หวังถูกเลือก แต่โชว์ข้อเสนอ 4 เรื่องสำคัญที่ไม่ควรเป็นกลาง ชี้ภารกิจสำคัญ กอบกู้ความไว้ใจจากประชาชนคืน ตั้งคำถาม 4 ปีข้างหน้า สภาจะยืนข้างใคร ปชช.-กลุ่มอำนาจวันที่ 15 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ทำหน้าที่ประธานชั่วคราวของที่ประชุม นำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ทั้ง 499 คน ปฏิญาณตนก่อนเริ่มประชุมสภาฯ ว่า ข้าพเจ้านาย….. ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการนายไพโรจน์ ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดได้มีการถ่ายทอดสดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้และครั้งต่อไป ทางสถานีวิทยุกจายเสียงรัฐสภา สถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาและสื่อออนไลน์ของรัฐสภา เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 127 ที่บัญญัติให้การประชุมย่อมเป็นการเปิดเผย ดังนั้นเอกสิทธิ์ย่อมไม่คุ้มคุ้มครองสมาชิกผู้กล่าวถ้อยคำอันมีลักษณะเป็นความผิดทางอาญาหรือละเมิดสิททางแพ่ง ต่อบุคคลอื่นซึ่งมิใช่รัฐมนตรี หรือสมาชิกแห่งสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 124สำหรับการเลือกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งอาณาจักรไทย มาตรา 116 วรรค 1 และมาตรา 120 วรรค 5 ประกอบด้วยข้อบังคับ ข้อ 6 และข้อ 81 กำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรได้มีประธานสภาคนหนึ่ง โดยในการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกแต่ละคนมีสิทธิ์เสนอชื่อได้หนึ่งชื่อ และต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า 20 คน โดยผู้ที่ถูกเสนอชื่อจะต้องกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในการที่จะดำรงตำแหน่งต่อที่ประชุม ในกรณีที่มีการเสนอชื่อเพียงชื่อเดียว ถือว่าผู้ถูกเสนอชื่อนั้นเป็นผู้ได้รับเลือกเป็นประธานสภา แต่ถ้ามีการเสนอชื่อรายชื่อ ให้ออกเสียงลงคะแนนเป็นการลับ ผู้ที่ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดจะได้รับเลือกเป็นประธานสภา ดังนั้นตนจึงขอดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีดำเนินการที่รัฐธรรมนูญและข้อบังคับได้กำหนดไว้จากนั้น นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นเพื่อเสนอชื่อ นายโสภณ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เพื่อให้สภามีมติเห็นชอบดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีผู้รับรับรองเกินกว่า 20 คนขณะที่ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เสนอชื่อ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ เพื่อให้สภามีมติเห็นชอบดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีผู้รับรับรองเกินกว่า 20 คนนายโสภณ กล่าววิสัยทัศน์ว่า ตลอดระยะเวลา 25 ปี ที่ตนอยู่ในสภานิติบัญญัติ ตนได้เห็นการทำงานตั้งแต่สภาในรุ่นก่อน ตั้งแต่ยกชาร์จอธิบายการทำงานเพื่ออภิปรายข้อมูล จนมาถึงยุคสภาในปัจจุบันที่ใช้ AI ในการทำงาน ฉะนั้นจากประสบการณ์ที่ตนได้เห็นก็มีทั้งจุดเด่น และจุดด้อย ตนหวังว่าในสภาชุดนี้จะได้หลอมรวมเอาประสบการณ์ดีๆ ในอดีตและความทันสมัยมาใช้ในการทำงานสภาให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อประชาชน และเราได้ขันอาสาประชาชนมาทำงาน เพื่อพัฒนาแก้ปัญหาของประเทศนี้ โดยอำนาจหน้าที่ของประธานสภาและอำนาจหน้าที่ของสถาบันนิติบัญญัติ นั่นคือ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ มีอยู่ 3 ประการ คือ นำเรื่องราวที่ได้รับจากประชาชน ความทุกข์ร้อนมาบอกกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการปรึกษาหารือ การตั้งกระทู้ ตนอยากเห็นการได้ใช้กลไกนี้นำเรื่องทุกข์ร้อนมาบอกกล่าว เพื่อนำไปให้ฝ่ายบริหารปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ประการที่ 2 คือ การตรวจสอบ ระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร ตนอยากเห็นการตรวจสอบที่มีคุณภาพ และมีความสมดุลย์ เป็นเหตุเป็นผลในการทำงานทั้งสองฝ่าย เพื่อประโยชน์ของประชาชนสำหรับประการที่ 3 ที่เป็นอำนาจหน้าที่ที่สำคัญ คือ การบัญญัติกฎหมาย การออกกฏหมาย เราทราบดีว่าขณะนี้สถานการณ์ของโลกอยู่ท่ามกลางวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตของการค้า เศรษฐกิจ วิกฤตสังคม วิกฤตของการเปลี่ยนแปลงกายภาพของโลก ภูมิศาสตร์ของโลก และที่สำคัญวิกฤตความขัดแย้งจนนำไปสู่สงคราม ตนอยากเห็นสถาบันแห่งนี้ สภาแห่งนี้ ได้เป็นหลักในการที่จะฟันฝ่าวิกฤตเหล่านี้ไปเคียงคู่กับรัฐบาล ใช้กฎหมาย ใช้นิติบัญญัติในการฝ่าวิกฤตนายโสภณ กล่าวต่อว่า ในอดีตเราได้เห็นการเสนอกฎหมายส่วนใหญ่จะเป็นกฎหมายที่มาจากรัฐบาล ครั้งนี้ตนอยากเห็นการเสนอกฎหมายที่ออกจากสภาแห่งนี้ จะให้สภาแห่งนี้ในการเสนอกฎหมายต่างๆ ที่จะเป็นเครื่องมือให้ฝ่ายบริหารไปทำงาน โดยเรามีกฎหมายที่ล้าสมัยเป็นจำนวนมาก ทั้งไม่สามารถบังคับใช้ได้ ทั้งไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ตนจึงหวังว่าในสภาชุดนี้จะต้องสังคายนากฎหมายเหล่านั้นที่ล้าสมัย เป็นอุปสรรคต่อประชาชน ให้มีการปรับปรุงหรือยกเลิกโดยเร็วที่สุด ส่วนกฎหมายใหม่ที่จะนำมาเสนอ เพื่อเป็นเครื่องมือให้ฝ่ายบริหารได้ไปทำงาน ต้องทันสมัย เป็นกฎหมายที่ทันต่อเหตุการณ์ การพัฒนาการของโลก และการพัฒนาการของประเทศ ปัญหาของประเทศได้ทัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้า ต่างประเทศ สังคม หรืออะไรก็แล้วแต่ จะต้องใช้กฎหมายที่ทันสมัยรวดเร็วและมีประสิทธิภาพอย่างไรก็ตาม ในอดีตเราเห็นการเสนอกฎหมายใช้เวลานาน ฉะนั้นตนมีความเห็นว่าประชาชนไม่พึงปรารถนาที่จะให้สภาแห่งนี้ใช้วาทะกรรมเอาชนะกันโดยไม่คำนึงถึงผลที่จะได้รับ ตนคิดว่าประชาชนปรารถนาที่จะเห็นการบัญญัติกฎหมายหรือออกกฏหมาย เพื่อเป็นเครื่องมือที่จะให้รัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม ฉะนั้นตนหวังอย่างยิ่งว่าสมาชิกในสภาแห่งนี้จะได้ร่วมแรงร่วมใจกันในการทำงานเสนอกฎหมาย และสภาแห่งนี้เป็นสภาที่พึ่งที่หวังของประชาชน เป็นต้นแบบ หากเราไม่สามารถที่จะทำเพื่อสร้างความศรัทธา เพื่อเป็นเกียรติเป็นศรีให้เป็นสภาที่สง่างาม เราก็ยากที่จะทำให้ระบอบประชาธิปไตยเกิดขึ้นให้เป็นประชาธิปไตยที่เราต้องการ ในการที่จะนำพาไปพัฒนาประเทศนายโสภณ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากตนได้รับเลือกทำหน้าที่ประธานสภา ตนก็ภาวนาที่จะทำงานอย่างเที่ยงธรรม เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน จรรโลงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขด้าน นายพริษฐ์ ได้กล่าววิสัยทัศน์ว่า การเสนอชื่อในวันนี้เป็นการเสนอโดยไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เป็นผู้รับเลือกเข้าไปทำหน้าที่ประธานสภา เพราะตั้งแต่ผลเลือกตั้งออกมา พรรคประชาชนชัดเจนมาโดยตลอดว่าเราเคารพสิทธิ์ของพรรคอันดับหนึ่งในการเดินหน้าเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มาถึงวันนี้เป็นที่รับรู้โดยทั่วไปเพราะได้รวบรวมเสียงครบเพียงพอแล้วและคงจะถูกพิสูจน์จนสิ้นข้อสงสัยในการลงมติเลือกประธานสภาเช้านี้ แต่ในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้าน พรรคประชาชนเรามองว่าบทบาทของเราไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การตรวจสอบรัฐบาลและการผลักดันกฎหมายในสภาเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงบทบาทของการแสดงวิสัยทัศน์ และทิศทางที่เราเห็นว่าประเทศควรจะเดินเพื่อเป็นข้อเสนอแนะให้ว่าที่รัฐบาลรับไว้พิจารณาและเพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนได้ใช้ประกอบการตัดสินใจในอนาคตในส่วนวิสัยทัศน์ที่เกี่ยวกับตำแหน่งประธานสภา ตนมีความเห็นว่าภารกิจที่สำคัญที่สุดของประธานสภาเวลานี้คือการกอบกู้ความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อนักการเมืองในสภาแห่งนี้ เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อว่าแม้สภาผู้แทนราษฎรจะเป็นองค์กรเดียวระดับชาติที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนแต่ในหลายครั้งสภาแห่งนี้ก็กลับทำลายศรัทธาของประชาชนไปมากเช่นกัน ถ้าเราเปิดดูข้อบังคับสภาเราจะเห็นเขียนไว้ชัดในข้อที่ 9 ว่าประธานสภานั้นจะต้องวางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ เชื่อว่าทุกคนเห็นตรงกัน ว่าประธานสภาจะต้องวางตัวเป็นกลาง ระหว่างพรรคการเมืองทุกพรรคและสมาชิกทุกคน ใครพรรคไหนทำผิดข้อบังคับประธานสภาก็ต้องตักเตือนห้ามปรามด้วยมาตรฐานเดียวกัน ใครเสนอกฎหมายอะไรก็ต้องปฏิบัติตามด้วยมาตรฐานเดียวกันหากเราจะทำให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เป็นองค์กรที่ประชาชนฝากความหวังไว้ได้มีอย่างน้อย 4 เรื่องสำคัญ ที่ตนหวังว่าประธานสภาคนถัดไป จะต้องไม่วางตัวเป็นกลาง คือ 1. หวังว่าประธานสภาคนต่อไปจะไม่วางตัวเป็นกลางระหว่างการหยุดอยู่กับที่และการเดินไปข้างหน้า ใช้ประโยชน์เทคโนโลยีในอนาคตยกระดับงานด้านนิติบัญญัติ เช่น การจัดทำระบบฐานข้อมูลที่รวบรวมคำอภิปรายทั้งหมด และเพิ่มการประชุมแบบออนไลน์2. ประธานสภาคนถัดไปจะต้องไม่วางตนเป็น กลางระหว่างการปกปิดกับความโปร่งใส สิ่งหนึ่งที่สภาทำได้คือการจัดทำและเผยแพร่ "แดชบอร์ด" เพื่อให้ประชาชนเข้ามาตรวจสอบได้ สนับสนุนให้มีการถ่ายทอดสดในการประชุมกรรมาธิการ3. จะต้องไม่วางตนเป็นกลางระหว่างการเผาผลาญกับการปกป้องภาษีของประชาชน ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ประชาชน เผชิญกับปัญหาปากท้องที่ถูกซ้ำเติมจากวิกฤตภายในและภายนอก สิ่งสุดท้ายที่พี่น้องประชาชนอยากเห็นคือการเห็นผู้แทนที่เลือกเข้าไปกลับไปใช้เงินภาษีอย่างฟุ่มเฟือยสิ่งสุดท้ายที่ประชาชนอยากเห็น คือการเห็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีกับนำงบประมาณมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตนเอง และสิ่งสุดท้ายที่อยากเห็น คือสภาที่ลงทุนกับการตกแต่งอาคารรัฐสภามากกว่าลงทุนการแก้ไขปัญหาของประชาชนดังนั้นผมหวังว่าประธานสภาคนถัดไปจะลุกขึ้นมาเป็นหัวหอกสำคัญ ในการเสนอให้มีการตัดหรือปรับลดงบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็นและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมแม้จะต้องขัดกับเพื่อนสมาชิกในที่นี้อยู่บ้าง4. จะต้องไปวางตนเป็นกลางระหว่างอำนาจของคนไม่กี่คนกับอำนาจของประชาชน สภาชุดไหนที่ไม่ปกป้องอำนาจของประชาชน ก็เปรียบเสมือนสภาที่ไม่ปกป้องเหตุผลในการมีอยู่ขององค์กรตนเอง ปัจจุบันประชาธิปไตยถูกบีบให้อ่อนแออำนาจของประชาชนมีความอ่อนล้า เสียงของประชาชนถูกบีบให้เบาลง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประธานสภาคนถัดไปจะลุกขึ้นมาถือธงนำในการปกป้องเจตนารมณ์ของประชาชนทุกคนไม่ให้ถูกขัดขวางบิดเบือน หรือครอบงำโดยอำนาจ ที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน" ในฐานะหนึ่งในคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ เห็นว่า ประธานสภาคนถัดไป จะต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อทำให้การได้มา และการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระนั้นเป็นอิสระจากการถูกแทรกแซงโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ไม่เป็นอิสระจากประชาชน ในฐานะ ตัวแทนของส.ส 500 คนที่มาจากการเลือกตั้ง เห็นว่าประธานสภาคนถัดไปจะต้องมีบทบาทสำคัญ ในการรวมพลังทุกพรรคและสมาชิกทุกคนเพื่อมาตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมาและทำให้สังคมเชื่อมั่นและมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งถัดไปจะเสรีเป็นธรรมและโปร่งใส และในฐานะประธานรัฐสภาผมเห็นว่า ประธานสภาคนถัดไปจะต้องทำให้กระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงรวดเร็วเปิดกว้างต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกคนทุกชุดความคิดเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนที่แสดงออกผ่านการออกเสียงประชามติที่ผ่านมา " นายพริษฐ์กล่าวนายพริษฐ์ ยังกล่าวว่า คำถามที่สำคัญที่สุดในวันนี้อาจไม่ใช่ว่าใครจะได้เป็นประธานสภาแต่คือคำถามที่ว่า 4 ปีข้างหน้านี้สภาแห่งนี้จะยืนอยู่ข้างใคร ระหว่างประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดในประเทศกับกลุ่มอำนาจไม่กี่กลุ่ม ที่อาจจะมีความพยายามครอบงำผู้แทนราษฎรของเรา

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“เทพไท” ถาม ถ้าเลือกตั้งเป็น “โมฆะ” ทำประเทศถอยหลัง ใครรับผิดชอบ
Politics2026 Mar 15 :: 02:59

“เทพไท” ถาม ถ้าเลือกตั้งเป็น “โมฆะ” ทำประเทศถอยหลัง ใครรับผิดชอบ

“เทพไท” ถาม ถ้าเลือกตั้งเป็น “โมฆะ” ทำประเทศถอยหลัง ใครรับผิดชอบวันที่ 15 มีนาคม 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส. นครศรีธรรมราช และนักวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง โพสต์คลิปภาพและเสียงในสื่อสังคมออนไลน์ กล่าวถึงการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อ 8 ก.พ. 2569 ในหัวเรื่อง “ถ้าเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะเกิดอะไรขึ้น” มีสาระใจความว่าเมื่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน มีมติเห็นชอบให้ยื่นคำร้องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 213 เพื่อให้พิจารณาวินิจฉัยการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เลขาธิการ กกต. และสำนักงาน กกต. ในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 กรณีกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง หรือบาร์โค้ด และรหัสคิวอาร์ หรือคิวอาร์โค้ด (QR Code) ซึ่งน่าเชื่อได้ว่า สามารถเชื่อมโยง หรือสืบค้นย้อนกลับถึงตัวผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่เป็นความลับ อันขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 และมาตรา 85 ซึ่งต่อจากนี้ไปก็เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งส.ส.ครั้งที่ผ่านมา เป็นโมฆะหรือไม่ ซึ่งถ้าหากผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะนำมาซึ่งการเลือกตั้งใหม่ และจะเป็นปัญหาย้อนหลังไปถึงการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีหลายฝ่ายได้ตั้งข้อสังเกต เรื่องการลุกลี้ลุกลนในการรับรับรองผลการเลือกตั้งของ กกต. ทั้งที่การจัดการเลือกตั้งยังไม่เสร็จสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวินิจฉัยเรื่องผู้สมัครส.ส.ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง หรือกระทำผิดการเลือกตั้ง ทั้งที่ระยะเวลาการรับรองผลการเลือกตั้งมีถึง 60 วัน แต่ กกต.ก็เร่งรัดรับรองภายในเวลาเพียง1เดือนเศษเท่านั้น“สาเหตุของการที่ กกต.เร่งรัดรับรองผลการเลือกตั้งส.ส.โดยเร็ว คือ1.เป็นการปัดสวะ ปัดความรับผิดชอบ เพื่อต้องการให้อำนาจในการให้ใบแดง ใบเหลือง ใบส้ม ซึ่งอยู่ในอำนาจของกกต. ผ่านไปให้กับศาลยุติธรรม ซึ่งถ้าหากยังไม่รับรองผล เกรงว่าการให้ใบแดง ใบส้มหรือใบเหลือง อาจจะถูกผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.ฟ้องได้ ซึ่งกกต.ไม่เสี่ยงต่อเรื่องนี้ เร่งรับรองผล เมื่อรับรองผลการเลือกตั้งแล้ว หน้าที่การให้ใบแดง ใบเหลือง ใบส้มจะเป็นหน้าที่ของศาลอุทธรณ์ ซึ่งความผิดไม่ได้ตกอยู่อยู่ที่กกต.และผู้เสียหายก็ไม่สามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกกต.ได้2.น่าจะมาจากต้องการที่ให้มีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็ว เพื่อจะได้มีประธานสภาผู้แทนราษฎร และมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และให้รัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา จะได้บริหารประเทศต่อไป เป็นรัฐบาลอย่างสมบูรณ์แบบ3.เพื่อต้องการกดดันการปฎิบัติหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจะต้องมีคำวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะหรือไม่ ถ้าหากมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว กระบวนการทางสภาผู้แทนราษฎรเดินหน้าไปไกลแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ก็อาจจะคิดหนัก เพราะจะสร้างความเสียหายทางการเมืองให้กับประเทศ แต่ถ้าหากการจัดตั้งรัฐบาลเดินหน้าไปไกล และเป็นการจัดตั้งรัฐบาลที่สมบูรณ์แบบแล้ว อาจจะทำให้ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยในลักษณะที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้การที่สำนักงานตรวจการแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องพร้อมกับความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะหรือไม่ ถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นโมฆะ แสดงว่าต้องไปเลือกตั้งใหม่ คำถามตามมาคือ รัฐบาลชุดใหม่หรือชุดอนุทิน2 จะหมดสภาพไปหรือไม่ หรือจะถอยหลังไปสู่รัฐบาลรักษาการอนุทิน1 จึงมีการถกเถียงกันว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นแสดงว่า รัฐบาลอนุทิน2เป็นโมฆะไป ประเทศต้องถอยหลังไปสู่รัฐบาลอนุทิน1 ซึ่งเกิดความเสียหายทางการเมือง คำถามที่ถามต่อมาคือ ใครจะรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น” นายเทพไท กล่าวทิ้งท้าย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ไพโรจน์” เผยพร้อมทำหน้าที่ประธานสภาฯ โหวตเลือกประธาน-รองประธาน
Politics2026 Mar 15 :: 02:48

“ไพโรจน์” เผยพร้อมทำหน้าที่ประธานสภาฯ โหวตเลือกประธาน-รองประธาน

“ไพโรจน์” เผยพร้อมทำหน้าที่ประธานสภาฯ โหวตเลือกประธาน-รองประธานวันที่ 15 มี.ค.ที่อาคารนายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย(พท.) ที่จะทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภา กล่าวว่า เบื้องต้นต้องมีการปฏิญาณตนก่อนที่จะประชุม ส่วนเรื่องการเตรียมตัวที่จะทำหน้าที่ประธานการประชุมเป็นการเตรียมพร้อมตามปกติและถือว่าเป็นผู้ที่มีความอาวุโสสูงสุด จึงได้ทำหน้าที่เป็นประธานสภาฯชั่วคราวเมื่อถามว่า ใช้เวลานานหรือไม่ นายไพโรจน์ กล่าวว่า ตนคิดว่าคงใช้เวลานานพอสมควร เมื่อถามว่า หากมีการโหวตแข่งกันจะต้องมีการเปิดแสดงวิสัยทัศน์ใช่หรือไม่ นายไพโรจน์ กล่าวว่า ต้องมีการแสดงวิสัยทัศน์ ทั้งผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ซึ่งคาดว่า ใช้เวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมงทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในสภาฯนายไพโรจน์ ถือว่า มีความอาวุโสสูงที่สุด โดยมีอายุ 90 ปี

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

‘ธรรมนัส’ เผยมติ ‘กล้าธรรม’ งดออกเสียง โหวตประธานสภาฯ-รองประธาน กำชับ สส. ศึกษาข้อบังคับก่อนพูด ลั่น ทำหน้าที่ให้ดีเพราะคนที่บ้านดูอยู่  วันที่ 15 มี.ค. 2569 ที่ห้อง 202 อาคารรัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ร่วมเป็นประธานการประชุม สส. เพื่อหารือถึงทิศทางการโหวตประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ  โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่เข้าสู่การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เต็มรูปแบบหลังจากที่เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ก็ยินดีกับทุกท่านที่มาถึงวันนี้ ทุกคนมีความยากลำบากกว่าจะมาถึงวันนี้ ปฏิญาณตนเมื่อเข้าประชุมสภาเราก็ต้องกล่าวปฏิญาณตนทำหน้าที่ ซึ่งพวกท่านสามารถพูดได้ตลอดเวลา ท่านอยากจะพูดอะไรก็พูดได้แต่ก็ต้องอ่านข้อบังคับให้ดีๆ ตนเป็นสส.มา 3 สมัยยังจำไม่ได้เลย ต้องทำหน้าที่ให้ดีเพราะคนที่บ้านดูอยู่ว่าเมื่อไหร่ท่านจะกดไมค์พูด ซึ่งก็มีการถ่ายทอดสดทีวีรัฐสภา โดยส่วนใหญ่จะมีการประชุมสส.ในวันพุธและวันพฤหัส ยกเว้นในกรณีที่มีวาระสำคัญ เช่น การประชุม 2 สภา สส.และ สว.  จากนั้นเวลา 09.25 น. ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยภายหลังประชุมพรรคกล้าธรรม ถึงทิศทางการโหวตประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ว่า ที่ประชุม สส.พรรคกล้าธรรม มีมติงดออกเสียงในการเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ
Politics2026 Mar 15 :: 02:43

‘ธรรมนัส’ เผยมติ ‘กล้าธรรม’ งดออกเสียง โหวตประธานสภาฯ-รองประธาน กำชับ สส. ศึกษาข้อบังคับก่อนพูด ลั่น ทำหน้าที่ให้ดีเพราะคนที่บ้านดูอยู่ วันที่ 15 มี.ค. 2569 ที่ห้อง 202 อาคารรัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ร่วมเป็นประธานการประชุม สส. เพื่อหารือถึงทิศทางการโหวตประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่เข้าสู่การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เต็มรูปแบบหลังจากที่เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ก็ยินดีกับทุกท่านที่มาถึงวันนี้ ทุกคนมีความยากลำบากกว่าจะมาถึงวันนี้ ปฏิญาณตนเมื่อเข้าประชุมสภาเราก็ต้องกล่าวปฏิญาณตนทำหน้าที่ ซึ่งพวกท่านสามารถพูดได้ตลอดเวลา ท่านอยากจะพูดอะไรก็พูดได้แต่ก็ต้องอ่านข้อบังคับให้ดีๆ ตนเป็นสส.มา 3 สมัยยังจำไม่ได้เลย ต้องทำหน้าที่ให้ดีเพราะคนที่บ้านดูอยู่ว่าเมื่อไหร่ท่านจะกดไมค์พูด ซึ่งก็มีการถ่ายทอดสดทีวีรัฐสภา โดยส่วนใหญ่จะมีการประชุมสส.ในวันพุธและวันพฤหัส ยกเว้นในกรณีที่มีวาระสำคัญ เช่น การประชุม 2 สภา สส.และ สว. จากนั้นเวลา 09.25 น. ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยภายหลังประชุมพรรคกล้าธรรม ถึงทิศทางการโหวตประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ว่า ที่ประชุม สส.พรรคกล้าธรรม มีมติงดออกเสียงในการเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ

‘ธรรมนัส’ เผยมติ ‘กล้าธรรม’ งดออกเสียง โหวตประธานสภาฯ-รองประธาน กำชับ สส. ศึกษาข้อบังคับก่อนพูด ลั่น ทำหน้าที่ให้ดีเพราะคนที่บ้านดูอยู่วันที่ 15 มี.ค. 2569 ที่ห้อง 202 อาคารรัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ร่วมเป็นประธานการประชุม สส. เพื่อหารือถึงทิศทางการโหวตประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯโดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่เข้าสู่การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เต็มรูปแบบหลังจากที่เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ก็ยินดีกับทุกท่านที่มาถึงวันนี้ ทุกคนมีความยากลำบากกว่าจะมาถึงวันนี้ ปฏิญาณตนเมื่อเข้าประชุมสภาเราก็ต้องกล่าวปฏิญาณตนทำหน้าที่ ซึ่งพวกท่านสามารถพูดได้ตลอดเวลา ท่านอยากจะพูดอะไรก็พูดได้แต่ก็ต้องอ่านข้อบังคับให้ดีๆ ตนเป็นสส.มา 3 สมัยยังจำไม่ได้เลย ต้องทำหน้าที่ให้ดีเพราะคนที่บ้านดูอยู่ว่าเมื่อไหร่ท่านจะกดไมค์พูด ซึ่งก็มีการถ่ายทอดสดทีวีรัฐสภา โดยส่วนใหญ่จะมีการประชุมสส.ในวันพุธและวันพฤหัส ยกเว้นในกรณีที่มีวาระสำคัญ เช่น การประชุม 2 สภา สส.และ สว.จากนั้นเวลา 09.25 น. ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยภายหลังประชุมพรรคกล้าธรรม ถึงทิศทางการโหวตประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ว่า ที่ประชุม สส.พรรคกล้าธรรม มีมติงดออกเสียงในการเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"อรรถกร" แย้มทิศทางโหวตประธานสภาฯ ของ "กล้าธรรม" กลางๆ เผย “ธรรมนัส-นฤมล” ไม่ได้บังคับ แต่อยากให้เป็นเอกภาพ
Politics2026 Mar 15 :: 02:37

"อรรถกร" แย้มทิศทางโหวตประธานสภาฯ ของ "กล้าธรรม" กลางๆ เผย “ธรรมนัส-นฤมล” ไม่ได้บังคับ แต่อยากให้เป็นเอกภาพ

"อรรถกร" แย้มทิศทางโหวตประธานสภาฯ ของ "กล้าธรรม" กลางๆ เผย “ธรรมนัส-นฤมล” ไม่ได้บังคับ แต่อยากให้เป็นเอกภาพวันที่ 15 มี.ค. ที่รัฐสภา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะนายทะเบียนพรรคกล้าธรรม เปิดเผยก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงทิศทางการโหวตตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า วันนี้จะมีการหารือต่อในช่วงเช้า หลังจากเมื่อวันที่ 14 มี.ค.ได้มีการหารือกันไปแล้ว ว่าอยากจะทำงานและมีแนวทางอย่างไรเมื่อถามถึงแนวทางการโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้นจะงดออกเสียง หรือไม่เห็นชอบ นายอรรถกรย้อนถามสื่อทีเล่นทีจริงว่า “มีให้เลือกสองทางหรือ” เมื่อถามย้ำว่า หรือพรรคกล้าธรรมจะโหวตเห็นชอบ นาย อรรถกร กล่าวว่า ขอเวลา จะสรุปกันก่อนประชุม โดยมติจะเป็นเอกภาพเมื่อถาอีกว่า จากการหารือในเบื้องต้น ทิศทางสส. นั้นไปทางไหนระหว่างเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ นาย อรรถกร กล่าวว่า “กลางๆ ” เมื่อถามย้ำว่า กลางๆ หมายถึงงดออกเสียงใช่หรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า “ยังไม่ได้พูดนะครับ แต่ก็กลางๆ เพราะมีความเห็นของเพื่อนสมาชิกที่หลากหลาย ก็เลยได้ให้การบ้านกลับไปคิดหนึ่งคืน”นายอรรถกร เปิดเผยว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรมไม่ได้บังคับ แต่ถามใจตั้งแต่วันแรกก็อยากให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อนุทิน” ยิ้มหน้าบานเข้าสภา ปัดตอบปม ปชน. ส่งแข่งชิง ประธานสภา-รองประธานสภา
Politics2026 Mar 15 :: 02:29

“อนุทิน” ยิ้มหน้าบานเข้าสภา ปัดตอบปม ปชน. ส่งแข่งชิง ประธานสภา-รองประธานสภา

“อนุทิน” ยิ้มหน้าบานเข้าสภา ปัดตอบปม ปชน. ส่งแข่งชิง ประธานสภา-รองประธานสภาวันที่ 15 มีนาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางมาถึงที่อาคารรัฐสภา เพื่อร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 โหวตประธานสภาผู้แทนราษฎรโดยนายอนุทิน มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส มาพร้อมกับ สส.พรรคภูมิใจไทย ที่พร้อมใจกันใส่ชุดสีน้ำเงิน ซึ่งนายอนุทิน ใส่เสื้อคอพระราชทานแขนสั้นสีน้ำเงินผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามถึงกรณีที่พรรคประชาชน จะส่งชิงตำแหน่งประธานสภา และรองประธานสภา แข่งกับพรรคภูมิใจไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคมีความกดดันหรือไม่ นายอนุทิน ไม่ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าว เพียงแต่ยิ้มให้ และเดินเข้าลิฟต์ เพื่อร่วมประชุมทันทีทั้งนี้ มีรายงานว่า พรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม มีการเรียกประชุม สส. นอกรอบ เพื่อกำหนดมติของพรรคให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันในการโหวตประธานสภาและรองประธานสภา

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

นายกฯหารือ ‘เอกนิติ’บนห้องทำงาน ตึกไทย ถกสถานการณ์ราคาน้ำมัน-มาตราการการช่วยเหลือปชช.
Politics2026 Mar 14 :: 12:57

นายกฯหารือ ‘เอกนิติ’บนห้องทำงาน ตึกไทย ถกสถานการณ์ราคาน้ำมัน-มาตราการการช่วยเหลือปชช.

นายกฯหารือ ‘เอกนิติ’บนห้องทำงาน ตึกไทย ถกสถานการณ์ราคาน้ำมัน-มาตราการการช่วยเหลือปชช.จากเหตุสงครามตะวันออกกลางเมื่อวันที่ 14 มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินในรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เชิญนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง หารือเรื่องสถานการณ์ราคาน้ำมัน และมาตราการการช่วยเหลือประชาชน จากเหตุสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง บนห้องทำงานชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“อ.ณรงค์ชัย” ชี้ หากสงครามยืดเยื้อ 1–2 เดือน ไทยเสี่ยงขาดแคลนน้ำมัน พร้อมชี้อนาคตราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น
Politics2026 Mar 14 :: 10:00

“อ.ณรงค์ชัย” ชี้ หากสงครามยืดเยื้อ 1–2 เดือน ไทยเสี่ยงขาดแคลนน้ำมัน พร้อมชี้อนาคตราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น

”อ.ณรงค์ชัย” ชี้ ไทยนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางเกือบครึ่ง เชื่อ เริ่มนำเข้าน้ำมันดิบ-สำเร็จรูปยาก แม้ ระยะสั้นยังพอใช้ หาก สงครามยืดเยื้อ 1–2 เดือน เสี่ยงขาดแคลน แนะ ปชช.อย่าตื่นตระหนกกักตุนน้ำมัน ฝาก รบ.ปรับโครงสร้างการใช้น้ำมัน มอง อนาคตมีแนวโน้มราคาจะปรับขึ้นสูง เหตุ ปัจจุบันกองทุนน้ำมันมีการชดเชยไปเยอะวันที่ 14 มี.ค. 69 ดร.ณรงค์ชัย ใหญ่สว่าง ผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ อินเตอร์ นักวิชาการด้านเศรษฐกิจ ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว The Room44 ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในเรื่องของน้ำมัน กับสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ว่า ประเทศไทยในช่วงกุมภาพันธ์นำเข้าน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปจากตะวันออกกลางเกือบครึ่ง ซึ่งตะวันออกกลางเรียกได้ว่ามีการส่งออกน้ำมันดิบและสำเร็จรูปถ้าทั่วโลกเทียบเป็นสัดส่วนก็ประมาณ 20% เพราะฉะนั้นการใช้น้ำมันในภูมิภาคเอเชียกระทบทุกประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย ที่ตอนนี้เรียกได้ว่าเริ่มที่จะหาคาร์โก้นำเข้าน้ำมันดิบหรือน้ำมันสำเร็จรูปเริ่มยากขึ้นเมื่อถามถึงเรื่องของน้ำมันประเทศไทยในตอนนี้มองว่ามีเพียงพอสำหรับประชาชนหรือไม่ ดร.ณรงค์ชัย กล่าวว่า ตอนนี้มีคาร์โก้ที่ออกมาจากช่องแคบฮอร์มุซแล้ว ประมาณ 2 ลำ หมายความว่าในช่วงระยะเวลานี้ประมาณ 2-3 ก็ตามที่ รัฐบาลประกาศก็มีแนวโน้มว่าจะพอ แต่ต้องบอกว่าในอนาคตถ้าสงครามยืดเยื้อมีโอกาสที่จะขาดแคลนน้ำมันค่อนข้างสูง เพราะถ้าเกิดไม่สามารถที่จะนำน้ำมันเข้าจากตะวันออกกลางได้ ต้องไปสั่งซื้อจากสหรัฐหรือยุโรปซึ่งใช้ระยะเวลาในการเดินเรืออย่างน้อยๆ 35-45 วัน ซึ่งถ้าหากเราไม่ซื้อตอนนี้แล้วสงครามยืดเยื้อต่อไปอีกประมาณ 1-2 เดือน ก็มีโอกาสที่ประเทศเราจะขาดแคลนการใช้น้ำมันดร.ณรงค์ชัย กล่าวต่อว่า รวมถึงปัจจุบันนี้ ประชาชนตื่นตัวค่อนข้างมากเพราะใกล้จังหวะที่จะสิ้นสุดการอุดหนุนน้ำมันดีเซล ที่รัฐบาลได้มีการตรึงราคาก่อนหน้านี้ ซึ่งประชาชนอาจจะมีการกักตุน หรือนำรถไปเติมน้ำมันตามปั๊ม เพราะฉะนั้นการใช้น้ำมันอาจจะสั้นลงไปก็ได้เพราะประชาชนก็พยามเติมน้ำมันเกินความจำเป็นที่ใช้ในชีวิตประจำวันเมื่อถามว่าที่รัฐบาลบอกว่าประชาชนยังไม่จำเป็นที่จะต้องกักตุนน้ำมันในตอนนี้ ส่วนตัวมองว่าควรกักตุนในตอนนี้หรือไม่ ดร.ณรงค์ชัย กล่าวว่า จริงๆไม่ควรตื่นตระหนกเกินไป เพราะในช่วงนี้มีจังหวะที่หลังจากการประกันการตรึงราคาครบ 15 วันซึ่งจะครบกำหนดประมาณต้นสัปดาห์หน้า หลังจากนั้นก็มีแนวโน้มสูงตามแผนของรัฐบาลที่ประกาศไว้ ก็อาจจะลอยตัวทำให้น้ำมันในเรื่องของราคาดีเซลขึ้นมา เพราะฉะนั้นถ้าจะช่วยกันคือไม่ต้องกักตุนมาก เพียงแต่ในอนาคตมีแนวโน้มที่ราคาจะปรับขึ้นสูงเพราะปัจจุบันกองทุนน้ำมันมีการชดเชยไปค่อนข้างเยอะ ซึ่งหมายความว่ากองทุนน้ำมันของเราอาจจะต้องมีการปรับสัดส่วนการสนับสนุนให้ลดลง และราคาดีเซลอาจจะต้องมีการปรับเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยในอนาคตเมื่อถามว่าอยากฝากอะไรถึงประชาชนบ้างหรือไม่เพราะมีประชาชนหลายจังหวัดทยอยไปกักตุนน้ำมัน ดร.ณรงค์ชัย กล่าวว่า จริงๆแล้ว แก๊สโซฮอล์ 95 มีบางปั๊มที่ปรับลอยตัวขึ้นมาบ้าง ซึ่งมันก็ต้องตามกลไกของตลาดเพราะว่ารัฐบาลไม่ได้ตรึงราคาแก๊สโซฮอล์ 95 ทำให้น้ำมันในบางปั๊มมีประชาชนเติมเยอะ แต่จริงๆแล้วยังมีน้ำมันส่งมอบได้อยู่ตลอดในช่วงนี้เพียงแต่ว่าในบางจังหวัดอาจจะมีปัญหาที่รถบรรทุกไม่สามารถ หรือมีในเรื่องของการติดขัดอาจจะล่าช้าไปบ้างก็ไม่ต้องกังวลกันแต่ในอนาคตเราก็คาดการณ์กันได้ว่ากองทุนน้ำมันอาจจะต้องลดการสำรองเพราะสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางมีแนวโน้มที่จะยาวนานกว่า 2-3 สัปดาห์เมื่อถามว่าอยากมีอะไรฝากถึงรัฐบาลบ้างหรือไม่ ดร.ณรงค์ชัย กล่าวว่า ตอนนี้ตนได้รับทราบข่าวมาว่ามีแนวโน้มสูงที่รัฐบาลจะปรับสัดส่วนการใช้ดีเซลรวมถึงการเติมเอทานอลเข้าไปซึ่งตนมองว่าเป็นจุดที่ดีเพราะประเทศเราในอดีตการนำเข้าน้ำมันดิบน้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศ เพราะฉะนั้นกองทุนที่อุดหนุนราคาน้ำมันสำเร็จรูปรวมถึงราคาน้ำมันดีเซล มันก็กลายเป็นว่าไหลออกนอกประเทศไปหมด รวมถึงราคาดีเซลในปัจจุบันแพงกว่าไบโอดีเซลบริสุทธิ์ 100%(B100) ราคาไบโอดีเซลในปัจจุบันหน้าโรงกลั่นราคาไม่ถึง 40 บาท ขณะที่ต้นทุนดีเซลอย่างน้อยอยู่ที่ 46 บาท หมายความว่าถ้ารัฐบาลมีการปรับสัดส่วนการใช้ B100 มากขึ้น หรืออนุญาตให้รถบรรทุกเติม B20 ได้ หรือมีแนวโน้มให้ประชาชนซื้อ B100 โดยตรงได้ก็จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายกับประชาชนได้ค่อนข้างมาก รวมถึงการใช้ เอทานอลผสมเป็น E20 หรือ E85ซึ่งมองว่าเป็นการลดการนำน้ำมันเข้าจากต่างประเทศ และลดจากการขาดทุน ของกองทุนน้ำมันได้ซึ่งอยากฝากถึงรัฐบาลในการปรับโครงสร้างการใช้น้ำมันเมื่อถามว่าต่างจังหวัดมีปั๊มบางปั๊มจะมีการเพิ่มราคาในเรื่องของน้ำมัน เพื่อฉวยโอกาสกับประชาชน ดร.ณรงค์ชัย มองว่ารัฐบาลต้องบังคับใช้กฎหมายให้ดี เพราะบางปั๊มก็มีการอยู่นอกระบบ และหากมีการใช้โอกาสเพิ่มขึ้นตรงนี้ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายในการบังคับใช้และในการที่รัฐบาลต้องไปตรวจสอบและในช่วงวิกฤตไม่ควรที่จะถือโอกาสหรือฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา ขอให้เป็นไปตามการอุดหนุน การตรึงราคาของรัฐบาลน่าจะดีกว่า“ ฝากถึงประชาชนว่าไม่ต้องเร่งไปกักตุนขนาดนั้น เพราะเราต้องมีการร่วมมือกับรัฐบาลให้สื่อสารกับประชาชนให้ดี ว่าช่วงนี้น้ำมันพอเพียงแต่อาจจะสื่อสารไม่ดีหรือประชาชนอาจจะยังไม่ได้เชื่อรัฐบาลขนาดนั้นจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่ไปต่อคิวไปเติมน้ำมัน”ทั้งนี้ ดร.ณรงค์ชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า แต่ในขณะนี้เรือที่กำลังจะเข้ามา มีแนวโน้มที่จะเข้ามาได้เพราะในน่านน้ำแถบเราไม่ได้มีสงครามอะไร และมีกำหนดการส่งมอบน้ำมันที่แน่นอนในระยะเวลา 1-2 เดือน จึงยังไม่เจอภาวะขาดแคลนน้ำมันหนักขนาดนั้น แต่ต้องเตรียมการรับมือหลัง 2 เดือนนี้ไป

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"แก้วตา" ฉะส่ง "เท้ง" ชิงโหวตนายกฯ เล่นละครการเมือง  หมกมุ่นเอาชนะทางวาทกรรม
Politics2026 Mar 14 :: 09:26

"แก้วตา" ฉะส่ง "เท้ง" ชิงโหวตนายกฯ เล่นละครการเมือง หมกมุ่นเอาชนะทางวาทกรรม

"แก้วตา" ฉะส่ง "เท้ง" ชิงโหวตนายกฯ เล่นละครการเมือง เย้ย ฝ่ายค้านเชิงแสดงหมกมุ่นเอาชนะทางวาทกรรมวันที่ 14 มี.ค. น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรคปชน. โพสต์เฟซบุ๊กว่า การที่พรรคปชน. ส่ง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคปชน. ลงชิงโหวตนายกฯ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีทางชนะ ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อจัดตั้งรัฐบาล แต่เป็นเพียงเกมการเมืองเพื่อสร้างภาพว่า “ฉันได้สู้แล้ว” และหวังเก็บกระแส เก็บมีม เก็บแรงด่าที่จะโยนกลับไปใส่พรรคเพื่อไทย(พท.) เท่านั้น ขณะที่ข้อเท็จจริงทางการเมืองในเวลานี้คือ พรรคภูมิใจไทย(ภท.)ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภท. เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและประกาศโครงสร้างพรรคร่วมไปแล้ว ส่วนพรรคปชน.เองก็เพิ่งมีมติส่ง นายณัฐพงษ์ลงชิงตำแหน่งนายกฯ แข่งกันในสภาอย่างเป็นทางการวันนี้ ถ้าจะยึด “หลักการประชาธิปไตย” กันจริง ก็ต้องเริ่มจากการเคารพข้อเท็จจริงของเสียงข้างมากและความเป็นไปได้ในการจัดตั้งรัฐบาล ไม่ใช่รู้อยู่แล้วว่าไม่ได้ แต่ยังเล่นละครการเมืองเพื่อปั่นอารมณ์มวลชน แล้วใช้ความผิดหวังของผู้สนับสนุนไปเป็นอาวุธโจมตีคนอื่น แบบนี้ไม่ใช่การเมืองแห่งหลักการ แต่คือการเมืองแห่งภาพลักษณ์น.ส.ธิษะณา โพสต์ว่า ปัญหาของพรรคปชน. ไม่ใช่แค่ “แพ้โหวต” แต่คือชอบสร้างความคาดหวังเกินจริง แล้วพอผลไม่เป็นอย่างที่พูด ก็หันไปขายวาทกรรมว่าอีกฝ่าย “ตระบัดสัตย์” ทั้งที่ตัวเองก็รู้เกม รู้ตัวเลข รู้ปลายทางอยู่แล้วตั้งแต่ต้น การทำแบบนี้ซ้ำๆ คือการทำให้ประชาชนชินกับการโกหกทางการเมือง ชินกับการอ้างหลักการเฉพาะตอนที่ตัวเองได้ประโยชน์ และชินกับการเล่นบทฝ่ายค้านเชิงแสดงมากกว่าการสร้างผลลัพธ์จริงให้ประเทศ พูดตรงๆ คือ เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ประชาชนมีกินมากขึ้น ไม่ได้แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ได้ลดค่าครองชีพ ไม่ได้เพิ่มอำนาจต่อรองให้ประชาชนในระบบการเมือง สิ่งที่ได้มีแค่คอนเทนต์ มีม และสงครามแฟนคลับในโซเชียลเท่านั้น การเมืองที่หมกมุ่นกับการเอาชนะทางวาทกรรม แต่ไม่สร้างประโยชน์จริงให้ประชาชน สุดท้ายก็เป็นเพียงการใช้ประชาชนเป็นฉากหลังของเกมพรรคการเมือง

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“จุลพันธ์” ยันเพื่อไทยยังไม่คุยโควตา รมต. มุ่งเดินหน้านโยบายพรรคร่วมรัฐบาล  “ประเสริฐ” ชี้ใช้เวลา 4 ปีฟื้นความเชื่อมั่นพรรค
Politics2026 Mar 14 :: 09:16

“จุลพันธ์” ยันเพื่อไทยยังไม่คุยโควตา รมต. มุ่งเดินหน้านโยบายพรรคร่วมรัฐบาล “ประเสริฐ” ชี้ใช้เวลา 4 ปีฟื้นความเชื่อมั่นพรรค

“จุลพันธ์” ยัน ”เพื่อไทย“ ยังไม่ถกโควตา รมต. ชี้ เน้นเดินหน้าทำนโยบายในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล พร้อมเปิดช่อง สส.แสดงความประสงค์ทำงานการเมืองหลายบทบาท ด้าน “ยศชนัน” มั่นใจผลงานด้านนโยบายจะช่วยกู้คะแนนนิยม ขณะที่ “ประเสริฐ” ย้ำใช้เวลา 4 ปีของ รบ.ฟื้นความเชื่อมั่นพรรค เน้น สส.ลงพื้นที่แก้ปัญหา ปชช.วันที่ 14 มี.ค. 69 ที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงสะท้อนของสส.พรรคในการจัดสรรโควตารัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ว่า ในการประชุมวันนี้ไม่มีการพูดถึงประเด็นนี้ เป็นการพูดถึงการทำงานไปข้างหน้า การจะผลักดันนโยบายของพรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากมีข้อจำกัดเป็นสิ่งที่ทุกคนให้ความสำคัญ ซึ่งทุกคนมีเป้าหมายตรงกันคือการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน การจะทำให้พรรคแข็งแรงขึ้น มีความนิยมมากขึ้นคือการทำงานแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนเป็นจุดร่วมของทุกคน ไม่ได้มีการถกเรื่องของบุคลากร เพราะทุกคนรับทราบกระบวนการนายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ตนได้พูดกับสมาชิกทุกคนว่าเราจะเปิดช่องทางในการสื่อสารว่าใครที่จะประสงค์เข้ามาทำงานการเมืองในบทบาทใด เช่นกรรมาธิการ รัฐมนตรี หรือเป็นวิป เราก็จะรับฟังความเห็น แต่สุดท้ายกระบวนการในการตัดสินใจ อยู่ที่คณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งได้มอบหมายให้คณะชุดเล็ก ซึ่งมีตนและนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค เป็นผู้ดำเนินการส่วนความคืบหน้าการจัดสรรรัฐมนตรีของพรรค นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ได้มีการพูด สิ่งที่ปรากฏในสื่อเป็นแค่การคาดการณ์ อาจจะเป็นการหารือนอกรอบยังไม่ใช่เรื่องทางการ เพราะเรื่องของการเข้าร่วมรัฐบาลวันนี้ มีความชัดเจนตั้งแต่พรรคอันดับหนึ่ง มีคะแนนแตกต่างจากพรรคอื่นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเขาเชิญมาเราก็เข้าไปพูดคุยถึงกรอบความคิด เมื่อตรงกันก็ตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งวันนี้และวันที่ 15 มีนาคม มีกระบวนการทางรัฐสภา เราก็คงลงมติไปในทิศทางเดียวกัน เพราะมีการพูดคุยกันเสร็จสิ้นแล้ว แต่ในเรื่องตำแหน่งและการแบ่งกระทรวงอาจจะเป็นเรื่องของการคาดเดามากกว่า เนื่องจากยังไม่มีกระบวนการหารือ ซึ่งเดี๋ยวคงมีการคุยกันเพื่อหาจุดร่วมที่เหมาะสมและสามารถเดินหน้าให้กับประชาชนได้ แต่ไม่ใช่เรื่องหลักที่พวกเราคิดเมื่อถามว่านโยบายด้านการศึกษาของพรรคเพื่อไทยจะสามารถเรียกคะแนนนิยมของพรรคกลับมาได้หรือไม่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรามุ่งเน้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลง หากสามารถผลักดันนโยบายได้จะเปลี่ยนแปลงคะแนนได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับผลงาน ซึ่งตนมั่นใจว่าหากทุกคนเห็นผลงานที่พรรคเพื่อไทยพยายามผลักดันจะส่งผลต่อประชาชนและเปลี่ยนแปลงประเทศ นี่คือคะแนนที่ ประชาชนน่าจะมอบให้พรรคเพื่อไทยในกับการเลือกตั้งครั้งหน้าส่วนมองว่ากระทรวงที่ได้มาจะทำคะแนนได้ยากกว่ากระทรวงด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ในอดีตนั้นไม่แน่ แต่ปัจจุบันมีเรื่องของความเชื่อมโยง ซึ่งกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งไม่สามารถทำงานได้เพียงกระทรวงเดียว ดังนั้น ไม่ว่าจะอยู่กระทรวงใดก็สามารถทำผลงานแบบเดียวกันได้ และน่าจะหมดยุคต่างคนต่างทำ ฉะนั้นทุกกระทรวงมีความจำเป็นต้องทำงานร่วมกัน ไม่ว่ากระทรวงนี้จะอยู่กับพรรคใด ประเทศเราต้องเดินไปข้างหน้าด้วยความสามัคคีด้านนายประเสริฐ กล่าวถึงเสริมว่า ถึงการที่จะใช้เวลา 4 ปีเพื่อพลิกฟื้นความเชื่อมั่นของพรรคเพื่อไทยกลับคืนมา ว่า เรื่องนี้ได้มีการพูดคุยกันเบื้องต้น 4 ปีของรัฐบาลชุดนี้ พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องทำงานอย่างจริงจัง และเราจะใช้อายุรัฐบาลชุดนี้อย่างคุ้มค่า โดยได้กำชับสส.เรื่องการลงพื้นที่ ว่าการเมืองวันนี้ต้องตอบสนองความต้องการของประชาชน และต้องสามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนได้อย่างแท้จริงทั้งนี้เมื่อถามว่ามั่นใจว่าสามารถทำให้พรรคกลับมาได้ใช่หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายทั้งสมาชิกและพรรคต้องช่วยกัน ทุกพรรครวมถึงพรรคเพื่อไทยก็หวังที่จะการเมืองในอนาคตให้พรรคเติบโตขึ้น และเราก็หวังว่าเราเคยพรรคใหญ่ในอดีต วันนี้ก็มีความมุ่งมั่นว่าจะทำอย่างไรให้พรรคมีพัฒนาการที่จะเติบโตขึ้นในอนาคตภายใน 4 ปี

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ประชาธิปัตย์” รวมพลัง 21 สส. ร่วมถ่ายภาพหมู่หน้าพระแม่ธรณีฯ ก่อนเข้าพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ปี 69
Politics2026 Mar 14 :: 09:07

“ประชาธิปัตย์” รวมพลัง 21 สส. ร่วมถ่ายภาพหมู่หน้าพระแม่ธรณีฯ ก่อนเข้าพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ปี 69

“ประชาธิปัตย์” รวมพลัง 21 สส. ร่วมถ่ายภาพหมู่หน้าพระแม่ธรณีฯ ก่อนเข้าพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ปี 69วันที่14 มี.ค. 2569 ที่ลานพระแม่ธรณีบีบมวยผมพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค และ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค นำ21 สส.ของพรรคร่วมกันสักการะพระแม่ธรณีฯ สิ่งศักดิ์สิทธิ์และสัญลักษณ์ ประจำพรรคพร้อมถ่ายภาพหมู่ร่วมกันเพื่อแสดงความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทนประชาชน ก่อนจะร่วมเดินทางไปอาคารรัฐสภา เกียกกาย เพื่อร่วมงานรัฐพิธีและเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา สมัยสามัญประจำปีครั้งแรก ณ ห้องประชุมอาคารรัฐสภา เขตดุสิต เริ่มสมัยประชุมสภาประจำปี 2569

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ต้องรับผิดชอบ! “ศุภชัย” ชี้ หัวหน้าพรรคปชน.ยอมรับต่อกรณีข้อมูลสมาชิกของพรรคถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
Politics2026 Mar 14 :: 06:45

ต้องรับผิดชอบ! “ศุภชัย” ชี้ หัวหน้าพรรคปชน.ยอมรับต่อกรณีข้อมูลสมาชิกของพรรคถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต

ต้องรับผิดชอบ! “ศุภชัย” ชี้ หัวหน้าพรรคปชน.ยอมรับต่อกรณีข้อมูลสมาชิกของพรรคถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นเรื่องที่สังคมไม่อาจมองข้ามได้.14 มีนาคม 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า กรณีข้อมูลสมาชิกของพรรคถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นเรื่องที่สังคมไม่อาจมองข้ามได้ เมื่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ออกมายอมรับว่าระบบมีช่องโหว่ และข้อมูลสมาชิกอาจถูกเข้าถึงโดยบุคคลภายนอก ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงคำขอโทษ หรือคำแนะนำให้ไปทำบัตรใหม่ แต่คือความรับผิดชอบต่อข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนนายศุภชัย กล่าวอีกว่า ภายใต้ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 (PDPA) องค์กรที่เก็บข้อมูลของประชาชนมีหน้าที่ต้องปกป้องข้อมูลนั้นอย่างเข้มงวด เพราะข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่เพียงตัวเลขในระบบ แต่คือสิทธิและความปลอดภัยของเจ้าของข้อมูล คำถามที่สังคมมีสิทธิถามคือ เหตุใดระบบจึงมีช่องโหว่จนบุคคลภายนอกเข้าถึงได้ มีมาตรการป้องกันข้อมูลที่ได้มาตรฐานหรือไม่และใครต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ การบอกว่า “ยังไม่พบการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ไม่ดี” ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงหายไป เพราะทันทีที่ข้อมูลหลุดจากระบบ ความเสี่ยงต่อประชาชนก็เกิดขึ้นแน่นอน ในยุคที่ข้อมูลส่วนบุคคลมีความสำคัญอย่างยิ่ง การบริหารจัดการข้อมูลจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก และความเชื่อมั่นของประชาชนก็ไม่ควรถูกนำมาเสี่ยง สังคมจึงควรได้รับคำตอบที่ชัดเจน โปร่งใส และรับผิดชอบ มากกว่าคำอธิบายเพียงสั้น ๆ ของหัวหน้าพรรคประชาชน ผู้ที่กำลังจะถูกเสนอชื่อต่อสภาผู้แทนราษฎรให้เลือกเป็นนายกรัฐมนตรีในอีกไม่กี่วันข้างหน้า.

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

เก็บไม่เหลือ! รถขนของบุกทำเนียบ เก็บของห้อง "ธรรมนัส"  หลังหลุดเก้าอี้ ครม. "อนุทิน"
Politics2026 Mar 14 :: 06:38

เก็บไม่เหลือ! รถขนของบุกทำเนียบ เก็บของห้อง "ธรรมนัส" หลังหลุดเก้าอี้ ครม. "อนุทิน"

เก็บไม่เหลือ! รถขนของบุกทำเนียบ เก็บของห้อง "ธรรมนัส" หลังหลุดเก้าอี้ ครม. "อนุทิน"วันที่ 14 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยไม่มีพรรคกล้าธรรม (กธ.) เข้าร่วมรัฐบาลอนุทิน 2ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน ซึ่งตรงกับช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ได้มีบริษัทขนส่งเอกชนนำรถบรรทุกขนาดเล็ก 4 ล้อ จำนวน 2 คัน เข้ามาภายในทำเนียบรัฐบาล เพื่อขนย้ายสิ่งของออกจากห้องทำงานของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บนชั้น 2 ตึกบัญชาการ 1รายงานระบุว่า สิ่งของที่ถูกขนย้ายออกจากห้องทำงานประกอบด้วย ชุดเฟอร์นิเจอร์ เก้าอี้รับแขก ชุดโต๊ะทำงาน โต๊ะหมู่บูชาชุดใหญ่ รวมถึงพระพุทธรูป และทรัพย์สินส่วนตัวอื่น ๆทั้งนี้ การขนย้ายสิ่งของดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการปรับโครงสร้างรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งส่งผลให้พรรคกล้าธรรมไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล ส่งผลให้ ร.อ.ธรรมนัส ต้องพ้นจากตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีชุดล่าสุด

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"เพื่อไทย" จัดประชุม สส. ก่อนโหวตเลือกประธานสภาฯ ขณะที่ “ยศชนัน” มั่นใจ‘เพื่อจะไทย’ จะกลับมาได้
Politics2026 Mar 14 :: 04:26

"เพื่อไทย" จัดประชุม สส. ก่อนโหวตเลือกประธานสภาฯ ขณะที่ “ยศชนัน” มั่นใจ‘เพื่อจะไทย’ จะกลับมาได้

"เพื่อไทย" จัดประชุม สส. ก่อนโหวตเลือกประธานสภาฯ “จุลพันธ์” ชม สส.เก่งฝ่าฟัน อุปสรรค โครงสร้างทางการเมืองที่ไม่เอื้อ หวังขับเคลื่อนงานในสภาครบทุกมติ สร้างความเข้มแข็ง ช่วยเพื่อนที่พลาดหวังกลับเข้าสภา ด้าน “ยศชนัน” มั่นใจ หากทำผลงานเต็มที่ตลอด 4 ปี ‘เพื่อจะไทย’ จะกลับมาได้รับความเชื่อมั่นจาก ปชช.อีกครั้งวันที่ 14 มี.ค. 69 ที่พรรคเพื่อไทย จัดการประชุมสส.ของพรรคในช่วงเช้า เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภา และหารือเรื่องกฎหมายต่างๆที่จะพลักดันในสภา รวมถึงกำหนดทิศทางในการโหวตประธานสภา และรองประธานสภา ที่จะมีขึ้นในวันที่ 15 มีนาคมนี้ ขณะที่บรรยากาศมีสส.ทยอยเดินทางเข้ามาตั้งแต่ช่วงเช้าโดยการประชุม นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ซึ่งในระหว่างการประชุม นายจุลพันธ์ ได้กล่าวขอบคุณสส.ของพรรคทุกคน ว่า การทำงานเฉพาะภาคส่วนกลางไม่สามารถทำให้สมาชิกเข้าสู่ที่ประชุมสภาได้ไม่มากเพียงพอ ขึ้นอยู่กับการทำงานของตัวผู้สมัครโดยเฉพาะผู้สมัครเขตเลือกตั้งที่เก่งมาก ด้วยการฟันฝ่า พายุอุปสรรค การแข่งขันที่หนักหน่วง รวมถึงปัจจัยโครงสร้างทางการเมืองที่ไม่เอื้อกับพรรคเรา แต่สามารถที่จะฟันฝ่าและต่อสู้เข้ามาได้ จึงขอขอบคุณในการทำความพยายามความทุ่มเทส่วนของพรรคเพื่อไทยยังอยู่ในช่วงของการยกเครื่อง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาพรรคได้มีการทำอบรมทั้งผู้ที่ผ่านการเลือกตั้งและไม่ผ่านการเลือกตั้ง และถือเป็นการถอดบทเรียน ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างมาก เราจะนำข้อมูลที่ได้มาไปนำไปปรับปรุงพัฒนาเข้มแข็ง เป็นสถาบันการเมืองมากขึ้นและเดินสู่การเลือกตั้งครั้งถัดไปอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมโดยวันนี้เรากำลังเดินหน้าเข้าสู่การร่วมรัฐบาล การเจรจาเข้าสู่การร่วมรัฐบาลหรือเสร็จสิ้นสมบูรณ์ เรื่องของกระทรวงยังไม่มีการพูดกัน แต่การทำงานให้กับประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ โดยประสบการณ์ความรู้ความสามารถของพวกเราทุกคนจะขับเคลื่อนรัฐบาลและการทำงานในสภา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด พรรคคาดหวังว่าการทำงานในฐานะนิติบัญญัติ ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตและคาดหวังว่าจะเห็นการประชุมสภาที่ครบถ้วน เห็นการลงมติที่ครบ 100% การขับเคลื่อนในเรื่องของกฎหมายสำหรับการประชุมวันนี้ได้มีการหารือเรื่องกฎหมายหลายฉบับที่เป็นประโยชน์กับประชาชน เพราะเรายังคงยึดมั่นเพื่อสร้างให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจมูลค่าสูงกฎหมายต่างๆที่เป็นองค์ประกอบในการขับเคลื่อน ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมตั้งแต่สมัยที่แล้วที่ได้เป็นรัฐบาลจนถึงครั้งนี้ มีกฎหมาย 47 ฉบับมุ่งสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง ซึ่งเป็นกฎหมายที่ต้องผลักดัน เพื่อแก้ไขปัญหาประเทศต่อไปทั้งนี้การทำงานของพวกเราจะเป็นตัวชี้ชะตาพรรคในการเลือกตั้งครั้งถัดไปด้วย ฉะนั้นการทำงานอย่างเข้มแข็งของพวกเราทุกคนจะเป็นตัวช่วย พวกเราในการเลือกตั้งครั้งหน้าและที่สำคัญจะเป็นการช่วยให้พรรคกลับมาแข็งแรง ช่วยเพื่อนของพวกเราหลายคนที่พลาดหวังได้มีโอกาสกลับมาทำงานในสภาอย่างสมศักดิ์ศรีอีกครั้งหนึ่ง พรรคพร้อมที่จะเป็นลมใต้ปีกให้กับสส.ทุกคน พร้อมที่จะสนับสนุนงานของสส.ทุกคนในทุกมิติด้านนายยศชนัน กล่าวว่า ต้องให้กำลังใจผู้สมัครทุกคน ที่ครั้งนี้อาจจะไม่สามารถเข้ามากับเราได้ ตนมีความรู้สึกว่าแต่ละท่านสมควรอย่างยิ่งที่จะได้เป็นผู้แทนราษฎรของพวกเรา การมีส่วนร่วมของทุกๆคน ตนลงไปหลายพื้นที่ได้พูดคุยกับผู้สมัครทุกคน สิ่งที่เป็นเสียงสะท้อนในพื้นที่เราจะทยอยลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับทุกคน ทั้งภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ จะทยอยทำตรงนี้ด้วยกลไกที่สามารถทำได้ ซึ่งแน่นอนว่าไม่สามารถดำเนินการและคิดเองได้ทั้งหมด ในช่วง 2-3 สัปดาห์นี้ จะพยายามพบปะพูดคุยกับแต่ละคน เป็นการส่วนตัวเพื่อรับฟังความเห็นของแต่ละคนและนำมาปรับในการทำงาน ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งต้องเปิดใจพูดคุยด้วยกันนายยศชนัน กล่าวต่อว่า หลายอย่างที่แต่ละท่านสะท้อนเข้ามา ตนรับทราบ และจะพยายามปรับในอีก 4 ปีข้างหน้า เราสามารถจะกลับมาได้ สิ่งสำคัญคือ การที่เราสามารถแสดงผลงานใน 4 ปีนี้อย่างเต็มที่ ตนก็เป็นหน้าใหม่ก็ต้องรับฟังความเห็นทุกคน หากมีอะไรที่คิดว่าเราควรทำ สามารถเดินมาบอกได้ จะพยายามปรับตัวและทำให้ดีที่สุด ถ้าเราทำใน 4 ปีนี้ได้ดีที่สุด ตนมั่นใจว่าครั้งหน้าเรากลับมาแน่นอน และพยายามมองว่าทุกวันหลังจากนี้ ที่เราเริ่มพบปะประชาชน เป็นวันที่เราพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ทันที เรามีเวลา 4 ปี ก็ต้องทำให้เต็มที่ ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ที่เราได้เพียงอย่างเดียว เรียนรู้และปรับยุทธศาสตร์กันไป น่าจะทำให้เรากลับมาอีกครั้งได้ทั้งนี้ นายยศชนัน กล่าวว่า ลักษณะนิสัยของตน บางครั้งอาจจะดูหน้าตึง ยิ้มบ้างไม่ยิ้มบ้าง แต่หลังจากนี้จะเริ่มพิสูจน์ตัวเองกับแต่ละคน ว่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร และย้ำว่าเราสามารถปรับตัวเข้าหากันได้ และในช่วง 2-3 สัปดาห์ ที่ผ่านมา จะเห็นว่าเราไม่ได้หยุด เราเตรียมความพร้อมที่จะเข้าสู่สภาฯ และในวันที่เริ่มเปิดสภาฯ เราจะเสนอกฎหมาย ในแบบที่ประชาชนคิดว่าคิดว่านี่คือพรรคที่เป็นความหวัง และขอให้ให้กำลังใจทุกคน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ซาบีดา” เปิดเทศกาลดอกลำดวนบาน สืบสานประเพณีสี่เผ่าไทศรีสะเกษ 2569
Politics2026 Mar 14 :: 03:04

“ซาบีดา” เปิดเทศกาลดอกลำดวนบาน สืบสานประเพณีสี่เผ่าไทศรีสะเกษ 2569

“ซาบีดา” เปิดเทศกาลดอกลำดวนบาน สืบสานประเพณีสี่เผ่าไทศรีสะเกษ 2569 หวังใช้วัฒนธรรม ปั้นท่องเที่ยวเมืองรอง สู่เมืองท่องเที่ยวหลักเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 18.30 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงานเทศกาลดอกลำดวนบาน สืบสานประเพณีสี่เผ่าไทศรีสะเกษ ประจำปี 2569 โดยมี นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ นายวิชิต ไตรสรณกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นางสาวจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล สส.ศรีสะเกษ ผู้แทนภาครัฐ เอกชน ชุมชนท้องถิ่น ร่วมงาน ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ศรีสะเกษ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษสำหรับงานเทศกาลดอกลำดวนบาน จัดระหว่างวันที่ 11–15 มีนาคม 2569 เพื่ออนุรักษ์ และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิถีชีวิตของชน 4 เผ่า ได้แก่ ลาว เขมร ส่วย และเยอ กิจกรรมภายในงานแบ่งเป็น ภาคกลางวัน ซึ่งประกอบด้วยนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี นิทรรศการศิลปวัฒนธรรมของชน 4 เผ่า การสาธิตและจำหน่ายอาหารพื้นเมือง การประกวดผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงการแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสาน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ช่วงภาคกลางคืน เป็นการแสดงแสง สี เสียง เรื่อง “อารยธรรมแห่งศรัทธา มนตรา ศรีพฤทเธศวร” ตอน กำเนิดเทวราชา สถาปนาศรีพฤทเธศวร ที่ถ่ายทอดตำนานการสร้างเมืองศรีสะเกษอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศของดอกลำดวนที่กำลังบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณงาน ซึ่งเป็นการผลักดัน ใช้วัฒนธรรม เพื่อยกระดับเมืองท่องเที่ยวรองให้ก้าวสู่เมืองท่องเที่ยวหลัก สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ และเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

”ตั๊น จิตภัสร์“ ทุ่มสุดตัว พร้อมร่วมแข่ง“กระโดดร่มอินดอร์ เวิลด์คัพ” ที่ฝรั่งเศส ช่วง1-4 เม.ย.
Politics2026 Mar 14 :: 02:55

”ตั๊น จิตภัสร์“ ทุ่มสุดตัว พร้อมร่วมแข่ง“กระโดดร่มอินดอร์ เวิลด์คัพ” ที่ฝรั่งเศส ช่วง1-4 เม.ย.

”ตั๊น จิตภัสร์“ ทุ่มสุดตัว พร้อมร่วมแข่ง“กระโดดร่มอินดอร์ เวิลด์คัพ” ที่ฝรั่งเศส ช่วง1-4 เม.ย. เผย พักงานการเมืองชั่วคราว มุ่งสร้างชื่อให้ไทย ด้านกีฬา ปลื้ม เป็นหญิงไทยคนแรกเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร อดีตสส. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา ตนเข้ารับการตรวจร่างกายที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าร่วมการแข่งขันกระโดดร่มอินดอร์ ศึก “เอฟเอไอ เวิลด์คัพ อินดอร์ สกายไดฟ์วิ่ง” ที่ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 1-4 เมษายน ในฐานะนักกีฬาทีมชาติไทยซึ่งตนจะเข้าร่วมการแข่งขันประเภท อินดอร์ สกายไดฟ์วิ่ง โซโล่ ฟรีสไตล์ ที่ได้ฝึกซ้อมมาอย่างต่อเนื่องในอุโมงค์ลม ที่ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยในช่วงนี้มีโค้ชชาวต่างชาติระดับแชมป์โลกจากทั้งฝรั่งเศสและสาธารณรัฐเช็กมาดูแลการฝึกซ้อม โดยได้ฝึกซ้อมกระโดดร่มกลางแจ้ง มาตั้งแต่ปี 2564 และมาฝึกในร่มเมื่อปี 2567 การแข่งขันครั้งนี้จะเป็นการแข่งขันครั้งแรกในนามทีมชาติไทย รู้สึกภูมิใจมากที่ได้เป็นตัวแทนทีมชาติที่เป็นผู้หญิงคนแรกที่แข่งขันในประเภทนี้ “ รู้สึกดีใจที่จะได้แสดงให้เห็นว่านักกีฬาไทยก็มีขีดความสามารถที่จะเข้าร่วมการแข่งขันในระดับโลกได้ ที่ผ่านมาฝึกซ้อมมาอย่างหนัก และมีอาการเจ็บหลายครั้ง แต่ก็ตั้งใจมากที่จะเตรียมความพร้อมในการแข่งขันเวิลด์คัพ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่ในการก้าวเข้ามาเล่นกีฬากระโดดร่มให้มากขึ้น การแข่งขันครั้งนี้ไม่ได้คาดหวังถึงเหรียญรางวัล เพราะเป็นครั้งแรก โดยจะแข่งขันทั้งหมด 3 รอบ คล้ายๆ กับฟิกเกอร์สเก็ต แล้วนำคะแนนมารวมกัน มีหลายชาติเข้าร่วมแข่งขัน หวังว่าจะทำผลงานออกมาได้ดีส่วนเรื่องงานด้านการเมือง ก็ยังไม่ทิ้ง แต่ถือว่าเป็นช่วงพักมากกว่า ถึงแม้ว่าวันนี้จะไม่ได้อยู่บนเวทีการเมือง แต่ก็สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติในด้านอื่นๆ สร้างความภาคภูมิใจให้กับพ่อแม่พี่น้องคนไทยได้เหมือนกัน ทั้งนี้ ส่วนตัว อยากให้รัฐบาล สนับสนุนเบี้ยเลี้ยงดูแลนักกีฬาทีมชาติ หรือนักกีฬาอาชีพของไทย มากกว่านี้เพื่อที่นักกีฬาทีมชาติไทยจะได้ทุ่มเทการฝึกซ้อมเต็มที่ โดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังในการหารายได้เสริม ในการเลี้ยงชีพตัวเองและครอบครัว เพื่อจะได้มุ่งเป้าฝึกซ้อมในการทำสถิติใหม่เพื่อสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ เมื่อตนก้าวเข้ามาสัมผัสวงการกีฬาเอง จึงได้เห็นปัญหาและอุปสรรคในจุดนี้ จึงขอเป็นปากเสียงแทนกลุ่มนักกีฬาทีมชาติไทยด้วย” จิตภัสร์กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ทวี” ยอมรับ ภท.ประสานร่วมรัฐบาลผ่านเลขาฯ พรรค ย้ำฝ่ายค้านสำคัญกว่ารัฐบาล
Politics2026 Mar 06 :: 10:30

“ทวี” ยอมรับ ภท.ประสานร่วมรัฐบาลผ่านเลขาฯ พรรค ย้ำฝ่ายค้านสำคัญกว่ารัฐบาล

“ทวี” ยอมรับ ภท.ประสานร่วมรัฐบาลผ่านเลขาฯ พรรค ปัดขัดแย้งส่วนตัว ย้ำฝ่ายค้านสำคัญกว่ารัฐบาล ย้ำทำหน้าที่ตามบทบาท โหวตนายกฯเป็นเอกสิทธิ์วันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ เดินทางมารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จากนั้นให้สัมภาษณ์กับกรณีที่ไม่ได้เข้าร่วมแถลงข่าวการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย ว่า มีการประสานงานผ่านเลขาธิการพรรคว่า พรรคภูมิใจไทย ประสานเชิญพรรคประชาชาติเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งข้อบังคับพรรคเราจำเป็นต้องมีมติพรรค ซึ่งมติพรรคเห็นว่าเราเป็นพรรคขนาดเล็ก ในหลักการหากจะร่วมรัฐบาล เราเป็นผู้กำหนดไม่ได้ หากเชิญไปร่วมรัฐบาล เราไม่ขัดข้อง แต่ยังไม่ได้เป็นทางการ เมื่อถามว่า ส่วนตัวมีปัญหาอะไรหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาได้ตรวจสอบทั้งกรณีคดีฮั้ว สว. และที่ดินเขากระโดง พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นมติพรรคไปก่อน เราจะทำอะไรก็เป็นไปตามมติพรรค ซึ่งมติพรรคในวันนั้น มีการนำมาพิจารณาในหลายประเด็น ในมติก็เห็นว่า การเข้าร่วมรัฐบาลไม่ได้ผิดหลักการอะไรปัดขัดแย้งส่วนตัว ย้ำฝ่ายค้านสำคัญกว่ารัฐบาลเมื่อถามย้ำว่า ส่วนตัวไม่มีปัญหา ใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การโหวตเป็นเอกสิทธิ์ในรัฐธรรมนูญตามมาตรา 124 เป็นเอกสิทธิ์ของ สส. 100% เมื่อถามว่า โดยส่วนตัวท่านจะเห็นแย้งหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ยังต้องพิจารณา แต่ยังไม่รู้ว่า เขาเชิญร่วมรัฐบาลหรือไม่ แต่กับส่วนตัว ยังไม่เคยได้มีการพูดคุยกันเมื่อถามอีกว่า ในฐานะหัวหน้าพรรค ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัญหาที่ผ่านมา ใรัฐนการตรวจสอบรัฐบาลที่ผ่านมาด้วยหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เราไม่มีเรื่องส่วนตัว แต่จะดูว่าบทบาท ขณะนั้น เป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ดูว่าจะสามารถช่วยประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน ที่สำคัญต้องมีอุดมการณ์ และในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ การเป็นฝ่ายค้านสำคัญกว่ารัฐบาล เพราะที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีหลายคน ถูกถอดถอนจากการใช้ สส. แค่ 1 ใน 10 ยื่นเรื่องจริยธรรมไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมากกว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย ทั้งนี้ เราจะต้องทำหน้าที่ว่า จะทำอย่างไร ที่จะดูแลประชาชนได้มากกว่า เพียงแต่พรรคได้รับเชิญให้ร่วมรัฐบาล แต่ยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไร และตนเองยังไม่เคยเจอกับพรรคภูมิใจไทยย้ำทำหน้าที่ตามบทบาท โหวตนายกฯเป็นเอกสิทธิ์ส่วนจุดยืนของพรรคประชาชาติ ขัดแย้งกับจุดยืนส่วนตัวหรือไม่นั้น พ.ต.อ.ทวี กบ่าวว่า เราหาเสียงว่า ไม่เห็นด้วยกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งทุกพรรคก็หาเสียงไว้อยู่แล้ว ส่วนเรื่องอะไรที่เป็นความขัดแย้งส่วนตัวนั้น เราไม่มี แต่การโหวตพรรคไปบังคับ สส. ไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญให้เป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาดของ สส. ที่จะต้องไม่ถูกครอบงำโดยใครคนใดคนหนึ่ง หากพูดไปจะเป็นการครอบงำ ส่วนการจะทำงานอย่างสนิทใจกันหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราก็เคยร่วมรัฐบาลกัน ก็สนิทกัน แต่เรื่องอะไรที่เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง หรืออยู่ในกระบวนการยุติธรรม เราก็ไม่ไปแทรกแซง และเรื่องคดีฮั้ว สว. กับเรื่องที่ดินเขากระโดง ก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ซึ่งหากมีใครเข้าไปแทรกแซง เราก็รับไม่ได้

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"อภิสิทธิ์" ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย ช่วย "จูรี-ทีมสงขลา ปชป." จิบชายามเช้า
Politics2026 Feb 02 :: 04:32

"อภิสิทธิ์" ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย ช่วย "จูรี-ทีมสงขลา ปชป." จิบชายามเช้า

"อภิสิทธิ์" ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย ช่วย "จูรี-ทีมสงขลา ปชป." จิบชายามเช้า ถก-ฟังเสียงภาคธุรกิจ หาแนวทางฟื้นฟูหาดใหญ่ หลังวิกฤตน้ำท่วม ก่อนปราศรัยใหญ่เย็นนี้ที่หาดใหญ่ แฟนคลับ นำรูปยุคเลือกตั้ง ปี 44 มาขอลายเซ็นวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พร้อมคณะ อาทิ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย , นายจูรี นุ่มแก้ว รองหัวหน้าพรรคและนายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ผู้สมัคร สส.เขต9 สงขลา พรรคปชป. จิบชายามเช้าที่ร้านฮัจยีสัน ร้านชาชื่อดังของหาดใหญ่ จ.สงขลา ข้างร.พ.หาดใหญ่ โดยนายอภิสิทธิ์ ดื่มชา และรับประทานข้าวเหนียวไก่ทอด โรตี พูดคุยกับภาคธุรกิจในพื้นที่ รับฟังเสียงสะท้อน หลังน้ำท่วมหาดใหญ่ เมื่อปลายปีที่ 2568 โดยภาคธุรกิจต้องการให้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และส่งเสริมการท่องเที่ยวฝั่งอ่าวไทยให้มากขึ้น โดยมีประชาชนที่ทราบข่าวได้นำลูกหลานมาร่วมถ่ายรูป และโปสเตอร์ภาพนายอภิสิทธิ์สวมสูท ซึ่งใช้ในการหาเสียง เมื่อปี 2544 ของพรรคประชาธิปัตย์มาให้นายอภิสิทธิ์ เซ็นชื่อก่อนพาลูกหลานไปส่งที่โรงเรียนจากนั้น นายอภิสิทธิ์ เดินข้ามถนนมาที่โรงพยาบาลหาดใหญ่เพื่อให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ มีเจ้าหน้าที่และพยาบาล แพทย์ และประชาชนที่มาเข้าคิวรอการรักษาต่างยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปนายอภิสิทธิ์เป็นที่ระลึก โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ ภายหลังต้องเผชิญกับเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ โดยบุคลากรทางการแพทย์ กล่าวว่า “คนใต้ ยังไงก็ชอบประชาธิปัตย์”จากนั้นเวลา 08.30 น. คณะของนายอภิสิทธิ์ ลงพื้นที่เดินตลาดกิมหยง โดยมีประชาชน พ่อค้า แม่ค้าในตลาดต่างแห่รุมล้อมขอถ่ายเซลฟี มอบดอกกุหลาบ คล้องพวงมาลัยดาวเรือง และร้องเพลง“ปักษ์ใต้บ้านเรา” สร้างสีสันการหาเสียง และทำให้ทางเดินในตลาดเป็นอัมพาตชั่วคราว ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ และขุนทัพพรรคประชาธิปัตย์จะขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ที่หน้าห้างโรบินสัน เทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลาในเวลา 18.00 น.ของวันนี้

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"สหัสวัต" แฉอีก! ประกันสังคมซื้อที่ดิน 84.5 ล้าน ปล่อยรกร้าง แพงกว่าราคาประเมิน 3 เท่า
Politics2026 Feb 02 :: 02:19

"สหัสวัต" แฉอีก! ประกันสังคมซื้อที่ดิน 84.5 ล้าน ปล่อยรกร้าง แพงกว่าราคาประเมิน 3 เท่า

"สหัสวัต" แฉอีก! ประกันสังคมซื้อที่ดิน 84.5 ล้าน ปล่อยรกร้าง แถมอยู่ซอยลึก แพงกว่าราคาประเมิน 3 เท่า ชี้ TOR หาย-ใช้วิธีเฉพาะเจาะจงวันที่ 2 ก.พ. 2569 นายสหัสวัต คุ้มคง อดีต สส.ชลบุรี พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เราเป็นเจ้าของที่ดินรกร้างกันเฉยเลยพี่น้องผู้ประกันตน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาผมได้รับเอกสารจากคนในสำนักงานประกันสังคมเกี่ยวกับโครงการโครงการหนึ่ง คือ สำนักงานประกันสังคมมีโครงการจัดซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างอาคารสำนักงานประกันสังคมจังหวัดชลบุรีแห่งใหม่ โดยให้เหตุผลว่าสำนักงานประกันสังคมสาขาชลบุรีปัจจุบันนั้นพื้นที่คับแคบ มีขนาดเล็ก ไม่เพียงพอกับการให้บริการผู้ประกันตน ต้องเช่าที่ดิน เกิดความสิ้นเปลืองจึงจำเป็นที่จะต้องจัดซื้อที่ดินเพื่อสร้างสำนักงานใหม่ เลยแวะมาดูที่ดินหน่อยครับโครงการดังกล่าวคือโครงการเลขที่ 67089559825 เป็นโครงการที่อนุมัติในช่วงปลายปี 66 ก่อนที่บอร์ดจากการเลือกตั้งจะเข้าไป แล้วเริ่มใช้งบในปี 67 โดยตั้งงบประมาณที่จะจัดซื้อไว้ 88,000,000 ล้านบาท แต่ได้มาในราคา 84,500,000 บาทครับ ต่ำกว่าราคากลางแค่ 3.98% ที่ดินดังกล่าวเป็นการรวมแปลงที่ดินจำนวน 5 แปลงรวมกัน โดยราคาประเมินของกรมธนารักษ์รวมกัน 5 แปลง จะอยู่ที่ประมาณ 24 ล้านบาท ผมไปค้นเอกสารมาก็พบว่า ที่ดินนี้เป็นที่ดินขนาดประมาณ 5 ไร่ 1 งาน ตั้งอยู่ในซอกหลืบโซนบ้านสวนครับ โดยมีการประกาศราคากลางในวันที่ 24 สิงหาคม 2567 และมีการประกาศรายชื่อผู้ชนะในวันที่ 11 ธันวาคม 2567 ครับสิ่งที่เกิดขึ้นคือ จนถึงวันนี้ผ่านไปปีกว่าก็ยังไม่มีโครงการจะก่อสร้างสำนักงานแห่งใหม่เลยก็ไม่แน่ใจว่าทำไม แต่มีคนในประกันสังคมมาแอบกระซิบกับผมว่าอาจจะเป็นเพราะการซื้อที่ดินดังกล่าวเป็นการซื้อที่ผิดสเปคเพราะกำหนดไว้ว่าที่ดินจะต้องติดถนนใหญ่แต่ดันไปซื้อในตรอกซอก และยังใช้วิธีซื้อแบบเฉพาะเจาะจงอีกด้วย ผมพยายามค้นหา TOR เรื่องนี้แต่กลับหายไปจากเว็บไซต์ประกันสังคมอย่างน่าแปลกใจ และผมยังได้ยินมาอีกว่ามีคนเอาเรื่องนี้ไปร้องกับหน่วยงานตรวจสอบบางหน่วยงานแล้วผมมีคำถามไปสำหรับเรื่องนี้ดังนี้ครับ1.สำนักงานประกันสังคมมีเหตุผลอะไรจึงต้องเลือกใช้วิธีเฉพาะเจาะจงในการซื้อที่ดินแห่งนี้ทั้งๆที่อาจมีที่ดินที่เหมาะสมกว่าที่ติดถนใหญ่ในราคาใกล้เคียงกันถึงตรว.ละ 40,000 กว่าบาท2. การซื้อนี้เป็นการจัดซื้ออย่างถูกต้องหรือไม่ แล้วถ้าหากจัดซื้ออย่างถูกต้อง ทำไมถึงยังไม่มีโครงการที่จะก่อสร้างสำนักงานแห่งใหม่นี้เกิดขึ้นอีก ปัจจุบันยังคงปล่อยเป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่า จนหญ้าขึ้นสูงไปหมด3. มีการร้องไปที่หน่วยงานตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นปปช. หรือ สตง. จริงหรือไม่4. ผมขอคำตอบจากสำนักงานประกันสังคมเรื่องความโปร่งใสตรวจสอบได้จากเรื่องนี้ด้วยพร้อมกับเปิด TOR ที่หายไปให้พี่น้องประชาชนร่วมกันตรวจสอบและข้อสุดท้ายครับผมอยากถามคนชลบุรีและพี่น้องประชาชนทั้งประเทศครับว่าการใช้เงินครั้งนี้เพื่อซื้อที่ดินตรงนี้คุ้มหรือไม่กับการรองรับผู้ประกันตนนับล้านคนในจังหวัดชลบุรี กับพื้นที่ที่ทางเข้าคับแคบ อยู่ในหลืบในซอย ถนนรถขับสวนกันก็ยังลำบาก และอยากถามพี่น้องคนชลบุรีครับว่ามีใครมีที่ดินหรือทำงานด้านการประเมินมูลค่าอสังหาฯช่วยกันคอมเม้นท์หรือส่งข้อมูลหน่อยครับว่าการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้สมเหตุสมผลหรือไม่ ราคาที่ดินตรงนี้เป็นอย่างไร กับที่ดินที่อยู่ลึกขนาดนี้ แต่ราคาสูงขนาดนี้เราจะไม่เสียเงิน 84.5 ล้านบาทของกองทุนประกันสังคมไปฟรีๆ จริงๆใช่มั้ย สำหรับผู้ประกันตนและนายจ้างเจ้าของเงินนะครับ ใครอยากไปเยี่ยมชมที่ดินแห่งนี้ สามารถไปได้ที่นี่เลย : https://maps.app.goo.gl/aABxiPeSUz2scVrQ7

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

‘ยศชนัน’ ชวนคนยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใด ให้ดูนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิต
Politics2026 Jan 31 :: 05:52

‘ยศชนัน’ ชวนคนยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใด ให้ดูนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิต

‘ยศชนัน’ ชวนคนยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใด ให้ดูนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิต ‘จุลพันธ์’ ย้ำนโยบาย คือสาระสำคัญของการเลือกตั้ง ไม่ใช่การชี้นิ้ว ใครรักชาติ ไม่รักชาติ ใครเทา ใครดำวันที่ 31 ม.ค. 2569 ที่โรงเรียนปล้องวิทยาคม อ.เทิง จ.เชียงราย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ร่วมไลฟ์ พูดคุยสื่อสารนโยบายกับประชาชน ผ่านเฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทย โดยนายยศชนันกล่าวถึงโพลสำรวจความเห็นประชาชนเรื่องการเลือกตั้ง ซึ่งพบว่า มีคนที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองใดเลยอีกจำนวนมาก ซึ่งเรื่องนี้ควรดูที่นโยบายมากกว่าพรรคการเมือง ขอให้ดูว่าวันนี้ตนเองต้องการอะไร และอยากเห็นประเทศเดินไปแบบไหน ส่วนใครที่อยากดูนโยบายของพรรคเพื่อไทย ก็สามารถเข้าไปดูที่ยูทูบพรรคเพื่อไทยได้ เพราะมีการทำคลิปสื่อสารนโยบายไว้ และดูสนุก ส่วนในเว็บไซต์ของพรรคเองก็มีการสร้างเกมสื่อสารนโยบายไว้ให้ทดลองเล่นได้ “อยากให้ลองศึกษานโยบาย และสิ่งสำคัญที่สุดคือถามตัวเองดู ถ้าใช่ก็คือ ใช่ เพราะสิทธิเป็นของเรา” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวด้านจุลพันธ์ กล่าวถึงแนวทางการหาเสียงของพรรคการเมืองหนึ่ง ที่พยายามฉายภาพให้ประชาชนเลือกระหว่างพรรคที่รักชาติ กับพรรคที่ไม่รักชาติ โดยระบุว่า จากประวัติศาสตร์เราผ่านกันมาทั้งหมดแล้ว ทั้งพรรคเทพ พรรคมาร และเราผ่านกระบวนการชี้นิ้วว่าใครดี ใครเลว “ลองถามผมสิ ผมก็ต้องบอกว่าตัวเองดีที่สุดในโลก ทุกพรรคการเมืองจะบอกว่าตัวเองถูกต้อง และดีเสมอ เราก็อย่าไปเชื่อทั้งหมด เพราะว่าทุกคนคือ มนุษย์ปุถุชน ไอ้นั่นก็คน ไอ้นี่ก็คน มันมีอารมณ์ ความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง นี่คือข้อเท็จจริง อย่าไปคิดว่ามีใครทำถูกทุกอย่าง หรือไม่เคยทำผิดเลย และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิด ทำพลาดก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ อย่าไปโทษกัน อย่าไปชี้นิ้ว ตีตรา ติดป้ายให้สังคมเกิดความแตกแยก ทั้งเรื่อง รักไม่รัก ขาวกับดำ” นายจุลพันธ์ กล่าวหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ย้ำต่อว่า วันนี้การเลือกตั้ง ควรเริ่มต้นที่นโยบาย ฉะนั้นก็ควรดูนโยบายของทุกพรรค แล้วก็ไปคิดว่าอะไรที่ตอบโจทย์ชีวิต ก็เลือกอย่างนั้น แม้ตนอยากให้เลือกพรรคเพื่อไทย แต่เรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน “การเมืองเป็นเรื่องของการกำหนดอนาคต เป็นเรื่องของการกำหนดทิศทางของประเทศ วันนี้บางอย่างเป็นเหมือนเมฆหมอกที่บดบังสาระของการเลือกตั้งในเรื่องนโยบาย บางพรรคเรายังนึกไม่ออกว่าจะทำนโยบายอะไร เพราะเห็นพูดแต่เรื่องที่เป็นการชี้นิ้วส่วนเรื่องเทา หรือดำ ทุกพรรคก็ต้องดำเนินการ แต่ที่สำคัญไม่ใช่การบอกว่าตัวเองดี ตอนผมขึ้นเวทีผมเคยประกาศไหม เพื่อไทยดีที่หนึ่ง ไม่มี เพราะสุดท้ายมันอยู่ที่การสร้างกลไก สร้างระบบที่จะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าได้ และยืนยันได้ว่า ใครก็ตามที่จะมาทุจริตคอร์รัชั่น จะมาเทา มาดำ ก็ไม่สามารถทำได้ ฉะนั้นมันอยู่ที่การสร้างกลไก สร้างระบบที่จะป้องกันเรื่องพวกนี้ได้” นายจุลพันธ์ กล่าว“ยศชนัน” หาเสียงเทิง บอกโค้งสุดท้ายหลายพรรคมุ่งโจมตี ขอ ปชช.เน้นฟังที่นโยบาย บอกทำถนนดีขึ้นดอยดันท่องเที่ยวนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยนายเทอดชาติ ชัยพงษ์ ผู้สมัครสส.เชียงราย เขต5 เบอร์1และนายสง่า พรมเมือง ผู้สมัครสส.เชียงราย เขต 7 เบอร์ 8 หาเสียง มีประชาชนรอรับฟังการปราศรัยจนเต็มสนามหญ้าหน้าโรงเรียน ทันทีที่นายยศชนันเดินทางมาถึง ประชาชนต่างกรูเข้าไปขอถ่ายภาพและโน้มตัวนายยศชนันเข้ามาหอมและมอบพวงมาลัยไข่หมักสมุนไพร ถั่วฝักยาว กล้วยหอม แคบหมูโดยนายยศชนัน ปราศรัยตอนหนึ่งว่า วันนี้ตนมารายงานตัว ตนเป็นคนเหนือขอโอกาสให้คนเหนือได้เข้าไปรับใช้พ่อแม่พี่น้อง วันนี้ตนมาขอเสียงให้นายเทอดชาติ วันนี้หลายพรรคการเมืองพยายามพูดโจมตีในอาทิตย์สุดท้าย แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องฟังคนที่พูดถึงนโยบาย ซึ่งคุณภาพชีวิตของประชาชนต้องมาสิ่งที่ฉุดรั้งไว้ คือเรื่องหนี้ ตนจะเข้าไปคืนความเป็นธรรมและปลดหนี้ทั้งระบบเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในเรื่องของเกษตรกรตนจะเข้าไปดูราคาให้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส้ม ส้มโอ ลำใย เรื่องผลไม้ โดยสร้างความต้องการภาครัฐและไปดูที่ตลาดต่างประเทศ หากขายดีมีกำไรเราก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และจะเข้าไปดูปัญหาที่ดินกับป่าที่ทับซ้อน เรื่องสมุนไพรดอกไม้เราจะเข้าไปเพิ่มมูลค่าและส่งเสริมการท่องเที่ยว สำหรับการท่องเที่ยวที่ลดลงเพราะถนนหนทาง เราจะไปดูถนนที่ขึ้นดอยที่อันตรายให้ดีขึ้น เรื่องยาเสพติดเมื่อได้เข้าไปทำงานจะเรียกฝ่ายปกครองไปสแกนพื้นที่เอาคนเสพยามาบำบัด จากนั้นจะปราบคนผลิตคนค้า ที่ลักลอบผ่านด่านก็ต้องปิดด่าน เรื่องอาวุธจะดูแลความปลอดภัยจะใช้ดาวเทียมมาดู นักวิทยาศาสตร์คนนี้จะจัดการให้พ่อแม่พี่น้องเอง อาสาสมัครทุกคนต้องอยู่อย่างปลอดภัย ซึ่งเรื่องยาเสพติดเชื่อมโยงสแกมเมอร์ทุนเทา เมื่อเราเป็นรัฐบาลดิจิทัลก็จะรู้ทุนเทาอยู่ตรงไหน ก็จะไปจัดการอย่างเป็นระบบ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

"ชูวิทย์" ซัดเดือด! หลัง 'เท้ง' ไม่ร้องเพลงชาติ เตือนอย่านำ “ชาติ” เป็นเครื่องมือการเมือง
Politics2026 Jan 31 :: 03:47

"ชูวิทย์" ซัดเดือด! หลัง 'เท้ง' ไม่ร้องเพลงชาติ เตือนอย่านำ “ชาติ” เป็นเครื่องมือการเมือง

"ชูวิทย์" ซัดเดือด! ปมแคนดิเดตนายกฯ พรรคส้มไม่ร้องเพลงชาติ เตือนอย่านำ “ชาติ” เป็นเครื่องมือการเมือง ชี้เส้นบางๆ ระหว่างรักชาติ–ชังชาติวันที่ 31 ม.ค. 2569 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ให้ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “สิ้นชาติ“ หรือ ”ชังชาติ” เมื่อวานบนเวทีดีเบต พิธีกรขอให้ผู้ชมรวมถึงแคนดิเดตนายกฯ บนเวทีทั้ง 7 คน ร่วมกันยืนตรงเคารพธงชาติ ปรากฏว่า แคนดิเดตทั้งหมดยืนตรง และร้องเพลงชาติพร้อมกัน ยกเว้น เท้ง แห่งพรรคส้มคนเดียว ที่ยืนเอามือไขว้หลังและไม่ร้องเพลงชาติ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนไทยหัวใจรักชาติจำนวนมาก การให้เกียรติประเทศชาติ ไม่เกี่ยวกับอุดมการณ์ทางการเมือง เพราะชาติอยู่เหนือความขัดแย้งทางความคิด แม้ความเห็นทางการเมืองต่างกัน แต่สิ่งที่ยังดำรงอยู่คือชาติ ให้ไปดูชาติที่ผ่านสงคราม ไม่ว่าอเมริกาที่พรรคส้มยกย่อง การเอามือขวาแตะที่หัวใจข้างซ้าย คือการแสดงถึง “ความรักชาติ” อันเป็นสิ่งที่เคารพ พรรคส้มมักใช้วิธีนำความแตกแยกมาเริ่มปลูกฝังทีละเล็กทีละน้อย เริ่มตั้งแต่การปลุกระดมแก้ ม.112 การด้อยค่าทหารว่า “รบกับใครก็ไม่เชื่อว่าจะชนะ” หรือแม้แต่การยืนนิ่ง เอามือไขว้หลัง ตอนเพลงชาติกำลังบรรเลงอยู่ ในขณะที่คนอื่นยืนตรง ร้องเพลงชาติเพื่อแสดงความเคารพ ทำเพื่อให้เห็นว่าแตกต่างจากพรรคการเมืองเก่า โดยใช้วิธีการของคนรุ่นใหม่การเมืองใหม่แต่มันไม่ใช่วาระที่เหมาะสม เพราะเรื่องการเคารพชาติสามารถแสดงออกได้ ไม่ว่ามีอุดมการณ์อย่างไร มันอาจเป็นเพียงมะเร็งก้อนเล็กๆ ที่ใช้เวลาก่อตัว แต่การปล่อยทิ้งไว้จะทำให้มันลามต่อไปจนยากที่จะเยียวยา ต้องรู้จักแบ่งแยกว่าอะไรคือความศรัทธาในชาติ ไม่ใช่คน ไม่ใช่พรรคการเมือง ความพอดีของความรักชาติ ที่ไม่ใช่การ “คลั่งชาติ” หรือ “ชังชาติ” คือไม่นำมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง หรือการสร้างความเกลียดชัง คนอย่างผมผ่านร้อนผ่านหนาวมา พอที่จะมีชีวิตได้เห็นความเปลี่ยนแปลงมากมาย สำหรับคนหนุ่มสาวพวกคุณยังไม่เห็นชาติในหลายมุมมอง และหลากหลายมากพอ วันหนึ่งจะทำให้รู้ว่า การมีชาติดีกว่า “สิ้นชาติ”

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ธรรมนัส” ร้องห้ะ ซื้อเสียงหัวละ 7.5 พัน บอก ถ้าจริงประเทศพินาศแน่
Politics2026 Jan 20 :: 04:33

“ธรรมนัส” ร้องห้ะ ซื้อเสียงหัวละ 7.5 พัน บอก ถ้าจริงประเทศพินาศแน่

“ธรรมนัส” ร้องห้ะ ซื้อเสียงหัวละ 7.5 พัน บอก ถ้าจริงประเทศพินาศแน่ โว ทุกโพล กธ.ติด 1 ใน 5 ตลอด ลั่น ไม่จับมือพรรคบ่อนทำลายเสาหลักบ้านเมือง เย้ย บางคนอยากเป็นนายกฯจนตัวสั่น แต่จะถึง 25 ที่นั่งหรือเปล่าวันที่ 20 ม.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการออกมาระบุว่ามีการซื้อเสียงหัวละ 7,500 บาท โดย ร.อ.ธรรมนัสถึงกับร้อง “ห๊ะ” เมื่อได้ยินคำถาม พร้อมกับระบุว่า มีด้วยหรือ มีคนไม่ปกติอย่างนี้ด้วยหรือ ตนไม่ทราบเหมือนกันผู้สื่อข่าวถามว่า เนื่องจากครั้งนี้มีข่าวว่ามีการซื้อเสียงกันหนัก เลยอาจทำให้ตัวเลขพุ่งสูงไปถึงจำนวนดังกล่าวได้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าถ้าใครทำแบบนี้ โอ้โหบ้านเมืองพินาศแน่ ไม่ไหวหรอก ถ้าใช้เงินทุ่มกันขนาดนี้ แต่ตนเชื่อว่านักการเมืองคงไม่มีใครทำแบบนี้หรอก เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ ที่การเลือกตั้งซึ่งมีการแข่งขันกันสูง อาจจะมีปัจจัยนี้เข้ามา ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ห่วง ตนก็ใช้วิธีการหาเสียงตามสไตล์ตน ไปเกือบทุกจังหวัด ไม่มีวันหยุดเมื่อถามว่า ที่มีข่าวออกมาช่วงนี้ ต้องการโจมตีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า คิดว่าส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักเลงคีย์บอร์ดโจมตี มีที่ไหนไปเล่นกันหัวละ 7,500 บาท ถ้าทำอย่างนี้คงไม่ต่ำกว่า 2-3 หมื่น คูณเข้าไปเมื่อถามถึงการลงพื้นที่ของพรรค กธ.ในขณะนี้ เป็นไปตามเป้าหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรามีการทำโพลของเรา และดูโพลของสำนักอื่นด้วย เราก็มั่นใจ ซึ่งเราก็อยู่ 1 ใน 5 ตลอดทุกโพล บางจังหวัดก็เป็นที่ 1 ซึ่งผลโพลออกมา อย่างคะแนนนิยมของพรรค ติด 1 ใน 5 เกือบทุกจังหวัด เราไม่มีหลุดลำดับที่ 5 เลย เมื่อถามย้ำว่า โพลของพรรคกับโพลสำนักต่างๆ ที่ออกมาแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ต่างกัน ส่วนใหญ่จะคล้ายๆ กันผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งเป้าไว้กี่ที่นั่ง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เราก็ต้องทำหน้าที่ของการเป็นนักการเมืองในการหาเสียงตามกรอบของกฎหมายอย่างดีที่สุด ส่วนประชาชนจะเลือกหรือไม่เลือกอยู่ที่เขา เราไม่รู้หรอก เข้าคูหาแล้วเราเดาใจใครไม่ได้หรอก แต่เราทำการบ้าน เราทำการเมืองมาเรารู้ว่าการตอบรับมันเป็นอย่างไร เราต้องรู้ตัวเราเอง ผู้สมัครทุกเขตต้องรู้ตัวเองเมื่อถามว่า หลังเลือกตั้งสามารถจับมือกันได้ทุกพรรคหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า พรรคเรามีหลักการชัดเจน โดยเฉพาะหัวหน้าพรรคเป็นคนที่ชัดเจนมาก และลูกพรรคทุกคนก็ชัดเจนว่า อะไรที่เกี่ยวข้องกับการทำลายเสาหลักของบ้านเมือง ชาติ ศาสนา เราไม่เอาด้วย หากเป็นอย่างนั้นตนเลิกเล่นการเมืองดีกว่าเมื่อถามอีกว่า โค้งสุดท้ายพรรค กธ. จะมียุทธศาสตร์เพื่อเรียกคะแนนอย่างไร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า อันนี้เป็นความลับ มันต้องมียุทธศาสตร์อยู่แล้ว ตนเป็นนักเลือกตั้ง ทุกเวทีตนไม่ได้เป็นรองใคร 10 วันสุดท้ายตนก็ไม่เคยเป็นรองใคร เมื่อถามย้ำว่า จะมีไม้เด็ดอะไรที่พอจะแย้มออกมาได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า จะสังเกตเห็นว่าการเลือกตั้งทุกครั้ง 10 วันสุดท้ายตนจะมีไม้เด็ดของตน เมื่อถามอีกว่า ในพื้นที่ภาคใต้ ยังมั่นใจว่าจะเจาะได้หรือไม่ เพราะตอนนี้หลายพรรคลงพื้นที่กันหนัก ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มั่นใจว่าภาคใต้มันไม่ได้เป็นไปอย่างที่โพลบางโพลออกมาว่า พรรค กธ. ในภาคใต้เป็นศูนย์ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ มั่นใจว่าเราอยู่ 1 ใน 3 ของสมการนั้นผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาชน (ปชน.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ประกาศย้ำหลายครั้งว่าไม่ร่วมงานกับพรรค กธ. เรามีจุดยืนกับ 2 พรรคนี้อย่างไรบ้าง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนมีจุดยืนของตน ไม่ได้มีจุดยืนที่จะไม่เอาพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ถ้าพรรคใดพรรคหนึ่งมีนโยบายชัดเจนว่าเป็นผู้บริหารและทำลายบ้านเมืองมา ตนไม่เอาด้วย และการเข้าไปยุ่งบ่อนทำลายเสาหลักของบ้านเมือง ตนไม่เอาด้วย สมมุติว่าถ้าเราจะต้องร่วมมือกับพรรคที่ทำลาย โดยเฉพาะการแก้มาตรา 112 ยืนยันว่าไม่เอาด้วยเด็ดขาดเมื่อถามว่า ขณะนี้มีการพูดกันล่วงหน้าแล้วว่าจะจับมือกับพรรคนั้นพรรคนี้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่มีหรอก คุณรู้ได้อย่างไรว่าคุณจะได้เท่าไหร่ บางคนอยากเป็นนายกรัฐมนตรีจนตัวสั่น คุณจะถึง 25 เสียงหรือเปล่า แต่เราถึงแน่เมื่อถามถึงจุดยืนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะหมวด 1 หมวด 2 ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เราไม่แตะอยู่แล้ว บอกชัดเจนว่าอะไรที่เกี่ยวข้องกับหมวด 1 หมวด 2 ไม่เอาอยู่แล้ว ยืนยันชัดเจน แล้วเราจะรณรงค์ด้วยว่าแนวร่วมของเราไม่เห็นด้วยในการแก้หมวด 1 หมวด 2

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“เอกนัฏ” เชื่อ “ภูมิใจไทย” จะเป็นหนึ่งตัวเลือกของคนกรุงฯ ยืนยันทุกเรื่องที่พูดจะพยายามทำให้สำเร็จ
Politics2026 Jan 20 :: 04:24

“เอกนัฏ” เชื่อ “ภูมิใจไทย” จะเป็นหนึ่งตัวเลือกของคนกรุงฯ ยืนยันทุกเรื่องที่พูดจะพยายามทำให้สำเร็จ

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพื้นที่กรุงเทพฯ กล่าวถึงการลงพื้นที่หาเสียงศึกเลือกตั้งในกทม.ว่า จากการลงพื้นที่จะเห็นว่าการเลือกตั้งหลายครั้งคนกรุงเทพฯ ตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกพรรคไหน แต่ครั้งนี้ 40-50% คนกรุงเทพฯ ยังไม่ตัดสินใจ ทำให้เป็นข่าวดี เพราะพรรคภูมิใจไทยเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คนกรุงเทพฯ กำลังพิจารณาอยู่ สำหรับบุคลิกส่วนตัวของตนและพรรคภูมิใจไทยคือความจริงใจ เราไม่ใช่คนพูดเยอะ แต่ทุกเรื่องที่พูดเราจะทำ และจะพยายามทำให้สำเร็จในส่วนของแนวทางและนโยบายต่างๆ จากการทำงานที่ผ่านมาช่วง 2-3 เดือน แม้ประเทศไทยประสบกับวิกฤตทั้งเรื่องชายแดน เรื่องเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก็สามารถรวบรวมเอามืออาชีพนอกวงการการเมือง เป็นคนที่มีความสามารถนอกเหนือความคาดหมายของประชาชนมาอยู่ในทีมของรัฐบาล ไม่กี่ครั้งในประวัติศาสตร์ที่จะมีพรรคการเมืองประกาศชัดเจน ว่าถ้าเข้ามาเป็นรัฐบาลฟอร์มรัฐบาลจะมอบตำแหน่งสำคัญให้กับมืออาชีพมาทำ“กระทรวงต่างประเทศ จะเป็นนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว กระทรวงพาณิชย์ ต้องนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ส่วนกระทรวงการคลังคือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ซึ่งเป็น 3 คน ที่ทำงานเห็นผลงานแล้วคนพอใจ เชื่อมือว่ากู้ประเทศออกจากวิกฤตมาได้ ดันโครงการคนละครึ่งพลัสออกมาภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเวลาสั้นๆ จากเดิมที่มีการคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยจะตก จีดีพีก็ขยับขึ้นเป็น 1 เปอร์เซ็นต์กว่า”

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“เท้ง” กางปีกป้อง “ทูตพิศาล” ยันตรวจประวัติแล้วไร้สะเพร่า! เมินดราม่า “ปวิน” แฉยับอดีตหนุน คสช.
Politics2026 Jan 06 :: 18:35

“เท้ง” กางปีกป้อง “ทูตพิศาล” ยันตรวจประวัติแล้วไร้สะเพร่า! เมินดราม่า “ปวิน” แฉยับอดีตหนุน คสช.

“เท้ง” กางปีกป้อง “ทูตพิศาล” ยันตรวจประวัติแล้วไร้สะเพร่า! เมินดราม่า “ปวิน” แฉยับอดีตหนุน คสช.-ชู้สาว ชี้ดูที่ปัจจุบันร่วมปิดสวิตช์ สว. อุดมการณ์ตรงพรรคประชาชน พร้อมโต้ปมเอาคนนอกสู้ศึก รมต. มั่นใจชนพรรคอื่นได้ ชนะ “ศุภจี-สีหศักดิ์”แน่ ส่วนอดีต สส. “หมอนิว” รับไม่ได้จนลาออก บอกเสียดาย แต่ยันพรรคฟังเสียงสมาชิก ไม่ได้มีโปลิตบูโรบงการวันนี้ 7 ธ.ค. 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการเปิดตัวรัฐมนตรีซึ่งเป็นบุคคลภายนอกพรรค ว่า ต้องบอกว่ามีทั้งคนนอกและคนในพรรค เพียงแต่ 2 ท่านแรกคนอาจจะมองว่าเป็นคนนอก แต่สำหรับตนต้องดูที่ความเชื่ออุดมการณ์ทางการเมืองว่าเป็นไปตามแนวทางเดียวกันกับที่พรรคประชาชนนำเสนอหรือไม่ ยืนยันว่าทีมบริหารไม่ได้มีแต่คนนอกทั้งหมด คุณสมบัติที่สำคัญคือต้องมีความรู้ความสามารถตรงสาย ไม่ได้มาจากโควต้าทางการเมืองเมื่อถามว่า เมื่อวาน (6 มกราคม) ที่เปิดตัว นายพิศาล มาณวพัฒน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกาและอดีตสมาชิกวุฒิสภา มีดราม่าค่อนข้างหนัก เรื่องพฤติกรรมจนทำให้ นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการและผู้ลี้ภัยมาตรา 112 ยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อพรรคประชาชนนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนได้รับเรื่องซึ่งได้มีการพูดคุยและตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว โดยเฉพาะจุดยืนในสมัยที่นายพิศาลดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งตนไม่สามารถตอบแทนความคิดในใจของนายพิศาลได้ ว่าขณะนั้นมีจุดยืนทางการเมืองอย่างไร แต่ที่ตอบได้คือ ท่านเป็นข้าราชการประจำอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เพราะฉะนั้นต้องทำหน้าที่ ภายใต้หมวกของข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ" ถ้าเราลองดูประวัติที่ผ่านมาในช่วงหลัง ตอนที่ทูตพิศาลทำหน้าที่เป็น สว. นอกจากการโหวตให้คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แล้ว การเลือกโหวตเห็นชอบกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปิดสวิตช์ สว. ท่านทูตพิศาลก็ได้ลงมติเห็นชอบถึง 6 ครั้ง เพราะฉะนั้นการแสดงออกจุดยืนทางการเมือง ก็เป็นสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้ในระดับหนึ่ง ว่ามีแนวคิดไปในทิศทางเดียวกันกับพรรคประชาชน" ณัฐพงษ์กล่าวนายณัฐพงษ์ ย้ำว่าถ้าใครที่มีคำถามที่เกี่ยวข้องกับจุดยืน หรือความเชื่ออุดมการณ์ทางการเมืองอยากให้ไปถามเจ้าตัวมากกว่า เพราะจะตอบได้ดีที่สุด ตนไม่สามารถตอบแทนได้ แต่ในฐานะหัวหน้าพรรคสามารถตอบได้ว่าหลักของพรรคประชาชน เราไม่ได้ปิดกั้นทางความคิด การสร้างการเปลี่ยนแปลง เราอยากได้ฉันทามติของสังคม เราต้องเปิดกว้าง ในอดีตที่มีความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา ใครเคยเชื่อว่าการปฏิวัติรัฐประหารสามารถแก้ปัญหาคอรฺรัปชั่นได้ ซึ่งเราไม่ได้เชื่อแบบนั้น แล้วประวัติศาสตร์ก็บอกแล้วว่าไม่ได้เป็นแบบนั้น"ดังนั้น เราผ่านการเรียนรู้ร่วมกันในสังคม วันนี้ใครอาจจะเคยเชื่อแบบในอดีตก็ว่ากันไป แต่วันนี้ถ้าคุณเห็นด้วยกับพรรคประชาชนว่า พรรคประชาชนคือทางออก พวกเราพร้อมที่จะเปิดกว้างและหาทางออกให้กับสังคมร่วมกัน" นายณัฐพงษ์กล่าวส่วนที่มีการตั้งข้อสงสัยว่า นายพิศาลอาจจะดำรงตำแหน่งไม่ได้เนื่องจาก พ้นจากตำแหน่ง สว. ยังไม่ครบ 2 ปี นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า ก่อนหน้านี้มีการตรวจสอบแล้ว ไม่ได้เกิดจากความสะเพร่า มีการพูดคุยกับนายพิศาลแล้ว ว่าในช่วงแรกที่มีการตั้งคณะรัฐมนตรี กรณีที่พรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล นายพิศาลอาจยังไม่สามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้ แต่พอครบวาระก็จะสามารถดำรงตำแหน่งได้ส่วนทำไมถึงไม่ใช้คนในพรรคอย่าง นายฟูอาดี้ พิศสุวรรณ ที่ปรึกษาด้านการต่างประเทศของพรรคประชาชน นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องลองไปถามนายฟูอาดี้โดยตรง ที่ผ่านมาตนได้พูดคุยกับหลายคน แต่ละคนก็จะมีข้อจำกัด เหตุผลส่วนตัวแตกต่างกันไป บางคนมีเรื่องทางครอบครัว เรื่องมรดกที่ต้องบริหารจัดการ เรื่องจุดยืนทางการเมือง ความรู้ความสามารถตามสาย ซึ่งมีเหตุผลที่หลากหลาย โดยนายฟูอาดี้ก็มีเป็นหนึ่งคนที่มีคุณภาพช่วยงานกับพรรค เราไม่ได้มองข้ามเมื่อถามว่าคนนอกที่เอามาจะสามารถสู้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย และ นางศุภจีสุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตอนนี้เพิ่งเปิดตัวไปได้ 2 คนรอเปิดตัวทุกวันจนถึงวันที่ 15 ม.ค. อยากให้ติดตามเต็มชุด ตนเชื่อว่าสู้ได้แน่นอน มีความรู้ความสามารถตรงสายเมื่อถามถึงกรณีที่ นางสาวกัลยพัชร รจิตโรจน์ อดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดใจว่ารับไม่ได้ที่เอาคนนอกพรรคเข้ามา นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนได้อ่านโพสต์ของนางสาวกัลยพัชร ตนก็เสียดาย ถึงแม้หมวกของเราจะเปลี่ยนไป ไม่ได้ลงในนามผู้สมัคร สส. แต่การเป็นสมาชิกพรรคอย่างหนึ่งก็คือเป็นเจ้าของพรรค ถ้ามีอะไรที่คับข้องใจอยากจะให้พรรคปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน หรือนางสาวกัลยพัชร เชื่อว่าพรรคประชาชน ออกจากหลักการดั้งเดิม การเป็นสมาชิกพรรคอยู่ จะทำให้เสียงของนางสาวกัลยพัชรได้รับฟังมากที่สุด ตอนยืนยันว่าพรรคประชาชนรับฟังเสียงมากที่สุดดีที่สุดพรรคหนึ่งในประเทศด้วยซ้ำ ทุกการตัดสินใจใหญ่ ๆ ก็ฟังเสียงของสมาชิกทุกครั้ง"หมอนิวอาจไม่ได้เข้าอกเข้าใจกระบวนการตัดสินใจทั้งหมด แต่การลาออกจากสมาชิกพรรคไปก่อนอาจทำให้เสียโอกาส พี่ไม่ได้ใช้สิทธิ์สมาชิกพรรค ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน" นานณัฐพงษ์กล่าวเมื่อถามว่าพรรคประชาชนมีโปรลิตบูโรหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ถ้าจะมี ก็หัวหน้าพรรคนี่แหละที่เป็นคนตัดสินใจใหญ่ ๆ อดีตแกนนำก็อยู่ในฐานะที่ปรึกษาทางการเมืองตนก็รับฟังเสียงทุกฝ่าย การตัดสินใจทุกอย่างอยู่ที่ตนกรรมการบริหารพรรคทุกคน ความรับผิดรับชอบก็อยู่ที่ตนและกรรมการบริหารพรรคจี้ กกต. หาตัวคนติดป้าย "ไม่เอาพรรคประชาชนเขมร" ที่พิษณุโลก ซัด ไม่ควรใช้แคมเปญสร้างความเกลียดชังนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีป้ายปริศนา ว่าไม่เอาพรรคประชาชนเขมรที่จังหวัดพิษณุโลก ว่า ตนไม่รู้ว่าป้ายนั้นทำจากพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองหรือทำจากใคร ตนเชื่อว่าการรณรงค์นโยบาย นำเสนออย่างแข็งขัน รวมถึงแสดงจุดยืนทางการเมืองของตัวเอง ให้ประชาชนใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการเข้าคูหาจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ไม่ควรจะใช้แคมเปญที่สร้างความเกลียดชังเมื่อถามว่าจะเอาผิดกับผู้ที่ทำหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต. ) ที่จะทำให้การเลือกตั้งโปร่งใส จึงอยากฝากให้ช่วยตรวจสอบ แล้วดูว่ากรณีนี้ใครเป็นผู้กระทำความผิด อยากให้ดำเนินการอย่างจริงจังส่วนที่ลงพื้นที่และถูกตั้งคำถามซ้ำ ๆ ซึ่งเป็นคำถามที่ทำลายคะแนนนิยมพรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ผลตอบรับพรรคประชาชนยังค่อนข้างดีถึงดีมาก แต่ก็เข้าใจคนตั้งคำถาม ตนก็ได้ถูกตั้งคำถามจากประชาชน ทั้งเรื่องจุดยืนของพรรคประชาชนต่อกองทัพ การแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือเรื่องอื่น ซึ่งไม่ได้ทำให้หวั่นไหวหรือเสียสมาธิ แต่สิ่งที่พวกเราต้องทำต่อไปคือการลงพื้นที่ให้เจอคนที่อาจจะยังไม่เข้าใจส่วนที่มีการเรียกร้องให้แก้ปัญหาปากท้องมากกว่าแก้รัฐธรรมนูญ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ปัญหาแบบนี้เราพูดทุกวันอยู่แล้ว บนรถแห่ก็จะเน้นเรื่องนโยบายเศรษฐกิจปากท้องไม่แพ้กัน เพียงแต่ประเด็นที่ออกไปตามหน้าสื่อ อาจจะมีการโต้เถียงกันค่อนข้างเยอะ อยากจะขอใช้โอกาสในทุกเวทีจะเข้าไปนำเสนอนโยบายปากท้องมากยิ่งขึ้น

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

NIDA ลั่น เสรีภาพไม่ใช่ใบอนุญาตเหยียบศักดิ์ศรีมนุษย์ ปมบุคลากรพาดพิงครอบครัว ‘ไอซ์’
Politics2025 Dec 29 :: 19:10

NIDA ลั่น เสรีภาพไม่ใช่ใบอนุญาตเหยียบศักดิ์ศรีมนุษย์ ปมบุคลากรพาดพิงครอบครัว ‘ไอซ์’

เดือด! ‘ไอซ์ รักชนก’ ซัดถามตรงถึง NIDA ปมบุคลากรโพสต์ดูหมิ่นครอบครัว ขณะที่ NIDA ต้องออกแถลงการณ์ย้ำชัด เสรีภาพไม่ใช่ใบอนุญาตเหยียบศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์วันที่ 30 ธ.ค. 2568 NIDA ออกแถลงการณ์ หลัง ‘ไอซ์ รักชนก’ ตั้งคำถามกรณีบุคลากรโพสต์พาดพิงครอบครัว ย้ำเสรีภาพการแสดงความเห็นต้องไม่ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีบุคลากรของสถาบันแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคลต่อสาธารณะ หลังจาก รักชนก ศรีนอก หรือ ‘ไอซ์ รักชนก’ อดีตสส. กทม. พรรคก้าวไกล และความคิดเห็นจากประชาชนผ่านโซเชียลมิเดีย ที่โพสต์ตั้งคำถามต่อจุดยืนของสถาบัน กรณีมีการใช้ถ้อยคำที่ถูกมองว่าเป็นการดูหมิ่น ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และพาดพิงถึงครอบครัวของผู้อื่นก่อนหน้านี้ รักชนกได้เผยแพร่ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุถึงกรณีบุคคลซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้แสดงตนว่า ‘รักสถาบัน’ และเป็นบุคลากรของ NIDA โพสต์ข้อความกล่าวหาและใช้ถ้อยคำรุนแรง เช่น การพาดพิงถึงชาติกำเนิด ครอบครัว และอาชีพของพ่อแม่ ซึ่งเธอมองว่าเข้าข่าย hate speech และส่งผลกระทบต่อเด็กและบุคคลที่ ‘เลือกเกิดไม่ได้’ เป็นวงกว้างรักชนกระบุว่า ตนสนับสนุนหลักเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น (free speech) มาโดยตลอด แต่การสื่อสารในลักษณะดังกล่าวเป็นการลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ พร้อมตั้งคำถามไปยังผู้บริหาร NIDA ว่าสถาบันมีจุดยืนอย่างไรต่อการกระทำเช่นนี้ และสถาบันสนับสนุนให้บุคลากรแสดงออกในลักษณะที่เป็นภัยต่อสังคมหรือไม่ขณะเดียวกัน เธอยังสื่อสารไปถึงศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบันของ NIDA และประชาชนที่เติบโตมาในครอบครัวหรือบริบทชีวิตที่ไม่พร้อม โดยย้ำว่าไม่มีใครผิดที่เกิดมาในสภาพแวดล้อมเช่นนั้น และสังคมไม่ควรตอกย้ำบาดแผลด้วยคำดูถูกเหยียดหยามต่อมา NIDA ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า สถาบันได้รับทราบต่อเสียงสะท้อนและความห่วงใยจากประชาชนแล้ว โดยยืนยันว่ามุ่งมั่นในการจัดการศึกษาและการให้บริการทางวิชาการที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรู้ คุณธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมให้ความสำคัญกับเสรีภาพทางวิชาการ การบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคลของบุคลากรและนักศึกษาอย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ย้ำว่า การแสดงความคิดเห็นดังกล่าวต้องไม่ละเมิดต่อกฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ไม่ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล องค์กร หรือหน่วยงานใด ๆสถาบันยังระบุว่า ไม่เคยสนับสนุนหรือส่งเสริมให้บุคลากรกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย หรือสื่อสารในลักษณะที่ดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือบั่นทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมยืนยันว่าจะธำรงไว้ซึ่งหลักธรรมาภิบาล ความเป็นธรรม และจะพิจารณาข้อเท็จจริงตามระเบียบอย่างรอบคอบ โดยยึดหลักการเป็นสำคัญแถลงการณ์ดังกล่าวลงวันที่ 30 ธันวาคม 2568

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“เท้ง” ลุยหาเสียงย้ำปักธงปทุมธานี 8 เขต อ้อนขอประชาชนเลือกมาบริหารประเทศ
Politics2025 Dec 29 :: 18:30

“เท้ง” ลุยหาเสียงย้ำปักธงปทุมธานี 8 เขต อ้อนขอประชาชนเลือกมาบริหารประเทศ

“เท้ง” ลุยหาเสียงย้ำปักธงปทุมธานี 8 เขต อ้อนขอประชาชนเลือกมาบริหารประเทศนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมผู้สมัคร ส.ส. ปทุมธานี ประกอบด้วย นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ (เขต 8) นายธันยนันท์ ไพบูลย์สุข (เขต 7) และ นายเอกศักดิ์ หอมชื่น (เขต 3) ลงพื้นที่ตลาดไอยรา อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานีโดย นายณัฐพงษ์ ได้ขึ้นรถแห่เชิญชวนประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง และเดินตลาดเพื่อช่วยผู้สมัครของพรรคประชาชนหาเสียง และในเย็นวันนี้จะเดินทางต่อไปยัง ตลาดปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการนายณัฐพงษ์กล่าวว่า ปัจจุบันเหลือเวลาอีกไม่ถึง 40 วัน จะมีการเลือกตั้ง พี่น้องชาวปทุมธานี เคยเลือกพรรคก้าวไกลมาเป็นอันดับ 1 และได้ สส.ทั้งสิ้นจำนวน 6 คน จาก 7 เขต และคะแนนบัญชีรายชื่อกว่า 360,000 คะแนน เท่ากับ สส.บัญชีรายชื่อ 1 คน มาคราวนี้เป็นพรรคประชาชน ผมต้องขอคะแนนพี่น้องประชาชนชาวปทุมธานีอีกรอบ เพื่อให้พรรคประชาชนสามารถปักธงในจังหวัดปทุมธานีอีกครั้ง เพื่อพวกเราจะได้รักษาแชมป์เขตเดิม เพิ่มเติมเขตใหม่ได้ จึงขอให้ประชาชนกาพรรคประชาชน 2 ใบ เลือกทั้งคนทั้งพรรค เพื่อให้รัฐบาลประชาชนได้เข้าไปบริหารประเทศสำหรับกำหนดการหาเสียงของหัวหน้าพรรคประชาชน เตรียมเดินทางไปจังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี ช่วงวันที่ 2-4 มกราคม 2568 ต่อไป

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

เหลือจะเชื่อ! "ไอซ์ รักชนก" เผชิญหน้า "สุชาติ ชมกลิ่น" ไร้วิวาทะรุนแรง
Politics2025 Dec 27 :: 13:50

เหลือจะเชื่อ! "ไอซ์ รักชนก" เผชิญหน้า "สุชาติ ชมกลิ่น" ไร้วิวาทะรุนแรง

เหลือจะเชื่อ! "ไอซ์ รักชนก" เผชิญหน้า "สุชาติ ชมกลิ่น" ไร้วิวาทะรุนแรง หลังเพจดังในชลบุรี โพสต์นัดชวนพี่น้องคนชลบุรีรวมตัวขับไล่ไอซ์จนเผป็นดราม่าวันที่ 27 ธ.ค. 2568 ที่ศาลาอเนกประสงค์เทศบาลนครบ้านสวน จ.ชลบุรี มีการเปิดรับสมัคร ส.ส.ระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เป็นวันแรก ทั้งหมด 10 เขต บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก พรรคการเมืองใหญ่ส่งผู้สมัครครบทุกเขต อาทิ พรรคภูมิใจไทย นำโดย นายสุชาติ ชมกลิ่น พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชนซึ่งมี น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือไอซ์ มาร่วมสังเกตการณ์ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่ามกลางเสียงเชียร์จากกองเชียร์ที่ขนกันมาแบบจัดเต็มผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.รักชนก ซึ่งมาสังเกตการณ์ ได้ถ่ายรูปร่วมกันหยอกล้อกับนายสุชาติ ชมกลิ่น โดย น.ส.รักชนกแอบแซวนายสุชาติว่า “หากลงเขต 1 แล้วแพ้ ก็เลิกเล่นเลยนะ”น.ส.รักชนกเปิดเผยว่า ตนเลือกเดินทางมาที่ชลบุรี เพราะมีประสบการณ์กับชลบุรีมากมาย และวันนี้มาให้กำลังใจผู้สมัครพรรคประชาชน ซึ่งพรรคได้ส่งลงครบทุกเขตตั้งแต่เขต 1-10 ขอคะแนนกำลังใจจากประชาชนชาวชลบุรีไว้วางใจในการทำงานเพราะอยากให้มั่นใจในการทำงาน หากได้เป็น ส.ส.จะทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนได้อย่างดี และวันนี้ก็มาให้กำลังใจนายสุชาติ โดยแอบเชียร์ยืนอยู่ข้างหลังขณะที่นายสุชาติเปิดเผยว่า วันนี้พรรคภูมิใจไทยได้ลงสมัคร ส.ส.ชลบุรีครบทั้ง 10 เขต ซึ่งผู้สมัครมีความพร้อม และพร้อมรับใช้ชาวชลบุรีเพื่อพัฒนาและบริหารชลบุรีให้เจริญ ก็อยากขอชาวชลบุรีออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อเลือก ส.ส.เข้ามาทำงานรับใช้ประชาชนขณะที่นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เผยว่า จากการตรวจสอบทั้ง 77 จังหวัด รวมทั้งชลบุรี โดยการสมัครเลือกตั้ง ส.ส. เป็นไปด้วยความเรียบร้อยทั้งตัวผู้สมัคร ได้นำเอกสารมายื่นสมัครครบทุกเขตไม่มีปัญหาและไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ อยากฝากเชิญชวนอย่างพี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งตามสิทธของตัวเองเพื่อเลือก ส.ส.เข้ามาทำงานเพื่อประชาชน

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

นายกฯ ร่วมลงนามถ้อยแถลงผลการพบหารือระหว่างนายกฯ ไทย-กัมพูชา ก้าวสำคัญปูทางสร้างสันติภาพกับกัมพูชา
Politics2025 Oct 27 :: 19:00

นายกฯ ร่วมลงนามถ้อยแถลงผลการพบหารือระหว่างนายกฯ ไทย-กัมพูชา ก้าวสำคัญปูทางสร้างสันติภาพกับกัมพูชา

นายกฯ ร่วมลงนามถ้อยแถลงผลการพบหารือระหว่างนายกฯ ไทย-กัมพูชา ก้าวสำคัญปูทางสร้างสันติภาพกับกัมพูชาวันที่ 26 ตุลาคม 2568 เวลา 13.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเร็วกว่ากรุงเทพฯ 1 ชม.) ณ ห้อง 406 - 407 ชั้น 4 ศูนย์ประชุม KLCC นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมลงนามถ้อยแถลงผลการพบหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรไทยและนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย (Joint Declaration by the Prime Minister of the Kingdom of Cambodia and the Prime Minister of the Kingdom of Thailand on the outcomes of their meeting in Kuala Lumpur, Malaysia)โดยนายโดนัลด์ เจ ทรัมป์ (The Honorable Donald J. Trump) ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา และดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม (Dato’ Seri Anwar Ibrahim) นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมลงนามเพื่อเป็นสักขีพยานของถ้อยแถลงดังกล่าว ซึ่งพิธีลงนามในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนต่างประเทศ ร่วมติดตามและรายงานข่าวเป็นจำนวนมากโดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งอันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ที่มีคุณูปการต่อประเทศชาติอย่างอเนกอนันต์สำหรับการลงนามในครั้งนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยกย่องนายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศที่ให้การตอบรับการเจรจา และยุติการหยุดยิงทันที เพี่อลดการสูญเสียชีวิต พร้อมขอบคุณนายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่เป็นตัวกลางในครั้งนี้โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า วันนี้เป็นหมุดหมายบทใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งเป็นการก้าวเดินอย่างเป็นรูปธรรมไปสู่สันติภาพ โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่ได้แสดงบทบาทนำในฐานะประธานอาเซียน และพยายามอย่างแข็งขันในการธำรงไว้ซึ่งความเป็นเอกภาพของอาเซียน พร้อมแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมสันติภาพระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งนับว่าเป็นการเดินทางมาไกลตั้งแต่ไทยและกัมพูชาเห็นพ้องต่อข้อตกลงหยุดยิงที่มาเลเซีย เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 การหารืออย่างต่อเนื่องนับแต่นั้น นำมาซึ่งผลลัพธ์สำคัญ คือ การลงนามใน ถ้อยแถลงในวันนี้นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีขอบคุณประธานาธิบดีสหรัฐฯ สำหรับ คำแสดงความเสียใจที่ท่านให้แก่ประเทศของเราต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย คำแสดงความเสียใจนี้มีความหมายอย่างยิ่งต่อประชาชนชาวไทยทุกคนนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ไทยยึดมั่นในสันติภาพ ถ้อยแถลงฉบับนี้สะท้อนเจตจำนงของเราที่จะลดช่องว่างความแตกต่างโดยสันติ ซึ่งหากสามารถดำเนินการตามถ้อยแถลงฉบับนี้ได้อย่างครบถ้วน จะเป็นรากฐานสำคัญของสันติภาพที่ยั่งยืน แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือ การเริ่มต้นฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยที่ผ่านมา ชุมชนชายแดนของทั้งสองประเทศถูกแบ่งแยกด้วยความขัดแย้ง และพลเรือนผู้บริสุทธิ์ต้องเผชิญกับการสูญเสียที่ใหญ่หลวง ดังนั้น ถ้อยแถลงฉบับนี้จึงกำหนดความรับผิดชอบที่ชัดเจนแก่ทั้งสองฝ่ายให้ลงมือปฏิบัติเราสามารถบรรลุสิ่งที่เคยดูเหมือนเกินเอื้อมได้ ดังนั้น นายกรัฐมนตรีจึงยินดีต่อข้อตกลงที่ว่า ภายหลังการลงนามใน ถ้อยแถลงในวันนี้ ทั้งสองฝ่ายจะเริ่มดำเนินการตามที่ได้ตกลงกันไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดนโดยเร็ว เพื่อรับประกันความปลอดภัยให้แก่ประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นและไว้เนื้อเชื่อใจ ก่อนที่ไทยจะเริ่มกระบวนการปล่อยตัวทหารกัมพูชาที่ถูกควบคุมตัวจำนวน 18 นาย โดยเรามีความรับผิดชอบที่จะต้องดำเนินการด้วยความจริงใจและด้วยความสุจริตใจ เพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตและคุ้มครองความเป็นอยู่ของผู้คนตามแนวชายแดนร่วมหากต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเกิดขึ้นในพื้นที่ สิ่งที่ได้ตกลงกันในวันนี้ต้องถูกนำไปปฏิบัติจริง จึงจะสามารถเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ได้อย่างแท้จริง สร้างความมั่นคงและปลอดภัยให้แก่ประชาชน จึงจะเป็นการบรรลุสันติภาพที่แท้จริง ซึ่งคือสิ่งที่ประชาชนคาดหวัง และสมควรได้รับ “สันติภาพที่มาพร้อมศักดิ์ศรี”ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีเชิญชวนมิตรประเทศร่วมกันสนับสนุนกระบวนการนี้ เพื่อให้การดำเนินการตามถ้อยแถลงเป็นไปอย่างครบถ้วนและด้วยความจริงใจ นำไปสู่การฟื้นฟูเสถียรภาพ ความไว้เนื้อเชื่อใจ และความร่วมมือให้กลับมาอีกครั้ง ทั้งระหว่างไทยและกัมพูชา และทั่วทั้งภูมิภาคนอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีมีความยินดีอย่างยิ่งที่ในวันนี้เราได้ประกาศแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยกรอบความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศไทย (Joint Statement on a Framework for a U.S. -Thailand Agreement on Reciprocal Trade) ซึ่งนายกรัฐมนตรีหวังว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกให้การเจรจาเรื่องภาษีสามารถบรรลุข้อสรุปได้ภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงจะมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศว่าด้วยความร่วมมือด้านแร่ธาตุที่มีความสำคัญ (MOU between our governments on cooperation on critical minerals) ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความยืดหยุ่นและความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทานในระยะยาวต่อไปทั้งนี้ ฝ่ายไทยมีคณะเข้าร่วม ได้แก่ พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นางเอกสิริ ปิณฑะรุจิ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

โจทย์ใหญ่ “อุ๊งอิ๊งค์” ต้องเร่งจัดขบวนทัพ
Politics2025 Oct 27 :: 17:30

โจทย์ใหญ่ “อุ๊งอิ๊งค์” ต้องเร่งจัดขบวนทัพ

ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก ....วันก่อน “วรชัย เหมะ” แกนนำคนเสื้อแดงตัวจี๊ด อาสาหาราคีรีตัวเอง เป็นหน่วยกล้าตาย ของพรรคเพื่อไทย ตัดสินใจออกตัววิพากษ์วิจารณ์ “นายกฯนิด” เศรษฐา ทวีสิน ทั้งที่รู้ดีอยู่ว่า จะมีเอฟเฟกต์ ต่างๆนาๆ เข้ามากระทบตัวเองขนาดออกตัววิจารณ์อย่างมิตร ยังเจอ “หมอมิ้ง” พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ด่ากราดผ่านรายการทีวี “ห่างข้อมูล ไม่เข้าใจการทำงาน อยุดอวดรู้” ซ้ำอีกดอก “ภูมิธรรม เวชยชัย” แม่บ้านมือหนึ่ง พรรคเพื่อไทย ออกมาเตือนสติ “เป็นผมคงหยุดแล้ว” มิวาย วันนี้ “วัน อยู่บำรุง” ประกาศลาออก ตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข น้อยใจ หัวหน้าพรรค “อุ๊งอิ๊งค์” เรียกคุย หลังไม่พอใจ ที่ร่วมเชียร์ “บิ๊กแจ๊ส” คำรณวิทธิ์ ธูปกระจ่าง คู่แข่งพรรคเพื่อไทย สนามเลือกตั้งนายกอบจ. ปทุมธานี“ลูกวัน” ตัดพ้อ อุตสาห์ออกตัว ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ช่วยงานพรรค สุดความสามารถ ต่อสู้เคียงบ่า เคียงไหล ทำหน้าที่สมาชิกที่ดีมาตลอด แต่เมื่อหัวหน้าพรรค ไม่พอใจ ก็ยอมถอย “ลูกวัน” เจอแบบนี้ “ป๋าเหลิม” เฉลิม อยู่บำรุง ไม่มีทางยอม ประกาศกร้าว ให้พรรคขับตัวเองออก จะได้เป็นสส.พรรคอื่นแถมบอกข้อมูล ไม่ใช่แค่ “หัวหน้าอิ๊งค์” เท่านั้นที่เคือง “นายกฯนิด” ก็ไม่พอใจอย่างรุนแรง ถึงขั้นสั่ง “ต้องหยุดทำงานทันที” เป็นเหตุให้ “ลูกวัน” ทำหนังสือลาออก“บ้านริมคลอง” ไม่ขลังเหมือนวันเก่า ยามอัสดงมาเยือน “พ่อเหลิม” โรยลา “ลูกวัน” รับช่วงต่อ บารมีไม่ถึง!!เหตุระหองระแหง ช่วงตั้งรัฐบาลใหม่ๆ “ทักษิณ ชินวัตร” ส่ง “ลูกอิ๊งค์” เคลียร์ใจ มาวันนี้ วางตัวไม่รู้สี่รู้แปด นั่งเชียร์ฝ่ายตรงข้ามพรรค ดูท่าจะกลับมาเหมือนเดิมคงยากใดๆ สองเหตุนี้ ทำให้เห็น พรรคเพื่อไทย อาจไม่นิ่ง อย่างที่ “นายใหญ่” มั่นหมาย ส่งไม้ต่อ ให้ลูกสาวการบ้านใหญ่ “หัวหน้าอิ๊งค์” ต้องเร่งจัดขบวน เรียกศรัทธา คนรุ่นพ่อ คนรุ่นแม่ คนรุ่นอา และหนุ่มหล่อ สาวสวย ให้เดินในทิศทางเดียวกันไม่เช่นนั้น หลังคอ พรรคก้าวไกล จะทิ้งห่าง เรื่อย ๆ ปล่อยคาราคาซัง จนเลือกตั้งรอบหน้า อาจไม่เห็นฝุ่น รวบหัว รวบห่าง เอาทุกพรรคมารวมกัน อาจคว้าเก้าอี้นายก มานั่งเล่นง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้อีกรอบแน่!!

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

รมว.วัฒนธรรม เตรียมพร้อมราชรถ-พระยานมาศ บอกพระเมรุมาศก่อสร้างประมาณ 9 เดือน
Politics2025 Oct 27 :: 17:00

รมว.วัฒนธรรม เตรียมพร้อมราชรถ-พระยานมาศ บอกพระเมรุมาศก่อสร้างประมาณ 9 เดือน

วันที่ 28 ต.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความงานพระบรมศพในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรมว่า กระทรวงวัฒนธรรมโดยกรมศิลปากร ได้ตรวจความพร้อมของราชรถและพระยานมาศ ให้มีความแข็งแรงและต้องตกแต่งให้สมพระเกียรติ จากนั้นจะเป็นเรื่องของการร่างจัดทำแบบพระเมรุมาศ ซึ่งจะใช้เวลาร่างแบบประมาณ 2 เดือน เมื่อร่างแบบเสร็จแล้ว จะนำให้องค์ที่ปรึกษา มีพระราชวินิจฉัย จากนั้นจะใช้เวลาก่อสร้างพระเมรุมาศ ประมาณ 9 เดือนนางสาวซาบีดา ยังกล่าวถึง การจัดงานต่างๆ ว่าสำหรับงานประเพณี นายกฯได้ปรารภแล้วว่างานประเพณี สามารถจัดทำได้โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าของพื้นที่ ว่าจะทำอย่างไรให้เหมาะสม เช่นกระทรวงวัฒนธรรม ก็ปรับรูปแบบ งานลอยกระทงไทย ให้อยู่ในธีม ลอยกระทงไท ไทย คารวาลัย พระแม่แห่งแผ่นดิน และเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ส่วนที่มีดราม่าการงดจัดงานต่างๆ นั้นยืนยันว่า หากเป็นเรื่องของประเพณี เป็นเรื่องที่เราต้องส่งเสริม การจัดงานสามารถจัดได้แต่ขอให้ลดโทน ลดเสียงให้เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน สามารถจัดให้อยู่ในกรอบประเพณีอันดีงามได้

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

เปิดรายชื่อทีมโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย
Politics2025 Oct 21 :: 17:00

เปิดรายชื่อทีมโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย

เปิดรายชื่อทีมโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทยเมื่อวันที่ 22 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางพล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.ทสส.) ลงนามคำสั่งแต่งตั้ง ทีมโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อขับเคลื่อนภารกิจการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ของกองทัพไทยให้มีความทันสมัย เข้าถึงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิผล และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมีรายชื่อ อาทิ พล.ต.วิทัย ลายถมยา เป็นโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย นาวาอากาศเอกจงเจต วัชรานันท์ เป็น รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย พันเอกหญิงฉัตรรพี พูนศรี เป็นรองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เป็นต้นอย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งทีมโฆษกฯ มีเป้าหมายในการยกระดับงานด้านการประชาสัมพันธ์กองทัพไทย สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ความเชื่อมั่น และความไว้วางใจ ระหว่างกองทัพกับประชาชน ผ่านการสื่อสารที่โปร่งใส เข้าถึงง่าย ตรงประเด็น ภายใต้นโยบาย เพื่อราชอาณาจักรไทย (Kingdom) ทุกเพศ ทุกวัย ทุกชั้นยศ คือคนสำคัญ (People) สู่กองทัพปฏิบัติการร่วมที่ทันสมัย (Future) บรรลุทุกภารกิจและความท้าทาย (Commitment) โดยบูรณาการความร่วมมือกับทุกเหล่าทัพ ภายใต้แนวคิด “#oneteamทัพไทย”///

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

'อนุทิน' ลั่น ตัดไฟแต่ต้นลม ปมสองสัญชาติเอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์ ยันหากทำผิด “แม้แต่ชื่อผม” ก็ต้องถูกจับ
Politics2025 Oct 21 :: 11:30

'อนุทิน' ลั่น ตัดไฟแต่ต้นลม ปมสองสัญชาติเอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์ ยันหากทำผิด “แม้แต่ชื่อผม” ก็ต้องถูกจับ

'อนุทิน' ลั่น ตัดไฟแต่ต้นลม ปมสองสัญชาติเอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์ ยันหากทำผิด “แม้แต่ชื่อผม” ก็ต้องถูกจับ ขณะที่ 'บิ๊กต่าย' เผย ส่งตัวสแกมเมอร์กลับไทยแล้วกว่า 100 ราย ไม่เว้นนักการเมือง หากพบหลักฐานมัดตัววันที่ 21 ต.ค.68 ที่ ปช.ปส. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีบุคคลถือสองสัญชาติและเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ โดยระบุว่า ผู้ที่ถือสองสัญชาติและพยายามขอสัญชาติไทยนั้นถือเป็นการกระทำโดยมีเจตนาไม่สุจริต ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามกฎหมาย และถือเป็นการ "ตัดไฟแต่ต้นลม"ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ระบุเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยถือว่ามีความก้าวหน้าในการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์มากกว่าหลายประเทศ เนื่องจากได้รับนโยบายที่ชัดเจนจากนายกรัฐมนตรี และมีการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด แม้บางประเทศจะให้ความร่วมมือจำกัด แต่ก็สามารถส่งผู้กระทำผิดกลับมายังประเทศไทยได้แล้วกว่า 100 คน เฉพาะในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงข้อมูลที่มีนักการเมืองสองรายเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ปัจจุบันข้อมูลดังกล่าวยังอยู่ในขั้นต้น ต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์และตรวจสอบอย่างละเอียด หากพบพฤติกรรมและหลักฐานชัดเจน จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่เว้นแม้แต่นักการเมืองระดับสูงนายอนุทิน เสริมว่า “ถ้ามีหลักฐานมัดตัวว่าใครทำผิดจริง ก็ต้องดำเนินการทั้งหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งชื่อของผมเอง ถ้าทำผิดก็ต้องถูกจับ เพราะกระบวนการยุติธรรมต้องอยู่เหนือทุกคน”ในช่วงท้าย นายอนุทิน ตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับข่าวลือรัฐมนตรี ( นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ) ที่เกี่ยวโยง กับการฟอกเงิน โดยกล่าวว่า ตนมีความมั่นใจในตัวรัฐมนตรีวรภัคร์ พร้อมสนับสนุนให้มีการชี้แจงต่อสาธารณะ หากมีข้อสงสัยเกิดขึ้น“คนระดับนี้ไม่ต้องการกำลังใจหรอกครับ เค้ามาทำงาน ถ้าถูกกล่าวหา เค้าก็พร้อมชี้แจง และผมเชื่อว่าท่านจะไม่หลบเลี่ยงความรับผิดชอบ” นายอนุทิน กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

“ลุงป้อม” ลั่น พปชร.พร้อมสู้ หลังเปิด 80 ว่าที่ผู้สมัคร สส.ด้านรักษาเลขาธิการ พปชร.ประกาศตั้งเป้ากวาด 50-60 ที่นั่ง สนาม ลต.ครั้งหน้า ส่งครบทุกเขต ย้ำชัดชู "พล.อ.ประวิตร" เป็นแคนดิเดตนายกฯ พร้อมถือฤกษ์เปิดที่ทำการพรรคใหม่
Politics2025 Oct 19 :: 23:20

“ลุงป้อม” ลั่น พปชร.พร้อมสู้ หลังเปิด 80 ว่าที่ผู้สมัคร สส.ด้านรักษาเลขาธิการ พปชร.ประกาศตั้งเป้ากวาด 50-60 ที่นั่ง สนาม ลต.ครั้งหน้า ส่งครบทุกเขต ย้ำชัดชู "พล.อ.ประวิตร" เป็นแคนดิเดตนายกฯ พร้อมถือฤกษ์เปิดที่ทำการพรรคใหม่

วันที่ 20 ต.ค. 2568 ที่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร.เป็นประธานเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสส.จำนวน 80 คน โดยมีแกนนำพรรคและกรรมการบริหารพรรค น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ในฐานะรองหัวหน้าพรรค และสส.สระแก้ว นายภัครธรณ์ เทียนไชย รักษาการเลขาธิการพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ เหรัญญิกพรรคและนายทะเบียนพรรค มล.กรณสิวัฒน์ เกษมศรี กก.บห. นายวัน อยู่บำรุง กรรมการบริหารพรรค รวมไปถึงนายไพศาล พืชมงคล อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรี มาร่วมด้วย

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

ซิโน-ไทย ชี้แจง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเครือข่ายสแกมเมอร์ หลังถูกเชื่อมโยงที่ตั้งอาคารซิโน-ไทย ทาวเวอร์  .
Politics2025 Oct 19 :: 17:00

ซิโน-ไทย ชี้แจง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเครือข่ายสแกมเมอร์ หลังถูกเชื่อมโยงที่ตั้งอาคารซิโน-ไทย ทาวเวอร์ .

วันที่ 20 ต.ค. 2568 Sino-Thai Engineering and Construction Public Company Limited ชี้แจง ระบุว่า กรณีปรากฏบุคคล แสดงความคิดเห็นประเด็น “เครือข่ายสแกมเมอร์” เชื่อมโยงที่ตั้งสำนักงานอยู่ “อาคาร ซิโน-ไทย ทาวเวอร์” สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอันก่อให้เกิดความเสียหายต่อองค์กร ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องการกระทำผิดกฎหมายในทุกกรณี และพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

WATCH LATEST VIDEOS